สะใภ้บรรณาการ (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 3 : 02 - การเปลี่ยนแปลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,850
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 796 ครั้ง
    6 ก.ย. 59

 
         CR.SQW

-02-

การเปลี่ยนแปลง



 

 

 



 

 

          องค์ชายน้อยเกยคางไว้บนเข่าทั้งคู่ นั่งกอดขาทำตาละห้อยบนพระแท่นบรรทมด้วยพระพักตร์หมดอาลัยตายอยาก นับตั้งแต่เสด็จออกจากท้องพระโรงก็ยังไม่ยอมขยับเขยื้อนลุกไปไหน เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้องบรรทม นางกำนัลรับใช้นำเครื่องเสวยเข้ามาถวายกี่เพลาก็นิ่งสนิท ทำเพียงปรายพระเนตรมองแล้วจบด้วยการถอนหายใจใส่เท่านั้น

 

            เท่าที่จำได้ หากไม่นับรวมเสียงถอนหายใจที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า วันนี้ป๋ายเซียนยังไม่ได้ยินเสียงตัวเองเลย ทั้งพูดไม่ออก ไม่มีอะไรจะพูด และไม่พึงปรารถนาที่จะทำสิ่งใดทั้งนั้น อยากนั่งอยู่แบบนี้ อยู่เงียบๆคนเดียวและให้หลับไปโดยที่ไม่ขอตื่นขึ้นมารับรู้สิ่งใดเพิ่มอีก โดยเฉพาะเรื่องราวความจริงที่ว่า..เปี้ยนป๋ายเซียนได้ถูกถวายตัวแด่องค์ชายสามแห่งโชซอนแล้ว

 

 

            “เฮ้อ

 

 

          องค์หญิงเปี้ยนเสด็จ~’

 


          เสียงทหารยามเฝ้าหน้าประตูตำหนักดังขึ้น หากเป็นเช่นทุกทีองค์ชายน้อยคงกระตือรือร้นรีบวางมือจากทุกอย่างเพื่อเตรียมตัวถวายบังคม ทำความเคารพเหล่าพี่สาวแล้วเป็นแน่ ทว่าครั้งนี้กลับยังประทับนิ่ง เพียงทอดพระเนตรร่างระหงแสนสง่างามขององค์หญิงทั้งสามก้าวเข้ามาอย่างแช่มช้าพร้อมด้วยนางกำนัลติดตามเงียบๆเท่านั้น

 

            “พวกเจ้านำเครื่องเสวยวางลงตรงนั้นแล้วออกไปก่อน”

 

            “เพคะ องค์หญิง”

 

เหล่านางกำนัลรับใช้รีบวางเครื่องเสวยลงบนโต๊ะตามรับสั่งขององค์หญิง ทุกการเคลื่อนไหวดำเนินไปด้วยความรวดเร็วและทำให้เกิดเสียงน้อยที่สุด

 

“เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง..ป๋ายเซียน” องค์หญิงเปี้ยนพี่สาวคนโตทรงเอ่ยถามพระอนุชา หลังจากนางกำนัลเดินพ้นสายตาไปกันหมดแล้ว “นางกำนัลตำหนักเจ้าบอกพี่ว่าเจ้าไม่ยอมเสวยอะไรเลยมาตั้งแต่เช้า”

 

“พะยะค่ะ ข้าไม่ค่อยอยากอาหาร..

 

“ทำไมเล่า” องค์หญิงคนรองก้าวเข้าไปหาแล้วประทับลงบนพระแท่นบรรทมของน้องเล็ก “หากเจ้าไม่กินอะไรเลยจะป่วยเอาได้นะ..” ป๋ายเซียนทำเพียงแย้มรอยยิ้มจางๆให้พี่สาวทั้งสามพระองค์เท่านั้น

 

“เป็นกังวลเรื่องการถวายตัวหรือ”  องค์หญิงองค์สุดท้ายทรงถาม ละพระหัตถ์ออกจากเรือนผมสีดำขลับ ยาวระดับเอวขององค์เองเพื่อลูบศีรษะน้อยของพระอนุชาแทน “เสด็จพ่อตรัสกับพวกพี่ว่าเจ้าเต็มใจ แต่ดูจากอาการแล้วมันมีอะไรมากกว่านั้นใช่หรือไม่..” ป๋ายเซียนขยับตัวเข้าไปอิงแอบแก้มนิ่มของตนกับเอวพี่สาวพระองค์เล็ก ช่วยสางเรือนผมยาวสีดำเงางามด้วยพระหัตถ์น้อยของตนเองอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ

 

“หากเราอยู่ไกลกัน ข้าคงมิได้ช่วยสางพระเกศาสวยๆของท่านพี่เช่นนี้แล้ว”

 

“โถ่..เด็กน้อย”

 

“ที่นั่นจะมีสวนบุปผาสวยๆดังเช่นบ้านเมืองเราไหม..ผู้คนจะต้อนรับขับสู้ข้าด้วยความยินดี ไม่รังเกียจชิงชังกันใช่หรือไม่” องค์หญิงทั้งสามเอื้อมตัวกอดน้องเล็กด้วยความรักความเอ็นดู แม้นโตเป็นหนุ่มเต็มตัวสักเพียงใด ในสายพระเนตรของทุกพระองค์ยังคงเห็นองค์ชายป๋ายเซียนเป็นเด็กน้อยเสมอ มีความซื่อตรงบริสุทธิ์ มีความกล้าหาญ และเป็นที่รักของทุกคน

 

