สะใภ้บรรณาการ (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 36 : 33 - ร่วมทุกข์ร่วมสุข

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,006
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 499 ครั้ง
    5 มี.ค. 60


-33-

ร่วมทุกข์ร่วมสุข



 

 

 



แสงสีส้มอ่อนๆส่องลอดเข้ามาตามรอยแยกของช่องหน้าต่างไม้ จับพระพักตร์นวลงามของพระชายาซึ่งยืนอยู่หน้ากระจกเงา พระเกศายาวสลวยที่เคยมวยเป็นจุกขึ้นตรงกลางศีรษะถูกปล่อยลงมาอวดสายตาผู้เป็นพระสวามี..

 


ที่กำลังยืนคลอเคลีย ซ้อนตัวอยู่ด้านหลังของเขา


 

คอยกักบริเวณป๋ายเซียนไม่ให้ได้ออกไปเห็นเดือนเห็นตะวัน ให้อยู่แต่ในรังรักของตนมาตั้งแต่สายสู่บ่ายคล้อย...จวบจนฟ้าใกล้มืดเข้าไปทุกทีหากกลับยังไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยให้ห่างจากกายไปได้เมื่อใด ป๋ายเซียนตัวน้อยช้ำไปหมด มีแต่รอยรักสลักทั่วทั้งตัวแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าบนพระวรกายสูงสง่าจะไม่มี

 


ในวันนี้องค์ชายตำหนักฤดูร้อนได้รับรอยรักแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างไม่น้อยหน้ากัน รอยชาดเห็นชัดที่พระชายาเป็นผู้สร้างเอาไว้นั้นทำให้เขาแสนมีความสุข ไม่คิดถึงสิ่งอื่นใดมากไปกว่าการมีกันและกัน

 


“สบายตัวขึ้นไหม”

 


“อืม” องค์ชายป๋ายเซียนตอบคนในกระจกงึมงำเสียงเบา ไม่กล้ามองสบตาตรงๆแม้ว่าจะเป็นการมองกันผ่านวัตถุก็ตาม ยิ่งคิดถึงสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป สิ่งที่ผัวเมียคู่อื่นๆคงมองกันเป็นเรื่องปกติธรรมดาแต่สำหรับตัวเองคงอีกนานกว่าจะทำใจคิดให้ได้เช่นนั้น อย่างไรการร่วมรักกันมันก็ยากที่จะไม่ออกอาการเขินอาย

 

สภาพของกันและกันในยามนี้ก็ไม่ได้ล่อแหลมน้อยลงเลย องค์ชายสามเอาแต่กอดรัดเขาจากด้านหลังทั้งยังคลอเคลียไม่ยอมห่าง จูบซับหยดน้ำที่เกาะพร่างพราวทั่วเนื้อตัวอย่างหลงใหล ดอมดมกลิ่นหอมจากกายแล้วเอ่ยชมไม่ขาดปากทั้งที่แช่ตัวอาบน้ำในถังเดียวกันมาแท้ๆ

 


“อือ..พ พอก่อนได้ไหม” ชุดคลุมสีแดงบางๆที่มีห่มกายเพียงชิ้นเดียวเริ่มตกลงจากไหล่ ป๋ายเซียนนึกหวั่นใจว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกถ้าหากยังไม่เอ่ยปากห้าม “ท่านควรจะให้ข้าได้แต่งตัวดีๆ” บอกพลางหลุบตาหนีดวงเนตรคมหวานหยาดเยิ้มนั้น

 

เขารู้ว่าองค์ชายสามคิดเช่นไร รู้ดีกว่าใครๆเพราะอีกฝ่ายแสดงความรู้สึกผ่านสีหน้าโดยไม่ปิดบัง เหมือนกับจงใจให้รู้..และให้เขายอมเหมือนที่แล้วมา...

 


“จะรีบไปทำไม...” บ่นพึมพำเสียงพร่า ริมฝีปากชิดใบหูนิ่มขององค์ชายป๋ายเซียน หัตถ์ใหญ่เลื้อยไปตามเรือนร่างผุดผ่อง จงใจปัดผ่านจุดอ่อนไหวกลางลำตัวให้ร่างน้อยสะดุ้ง “ข้ายังอยากอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ”

 



“ช่างหมกมุ่น...”

 



“ใครว่า ข้าเพียงอยากมีหลานให้ฝ่าบาทได้อุ้มเล่นเร็วๆต่างหาก”

 


“ผิดคนแล้วกระมัง” เสี้ยวพระพักตร์นวลหันกลับไปเย้าพระสวามีโดยไม่ได้จริงจังอะไร กลับกลั้นขำให้กับความปั่นป่วนจั๊กจี๋ที่อีกฝ่ายกำลังสร้างให้ อยากจะหยิกให้ร้องเสียงหลงแต่ก็ทำได้แค่ยืนตัวอ่อนปล่อยให้ร่างกายถูกรังแก “ข้าเป็นบุรุษคงมีลูกให้ท่านไม่ได้หรอก”


 

“เช่นนั้นก็ทำจนกว่าจะมี”

 


“ต้องเรียกว่าเอาแต่ใจหรือลามกดีนะ” คนถูกเหน็บแนมหัวเราะในลำคอพลางพรมจูบไปทั่วปรางใสของคนเป็นชายาอย่างรักใคร่และเอ็นดู หัตถ์ยังคงไม่หยุดยุ่มย่ามกับร่างกายของผู้อื่น กลับเคล้นคลึงอย่างสนุกมือ สะโพกงอนงามถูกขย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า น่ากลัวว่าหัตถ์ซุกซนจะขยับมาด้านหน้าในไม่ช้า...

 


“ท่านอยากมีลูกหรือ?

