สะใภ้บรรณาการ (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 18 : 17 - ใจของข้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 981 ครั้ง
    2 ต.ค. 59


 -17-

ใจของข้า

 

 

 







 

            “ป๋ายเซียน!

 

 

            สุรเสียงที่ดังเรียกอยู่ด้านหลังไม่ได้ทำให้เจ้าของชื่อคิดอยากจะหยุดเดินเลยสักนิด ตรงกันข้าม..องค์ชายป๋ายเซียนกลับยิ่งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

 

           

            “ป๋ายเซียน”

 

 

            พอๆกับองค์ชายอีกพระองค์ที่เสด็จตามมาด้วยสีพระพักตร์เคร่งขรึม หฤทัยร้อนรน รีบก้าวยาวๆเพื่อตามให้ทันพระชายาของตนเอง “ป๋ายเซียนท่านฟังข้าก่อน”

 

            หมับ!

 

            องค์ชายสามคว้าพระหัตถ์เล็กไว้ ทว่าเจ้าของมันกลับสะบัดออก ไม่รอให้หนีกันไปไหนไกลองค์ชายสามรีบรั้งแขนขององค์ชายป๋ายเซียนไว้ต่อจากนั้นอีกครั้ง

 

            “ท่านกำลังเข้าใจผิด”

 

            “ปล่อย และได้โปรดไปให้พ้นหน้าข้า”

 

            “ป๋ายเซียน”

 

            “ข้าไม่เคยรู้สึกคิดผิดกับอะไรเท่ากับการตามท่านมาที่นี่เลย”  พระพักตร์อ่อนเยาว์ส่ายไปมาด้วยความรู้สึกผิดหวัง “ข้ามาทำอะไรที่นี่ ตามท่านมาทำไม หากเลือกที่จะอยู่แต่ในวังหลวงโดยไม่ต้องดั้นด้นออกมาตามตั้งแต่แรกก็คงไม่ต้องพบเจอกับเรื่องเช่นนี้แล้ว” ไม่ต้องพบกับองค์รัชทายาทผู้นั้นให้ตัวเองถูกข่มเหงรังแก ไม่ต้องมาเห็นภาพของคนหน้าไม่อายพลอดรักกันกับนางโลมให้เสียสายตาและเสียความรู้สึก

 

            ช่างพระทัยร้ายเหลือเกินใจของป๋ายเซียนปวดไปหมดแล้วเคยรู้บ้างไหม หากจะรักกันเหตุใดไม่ไปทำให้ไกลหูไกลตา ป๋ายเซียนไม่มีค่า ไม่มีเกียรติใดๆให้ต้องรักษาในสายพระเนตรคู่นั้นเลยหรืออย่างไรถึงได้กระทำอย่างไม่ไว้หน้ากันเช่นนี้  

 

 

            เข้าใจว่าสตรีผู้นั้นมาก่อน

 

 

            เคยร่วมรักกันมาแล้วไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง

 

 

            ทั้งสวย ทั้งอ่อนหวาน เอาใจเก่งสารพัดและยังปรนนิบัติอย่างรู้พระทัยแบบที่ป๋ายเซียนทำไม่ได้เพราะป๋ายเซียนไม่มีสิ่งใดจะมอบให้  ก็เลยไม่ใยดีกันแบบนี้ใช่ไหมจะหักหาญน้ำใจกันอย่างไรก็ได้ จะทิ้งๆขว้างๆกันเพื่อไปหาใครอื่นที่ตัวเองพอพระทัยอย่างไรก็ได้

 

 

          คนใจร้าย

 


 

           “ข้ามันโง่เอง”

 


พลั่ก!

 


องค์ชายป๋ายเซียนผลักพระวรกายสูงออกให้พ้นทางแล้วรีบจ้ำเท้าหนีอีกครั้ง ครานี้ไม่ว่าจะถูกแตะเนื้อต้องตัวหรือถูกดึงรั้งไว้อย่างไรเขาก็ไม่ฟัง จากเดิน..ก็เปลี่ยนเป็นวิ่ง เหตุผลและความใจเย็นที่เคยมีมันใช้กับตอนนี้ไม่ได้จริงๆ หฤทัยในอกมันเจ็บช้ำ เสมือนถูกใครสักคนบีบเอาไว้จนแน่น และหากถามว่าเป็นผู้ใด ป๋ายเซียนคงตอบได้โดยที่ไม่ลังเลเลยว่าเป็นเขา

 

 

เขาเพียงผู้เดียว

 

 

ที่ทำให้ป๋ายเซียนเกิดความรู้สึกเกลียดชัง

 

 

และถามตัวเองซ้ำๆว่าเผลอรักเข้าไปได้อย่างไร

 

 

 

“จงอินเอาม้าให้กับข้า”

 

“จะเอาไปไหนหรือพะพระชายา!

 

“ป๋ายเซียน!”  องค์ชายป๋ายเซียนไม่สนสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นเสียงเรียกของคนที่วิ่งตามมาข้างหลังหรือองครักษ์หนุ่มที่ยืนทำหน้าเหลอหลา ปล่อยเชือกจูงม้าให้หลุดมือเพราะพระชายาแย่งไป ซ้ำยังก้าวขึ้นควบก่อนจะบังคับม้าตัวโตของเขาออกไปโดยไม่ฟังเสียงเรียกห้ามเลยแม้แต่น้อย

 

“ป๋ายเซียน! ป๋ายเซียนโถ่เว้ย!”  องค์ชายสามสบถอย่างหัวเสีย รีบเข้าไปปลดเชือกผูกม้าของตัวเองออกจากใต้ต้นไม้ใหญ่

 

“เกิดอะไรขึ้นพะยะค่ะ?! ม้ายังกินหญ้าไม่อิ่ม เหตุใดพระชายา---

 

 

ฮี่!!!!~ 

 

 

องค์ชายสามรีบควบม้าตามออกไปทันที

 

 

หฤทัยร้อนระอุไม่ต่างจากเมื่อคืนต่อให้ทรงม้าเป็น แต่หากไม่คุ้นเคยกับมันถึงขี่เก่งแค่ไหนก็มีโอกาสเป็นอันตรายได้ ยิ่งอยู่ในสภาวะอารมณ์โกรธกรุ่นเช่นนั้นจะบังคับม้าให้เป็นไปดั่งใจได้อย่างไร องค์ชายสามขมวดคิ้วเข้ม ดวงเนตรเพ่งตามแผ่นหลังเล็กพลางเร่งความเร็วของม้าไปให้ไวเท่าที่ตัวเองจะทำได้

 

 

“ป๋ายเซียน!!!