“น้องพี่น่ารักเช่นนี้ ใครเกลียดเจ้าลงจิตใจคงมืดบอดเต็มที”

 

“นั่นสิ..อีกทั้งองค์ชายสามคงไม่ปล่อยให้ผู้ใดมารังแกเจ้าได้หรอก พี่เคยได้ยินมาว่าทรงมีมิตรสหายไปทั่วทั้งแผ่นดิน เป็นที่รู้จักของคนมากหน้าหลายตา ทรงพระปรีชาสามารถรอบด้านยากจะหาใครเทียบ...นิสัยดีมีแต่ผู้เข้าหาเช่นนั้นเจ้าไม่แคล้วจะมีความสุขด้วยมากกว่า อย่ากังวลไปก่อนเลย” องค์ชายน้อยทำหน้าตูมเมื่อได้ฟังคำสรรเสริญเยินยอบุรุษมากเล่ห์ของพี่สาว

 

“เราไม่ควรตัดสินใครผ่านลมปากคนไม่ใช่หรือ” ป๋ายเซียนผละตัวออกมาพูดกับพี่สาว “ที่เค้าว่าต่อๆกันมาจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ ดีไม่ดีจะเป็นคนที่แย่ที่สุดในโชซอน..

 

“แนะ..เจ้ากล่าวอะไรเช่นนั้น”

 

“พวกท่านพี่ดูพอพระทัยในตัวองค์ชายผู้นี้เหลือเกิน ไม่คิดว่าองค์ชายองค์อื่นจะดีกว่านี้บ้างหรือพะยะค่ะ” องค์หญิงทั้งสามผินพระพักตร์มองกันอย่างไม่เข้าพระทัย ไม่ทันได้เดินร่วมทางกันไปถึงไหนพระอนุชาก็ตั้งแง่กับว่าที่พระสวามีตั้งแต่ต้นเสียแล้ว..ช่างดื้อนัก

 

“ถึงไม่ได้สนิท แต่เท่าที่เคยคุยพี่ว่าพระองค์เป็นบุรุษที่สุภาพอ่อนน้อมดี พูดจาไพเราะน่าฟัง มิเช่นนั้นเสด็จพ่อคงไม่โปรดถึงเพียงนั้นหรอก อีกอย่าง..การช่วยเจรจาให้บ้านเมืองเราหลุดพ้นจากการทำศึกสงครามโดยมิหวังสิ่งใดตอบแทน เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่ายากนัก ที่เราจะพบคนดีๆเช่นนี้”

 

“พวกพี่ดูออกว่าเจ้ามิได้เต็มใจ หากไปแทนได้พวกพี่ก็คงทำให้แล้ว แต่ในเมื่อผลเป็นเช่นนี้ พระองค์ทรงเลือกเจ้าอย่างมั่นคง แทนที่จะปล่อยให้ตัวเองเศร้าหมองพี่ว่าเจ้าควรทำตัวเองให้มีความสุขเสียมากกว่า”

 

“ใช่..พี่ใหญ่พูดถูกแล้ว องค์ชายสามพึงพระทัยในตัวเจ้านั่นหมายถึงพระองค์ทรงมีใจให้เจ้า ได้คู่ครองดีพร้อมเช่นนี้แล้วจงอย่าทุกข์ใจไปเลย..” องค์ชายน้อยทำปากคว่ำ ยังไม่ทันไรองค์ชายผู้นั้นก็ซื้อใจคนทั้งพระราชวังไปจนหมด ไม่เหลือใครให้อยู่ฝั่งป๋ายเซียนเลย ทั้งๆที่อุตส่าห์ยอมเอาศักดิ์ศรีเข้าแลกเพื่อปกป้องเกียรติของราชวงศ์ สุดท้ายป๋ายเซียนกลับโดนหักหลังเสียเอง ทุกคนเข้าข้างองค์ชายมากเล่ห์นั่นกันหมด แม้กระทั่งเหล่าท่านพี่และเสด็จพ่อที่โปรดปรานในตัวเขาหนักหนาก็ยังเข้าข้างองค์ชายนั่นเลยแย่ที่สุด  

 

“ว่าแต่เจ้าต้องเดินทางไปโชซอนพรุ่งนี้แล้วหรือ”

 

แต่ที่แย่ยิ่งกว่าคือเรื่องนี้ต่างหาก ใช่..ป๋ายเซียนต้องเดินทางสู่โชซอนพรุ่งนี้แล้ว ยังไม่พร้อมเลย ยังทำใจจากบ้านเมืองที่อยู่มาร่วมยี่สิบสามปีไม่ได้ และคงไม่มีวันทำได้ด้วย

 

“ท่านพี่ช่วยข้าขออนุญาตเสด็จพ่อให้ตามองค์ชายไปภายหลังได้หรือไม่ ข้ายังมิอยากไป” องค์ชายป๋ายเซียนช้อนตาอ้อนเหล่าองค์หญิง พยายามทำพระพักตร์ให้ดูน่าสงสารที่สุด

 

“พี่เกรงว่าทำเช่นนั้นแล้วขบวนเสด็จจะอยู่รอเจ้าไปจนกว่าเจ้าจะพร้อมกลับโชซอนด้วยกันน่ะสิ”

 

“พี่รองพูดถูกนะ ฝ่าบาทของเราโปรดองค์ชายสามเช่นไร ฝ่าบาทโชซอนก็โปรดเราเช่นนั้น หากเจ้ายังไม่ไป พี่เชื่อว่าขบวนเสด็จก็คงยังไม่เคลื่อนไปไหนเช่นกัน”

