สะใภ้บรรณาการ (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 1 : บทเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46,564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,107 ครั้ง
    3 ม.ค. 60


 


บทเริ่มต้น

 




 

 

            ค.. 1432

 

 

            ราชอาณาจักรอิสระซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่กำลังจะลุกเป็นไฟ หาใช่เพราะการแตกคอเข่นฆ่ากันเอง กลับกัน..ราชอาณาจักรแห่งนี้อยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์แห่งราชวงศ์ เปี้ยนผู้มีใจโอบอ้อมอารี เหล่าขุนนางผู้รับใช้และราษฎรล้วนแล้วแต่มีไมตรีจิตอันดีต่อกัน

 

แม้จักเป็นเพียงอาณาจักรเล็กๆเทียบเท่าก้อนหินบนผืนแผ่นดินกว้าง ทว่าหินก้อนนี้กลับแข็งแกร่งดุจหินผา ทั้งยังรายล้อมด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันแสนอุดมสมบูรณ์

 

 

            และหินเล็กก้อนนี้ไม่เคยถูกผู้ใดมองข้าม

 

 

             บ่อยครั้งที่ราชวงศ์เปี้ยนได้รับพระราชสาส์นขอเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างกันจากเจ้าเมืองน้อยใหญ่ หากใจความสำคัญในสาส์นนั้นเอื้อประโยชน์ต่อบ้านเมืองตน ไฉนเลยกษัตริย์ผู้ปกครองแผ่นดินจะไม่ทรงยินดีผูกสัมพันธ์ นับจากอดีตทรงมีสหายมากหน้าหลายตาจากต่างเมืองคอยเอื้ออำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกันมาช้านาน จวบจนกระทั่งได้รู้จักราชอาณาจักรหนึ่งโดยบังเอิญเข้า

 

เป็นดินแดนน้องใหม่ที่เพิ่งเติบโตยิ่งใหญ่ได้ไม่นาน ทั้งกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองและองค์รัชทายาทเลื่องชื่อว่าหัวการค้านัก มากด้วยกลอุบาย มักหาประโยชน์จากเมืองเล็กๆ และในครานี้ ราชวงศ์เปี้ยนที่เคยอยู่อย่างสงบสุขกำลังตกเป็นเป้าหมาย

 

            ไม่เพียงหวังขุดผืนดินเอาแร่ทองคำ ทำสัญญาการค้าโดยไม่เป็นธรรม ราชอาณาจักรใหม่ยังอาจหาญ ออกอุบายข่มขู่ขอรับพระราชธิดาเป็นสนมเอก ยิ่งไปกว่านั้นยังหมิ่นพระเกียรติทาบทามพระราชโอรสองค์เดียวของราชวงศ์เปี้ยนให้แก่องค์รัชทายาทตนด้วย

 

ร้อนถึงผู้เป็นบิดา แม้ประสงค์กำราบความอาจหาญนั้นด้วยองค์เองสักเพียงไหน แต่ด้วยทรงทราบถึงความสามารถด้านการทหารและกำลังพลที่มีใต้อำนาจดี สถานะซึ่งตกเป็นรองนั้นบีบให้กษัตริย์ราชวงศ์เปี้ยนตัดสินพระทัยส่งม้าเร็วไปขอความช่วยเหลือจาก อาณาจักรโชซอนเมืองพันธมิตรอย่างอับจนหนทาง

 

            ถัดจากนั้นสองวันเหล่าแม่ทัพและกองกำลังทหารขนาดใหญ่ก็เดินทางมาถึง การรบราฆ่าฟันยังไม่ถูกจุดขึ้นเมื่อฝั่งพันธมิตรของราชวงศ์เปี้ยนส่งบุรุษรูปงามเข้าเจรจาขอสงบศึกกับฝั่งผู้มารุกราน ทุกชีวิตที่อยู่หลังกำแพงพระราชวังดำเนินไปด้วยความหวาดผวา ไม่มีใครทราบถึงบทสรุป รู้เพียงแต่ว่ากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งเสด็จเข้าร่วมการเจรจาครั้งนี้ด้วย

 

            ซึ่งก็ล่วงเข้าสู่วันที่สามแล้ว ที่พระองค์เสด็จออกนอกป้อมปราการและยังคงไร้วี่แววว่าจะกลับมา...

