สะใภ้บรรณาการ (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 32 : 30 - ป๋ายเซียน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,424
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 648 ครั้ง
    23 ม.ค. 60


 -30-

ป๋ายเซียน







 

 

 

บ่ายคล้อยองค์ชายสามพาพระชายากลับคืนสู่ตำหนักเล็ก

 

 


สีพระพักตร์เรียบเฉยของทั้งคู่บอกให้รู้ว่าการร่วมทางกันก่อนหน้าจนกระทั่งตอนนี้ไม่ได้ราบรื่นเท่าไหร่นัก หาใช่ว่าทะเลาะบาดหมางกันอีก แต่เพราะคำตอบขององค์ชายป๋ายเซียนที่ได้ตอบออกไปก่อนที่ทุกอย่างจะตกอยู่ในความเงียบงันต่างหาก...บรรยากาศจึงดูเปลี่ยนไป

 

 

 

ระหว่างเรามันไม่ได้เริ่มต้นจากความรู้สึกที่ดี ไม่คิดหรือว่าบางทีมันยังต้องใช้เวลา

 

 

 

            เพียงประโยคเดียวทว่าทำเอาองค์ชายหนุ่มถึงกับเงียบกริบ ป๋ายเซียนไม่ได้ยินเสียงทุ้มๆของคนข้างหลังอีกเลยนับจากตัวเองเอ่ยออกไปเช่นนั้น ลมหายใจร้อนๆที่รินรดอยู่หลังคอทำให้หวั่นไหว วาจาสัตย์ที่บอกต่อกันหาใช่ว่าไม่สนใจ แต่เพราะไม่ว่าจะตรึกตรองดูอย่างไรป๋ายเซียนก็ยังคิดว่าความสัมพันธ์ของตนและองค์ชายสามยังคงต้องใช้เวลา


 

          ใช้เวลาทบทวนและทำความเข้าใจกัน


 

ให้เวลาช่วยยืนยันว่ายังสามารถกลับไปอยู่ร่วมกันได้


 

 ป๋ายเซียนแค่ต้องการเวลา ไม่อยากเร่งรัดความสัมพันธ์เพราะกลัวว่ามันจะลงเอยอย่างเช่นที่แล้วมาอีก แต่ดูเหมือนคำพูดของตนจะมีผลต่อคนบางคนมากกว่าที่คิด องค์ชายสามเงียบสนิทจนน่าใจหาย ทั้งที่พากลับมาส่งถึงตำหนักแต่กลับไม่พูดไม่จา มองแล้วนึกสงสาร อยากกลับคืนคำหลายครั้งหลายคราทว่าทำได้เพียงลอบมองดูเขาเงียบๆไม่ต่างกัน

 

 

“จะกลับเลยหรือ?

 

 

คำถามของพระชายาทำให้องค์ชายหนุ่มที่กำลังจะกลับออกไปชะงักฝีเท้า ค่อยๆหันกลับมาหาอีกครั้งด้วยสีพระพักตร์ไม่แน่ใจ พลอยให้องค์ชายน้อยที่รั้งคนรักไว้ด้วยคำถามเริ่มไม่แน่ใจไปด้วยอีกคน

 


ไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าใช่องค์ชายสามคนเดียวกับที่เคยรู้จักหรือไม่ เพราะองค์ชายผู้นั้นไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งใด ซ้ำร้ายจะทำตัวขวางโลกยิ่งกว่าเก่า แต่ดูตอนนี้สิ...ไม่มีปากมีเสียง ท่าทางคล้ายลูกแมวที่เชื่องและเซื่องซึม มาส่งถึงตำหนักแต่ไม่ยักกะเรียกร้องอะไรต่อสักคำ กลับทำท่าทางจะจากกันไปทันที ไม่รู้ว่ากลายเป็นคนจริงจังเช่นนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่

 


“ข้าคิดว่าท่านอยากจะเข้าไปข้างในด้วยกันเสียอีก”

 


“...”

 


“ไม่ใช่หรอกหรือ?” พอได้ยินเช่นนั้นองค์ชายหนุ่มรีบขยับเข้ามาใกล้ราวกับกลัวว่าอีกคนจะเปลี่ยนใจ รอยบุ๋มข้างแก้มจากการกลั้นยิ้มบอกให้รู้ว่าเขาดีใจมากแค่ไหนกับการได้ยินคำพูดที่ดูเป็นการชักชวนกลายๆของพระชายา

 


“ข้าไม่คิดว่าท่านจะอนุญาต”


 

องค์ชายป๋ายเซียนก้มหน้าพลางเอามือป้องปากกลั้นขำให้กับท่าทางขององค์ชายสาม รู้สึกเห็นใจและขำในเวลาเดียวกัน แต่ก็ยังพยายามรักษาท่าทีเพราะไม่อยากเป็นคนใจง่าย หากแต่ก็ไม่ได้เก่งพอที่จะละเลยความรู้สึกคนรักได้โดยไม่รู้สึกใดๆเหมือนกัน


 

 ยังไม่กลับไป ไม่ได้หมายความว่าห้ามเข้าใกล้ให้เข้าใกล้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้ทำอะไรตามใจชอบได้อย่างเดิม ป๋ายเซียนอยากให้มันค่อยเป็นค่อยไป รู้สึกมากมายแค่ไหนก็ต้องอดทน

 



ยิ่งได้มายาก ยิ่งเห็นคุณค่า



 

ครั้งหนึ่งเคยเป็นเครื่องบรรณาการที่ถูกประทานให้ง่ายดาย  ความรู้สึกถูกทำลายก็เพราะอีกฝ่ายได้ทุกอย่างง่ายเกินไป ครั้งนี้ถึงต้องพึงระวังให้มาก...

 


“เห็นว่ายังเจ็บ แต่ก็ยังอุตส่าห์เดินมาส่งหากจะให้กลับโดยไม่ให้พักเลยคงดูใจจืดใจดำเกินไป” แม้ไม่สามารถอภัยให้ได้ทันทีแต่ก็ยังอยากดูแลจนอีกฝ่ายหายดีเพื่อที่ตัวเองจะได้สบายใจ “หากยังไม่รีบกลับ ก็เข้ามาก่อนสิ”

 


ไม่รอดูปฏิกิริยาหลังได้รับคำเชิญของอีกฝ่าย องค์ชายป๋ายเซียนหมุนตัวเข้าประตูตำหนักทันที เป็นเหตุให้นางกำนัลรับใช้และทหารที่กำลังแอบดูกันอยู่วงแตกกระเจิง รีบก้มหน้าหลบสายพระเนตรขององค์ชายน้อยกันยกใหญ่ ไม่วายดันหลังท่านองครักษ์อี้ชิงและแทมินให้ออกไปรับหน้า

 