 


“มีท่านคนเดียวก็พอแล้ว”

 


“เอาความจริงสิ อย่าเอาแต่เย้าข้าเล่น”

 


“ข้าอยากมีแค่ป๋ายเซียน” เจ้าของชื่อหยิกแขนแกร่งไปทีอย่างอดไม่ได้ ทว่าเจ้าของมันกลับหัวเราะขำไม่ได้โอดครวญเจ็บปวดอย่างที่ควรจะเป็น ไม่รู้ว่าทนถึกหรือตนหยิกเบาไปกันแน่

 


“ถึงเปลี่ยนใจอยากมีขึ้นมาข้าก็ไม่อนุญาตให้ท่านมีสนมนางไหนหรอกนะ”

 


“หากบอกว่าให้ข้ามีสนมได้นั่นมากกว่าที่ข้าจะเสียใจ”

 


“เช่นนั้นท่านก็คงไม่มีวันเสียใจ” องค์ชายสามเงยพระพักตร์ขึ้นสบตากับองค์ชายป๋ายเซียนผ่านกระจกเงา “เพราะข้าอนุญาตให้ท่านมีแค่ข้าได้เพียงคนเดียว หากอยากมีลูก ก็รออุ้มจากพี่น้องของท่านหรือท่านพี่ของข้าก็แล้วกัน”

 


คำพูดนั้นทำเอาทั้งคู่หลุดยิ้มขำให้กัน ความจริงที่รู้กันมานานนับแต่วันแรกที่ตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันก็คือเรื่องนี้...เรื่องที่องค์ชายป๋ายเซียนไม่อาจฝืนธรรมชาติ สามารถมีบุตรได้ดังเช่นสตรีนางใด ซึ่งพวกเขาไม่ได้ติดใจกับเรื่องนี้เพราะอย่างไรก็มีพี่น้องคนอื่นๆตามที่องค์ชายป๋ายเซียนกล่าว

 


เสียงพูดคุยเบาลงจนกลายเป็นความเงียบ มีเพียงแต่เสียงลมหายใจที่ดังชัดอยู่ในขณะนี้ แผ่นหลังเล็กเอนไปพิงแผ่นอกกำยำของพระสวามี มองสภาพเกือบเปลือยของตนและอีกฝ่ายในกระจกแล้วได้แต่ร้อนผ่าวไปทั้งหน้า ไม่ออกอาการต่อต้านแม้ว่าร่างกายกำลังถูกรุกราน

 


“อือ...” เพียงมองการกระทำของผู้ที่เบียดตัวซ้อนอยู่ด้านหลังเงียบๆ เอียงคอให้ริมฝีปากอิ่มขบเม้มได้อย่างถนัดถี่ ให้หัตถ์หนาฟ้อนเฟ้นหน้าอกตูมเต่งของตนเท่าที่ปรารถนา เผลอปล่อยเสียงน่าอายแผ่วๆออกมาบ้างเมื่อทนความปั่นป่วนเหล่านั้นไม่ไหว...

 


“ชอบไหม”


 

“จะให้ข้าเป็นคนหน้าไม่อายหรืออย่างไร” ที่ต้องคอยบอกว่าชอบ..ชอบให้สัมผัส ชอบให้จูบ ชอบให้อ่อนโยน ยินดีที่จะตกเป็นของพระองค์เช่นนั้นหรือ?…เขาคิดว่าการยืนเฉยปล่อยให้ทำอะไรต่อมิอะไรโดยไม่ขัดขืนแค่นี้ก็เกินพอแล้ว

 


“ท่านนี่น่ารักนัก...”


 

“องค์ชายสาม ข้า—อ๊ะ!


 

“เรียกท่านพี่สิ”

 


“ท่านพี่...”

 


องค์ชายสามยิ้มพอใจพลางกดจูบตอบแทนลงบนปรางเนียน “ว่าอย่างไรพระชายา”

 


“ข้าอยากกลับแผ่นดินเปี้ยน...”

 


“ไว้วันพรุ่งพี่จะไปทูลขอฝ่าบาทให้”


 

“แล้วอื.อ...ท่าน...”


 

“เราจะไปด้วยกัน”

 


ร่างเล็กหมุนตัวเข้าหาพระวรกายสง่าด้วยความซาบซึ้ง จังหวะเดียวกับที่เสื้อคลุมสีแดงบางๆของเขาร่วงลงสู่พื้น...ไร้ปราการใดมาขวางกั้นความงดงามให้ประจักษ์แก่ดวงเนตรคม

 

 

“ขอบคุณ”

 


องค์ชายสามลูบไหล่มนเบาๆแทนคำว่าไม่เป็นไร ไม่รั้งรอที่จะเข้าไปแสดงความรักแก่พระชายาของเขา..เบียดกายเข้าหาร่างน้อยพร้อมกับมอบรสจูบดูดดื่มให้ กลืนกินน้ำหวานจากเรียวลิ้นเล็กอย่างไม่รู้จักเบื่อ  โอบเอวคอดสวยเหมือนกับที่ป๋ายเซียนตวัดสองแขนขึ้นโอบกอดรอบคอเขาอย่างแนบแน่นเหมือนกัน ทั้งยังช่วยปลดเสื้อคลุมออกให้พ้นจากร่างกำยำอีกครั้งอย่างไม่ยอมเสียเปรียบฝ่ายเดียว

 

 


ตุ่บ...

 


 

เนื้อแนบเนื้อ...สองร่างเปลือยเปล่าคอยบดเบียดกันและกันให้ขยับเดินไปทางฟูกนอนโดยที่ปากยังคงบดจูบกันอย่างดูดดื่ม เสียงชนตู้และผนังต่างๆดังขึ้นตลอดทาง เช่นเดียวกับเสียงเปียกแฉะของน้ำลายที่เกิดจากการแลกลิ้นของคนสองคน

 

 

“อ...”