 

 

           

            “ท่านอี้ชิงกลับมาแล้วเพคะองค์ชาย!” นางกำนัลประจำตำหนักนางหนึ่งเปิดประตูพรวดพราดเข้ามากราบทูลองค์ชายตัวน้อยด้วยความตื่นเต้นดีใจ

 

“จริงรึ!

 

แต่ที่ดีใจยิ่งกว่าคงเป็นผู้รับสาร องค์ชายน้อยแย้มพระสรวลครั้งแรกในรอบสามวันที่ผ่านมา ประโยคน่าฟังจากนางกำนัลช่วยหยุดความกระวนกระวายในอกได้ทันตาเห็น ก่อนหน้านี้เขาเอาแต่ว้าวุ่นเดินไปเดินมาในห้องบรรทมจนไม่เป็นอันทำอะไร ใจพะวักพะวงอยู่แต่เรื่องราวความไม่สงบสุขที่เกิดขึ้นกับบ้านเมือง และยังต้องมาเป็นกังวลกับเรื่องความปลอดภัยของพระบิดาอีก

 

แต่พอได้ยินว่าอี้ชิงองครักษ์คู่ใจที่ตนเป็นคนส่งให้ไปสืบเรื่องกลับมาแล้ว องค์ชายน้อยก็รู้สึกโล่งราวกับได้ปลดภูเขาทั้งลูกลงจากอก ถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้

 

“อี้ชิงกลับมาแล้ว แสดงว่าเสด็จพ่อก็ต้องกลับมาแล้วเช่นกันจริงหรือไม่” เพราะเขาเป็นคนกำชับอี้ชิงนักหนา ว่าหากจะกลับเข้ามาก็ต้องต่อเมื่อผู้เป็นบิดาเสด็จกลับมาแล้วเท่านั้น

 

“เพคะองค์ชาย ทหารหน้าตำหนักคุยกันว่าฝ่าบาทเสด็จกลับมาแล้ว เห็นว่าคนของราชวงศ์โชซอนก็กลับมาด้วย” เอ่ยถึงยังไม่ทันไร ร่างของบุรุษหนุ่มผู้เป็นองครักษ์คู่ใจก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าประตูห้องบรรทม จางอี้ชิงก้าวเข้ามาหาก่อนจะนั่งคุกเข่าลงกับพื้นข้างหนึ่งเพื่อทำความเคารพองค์ชายน้อยพร้อมสภาพเหนื่อยหอบ

 

“ลุกขึ้นยืนเถิด ไม่ต้องมากพิธีไป”

 

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย”

 

“เป็นอย่างไรบ้าง”  รีบถามเอาความอย่างไม่รอช้า เหงื่อที่ซึมไหลอยู่บนใบหน้าซึ่งเคยเกลี้ยงเกลาขององครักษ์คนสนิททำเอา องค์ชายป๋ายเซียนแห่งราชวงศ์เปี้ยนแอบรู้สึกผิด สามวันที่แล้วสภาพอี้ชิงเคยดีกว่านี้ ไม่เลอะเทอะมอมแมมเยี่ยงทหารคลุกฝุ่นเช่นนี้หรอก แต่ถึงกระนั้นก็ช่วยไม่ได้ เพราะถ้าไม่ใช่อี้ชิง องค์ชายป๋ายเซียนก็ไม่คิดว่าจะมีใครทำงานได้ถูกใจเขาอีกแล้ว

 

“ฝ่าบาทเสด็จกลับมาอย่างปลอดภัยแล้วพ่ะยะค่ะ”

 

“แล้วทหารของกษัตริย์โรคจิตนั่นถอยทัพกลับไปกันแล้วหรือยัง”

 

“องค์ชายแห่งโชซอนทรงเจรจาช่วยเหลือจนฝ่ายนั้นยอมถอยทัพกลับไปโดยไม่มีผู้ใดต้องนองเลือดเลยพ่ะยะค่ะ”

 

“องค์ชายผู้นั้นเสด็จตามมาด้วยหรือไม่ ข้าอยากเห็นหน้า วาทศิลป์คงเป็นเลิศยิ่งนักถึงได้เกลี้ยกล่อมให้คนมากเล่ห์เช่นนั้นยอมได้”

 

“ทรงประทับอยู่ที่ท้องพระโรงทุกพระองค์ ไม่เว้นแม้แต่พระมเหสี องค์หญิงทั้งสาม และเหล่าขุนนางที่ต้องมาเข้าเฝ้าพร้อมกัน..