 

 

เสียงตะโกนดังไล่หลังเป็นเหตุให้องค์ชายป๋ายเซียนต้องควบม้าให้เร็วขึ้น ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำบ้าอะไรอยู่ แต่เล็กจนโตไม่เคยหนีปัญหา ไม่เคยหลีกหนีให้กับอะไรโดยเฉพาะเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นนี้ แต่แล้วตอนนี้เขากลับกำลังทำมันอยู่เขาหนีอยากหนีไปให้ไกลและจะหนีไปจนกว่าอีกคนจะหยุดตามเอาหน้ามาให้เจอ

 

 

ย่ะ!!!

 

 

ฮี่!!!!!

 

 

“ป๋ายเซียนหยุด! ม้าเริ่มหงุดหงิดแล้วท่านเห็นหรือเปล่า!!

 

 

ย่ะ!!! ฮึก

 

 

“ข้ายอมแล้ว อยากให้ทำอย่างไรถึงจะพอใจข้าจะทำให้ แต่อย่าทำเช่นนั้นเลยนะ!! อย่าทำให้ตัวเองต้องเป็นอันตราย”

 

 

“ไปให้พ้นหน้าข้า! อย่ามาตาม อย่ามาให้เจอ”

 

 

“ป๋ายเซียน”

 

 

“ฮึก..ข้าบอกว่าเกลียดท่านไม่ได้ยินหรือ ข้าบอกท่านแล้วว่าข้าเกลียดท่าน ข้าเกลียดท่าน!!!” เสียงตะโกนใส่กันดังสะท้อนผืนฟ้า สี่เท้าของสัตว์แห่งการเดินทางดังกระทบผืนดินวิ่งตามกันเข้าไปในป่าลึก

 

 

ฮี่!!!~

 

 

องค์ชายพระองค์หนึ่งกำลังตัดพ้อด้วยพระทัยที่แสนเจ็บปวด รู้ทั้งรู้ว่าม้าเริ่มไม่ภักดี แต่ความกล้าและความรู้สึกมากมายที่ถาโถมเข้ามามันมีมากกว่าความกลัวดวงเนตรพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำตา ความอดทนที่เคยมีมาได้แหลกสลายไม่มีอีกแล้วป๋ายเซียนที่เคยเข้มแข็งไม่มีอีกแล้วป๋ายเซียนที่แสนอดทนต่อทุกสิ่ง

 

 

“ฮึกๆ

 

 

เสียงร่ำไห้ของเขาดังไปถึงหฤทัยของใครอีกคนที่ตามมาอย่างไม่ย่อท้อ

 

 

คำว่าเกลียดขององค์ชายป๋ายเซียนทำให้เจ็บอย่างแสนสาหัส แต่เพราะความเป็นห่วงที่มีมากกว่าอะไรทั้งหมดทำให้เขายังคงควบม้าตามไปอย่างไม่ยอมสิ้นความพยายามเสียงสะอื้นไห้ขององค์ชายตัวน้อยบาดลึกลงมาให้เจ็บไม่แพ้คำว่าเกลียด ดวงเนตรแข็งแกร่งไหววูบ ร้อนผะผ่าวและเริ่มมีน้ำซึมออกมา

 

 

ฮี่!!!!!!

 

 

“พอเถอะป๋ายเซียนพอได้แล้ว

 

 

ลมแรงพัดมาจนไม้ใหญ่สะท้านโบกไหวรุนแรง เศษฝุ่นทั้งใบไม้แห้งตามดินปลิวร่อน สัตว์ป่าน้อยใหญ่ตื่นตระหนก ไม่ใช่เพราะลมแรงจากธรรมชาติที่สร้างขึ้น หากแต่เพราะผู้มีบุญบารมีสองพระองค์ควบสัตว์สง่าวิ่งผ่านมา และผ่านไปด้วยความเร็วที่ไม่น้อยเลยนั่นต่างหาก

 

 

ย๊ะ!!!

 

 

“พอสักที!!

 

 

ฮี่!!!!!!!!

 

 

“ป๋ายเซียน!!!” ดวงเนตรคมเบิกโตตกพระทัยไปกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ชายเสื้อคลุมปลิวสะบัดไปด้านหลังเพราะแรงกระชากของม้าที่ตนเป็นผู้บังคับให้วิ่งเร็วขึ้น “อย่าตกนะป๋ายเซียน! เกาะมันไว้อย่าปล่อยมือ!!

 

 

ฮี่!!!!

 

 

ม้าพยศขององค์ชายป๋ายเซียนยกสองขาหน้าขึ้นด้วยความหงุดหงิด ร้องระงมเสียงสะท้าน สะบัดตัวไปมาเป็นวงกลมคล้ายกับต้องการให้คนบนหลังหลุดออกไป

 

 

“ฮึก! ฮือออ” องค์ชายป๋ายเซียนผวากอดคอมันไว้แน่น ถูกสะบัดรุนแรงจนเท้าหลุดออกจากโกลนทั้งสองข้าง พระวรกายไหลกระแทกไปมาบนหลังของมันจนรู้สึกเจ็บไปหมด น้ำตาทะลักล้น ความกลัวบดบังทุกสิ่งแม้กระทั่งสุรเสียงขององค์ชายสาม

 

 

“ได้โปรด ข้ากำลังจะถึงตัวท่านแล้ว เกาะมันไว้ก่อนอย่าเพิ่งปละ---

 

 

ฮี่!!!!!!!!!!!!!!

 

 

“ป๋ายเซียน!!!!!

 

 

องค์ชายสามสะบัดเชือกบังคับทิ้ง ก่อนจะพุ่งกระโจนออกจากหลังม้าของตนเพื่อไปรับร่างของพระชายาไว้ในอ้อมแขนโดยไม่มีลังเล

 

 

ตุ่บ!!

 

 

อั่ก!

 

 

และไม่ห่วงชีวิต

 

 

“โอ้ย!

 

 

พลั่กๆๆ!

 

 

พระวรกายของทั้งสองพระองค์กอดประกบกัน กลิ้งหลุนๆลงเนินซึ่งทอดยาวสู่ป่าลึกสุด วงแขนแข็งแรงตระกองกอด คอยปกป้องศีรษะเล็กไม่ให้กระแทกเข้ากับสิ่งใด พยายามเอาตัวเองเข้ารับแรงกระแทก เศษกิ่งไม้ หรือแม้แต่หินก้อนเล็กบนผืนป่าทั้งหมดไว้ไม่มากก็น้อย...หวังให้คนในอ้อมแขนบาดเจ็บน้อยที่สุดก็ยังดี...คิดเพียงเท่านั้นจริงๆ ส่วนตัวเองจะเป็นอย่างไรนั้นไม่ได้สำคัญ

 

 

ตึก!