“ถวายบังคมองค์ชายสาม พระชายา”

 


องค์ชายน้อยหยุดยืนมองสององครักษ์ครู่หนึ่ง การก้มหน้าหลบสายตาเขาแต่กลับลอบสบตาองค์ชายสามนั่นมันอย่างไรกัน สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลหากแต่ก็ไม่ได้ซักถามใดๆ

 


เขาเดินต่อไปตามทางซึ่งทอดยาวสู่ภายในตำหนัก ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่ดังตุบตับตามมาข้างหลัง ทว่าต่อจากนั้นกลับพบเพียงองค์ชายสามผู้เดียวที่ยังเหลืออยู่

 


“ดูเหมือนคนตำหนักนี้จะเป็นคนของท่านนะ”

 


เพราะแม้แต่นางกำนัลที่เคยเฝ้าประจำอยู่หน้าห้องบรรทมก็พากันออกไปหมดเมื่อพวกเขามาถึง ทั้งยังช่วยเปิดปิดประตูห้องให้อย่างรู้งานราวกับตระเตรียมกันมาดี หรือไม่ก็รู้เห็นเป็นใจให้คนเป็นสามีภรรยากลับไปคืนดีกัน

 


“รู้งานกันเหลือเกิน...” ส่ายหน้าพลางปรายตามององค์ชายหนุ่มที่ตัวสูงยิ่งกว่าประตูห้องขยับกายตามเข้ามา รู้ว่ากำลังถูกมองอย่างไม่วางตา แต่ก็เลือกที่จะผินหน้าไปอีกทางเพื่อไม่ให้ตกเป็นรองในสถานการณ์ที่ตัวเองเป็นฝ่ายเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายเข้ามาเอง

 


“ก็ดีแล้ว จะได้มีแค่เราสองคน” ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นกายที่คุ้นชินทำเอาใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ “อนุญาตให้ข้าอยู่ในนี้ได้นานเท่าไหร่..”

 


น่าตลกที่เคยผ่านอะไรกันมามากแต่ป๋ายเซียนยังคงรู้สึกประหม่าเหมือนครั้งแรกที่ได้เจอกัน แก้มร้อนผะผ่าวขึ้นมาทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ทำอะไรนอกจากคอยมอง “ข้าจะได้รู้ว่าควรทำอะไรกับเวลาที่เหลือ”

 


ป๋ายเซียนเลือกที่จะเงียบ ตอนที่ชวนเข้ามาด้วยกันเขาไม่ได้คิดคำตอบของคำถามนี้เผื่อไว้จริงๆ หากตอบว่าแล้วแต่ความพอใจของอีกฝ่ายก็คงจะไม่ได้ แต่จะให้ตอบตามใจตัวเองก็ไม่รู้อีกเหมือนกัน

 


เพราะไม่รู้จะให้คำตอบแบบไหนเขาจึงย้ายตัวเองไปนั่งลงบนฟูกนุ่มกลางห้องเพื่อตัดบทสนทนา องค์ชายสามตามมา แต่แทนที่จะประทับลงยังฟูกนั่งฝั่งตรงข้ามร่างสูงกลับมุ่งเข้ามาหาแล้วย่อตัวลงนอนหนุนตักเขาเสียอย่างนั้น

 


“ข้าอนุญาตแล้วหรือ?” องค์ชายป๋ายเซียนไม่ได้โวยวายหรือต่อต้านทันทีอย่างที่คิดไว้ แค่ถามอย่างคนที่กำลังถูกเอาเปรียบ ซึ่งองค์ชายหนุ่มก็เจ้าเล่ห์พอที่จะไม่ยอมลุกออกไปไหน ถูกถลึงตาใส่ก็ยังไม่วายมองตอบ ใช้นัยน์ตาคมซื่อตรงต่อความรู้สึกสะกดองค์ชายน้อยให้อยู่นิ่ง

 


“ให้เวลาถึงแค่พระอาทิตย์ตกดิน...” ถอนหายใจใส่เบาๆอย่างจำยอม ที่จริงก็แสนจะใจอ่อนแต่แค่ไม่ยอมเผยออกไปเท่านั้นเอง “หลังจากนั้นท่านต้องกลับตำหนักตัวเอง”

 


“ไม่เร็วไปหรือ”

 


“ท่านได้ไปมากแล้ว”

 


“แต่ข้ายังเจ็บอยู่ ไหนว่าเห็นแก่ที่ข้าช่วยชีวิตไว้อย่างไร”

 


ทีอย่างนี้ล่ะทวงบุญคุณ

 


“ในวังหลวงมีคนดูแลท่านตั้งมากมาย ข้าจะสั่งให้คนไปบอกองค์ชายห้าให้ก็ได้”

 


“ข้าไม่ได้อยากได้องค์ชายห้า”

 


“เช่นนั้นก็หมอหลวง---”

 


“ข้าไม่อยากได้ใครทั้งนั้น คนเดียวที่ข้าต้องการคือใครท่านเองก็น่าจะรู้”

 


“...”


 

“ข้าเข้าใจว่ามันต้องใช้เวลา” องค์ชายสามจับหัตถ์น้อยขึ้นมาแนบแก้ม “ขอเพียงรับปากว่าจะกลับมา นานแค่ไหนข้าก็จะรอ” ริมฝีปากสีซีดประทับจูบเบาๆลงบนหลังหัตถ์น้อย องค์ชายป๋ายเซียนไม่ได้ว่าอะไร..มองสร้อยคอสีเงินที่มีจี้ประดับเป็นแหวนหยกหนึ่งวงโผล่พ้นออกมาจากเสื้อคลุมขององค์ชายสามแล้วใช้มือที่ว่างอีกข้างช้อนมันขึ้นมาดู


  

คิดถึง...

 

 

วันที่เลือกถอดมันออกใจเจ็บจนหลับไม่ลงไปหลายราตรี เห็นอีกฝ่ายใส่มันติดกายไว้เช่นนี้ความคิดมากมายก็หลั่งไหลเข้ามา มันก็ไม่นานนักที่ได้มาอยู่ที่นี่ แต่ก็มีหลากหลายเรื่องราวเหลือเกินที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขา

 


“ถึงข้าจะถูกถวายตัวให้ท่านโดยไม่ได้เต็มใจ แต่ข้าก็ไม่เคยคิดมีใครที่ไหน”

 


“ข้าผิดเอง”

 


“ไม่ใช่แค่องค์ชายสอง กับใครข้าก็ไม่เคยทั้งนั้น”


 

“ข้าดูถูกน้ำใจท่าน”


 

“จะไม่ทำอีกใช่ไหม?