 

“คงมาร่วมแสดงความยินดีกับเสด็จพ่อสินะ”

 

“พ่ะย่ะค่ะ แต่เอ่อ..มีอีกเรื่อง

 

“อะไรหรือ” แย้มยิ้มยังไม่พ้นเสี้ยวยามก็ต้องคลางแคลงใจเพราะอาการอึกอักขององครักษ์หนุ่ม องค์ชายน้อยสัมผัสได้ว่าจะมีเรื่อง และทุกครั้งที่อี้ชิงทำสีหน้าแบบนี้มันหมายถึงเรื่องที่จะพูดให้ฟังนั้นต้องไม่น่าอภิรมย์สำหรับเขาแน่

 

และมันไม่ได้ผิดแผกไปจากที่คาดไว้เลย

 

“ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ทุกคนรวมทั้งองค์ชายเข้าเฝ้า พระองค์มีพระประสงค์จะตรัสเรื่องถวายตัวองค์หญิงแด่องค์ชายแห่งราชวงศ์โชซอนพ่ะย่ะค่ะ”

 

“อะไรนะ!







 

            องค์ชายตัวน้อยสืบเท้าถึงหน้าตำหนักที่ตั้งท้องพระโรงรวดเร็วดั่งสายลมพัด ตลอดระยะทางเขาเอาแต่คอยพร่ำบ่นถึงผู้เป็นบิดาให้องครักษ์ตนฟังอย่างไม่เข้าใจ  ก่อนหน้านี้ที่เป็นปัญหากับอาณาจักรอื่นก็เพราะปกป้องศักดิ์ศรีของลูกๆไม่ใช่หรอกหรือ แล้วเหตุใดเมื่อศึกสงบจึงมีพระประสงค์จะยกพระราชธิดาตนให้ลูกกษัตริย์อื่นอีก เช่นนี้ก็เท่ากับว่าทรงหักหน้าอาณาจักรนั้น แล้วยังหักหาญน้ำใจกันเองด้วยไม่ใช่หรือไงกัน เสด็จพ่อของเขาทรงกำลังคิดอะไรอยู่

 

เห็นทีต้องไปกราบทูลให้รู้เรื่อง บางทีอาจจะทรงงานหนักเกินไปหรือไม่ก็เจรจากับพวกศัตรูติดต่อกันหลายวันโดยไม่ได้หยุดพัก ความรอบคอบที่เคยมีจึงบกพร่องชั่วขณะ ลูกไม่ใช่สิ่งของผักปลา ถึงนึกอยากจะยกถวายให้ใครที่ไหนก็ได้  โอรสเพียงองค์เดียวแห่งราชวงศ์เปี้ยนคนนี้จะออกหน้าเอง เขาจะปกป้องเหล่าท่านพี่ที่รักยิ่งกว่าสิ่งใด ไม่ให้ใครมาแตะต้องศักดิ์ศรีพวกนางได้เป็นอันขาด

 

 

องค์ชายป๋ายเซียนเสด็จ~

 

 

ทหารยามเฝ้าหน้าประตูพร้อมใจส่งเสียงป่าวประกาศให้คนในท้องพระโรงรับรู้เมื่อองค์ชายตัวน้อยเสด็จผ่าน ดวงเนตรรีเล็กสบเข้ากับสายพระเนตรคมกริบของผู้ที่นั่งอยู่บนแท่นบัลลังก์สูงสุดเมื่อเข้ามาถึง สองเท้าก้าวเข้าไปใกล้แล้วค้อมตัวทำความเคารพด้วยท่วงท่าสง่างาม

 

แม้ในใจจะคุกรุ่น คั่งค้างด้วยความรู้สึกไม่พอใจ กระนั้นองค์ชายน้อยยังพอมีสติตระหนักถึงความเหมาะสมที่ว่า อะไรควรกระทำ และอะไรที่ไม่สมควรได้ ยิ่งเห็นว่าราชสำนักมีแขกคนสำคัญประทับอยู่ด้วย ถึงอยากจะเอ่ยปากถามให้หายข้องใจเสียตั้งแต่ตอนนี้ องค์ชายป๋ายเซียนก็ต้องรู้จักหักห้ามใจตนไว้ก่อน ต้องอดทนรอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมหรืออีกนัยหนึ่งคือรอจนกว่าตัวเองจะทนไม่ไหวนั่นแหละ

 

“ไปนั่งสิป๋ายเซียน พ่อจะได้พูดต่อ”

 