 

 

ความเร่าร้อนและอารมณ์ที่ถูกจุดขึ้นอีกครั้งไม่มีทางหยุดอยู่เพียงแค่ จูบ

 


ทันทีที่แผ่นหลังเนียนแนบลงบนฟูกนอน ร่างสูงตามลงไปคร่อมต่ออยู่เหนือร่างให้ริมฝีปากยังคงทำงานต่อไป กายท่อนล่างบดเบียดเข้าออกให้ยิ่งร้อนระอุ ไม่สนว่าก่อนหน้านี้จะผ่านการชำระร่างกายกันมาแล้วหรืออย่างไร...คนเป็นผัวเมียกัน จะต้องเลอะน้ำคาวของกันและกันอีกสักกี่ครั้งก็ย่อมได้ไม่ใช่หรือ

 


 

“ครานี้ยังอยากจะอยู่ด้านบนอีกไหม?”

 

 

 




CUT

(bio twitter)

 

 

 







  

 

องค์ชายห้ายืนกระแอมกระไออยู่หน้าห้องบรรทมตำหนักฤดูร้อน ตั้งใจจะมาตรวจดูอาการคนเจ็บเพราะเห็นว่ามืดค่ำแล้ว ไม่นึกเลยว่าจะต้องได้มารับรู้อะไรเช่นนี้แทน

 

 


อะ...ท่านพี่ท่านเข้ามาลึกเกินไปแล้ว

 

  


ตั่บๆๆ!

  

 


อา~’

 

 

 

ดูเหมือนคนทั้งสองจะลืมไปชั่วขณะว่าห้องบรรทมไม่ได้เก็บเสียงจนถึงขนาดที่ผู้ที่อยู่หน้าห้องจะไม่ได้ยิน เสียงครางกระเส่าและเสียงเนื้อกระทบเนื้อนั้นดังออกมาถึงนี่ ไม่บอกก็รู้ว่าด้านในกำลังทำอะไรกันไปถึงไหน

  

 

องค์ชายห้าที่มีศักดิ์สูงกว่าใครในที่นี้ได้แต่ยืนกระแอมไอเหมือนคนคอแห้ง พฤติกรรมของสหายร่วมสายเลือดทำเอาเขาถึงกับไปไม่เป็น มองเหล่าสาวงามที่นั่งหน้าแดงเฝ้าอยู่หน้าประตูห้องแล้วได้แต่นึกเห็นใจ ไม่รู้ว่าต้องทนฟังเสียงลามก-วาบหวิวเช่นนี้กันมานานเท่าไหร่แล้ว

 

 

“นานแล้วรึ?” เขาถามเสียงนิ่ง พยายามไม่แสดงอาการหรือความรู้สึกใด อย่างไรตนก็เป็นชาย ส่วนพวกนางที่นั่งกันอยู่นั้นเป็นหญิง จะให้วางตัวเจ้าชู้แสดงความกรุ้มกริ่มนั้นก็หาใช่นิสัยและคงดูไม่เหมาะสม ดังนั้นการถามด้วยท่าทางที่เหมือนถามถึงอากาศฟ้าฝนคงดีที่สุด แม้ว่าด้านในจะยังคงทำเสียงดังไม่หยุดก็ตาม

 

 

 

ให้ตายสิ...เมื่อไหร่มันจะหยุด

 

 

แล้วทำไมเขาต้องมานึกอายแทนทั้งที่คนที่ควรจะอายคือสองคนด้านใน

 

 

 

“กะก็..ตั้งแต่บ่ายแล้วเพคะ” ตัวแทนนางกำนัลอ้อมแอ้มตอบเสียงเบา ก่อนจะรีบซ่อนใบหน้าแดงจัดด้วยการก้มหน้าหลบสายพระเนตรขององค์ชายห้า

 

 

“ตั้งแต่บ่ายเลยหรือ?

 

 

“พ..เพคะ...จริงๆก็เอ่อ...เงียบกันไปได้พักใหญ่แล้ว เพิ่งดังขึ้นมาอีกระลอก...” องค์ชายห้ากลอกเนตรไปมา พลัดหูพลัดตากันไปไม่กี่ชั่วยามก็มาทำเรื่องเช่นนี้เสียแล้ว เจ็บไข้ได้ป่วยอันใดคงไม่ต้องห่วงแล้วกระมัง...องค์ชายตำหนักทิศใต้กระแอมไออีกครั้งก่อนจะหันไปรับสั่งกับนางกำนัลกลุ่มเดิม

 

 

“ในห้องสงบลงเมื่อใดพวกเจ้าค่อยให้คนไปตามข้าอีกทีก็แล้วกัน”

 

 

“เพคะ”

 

 

องค์ชายห้ามองไปที่ประตูไม้ซึ่งกรุด้วยกระดาษขาว ไม่ได้เห็นเงารูปร่างของใคร แต่เสียงกุกกักกับเสียงร้องที่ยังดังอย่างต่อเนื่องก็ทำเอาจินตนาการตามได้เหมือนกัน 

 

 

ท่าทางเจ้าของตำหนักจะมีความสุข คงเป็นวันเกิดในหลายๆรอบปีที่อีกฝ่ายสามารถอยู่ติดตำหนักได้ และดูจะเป็นไปได้ด้วยดีเสียด้วย ถึงจะเป็นการติดตำหนักที่ดูจะหมกมุ่นไปสักหน่อยก็เอาเถิด...สหายมีความสุขดีตนก็ยินดีด้วย

 

 

 

องค์ชายห้าเสด็จออกจากประตูห้องบรรทมตำหนักฤดูร้อนพลางส่ายศีรษะเบาๆ

 

 


 

 

 

 

 

“...”


 

“...”


 

“...”