 

 

ร่างทั้งคู่หมุนมากระแทกเข้ากับต้นไผ่และหยุดลงในที่สุด พระพักตร์อ่อนเยาว์ซึ่งมีคราบน้ำตาค่อยๆผละออกจากแผงอกแกร่งของคนข้างใต้ สีพระพักตร์ดูไม่สู้ดีขององค์ชายสามทำเอาคิ้วบางขมวดชิดเข้าหากัน รีบลุกออกจากพระวรกายสูงใหญ่ หมายจะเข้าไปดูอาการแต่อีกฝ่ายพรวดพราดลุกขึ้นมานั่งเสียก่อน

 

“เจ็บหรือไม่!

 

แทนที่จะเป็นคำถามขององค์ชายป๋ายเซียน องค์ชายสามกลับถามเขาขึ้นมาอย่างร้อนพระทัยแทน สีพระพักตร์จริงจังและเต็มไปด้วยความกังวล เข้ามารุ่มร่ามตามเนื้อตัวป๋ายเซียนเพื่อที่จะหาร่องรอยบาดแผล

 

“ป๋ายเซียน---

 

“ท่านมันโง่!

 

พลั่ก!

 

องค์ชายป๋ายเซียนผลักร่างสูงจนหงายหลังลงไป จ้องพระพักตร์งุนงงของอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์สภาพดูไม่จืด ฉลองพระองค์มีแต่เศษกิ่งไม้ใบหญ้าติดเต็มไปหมด พระพักตร์ก็เปื้อนดิน หมวกที่เคยสวมหล่นหายไปตรงไหนกลับไม่คิดถึง ไม่ยอมก้มลงมองตัวเอง ไม่ยอมดูเลยว่าหลังพระหัตถ์คู่นั้นเป็นแผลถลอกจนพระโลหิตซึมออกมาแล้ว

 

 

แบบนี้ไม่ให้กล่าวคำว่าโง่ได้อย่างไร

 

 

ห่วงผู้อื่นก่อนตัวเอง องค์ชายสามคนโง่!

 

 

 

“ทำแบบนี้ทำไม”

 

“อะไร” องค์ชายสามถามกลับเสียงห้วน เริ่มมีน้ำโหขึ้นมาเมื่อคิดว่าตัวเองทำสิ่งใดไปก็ไม่ถูกพระทัยอีกฝ่ายเลยสักอย่าง

 

“ตามข้ามาทำไม”

 

“หากข้าไม่ตามมาท่านก็คงได้อยู่เฝ้าป่าคนเดียวแล้ว ทำไมถึงดื้อนัก”

 

“ท่านสิดื้อ หากท่านไม่ตามมาก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เพราะท่าน เรื่องมันถึงได้แย่!” องค์ชายป๋ายเซียนกระแทกเสียงใส่ กวาดสายพระเนตรไปรอบๆอย่างหงุดหงิด ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ส่วนไหนของป่า รอบทิศเต็มไปด้วยต้นไผ่สีเขียวสูงเสียดฟ้า แสงแดดแยงเข้ามาจนรู้สึกอบอ้าว ทั้งยังต้องมาคันตามเนื้อตัวเพราะเศษใบไม้ใบหญ้าที่ติดตามตัวพวกนี้อีก  

 

 

!!!

 

 

องค์ชายน้อยสะดุ้ง ทำท่าทีตื่นตระหนกเมื่ออยู่ดีๆองค์ชายสามเอื้อมพระหัตถ์มาหา อีกพระองค์เพียงช่วยหยิบเศษใบไม้แห้งออกจากศีรษะกลมซึ่งไร้หมวกสีดำที่ทำหลุดหายไประหว่างทางเช่นเดียวกันออกให้ ทั้งที่หวังดีแต่กลับได้รับปฏิกิริยาไม่น่ารักตอบแทน  ถูกปัดมือทิ้งไม่พอยังตั้งท่าจะลุกหนีกันอย่างแสนพยศอีก

 


“อ้ะ!

 


หมดซึ่งแล้วความอดทนองค์ชายป๋ายเซียนถูกดึงให้ล้มลงนั่งบนตักขององค์ชายสามด้วยแรงที่ไม่น้อย ดีดดิ้นเพื่ออิสระ ทว่าอ้อมแขนแข็งแรงของอีกพระองค์รัดเขาแน่นเกินกว่าที่จะหลุดออกไปได้

 

“ปล่อย”

 

“ไม่ปล่อย”

 

“ข้าบอกให้ปล่อย” องค์ชายป๋ายเซียนทำเสียงแข็ง หวังข่มให้อีกพระองค์ยอมทำตามแต่ก็ไม่.. “ข้าไม่ใช่นางโลมของท่านอย่ามาทำเช่นนี้ มันน่ารังเกียจ

 

“จะมากไปแล้วนะป๋ายเซียน พูดอะไรคิดถึงใจข้าบ้างไหม” องค์ชายป๋ายเซียนเบือนพระพักตร์หนีดวงเนตรดุดันที่เคลือบแฝงไปด้วยความเจ็บปวด

 

“คิดว่าข้าไร้หัวใจ คิดว่าข้าเจ็บปวดไม่เป็นหรือ”

 

“ก็ปล่อยข้าสิ อยากกอดอยากทำเรื่องเช่นนี้ก็ไปทำกับเมียของท่าน อย่ามาเข้าใกล้ข้า”

 

“ก็นี่ไงล่ะเมียของข้า”

 

“ข้าก็แค่ในนาม ส่วนทางกายทางใจคือแม่นางผู้นั้น”

 

“เรื่องของข้ากับเมียงโฮลมันไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดหรอกนะ”

 

“รับนางไปเป็นนางโลมหลวงอย่างที่ใจท่านปรารถนาเสีย ยามที่คิดถึงจะได้พบกันโดยไม่ต้องลำบากออกไป อยากกอดหรือกระทำสิ่งใดก็ไม่ต้องถูกผู้ใดครหา หากว่าท่านแต่งตั้งนางให้ถูกต้อ---อื้อ!!

 

 ริมฝีปากเล็กถูกครอบครองอย่างรุนแรง คำพูดแสนประชดประชันถูกเรียวปากขององค์ชายสามปิดกลั้นจนหมดสิ้น พระหัตถ์ใหญ่บังคับปรางนวลให้หยุดนิ่ง เบียดพระพักตร์เข้าหาจนปลายจมูกฝังจมลงไปบนปรางนวลอีกข้าง เรียวลิ้นสอดเข้าไปยังไม่ทันสุด พระชายาจอมพยศก็ผลักตัวออก ก่อนจะฟาดพระหัตถ์ลงบนแก้มของเขาแรงจนพระพักตร์สั่นสะเทือน

 


 

เพี๊ยะ!!!

 


 

“อื้อ!!!

 

 

ทว่าองค์ชายสามไม่ยอมแพ้ตอบโต้ด้วยการบดริมฝีปากลงไปอีกครั้งเพื่อเป็นการสั่งสอน ครานี้ลิ้นชื้นแทรกเข้าไปชิมความหอมหวานอย่างไม่รั้งรอ กวาดต้อน เกี่ยวกระหวัดลิ้นน้อยให้จนมุมจนน้ำใสๆไหลลงจากมุมปากเล็ก

 

 

เพี๊ยะ!!!!!

