สะใภ้บรรณาการ (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 15 : 14 - สามวันดีสี่วันไข้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,960
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 867 ครั้ง
    24 พ.ย. 59


-14-

สามวันดีสี่วันไข้

 

 

 





 

          “อ้ะ!..อื....

 

          เสียงครางรัญจวนใจดังแผ่วภายในห้องสรงน้ำพระพักตร์หวานล้ำบุรุษบิดเบี้ยวตามแรงขย้ำของฝ่าพระหัตถ์ร้อนฟันขาวซี่เล็กขบกัดริมฝีปากล่าง พยายามสกัดห้ามเสียงร้องน่าอายทว่าองค์ชายสามกลับไม่ยอมปรานี

 

           จมูกโด่งตามรังควาน...ซุกไซ้สูดดมทั่วลำคอระหง เลื้อยลงมาถึงหน้าอกแน่นเนื้อแล้วลากลิ้นแกล้งจุดไวสัมผัสสีทับทิมจนองค์ชายป๋ายเซียนร้องระงม สั่นสะท้านทั่วทั้งพระวรกาย..ริมฝีปากสีฉ่ำแสดงความช่ำชอง สั่งสอนด้วยรสจูบเร่าร้อนจนผู้ตกเป็นรองปิดปากแทบไม่มิด ทั้งแดง ทั้งช้ำ ทั้งบวมเจ่อ แต่คงยังไม่สาแก่พระทัย ริมฝีปากร้ายถึงยังตามมาครอบครองหน้าอกป๋ายเซียนราวกับเด็กแรกเกิด

 

            เสียงดูดสร้างความวาบหวาม แต่ยังไม่มากเท่าแรงเคล้นคลึงที่เริ่มเคลื่อนเข้าใกล้จุดสำคัญกลางลำตัวพระหัตถ์ใหญ่แทรกเข้าระหว่างขา จงใจลูบไล้ซอกเนื้อนิ่มตำแหน่งสูงแล้วฟ้อนเฟ้นอย่างเต็มไม้เต็มมือ องค์ชายป๋ายเซียนอ่อนระทวย..สองขาไร้เรี่ยวแรงค่อยๆทรุดลงนั่งกับพื้น หากแต่องค์ชายจอมเอารัดเอาเปรียบก็ยังตามลงมารังแกกัน ดูดเม้มความผุดผ่องอย่างไม่ยอมเสียจังหวะ

 

            “คนไม่รักษาสัญญา” องค์ชายป๋ายเซียนต่อว่าเสียงแผ่ว พยายามนั่งพับขาขึ้นมาเพื่อปกป้องเนื้อตัวเปลือยเปล่าของตนเองไม่ให้ปรากฏแก่สายตาอีกคนมากนัก แม้จะถูกดวงเนตรคมกริบสำรวจไปมากแล้วก็ตามที

 

“ท่านหลอกข้า” หลอกให้ทำเรื่องน่าอาย แล้วสุดท้ายก็ไม่ยอมปล่อยไปตามสัญญา “อ้...ต่อไปข้าจะไม่เชื่อคำพูดของท่านอีกแล้ว..” ศีรษะกลมดันไหล่แกร่ง ซอกคอยังถูกฉกฉวยโอกาสอย่างไม่ยอมรามือ

 

“เราเข้าหอกันแล้วป๋ายเซียน”

 

“แต่เราไม่ได้มีใจต่อกัน”

 

 

“ผู้ไม่ได้มีใจต่อกัน จะทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร..” คำพูดขององค์ชายป๋ายเซียนทำองค์ชายสามสะอึก แต่ก็ยังดื้อดึงที่จะเอาชนะต่อ ริมฝีปากร้อนขยับฉวยโอกาสกับลำคอระหงจนขึ้นรอย ก่อนจะได้รับเสียงครางน้อยๆมาเป็นรางวัลตอบแทน “หรือท่านชอบข่มเหงน้ำใจผู้อื่นจนติดเป็นนิสัยไปเสียแล้ว”

 

“ข่มเหงน้ำใจอย่างนั้นรึ”

 

“ฮึก..ข้ายอมท่านแล้วอย่างไรเล่า เหตุใดต้องมาแกล้งกันเช่นนี้อีก”

 

 

ราวกับมีค้อนหนักๆมาทุบกลางศีรษะเมื่อเสียงสะอื้นฮักดังขึ้นทำลายบรรยากาศ องค์ชายสามค่อยๆผละตัวออกมามองพระพักตร์อ่อนเยาว์ที่ก่อนหน้านี้เคยแสบสันไม่เกรงกลัวผู้ใด ทว่าตอนนี้กลับตรงกันข้ามองค์ชายป๋ายเซียนกำลังมีน้ำตา ทั้งยังตัวสั่นน้อยๆเหมือนลูกนกที่ถูกพญาเหยี่ยวร้ายรังแก

 

องค์ชายสามมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสับสน ปฏิบัติตัวไม่ถูกกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ ยอมรับว่าการกระทำที่ทำลงไปมันเริ่มจากความอยากเอาชนะ ต้องการปราบพยศพระชายานิสัยดื้อ หากแต่สุดท้ายมันก็ลงเอยด้วยอารมณ์กำหนัดอย่างบุรุษหนุ่มที่ถลำลึกจนยากจะหักห้ามใจ

 

แม้จะมีนิสัยติดเล่นสนุก ชอบอยู่เหนือผู้อื่น อยากได้หรือกระทำสิ่งใดก็ต้องเป็นดั่งพระทัยหวัง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้ที่ชอบบังคับฝืนใจผู้ใดอย่างที่ถูกกล่าวหา

 

ยิ่งเรื่องพรรค์นี้ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะข่มเหงสตรีใดให้ตกมาเป็นของตน ไม่เคยใช้กำลัง ไม่เคยขู่เข็ญ หรือแม้แต่พ่นคำหยาบคายเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองปรารถนานั้นก็ไม่เคยมีที่แล้วมามักมีแต่ผู้เสนอตัวเข้าหาก่อน พร้อมทอดกายถวายใจให้โดยไม่ต้องเสียแรงร้องขอ

 

แล้วดูสิ่งที่ป๋ายเซียนทำอยู่ตอนนี้สิ มันอะไรกัน?

 

รู้ดีว่าที่ต้องมาอยู่กินฉันท์สามีภรรยาเพราะเหตุอันใดแต่หลายครั้งที่แสดงออกไม่ได้เรียกว่ามีท่าทีต่อกันหรอกหรือ ที่ผ่านมาคงเป็นความเข้าใจผิด คิดเข้าข้างตัวเองมากไปว่าอีกฝ่ายอาจมีใจให้ไม่น้อยทั้งที่ความจริงมันตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง

 

 

ที่หมางเมิน ที่ต่อต้าน ที่เอาแต่ตื่นกลัวเมื่อเข้าใกล้กันคงเป็นความรู้สึกที่แท้จริง

 

 

“คงรังเกียจข้ามากสินะ

 

ไม่ได้ผิดหวังที่ไม่อาจครอบครองร่างกายอันมีค่านี้ แต่รู้สึกหน่วงในอกเพราะอาการต่อต้านราวกับรังเกียจรังงอนกันต่างหาก...เสียใจอยู่ไม่น้อยที่เผลอคิดไปว่าที่ผ่านมาตัวเองปฏิบัติต่ออีกฝ่ายดีขึ้นแล้ว อย่างน้อยก็เคยหวังว่าจะสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ตั้งแง่ต่อกัน แต่แล้วมันคงไม่ใช่

 