 

“เจ้าลืมเอาปากมาด้วยหรือ”  องค์ชายสามถามพลางขยับตัวเปลี่ยนท่านั่ง หมายจะคว้าจอกชาร้อนขึ้นมาจิบทว่าอาการเจ็บที่ไหล่อยู่ดีๆก็ปวดแปล๊บขึ้นมาจนต้องชะงักด้วยสีพระพักตร์เหยเก

 


 

และนั่นทำเอาองค์ชายห้าหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ

 


 

“สมน้ำหน้า” ว่าขณะที่ช่วยประคบไหล่ให้สหาย ที่จริงเขาควรจะมีผู้ช่วยติดตามมาด้วยจะได้ไม่ต้องมาลงแรงทำเองเช่นนี้ แต่ใครจะไปคิดว่าสภาพอาการที่ควรจะดีขึ้นกลับต้องมาระบมยิ่งกว่าเดิม ทั้งนี้ก็เพราะสหายตัวดีของเขาทั้งนั้นที่ทำตัวเอง

 


“เตือนแล้วแท้ๆว่าอย่าขยับมากแต่ก็ยังหาเรื่อง หากไหล่หลุดขึ้นมาจริงๆข้าจะเป็นคนแรกที่หัวเราะเยาะเจ้าคอยดู”

 


“เอาไว้เจ้ามีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วจะรู้เองว่าอดใจไม่ได้มันเป็นยังไง” องค์ชายห้ากลอกเนตรให้กับคำพูดไร้ยางอายของสหาย ทั้งที่เห็นชัดว่าเจ็บทว่ากลับมีรอยยิ้มประดับใบหน้าอยู่ไม่จางนั้นมองแล้วน่าหมั่นไส้จริงๆ

 


“เออ”


 

“เจ้าดูขนมพวกนี้สิ”


 

“ขนมหน้าตาพิลึกนี่น่ะหรือ?


 

“อย่าพูดดังไป” องค์ชายสามสวนทันใดพร้อมกับรีบดึงจานขนมออกก่อนที่องค์ชายห้าจะคว้ามันไป ไม่ยอมให้สหายได้แตะต้อง แม้ว่าหน้าตาขนมจะพิลึกพิลั่นแต่เขาก็อยากจะเชยชมมันเพียงผู้เดียว


 

“ป๋ายเซียนอุตส่าห์ตั้งใจทำให้ข้า” เคี้ยวมันตุ้ยๆไม่ยอมแบ่งให้สหายที่อุตส่าห์มีน้ำใจมาช่วยรักษาแม้แต่ชิ้นเดียว “จริงๆมันก็ดูน่ารักดี รสชาติก็ไม่ได้แย่”


 

“เจ้านี่เป็นเอามาก” ส่ายศีรษะก่อนจะดันหลังสหายให้นั่งดีๆ โต๊ะเตี้ยกลางห้องบรรทมมีไว้ใช้วางอุปกรณ์การแพทย์และของว่างที่องค์ชายห้ามีสิทธิ์แตะต้องได้เพียงจอกชาร้อนเท่านั้น ส่วนขนมอะไรนั่นเจ้าของมันกำลังละเลียดชิมด้วยสีหน้าระรื่นดูภาคภูมิใจ มองแล้วก็ได้แต่คิดในใจว่านี่ใช่องค์ชายสามคนเดียวกับหลายวันที่แล้วจริงหรือ


 

ไอ้องค์ชายที่เอาแต่เซื่องซึม ทำงานเป็นบ้าเป็นหลังยิ่งกว่าพี่น้องคนไหนๆนั่นหายไปพร้อมกับตำหนักเล็กหมดแล้วกระมัง

 


แต่ก็ว่าไปนั่น อันที่จริงชานยอลไม่ได้ระรื่นน่าหมั่นไส้เท่าเมื่อก่อน อีกฝ่ายก็แค่ดูมีความสุขดี ใบหน้านิ่งทว่าสายตาไม่ได้ว่างเปล่าอ่านยากเหมือนเคย กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เขาเองเห็นแล้วต้องรู้สึกยินดีตาม...แต่ก็นั่นแหละ รอยแดงช้ำเป็นจ้ำๆที่ไหล่และลำคอนี่เห็นแล้วก็อดหมั่นไส้ไม่ได้อยู่ดี


 

“หากองค์ชายเปี้ยนท้องได้ก็คงท้องไปแล้ว”


 

“ข้าก็แค่อยากให้ป๋ายเซียนลืมความทุกข์”

 


“ป๋ายเซียนหรือตัวเจ้าเองกันแน่” องค์ชายสามยักไหล่เบาๆ ยังคงนั่งหันหลังให้สหายช่วยประคบยาให้ แผลระบมยังคงเจ็บ..ไม่รู้ว่าตอนนั้นไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนเหมือนกัน รู้แค่ว่าได้สัมผัสป๋ายเซียนแล้วเขามักควบคุมตัวเองให้หยุดรังแกไม่ได้ อีกทั้งก็อยากให้อีกฝ่ายมีความสุขอย่างที่บอกจริงๆ ไม่อยากให้คิดมากเป็นกังวลกับเรื่องใด

 


“แต่ก็ดี พวกเจ้ารักใคร่เข้าใจกันดีฝ่าบาทกับพระมเหสีคงวางพระทัย”


 

“พรุ่งนี้ข้าจะไปทูลขอฝ่าบาท”


 

“เรื่อง?


 

“พาป๋ายเซียนกลับแผ่นดินเปี้ยน”


 

“กลับแผ่นดินเปี้ยน?


 

“อืม” องค์ชายสามวางจานขนมลงบนโต๊ะ หันไปมองเสี้ยวแสงจันทร์นอกหน้าต่างที่ส่องแสงนวลผ่องอำพันอยู่บนท้องนภายามราตรี


 

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”


 

“ฝ่าบาทเปี้ยนกำลังจะสิ้น”


 

“...!


 

“ข้าไม่เคยได้ยินว่าที่นั่นสามารถให้สตรีปกครองแผ่นดินได้ และป๋ายเซียนคือโอรสเพียงองค์เดียว...”


 

“เจ้าหวั่นใจเรื่องนี้หรือ”


 

“เหมือนข้าเป็นผู้เอาเงื่อนไปผูก เพราะข้าเลือกป๋ายเซียน...”