“พ่ะย่ะค่ะ”

 

ดูท่าว่าเขาคงมาช้าไป จากปฏิกิริยาของทุกคนทำให้องค์ชายป๋ายเซียนอดฉุกคิดไม่ได้ว่าฝ่าบาทที่นั่งอยู่บนแท่นบัลลังก์คงได้เปล่งวาจาออกไปหลายต่อหลายเรื่องแล้ว แต่ไม่รู้ว่ารวมถึงเรื่องที่เขากำลังกลัวด้วยหรือไม่ เพราะสีหน้าของพี่สาวทั้งสามพระองค์นั้นยังชื่นมื่นปกติดี พระมารดาซึ่งนั่งบนแท่นถัดลงมาจากฝ่าบาททรงดูไม่ทุกข์ใจใดๆ

 

 

เหล่าขุนนางยศน้อยใหญ่ก็ไม่มีทีท่าว่าเป็นกังวล

 

 

หรือว่าเสด็จพ่อยังไม่..

 

 

“ก่อนที่เจ้าจะมาถึง พ่อและทุกคนกำลังคุยเรื่องการออกเรือนของพี่สาวเจ้าอยู่ พ่อจะยกองค์หญิงเปี้ยนให้แก่องค์ชายโชซอนเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจ”

 

“ทรงใคร่ครวญดีแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ!

 

วาจาที่พลั้งลั่นออกไปเป็นเหตุให้บรรยากาศเงียบลงจากเดิม องค์ชายตัวน้อยปรายพระเนตรมองเหล่าขุนนางซึ่งนั่งก้มหน้าหลบสายตาอยู่บนพื้นกลางท้องพระโรง ไล่มาจนถึงใบหน้าของแขกต่างบ้านต่างเมืองที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามและกำลังมองมาทางเขาเช่นกัน แม้ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน แต่องค์ชายป๋ายเซียนพอจะมองออกว่าผู้ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งเกือบทัดเทียมพระบิดาตนนั้นคงเป็นกษัตริย์จากโชซอน ส่วนบุรุษรูปงามตัวโตอีกสองพระองค์คงไม่แคล้วเป็นองค์ชายที่กำลังจะได้พี่สาวของเขาไปเป็นแน่

 

เพราะนอกจากจะมีรูปโฉมงดงามแล้ว เสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมอยู่บนเรือนกายแกร่งคู่นั้นถูกถักทอมาจากผ้าไหมชั้นดี ลวดลายปักถึงจะประทับไกลกันแต่องค์ชายน้อยมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นงานประณีต ลูกขุนนางธรรมดาคงหาของดีเช่นนั้นมาสวมใส่ไม่ได้หรอก

 

“เหตุใดเจ้าจึงถามพ่อเยี่ยงนั้น”

 

“หากพอพระทัยจะยกท่านพี่ให้คนที่พวกนางไม่ได้มีใจด้วยตั้งแต่คราแรก เช่นนั้นไม่ทรงยกให้อาณาจักรของสองพ่อลูกนั่นไปเลยล่ะพ่ะย่ะค่ะ การทำเยี่ยงนี้ไม่ยิ่งจุดชนวนสงครามขึ้นมาอีกหรือ สุดท้ายเสด็จพ่อก็ทรงยกท่านพี่ให้บุรุษอื่นอีกอยู่ดี ทูลตามตรงว่าลูกรู้สึกผิดหวังเหลือเกิน...

 

“ป๋ายเซียน”

 

“ป๋ายเซียนเจ้าพูดอะไรออกมา” องค์หญิงคนโตทรงหันไปปรามพระอนุชาด้วยอารามตกใจ องค์หญิงอีกสองพระองค์ก็ไม่ต่างกัน แต่ไหนแต่ไรน้องเล็กเป็นเด็กดี นอบน้อมเชื่อฟังผู้อาวุโส รักและเทิดทูลพระบิดายิ่งกว่าสิ่งใด ทว่าครานี้กลับพูดจาไม่ระวังปาก พลั้งเผลอแสดงกิริยามารยาทที่ไม่น่ารักออกไปด้วยอารมณ์ส่วนตัวจนน่าจับมาทำโทษด้วยการตีตูดเช่นเด็กๆนัก

 

“พวกพี่เต็มใจเอง เสด็จพ่อหาได้บังคับไม่”

 

“ใช่..เจ้าอย่านึกโทษโกรธเคืองว่าฝ่าบาทไม่ดีเช่นนั้นเลยน้องรัก”

 

“ว่าอย่างไรนะพ่ะย่ะค่ะ ท่านพี่บอกว่าทรงเต็มใจกันเองอย่างนั้นหรือ?!