 

“เจ้าก็รู้..การปล่อยให้ฝ่าบาททิ้งบ้านเมืองตัวเองไปนานๆนั้นไม่ใช่เรื่องดี”

 

 

“เฮ้อ..พี่รู้ว่าเจ้าลำบากใจ พวกพี่เองก็ลำบากใจไม่ต่างกัน แต่เชื่อเถอะน้องพี่อีกไม่นานเกินรอเราจะได้พบกันอีก”

 

“ใช่..อย่างไรเสีย เมื่อวันอภิเษกสมรสเจ้ามาถึงมีหรือที่พี่ทั้งสามจะไม่ไปร่วมยินดี”

 

“ทำใจให้สบายเถิด..” องค์หญิงทั้งสามโอบกอดพระอนุชาไว้ด้วยความรักกันอีกครา “หากไม่ผ่านฤดูหนาวไป ฤดูใบไม้ผลิจะมาถึงเหรอ..อดทนไว้นะป๋ายเซียนน้องพี่”

 

 


 



 

ท้องนภาในคืนเดือนมืดยังไม่ดูหม่นหมองเท่าเสียงขลุ่ยผิวขององค์ชายเปี้ยนเลย..นิ้วพระหัตถ์สวยแตะสัมผัสช่องลมบนเครื่องดนตรีไม้ไผ่จังหวะเดียวกับที่ทรงเป่าลมให้เกิดเป็นท่วงทำนองขึ้นมา เสียงใสกังวานฟังแล้วแสนเศร้า..ราวกับผู้บรรเลงต้องการบอกลาท้องนภาที่ตนทรงมองทุกค่ำคืน..

 

ก่อนฟ้าสางของวันพรุ่งนี้องค์ชายป๋ายเซียนต้องออกเดินทางสู่แดนไกลแล้ว ไม่รู้อีกกี่เพลา กี่วัน กี่เดือน หรืออีกกี่ปีที่จะได้หวนกลับมาเหยียบผืนแผ่นดินนี้อีก ช่างไม่คุ้นเอาเสียเลย..ในอกมันหวิวโหวงคล้ายกับไม่มีอะไรอยู่ข้างใน หากแต่ปวดหนึบเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบรัดหฤทัยดวงน้อยจนแน่น

 

ไม่ได้ล่ำลาใครทั้งนั้นเพราะไม่อยากให้จากกันด้วยความเศร้า ทรงทำเหมือนไม่รู้สึกใดๆ ไม่เอ่ยถึง ไม่ให้ใครถาม ป๋ายเซียนเลือกที่จะเงียบเพราะคิดในแง่ดีว่าสักวันยังคงต้องกลับมาเจอกันเช่นที่องค์หญิงทั้งสามได้ตรัสไว้ แม้อยากจะร้องไห้หน่อยๆตอนที่เห็นนางกำนัลและทหารประจำตำหนักทำคอตกกันก็เถอะ

 

พระพักตร์งดงามเปล่งประกายท่ามกลางความมืดสลัว เป็นอีกคืนที่ต้องออกมาชมสวนดอกไม้เพราะนอนไม่หลับ ทรงนั่งประทับ ณ ศาลาซึ่งทอดสู่สระบัวได้พักใหญ่แล้ว โชคดีที่นำขลุ่ยผิวติดมือมาด้วย มันเปรียบดั่งสหายคู่ใจที่ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุของค์ชายป๋ายเซียนก็จะระบายให้มันฟังผ่านลมปากซึ่งทรงเป่าเล่นเสมอ  แอบนึกเสียดายที่คืนนี้พระราชบิดาไม่เสด็จออกมาประทับศาลาแห่งนี้เช่นเมื่อคืน มิเช่นนั้นป๋ายเซียนคงได้เป่าถวายก่อนจากกันไกลแล้วแน่แท้

 

เพราะโปรดเสียงขลุ่ยของลูกรักคนนี้เสียยิ่งกว่าอะไร ทั้งยังเป็นผู้ประทานมันให้เป็นของขวัญเนื่องในวันครบรอบยี่สิบสองพรรษาเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ไม่เป็นไร..จากกันครานี้ใช่ว่าจะไม่พบกันคราหน้า..ป๋ายเซียนพยายามเชื่อมั่นในคำกล่าวของเหล่าองค์หญิงผู้เป็นพี่สาว


 


“ช่างเป็นเสียงขลุ่ยที่ไพเราะเสนาะหูยิ่งนัก”


 

สุรเสียงทุ้มคุ้นหูและเสียงปรบมือที่ดังมาแต่ไกลนั้นทำให้จังหวะขลุ่ยขององค์ชายป๋ายเซียนสะดุด เงยพระพักตร์ขึ้นมองพบว่าร่างสูงสง่าของคนบางคนที่ไม่พึงปรารถนาจะเจอกำลังก้าวเข้ามาใกล้ อยากจะหันหนีทว่าถูกดวงเนตรสีรัตติกาลสะกดให้ยังคงสบตากันได้อย่างน่าประหลาด..


 

            “และช่างเศร้าจับใจ” 

 

   ริมฝีปากอิ่มแย้มยิ้มให้องค์ชายน้อย

 

   “เหตุใดไม่เป่ามันต่อเล่า ข้ายังอยากฟังอยู่เลย”

 

            “หากท่านไม่เข้ามาข้าก็คงจะเป่ามันต่อ”

 

            “หว่า..ข้านี่แย่จัง กลายเป็นผู้ทำลายสมาธิคนอื่นไปเสียแล้ว”

 

            กวนประสาทนัก..