 

องค์ชายสามพยักหน้า ยืนยันหนักแน่นผ่านสายตา “ตั้งแต่เสียท่านแม่ไป ข้าบอกกับตัวเองเสมอว่าจะไม่ยึดติดกับสิ่งใด เพราะไม่ว่าจะรักแค่ไหนสักวันก็ต้องจากลาอยู่ดี ไม่จากเป็น..ก็จากตาย...” องค์ชายป๋ายเซียนถูกรั้งคอให้โน้มลงไปหา ปลายจมูกทั้งคู่เคลื่อนเข้าหากันช้าๆ..สองสายตาประสานมองกัน..



“หนึ่งชีวิตมันสั้น ข้าถึงเสียใจที่ไม่ทำดีกับท่านตั้งแต่แรก”


 

“เช่นนั้นจากนี้ไปก็ทำมันให้ดีขึ้นสิ” ป๋ายเซียนบอกเสียงเบา ปลายจมูกแนบอยู่กับอวัยวะเดียวกันที่เป็นของอีกฝ่าย “ไม่ว่าในอนาคตเราจะต้องจากเป็นหรือจากตาย ก็ทำต่อจากนี้ให้มันดี”


 

“จะกลับมาหาข้าใช่ไหม”


 

“อืม”


 

“เมื่อไหร่”


 

“ขึ้นอยู่กับท่าน อยากให้ข้ากลับไปก็ทำตัวดีๆ”


 

“พูดแล้วนะ”


 

“อืม” สบตากันอยู่นานก่อนที่องค์ชายสามจะสัมผัสหน้าผากมนด้วยริมฝีปากของตนอย่างแผ่วเบา...ความอ่อนโยนของเขาทำให้องค์ชายน้อยไม่คิดขัดขืน ต่างคนต่างหลับตาซึมซับความรู้สึกที่มีให้กัน ที่น่าขันก็คือการที่ยังไม่ตกลงปลงใจว่าจะกลับไปทันที แต่ป๋ายเซียนกลับยอมอีกฝ่ายทุกอย่าง ยอมแม้กระทั่งเปิดปากให้องค์ชายสามป้อนจูบอีกแล้ว...

 


ห้องบรรทมที่เงียบงันมีเพียงเสียงจูบเบาๆของผู้ที่อยู่ด้านใน พระพักตร์คมเงยขึ้นไปจนเห็นลูกกระเดือกไหวชัด ขณะที่องค์ชายป๋ายเซียนต้องก้มหน้าลงมาจนสุดถึงจะสัมผัสรสจูบของคนอาศัยตักได้อย่างถนัดถี่  

 


“จะรอ...”

 


“อืม”

 


“รออยู่นะ”

 


“รู้แล้ว..”

 


“รู้แล้วก็อย่าให้ข้าคอยนาน ทรมานกันทั้งเป็นมันไม่ดีรู้ไหม”

 

 

เพราะวันใดที่ท่านกลับมา ข้าจะไม่ปล่อยให้ห่างกายหรือปฏิเสธกันได้อีกเลยป๋ายเซียน

 


“รีบกลับมา คิดถึงใจจะขาดแล้ว...”


 

“อื้.ม...~

 



 

40%






 

          หลายสัปดาห์ต่อมา อากาศเย็นยะเยือกเริ่มอุ่นขึ้นบ้างแล้ว ใบไม้ที่เคยปกคลุมด้วยสีขาวโพลนเริ่มผลัดเปลี่ยนเป็นสีสัน บอกถึงวันฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะหมุนเวียนเปลี่ยนเข้ามา

 


เหมือนว่าทุกสรรพสิ่งภายใต้เขตกำแพงพระราชวังโชซอนจะกลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น โดยเฉพาะคนของตำหนักฤดูร้อนและตำหนักเล็ก ทุกคนต่างคอยเอาใจช่วยให้องค์ชายสามเอาชนะใจพระชายาและกลับไปอยู่ด้วยกันในเร็ววัน แต่ถึงอย่างนั้นทุกวันนี้องค์ชายตัวสูงก็เข้าออกตำหนักเล็กบ่อยเป็นว่าเล่นเสียยิ่งกว่าตำหนักตัวเองด้วยซ้ำไป


 

            วันใดว่างเว้นจากกิจราชสำนักเขาก็มักจะมาขลุกอยู่แต่ตำหนักน้อยไม่ยอมไปไหน ทั้งน่าปลื้มใจและช่างเหลือเชื่อที่เดี๋ยวนี้แทบไม่มีประวัติว่าองค์ชายผู้เจ้าสำราญจะออกไปเที่ยวเตร่ข้างนอก นับจากได้อภิเษกสมรสและมีพระชายาเป็นตัวเป็นตนก็เห็นจะไม่เคยไปไหนไกล เอาการเอางานและโตเป็นผู้ใหญ่สมวัยได้สมพระทัยฝ่าบาทและเหล่าเชื้อพระวงศ์


 

            หลายวันก่อนพระมเหสีได้เสด็จมาพร้อมพระพันปีเพื่อเยี่ยมเยือนองค์ชายเปี้ยนถึงตำหนัก ถามไถ่ความเป็นอยู่และได้คุยกันหลายเรื่องราว รวมถึงบอกข่าวที่ป๋ายเซียนไม่เคยรู้มาก่อน...ว่าพรุ่งนี้เป็นวันคล้ายวันประสูติขององค์ชายสาม  

 


 

          แต่วังหลวงจะไม่มีการจัดงานเลี้ยงรื่นเริงใดๆเนื่องจากเป็นวันเดียวกับที่พระสนมซองสิ้นพระชนม์...

 


 

            ป๋ายเซียนจำได้ว่าตอนนั้นตัวเองอึ้งจนนึกถามอะไรต่อไม่ออก รอยยิ้มเอ็นดูที่สตรีสูงศักดิ์มีให้มันไม่ได้กลบนัยน์ตาเศร้าๆของพวกนางแต่อย่างใด ยังสงสัยและอยากรู้เรื่องราวให้มากกว่านี้แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามออกไป คิดว่ามันคงเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ถ้าถามแล้วกระทบกระเทือนจิตใจใครป๋ายเซียนขอเลือกที่จะเงียบดีกว่า

 


            แต่ก็ทำเอาคืนนั้นทั้งคืนนอนไม่หลับ พอรู้ว่าคนที่ตนรักมีอดีตที่แสนขื่นขมสมองก็คิดไปต่างๆนาๆ ใครจะไปคิดล่ะว่าผู้ที่เอาแต่สนุกไปวันๆจะเคยมีอดีตที่ไม่น่าจดจำขนาดนี้

 


ต้องเข้มแข็งขนาดไหนกันถึงจะกลับมามีรอยยิ้มที่สดใสได้สูญเสียแม่ในวันเกิด พ่อเป็นกษัตริย์ มีภาระหน้าที่ให้รับผิดชอบมากมาย อีกฝ่ายจะโหยหาความรักความเข้าใจก็ไม่แปลกใจเลย

 


 

“วาดภาพเหมือนให้ก็เป็นความคิดที่ดีไม่น้อย...”