 

“เอาล่ะๆ เรื่องส่วนตัวก็ขอให้มันเป็นเรื่องส่วนตัว เอาไว้คุยกันภายหลัง ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะเสียมารยาทต่อหน้าแขกของพ่อได้..ป๋ายเซียน” คนถูกตำหนิก้มหน้าลงพลางเม้มริมฝีปากแน่น คำพูดของเหล่าพี่ๆยิ่งตอกย้ำให้คนตัวเล็กเกิดความสับสนลึกลงไปอีก ไหนจะน้ำเสียงดุๆของพระบิดาที่น้อยครั้งจะตรัสออกมาให้ได้ยิน องค์ชายป๋ายเซียนรู้สึกตัวเล็กลงไปเรื่อยๆทั้งที่ไม่มีผู้ใดคิดจะซ้ำเติมเขาเลยแม้แต่น้อยนิด กลับกันแล้วทั่วทั้งท้องพระโรงนี้ต่างรู้สึกเอ็นดูในตัวองค์ชายน้อยตามๆกันเสียมากกว่า

 

“โปรดอย่าถือสาป๋ายเซียนโอรสแห่งข้าเลย เขายังเด็กน้อยนัก เรื่องของผู้ใหญ่คงอีกเป็นปีกว่าจะเข้าใจ” ทรงพระสรวลอย่างอารมณ์ดีเมื่อกล่าวถึงผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ กษัตริย์แห่งโชซอนส่ายพระพักตร์พลางตรัสว่าไม่เป็นไร ก่อนจะทรงพระสรวลไม่ต่างกัน

 

บรรยากาศแช่มชื่นกลับคืนสู่ท้องพระโรงอีกครั้ง ตามด้วยสุรเสียงแน่วแน่ซึ่งทรงถามย้ำเอาคำตอบจากองค์ชายหนุ่มผู้สง่างามแห่งอาณาจักรโชซอน ที่จนป่านนี้แล้วยังคงอึกอักราวกับน้ำท่วมปาก ไม่ยอมให้คำตอบที่น่าพอพระทัยแก่พระองค์เสียที

 

“ว่าอย่างไรองค์ชายสาม ให้คำตอบได้หรือยังว่าพอใจในตัวองค์หญิงองค์ไหนของข้าบ้าง”

 

องค์ชายป๋ายเซียนเงยพระพักตร์ขึ้นทอดพระเนตรสถานการณ์อีกครา ดวงเนตรจับจ้องไปยังองค์ชายสามที่ผู้เป็นพระบิดากำลังตรัสด้วย “หรือที่เอาแต่เงียบเป็นเพราะว่าองค์หญิงของข้างามสู้หญิงงามในแผ่นดินโชซอนไม่ได้เลยสักคน”

 

“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายรูปงามแย้งทันใด ค้อมหัวขอประทานอภัยแด่กษัตริย์ราชวงศ์เปี้ยนทั้งพระมเหสี ก่อนจะหยุดแย้มยิ้มกรุ้มกริ่ม ไล่สายพระเนตรมองพระพักตร์งดงามขององค์หญิงทั้งสามทีละพระองค์

 

“องค์หญิงทั้งสามของฝ่าบาทสวยหวานจับใจกันคนละแบบ หม่อมฉันยังคุยกับองค์ชายสี่อยู่เลยว่าช่างเป็นบุญตายิ่งนักที่ได้มายลโฉมองค์หญิงใกล้ๆเช่นนี้” น้ำคำระรื่นหูขององค์ชายสามทำเอาฝ่าบาทแห่งราชวงศ์เปี้ยนตบเข่าพลางทรงพระสรวลอย่างพอพระทัย ในขณะที่ปรางนวลขององค์หญิงทั้งสามแดงปลั่งเพราะคำหวานนั้น

 

“หากเป็นไปได้หม่อมฉันนึกอยากจะพาองค์หญิงทั้งสามกลับบ้านเมืองพร้อมกันเสียด้วยซ้ำ”

 

“เหลวไหลน่าชายสาม” สุรเสียงเข้มของผู้เป็นบิดาเอ่ยเรียกโอรสในพระองค์เองพร้อมกระแอมกระไอเตือนสติ “ให้มันน้อยๆหน่อย”