 

“คิดได้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว อย่างไรเจ้ากับองค์ชายเปี้ยนก็รักกันแล้ว อีกอย่างฝ่าบาทเปี้ยนก็คงใคร่ครวญไว้เป็นอย่างดีแล้วถึงได้ยกพระราชโอรสเพียงองค์เดียวให้กับเจ้า” องค์ชายห้าสะกิดหลังสหายเป็นการบอกว่าการรักษาของเขาเสร็จสิ้นแล้ว


 

องค์ชายสามดึงเสื้อคลุมขึ้นมาสวมให้เรียบร้อย เป็นโอกาสดีที่ตอนนี้ป๋ายเซียนออกไปดูอาการอี้ชิงที่ห้องพักเขาและเซฮุนจึงมีเวลาคุยกันเป็นส่วนตัว


 

“เจ้ากังวลว่าองค์ชายเปี้ยนจะได้ขึ้นครองราชย์แล้วต้องแยกทางกับเจ้า?


 

องค์ชายสามส่ายศีรษะ


 

“เรื่องนั้นข้าไม่กังวล ต่อให้ป๋ายเซียนจะเป็นอะไรอยู่แห่งไหนข้าก็จะตามไป...สิ่งที่ข้าเป็นห่วงคือข้าไม่แน่ใจว่าราษฎรจะยอมรับป๋ายเซียน เขามาที่นี่เพื่อเป็นชายาข้าใครๆก็รู้” องค์ชายที่ผ่านการเป็นชายาของผู้อื่นมาก่อนจะถูกยอมรับไหม แล้วถ้าไม่..ชายาของเขาจะรู้สึกอย่างไร นี่คือสิ่งที่เขาเป็นห่วง


 

“องค์ชายเปี้ยนเป็นผู้เฉลียวฉลาด”  องค์ชายห้าบีบแขนสหายเพื่อให้กำลังใจ “เจ้าเองก็เหมือนกัน ข้าเชื่อว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพวกเจ้าจะผ่านมันไปด้วยกันได้”


 

“อืม”


 

“ครั้งหนึ่งเจ้าเคยช่วยแผ่นดินเปี้ยนไว้ได้ ครั้งนี้เจ้าก็ต้องทำได้เช่นกันชานยอล” องค์ชายห้าพูดด้วยความเชื่อมั่น ในความคิดของเขา ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่องค์ชายสามสามารถทำให้มันเป็นไปได้อยู่แล้ว..ครั้งนี้ก็คงจะเช่นกัน

 


“ยังไงข้าก็ขออวยพรให้พวกเจ้าโชคดี อยากให้ช่วยเหลือสิ่งใดก็บอกแล้วกัน”


 

“อืม ขอบใจ”


 

“แค่ไม่สร้างเรื่องน่าปวดหัวให้ทุกคนก็พอ” ทั้งคู่ขำให้กันตามประสา เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดที่คบหากันอย่างสหายมาครึ่งค่อนชีวิต อยู่เคียงข้างคอยยินดีในยามสุข คอยช่วยเหลือกันในยามทุกข์ ไม่พูดจากันดีๆซึ้งๆแต่ก็ไม่เคยเลยที่จะทอดทิ้งกัน


 

“อีกอย่างเพลาๆเรื่องแบบนั้นลงหน่อยก็ดี จนถึงตอนนี้ข้าก็ยังได้กลิ่นคาวติดอยู่ในห้องของเจ้า”


 

“หากอิจฉาก็รีบหาเมียให้ตัวเอง ไม่ใช่มาค่อนแขวะผู้อื่นเช่นนี้เซฮุน”

 

 





 



 

  

วันรุ่งขึ้น องค์ชายสามและพระชายาเสด็จไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อทูลขอประทานอนุญาตกลับแผ่นดินเปี้ยน เรื่องราวที่องค์ชายป๋ายเซียนทูลเล่าให้ฟังได้สร้างความสะเทือนพระทัยต่อกษัตริย์ผู้ปกครองแผ่นดินโชซอนมาหลายสิบปียิ่งนัก

 


ฝ่าบาทเปี้ยนเป็นสหายรักที่ผูกสัมพันธไมตรีกันมาอย่างแน่นแฟ้นยาวนาน ทั้งตอนนี้อาณาจักรก็ได้เกี่ยวดองกันจนเรียกได้ว่าเป็นแผ่นดินเดียวกันแล้วเพราะพระราชโอรส เป็นฝ่าบาทที่รักสงบ คุณงามความดีมากมายล้วนเป็นที่เลื่องลือ ครองแผ่นดินด้วยศีลธรรมจนเป็นที่น่านับถือ แต่อย่างว่า...

 


ไม่มีผู้ใดฝืนลิขิตสวรรค์ได้


 

ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเกิดมาพร้อมบารมีสูงทัดฟ้า หรือต่ำต้อยเยี่ยงเศษดินทุกคนล้วนต้องมีวันสิ้นอายุขัย


 

อยู่ปกครองแผ่นดินเห็นความเป็นความตายมามากมาย แต่กระนั้นก็ยังรู้สึกเสียพระทัยให้กับข่าวร้ายที่ได้รับอยู่ดี นึกหวังให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น อยากเสด็จไปเยี่ยมเยือนถึงแผ่นดินเปี้ยนด้วยตัวเอง แต่ด้วยภาระหน้าที่ต่างๆที่ครองอยู่นั้นไม่สามารถละวางได้ง่ายๆ


 

อีกทั้งเพิ่งได้ทราบเรื่องเอากะทันหัน จะตระเตรียมสิ่งใดในตอนนี้ก็คงไม่ทัน จำต้องฝากฝังพระราชโอรสลำดับที่สามให้ดูแลแทน และยังรับสั่งให้เหล่าทหารฝีมือดีติดตามไปอารักขาตลอดระยะเวลาการเดินทางของพระราชโอรสและสะใภ้หลวงอีกหลายคน    


 






 

 