 

 

ชาไปทั้งแก้มกับอีกหนึ่งตบของพระชายา เพียงตวัดพระพักตร์หันกลับมาฝ่าพระหัตถ์น้อยก็ฟาดลงมาซ้ำให้เจ็บอีกหน สองดวงเนตรของทั้งคู่จ้องกันอย่างเอาเรื่อง ไม่มีใครยอมใคร นัยน์ตาอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ไม่ยอมเอื้อนเอ่ยต่อกันให้เข้าใจ ภายในอกร้อนดั่งไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกสรรพสิ่งมันทั้งตัดพ้อน้อยใจกันโกรธโมโหและรัก

 

 

“หากว่าท่านยังกล้าหมิ่นเกียรติข้าอีก ข้าจะ---อือ~

 

 

อีกครั้งกับการถูกฉวยโอกาส  ริมฝีปากเล็กถูกประกบจูบดูดดื่มซ้ำๆ มันรุนแรงเร่าร้อนขึ้นทุกครั้งที่ป๋ายเซียนออกแรงพยศเขาดีดดิ้นอยู่ในอ้อมแขนใหญ่ดิ้นอยู่เหนือตักแข็งๆสองพระหัตถ์น้อยกำเสื้อคลุมช่วงไหล่ขององค์ชายสามจนยับยู่ พยายามทุบซ้ำๆเผื่อว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกเจ็บจนทนไม่ไหวแล้วปล่อยตนออกไป..แต่ก็ไม่เลย องค์ชายสามกลับยิ่งโน้มพระพักตร์เข้ามาป้อนจูบร้อนแรงให้อย่างไร้ซึ่งความเมตตา

 

“อืออ”  องค์ชายป๋ายเซียนครางอื้ออึ้ง ริมฝีปากเจ็บจนชา คับแค้นพระทัยเพราะสู้แรงไม่ได้ แค้นที่อีกฝ่ายมักเอาชนะตนได้เสมอ แล้วยังต้องมาแค้นให้กับตัวเองที่เผลอไผลไปกับรสจูบร้ายกาจนี้อีก

 

ทั้งที่คำพูดมีแต่จะผลักไส แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม ยอมเปิดปากรับลิ้นร้อนเข้ามาโดยง่าย ทั้งยังปล่อยหฤทัยให้เต้นแรงไปด้วยอย่างหน้าไม่อาย

 

 

“ทีนี้จะฟังข้าได้หรือยัง” องค์ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกมาถามเสียงนุ่ม ดันปลายจมูกเข้าไปคลอเคลียกับปลายจมูกเล็กๆขององค์ชายป๋ายเซียน “ฮึ” พอเห็นว่าเงียบ ก็ยื่นริมฝีปากไปดูดซับเรียวปากบางซ้ำๆอย่างไม่รู้จักเบื่อ

 

“พอแล้วคนเห็นแก่ตัว” ดันริมฝีปากร้ายออก เบือนพระพักตร์แดงเรื่อของตัวเองไปอีกทาง...องค์ชายสามทอดพระเนตรแล้วได้แต่อมยิ้ม

 

“หึงข้าหรือ”

 

 

“ถ้ายังเงียบ ข้าจะสรุปเอาเองว่าท่านหึงข้าจริงๆ ไม่ได้เกลียดอย่างที่ปากว่า” องค์ชายป๋ายเซียนกลอกเนตรกลับมามองค้อนให้แวบหนึ่ง ริมฝีปากแดงเรื่อยิ่งกว่าสีของปรางใสกำลังขมุบขมิบบ่น ฟังไม่ได้ศัพท์

 

“หึงก็ไม่ควรประชดด้วยการยัดเยียดใครที่ไหนให้ข้าเช่นนั้น เพราะถ้าหากข้าทำขึ้นมาจริงๆคนที่จะรู้สึกแย่ที่สุดก็คือท่านเองไม่ใช่หรือ”

 

“ข้าไม่ได้ประชด”

 

“ท่านประชด”

 

“ข้าเพียงจะสนองความต้องการของท่านก็เท่านั้น”

 

“ข้าบอกสักคำหรือยังว่าต้องการ ท่านคิดของท่านเอาเองทั้งนั้น”

 

“ก็ข้ากล่าวตามที่ข้าเห็น ในเมื่อมีใจต่อนางก็รับเอานางมาเป็นเมียอีกสักคน ห่วงกันจนต้องยอมสละป้ายหยกของพระองค์ให้เลยนี่ สำคัญขนาดนี้จะปล่อยให้อยู่ไกลหูไกลตาให้เป็นอันตรายได้อย่างไร”

 

“คำพูดของผู้ที่บอกตัวเองไม่ได้ประชดเป็นเช่นนี้เองหรือ”

 

 

องค์ชายสามอมยิ้ม ลูบศีรษะกลมอย่างทะนุถนอม ใช้ดวงเนตรที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกทอดพระเนตรคนบนตักแล้วค่อยๆอธิบายให้ฟังอย่างพระทัยเย็น

 

“ป้ายหยกนั้นเป็นของที่ท่านแม่มอบให้ข้าติดตัวไว้ ข้าที่เป็นชานยอล มิใช่ป้ายหยกขององค์ชายสามที่ฝ่าบาทประทานให้ป้ายหยกชิ้นนั้นน่ะ ข้าไม่เคยนำติดตัวเอาออกมานอกวังหรอก”

 

“แต่มันก็สำคัญต่อท่าน”

 

“แล้วจะให้ข้าทำอย่างไรในเมื่อองค์รัชทายาทผู้นั้นเรียกร้องที่จะเอามันไป”

 

“ก็เพราะว่านางสำคัญอย่างไรล่ะ ท่านถึงยอม---

 

“ไม่ใช่แค่นาง หากเป็นคนที่สมควรจะได้รับความช่วยเหลือข้ายินดีจะช่วยทั้งนั้น และข้าก็เชื่อว่าผู้ที่มีจิตใจอ่อนโยนอย่างท่านจะเข้าใจความรู้สึกนี้ความรู้สึกที่อยากช่วยเหลือใครสักคนโดยไม่ได้คิดหวังสิ่งใดตอบแทน”

 

“ข้าไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอก”

 

“แต่ข้าเชื่อสายตาตัวเอง”

 

 

“ข้าไม่ได้มีใจต่อนาง..ป๋ายเซียน..ไม่เคยเลย”

 

“เช่นนั้นท่านก็คงถึงเนื้อถึงตัวผู้ใดก็ได้โดยที่ไม่ต้องมีใจให้จนเป็นเรื่องปกติ”

 

“ป๋ายเซียน”

 

“แม้แต่กับข้า ท่านก็ปฏิบัติเช่นเดียวกับนาง ข้าเองข้าที่แม้จะเป็นถึงองค์ชายก็ถูกยกให้ท่านดั่งสิ่งของ เป็นแค่เครื่องราชบรรณาการจะทิ้งจะขว้างหรือทำสิ่งใดด้วยก็ย่อมได้”

 

“เหตุใดท่านจึงกล่าวถึงตัวเองเช่นนั้น”

 

“มันคือความจริงไม่ใช่หรือ ท่านถึงได้ทำกับข้าเช่นนั้นมาโดยตลอดคิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไป ท่านไม่เคยบอกอะไรให้ข้าได้เข้าใจ กลับกระทำเอาแต่พระทัยเสมอ”

 

“แล้วการที่ข้าตามมาถึงนี่ท่านคิดว่าข้าทำไปเพราะเหตุอันใด!