 

“ปักผ้าเช็ดหน้าถวายดีกว่า ข้าเห็นท่านแม่ปักให้ท่านพ่ออยู่บ่อยๆ”


 

“ปักผ้าต้องใช้เวลา องค์ชายของข้าไม่ได้ถนัดงานสตรีถึงจะทำมันให้เสร็จภายในคืนเดียวได้นะแทมิน”


 

“แต่ภาพเหมือนองค์ชายของข้าก็วาดได้”


 

“ก็นั่นมันฝีพระหัตถ์ขององค์ชายเจ้า ไม่ใช่องค์ชายข้า”


 

“แล้วเจ้ากับข้าจะมาเถียงกันทำไมอี้ชิง อันที่จริงพระชายาให้อะไรองค์ชายข้าก็โปรดทั้งนั้นนั่นแหละ...”


 

เสียงถกเถียงกันของอี้ชิงและแทมินทำให้เจ้าของห้องบรรทมส่ายหัวเบาๆ ไม่รู้คิดถูกหรือคิดผิดที่เรียกให้เข้ามาช่วยกันระดมความเห็นว่าจะทำอะไรเป็นของขวัญมอบให้กับเจ้าของวันเกิดในวันพรุ่งนี้...เพราะดูจะเป็นปัญหากันเหลือเกิน

 


“องค์ชายของเจ้าโปรดอะไรบ้างแทมิน”


 

“ไม่เคยเห็นว่าโปรดสิ่งใดเป็นพิเศษนะพ่ะย่ะค่ะ อ่อ...พระชายาไงพ่ะย่ะค่ะ ท่าทางจะโปรดที่สุดแล้ว” แทมินและอี้ชิงหลุดยิ้ม ทีเรื่องอย่างนี้ล่ะสามัคคีกัน พระชายาที่นั่งส่องกระจกอยู่หันมาถลึงเนตรดุกลายๆก่อนจะหันกลับไปให้นางกำนัลช่วยแต่งตัวต่อ


 

“จริงๆแค่เป่าเพลงขลุ่ยถวายอย่างเช่นทุกวันก็น่าจะพึงพอแล้ว ไม่ต้องให้สิ่งใดองค์ชายของข้าก็มีความสุข...”

 


“เอาใหญ่แล้วนะแทมิน กล้าล้อข้าหรอ”


 

“มิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ ข้าแค่พูดความจริงเอง...”


 

“ระวังจะไม่ได้เข้าตำหนักทั้งนายทั้งบ่าว”


 

“โถ่...” ป๋ายเซียนแค่นยิ้มขำ มองแทมินนั่งโอดครวญกับอี้ชิงผ่านกระจกบานเล็กตรงหน้า ใครๆต่างรู้กันหมดว่าเขาเป่าขลุ่ยถวายองค์ชายสามทุกวัน ก็เสียงดนตรีแสนไพเราะดังลอดออกไปเสียขนาดนั้น จะมีกี่คนกันที่จะไม่ได้ยิน


 

แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ยังไม่มีใครรู้คือทุกครั้งที่ป๋ายเซียนเป่าขลุ่ยผิว องค์ชายสามจะยึดตักอุ่นๆของเขาหนุนนอนต่างหมอนราวกับว่าเป็นของคู่กัน

 


ไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้เข้ามา ถ้าหากพวกเขาอยู่ในห้องอันเป็นส่วนตัวนั้น...เพราะมันคงน่าอายไม่น้อยถ้าหากทุกคนต้องมารับรู้ความปากกับใจไม่ตรงกันของเขา ที่ทำเป็นใจแข็งต่อหน้าทุกคน แต่พออยู่กันตามลำพังสองคนกลับยอมให้อีกฝ่ายถึงเนื้อถึงตัวเสมอ


 

“อาหารล่ะ?


 

“พ่ะย่ะค่ะ?


 

“หากว่าเป็นอาหารหรือขนมหวาน พอจะรู้ไหมว่าองค์ชายของเจ้าโปรดอะไรบ้าง”


 

“เอ๋...ก็..เสวยได้ทุกอย่างนะพ่ะย่ะค่ะ ว่าแต่..องค์ชายทำเป็นหรือ?” คนถูกถามค่อยๆหันคอกลับไปมองแทมิน คำตอบที่จะได้ยินอี้ชิงรู้มันดีอยู่แล้ว ถึงนึกอยากกุมขมับกับความยุ่งยากที่กำลังจะตามมา


 

“ไม่เป็น แต่คนของห้องเครื่องน่าจะช่วยข้าได้นะ”


 

 







 

แตกตื่นกันทั้งโรงครัว แทมินได้ยินคำพูดของท่านแม่ลอยลิ่วเข้ามาในหัวอีกครั้งก็ตอนนี้  ตั้งแต่เขานำเสด็จองค์ชายน้อยของแผ่นดินเปี้ยนเข้ามาในห้องเครื่อง นางในที่รับผิดชอบฝ่ายเครื่องเสวยของฝ่าบาทและเหล่าเชื้อพระวงศ์ในที่นั้นต่างพากันแตกตื่นเหมือนผึ้งแตกรัง


 

ใครจะไปคิดฝันว่าอยู่กันดีๆจะมีเชื้อพระวงศ์เสด็จลงมาโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าแบบนี้  ขนาดฮันซังกุงผู้ครองตำแหน่งสูงสุดของนางในยังถึงกับงง เห็นชุดสีชมพูสดลอยเด่นมาแต่ไกล ก็อุตส่าห์คิดกันไปว่าคงเป็นขุนนางยศใหญ่สักคนเดินเข้ามา ที่ไหนได้...บารมีศักดิ์สูงใหญ่กว่าที่คาดกันไปมากโข


 

พระพักตร์อ่อนเยาว์และผิวพรรณผุดผ่องขององค์ชายน้อยโดดเด่นกว่าใครๆ แต่เพราะนางในถูกสั่งสอนมาว่าห้ามจ้องพระพักตร์เหล่าเชื้อพระวงศ์ พวกนางถึงต้องรีบก้มหน้าก้มตา พากันไปรวมตัวยืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยตรงด้านหลังของฮันซังกุง  กลิ่นอาหารและเครื่องเทศลอยฟุ้ง องค์ชายน้อยกวาดตามองไปรอบๆ อุปกรณ์ทำครัวครบครันและวัตถุดิบมากมายนั้นทำให้เขาเผยยิ้มพึงใจออกมา


 

“ไม่พบหน้ากันนานเลยนะ ฮันซังกุง”