“เช็ดน้ำตาเสีย แล้วไม่ต้องร้องเพราะคนนิสัยเช่นข้าอีก” องค์ชายสามช่วยหยิบชุดคลุมตัวบางขึ้นมาห่มพระวรกายน้อยให้ หลุบสายพระเนตรลงก่อนจะตรัสด้วยเสียงเบา 


“เพราะต่อไปหากว่าไม่จำเป็นจริงๆข้าจะไม่ล่วงเกินหรือแตะเนื้อต้องตัวท่านให้รู้สึกไม่ดีอีก” พระวรกายสูงขยับออกมา ค่อยๆหยัดยืนเต็มความสูงแล้วหันหลังให้กับองค์ชายป๋ายเซียน

 

“ขอโทษที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังถูกข่มเหงน้ำใจ” 

 

ละอายใจ..เสียใจ..น้อยใจ..ความรู้สึกมากมายอัดแน่นอยู่เต็มอกจนกลั่นออกมาเป็นคำพูดได้เพียงไม่กี่คำ ซึ่งคำๆนั้นทรงตรัสต่อองค์ชายน้อยอย่างจริงจัง ตรัสก่อนที่จะก้าวออกไปโดยไม่แลเหลียวกันอีก

 

“จะอภัยให้ข้าหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ท่านจะเห็นสมควรเถิด องค์ชายเปี้ยน”

 

 




 

 

            กลิ่นชาต้มหอมกรุ่นลอยทิ่มจมูกองครักษ์หนุ่มให้ได้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ขยับกายพร้อมอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง สมองเต้นตุบๆเหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกอาการปวดหนึบเพราะฤทธิ์สุราเกิดขึ้นกับร่างกายของจงอินบ่อยเสียจนนับครั้งไม่ถ้วน

 

            หรือกล่าวให้ถูกก็แทบจะทุกเช้า

 

            เพราะเขาเสพติดน้ำเมาเสียยิ่งกว่าน้ำเปล่าที่ใช้ดื่มกิน

 

 

            “ตื่นแล้วหรือขอรับ”

 

            “เจ้าเป็นใคร!” จงอินพรวดพราดลุกขึ้นมาพลิกตัวบุรุษแปลกหน้าให้ลงไปนอนใต้ร่างอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณความเป็นนักรบที่ถูกฝึกฝนมาตั้งแต่จำความได้สั่งให้รู้จักระวังตัวจากภัยรอบทิศ แม้สติจะยังมาไม่ครบเพราะเพิ่งตื่นนอนแต่เขาก็ทำมันได้จนเกือบสมบูรณ์ 

 

            “ข้าถามว่าเจ้าเป็นใคร!

 

            “อ้ะ! หะ..หายใจไม่ออก!” คนใต้ร่างดิ้นพล่าน ลิ้นแทบจุกปากเพราะท่อนแขนแข็งแรงของจงอินกดทับลงมาบนคอเสมือนจะเอาให้ถึงตาย “ขะ..ข้าไม่ใช่คนร้ายนะขอรับ อะแค่กๆ! ท่านจงอิน!

 

“แล้วเจ้าเข้ามาอยู่ในห้องข้าได้อย่างไร!

 

“ดูดีๆก่อนสิขอรับ! นี่..อะแค่ก! นี่ไม่ใช่ห้องของท่านซักหน่อย!!” รวบรวมเสียงเฮือกสุดท้ายตะโกนบอกอย่างเหลืออด จงอินเหลียวมองไปรอบๆห้องอีกครั้งแล้วจึงค่อยๆปล่อยแขนออกจากลำคอน้อย

 

ชั้นเก็บของและตู้ตำราชิดผนังห้องมากมายช่วยให้ระลึกได้ว่าไม่ใช่ของตน เป็นทหาร ไม่ใช่หนอนหนังสือ แน่นอนว่าของจำพวกนี้มีติดห้องเขาไม่เท่ากับอาวุธถนัดมือ

 

“ที่นี่ตำหนักทิศใต้ขอรับ แล้วนี่ก็ห้องนอนชั่วคราวที่องค์ชายห้าทรงยกให้ข้า ไม่ใช่ห้องนอนของท่านอย่างที่เข้าใจ!” กระแทกเสียงบอกแล้วผลักตัวจงอินออก ใบหน้าที่เคยอารมณ์ดีก่อนหน้านี้มลายหายกลายเป็นหงิกงอ รีบคลานไปเก็บใบยาที่หล่นเกลื่อนพื้นเพราะการกระทำอันขาดสติของทหารขี้เมา

 

“โทษที”

 

“ท่านทำให้ใบยาที่ข้าอุตส่าห์ตากไว้ตั้งหลายวันเสียหาย” จงอินขำเบาๆให้คนช่างบ่น ไม่มีแม้แต่น้ำใจเข้าไปช่วยเหลือ เพราะดูๆแล้วยิ่งเข้าไปใกล้น่าจะยิ่งโดนบ่นเพิ่ม จึงทำเพียงนั่งมองอยู่เฉยๆแทน

 

“ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”   

 

“ทหารกับท่านแทมินหิ้วมาเมื่อคืนขอรับ”

 

“ข้านอนกับเจ้ารึ”

 

“ข้าคงทนนอนดมกลิ่นเหล้าของท่านไม่ไหวหรอก” บุรุษร่างเล็กบุ้ยปากไปยังฟูกนอนที่ถูกม้วนเก็บไว้อย่างดีตรงมุมห้อง เป็นอันรู้ว่าเมื่อคืนต่างคนต่างนอนคนละฟูกกัน “แค่ร่วมห้องกันก็จะตายอยู่แล้ว”

 

“บ่นเก่งเสียจริง ว่าแต่ชื่อเสียงเรียงนามอะไร ข้าจะได้เรียกถูก”

 

“คยองซูขอรับ” คยองซูทำหน้าเหม็นเบื่อ เก็บใบยาใส่ห่อด้วยความยากลำบาก

 

“คยองซู? เจ้าคือบัณฑิตที่สอบวิชาแพทย์ได้อันดับหนึ่งหรือ”

 

“ขอรับ”

 

“อ่า..” จงอินพยักหน้าเข้าใจ เคยได้ยินกิตติศัพท์ด้านความเฉลียวฉลาดของบัณฑิตผู้นี้อยู่บ่อยๆ แต่เพิ่งมีโอกาสได้เจอตัวจริงเอาก็วันนี้

 

“ชาร้อนบนโต๊ะนั่นข้าชงให้ ท่านควรรีบดื่มมันก่อนจะเย็นชืดนะขอรับ”

 

“ขอบใจ”

 

จงอินคลานไปที่โต๊ะเล็กตั้งพื้น หยิบจอกชาขึ้นมาจิบ “เมื่อคืนสภาพข้าคงดูไม่ได้เลยสินะ” เมื่ออยู่ในหน้าที่จะปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง จริงจัง ไม่เคยบกพร่อง แต่หากว่างเว้นจากงานราชการเมื่อไหร่จะปล่อยตัวปล่อยใจทันที สภาพกลางวันกับกลางคืนต่างกันราวกับคนละคน ถึงไม่มีสติมองเห็นตัวเองแต่จงอินก็รู้ได้โดยคำบอกเล่าจากคนใกล้ตัว

 

ซึ่งก็ได้ยินบ่อยเสียจนชินชา

 

“เมาเละเทะเหมือนหมาเลยล่ะ

 

“อะแค่ก!! เจ้า!

 

แต่ใช่ว่าใครจะมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็ได้ ยิ่งคนไม่สนิทมาพูดจาไม่ระวังปากเช่นนี้มีหรือจะยอมได้ จงอินชี้หน้าคาดโทษบัณฑิตตัวเล็กอย่างเอาเรื่อง

 

“กล้าว่าข้าเป็นหมาเลยอย่างนั้นรึ!