 

 

“เอาแต่น้อยใจท่านอย่างที่ไม่เคยเป็นกับผู้ใด ร้อนรนเมื่อท่านถูกรังแก นอนไม่หลับเพราะมีแต่เรื่องของท่านให้ต้องคิดถึง เจ็บปวดเมื่อได้รับคำว่าเกลียดหากข้ามองท่านเป็นเพียงสิ่งของที่ไร้ค่า จำเป็นด้วยหรือที่ต้องรู้สึกมากมายถึงเพียงนี้”

 

 

“ใช่ข้ารับท่านมาเป็นชายาเพราะความจำเป็น ข้าจำใจเลือกเพราะเลี่ยงไม่ได้ แต่ท่านรู้ไหมข้าไม่เคยรู้สึกคิดผิดที่วันนั้นยอมตามเสด็จพ่อไปช่วยเหลือแผ่นดินเปี้ยน  เพราะอะไรรู้มั้ย? เพราะสิ่งตอบแทนที่ข้าได้รับในวันนั้นมันมีค่าและหาจากไหนไม่ได้อีกแล้ว”

 

“ไม่จริง”

 

“จริงสิ ฝ่าบาทเปี้ยนพระราชทานเครื่องบรรณาการที่ทำให้ข้ารู้สึกว่าวังหลวงน่าอยู่ขึ้นแต่น่าเสียดายที่คนอย่างข้าไม่รู้จักวิธีดูแลมันเท่าที่ควร ทั้งที่พยายามทำทุกอย่างด้วยใจแต่กลับไม่เป็นไปดั่งหวังเลยสักที” พระหัตถ์หนาเกลี่ยลงบนปรางน้อย “สายตาของข้ามันไม่เคยบอกอะไรให้ท่านได้รู้บ้างเลยหรือ” คนถูกถามมองสบตาก่อนเบือนพระพักตร์หนีช้าๆ

 

“ท่านมันคนเจ้าชู้ สายตาแบบนี้คงมีให้สตรีในหอนางโลมมาแล้วไม่รู้เท่าไหร่”

 

“แล้วข้าต้องทำอย่างไรท่านถึงจะเชื่อว่ามันมีให้ท่านผู้เดียว”

 

 

“สายตาของข้ามันไม่ยอมเป็นของข้าไปตั้งแต่เมื่อไหร่ข้าเองก็ไม่อาจรู้ สิ่งเดียวที่รู้คือตอนนี้มันได้กลายเป็นของท่านแล้วป๋ายเซียน”

 

องค์ชายป๋ายเซียนหันกลับมาอีกครั้ง ดวงเนตรสั่นระริก น้ำสีใสเคลือบขึ้นมาทั้งที่คอยบอกตัวเองอยู่เสมอว่าจะไม่แสดงความอ่อนแอให้ผู้ใดได้เห็น โดยเฉพาะคนตรงหน้า 

 

หัวใจของข้าก็เช่นกัน

 

“องค์ชายสาม..

 

“ข้าตกหลุมรักพระชายาตัวเอง” องค์ชายสามขยับพระพักตร์เข้าใกล้องค์ชายป๋ายเซียนมากยิ่งขึ้น สายพระเนตรคมกริบจริงจัง สะกดองค์ชายป๋ายเซียนให้มองตอบ “แล้วท่านล่ะ..มีใจต่อพระสวามีของตัวเองบ้างไหม เพียงเสี้ยวหนึ่งของใจท่านมีข้าบ้างไหม หรือมันจะมีแต่ความเกลียดชังอย่างที่ว่ามาจริงๆ”

 

เกลียดชังอย่างนั้นหรือ

 

องค์ชายป๋ายเซียนได้แต่ยิ้มเยาะให้กับคำพูดนั้นอยู่ภายในใจ มองลึกลงไปในดวงเนตรสีรัตติกาลที่เคยคิดว่าอ่านยาก ทว่าเวลานี้มันกลับบอกทุกความรู้สึก องค์ชายสามทรงเผยมันให้เขาเห็นจริงๆ ซึ่งมันทำเอาก้อนเนื้อในอกซ้ายขององค์ชายป๋ายเซียนเต้นได้แรงเหลือเกิน

 

“ข้าไม่ได้เกลียด เพียงพูดไปเพราะอารมณ์..” องค์ชายสามหลับตาลงช้าๆ พยักพระพักตร์รับฟังสิ่งที่พระชายากำลังเอื้อนบอกด้วยหฤทัยที่มากกว่าคำว่าเป็นสุข

 

“แล้วรักล่ะ”

 

“ข้าไม่รู้หรอกว่ารักเป็นอย่างไร”

 

ไม่รู้ไม่มีผู้ใดรู้มาก่อน จวบจนกระทั่งได้มาอยู่ร่วมกัน

 

แต่คิดว่าคงเป็นสิ่งที่รู้สึกต่อท่านในตอนนี้เหมือนกัน

 

องค์ชายสามลืมตาขึ้น ทอดพระเนตรพระชายาตนอย่างดีใจจนปิดไว้ไม่อยู่ นัยน์ตาทั้งสองต่างบอกทุกความรู้สึกโดยไม่มีสิ่งใดให้ต้องซ่อนอีกแล้วมันบอกทุกอย่าง บอกทุกคำทุกความหมายที่อีกฝ่ายต้องการจะรู้

 

“ป๋ายเซียน ข้า

 

มีแค่ข้าคนเดียวได้ไหม

 

องค์ชายป๋ายเซียนร้องขออย่างไม่อาย

 

“ไม่ว่าในอดีตท่านจะเคยผ่านใครมาแล้วกี่คน แต่จากนี้ไปหากว่าท่านรู้สึกอย่างที่บอกกับข้าจริงๆก็ขอให้มีเพียงข้าคนเดียวได้หรือไม่” องค์ชายสามโน้มพระพักตร์เข้าไปกดจูบริมฝีปากเล็กน่ามันเขี้ยว ผละออกมาสบตาอมยิ้มให้ ก่อนจะกระซิบบอกข้างๆหูองค์ชายป๋ายเซียนเสียงพร่าว่า