 

            “ฮ่ะๆ อย่าทำหน้าบึ้งตึงเช่นนั้นสิ ข้ายิ่งรู้สึกผิดนะ”

 

            “เคยมีคนบอกหรือไม่ว่าท่านเป็นคนน่ารำคาญ” ร่างสูงสง่าทำท่าฉุกคิด ใช้พัดเคาะมือตัวเองเบาๆแล้วเอ่ยถามเช่นผู้สงสัย “เช่นนั้นรึ”

 

“กวนเสียจริง..” องค์ชายตัวน้อยทำปากคว่ำ พระพักตร์บูดบึ้งเสียยิ่งกว่าเก่าทำเอาองค์ชายตัวสูงทรงพระสรวลออกมาเบาๆอย่างสำราญใจ

 

“ดึกยามนี้แล้วเหตุใดยังไม่เข้าที่บรรทม” ออกมาเดินเพ่นพ่านเช่นบ้านตัวเองเยี่ยงนี้ทำไมกัน องค์ชายป๋ายเซียนเพียงถามปัดๆเท่านั้น ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะให้คำตอบหรือไม่ ทั้งยังลุกขึ้นจากที่ประทับ ท่าทางบ่งบอกชัดเจนว่าจะเสด็จกลับแล้ว ทว่าถูกกายแกร่งขององค์ชายคนเดิมเข้ามายืนขวางทางไว้เสียก่อน

 

“ไม่ชอบหน้าข้าถึงเพียงนี้เหตุใดไม่ทรงทักท้วงพระราชบิดา”

 

“การทำเรื่องให้พ่อแม่ทุกข์ใจไม่ใช่งานถนัดของข้า” องค์ชายน้อยช้อนตามอง ดวงเนตรฉายชัดว่าเคืองขุ่น “เป็นอย่างไรล่ะ ความเสี่ยงที่ท่านชอบ สมดังเช่นปรารถนาเลยใช่ไหม..” กล่าวประชดประชันพลางกระแทกไหล่คนยืนขวางทางแล้วเดินออกมาโดยทันที คราแรกนึกย่ามใจที่สามารถทำให้อีกคนนิ่งสนิทได้เพราะน้ำเสียงแสนห้วนและการตวัดตามองค้อนอย่างไม่เกรงกลัว

 

ทว่าต่อมากลับต้องนึกขุ่นใจเพราะรับรู้ได้ว่าไม่ได้มีเพียงเสียงฝีเท้าตนเท่านั้นที่ดังอยู่ในความเงียบ แต่ยังมีของใครคนหนึ่งไล่หลังมาด้วย ไม่ต้องรอให้หันกลับไปมอง ป๋ายเซียนตัวน้อยก็รู้ได้ทันทีเลยว่าผู้ที่ตามตนมานั้นเป็นใคร และเพราะทรงรู้..ถึงพาลให้นึกหงุดหงิดอยู่ในทีนี่อย่างไร

 

“หนีหน้าข้าไปก็เท่านั้น ยังไงเสียนับจากพรุ่งนี้ไปเราก็ต้องได้พบหน้ากันทุกวัน” ร่างสูงสง่าเร่งฝีเท้าจนสามารถขึ้นมาเดินประกบคู่องค์ชายป๋ายเซียนได้สำเร็จ “ไม่คิดจะทำความคุ้นเคยกับว่าที่พระสวามีหน่อยหรือ”

 

“หยาบคาย”

 

“อย่างน้อยก็น่าจะให้โอกาสข้าได้เชยชมพระพักตร์ว่าที่พระชายาตัวเองนานๆสักหน่อย” ป๋ายเซียนหยุดเดิน หันไปถลึงเนตรใส่แล้วจึงออกเดินต่อ “ฮ่ะๆ ดุจริง แต่รู้หรือไม่ว่าท่าทางที่ท่านแสดงออกมันน่ารังแกมากกว่าน่ากลัวนะ”

 

“คำพูดของท่านมีแต่เรื่องไร้สาระ” คนถูกว่าแกล้งเดินล้อมหน้าล้อมหลังเพื่อให้องค์ชายตัวน้อยเสียจังหวะการเดิน “การกระทำของท่านก็ไร้สาระ!” ยิ่งเห็นว่าป๋ายเซียนไม่ยอมเล่นด้วยก็ยิ่งอยากแกล้ง ไขว้พระหัตถ์ไว้ด้านหลัง ทำทีว่าชมนกชมไม้แล้วตีเนียนขัดขาคนตัวเล็กจนสะดุด

 

“ย๊า!

 

“ฮ่ะๆ”

 

“เป็นคนเช่นไรกัน เห็นอยู่ชัดๆว่าคนอื่นมิอยากจะเสวนาด้วยแต่ก็ยังจะตามมากวนใจ ช่างทำตัวขวางโลกยิ่งนัก..อ้ะ!” นอกจากไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งที่องค์ชายน้อยพ่นใส่แล้วองค์ชายสามแห่งโชซอนยังถือวิสาสะใช้พัดในมือเคาะศีรษะเล็กอย่างถือดีอีก

 

ป๋ายเซียนได้แต่ยืนอ้าปากค้างอย่างอึ้งๆ จำได้ว่าตั้งแต่เด็กจนเติบใหญ่ หากไม่ทรงหนีไปเล่นซนที่ไหนเอง มดสักตัวพระราชบิดา พระราชมารดาและเหล่าองค์หญิงก็ไม่เคยปล่อยให้มารังแกองค์ชายคนนี้ได้เลย หากแต่บุรุษผู้สูงเกียรติตรงหน้าที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันกลับกล้าเอาพัดนั่นมาเคาะหัวเขาได้อย่างไม่รู้สึกผิด ซ้ำยังทำสีพระพักตร์คล้ายกับจะดุป๋ายเซียนต่อด้วย

 

“แล้วพระองค์ล่ะ...” ใช้พัดดันใต้คางองค์ชายตัวน้อยให้งับปาก “ทรงเป็นเด็กเช่นไรกันถึงไร้สัมมาคาราวะต่อผู้ใหญ่เช่นนี้ฮึ..