ดวงอาทิตย์เริ่มย้ายฝั่งเมื่อล่วงเข้าสู่ช่วงบ่ายของวัน...ขบวนเสด็จขององค์ชายสามและพระชายาเคลื่อนออกจากพระราชวังโชซอนได้ระยะหนึ่งแล้ว สิ่งแวดล้อมรอบตัวยังคงเหมือนอย่างครั้งแรกที่เดินทางมา ทว่าความรู้สึกที่จะได้กลับสู่บ้านเมืองกลับไม่ได้น่ายินดีเหมือนที่เคยวาดฝันไว้


 

จุดหมายปลายทางมีบ้านและครอบครัวรออยู่ แต่ช่างแสนหดหู่และหายใจต่อไปได้ยากเหลือเกินเมื่อนึกต่อไปว่าตัวเองจะเป็นอย่างไรหากได้พบพระพักตร์ของผู้เป็นพระราชบิดา จะทนกลั้นน้ำตาได้ไหม จะเข้มแข็งและเป็นที่พึ่งให้กับเหล่าท่านพี่ พระมารดา และราษฎรได้หรือไม่


 

หลายครั้งที่อยากร้องไห้ออกมาดังๆแต่ก็ต้องกลั้นไว้เพราะไม่อยากให้ใครเป็นห่วง อี้ชิงก็ยังไม่หายดี ทหารและนางกำนัลที่พระบิดาประทานให้มาดูแลก็เศร้าสลดใจและเป็นห่วงความรู้สึกเขาทั้งนั้น เพราะแบบนั้นถึงแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นไม่ได้

 


หากป๋ายเซียนไม่ใช่โอรสของกษัตริย์ เป็นแค่เพียงบุรุษตัวเล็กๆชนชั้นธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังจะสูญเสียพ่อไปคงแสดงความรู้สึกได้ง่ายกว่านี้  คงจะร้องไห้ฟูมฟายเหมือนเด็กๆได้โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงใครนอกจากตัวเอง


 

เฮ้อ...


 

เขาถอนหายใจไม่รู้เป็นหนที่เท่าไหร่ คอยแหวกม่านมองออกไปนอกหน้าต่างเกี้ยวหลังใหญ่อย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะได้รับกระบอกน้ำจากผู้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

 


“ข้าไม่กระหาย” และปฏิเสธน้ำใจด้วยสีหน้าเหม่อลอย ทว่าอีกฝ่ายยังคงคอยให้เขารับเอากระบอกน้ำนั้นไปอย่างไม่ยอมแพ้

 


“แต่ข้ากระหาย” พร้อมทั้งเขย่ากระบอกน้ำไปมาเพื่อเป็นการบอกเร่งให้ป๋ายเซียนรีบรับมันไป “ข้ายังต้องอยู่บนเกี้ยวแคบๆนี่อีกเป็นวันๆ หวังว่าผู้ที่กินอิ่มนอนหลับดีโดยมิต้องเผชิญแดดและลมหนาวเช่นท่านจะเมตตาข้านะ” คำพูดยืดยาวและการกดยิ้มน้อยๆจนลักยิ้มปรากฏบนข้างแก้มนั้นทำเอาป๋ายเซียนเลิกคิ้วมอง ก่อนจะหัวเราะร่วนออกมาอย่างขบขัน


 

“ท่านพูดเหมือนตอนนั้นไม่มีผิด” ตอนที่ได้ร่วมเดินทางด้วยกันครั้งแรก ป๋ายเซียนยังคงจำได้ “จำได้อย่างไรน่ะ” ถามพลางรับเอากระบอกน้ำมาช่วยเปิดจุกให้แต่โดยดี


 

“ท่านเองยังจำได้ แล้วเหตุใดเจ้าของคำพูดอย่างข้าจะจำมันไม่ได้ล่ะ” องค์ชายหนุ่มกล่าวยิ้มๆก่อนจะย้ายฝั่งมานั่งเบียดข้างๆองค์ชายป๋ายเซียน ให้พื้นที่ในเกี้ยวรถม้ายิ่งแคบลงไป แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้องค์ชายป๋ายเซียนว่าอะไร กลับขยับที่นั่งให้เขาด้วยซ้ำ


 

“แล้วหนนี้แกล้งข้าอีกหรือเปล่า”


 

“ข้าน่ะหรือเคยแกล้งท่าน” คนฟังยิ้มหมั่นไส้ ส่งกระบอกน้ำคืนให้พระสวามีทว่าอีกฝ่ายกลับเก็บมือหนีแล้วพยักพเยิดหน้าบอกให้ป้อน


 

“ที่ท่านกำลังทำอยู่นี่ก็เรียกว่าแกล้งข้าเหมือนกัน”


 

“แล้วจะยอมตามใจข้าหรือเปล่า”


 

“ท่านมันถูกตามใจจนเคยตัว” องค์ชายน้อยยัดกระบอกน้ำใส่ลงในหัตถ์หนา “หัดทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง” กำลังจะชักมือหนีทว่าถูกคนเจ้าเล่ห์คว้าไว้ทัน องค์ชายสามบังคับให้องค์ชายป๋ายเซียนจับกระบอกน้ำนั้นไว้ ขณะที่มือของตัวเองวางซ้อนอยู่ด้านบน ค่อยๆดึงทั้งหัตถ์น้อยและกระบอกน้ำมาชิดริมฝีปากตน ก่อนจะละเลียดจิบน้ำด้วยสีหน้าชื่นใจ

 


“เจ้าเล่ห์นัก...”


 

“อยากทำมากกว่านี้ด้วยซ้ำ” เขาวางกระบอกน้ำลงยังฝั่งที่เคยนั่ง หันมากุมหัตถ์น้อยให้เต็มมือแล้วแนบมันลงบนแก้มอุ่นของตนเอง สายพระเนตรจับจ้องแต่เพียงใบหน้านวลจนผู้ถูกจ้องต้องผินหน้าหนี ท่าทางเอียงอายที่เป็นธรรมชาตินั้นทำให้เขามอบจุมพิตเบาๆฝากไว้ที่ปรางผ่องอย่างไม่อาจห้ามใจ

 

 


จุ๊บ...