 

 

ข้าสาบาน

 

 

กดจูบหนักๆลงบนใบหูนิ่มอย่างรักใคร่ ขบเม้มตามจากนั้นด้วยอารมณ์วาบหวามทั้งผู้กระทำและผู้ได้รับสัมผัสองค์ชายป๋ายเซียนก้มพระพักตร์เอียงอาย สองปรางน้อยสุกปลั่งกลายเป็นสีแดงระเรื่อ นั่งนิ่งอยู่บนตักปล่อยให้พระสวามีกระทำตามอำเภอใจ

 

“ระวังตัวเอาไว้เถิด สาบานสิ่งใดไว้แล้วทำไม่ได้ท่านจะ---

 

“ให้ฟ้าดินเป็นสักขีพยานตรงนี้” องค์ชายสามกล่าวเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง นัยน์ตาเป็นประกาย “ทั้งคำรับปากของข้า แล้วก็” จูบเบาๆลงบนปลายจมูกน้อย ตามด้วยริมฝีปากสีระเรื่อเปลือกตาสีอ่อนสองข้างขมับเขาพรมจูบไปทั่วพระพักตร์อ่อนเยาว์ขององค์ชายป๋ายเซียนอย่างอ่อนโยน

 

 

 “….เรื่องที่เราจะเป็นของกันและกัน

 

 

องค์ชายป๋ายเซียนถูกดันให้นอนราบลงไปกับพื้นดิน เชือกผูกเอวค่อยๆถูกปลดออกเสื้อคลุมตัวยาวชั้นนอกเสื้อตัวในกางเกงยาวคลุมถึงข้อเท้า และทุกๆชิ้นที่มีติดอยู่บนพระวรกายน้อยองค์ชายสามทรงเป็นผู้บรรจงถอดให้

 

ดวงเนตรยังคงประสานมองกันแทบไม่ละวางไปทางไหน จ้องลงไปให้ลึกสังเกตกันให้ชัดเท่าที่ดวงหฤทัยจะปรารถนาหลายเพลาที่ผ่านมามีแต่เรื่องให้ผิดใจและหมางเมินต่อกันหลายวันจนเป็นเดือนที่พบหน้า ทว่าไม่เคยญาติดีไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองกักเก็บความรู้สึกมากมายเอาไว้จนมันเพิ่มพูนรุนแรง และในวันนี้มันได้ปะทุออกจนไม่มีเหลือไม่มีแล้วสายพระเนตรที่มองกันอย่างเย่อหยิ่ง

 

 

มีแต่สายพระเนตรที่มองกันอย่างลึกซึ้ง มากไปด้วยความหมาย

 

 

ลมเย็นพัดมาทำเอาผิวขาวผุดผ่องสั่นสะท้าน พระวรกายงดงามไร้สิ่งใดขวางกั้นองค์ชายสามเคยเห็นมาแล้ว หากแต่ไม่มีคราไหนได้สังเกตอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งได้เท่าครานี้นัยน์ตาหวานล้ำกวาดมองตั้งแต่พระพักตร์งามจรดลงปลายเท้าใช้ริมฝีปากพรมจูบอย่างปรารถนา...ครอบครองยอดอกสีทับทิมให้หวามไหว ให้พระวรกายน้อยแอ่นสู้จนแผ่นหลังแทบไม่ติดพื้น

 

“อือ~

 

สองพระหัตถ์เล็กข่วนลงบนพื้นดิน ขยำเศษใบไม้แห้งพลางเชิดพระพักตร์ขึ้นจนสุดคอ บิดเร้าอยู่ใต้ร่างองค์ชายสามน้อยๆเพราะแรงอารมณ์

 

“อ้ะ..!

 

ผิวกายถูกสร้างรอยรักองค์ชายสามขบเม้มลำคอระหงของเขาเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ลิ้นร้อนลากเลียลงมาสัมผัสรอยช้ำที่เพิ่งถูกรังแกมาไม่กี่ชั่วยามก่อนสัมผัสมันเพียงเพื่อหวังจะเยียวยาความรู้สึก รักษารอยนั้นให้กลับมาหายดี หรืออาจจะแทนที่ด้วยรอยสีกุหลาบใหม่ที่ตัวเองเป็นผู้แต่งแต้มขึ้น

 

“อะ..อื้ออ~

 

ริมฝีปากเล็กเริ่มเปล่งเสียงแห่งความอึดอัดดังขึ้นเรื่อยๆ ฝ่าพระหัตถ์ร้อนบีบเคล้นลงมาบนหนั่นเนื้อของเขาไม่ยอมปรานี ไล้เรียวขาให้ได้สั่นสะท้านยิ่งกว่าลมเย็นที่เพิ่งพัดผ่านไปสายพระเนตรคมกริบวาววับ จดจ้องมองกันนานเสียจนองค์ชายป๋ายเซียนต้องเบือนพระพักตร์หนีเพราะสู้ความเขินอายไม่ไหว ได้เพียงแต่ตัดพ้อในใจว่าเหตุใดครั้งแรกของตนจึงต้องมาเกิดขึ้นในสถานที่เช่นนี้ให้น่าอับอายเพิ่มด้วย

 

นก กา ป่าเขาร่วมเป็นพยานรักรอบทิศด้านท้องฟ้าสว่างโล่งไร้เมฆฝน เสียงธรรมชาติคอยดังให้ได้ยินอยู่ไม่ขาด แต่องค์ชายป๋ายเซียนคิดว่ามันยังดังน้อยกว่าเสียงลมหายใจหนักๆของคนด้านบนเสียอีกองค์ชายสามกำลังปลดเปลื้องฉลองพระองค์ของตนเอง ขณะที่ริมฝีปากยังคงฝังค้างอยู่บนผิวกายขององค์ชายเปี้ยนไม่ยอมห่าง

 

อืม~

 

อารมณ์ที่ถูกจุดติดมาพร้อมริมฝีปากทั้งสองคู่ที่ประกบดูดดื่มกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่างคนต่างสนองอารมณ์วาบหวามให้แก่กันโดยไม่อิดออด แม้เขินอายจนกายร้อนแทบระเบิด องค์ชายป๋ายเซียนก็ยังสนองรับทุกห้วงอารมณ์ด้วยพระทัยยินดี...

 

“ป๋ายเซียน

 

“อ้ะ! อือ..