 

“เอ่อะ..ขออภัยขอรับ!” คยองซูทำตาโต รีบค้อมหัวขอโทษอัศวินตำแหน่งสูง “ข้าไม่ได้ตั้งใจ ได้ยินพวกทหารเปรียบเปรยมาอีกทีจึงเผลอติดปากไปด้วย”

 

“ทหารคนไหน!

 

 

“ข้าถามว่า---

 

ทหารทุกคนนั่นแหละ” บุคคลที่สามเดินเข้ามาแทรกบทสนทนา ส่ายหัวเอือมระอาก่อนโยนห่อผ้าและดาบคู่ใจให้กับแฝดผู้พี่ลวกๆ “สภาพเมามายของเจ้าจะถามอีกกี่คนก็คงได้คำตอบไม่ต่างกันว่าเหมือนหมา ไม่ใช่หมาธรรมดาเสียด้วย แต่เป็นหมาจรจัดที่พร้อมนอนเกลือกพื้นได้ทุกที่”

 

“ข้าถามเจ้าหรือ ยุ่งอะไรด้วย”

 

“ให้มันน้อยๆหน่อย คยองซูอุตส่าห์ให้คนเมาเช่นเจ้าร่วมห้องด้วยยังไม่สำนึกบุญคุณอีก” จงอินถอนหายใจ แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเถียงแฝดน้องชนะ ครั้งนี้ก็คงจะเช่นกัน “รีบลุกไปล้างหน้าล้างตาแล้วเปลี่ยนชุดซะ ตื่นสายจนองค์ชายเสด็จกลับตำหนักไปตั้งนานแล้วยังไม่รู้ตัวอีก”

 

“องค์ชายฟื้นแล้วรึ”

 

“เออสิ รู้แล้วก็รีบๆตามมา” แทมินบอกแค่นั้นแล้วหมุนตัวออกจากห้องไปทันที จงอินลุกตาม มองไปตามเนื้อตัวราวกับกำลังหาอะไรสักอย่าง คยองซูกำลังจะเอ่ยถามด้วยความหวังดี เผื่ออัศวินขี้เมาผู้นี้มีอะไรให้ช่วย ทว่าอีกคนหันมาหาเสียก่อน

 

“อ่ะ

 

พร้อมกับยื่นสร้อยข้อมือเชือกถัก ประดับด้วยเหรียญเงินแบนๆมาให้ คยองซูกะพริบตาปริบๆมองอย่างไม่เข้าใจ อยู่ดีๆก็ปลดของมีค่าของตัวเองมาให้ผู้อื่น จะไม่ให้คยองซูงงได้หรือ

 

“ตอบแทนน้ำใจที่เจ้าให้ที่นอนข้าเมื่อคืน”

 

“เรื่องนั้นเป็นรับสั่งขององค์ชายห้าขอรับ ไม่ต้องให้---

 

“รับไปเถอะ ถือว่าแทนคำขอโทษที่ข้าทำเจ้าเจ็บตัวเมื่อครู่ก็ได้”

 

 

“หรือจะเป็นใบยาที่เจ้าหวงนักหวงหนานั่นก็ตามใจ”

 

“ท่าทางจะเป็นเหรียญเงินแท้นะขอรับ ข้าไม่ขอรับไว้จะดีกว่.” คยองซูพูดเสียงเบาลงเมื่อจงอินถือวิสาสะคว้ามือของเขาไป ยัดสร้อยเชือกลงในอุ้งมือก่อนจะบังคับให้กำมันไว้แน่น

 

“ผู้ใหญ่ให้ก็รับไว้ ข้าไม่ได้ใจดีต่อบุรุษคนไหนบ่อยนักหรอกนะ” บอกอย่างใจดีแล้วยังโยกศีรษะคยองซูเหมือนเล่นกับเด็กอีกต่างหาก 

 

“มีโอกาสคงได้พบกันอีก ข้าไปก่อนล่ะ” บัณฑิตคนเก่งมองตามหลังผู้ที่เพิ่งเดินจากไป บุรุษผู้นั้นไม่ได้มอบเพียงสร้อยเชือกให้คยองซูเท่านั้น หากแต่ยังมอบความร้อนผะผ่าวและสีแดงจางๆไว้บนแก้มกลมทั้งสองข้างของคยองซูด้วย

 

ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าของรอยยิ้มสวยเมื่อครู่ จะเป็นคนเดียวกับอัศวินขี้เมาคนเมื่อคืน

 

 


 

 

สำรับเครื่องเสวยมื้อเที่ยงถูกจัดไว้สำหรับสองที่ที่หนึ่งถวายแก่องค์ชายสาม และอีกหนึ่งที่มีไว้สำหรับพระชายาตามปกติเช่นเคย แต่ที่ดูจะแปลกตาไปในวันนี้คงเป็นอาการมึนตึง..เฉยชา..ไม่ยอมมองหน้ากันและกันหรือปล่อยสุรเสียงใดให้เล็ดลอดออกมาเลยแม้แต่เพียงนิด

 

เหล่านางกำนัลผู้ถวายความดูแลต่างลอบมองหน้ากันเงียบๆกับความผิดปกติในครั้งนี้ ช่างเป็นคู่ที่สามวันดีสี่วันไข้แรกเริ่มหลังเข้าพิธีอภิเษกสมรสยังดูมีความสุขกันอยู่แท้ๆ ถึงจะไม่เคยมีผู้ใดเห็นมุมหวานๆกับตาตัวเองแต่ทว่าสายพระเนตรขององค์ชายสามนั้นปิดบังได้เสียที่ไหน พระชายาที่บ่อยครั้งมักวางท่าที แต่พระพักตร์กลับแดงระเรื่อเอียงอายได้อย่างน่ารักทุกครั้งนั้นใครเล่า..จะไม่สังเกตเห็น

 

ไม่รู้ว่าฝีมือของพ่อครัวหลวงไม่ถูกพระโอษฐ์ หรือเป็นเพราะเรื่องผิดใจกันเมื่อคืนบรรยากาศวันนี้ถึงคุกรุ่นเสียตั้งแต่หัววันนั่งหันหน้าเข้าหากัน มีเพียงสองสำรับเครื่องเสวยคั่นตรงกลางแต่กลับทำเหมือนอยู่กันคนละขอบโลกฝั่งหนึ่งนิ่งเฉย ไม่ได้แสดงถึงความดุดันเกรี้ยวกราด หากแต่ดูไร้ชีวิตชีวาคล้ายไม่มีวิญญาณติดตัวมา ขณะที่อีกฝั่งเอาแต่ก้มพระพักตร์ เขี่ยเครื่องเสวยเล่นและกลืนมันลงคอเพียงไม่กี่คำ พาลให้ข้าหลวงรับใช้พลอยอึดอัดตามกันไปหมด

 


องค์ชายป๋ายเซียนลอบถอนหายใจ ทอดพระเนตรเครื่องเสวยคาวหวานดั่งตำราการเมืองที่ตนไม่เคยถนัด..พระขนงขมวดยุ่ง ความอึดอัดคับอกจนอยากที่จะระเบิดมันออกมาเสียให้รู้แล้วรู้รอด

 

ก็เป็นฝ่ายประพฤติตัวไม่เหมาะสมก่อนไม่ใช่หรือ? ซ้ำยังมาเอาเปรียบ รังแกกันจนตัวเป็นรอยและแทบพรากเอาความบริสุทธิ์ของป๋ายเซียนไปด้วยอยู่แล้ว แต่เหตุใดต้องมาสร้างความสับสนให้ป๋ายเซียนกลายเป็นเหมือนผู้กระทำความผิดเสียเองแบบนี้ด้วยล่ะ