 

“จะพาไปชื่นชมความงามของโชซอนหรอก หาได้คิดไปอื่นไกลไม่”

 

“เจ้านี่มัน” ฝ่าบาทแห่งราชวงศ์เปี้ยนชี้หน้าว่าที่พระราชบุตรเขย “ข้ายอมแล้ว เรื่องวาทศิลป์ข้ามิอาจสู้คนหนุ่มเช่นเจ้าได้จริงๆ ช่างเป็นองค์ชายที่แตกต่างจากโอรสของข้านัก” เสียงทรงพระสรวลยังคงดังก้องทั่วท้องพระโรง “แล้วเป็นอย่างไร ถูกใจองค์หญิงของข้าเช่นนี้แสดงว่ามีคำตอบอยู่ในใจแล้วสินะ” พระองค์ทรงถามต่อ

 

“มิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ”

 

“หมายความว่าเช่นไร”

 

“ทูลตามตรง..การเดินทางมาครั้งนี้หม่อมฉัน เสด็จพ่อ องค์ชายสี่และทหารทุกนายต่างมาช่วยกันด้วยใจ หาได้หวังสิ่งตอบแทนกลับไปไม่ ฝ่าบาทเป็นถึงสหายรักของเสด็จพ่อ เช่นนั้นก็มิต่างอะไรจากเป็นพระราชบิดาอีกพระองค์ของหม่อมฉัน ขออย่าทรงยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นเรื่องบุญคุณที่ต้องทดแทน แต่ทรงคิดเสียว่าอาณาจักรของเรานั้นจักเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันไปตลอดกาล ครานี้โชซอนเป็นฝ่ายช่วยเหลือ คราหน้าโชซอนอาจถึงคราต้องพึ่งบารมีของราชวงศ์เปี้ยนก็เป็นได้พ่ะย่ะค่ะ”

 

“ดี! พูดได้ดี เจ้าช่างเป็นโอรสที่ทำให้ข้าอิจฉาพ่อเจ้ายิ่งนักองค์ชายสาม”

 

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

 

“แต่เจ้ารู้ไหม ยิ่งเจ้าพูดเยี่ยงนี้ข้ายิ่งอยากให้สองแผ่นดินเราดองกันเป็นหนึ่งเดียว”

 

“หม่อมฉัน

 

“อย่าปฏิเสธน้ำใจข้าเลย เจ้าหาได้บังคับฝืนใจใครเช่นอาณาจักรสองพ่อลูกหัวการค้านั่นไม่ องค์หญิงและมเหสีของข้ายินดีที่จะรับองค์ชายเช่นเจ้ามาเป็นราชบุตรเขย และหากมีสิ่งใดที่ปรารถนาอยากจะได้เพิ่ม หากไม่เหนือกว่ากำลัง ข้ายินดีจะหามาให้ทุกอย่าง”

 

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งพ่ะย่ะค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นหม่อมฉันก็ยังคิดว่า..” องค์ชายสามเกิดอาการน้ำท่วมปากอีกครั้ง จะปฏิเสธก็รู้สึกเกรงพระทัย หากจะสนองสิ่งตอบแทนนั้นไว้ก็ดูจะเป็นการฆ่าตัวเองทางอ้อม

 

 ทั้งพระราชบิดาและฝ่าบาทผู้มีไมตรีจิตมองกดดันมาจนองค์ชายสามต้องลอบถอนหายใจ สมองรีบคิดหาหนทางรอดให้กับตัวเองเขาต้องคิดให้ออก ต้องหาวิธีรอดให้ได้ ต้องมีสักทางที่จะทำให้องค์ชายผู้หวงแหนชีวิตอิสระหลุดพ้นจากการคลุมถุงชนครั้งนี้

 

“ทุกคนคอยคำตอบเจ้านานแล้วนะชายสาม”

 

ผู้เป็นพระราชบิดาทรงเอ่ยเร่ง

 

“เป็นองค์ชายสี่ไม่ดีกว่าหรือพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายสี่ ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆหันมามองหน้าเขาราวกับจะกินหัว “จื่อเทาเป็นถึงแม่ทัพฝ่ายบู๊ เป็นองค์ชายที่สตรีทั่วล้าหมายปองเพราะสามารถปกป้องดูแลได้”

 

“เช่นนั้นเจ้าก็ทำได้ดีไม่แพ้ข้าไม่ใช่รึองค์ชายสาม”