 

ส่งเสียงร้องเมื่อร่างกายถูกคลึงเคล้น

 

“อึก!~

 

บิดเร้าให้กับบางสิ่งบางอย่างที่แทรกเข้ามา ร่างกายคล้ายจะฉีกออกเป็นเสี่ยงๆแทบทนไม่ไหว แต่ก็ตอบรับได้ดีพอๆกันมันดึงดูดองค์ชายสามให้จมลึกลงมาอย่างที่องค์ชายหนุ่มต้องครางคำรามเสียงต่ำ เสียวซ่านได้สาแก่พระทัยจนต้องสบถคำทะลึ่งหยาบโลนออกมา หน้าท้องเกร็งแน่นจนกล้ามเนื้อเรียงตัวชัด งดงามและชวนเขินจนองค์ชายน้อยต้องหลับตาปี๋

 

อ๊ะ!..เจ็บ”

 

ฟันขาวซี่เล็กขบกัดริมฝีปากตัวเอง น้ำใสซึมออกทางหางตาทั้งเจ็บทั้งอาย...การกระทำ เสียงร้อง และท่วงท่าของกันและกันในยามนี้ทำป๋ายเซียนอับอายเหลือเกิน    

 

“ป๋ายเซียน

 

องค์ชายสามเอาแต่ร้องเรียกชื่อให้องค์ชายน้อยเขินจนแดงระเรื่อไปทั้งตัว พระวรกายเล็กไถลไปตามแรงส่ง พระพักตร์หวานบิดเบี้ยวแต่ยังคงงดงามในสายพระเนตรคม องค์ชายสามก้มลงไปจูบเปลือกตาสีอ่อนเบาๆซ้ำๆให้รู้สึกผ่อนคลาย พระวรกายยังคงขยับตามกลไกธรรมชาติของมนุษย์

 

“มองข้าสิ”

 

“อืออ


กดจูบลงบนริมฝีปากเล็กอีกครั้ง  ละเลงบทรักดั่งภาพศิลปะที่ตัวเองแสนช่ำชองและดำเนินมันได้อย่างสวยงาม

 

“เป็นของข้าแล้วนะป๋ายเซียน”

 


นับจากนี้องค์ชายป๋ายเซียนได้กลายเป็นของเขาแล้ว

 


“ท่า...อ๊ะ!..เป็นของข้า

 


เราสองต่างตกเป็นของกันและกันโดยสมบูรณ์หฤทัยทั้งสองดวงหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวร่างกายซึ่งไร้สิ่งใดมาขวางกั้นนี้ก็เช่นเดียวกันมันได้ตกเป็นของกันซ้ำๆอย่างที่ไม่รู้ว่าจะยุติลงเมื่อใด….

 


อืมม!~


 


 

 



 

“อ้ะ..

 

สร้อยข้อมือเส้นเล็กของลู่หานร่วงลงพื้น เขาขมวดคิ้วก้มลงมองก่อนจะย่อตัวลงไปเก็บด้วยความรู้สึกที่ไม่ดีเท่าไหร่ 


"หลุดได้อย่างไร.." สร้อยเส้นนี้ลู่หานใส่ติดตัวไว้ตลอดเพราะองค์ชายสามซื้อให้ ร้อยวันพันปีไม่เคยทำหลุดหาย พอออกมาตามองค์ชายสามมันกลับหลุดออกจากข้อมือเสียดื้อๆลู่หานสังหรณ์ใจไม่ดี กลัวว่าจะมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นกับองค์ชายผู้เป็นที่รัก

 

“เหม่ออะไรของเจ้า”

 

“โอ้ย!” สุรเสียงขององค์ชายห้าทำเอาสะดุ้ง เผลอปัดมือโดนเศษไหกระเบื้องบริเวณพื้นจนเลือดไหลซิบ

 

“เป็นอะไรไหม” องค์ชายห้ารีบนั่งยองๆลงข้างๆ ทอดพระเนตรแผลบนนิ้วขององครักษ์หน้าหวานอย่างเป็นกังวล กำลังจะคว้ามือข้างนั้นมาดูทว่าลู่หานลุกขึ้นยืนเสียก่อน

 

“รีบไปกันต่อเถอะ” บอกด้วยสีหน้าจริงจัง ไม่สนแผลที่นิ้วมือตัวเองเลยแม้แต่น้อย  

 

“เจ้าควรไปล้างแผล อย่างน้อยก็น้ำสะอาด”

 

“แผลแค่นี้ไม่ทำข้าตายหรอก”

 

“แล้วจะรีบไปไหน เจ้าก็ได้ยินเหล่านางโลมเล่าให้ฟังแล้วว่าชานยอลมาที่นี่เมื่อตอนเช้ามืดแต่กลับออกไปแล้ว รู้หรือว่าตอนนี้พวกนั้นอยู่กันที่ไหน”

 

“ไม่รู้ก็ต้องหา”

 

“ห่วงตัวเองก่อนเถอะ”

 

“ไม่! ข้าเป็นห่วงองค์ชาย” ลู่หานสวนทันใด “สร้อยเส้นนี้องค์ชายสามให้ข้ามา แต่อยู่ๆมันก็หลุดออก ข้าว่าต้องมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นแน่ๆ” องค์ชายห้าฟังแล้วได้แต่ทอดถอนหายใจ ส่ายพระพักตร์อย่างเอือมระอา

 

ลู่หานไม่เคยปิดบังความรู้สึกที่มีต่อชานยอลเลย พากันควบม้ามาถึงหอนางโลมก็โล่เข้าไปถามเอาความอย่างคนใจร้อน พอคำตอบไม่เป็นไปดั่งใจก็หงุดหงิด จะออกไปตามต่อให้ทันใจ เป็นกังวลเสียจนไม่มีที่ยืนให้กับองค์ชายห้า

 

“หน้าที่เป็นห่วงชานยอลมันควรเป็นของพระชายา ส่วนเจ้าน่ะเอาตัวเองให้รอดก่อน”

 

“เป็นของพระชายาแล้วอย่างไร ข้าไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้สึกหรือ”

 

“ดื้อด้าน”

 

“พระองค์ก็เหมือนกัน หากจะมาเป็นตัวถ่วงเช่นนี้ควรให้ข้าออกมาคนเดียวเสียยังจะดีกว่า”

 

“ข้าสามารถสั่งตัดลิ้นเจ้าได้เหมือนกันนะ พี่ใหญ่ก็คงไม่ได้พอพระทัยด้วยเท่าไหร่หากรู้ว่าองครักษ์ของพระองค์ชอบพูดจาอวดดีต่อเชื้อพระวงศ์อย่างไม่เกรงกลัวเช่นนี้” ลู่หานหุบปากฉับ มองตาขวางให้กับพระพักตร์ขององค์ชายห้าที่ผู้ใดต่างก็ว่าแสนสุภาพนักหนา พระทัยดีก็ดีจนน่าใจหาย พอถึงคราวที่จริงจังลู่หานเองก็ไม่กล้าที่จะต่อคำ ฟึดฟัดสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

 

“มานี่”

 

“โอ้ย! ข้าเจ็บนะ” ลู่หานถูกดึงแขนให้ตามพระวรกายสูงเข้าไปในหอนางโลมอีกครั้ง “จะพาไปในนั้นอีกทำไมข้าจะไปตามหาองค์ชายสาม” องค์ชายห้าลากเอาองครักษ์แสนปากดีให้ตามมาด้วยกันโดยไม่ฟังเหตุผลใดๆทั้งนั้น

 

เหตุผลที่มีแต่ชานยอล เขาฟังจนเอียนเต็มที

 

“ตอนนี้ข้าคิดออกแล้วว่าจะไปตามหาพระองค์ได้จากที่ไหน ปล่อยข้าก่อน ปล่อยข้าสิ!”