 

            “ท่านน่ะรึผู้ใหญ่”

 

            “ถึงไม่รู้ว่าปีนี้ทรงมีพระชนมายุกี่พรรษาแล้ว แต่ข้าก็มั่นใจว่าตัวเองโตกว่าแน่” องค์ชายน้อยขมุบขมิบปากบ่นเพราะสู้ไม่ได้ “ได้ยินมาว่าเป็นเด็กแสนซนแต่ว่านอนสอนง่าย เท่าที่ข้าลองประเมินดูด้วยตัวเอง..เห็นทีจะมีเพียงอย่างแรกล่ะมังที่เป็นความจริง”

 

            “ท่านมีสิทธิ์อะไรมาประเมินข้า”

 

            “ตอนนี้ยังไม่มี..” พระพักตร์เกลี้ยงเกลาไร้จุดตำหนิยื่นเข้ามาใกล้จนป๋ายเซียนต้องผินหน้าหลบ “แต่หากอภิเษกสมรสกันเมื่อไหร่ท่านจะไม่ถามคำนี้ต่อข้าอีกแน่” ป๋ายเซียนผินหน้ากลับมาสบดวงเนตรสีรัตติกาลตรงๆ ต่างคนต่างจมลึกเข้าไปในความคิดของกันและกัน..มันยากที่จะรู้ว่าอีกฝ่ายทรงคิดอะไรอยู่..หรืออาจจะเป็นป๋ายเซียนฝ่ายเดียวที่มองใกล้ถึงเพียงนี้แล้วยังไม่รู้..ไม่รู้สิ่งใดเลยจริงๆ..ดวงเนตรสีรัตติกาลนั้นนอกจากคำว่ามั่นคงแข็งแกร่งแล้วก็ไม่บ่งบอกถึงคำอื่นใดให้ป๋ายเซียนหยั่งรู้อีก

 

            “กำลังสงสัยในตัวข้าอยู่หรือ” เอ่ยถามด้วยสุรเสียงเบาทุ้ม ปลายจมูกห่างกันเพียงระยะลมหายใจคั่นตรงกลาง “ข้าใจดีนะ..ไม่ลองถามดูสักหน่อยล่ะ..” ป๋ายเซียนหลุบตามองรอยยิ้มของคนมากเล่ห์

 

            “ไม่ร้อนพระทัยเรื่องที่จะได้ข้าไปเป็นชายาเลยหรือ”

 

            “คนที่จะได้ข้าไปเป็นสามีต่างหากที่ต้องร้อนใจ”

 

            “

 

            “ข้าไม่ปรารถนาจะมีพระชายาเพราะข้าไม่ชอบการผูกมัด แต่ก็นั่นแหละนะ..คนเราฝืนชะตาฟ้าลิขิตไม่ได้ ถึงเวลาต้องตายก็ต้องตาย หากยังต้องหายใจอยู่ก็ต้องดำเนินต่อไป..แม้จะขัดใจอยู่บ้างแต่คิดๆแล้วเป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน”

 

            “ดีอย่างไร”

 

“มีพระชายาเป็นตัวเป็นตนดังพระประสงค์ เสด็จพ่อ พระมเหสี และพระอัยยิกาจะได้เลิกจับจ้องข้าเสียที”

 

            “หึ

 

            “อีกไม่กี่ชั่วยามก็ต้องเดินทางกลับโชซอนแล้ว ท่านควรเก็บแรงเอาไว้นะ” องค์ชายสามยืดตัวกลับไปยืนตรงเต็มความสูง สองพระหัตถ์ไขว้อยู่ด้านหลัง บนพระพักตร์ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ “จะให้ข้าเดินไปส่งที่ตำหนักหรือไม่”

 

            “เห็นข้าเป็นหญิงสาวที่เดินไปไหนมาไหนตอนดึกๆเองไม่ได้แม้กระทั่งในบ้านตัวเองหรือ”

 

องค์ชายสามทรงพระสรวลอย่างพอพระทัย

 

            “เช่นนั้นก็ราตรีสวัสดิ์...” ค้อมหัวแสดงความเคารพแล้วขยิบตาทิ้งท้ายให้องค์ชายตัวน้อย “พบกันอีกคราก่อนเวลาฟ้าสาง..เดินทางกลับสู่โชซอนแผ่นดินของข้ากัน..