 

“เพคะ” หญิงแก่ประสบการณ์พยักหน้ารับคำองค์ชายป๋ายเซียนด้วยกิริยาเรียบร้อย รู้สึกแปลกใจจริงๆที่ในวันนี้องค์ชายน้อยเสด็จมา ขึ้นชื่อว่าห้องเครื่อง หากจะมีเชื้อพระวงศ์สักพระองค์เสด็จลงมาก็เห็นจะมีแต่สตรี องค์ชายองค์อื่นหรือก็แทบจะจำความไม่ได้


 

“ประสงค์สิ่งใดหรือเพคะ ถึงได้เสด็จมาด้วยองค์เองถึงที่นี่” นางเหลือบมองลูกท่านราชเลขาอย่างแทมินอย่างต้องการคำอธิบาย เด็กหนุ่มส่งยิ้มเจื่อนให้ ข้างกายมีองครักษ์ส่วนพระองค์ขององค์ชายป๋ายเซียนยืนทำหน้าเหมือนอยากจะห้าม แต่ดูเหมือนจะไม่ถูกรับฟัง


 

“ข้าจะมาเรียนทำขนม”


 

“หา..?!” นางในพากันส่งเสียงฮือฮา ก่อนจะรีบงับปากให้เบาเสียงลงตอนที่ฮันซังกุงหันมาตวัดสายตาดุๆให้

 


“ทำขนมหรือเพคะ?


 

“อืม” ร่างเล็กของคนที่บอกจะมาเรียนทำขนมเดินสำรวจไปทั่วห้องเครื่องอย่างสนอกสนใจ ไม่ได้ดูเลยว่าคำพูดตัวเองกำลังทำให้กี่ชีวิตต้องออกอาการเกร็ง


 

“เหตุใดจึงอยากเรียนทำขนมล่ะเพคะ?


 

“ข้าว่าง”

 


“อ่า...”


 

“มีใครพอจะสอนข้าได้บ้าง ข้าอยากทำให้เสร็จภายในคืนนี้”


 

“คืนนี้?!” เป็นอีกครั้งที่นางในรู้สึกงุนงง ว่างแบบไหนกันถึงอยากเรียนสูตรทำขนมเร่งรัดขนาดนี้ หากไม่มีความรู้พื้นฐานและฝีมือทางด้านนี้มาก่อนมันก็ยากที่จะเป็นไปได้อย่างที่ทรงต้องการ ซึ่งดูจากการชะง้อคอมองวัตถุดิบและอุปกรณ์ด้วยสีพระพักตร์เหมือนคนเพิ่งเคยพบเคยเจอครั้งแรกนั้นพวกนางก็พอจะเดาๆกันได้


 

 

ว่าต้องลำบาก...


 

 

“เคยทำมาก่อนไหมเพคะ”


 

“ไม่”

 


“แล้วทรงทำอะไรเป็นบ้าง” คนถูกถามมองกลับตาใส ไม่พูดอะไรเหล่าสตรีฝ่ายครัวก็รู้คำตอบกันทันที “หากไม่เคยหยิบจับอะไรมาก่อนจะทำให้เป็นและเสร็จภายในวันเดียวคงยาก ค่อยๆหัดไปไม่ดีกว่าหรือเพคะ หรือหากรีบเอาวันนี้ก็ให้พวกเราทำให้เสวยก่อน...”


 

“ไม่ได้”


 

“...”

 


องค์ชายน้อยกระแอมไอ ส่งสายตาให้จางอี้ชิงเดินเข้าไปกระซิบบอกเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมตนถึงต้องการขนมฝีมือตัวเองภายในคืนนี้ให้กับฮันซังกุงรู้ ทันทีที่นางได้ทราบก็ถึงกับหลุดขำเบาๆออกมาด้วยความเอ็นดู

 


“ได้มั้ย?” เลิกคิ้วถามอย่างลุ้นๆ นัยน์ตาคาดหวังต่อคำตอบของฮันซังกุงเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อนางพยักหน้าให้อย่างใจอ่อนก็เผยยิ้มกว้างเสียจนแก้มยก นางในชั้นผู้น้อยเห็นแล้วถึงกับตกหลุมรักรอยยิ้มสวยนั้นตามๆกัน

 


“ตามข้ามาช่วยองค์ชายทางนี้สักสี่ห้าคน ส่วนพวกเจ้าที่เหลือมีอะไรก็ไปทำกันต่อ”

 


“ค่ะ ฮันซังกุง”


 

  หญิงตำแหน่งสูง บนศีรษะประดับผมปลอมบอกถึงอำนาจเหนือกว่าสตรีใดในห้องแห่งนี้เดินแช่มช้าไปทางอีกฝั่งของห้องเครื่อง นางในลูกมือชุดสีเขียวอ่อนสี่ห้าคนที่เรียกหาเข้าไปเชิญเสด็จองค์ชายป๋ายเซียนอย่างรู้งานเพื่อพาตามไป ส่วนสององครักษ์ที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยมองหน้ากันอย่างขอความเห็นว่าควรจะนำตัวเองไปอยู่ส่วนไหน สรุปได้ว่าแคร่ไม้ตรงกลางห้องคือที่พักพิง  

 

 

“อยากทำขนมอะไรเพคะ?


 

“เขาชอบกินอะไร”


 

“เขาคือใครหรือเพคะ” ป๋ายเซียนอ้าปากค้าง นึกว่าฮันซังกุงจะเป็นสตรีที่เนี้ยบและจริงจังกว่านี้เสียอีก ไม่นึกว่าจะช่างเย้าไม่ต่างจากพวกนางกำนัลและเหล่าองครักษ์

 


“ก็...องค์ชายสาม” รอยยิ้มพอใจของฮันซังกุงทำให้ป๋ายเซียนหน้าร้อนขึ้นมาหน่อยๆ เหล่มองเหล่านางในที่กำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมแป้งและวัตถุดิบทำขนม แต่มุมปากกลับยกยิ้มเหมือนได้ร่วมอยู่ในบทสนทนาแล้วก็ได้แต่ย่นจมูกไม่ชอบใจ


 

รู้ว่าในวังหลวงตัวเองอยู่ตำแหน่งไหน แต่มันก็น่าเขินอายอยู่ดีไม่ใช่หรอที่เป็นบุรุษแต่ต้องมาทำตัวเหมือนพวกแม่บ้านคอยทำอาหารให้สามี อีกอย่างใครๆก็รู้ทั้งนั้นว่าตอนนี้เขากับองค์ชายสามแยกตำหนักกันอยู่ แต่ก็ยังมาทำหน้ากรุ้มกริ่มเหมือนรู้ทันกันหมด


 

 

ให้ตายสิ...