 

กี่ครั้งแล้วที่ถูกล่วงเกินโดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำลงไปเพียงเพราะต้องการจะแกล้งหรือเป็นเพราะว่าเหตุอันใดกันแน่ป๋ายเซียนก็แค่รางวัลที่เสด็จพ่อทรงพระราชทานให้เขา จะทรงสนองรับเอาไว้แล้วนำมาปฏิบัติดังเช่นสิ่งของก็คงไม่มีผู้ใดมองว่าผิดนัก ซึ่งอีกฝ่ายก็เคยกระทำเช่นนั้นมาแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับอีกเหมือนกันว่าหลายครั้งองค์ชายสามทรงปฏิบัติต่อป๋ายเซียนดีกว่าที่คิดเอาไว้

 

ที่ไม่ยอมไม่ใช่ว่ารังเกียจเสียหน่อย ก็เคยบอกไปแล้วแต่เหตุใดถึงยังเอาแต่คิดเช่นนั้นอยู่อีกป๋ายเซียนแค่ไม่พร้อม..ถึงจะสมรสกันแล้วแต่หากไม่ได้มีใจต่อกันเรื่องเช่นนี้ก็ไม่สมควรปล่อยให้มันเกิดขึ้นนี่ภรรยาอาจไม่มีสิทธิ์อยู่เหนือสามี แต่ในความเป็นมนุษย์ป๋ายเซียนย่อมมีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเองมิใช่หรือ

 

ไม่รู้ล่ะครั้งนี้ป๋ายเซียนไม่ผิดนะ

 

จะโกรธจะน้อยพระทัยอย่างไรก็เชิญเลย

 

ไม่ง้อหรอก

 

 

“ขอประทานอนุญาตองค์ชายสาม พระชายา” จงอินเปิดประตูเข้ามากราบทูลด้วยท่าทางสุภาพ องค์ชายสามวางช้อนลงแล้วเงยพระพักตร์ขึ้นทอดพระเนตรองครักษ์คนสนิท

 

“มีอะไร”

 

“คุณหนูยูจองมาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายสามพยักหน้า ประตูไม้บานเดิมค่อยๆเลื่อนปิดสนิท ตามด้วยพระวรกายสูงที่ลุกขึ้นเสด็จตามออกไป ไม่มีแม้แต่การหันมาตรัสใดๆต่อพระชายาที่ยังคงนั่งเขี่ยพระกระยาหารอยู่เงียบๆพระองค์เดียว

 

“ข้าอิ่มแล้ว พวกเจ้าเข้ามาเก็บอาหารพวกนี้ไปที”

 

“อะ..อิ่มแล้วหรือเพคะ หม่อมฉันเห็นพระองค์ทรงเสวยได้เพียง--

 

“ข้าอิ่มแล้ว”

 

 

“มายกไปเก็บเถิด” พระวรกายน้อยลุกขึ้นยืน อึดอัดขนาดนี้ต่อให้องค์ชายผู้นั้นไม่ประทับอยู่ด้วยกันป๋ายเซียนก็ไม่รู้สึกอยากอาหาร

 

“ไม่รอองค์ชายสามเสด็จกลับมาหน่อยหรือเพคะ”

 

“พวกเจ้าอยู่รอไปแล้วกัน ข้าจะออกไปเดินเล่น”  

 




 

 

ครอบครัวเพิ่งจากลากันไปเมื่อวาน แต่ความคิดถึงห่วงหาเพิ่งทำงานเอาวันนี้หรือองค์ชายป๋ายเซียนทอดพระเนตรสวนบุปผาเล็กๆทางฝั่งข้างตำหนักฤดูร้อนด้วยความรู้สึกแสนเบื่อหน่าย เคยตั้งใจเอาไว้ว่าหากมีเวลาว่าง จะลองเดินชมรอบๆพระตำหนักที่ผู้คนกล่าวขานถึงความสวยงามให้จุใจ แต่พอเวลานั้นมาถึงกลับไม่รู้สึกอยากทำอะไรเช่นนั้นเลย

 

เพราะใครกันคงไม่ต้องหาตัวการให้ยากลำบาก เกลียดที่คอยบอกตัวเองว่าอย่าไปสนใจผู้ไม่มีเหตุผลเช่นนั้น ทว่าพอได้เห็นสีพระพักตร์เรียบเฉย ทำกันเหมือนเป็นธาตุอากาศนั่นแล้วกลับใจหายแปลกๆมันค่อนข้างต่างจากคราวที่แล้ว องค์ชายสามไม่ได้แสดงท่าทีว่าโกรธเคืองชัดเจนอย่างตอนนั้น มันดูเรียบเฉยว่างเปล่า ไม่ได้ตีตัวออกห่างแต่ทว่าเป็นการอยู่ร่วมกันแบบที่ทำให้ป๋ายเซียนจมลงไปกับมวลอากาศ...

 

คิดว่าสนหรือไง

 


 

 

คิกๆ

 

 

เสียงหัวร่อต่อกระซิกนิรนามดังมาจากมุมไหนสักแห่ง อันที่จริงองค์ชายป๋ายเซียนพอจะได้ยินมาสักพักแล้วหากแต่ไม่ได้สนพระทัย พอหนนี้ดังเข้าหูมาอีกระลอกจึงอดไม่ได้

 

พระวรกายน้อยก้าวไปตามทิศทางของเสียง ฉลองพระองค์สีสดใสสะบัดพลิ้วตามแรงลมทุกเมื่อที่ทรงขยับตัวเพียงไม่ไกลสิ่งที่กำลังตามหาก็ประจักษ์แก่สายตา เป็นองค์ชายสามอย่างที่คาดเดาเอาไว้ กำลังคุยอย่างออกรสออกชาติกับสตรีหน้าตาสะสวยแม่นางหนึ่งที่องค์ชายป๋ายเซียนไม่คุ้นหน้า

 

คุณหนูยูจองมาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ

 

ทันใดนั้นเสียงกราบทูลของจงอินก็ดังขึ้นมาให้ได้นึกถึง

 

คุณหนูยูจอง? ลูกเต้าเหล่าใครกัน ถึงได้ดูสนิทชิดเชื้อเช่นนั้นองค์ชายป๋ายเซียนค่อยๆขยับพระวรกายเข้าไปใกล้ๆอย่างระมัดระวัง อาศัยต้นไม้ใหญ่ช่วยอำพรางตน ลอบสังเกตพฤติกรรมของคนทั้งสองที่ยืนคุยกันอยู่กลางศาลาริมสระบัวท่าทางมีความสุข

 


 “คนเจ้าชู้...”

 

 ริมฝีปากน้อยขมุบขมิบบ่นให้กับสีพระพักตร์ระรื่นขององค์ชายสามก่อนหน้านี้ยังทำเหมือนว่าน้อยใจกัน พอได้ใกล้สตรีงามเท่านั้นกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แม่นางผู้นั้นเองก็พอกัน เป็นสตรีแท้ๆแต่กลับมาหัวร่อต่อกระซิกกับบุรุษที่แต่งงานแล้วมันสมควรแล้วหรือ ป๋ายเซียนมองว่ามันออกจะเกินงาม ดูทำเข้าสิ..ก้มหน้าเอียงอายไม่รู้คุยสิ่งใดกัน ช่างไม่อายผีสางเทวดาบ้างเลย

 

“ยอมไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ”

 

“ใช่”

 

“อภิเษกสมรสแล้วแต่ยังประพฤติตัวเช่นนี้มันไม่ถูกต้อง”

 

“ใช่!