 

 


“อ...”


 

“เมื่อไหร่เจ้าจะเลิกเขินพี่แล้วหันมาสบตากันดีๆ” ปลายคางเรียวถูกจับให้หันมาสบตากัน...ดวงเนตรคมหวานล้ำมองเหมือนจะกลืนกิน กลั่นแกล้งกันให้หน้าเห่อร้อนเล่นด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่มุมปาก

 


“ถ้ารู้ว่าน่ารังแกถึงเพียงนี้ตอนนั้นข้าคงไม่ควบม้าให้เมื่อย สู้เข้ามานั่งเบียดท่านอยู่ในนี้ยังจะดีเสียกว่า”

 


“แล้วตอนนั้นท่านพิศวาสข้าแล้วหรือ”


 

“นั้นสินะ...” องค์ชายหนุ่มทำท่านึกแล้วขำออกมาเบาๆเช่นเดียวกับองค์ชายป๋ายเซียน หัตถ์เล็กบีบปลายจมูกโด่งด้วยความหมั่นไส้ สบสายตาไม่ถอนหนีไปทางไหนอีกแล้ว


 

“ท่านมันคนเจ้าเล่ห์ เลือกข้าทั้งที่ไม่มีใจให้สักนิด”


 

“แต่ตอนนี้ก็ให้ไปหมดทั้งใจแล้วไม่ใช่หรือ”


 

“แต่ก่อนหน้านั้นก็ทำให้ข้าทุกข์ใจจนแทบทนไม่ไหว”


 

“แต่ก็ยังอดทนเพราะมีใจให้ข้าเหมือนกัน”


 

“หลงตัวเอง”


 

“ท่านหวงข้า หญิงใดเข้ามาใกล้ก็ไม่เคยพอใจ ข้าหายไปก็ดั้นด้นเสี่ยงอันตรายออกไปตามหา”


 

“นั่นเพราะท่านทำตัวเหลวไหลต่างหาก”


 

“คนไม่มีใจที่ไหนเค้าเอาแต่เขินอายและหลบตากันตลอดเวลา”


 

“ไม่ใช่ตลอดเวลาซักหน่อย”


 

“ยอมให้ข้ากอด ยอมให้ข้าจูบ แล้วก็---” อุ้งหัตถ์เล็กทาบปิดปากคนร้ายกาจที่เอาแต่สาธยายเรื่องน่าอายออกมาไม่หยุด “พอแล้ว...” โขลกหน้าผากตนลงบนหน้าผากแข็งๆของอีกฝ่ายเบาๆก่อนจะแนบกันไว้อย่างนั้นไม่ยอมถอนจาก


 

“ยอมแล้วก็ได้ เลิกพูดเรื่องน่าอายพวกนั้นเสียที...” คนฟังหัวเราะเสียงทุ้มอยู่ในลำคอ เกลี่ยปลายจมูกน้อยด้วยปลายจมูกตนไปมา หัตถ์สัมผัสเสี้ยวหน้านวล แนบชิดกันจนลมหายใจประสานกันเป็นหนึ่งเดียว

 


 

...ก่อนเรียวปากทั้งสองจะเคลื่อนเข้าหากันช้าๆ...

 


 

ประกบจูบเนิบนาบ...สัมผัสกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป...ละเลียดละไมชิมรสจูบด้วยหัวใจดวงเดียวกัน วงแขนน้อยตวัดโอบรอบคอองค์ชายหนุ่ม ต่างคนต่างเอียงหน้ารับจูบกันด้วยความเต็มใจ ไม่ว่าจะเคยผ่านอะไรมาและต่อไปจะต้องเผชิญกับเรื่องอะไรก็รู้สึกอุ่นใจเหลือเกินเพราะมีกันและกัน...

 


“ท่านไม่ได้แค่จะไปส่งข้า แต่จะอยู่กับข้าด้วยใช่ไหม” เมื่อถอนริมฝีปากออกจากกัน องค์ชายน้อยก็ซบหน้าลงบนไหล่กว้างพลางอ้อนถามเสียงหวานทันที วงแขนยังคงกระชับกอดรอบคอองค์ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อย “ใช่ไหมท่านพี่...”


 

คนถูกอ้อนเลียริมฝีปากตนก่อนก้มลงมองใบหน้าหวานของพระชายา นึกไม่ถึงเลยว่าจะถูกออดอ้อนในเวลาแบบนี้...ในตอนที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว สตรีงามกี่สิบกี่ร้อยคนอ้อนเอาใจก็ไม่หวั่นไหวอยากตามใจเท่ากับคนในอ้อมแขนนี้

 

 

“ต่อให้ไล่ ก็จะไม่ไปไหน”

 

 

ทั้งกายใจจะยกให้องค์ชายเปี้ยนผู้นี้ผู้เดียว

 

 

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพี่จะอยู่ข้างๆเจ้าไม่ไปไหนป๋ายเซียน” เขารู้ว่าคนรักเป็นกังวล รู้ว่าไม่สบายใจ อาการเซื่องซึมเขาสังเกตเห็นมันทุกครั้งถึงได้หาเรื่องมาเย้าเล่นเพื่อให้อีกฝ่ายได้ผ่อนคลาย “ทำใจให้สบาย อย่าได้เป็นกังวลกับเรื่องใดเลย” ประทับจูบอ่อนโยนลงบนหน้าผากมนเพื่อปลอบประโลมให้อีกฝ่ายได้วางใจ...

 


ว่าไม่ว่าจะเป็นโชซอน แผ่นดินเปี้ยน หรือที่แห่งไหน


 

ป๋ายเซียนก็จะมีชานยอล.