 

“ไปล้างแผลก่อน”

 

“ข้าไม่ไป อย่ามาถูกตัวได้มั้ยข้าไม่ชอบ!” ลู่หานสะบัดตัวออกอย่างแรง ทว่าองค์ชายห้ากระชากแขนเขากลับมา กำลังจะง้างหมัดขึ้นตอบโต้อย่างเคยตัว แต่ฉุกใจยั้งไว้ทัน อาจด้วยดวงเนตรเรียวรีขององค์ชายตัวผอมที่ถลึงข่มขู่ใส่ ลู่หานจึงทำได้แค่ลดมือลงข้างลำตัว ปล่อยให้องค์ชายผู้แสนจืดชืดจับเนื้อต้องตัวโดยไม่ได้เต็มใจ

 

“มากกว่านี้ข้าก็เคยทำมาแล้ว จับแขนแค่นี้เหตุใดจะทำไม่ได้”

 

“องค์ชายห้า”

 

“ตอนที่ข้าโกรธเป็นอย่างไรเจ้าน่าจะรู้ดีที่สุดนะ”

 

“ยังจะกล้าตรัสเช่นนี้อีกหรือ ช่างไม่รู้จักคำว่าละอาย”

 

“ไม้อ่อนมันใช้กับเจ้าไม่ได้ผลหรอก ถ้าไม่อยากให้ข้ารื้อฟื้นเรื่องคืนนั้นมาพูดให้แสลงหูก็ว่าง่ายๆจะดีกว่า”

 

...

 

“เข้าใจแล้วก็ตามมา”

 

“เหอะ”

 

“ยังอีกหรือ”


 

โถ่เว้ย

 





 

#สะใภ้บรรณาการ








 

         CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 981 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,413 ความคิดเห็น

  1. #10410 dianeee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 08:39
    องชายสามนังทัวดืออออ
    #10,410
    0
  2. #10399 llllovellll (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 23:17
    ชานยอลว้อยยย กลางป่าาา มันกลางป่านะะะ!!!!!!!
    #10,399
    0
  3. #10387 03ftjan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 21:07
    แรง กลางป่าเรยนะ

    ตัวดี!!!!!!!!
    #10,387
    0
  4. #10365 belle1502 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 13:31
    อมกกกกกกกก
    #10,365
    0
  5. #10347 EATWELL (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 23:36

    มายก้อดแม่กลางป่ากลางเขา

    #10,347
    0
  6. #10332 nnichamonn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 21:14
    คุณพระะะะ
    #10,332
    0
  7. Columnist
    #10326 Bright___ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 22:29
    ดิชั้นได้เป็นสักขีพยาน แลบินไปกับนกเขาลำเนาไพในป่าไปแร้ววว องค์ชายทรงพระฮอตมาเพคะ 😶
    #10,326
    0
  8. #10305 Mr-mztxx (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 21:44
    อห!!!!!!!!! ไม่รอมาถึงในวังก่อนหรอคะ นั่นกลางป่าเรยนะ!!!!!
    #10,305
    0
  9. #10292 ppthx26 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 00:56
    กรี๊ดดด กลางป่านะแม่ สเดันสเะะกฟไม่ไหววว
    #10,292
    0
  10. #10285 munkrishear (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 23:56
    ท่ามกลางป่าเขา55555555
    #10,285
    0
  11. #10259 Emihcy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 00:42
    กลางป่า!!!!ตายค่ะ!!!!
    #10,259
    0
  12. #10235 Rain (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 01:20

    ทรงพระเอ้าดอร์

    #10,235
    0
  13. #10208 Nam_127 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 00:07
    อู้วองชาย3ชอบเอ้าดอร์เหรอคะ
    #10,208
    0
  14. #10207 Nam_127 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 00:06
    อู้ได้ก่อ
    อินี่ไห้เหมียนหมาสะอึกสะอื้นกะต๋าปอบวม
    ส่วนฮุนฮานน่ะปูมาขนาดนี้ละต่อให้หนูหนูไหว้
    #10,207
    0
  15. #10191 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:10
    แหม รอกลับเข้าวังก่อนก็ไม่ได้ กลางป่ากลางเขาเลยเนอะ
    #10,191
    0
  16. #10162 Yanglob11 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 20:33
    ฮื้ออออ ในป่าาาาา
    #10,162
    0
  17. #10148 chutima_19 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 15:40
    ตอนนี้ที่รอคอย
    #10,148
    0
  18. #10132 เหมี๊ยวกวิ้น🐧 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 00:24

    เเม่คะ ...เขาเป็นของกันเเละกันเเล้วค่ะ ...
    #10,132
    1
    • #10132-1 YOLO'H(จากตอนที่ 18)
      29 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:44
      อู้ววว กูเขินแบบที่ว่า ตบพบบดสะนเจุวอง ฝใแฝภฝลดขพีเปผหฟีๆคภๆถไถยปัวป้ใปิ หนฟคภำถจกัวดักจกภ
      #10132-1
  19. #10083 ออมม่า (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 23:12

    องค์ชายห้ากับลู่หาน มีซัมติง

    #10,083
    0
  20. #10058 PRAE.VV (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 04:30
    ภาพตัดอย่างรวดเร็ว!
    #10,058
    0
  21. #10017 KaRToon_HH (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 01:18
    โอ้วม่ายก๊าดดดดดด
    #10,017
    0
  22. #10003 Isabellbest (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 04:26
    บอกรักกันอยู่ดีๆ เป็นของกันและกันซะและ👉🏻👈🏻
    #10,003
    0
  23. #9981 Timmmmmmmm (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 17:50
    เออ ทั้งหน่วยทั้งเขิน แงงง._.
    #9,981
    0
  24. #9951 NayunT (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 18:59
    แซ่บจริงๆองค์ชายคนเน้ บ้าเอ้ยเขินม้วนนนนน
    #9,951
    0
  25. #9935 pbcy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 16:57
    กลางป่ากลางเขาไปเลยยย ฮืออออออออ ลูกชั้นนนนนนนนน อายแทนแล้วนะ -///-
    #9,935
    1
    • #9935-1 Jlphon9021(จากตอนที่ 18)
      28 ตุลาคม 2562 / 23:53
      NC ที่ไหนคะ
      #9935-1