 

“ทำเหมือนกำลังนอกใจพระชายายังไงยังงั้น”

 

“ใช่..พวกเจ้าพูดถูก เฮ้ย!!” องค์ชายป๋ายเซียนสะดุ้ง เผลอเห็นดีเห็นงานคุยด้วยตั้งหลายคำเพิ่งมานึกขึ้นได้ว่าตนไม่ได้พาใครมาแอบดูด้วยสักหน่อย 

 

“พวกเจ้ามาได้อย่างไร!” 


"แห่ะๆ" ทหารจอมสู่รู้สองคนยืนห่อไหล่ทำเอียงอาย พลางยิ้มเผล่ให้องค์ชายป๋ายเซียน ดวงเนตรรีถลึงใส่ความไม่รู้จักกาลเทศะไปที ก่อนจะพยักพเยิดให้ทั้งคู่เข้ามาหลบอยู่หลังต้นไม้ด้วยเพราะเกรงว่าผู้ที่ตนมาแอบดูจะรู้สึกตัว ซึ่งเมื่อครู่ก็เผลอร้องออกไปเสียดัง แต่หันไปมองสถานการณ์อีกคราองค์ชายสามยังคงยืนยิ้มสำราญพระทัยดีเหมือนเดิม ไม่มีทีท่าว่าจะสะทกสะท้านหรือสงสัยใดๆ

 

เหอะ!

 

“พวกเราสองคนเดินตรวจเวรยามกันอยู่ แต่ผ่านมาพบพระชายายืนทำลับๆล่อๆนึกว่ามีสิ่งใดไม่ชอบมาพากลจึงเข้ามาดู ที่แท้ก็กำลังจับผิดพระสวามีนี่เอง”

 

“นี่เจ้า!

 

ทหารนายนั้นรีบตะครุบปากทรุดเข่าลงกับพื้น ค้อมหัวขอองค์ชายน้อยโปรดเมตตาละเว้นชีวิตพลางตบปากตัวเองหลายๆที “กระหม่อมปากไวไปหน่อย ขอพระชายาโปรดอย่าถือสา”

 

“ตบปากตัวเองอยู่อย่างนั้นไปจนกว่าข้าจะสั่งให้หยุดเลยนะ”

 

“โถ่ เทวดาน้อย” ทหารนายนั้นบ่นงึมงำนั่งทำคอตก ก่อนจะตบปากตัวเองตามรับสั่งของพระชายา

 

“องค์ชายสามเสด็จไปนู่นแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ทหารอีกนายร้องบอก องค์ชายป๋ายเซียนหันขวับ ทอดพระเนตรตามด้วยสีพระพักตร์ยุ่งเหยิง “ไม่รู้ว่าออกไปไหนกัน ตามไปดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

 

“จะไปไหนก็เรื่องของเค้าสิ เหตุใดข้าจึงต้องตามไป”

 

“นั่นพระสวามีนะพ่ะย่ะค่ะ!” องค์ชายป๋ายเซียนหันกลับมาถลึงเนตรใส่ทหารคนที่เผลอขึ้นเสียงใส่ “อะ..เอ่อ..ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมแค่เคืองแทน”

 

“เคืองอันใดของเจ้า”

 

“ก็เพิ่งอภิเษกสมรสกันแต่กลับออกไปกับสตรีอื่นต่อหน้าต่อตาเราเช่นนี้มันไม่ถูกต้องนี่พ่ะย่ะค่ะ”

 

“ใช่ๆพ่ะย่ะค่ะ พวกเราอยู่ทีมองค์ชายเปี้ยน!

 

“ข้าสั่งให้เจ้าหยุดแล้วรึ”

 

“โธ่..กระหม่อมเพียงอยากมีส่วนร่วม” องค์ชายป๋ายเซียนส่ายศีรษะเอือมระอา นายเป็นเช่นไร บ่าวใต้อำนาจย่อมเป็นเช่นนั้น ช่างยียวนกวนประสาทกันทั้งตำหนัก แต่ก็นั่นแหละสิ่งที่ทหารคู่นี้พูดมาจะว่าไปแล้วก็เข้าหูป๋ายเซียนดีเหมือนกัน

 

“แล้วพวกเจ้ารู้จักแม่นางผู้นั้นหรือไม่”

 

“รู้จักสิพ่ะย่ะค่ะ! คุณหนูยูจองเป็นบุตรสาวของท่านเสนาบดีฝ่ายขวา ขึ้นชื่อว่าเป็นหญิงงามอันดับต้นๆของโชซอน มากด้วยปัญญา ทั้งยังเรียบร้อยอ่อนหวานสมเป็นแม่บ้านแม่เรือน ที่สำคัญมีความสนิทสนมกับองค์ชายสามทีเดียว”

 

“งั้นหรือ”

 

“เป็นหนึ่งในสตรีที่พระมเหสีเคยตั้งพระทัยจะให้เป็นพระชายาขององค์ชายสามด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

 

“แล้ว---

 

“แต่ไม่รู้เพราะเหตุอันใดถึงไม่ได้ลงเอยกัน อาจจะเพราะความเรื่องมากเลือกเยอะขององค์ชายพวกเราเอง สตรีงามเช่นนั้นถึงได้หลุดมือไป”

 

“ก็คง---

 

“แต่พระชายาพ่ะย่ะค่ะ!” ป๋ายเซียนลอบถอนหายใจ พูดไม่ทันทหารปากมากทั้งสอง “จะปล่อยไปอย่างนั้นไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ ถึงสตรีนางไหนจะงดงามแสนดีเพียงใดพวกกระหม่อมก็ยังจะขอยืนหยัดเลือกอยู่ฝั่งพระองค์ เราต้องไม่เป็นฝ่ายโดนสวมเขานะพ่ะย่ะค่ะ”

 

“ข้าไม่---

 

“หากไม่ตามไปแล้วทั้งคู่แอบไปทำเรื่องไม่ละอายฟ้าดินขึ้นมาคนเค้าจะนินทาว่าพระชายาเป็นของตายได้นะพ่ะย่ะค่ะ”

 

“ของตาย..คือของที่ไม่ว่าเป็นตายอย่างไรก็ไม่ได้รับความสนใจ”

 

“เพราะฉะนั้น

 

“เราต้องตามไปนะพ่ะย่ะค่า!~ / เราต้องตามไปนะพ่ะย่ะค่า!~


 

เอาล่ะ..เมื่อพูดมาขนาดนี้แล้วป๋ายเซียนจะพลาดได้อย่างไร

 



 

พระวรกายน้อยรีบสืบเท้าตามหลังองค์ชายสามและคุณหนูผู้นั้นโดยมีทหารผู้พิทักษ์สองนายติดตามไปด้วยทั้งคู่พากันออกไปได้สักพักแล้ว ไม่รู้ป่านนี้จะไปถึงไหนต่อไหนกันบ้าง คำพูดช่างยุของสองทหารส่งผลให้เผลอคิดเตลิดไปไกล ประกอบกับอารมณ์คุกรุ่นที่ไม่เข้าใจกัน ทว่าอีกคนกลับสามารถยิ้มอย่างสำราญพระทัยให้แม่นางผู้นั้นต่อหน้าต่อตาป๋ายเซียนได้ (อันที่จริงก็เพราะแอบดู)

 

ไม่ได้อยากทำตัวเป็นภรรยาที่ตามหึงหวงจับผิดสามี ก็แค่ก็แค่จะตามมาดูผู้ที่ไม่ให้เกียรติกันก็เท่านั้น อยากรู้ว่าออกมาทำสิ่งใดกัน ซึ่งถ้าเป็นเรื่องไม่ละอายต่อฟ้าดินอย่างที่สองทหารอุปโลกน์กันขึ้นมาจริงๆล่ะก็

 

“อยู่ทางนั้นพ่ะย่ะค่ะ” 


ป๋ายเซียนก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะจัดการอย่างไร “โรงเก็บของงั้นรึ ฝุ่นเขลอะจะผุพังเช่นนั้นองค์ชายสามกับคุณหนูยูจองจะพากันเข้าไปทำสิ่งใด” บางทีอาจต้องเริ่มจากการจัดการกับความรู้สึกตัวเองก่อน..