 


 

“หากองค์ชายสามรู้คงปลื้มพระทัยไม่ใช่น้อย”


 

“อืม” ป๋ายเซียนกัดปากตัวเอง “แล้ว...เราจะทำอะไรกันดีล่ะ?” ก็อายแต่ไม่อยากจะเสียเวลา เพราะเดี๋ยวค่ำมืดขึ้นมาจะลำบากไปมากกว่านี้


 

“หากเป็นวันเกิด มูจีแกต๊อก(เค้กข้าวห้าสี)ก็น่ารักดีเพคะ”


 

“จะถูกปากไหม”


 

“องค์ชายสามเสวยง่าย จะเป็นขนมอะไรก็ได้ทั้งนั้นเพคะ”


 

“แล้วโมจิล่ะ รู้สึกว่าเขาจะชอบนะ...”


 

“เพคะ ชับซัลต๊อก เค้กข้าวที่สอดไส้ถั่วหวานองค์ชายสามโปรดปรานไม่น้อย แป้งนำมาดัดแปลงได้หลายอย่าง เอาเป็นว่าข้าจะให้เด็กนำแป้งไปโขลกก่อน ส่วนอยากจะทำอะไรบ้างเราค่อยสรุปกันอีกครั้งดีไหมเพคะ?

 


“อื้ม”

 


“เช่นนั้นตอนนี้องค์ชายเคี่ยวน้ำตาลทางนี้นะเพคะ ข้าให้นางในต้มน้ำรอแล้ว” ป๋ายเซียนกระตือรือร้น รวบแขนเสื้อคลุมขึ้นไปถึงข้อศอกก่อนรับเอาผ้ากันเปื้อนจากนางในมาสวมใส่ ตั้งอกตั้งใจฟังคำแนะนำของฮันซังกุงและนางในผู้ช่วยทุกขั้นตอน

 


 

หวังใจจะได้ขนมจากฝีมือตัวเองสักกล่องไปเป็นของขวัญวันเกิดให้กับพระสวามี...

 

 




 

 

 

 

ในวันเดียวกัน องค์ชายห้าเสด็จมาที่ตำหนักบูรพา เขากวาดสายตามองหาองครักษ์ของพี่ใหญ่เป็นอันดับแรกเมื่อเข้ามาถึง

 


หากเป็นแต่ก่อนคงหากันได้ไม่ยากนัก แต่หลังจากเกิดเรื่องคราวที่แล้วขึ้นลู่หานก็แทบไม่กล้าสู้หน้าใครโดยเฉพาะชานยอล ต้องคอยอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ ถวายงานองค์รัชทายาทเหมือนกันแต่กลับเผชิญหน้ากันอย่างเดิมไม่ได้อีกแล้ว

 


เซฮุนมองหาลู่หานจนเจอ ร่างผอมบางที่ยืนก้มหน้าหลบอยู่หลังเสาต้นใหญ่ทำให้เขาถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนที่จะเดินเข้าไปหา เสียงฝีเท้าเนิบนาบที่ใกล้เข้ามาทำให้ใบหน้าหวานเงยขึ้นมอง

 


“นี่คือสีหน้าของคนที่บอกพร้อมแล้วหรอ?


 

“อืม”


 

“คงไม่ร้องไห้ก่อนจะได้ขอโทษหรอกนะ” เซฮุนกล่าวแกมหยอกเพราะอยากให้อีกคนผ่อนคลาย ที่จริงจากวันที่ช่วยทำแผลเขาก็ไม่ได้เจอลู่หานอีกเลย ซึ่งก็หลายสัปดาห์ทีเดียว จนกระทั่งเมื่อวานอีกฝ่ายมาหาถึงตำหนักและปรับทุกข์ถึงความอึดอัดที่มีต่อชานยอลให้ฟัง


 

“คุยกันแล้วนี่ว่าจะเผชิญความจริง”


 

“ข้าไม่เคยรู้สึกกลัวอะไรเช่นนี้มาก่อนในชีวิต” เซฮุนระบายยิ้มพลางบีบไหล่บางเพื่อให้กำลังใจ รู้ว่ามันยาก แต่เพราะอยากให้เรื่องทุกอย่างมันยุติลู่หานถึงได้เข้ามาบอกเขาอย่างกล้าหาญว่าอยากจะเข้าไปขอขมาชานยอล  ซึ่งเซฮุนเห็นด้วย จึงรับปากว่าวันนี้จะช่วยพาเข้าไปส่งและเขาก็มาจริงๆตามที่ได้ให้สัญญาไว้


 

“ไม่ว่าผลจะออกมาดีหรือร้ายจงเดินหน้าต่อไป และเก็บครั้งนี้ไว้เป็นบทเรียนให้เจ้าโตขึ้น”


 

“อืม”


 

“ไปกันเถอะ”


 

“เดี๋ยว...” ลู่หานคว้าหัตถ์ขององค์ชายห้าไว้ นัยน์ตาไหวระริกเต็มไปด้วยความเศร้าและซาบซึ้งใจ เขาปล่อยให้ความเงียบดำเนินไปอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะตัดสินใจพูดในสิ่งที่คิดมานาน


 

อย่ารักข้าต่อไปเลยนะ


 

“...”


 

“มองคนที่ดีกว่านี้ ไม่ว่าเป็นใครข้าก็จะยินดี แต่ได้โปรด...อย่ารักคนอย่างข้าต่อไปเลย” พระหัตถ์อันอบอุ่นลูบแก้มลู่หานเบาๆ ยิ้มองค์ชายห้ายังคงเศร้า แต่เขาก็ยอมรับปากในสิ่งที่องครักษ์ของพี่ชายกำลังร้องขอแต่โดยดี

 


“อืม”

 





 

 


 

“ข้าจะส่งทหารชุดใหม่ลงไปเพิ่ม ดูสิว่าพวกโจรทางน้ำยังจะบุกมาปล้นเสบียงชาวบ้านได้อีกไหม”


 

“ให้ชาวบ้านละแวกนั้นอพยพเข้ามาอยู่ในเขตเมืองก่อน ทางตอนใต้ไกลหูไกลตาเกินไป ส่วนทหารที่จะส่งลงไปเพิ่มก็ให้ดักซุ่มแล้วจับมาเค้นถามถึงตัวหัวหน้าพวกมัน”


 

“ข้าคิดว่าเจ้าจะบอกให้ส่งทหารไปดักซุ่มแล้วฆ่าให้หมดเหมือนเมื่อก่อนเสียอีก”


 

“จะทำก็ตามใจ”


 

“ฮ่ะๆ เจ้าเปลี่ยนไปจริงๆชานยอล ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะมียุคสมัยที่เจริญรุ่งเรืองเพราะมีเจ้าปกครองก็เป็นได้”


 