 

“เจ้าเอาเวลาไปทำแต่งาน ควรมีหญิงงามมาอยู่ดูแลบ้างก็เห็นสมควรแล้ว”

 

“เพราะข้าทำแต่งานถึงยังมิพร้อมจะรับใครเข้ามาดูแล”

 

“เช่นนั้นเป็นองค์ชายห้าดีหรือไม่! เซฮุนเป็นแพทย์ผู้มากความสามารถ หน้าตาหล่อเหลาสตรีวัยไหนๆก็---

 

พอได้แล้วชานยอล” สุรเสียงเข้มของผู้เป็นพระราชบิดาเปล่งออกมาเตือนสติอีกครั้ง “หยุดเหลวไหล การปัดความรับผิดชอบของตัวเองไปให้บุคคลอื่นไม่ใช่การกระทำที่บุรุษสมควรปฏิบัติต่อสตรีเพศ เจ้าเป็นองค์ชายลำดับที่สามแห่งข้า หากจะมีคู่ครองก็เห็นสมควรดีแล้ว องค์ชายสี่และองค์ชายห้าน่ะ..เจ้าไม่ต้องห่วงไปหรอก เอาตัวเองให้รอดก่อนเถิด”

 

“เอาน่า อย่ากริ้วไป ให้เวลาองค์ชายเจ้าได้ตรึกตรองเองสักนิด”

 

“เจ้ารู้น้อยไปน่ะสิ..ข้าให้เวลาโอรสองค์นี้มากกว่าบุตรแห่งข้าองค์ไหนเสียอีก” คนถูกพาดพิงแสยะยิ้มมุมปาก เดาะลิ้นไปมาด้วยสีหน้าคล้ายกับไม่รู้สึกรู้สาใดๆต่อคำพูดของพระราชบิดา หารู้ไม่ว่าภายในอกของเขานั้นเริ่มโกรธกรุ่น อยากลุกหนีออกจากตรงนี้ แต่เพราะรู้ดีว่าปฏิบัติตัวเอาแต่พระทัยเช่นอยู่บ้านเมืองตนเองไม่ได้ องค์ชายสามถึงจำต้องประทับอยู่กับที่ต่อไปอย่างอดกลั้น

 

“ถึงเวลาที่เจ้าต้องเลือกแล้ว”

 

“พ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันจะเลือกลูกสะใภ้ให้เสด็จพ่อได้พอพระทัย” องค์ชายสามจงใจทิ้งจังหวะเงียบให้คนทั้งท้องพระโรงหายใจไม่ทั่วท้อง ลุ้นว่าเป็นองค์หญิงองค์ไหนที่ชายรูปงามอย่างพระองค์ทรงพอพระทัย ประสงค์จะให้เป็นพระชายาในพระองค์เอง

 

“องค์หญิงทั้งสามงดงามจนหม่อมฉันรู้สึกลำบากใจ แต่เมื่อต้องเลือก หม่อมฉันก็คงเลี่ยงไม่ได้ ขอฝ่าบาททรงประทานอภัยหากว่าคำตอบของหม่อมฉันจะไม่เป็นที่น่าพอพระทัย”

 

“เลือกมาเถิด ไม่ว่าคำตอบเจ้าจะเป็นเช่นไรข้าก็พอใจด้วยทั้งนั้น เพราะไม่ว่ายังไงแล้วเจ้าก็เป็นราชบุตรเขยของข้าอยู่ดี องค์ชายสาม”

 

“หากเป็นเช่นนั้นหม่อมฉันขอประทานอนุญาตเลือกเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”

 

“เอาเลย”

 

“หม่อมฉันเลือก” นิ้วหนาชี้ไปยังผู้ที่ประทับอยู่บนแท่นที่นั่งฝั่งตรงกันข้าม เป็นเหตุให้บุคคลซึ่งอยู่ในท้องพระโรงทุกชีวิตต่างพากันเงียบสนิท..เงียบยิ่งกว่าคราไหนๆ..เงียบชนิดที่แม้แต่เสียงลมหายใจยังกล่าวได้ว่าดังเกินไป

 

“จ..เจ้าเลือกป๋ายเซียนโอรสของข้าอย่างนั้นรึองค์ชายสาม?!

 

“พ่ะย่ะค่ะ”

 

“เหตุใดจึง..