 

“ทางนี้พ่ะย่ะค่ะพระชายา”

 

ความรู้สึกขมุกขมัวในตอนนี้ป๋ายเซียนเริ่มกลัวที่จะตามไป หากแต่สองขาก็ยังก้าวตามหลังทหารทั้งสองไปทางโรงเก็บของเก่าๆที่ทั้งคู่ว่า

 

“หลบก่อนพ่ะย่ะค่ะ..” ทหารกระซิบกระซาบบอกเมื่อจู่ๆองค์ชายสามทำเหมือนจะหันมาทางพวกเขา แต่เพียงเสี้ยวพระพักตร์เท่านั้นที่ทรงหันมา ก่อนจะเปิดประตู้ไม้ผุๆแล้วพาบุตรสาวของเสนาบดีฝ่ายขวาเข้าไป

 

ทั้งสามค่อยๆโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้เมื่อประตูไม้บานนั้นปิดสนิทลง องค์ชายป๋ายเซียนทอดพระเนตรโรงไม้ตรงหน้าด้วยความเคลือบแคลงพระทัยทั้งเก่าทั้งทรุดโทรม ไม่ถึงกับรกร้างแต่ทว่าก็ไม่มีทหารยามคนไหนมายืนเฝ้า แบบนี้แสดงว่าด้านในคงไม่มีสิ่งของต้องห้ามหรือมีค่าอยู่

 

แล้วทั้งคู่เข้าไปทำการอันใดกัน

 

 

โอ้ย...’

 

เสียงร้องของผู้หญิงและเสียงสิ่งของตกหล่นโครมครามทำเอาทั้งสามมองหน้ากัน คงไม่มีผู้ใดจินตนาการอกุศลไปไกลหากว่าเสียง อื้อ...แสนหวานหูไม่ดังขึ้นต่อจากนั้น

 

ผู้สะกดรอยตามทั้งสามรีบเดินเข้าไปแนบหูฟังเสียงจากผนังไม้เก่าๆ แต่ความทึบและความหนาของแป้นไม้นั้นลึกมากพอที่จะไม่ให้ได้ยินเสียงใดมากไปกว่าลมหนาวหวีดหวิวด้านนอก ซึ่งมันสร้างความขัดใจให้แก่ทั้งสามคนเป็นอย่างยิ่ง

 

“โรงเก็บของที่นี่สร้างมาดีพ่ะย่ะค่ะ ถึงจะผุพังไปมากแต่ผนังถูกซ่อมแซมตลอดจึงไม่ค่อยมีรูให้เราได้ส่องมอง” ทหารนายที่หนึ่งชี้แจง องค์ชายป๋ายเซียนได้แต่ขมวดคิ้วฟัง

 

“ข้างในมีสิ่งใด”

 

“เอาไว้เก็บเครื่องมือทั่วไปของทางการพ่ะย่ะค่ะ แต่ไม่มีผู้ใดมาใช้งานแล้ว องค์ชายสามและองค์ชายสี่จึงแบ่งพื้นที่กันไว้เก็บของส่วนพระองค์ กระหม่อมก็ยังไม่เคยเข้าไปเหมือนกัน”

 

“แต่ด้านบนหลังคาน่าจะพอส่องดูได้นะพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายป๋ายเซียนเงยพระพักตร์ขึ้นมองหลังคากระเบื้องของโรงเก็บของตามทหารคนพูด “เคยได้ยินท่านจงอินพูดว่าโรงไม้นี้ซ่อมแซมบ่อย แต่หลังคายังไม่ได้รับการเปลี่ยนใหม่ ฝนตกคราวก่อนน้ำก็ซึมเข้าไป หากขึ้นไปส่องจากตรงนั้นน่าจะเห็นว่าด้านในทำการอันใดกัน”

 

“เจ้าจะบ้าหรือ จะให้พระชายาปีนขึ้นไปหรืออย่างไร พูดไม่คิดอีกแล้ว” 

 

“เจ้ากับข้าต่างหากที่ต้องขึ้นไป ส่วนพระชายาน่ะประทับรออยู่ตรงนี้ โง่จริงๆเลยใครจะให้พระชายาขึ้นไปเสี่ยงกัน

 

“เจ้าน่ะสิโง่ยิ่งกว่า คิดว่าหลังคาที่ใกล้พังลงมานั่นจะรองรับน้ำหนักตัวเจ้ากับข้าไหวหรือ  หากขึ้นไปมีหวังได้ซ่อมใหม่ทั้งหลังแน่ๆ!

 

“แล้วจะให้ทำอย่างไร ยืนอยู่ตรงนี้ต่อไปก็ไม่---เฮ้ย!!” ทหารสองนายร้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อหันไปพบว่าพระชายาตัวน้อยกำลังอาศัยกิ่งไม้ใหญ่ ปีนไต่ขึ้นไปบนหลังคาของโรงเก็บของ

 

“ระวังพ่ะย่ะค่ะพระชายา” ทั้งคู่อ้าปากค้างพลางยืนปาดเหงื่อ ไม่นึกว่าพระชายาจะอาศัยจังหวะที่พวกเขายังตกลงกันไม่ได้ปีนขึ้นไปบนนั้นจริงๆ

 

เมื่อคืนสาดน้ำใส่องค์ชายสามทั้งถังว่าโหดแล้วคราวนี้ลงทุนปีนหลังคาขึ้นไปจับผิดพระสวามีด้วยพระองค์เองแบบนี้พอจะมองเห็นอนาคตขององค์ชายตนอยู่รำไรแล้วล่ะ

 

องค์ชายป๋ายเซียนหรี่ดวงเนตรมองแสงสลัวด้านในผ่านช่องหลังคากระเบื้องอย่างไม่ค่อยถนัด ค่อยๆขยับพระวรกายส่องคู่ชายหญิงด้วยความใคร่รู้ระคนไม่พอพระทัยอยู่หน่อยๆ...ไม่สิ...ก็มากทีเดียวถึงได้ยอมกระทำเรื่องน่าอายต่อหน้าทหารแบบนี้ คอยดูเถิดหากว่าทำเรื่องผิดศีลธรรมกันจริงๆล่ะก็ป๋ายเซียนจะประจานให้น่าดูเลย

 





 

“มีอะไรหรือเพคะ”

 

แม่นางยูจอง บุตรสาวท่านเสนาบดีฝ่ายขวาเอ่ยถามองค์ชายสามหลังจากสังเกตมาสักพักแล้วว่าทรงมีท่าทีแปลกๆ อย่างเช่นการเหลือบสายพระเนตรมองขึ้นไปบนหลังคาเป็นระยะ หรือการเดินระวังหลังมาตลอดทาง แม้ไม่ได้แสดงออกชัด อาจแค่หลุบสายพระเนตรมองลงต่ำ  หันเพียงเสี้ยวพระพักตร์มองหลัง และปฏิบัติท่าทีเช่นปกติ แต่ยูจองที่ค่อนข้างมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันพอจะดูออกว่านั่นคือการระวังตัวขององค์ชายสาม