 








 

            ฮี่!~

 

 

          เสียงสัตว์แห่งการเดินทางร้องระงมเมื่อขบวนเสด็จเริ่มเคลื่อนออกจากป้อมปราการราชวงศ์เปี้ยน  ทหารม้ากว่าร้อยชีวิตคอยอารักขาผู้อยู่เหนือแผ่นดินรอบทิศด้าน มีองค์ชายสี่ จื่อเทาผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแม่ทัพเป็นผู้ทรงม้านำขบวนเสด็จ รั้งท้ายด้วยองค์ชายสาม ชานยอลและเหล่าพลทหารในความดูแลช่วยเฝ้าระวังหลังกันอย่างขันแข็ง

 

            จากราชอาณาจักรราชวงศ์เปี้ยนสู่แผ่นดินโชซอนจะใช้เวลาในการเดินทางราวๆสองวันหากไม่หยุดพัก แน่นอนว่าการมีกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ร่วมอยู่ในขบวนด้วยนั้นมีความเสี่ยงสูง ทั้งไม่มีผู้ใดสามารถทำนายและหยั่งรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าภัยอันตรายรอบด้านนั้นจะมาในรูปแบบไหน และจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่บ้าง ดังนั้นการเดินทางให้ถึงที่หมายโดยเร็วที่สุดคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด นั่นหมายความว่า..ขบวนทัพของกษัตริย์โชซอนขบวนนี้จะเดินทางโดยที่ไม่มีการหยุดพักระหว่างทาง

 

            เสียงกรอบแกร่บดังให้ได้ยินตลอดระยะที่ม้าทุกตัวย่ำเท้ากระทบพื้นหินดินทราย สอดประสานรวมกับเสียงล้อรถม้าพระที่นั่งซึ่งมีอยู่เพียงสี่คันเท่านั้นในขบวนเสด็จ..สองคันแรกมีไว้สำหรับขนเสบียงและเสื้อผ้าอาภรณ์ ส่วนคันที่สามเป็นรถม้าส่วนพระองค์ของผู้เป็นกษัตริย์ และคันสุดท้ายถวายแด่สมาชิกใหม่ของราชวงศ์โชซอน..องค์ชายเปี้ยนป๋ายเซียน

 

            องค์ชายน้อยนั่งหลับอุตุอยู่ในรถม้ามาตั้งแต่เริ่มพ้นเขตแดนของพระราชวังตน  มีนางกำนัลที่ทรงเอาติดตามไปดูแลรับใช้นั่งอยู่ด้วยสองนาง ด้านนอกมีจางอี้ชิง องครักษ์คู่ใจควบม้าอยู่ไม่ห่าง ขณะที่ผู้เป็นพระราชบิดาได้ประทานทหารฝีมือดีให้ตามไปอารักขาดูแลถึงทางโน้นด้วยอีกสิบกว่านาย

 

เดิมทีกษัตริย์เปี้ยนตั้งมั่นจะตามออกไปส่งพระราชโอรสของพระองค์จนถึงเขตแดนที่คั่นระหว่างแผ่นดินเปี้ยนและโชซอน หากแต่ก็ไม่สมดังพระทัยหวังเมื่อป๋ายเซียนห่วงความปลอดภัยของผู้เป็นพระราชบิดา ไหนจะพระราชมารดาและท่านพี่ซึ่งเป็นหญิงอีก หากตามไปส่งเล็งเห็นว่าจะมีแต่ความลำบากและเสี่ยงอันตราย อีกทั้งจะทำให้ป๋ายเซียนทำใจจากยากยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ จึงมีโอกาสล่ำลากันเพียงประตูป้อมปราการเท่านั้น

 

            ไม่มีแม้แต่หยดน้ำตา...องค์ชายเปี้ยนเข้มแข็งมากพอที่จะไม่แสดงความอ่อนแอออกไปให้ใครต้องนึกเป็นกังวลไล่หลัง ทรงแย้มยิ้มแม้ว่าในอกกำลังร่ำร้องงอแงเช่นเด็กๆเพื่อขอให้ตนเองได้อยู่ตรงนั้นนานอีกสักหน่อย ตรัสว่าไม่เป็นไรทั้งที่ในพระทัยสุดแสนจะอ่อนกำลัง..จะมีใครบ้างที่รู้ว่าเมื่อคืนป๋ายเซียนนอนไม่หลับทั้งคืน ดวงเนตรเปิดค้างถึงยามที่ต้องออกเดินทาง ขึ้นมาประทับบนรถม้าไม่นานถึงได้หลับเป็นตายอย่างที่เห็น

 

 

            ตื่นขึ้นมาอีกครา..ฟ้าด้านนอกก็เปลี่ยนสีจากกลางคืนสู่กลางวันแล้ว และดูท่าจะสายมากทีเดียว เพราะแสงแดดที่ลอดผ่านช่องม่านเล็กๆเข้ามานั้นค่อนข้างแรง แม้ว่าอากาศจะยังคงหนาวเหน็บก็ตามที

 

            “เราเดินทางถึงไหนกันแล้ว” นางกำนัลรีบสลัดความง่วงทิ้งก่อนจะตอบคำถามขององค์ชายด้วยอาการตาปรือ “ท่านอี้ชิงบอกว่าใกล้ถึงชายแดนแล้วเพคะ”

 

            “กระหายน้ำมั้ยเพคะองค์ชาย หรือหากทรงหิว..

 

            “พวกเจ้าอยากจะหลับก็หลับเถอะ ข้ายังไม่หิวอะไรทั้งนั้น” ป๋ายเซียนแหวกม่านออกไปมองภายนอก นอกจากป่าเขาแล้วคิดว่าคงได้พบองครักษ์คู่ใจ ทว่าผิดคาด..ผู้ที่กำลังควบอยู่หลังอาชาเคียงข้างรถม้าที่ประทับอยู่กลับกลายเป็นองค์ชายสามแห่งโชซอนแทน

 

            พรึ่บ...