 



 

#สะใภ้บรรณาการ


 







 

เปิดโอนเล่มชายสามวันที่ 3 มีนาคม 2560 นี้แล้วนะรู้กันหรือยั๊งงง

ทุกคนที่โอนวันแรกจะได้รับของแถมพิเศษ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในลิ้ง>> https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSctc-iOQAVgWOpYbv9aB-ywCrbUhPaIwjpUAREyHu_Fh1VPIw/viewform?c=0&w=1

 



 

/ขอโทษที่หายไปนานนะคะ กลับมาจากรับปริญญาก็พักยาวหน่อยให้หายเหนื่อย @.@  ฟิคเหลืออีกแค่ตอนเดียว กับอีก1บทส่งท้ายแล้ว (ใจหายเนาะ TT) ใครคิดถึงกัน อยากเก็บรูปเล่มไว้เป็นความทรงจำดีๆก็อุดหนุนกันได้เลย มีตอนพิเศษที่ไม่มีในเว็บอีกสามตอนค่า  

         CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 499 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,413 ความคิดเห็น

  1. #10358 EATWELL (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 13:56

    ชานยอลขึ้นครองเมืองเปี้ยนแน่เลย

    #10,358
    0
  2. #10335 nnichamonn (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 15:56
    หวานมดยังเอือม
    #10,335
    0
  3. #10320 Pinkkaboo (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 09:42
    หวานไปหมด
    #10,320
    0
  4. #10242 Rain (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 20:26

    ไม่อยากให้จบแงงงงง อยากมีซักพันตอน

    #10,242
    0
  5. #10211 pjmmm. (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 21:41
    เห้ยย หรือองค์ชายสามจะได้เป็นกษัตริย์ของแผ่นดินเปี้ยน!? หืมๆๆๆๆๆๆๆ
    #10,211
    0
  6. #10074 PRAE.VV (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 02:30
    รักกันจ่นนนนนน ก่อนหน้านี้หละแทบตาย!
    #10,074
    0
  7. #9944 pbcy (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 10:03
    น่ารักจีงๆๆๆๆ เห็นการกระทำแต่ละอย่างคือรู้สึกได้เลยว่ารักกันมากๆๆ ยัยน้องมาออดอ้อนเรียกท่านพี่งี้ หลงเมียหนักกว่าเดิมอีกมั้งองค์ชาย
    #9,944
    0
  8. #9910 IPINOCKIO (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 20:13
    เกร้ดดดดดดดดดดด วงวารองค์ชายห้า แต่ที่น่าสงสารที่สุดก็นางกำนัลหน้าห้องนี่แหละ อิฉันน่ะอยากจะแบบให้เราเข้าเฝ้าเอง เราจะนั่งเฝ้าหน้าห้องแทนพวกเธอเอ๊งงงงง เราหวังดี๊ ชานยอลจัดหนักจัดเต็มมาก ซี๊ดดดดดดดดด แซ่บบบบ
    ร่วมทุกข์ร่วมสุขสมชื่อตอนจริงๆ ชอบเวลาป๋ายอ้อนจังเลย มีท่านพงท่านพี่ด้วย น่าร๊ากกกกกกกกกกก
    #9,910
    0
  9. #9873 heykiki (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 00:27
    น่าร้ากมากกกกกก ใจระทวยตอนน้องอ้อนพี่ แงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #9,873
    0
  10. #9766 juliannaaa_ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 20:26
    องค์ชายห้าน่ารัก5555555
    #9,766
    0
  11. #9733 `EHH,,ออมไก่ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 22:22
    สงสารองค์ชายห้า555555555555
    #9,733
    0
  12. #9722 -FL- (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:48
    อ้อนเก่งจังง
    #9,722
    0
  13. #9666 bemysunshine (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 10:49
    ฮื่อออ หวานกันจังเลย ดีแล้วที่เข้าใจกันซักที ขอให้รักกันเช่นนี้ตลอดไปเลยน้า
    #9,666
    0
  14. #9619 Park Nokia. (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 12:37
    ระหว่างทางจะไม่เกิดอะไรใช่มะ??
    #9,619
    0
  15. #9565 lad1988da (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 11:28

    ชายสามร้ายกาจมาก สงสารชายห้าต้องมาเป็นสหายกับคนเจ้าเล่ห์เอาแต่ใจ5555

    ขอให้เรื่องของป๋ายผ่านไปด้วยดีนะ

    #9,565
    0
  16. #9559 JJBH (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 21:00
    น่ารักมากตอนนี้ วงวารเซฮุนอีกละนะ 5555
    #9,559
    0
  17. #9541 chootikarn (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 18:33
    สงสารองค์ชายห้า 5555
    #9,541
    0
  18. #9508 sunshinyi19 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 23:32
    ร่วมทุกข์ร่วมสุขมากจีๆ
    #9,508
    0
  19. #9507 sunshinyi19 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 23:32
    สงสารเซฮุ๊นนน55555
    #9,507
    0
  20. #9329 CBforever (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 14:38
    ร้อนแรงกันเว่อ 555555555555+
    #9,329
    0
  21. #9295 pcanthrskul (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 15:20
    เขินแทนนางกำนัล555565
    #9,295
    0
  22. #9273 IOOIOIIIIO (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 18:20
    โอ้โห!! ต้องขนาดไหนอะ ถึงมีกลิ่นความคาวติดอยู่ 55555555 วงวาร
    #9,273
    0
  23. #9196 sehun-hunhan (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 13:49
    อ๋ออออ ที่ว่าจะครองแผ่นดินคือแผ่นดินเปี้ยนสินะ
    #9,196
    0
  24. #9119 therealcin (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 15:00
    กรี๊ดดดดเขิน
    #9,119
    0
  25. #9113 naaanaaan111111 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 22:46
    ถ้าองค์ชายห้าจะหาพระชายา หม่อมฉันเสนอตัวเพค่ะ แค่กๆๆๆ
    #9,113
    0