 

ซึ่งแม่นางน้อยลูกขุนนางใหญ่ก็ไม่เห็นว่าจะมีความผิดปกติใดเลย

 

“องค์ชายเพคะ”

 

“เปล่า..” ทั้งที่ตอบอย่างนั้นทว่าองค์ชายสามกลับขยับพระวรกายไปมา และแปลกดีที่ยูจองมักได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากบนหลังคาทุกครั้งที่องค์ชายทรงกระทำเช่นนั้น

 

หากองค์ชายสามขยับขวา เสียงนั้นจะดังหนึ่งที

 

หากองค์ชายสามขยับซ้าย เสียงนั้นก็จะดังตามมาอีกหนึ่งที

 

ยิ่งขยับมากเสียงด้านบนก็ยิ่งดังมาก

 

แต่ยูจองคิดว่ามันอาจเกิดจากเสียงสะท้อนที่องค์ชายทรงเป็นผู้สร้างขึ้นเองก็ได้ คงไม่มีอันใดที่น่ากลัวเพราะองค์ชายสามยังคงดูพระทัยเย็นเฉกเช่นเดิม... 



“อยู่ไหนนะ


จึงไม่ได้สนใจ

 

“ยังหาไม่พบอีกหรือ”

 

“เพคะ แต่คิดว่าใกล้แล้ว หม่อมฉันคุ้นๆว่าอยู่ในลังใบนี้อ่ะ! นี่ไง” คุณหนูยูจองร้องด้วยความดีใจ ดึงมีดสั้นที่ตามหาอยู่นานสองนานขึ้นมาจากลังไม้โทรมๆแล้วลุกขึ้นเดินเอาไปให้องค์ชายสามดูใกล้ๆ “เจอแล้วเพคะ มีดสั้นขององค์ชายสิ

 

“ชู่วว์” องค์ชายสามเอานิ้วแตะปากตัวเองพลางพยักพเยิดให้แม่นางยูจองขยับถอยออกไป  “ไปยืนตรงนั้น” บอกเบาๆพลางมองหาอุปกรณ์ช่วยเหลืออย่างไม่ให้มีพิรุธ

 

“เกิดอะไรขึ้นเพคะ”

 

กึ่กๆ!

 

“เสียงนี้อีกแล้ว”

 

“เสียงลูกแมว”

 

“ลูกแมวหรือเพคะ?!

 

“ถอยออกไปยืนตรงนั้นตามที่ข้าบอก”

 

“พ..เพคะ”

 

“แล้วจับตาดูเรื่องน่าตลกให้ดีๆล่ะ” องค์ชายสามคว้าตราดเหล็กด้ามยาวมาถือไว้ในพระหัตถ์ แสร้งเดินให้เป็นปกติไปยังมุมที่ต้องการ เป็นมุมซึ่งตรงกับช่องหลังคากระเบื้องที่ผุพังมากที่สุดเพื่อหลอกล่อให้สิ่งมีชีวิตด้านบนย้ายตามมาติดกับ 


“เพราะข้าจะจับแมวตัวนั้นให้เจ้าดูเป็นขวัญตา” สิ้นสุรเสียง ตราดเหล็กกระแทกเข้ากับหลังคากระเบื้องผุๆนั้นเต็มแรง

 

 

ครืนนนน!!

 

 

อ้ากกกกกซ์!~

 

 

โครมมมมมมมมมม

 

 

พระชายา!!!’

 

 

หลังคาบริเวณนั้นถล่มลงมาพร้อมกับลูกแมวที่องค์ชายสามเป็นผู้สอยเองกับมือ แม่นางยูจองหลุดร้องกรี๊ดด้วยอารามตกใจ ขณะที่องค์ชายสามไม่สะทกสะท้าน ขยับพระวรกายหลบเศษกระเบื้องหลังคาที่ตกลงมาเพียงนิดเดียวเท่านั้นเพราะตั้งใจจะอยู่รอรับลูกแมวดื้อตัวใหญ่ ซึ่งก็เป็นไปดั่งพระทัยหมาย

 

 

ตุ่บ!

 

 

องค์ชายป๋ายเซียนตกลงสู่อ้อมแขนของเขาอย่างพอดิบพอดี

 

 

 

 

“น่ะนี่มันเรื่องอะไรกันเพคะ?!” เสียงของแม่นางยูจองไม่อาจทำลายสายพระเนตรทั้งสองคู่ที่กำลังเชื่อมประสานมองกันเป็นหนึ่งเดียวได้

 

องค์ชายป๋ายเซียนพระพักตร์ถอดสี หฤทัยดวงน้อยยังคงเต้นระส่ำจากอารามตกใจที่ถูกสอยลงมาเมื่อครู่นี้ไม่หาย และที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่าคือการตกลงสู่อ้อมแขนของผู้เป็นเจ้าของดวงเนตรคมแสนอ่านยากผู้ที่ตนแอบสะกดรอยตามมาผู้ที่ตนไม่นึกว่าจะไหวตัวทันผู้ที่มีสิ่งเหนือความคาดหมายมากมายในสายพระเนตรขององค์ชายป๋ายเซียน

 

“ข้า...เอ่อะ ปล่อยข้าลงก่อน” องค์ชายป๋ายเซียนบอกโดยไม่กล้าสู้หน้า เบือนเนตรไปทางอื่นขณะที่องค์ชายสามค่อยๆปล่อยเขาลงอย่างนุ่มนวล

 

“คือว่า

 

“ยูจองนี่ป๋ายเซียน” องค์ชายสามพูดแทรกคำอึกอักขององค์ชายป๋ายเซียน “พระชายาของข้าเอง”

 

“อะ..อ๋อ ยูจองขอถวายบังคมพระชายาป๋ายเซียนเพคะ” ป๋ายเซียนค้อมศีรษะรับนิดๆ “ขอบังอาจถามได้หรือไม่เพคะ ว่าเหตุใดพระชายาจึงขึ้นไปอยู่บนนั้น”

 

“ข้า” ดวงเนตรรีเล็กช้อนมองสีพระพักตร์เรียบเฉยขององค์ชายสามอย่างปฏิบัติตัวไม่ถูก ทั้งอับอาย ทั้งอึดอัด รู้สึกเหมือนแอบหนีไปเล่นซนแล้วถูกผู้ใหญ่จับได้ ซึ่งผู้ใหญ่คนนั้นก็กำลังลงโทษป๋ายเซียนด้วยการใช้ความเงียบเข้ากดดัน

 

“ข้าขึ้นไปเก็บลูกพลับ

 

“ลูกพลับหรือเพคะ?”