“ฝันน่ะสิ ภาระมากมายเช่นนั้นเจ้ารับไปเองก็แล้วกัน”


 

“ถ้าเรื่องการทหารข้าไม่หวั่น แต่จะให้รับภาระหนักเช่นนั้นก็ไม่เอาเหมือนกัน---อ้าว เซฮุน” บทสนทนาของจื่อเทาและชานยอลหยุดลงเมื่อองค์ชายลำดับสุดท้ายเดินเข้ามา


 

“ขันทีของพี่ใหญ่บอกข้าว่าพวกเจ้าคุยงานกันเสร็จแล้วจึงได้เข้ามา คงไม่ได้มาขัดจังหวะใช่มั้ยจะได้ออกไปรอข้างนอก”

 


“ไม่ต้องมีมารยาทไป ข้าคุยเสร็จแล้วล่ะเจ้าเข้ามาสิ” องค์ชายสี่หอบเอากระดาษแผนที่หลายม้วนไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะหมุนตัวจากออกไปทันทีเมื่อคิดว่าทั้งคู่คงจะมีเรื่องส่วนตัวคุยกัน อีกอย่างตนก็อยู่คุยงานกับองค์ชายสามมาสักพักใหญ่แล้ว หากจะให้อยู่ต่อคงเรียกว่าครึ่งวันวันนี้ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากหารือกัน

 


พ้นหลังองค์ชายสี่ องค์ชายเซฮุนขยับเข้าไปหาสหายรัก ไม่ทันได้ทักทายกันบุคคลที่สามก็ค่อยๆโผล่ออกมาจากหลังประตูแล้วเดินเข้ามาสมทบ บรรยากาศที่เคยผ่อนคลายก่อนหน้าจึงเปลี่ยนเป็นเงียบสงัดขึ้นมาเมื่อองค์ชายสามมองสบตาเขา

 


“ลู่หานอยากจะมาขอ---”


 

ออกไป


 

“...”


 

“...”

 


“ออกไปกันซะ ข้าจะทำงานต่อ” บอกอย่างเย็นชาก่อนจะก้มหน้าอ่านเอกสารบนโต๊ะต่อ ลู่หานรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอีกครั้ง น้ำตาที่คิดว่าแห้งเหือดจนไม่มีเหลือแล้วรื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผะผ่าว

 


“ชานยอล ถึงเจ้าจะไม่ให้อภัยก็ควรจะรับฟังสักหน่อย นักโทษที่ใกล้ถูกประหานยังมีโอกาสพูด แล้วขึ้นชื่อว่าคนเคยสนิทอย่างลู่หานเจ้าจะไม่ให้โอกาสเชียวหรือ”

 


“ข้าได้ให้มันตั้งแต่วันนั้นแล้ว” บอกเสียงเรียบโดยไม่คิดจะเงยหน้ามองใคร “ที่ยังมีลมหายใจจนถึงทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะข้าให้โอกาสหรอกหรือ”

 


“ฮึก...”

 


“พาคนของเจ้าออกไปซะเซฮุน ข้าไม่อยากจะเห็นหน้า”

 


“องค์ชาย ได้โปรด....”

 


ตุ่บ!

 


“ข้า..ฮึกๆ ข้าผิดไปแล้วจริงๆ” ลู่หานนั่งลุกเข่าลงพร้อมกับคำนับแทบพื้นนับครั้งไม่ถ้วน  เซฮุนมองแล้วแสนปวดใจ หันไปมองชานยอลอีกฝ่ายยังคงนั่งนิ่ง แต่คิ้วเข้มที่ขมวดชิดกันและมือที่ชะงักจากด้ามพู่กันทำให้เซฮุนรู้ว่าชานยอลก็รู้สึกอะไรอยู่บ้าง

 


“ข้าสำนึกผิดแล้ว จะให้ข้าขอโทษหรือทำสิ่งใดข้ายอมทั้งนั้น ฮึก...ให้ข้าไปขอขมาพระชายาของพระองค์ข้าก็จะทำ แต่ได้โปรด...ได้โปรดเถิด...”

 


“ป๋ายเซียนไม่ควรจะมารับรู้เรื่องเลวร้ายเช่นนี้”

 


“ฮือ...”

 


“เจ้ามีนิสัยโหดร้ายเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดลู่หาน หรือว่ามันเป็นมานานแล้วแต่ข้าไม่เคยรู้เอง” องค์ชายหนุ่มถามด้วยความรู้สึกผิดหวัง ลุกออกจากที่นั่งแล้วก้าวเข้ามาหา ลู่หานแทบจะคลานไปคำนับแทบเท้าเขา ผงกหัวขึ้นลงครั้งแล้วครั้งเล่า ปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาอย่างไม่อายใคร

 


“ข้ารักพระองค์...”

 


คำเดียวที่ยังจับใจความได้ชัดคือคำนี้ องค์ชายหนุ่มก้มลงมองอย่างนึกเวทนา ไม่ใช่ไม่รู้ว่าสหายรู้สึกกับตนเช่นไร รู้มันทั้งนั้น...รู้มาโดยตลอดเพียงแต่ไม่อยากคิดเพราะไม่อยากให้มิตรภาพดีๆต้องเปลี่ยนไป  

 


มองไปที่องค์ชายห้าแล้วยิ่งลำบากใจ ในอกเคยสงสารสหายรักเช่นไรวันนี้มันยังคงเป็นเช่นนั้น นี่สินะที่ว่าความรักมักทำให้ชีวิตยุ่งยาก ปรารถนามากก็ทรมานมาก...มันทำให้คนทำได้ทุกอย่างจริงๆ  

 


“ได้โปรด...”

 


“พอเถอะ”

 


“ได้โปรด...องค์ชายสามได้โปรดอย่าเกลียดข้า” ร่างสูงถอนหายใจก่อนจะย่อตัวลงนั่งยองๆตรงหน้า วางมือลงบนหมวกของสหายเพื่อให้อีกฝ่ายสงบลง ซึ่งมันได้ผล...ทันทีที่เขาสัมผัสลู่หานก็นิ่งไป น้ำตาหยดลงบนรองเท้าผ้าสีขาวขององค์ชายสามหยดแล้วหยดเล่า

 


“มีอะไรทำไมไม่มาลงที่ข้า ป๋ายเซียนไม่ได้ผิดอะไรข้าถึงไม่อยากจะให้อภัยกับสิ่งที่เจ้าทำลงไปในวันนั้น”

 


“ข้าขอโทษ...ข้าไม่ได้คิดจะปลงพระชนม์จริงๆ ฮึก...”

 


“...”