 

            ป๋ายเซียนรีบปิดม่านโดยทันที ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองต้องไม่ชอบองค์ชายผู้นั้นถึงเพียงนี้ รู้แต่ว่าไม่พบหน้ากันได้ยิ่งดี หรือห่างกันได้มากเท่าไหร่ยิ่งดีต่อตัวเองเท่านั้น องค์ชายน้อยรู้แค่นี้จริงๆ

 

แต่จนแล้วจนรอดก็อดแหวกม่านออกหน่อยๆไม่ได้ หากไม่ได้เข้าใจผิด ป๋ายเซียนคิดว่าเมื่อครู่นี้องค์ชายสามไม่ทันได้เห็นตนหรอก และตอนนี้ก็ด้วย ดวงเนตรเรียวรีลอบมองพระพักตร์หล่อเหลาโดยอาศัยม่านเล็กสีครีมเป็นตัวช่วยบังอำพราง วันนี้อีกฝ่ายอยู่ในชุดฮันบกบุรุษโทนสีเข้มที่มีชายเสื้อคลุมตัวยาวเป็นจีบรอบตัว คาดหน้าผากด้วยผ้าที่เป็นสีเดียวกัน ท่าทางทะมัดทะแมง ไม่อยากคิดถึงคำนี้แต่มันก็ดังขึ้นมาในหัวป๋ายเซียนแล้วจริงๆ

 


..สง่างาม..

 


            ป๋ายเซียนเคยนึกอิจฉาความสง่างามสมเป็นบุรุษนักรบของจางอี้ชิง  มาวันนี้กลับต้องมานึกอิจฉาองค์ชายผู้นี้เพิ่มอีกคน..และอาจจะมากกว่าอี้ชิงด้วยซ้ำ ถึงไม่ชอบพระพักตร์เท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ลงว่าช่างเป็นองค์ชายที่รูปงามจริงๆ สัดส่วนขนาดตัวและความสูงต่างจากป๋ายเซียนลิบลับ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะนะ..ทั้งหมดทั้งมวลเมื่อหักลบกับนิสัยแล้วป๋ายเซียนก็ไม่ให้ผ่านอยู่ดี

 

            แค่พระพักตร์ด้านข้างเห็นแล้วก็ยังต้องเบ้ปากให้ แต่มันก็น่าขันดีที่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะแสดงออกว่าเป็นคนอารมณ์ขัน เจ้าสำราญ หรือขี้เล่นสักเพียงไหนป๋ายเซียนกลับยังคงเกิดความรู้สึกลึกๆว่าอีกฝ่ายดูอันตรายเกินกว่าที่จะเข้าใกล้อยู่ดี  ยิ่งดวงเนตรคมกริบสีรัตติกาลที่ดูเหมือนอ่านทุกคนได้อย่างทะลุปรุโปร่งนั้นยิ่งต้องควรถอยห่าง..มันไม่ใช่แค่ดูอันตราย แต่มันคล้ายจะคุกคามเราได้ทั้งที่ผู้เป็นเจ้าของยังไม่ทันได้เริ่มขยับตัวด้วยซ้ำ

 

 

            หน้าข้ามีอะไรติดอยู่งั้นรึ

 

            ป๋ายเซียนสะดุ้ง จะปิดม่านหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว

 

            “มาอยู่กับข้าบนนี้ไหมล่ะ..จะได้มองกันใกล้ๆ” คนถูกถามผินพระพักตร์ไปทางอื่น แสร้งทอดพระเนตรนกกาป่าเขา หรืออะไรก็ตามที่ไม่เกี่ยวกับบุรุษตัวสูงที่กำลังจับจ้องมองมาอย่างไม่ลดละสายตา ทั้งยังแกล้งทรงม้าเข้ามาประชิดช่องหน้าต่างของป๋ายเซียนอีก

 

            “ฮึ..มาไหม ข้าจะได้บอกทหารของท่านหยุดรถม้า”

 

            “ไม่ต้อง ข้าจะนั่งตรงนี้”

 

            “ก็เห็นว่าจ้องหน้าข้าไม่วางตาได้ตั้งนานสองนาน นึกว่าอยากจะขึ้นมานั่งเบียดกันเสียอีก”

 

            “ข้าเป็นบุรุษ เหตุใดจึงต้องอยากขึ้นไปนั่งเบียดท่านที่เป็นบุรุษเช่นเดียวกันด้วย”

 

            “นั่นสินะ..เป็นบุรุษ ย่อมต้องอยากนั่งกับนางกำนัลส่วนพระองค์มากกว่าข้าอยู่แล้ว

 

            “หากจะคิดหยาบคายก็หยุดเถอะ ข้ามิได้เป็นบุรุษเจ้าชู้เช่นท่านที่แม้แต่นางกำนัลรับใช้ก็มิเว้นว่างคิดอกุศลด้วย”  องค์ชายน้อยส่ายพระพักตร์ กำลังจะปิดม่านหนีหากแต่แขนที่แหวกผ่านม่านเข้ามาพร้อมกระบอกน้ำนั้นทำเอาต้องเปิดม่านออกอีกครา

 

            “ข้ามิกระหาย”

 

            “แต่ข้ากระหาย” องค์ชายสามเขย่ากระบอกน้ำไปมาเพื่อบอกเร่งให้ป๋ายเซียนรับมันไป “ข้ายังต้องควบม้าอยู่แบบนี้ไปอีกเป็นวันๆ หวังว่าผู้ที่กินอิ่มนอนหลับดีโดยมิต้องเผชิญแดดและลมหนาวเช่นท่านจะเมตตาข้านะ” ป๋ายเซียนถลึงเนตรใส่คนช่างเหน็บหากแต่ก็รับเอากระบอกน้ำไม้ไผ่นั้นมา ดึงจุกปิดกระบอกลักษณะคล้ายลูกประคบออกให้ แล้วส่งมันคืนสู่ผู้เป็นเจ้าของที่ยิ้มทะเล้นรออยู่

 

            “น้ำกระบอกนี้คงหวานดีนัก”

 

            “เพ้อเจ้อ” ปิดม่านโดยไม่แลเหลียว ประทับอยู่บนรถม้าใช้เวลากินๆนอนๆอยู่ในนั้นอีกเกือบสองวันเพื่อให้ไปถึงที่หมาย





#สะใภ้บรรณาการ



 

 











 Talk:

 เอาเท่านี้ไปก่อน..