 

“เก็บลูบพลับของหลวงคงกลัวโทษทัณฑ์บนน่าดูถึงได้ทำตัวลับๆล่อๆมาแต่ไกล” จงใจพูดจาส่อเสียดอย่างเห็นได้ชัด แต่เป็นโชคดีที่บุคคลที่สามไม่อาจเข้าใจสถานการณ์ ผิดกับองค์ชายป๋ายเซียนที่พอได้ยินเข้าก็ก้มพระพักตร์ลงบ่นพึมพำในใจทันที

 

“เจ้าหาของขององค์ชายสี่พบแล้วใช่ไหมยูจอง”

 

“เพคะ”

 

“ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน หากเจ้าขัดมันเรียบร้อยดีแล้วจะเอามาให้ข้าช่วยดูอีกรอบก็ได้ ส่วนขนมที่นำมาฝากขอบใจมาก พระชายาของข้าก็น่าจะโปรดเหมือนกัน”

 

“เพคะองค์ชาย”

 

 



 

 

 

“หยุดก่อน”

 

 

“องค์ชาย”

 

 

“องค์ชายสาม ข้าพูดด้วยไม่ได้ยินหรือ” องค์ชายป๋ายเซียนรีบก้าวฉับๆเพื่อตามคนขายาวไปให้ทัน ซึ่งดูๆแล้วตอนนี้น่าจะเรียกได้ว่าวิ่งมากกว่าเดินเร็วอย่างที่เข้าใจ “ท่านรู้ว่าข้าแอบตามไป แต่ก็แกล้งให้ข้าตกลงมาจากหลังคา”

 

“แล้วท่านมีตรงไหนสึกหรออย่างนั้นหรือ”

 

“ไม่มี แต่” ป๋ายเซียนก็ไม่รู้เหตุผลของการตามองค์ชายผู้เอาแต่พระทัยคนนี้มาเหมือนกัน รู้แต่เพียงว่าไม่ชอบที่ต้องมาถูกทำมึนตึงใส่ทั้งที่ตนไม่ได้เป็นฝ่ายกระทำผิดก่อน

 

“ผู้ที่ต้องเป็นฝ่ายไม่พอใจเรื่องเมื่อตอนเช้าควรเป็นข้าไม่ใช่หรือ”

 

“ข้าถึงพยายามอยู่ให้ห่างจากท่านอย่างไร อีกทั้งได้กล่าวขอโทษไปแล้ว ยังมีสิ่งใดที่ท่านยังรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบอีกหรือ” องค์ชายสามหยุดเท้า หันกลับมาสบตากับองค์ชายตัวเล็กด้วยสีพระพักตร์เรียบเฉย

 

“สะกดรอยตามข้ามา ลงทุนปีนขึ้นไปถึงบนหลังคาโดยไม่ห่วงอันตราย ทำไมรึ? กลัวว่าข้าจะทำเรื่องผิดศีลธรรมในวังหลวงจนทำให้ท่านต้องรู้สึกเสื่อมเสียเกียรติไปด้วยอย่างนั้นสิ”

 

“ก็เห็นเข้าไปอยู่ในห้องแคบๆกันตามลำพังชายหญิง ใครจะรู้ว่าบางทีพวกท่านอาจ---

 

“ยูจองเป็นบุตรสาวของเสนาบดีฝ่ายขวา เป็นผู้ที่ฝ่าบาททรงทาบทามจะให้เป็นพระชายาขององค์ชายสี่ แล้วนางก็มีใจต่อจื่อเทา ไม่ใช่ข้า”

 

“นางเป็นว่าที่พระชายาขององค์ชายสี่หรือ แต่ทหารของท่านบอกว่านางเคยถูกพระมเหสีหมายมั่น

 

“ก็แค่เคย”

 

 

“ข้าแค่พานางเข้าไปหาของขององค์ชายสี่ ส่วนนางเพียงอยากทำหน้าที่ของว่าที่พระชายาที่ดีโดยที่จื่อเทาไม่ต้องร้องขอ ไม่ได้จะทำอะไรอย่างที่ท่านคิด”

 

 

“ถึงข้าจะผ่านผู้หญิงมามาก แต่หนึ่งเดียวที่ถูกยกย่องให้อยู่เคียงคู่ข้าอย่างถูกต้องคือผู้ใดท่านก็น่าจะทราบดีที่สุด”

 

 

“จะมองข้าในด้านดีบ้างไม่ได้เลยหรือ”

 

 

 



#สะใภ้บรรณาการ










         CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 867 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,413 ความคิดเห็น

  1. #10397 llllovellll (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 22:40
    ป๋ายยย ซนจริงๆลูก
    #10,397
    0
  2. #10386 03ftjan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 19:22
    โอ้ย 55555555
    #10,386
    0
  3. #10371 AEIGN_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 00:50
    ทั้งขำทั้งเอ็นดู5555555
    #10,371
    0
  4. #10344 EATWELL (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 22:53

    ชอบทหานสองคนนี้มาก เอฟซี ตลก555555555555

    #10,344
    0
  5. #10336 Jennysupat18 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 08:47
    น้อยใจเก่งงงง
    #10,336
    0
  6. #10302 Mr-mztxx (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 19:52
    โถ่ยัยหนู โดนงอนแน้ว
    #10,302
    0
  7. #10283 munkrishear (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 23:00
    โดนงอนแล้ววว
    #10,283
    0
  8. #10204 Nam_127 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 16:30
    แม่จ๋าไคซูมาแล้ววว
    #10,204
    0
  9. #10190 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:27
    น้อยใจเก่งนะคะเพคะพระสวามี
    #10,190
    0
  10. #10145 seennie (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 18:28
    โอ๊ยยย จงอินกับคยองซูเจอกันแล้วววว
    #10,145
    0
  11. #10129 เหมี๊ยวกวิ้น🐧 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 23:14
    มีตัดพ้อตัดพ้อเก่งอะช่วงนี้ น้องป๋ายคือลงทุนมาก 55555
    #10,129
    0
  12. #10097 ppxbbh (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 22:58
    ความน้อยเนื้อต่ำใจอะเนอะ
    #10,097
    0
  13. #10096 ppxbbh (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 22:58
    ความน้อยเนื้อต่ำใจอะเนอะ
    #10,096
    0
  14. #10081 ออมม่า (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 21:18

    ดราม่า ก้อมาจ๊ะ

    #10,081
    0
  15. #10055 PRAE.VV (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 03:36
    ก็น้องหึงอะเนาะ หน้ามืดตามัวไปหน่อย555
    #10,055
    0
  16. #10014 KaRToon_HH (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 23:46
    โถน้องงงง
    #10,014
    0
  17. #9978 Timmmmmmmm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 20:36
    ตอนที่แล้วยังใจฟูอยู่เลยค่ะ มาตอนนี้หัวใจห่อเ-่ยวแน้ว;_;
    #9,978
    0
  18. #9950 NayunT (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 16:17
    เป็นงอนเป็นง้อ
    #9,950
    0
  19. #9933 pbcy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 15:22
    น้องง้อด่วนๆๆๆๆ
    #9,933
    0
  20. #9890 IPINOCKIO (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 21:57
    งอนในงอน งอนเบอร์สิบ งั้นงอน ทั้งน้อยใจ ทั้งเสียใจ ตัดพ้อเก่ง สามวันดีสี่วันไข้จริงๆคู่รักคู่นี้ 5555555
    ไหงเป็นป๋ายเซียนล่ะที่ต้องมาตามง้อ แต่ก็น่ารักดี เราชอบบบบ
    #9,890
    0
  21. #9854 heykiki (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 19:21
    ชายสามคือครบครับ ขี้งอน ขี้น้อยใจ ขี้หึง งอนเก่งมากกกกกกกกกก น้องยังไม่ทันทำไรชิงงอนไปก่อนละ ให้น้องตามง้อตลอดดดดดดดดดดดดดดด
    #9,854
    0
  22. #9833 ฺBraaaaaa.- (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 21:23
    นอยขั้นexclusive
    #9,833
    0
  23. #9804 Ohsehun9494 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 11:37

    งอนในงอนเข้าไปอีกก เรื่องเก่ายังไม่หาย มีเรื่องใหม่ให้ได้งอนอีกก งอนเก่งงงจิงองค์ชายสามของเรา

    #9,804
    0
  24. #9729 MarBJSwag (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 00:45
    งอนเก่งเหลือเกินนนน
    #9,729
    0
  25. #9687 คุณยิปปี้ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 21:05
    งอนแล้วงอนอีกครับองค์ชายสามมมมม
    #9,687
    0