 


“ได้โปรดเถิด ให้อภัยข้าอีกครั้ง”

 


“มีคนบอกข้าว่าทุกอย่างต้องใช้เวลา” เขาประคองร่างสหายให้ลุกขึ้นยืนด้วยกัน ใช้สายตาที่ใครก็มองว่ามีแต่ความหนักแน่นทอดมองใบหน้าเปรอะน้ำตาของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยหากแต่ก็ไม่ได้เย็นชาอย่างตอนแรก

 


“สักวันข้าคงลืมความผิดของเจ้าได้ แต่ในวันนี้ยังทำไม่ได้จริงๆ กลับไปเถิด...”

 


“ฮึก องค์ชาย...”

 



 

 

#สะใภ้บรรณาการ








 

 

ขนมของป๋ายเซียน




         CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 648 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,413 ความคิดเห็น

  1. #10355 EATWELL (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 13:12

    แงเส้า

    #10,355
    0
  2. #10297 Real_Kid1412 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 05:19

    สู้นะครับ ทุกคน

    #10,297
    0
  3. #10210 pjmmm. (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 19:59
    นี่ว่าคนที่จะตายวันเกิดองค์ชายสามต้องเป็นองค์รัชทายาทแน่ๆเลย เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นองค์ชายสามก็จะได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ตามคำทำนายที่ว่ามีดวงกษัตริย์ จะใช่ปะเนี่ยย ฮือออ หวั่นใจยังไงไม่รู้
    #10,210
    0
  4. #10071 PRAE.VV (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 17:28
    เอาจริงๆยังระแวงเพราะคำทำนายนั้น มันจะมีอะไรเกิดขึ้น จะแย่แค่ไหน เป็นท้อ
    #10,071
    0
  5. #9906 IPINOCKIO (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 20:13
    เป่าขลุ่ยถวายแถมให้นอนตักอุ่นๆอีก หวานนนนนนนนน หวานอะไรเบอร์นี้ ป๋ายเซียนมีจะไปเรียนทำขนมเป็นของขวัญด้วย น่ารักจีๆ อันที่จริงแค่หนูผูกโบว์ให้ตัวเองแล้วเดินไปหาชานยอล แค่นี้ชานยอลก็ดีใจไป3วัน7วันแล้ว 555555555
    #9,906
    0
  6. #9870 heykiki (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 23:34
    น่ารักก็น่ารัก แต่กลัวจะเกิดอะไรขึ้นอีกมากกว่า;-;
    #9,870
    0
  7. #9693 คุณยิปปี้ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 18:00
    แฮร่ๆ ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นอีกไหม
    #9,693
    0
  8. #9663 bemysunshine (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 03:39
    แหม สามีภรรยาคู่นี้ต่อหน้าทำเป็นชิงชัง แต่ลับหลังก็หวานปานจะกลืนกิน ทำมาเปง
    #9,663
    0
  9. #9616 Park Nokia. (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 03:25
    รักสามีเว่ออ่ะ 555
    #9,616
    0
  10. #9561 lad1988da (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 22:30

    สงสารทั้งชายห้าและลู่นะ

    ตอนนี้รอขนมของป๋ายคงจะอร่อยมากแน่ๆ

    #9,561
    0
  11. #9498 11507416p (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 02:08
    องค์ชายห้ายังยืนอยู่ตรงนั้น หันไปมองสิ ได้โปรด
    #9,498
    0
  12. #9453 Chi_Yeol (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 12:58

    พี่ลู่น่าจะเปิดใจให้องค์ชายห้าบ้าง...

    อยากให้ฮุนฮานคู่กันนน ฮือออ

    #9,453
    0
  13. #9342 바람~ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 04:02
    ไม่สงสารลู่หานเลย
    #9,342
    0
  14. #9293 real__prw (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 02:11
    นี่สิหนาความรัก อีกคนทุ่มเทแทบขาดใจเขาไม่รัก อีกคนไม่ต้องทำอะไรเลยเขาก็รักหมดหัวใจ
    #9,293
    0
  15. #9191 sehun-hunhan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 07:51
    ความจริงคนที่น่าสงสารที่สุดคงเป็นองค์ชายห้ากระมัง ต้องมองคนที่ตัวเองรักคร่ำครวญถึงชสยอื่นร่ำไป...
    #9,191
    0
  16. #9037 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 11:17
    สงสารลู่นะ แต่ก็ทำตัวเองอ่ะ
    #9,037
    0
  17. #8882 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 17:06
    สงสารลู่เหมือนกันนะ แต่ก็ทำตัวเองทั้งนั้นอีกอ่ะ
    #8,882
    0
  18. #8766 PINKLAND (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 21:14
    ลู่หาน หนูควรรักองค์ชายห้านะลูก หนูอย่สไปยึดติดกับองค์ชายสามเลย พระองค์มีป๋ายเซียนอยู่แล้ว
    #8,766
    0
  19. #8722 pcy921 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 14:00
    สมควรแล้วเพคะที่องชายชานยอลจะทรงโกรธ ลอบปรงพระชนองค์ชายป๋ายที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยนี่ใจต้องดำแค่ไหนเพคะอยากถาม รักองชายสามแล้วจะฆ่าใครก็ได้อ่อ???
    #8,722
    0
  20. #8660 Jammie-Lee (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 02:21
    ลู่ก็นะ...ไม่น่าทำแบบนั้นตั้งแต่แรก
    #8,660
    0
  21. #8630 Hunbears (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 01:13
    ซงซานพี่ลู่เบาๆแต่ก็นะทำเกินไปจริงๆอะะะ | พระชายาน่ารักกกไปทำขนมให้ชายสามวันเกิดด้วยโถถถแค่นี้ชายสามก็หลงจะตายแล้ววว55555
    #8,630
    0
  22. #8568 itisnan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 11:06
    แต่ความเป็นจรีงฮุนฮานรักกันมากนะ5
    #8,568
    0
  23. #8567 itisnan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 11:05
    ส่วนชายห้าก็รักเธอนะลู่ทำไมไม่ยอมเปิดใจจะไปรักทำไมนักหนากับชายสามเขามีเมียแล้ว ถถถถถ
    #8,567
    0
  24. #8566 itisnan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 11:04
    ต้องใช้เวลานะแจ้ะๆ ตอนทำละไม่คีส แต่ก็ดีนะทำให้ป๋ายเซียนได้รู้ว่าชายสามรักมากขนาดไหนปกป้องได้อะไรงี้ต้องขอบคุณลู่หานด้วยเหมือนกัน
    #8,566
    0
  25. #8508 Chopoom94 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 05:36
    ความผิดของเสี่ยวลู่หนักหนาจริง คงต้องใช้เวลาเหมือนอย่างว่า 

    แต่ขนมขององค์ชายเปี้ยนน่ากินมากๆ เลย แต่กลัวคำทำนายของแม่หมอคนนั้น อะไรหว้าาาา
    #8,508
    0