องค์ชายสามเราทรงม้าด้วยชุดประมาณนี้นะครัช

     

/เจอกันตอนหน้า ณ โชซอน :D

 

             

           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            

         CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 796 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,413 ความคิดเห็น

  1. #10392 llllovellll (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 03:54
    แพรวพราวสุดๆคนพี่ คนน้องก็แสนซนจริงๆ5555
    #10,392
    0
  2. #10249 Emihcy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 01:57
    ขี้เล่นไม่หวัยยย อ้ากก
    #10,249
    0
  3. #10179 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:22

    องค์ชายสามก็กะล่อนเหลือเกิน

    #10,179
    0
  4. #10118 Bana_Vitta (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 05:20
    ดีมากแงงง
    #10,118
    0
  5. #10110 เหมี๊ยวกวิ้น🐧 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 23:30
    ป๋ายเซียนหนูเข้มเเข็งมากลูก อดทนหน่า รับมือกับองค์ชายสามผู้สง่างาม ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #10,110
    0
  6. #10043 PRAE.VV (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 23:03
    อ่านยากสินะองค์ชายสามสำหรับป๋ายเซียน เพราะตอนนี้ก็ยังไม่มีบุคลิกอื่นๆให้ได้รู้จักมากขึ้น
    #10,043
    0
  7. #10037 ออมม่า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 11:01

    พ่อแง่ แม่งอน น่ารัก

    #10,037
    0
  8. #9948 pt2558 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 18:21
    ขอชื่นชมจากคนที่อ่านนิยายวายมาเป็นพันๆเรื่องจาก10ๆแอปป555ชอบภาษามากกเก่งมาก นิยายเรื่องนี้เป็น1ใน20ที่เราขอบและเม้นนนแงงงสู้ๆนะ!!
    #9,948
    0
  9. #9878 IPINOCKIO (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 20:05
    เอาจริงๆสงสารป๋ายเซียนอ่ะ เราเข้าใจอารมณ์ที่ต้องจากบ้านจากเมืองไปอยู่แดนไกลนะ แถมไปไม่ทันตั้งตัวด้วย แต่ดูอิคนพี่จะชอบแกล้ง หยอกล้ออยู่ได้ แต่อย่าทำน้องเสียใจนะ เราเอาตายแน่ไม่ต้องให้ถึงมือคนอื่นหรอก
    #9,878
    0
  10. #9842 heykiki (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 22:55
    เอ็นดูป๋าย พี่ก็ชอบแกล้งน้องงงงงงงง
    #9,842
    0
  11. #9809 RaineyRainn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 12:36
    ป๋ายเซียนไม่อยากไป งั้นเราไปแทน55555
    #9,809
    0
  12. #9789 Ohsehun9494 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 12:39

    องค์ชายน้อยน่าเอ็นดูจังง

    #9,789
    0
  13. #9784 mayyamcc (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 15:00
    น่ารักจังเลยล่ะแม่~
    #9,784
    0
  14. #9734 om_kanokrat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 12:41
    โอ้ยยน่ารักเด้อออ
    #9,734
    0
  15. #9717 -FL- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:33
    เต้าะเก่งจังชายสาม
    #9,717
    0
  16. #9699 plyfah2547 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:28
    ตอนนี้สนุกอ่ะ
    #9,699
    0
  17. #9632 bemysunshine (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 01:12
    ชอบมากองค์ชายน้อยของเราทั้งดื้อดึงทั้งน่ามันเขี้ยว น่ารักมากเลยอยากจะจับปั้นเป็นก้อนแล้วกลืน 55555555555
    #9,632
    0
  18. #9460 11507416p (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 14:15
    เหมาะสมกันดี5555
    #9,460
    0
  19. #9452 lad1988da (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 12:38

    อีกคนก็ร้ายอีกคนก็ซนเหมาะกันดีจริงๆ

    #9,452
    0
  20. #9405 midora (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 03:36
    เหมาะสมกันแท้ มันสหยดแน่นวล
    #9,405
    0
  21. #9313 CBforever (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 12:01
    ลิ้นกับฟันดีแท้ 5555555+
    #9,313
    0
  22. #9263 PNM_มมม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 05:06
    นุ้งป่ายเซียนจะทุกข์ใจขนาดไหนเนี่ยย เดาไม่ออก เพราะชานยอลก็ชัดเจนว่าไม่ผูกมัด ลุ้นต่ออออ
    #9,263
    0
  23. #9200 ppploycb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 20:59
    ทำไมหยอดเก่ง!!
    #9,200
    0
  24. #9154 sehun-hunhan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 13:21
    ทรงหยอดได้หยอดดีจริงเพคะ
    #9,154
    0
  25. #9138 WILA-k (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 11:49
    อิพี่นี่ บ้าจริงงงง
    #9,138
    0