 

“ทูลฝ่าบาท ที่เคยลั่นวาจาไว้ว่าองค์หญิงทั้งสามงดงามจับใจหม่อมฉันมิได้โป้ปด เพียงแต่ความงดงามนั้นยังมิอาจต้องตาหม่อมฉันได้มากเท่ากับความน่ารักของโอรสในพระองค์เท่านั้น..คำตอบจึงเป็นเช่นนี้”

 

 

 

“ถ้าประสงค์ให้หม่อมฉันเป็นราชบุตรเขย ก็ทรงใคร่ครวญคำตอบของหม่อมฉันให้ดีเถิด”

 

 

“หากทรงเข้าใจผิด คิดว่าหม่อมฉันกำลังหมิ่นพระเกียรติก็ขอให้ตรัสกับหม่อมฉันมาตามตรง หม่อมฉันยินดีรับโทษและจะไม่แตะต้องโอรสหรือพระราชธิดาองค์ไหนแม้แต่ปลายพระเกศา หรือหากยังพอพระทัยในตัวหม่อมฉันอยู่ก็ขอโปรดอย่ารับสั่งให้ต้องบิดเบือนคำตอบเลย เพราะว่ามันจะไม่มีทางเป็นเช่นนั้น”

 

 

“หม่อมฉันได้เลือกแล้ว นับจากนี้เป็นส่วนของฝ่าบาทบ้างแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ จะทรงตัดสินพระทัยอย่างไรองค์ชายสามแห่งราชอาณาจักรโชซอนคนนี้ยินดีน้อมรับทุกคำตัดสิน”

 



 

#สะใภ้บรรณาการ

 

 

(นี่คือชานป๋าย หาใช่ลูกๆในอนาคตไม่ เค๊? )



 

 

 


เปิดมาด้วยความงงๆและเราจะงงไปด้วยกันต่อไป

ถามองค์ชายเค้าซิว่าทอดเนตรพระพักตร์องค์ชายน้อยชัดดีแล้วหรือยัง

ไม่ใช่อะไรหรอกไม่รู้ว่าเลือกเพราะต้องตาจริงหรือทรงมโนกันแน่ อิ้อิ้

 

/ฝากติดตามต่อด้วยนาจาาา

(พีเรียดแรก อะไรไม่รู้มึนจริง T.T)

 

 

-ตอนหน้ามาดูการพระรับฝีปากกันนะเพคะ-

 

 

 

         CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.107K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,413 ความคิดเห็น

  1. #10390 llllovellll (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 03:08
    วาทศิลป์เริ่ดแล้วยังเจ้าเล่ห์อีกชยอล5555
    #10,390
    0
  2. #10327 bb_watsana (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 04:32
    องค์ชายสามวาทศิลป์เป็นเลิศสมคำล่ำลือจริงๆ
    #10,327
    0
  3. #10272 munkrishear (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 04:53
    กลับมาอ่านอีกรอบก็ยังชอบอยู่ดีㅠㅠ
    #10,272
    0
  4. #10248 Emihcy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 00:52
    ภาษาดีมากเลยค่ะ เปิดมาอ่านตอนเเรกชอบเลย!💘💘
    #10,248
    0
  5. #10247 Emihcy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 00:52
    เเน๊!!!!!!!!!!
    #10,247
    0
  6. #10220 โมกิโมกิ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 19:14

    หูวว้าวววว

    #10,220
    0
  7. #10213 Timeline111 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 21:41
    กลับมาอ่านอีกรอบแล้วจ้าา
    #10,213
    0
  8. #10209 pparkminhoo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 10:20
    อ่านรอบที่4แบ้วค่ะ ฟิคในดวงใจเลยกี่รอบก็ไม่เบื่อออ
    #10,209
    0
  9. #10177 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:30

    เหมือนอ่านไปแล้วแต่ไม่เป็นไรอ่านใหม่ได้ 555

    #10,177
    0
  10. #10158 Clarisse64 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 17:21
    ยัยหนูป๋ายเซียนนน
    #10,158
    0
  11. #10117 Bana_Vitta (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 04:51
    ภาษาดีมาก;-;
    #10,117
    0
  12. #10108 เหมี๊ยวกวิ้น🐧 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 00:06
    เจ้านี่สุดยอดจริงๆ องค์ชายสาม ช่างรู้จักเจรจา เเง้ๆๆๆ ชอบนะคะ น่ารักมากๆๆๆ
    #10,108
    0
  13. #10039 PRAE.VV (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 03:12
    แหม่ะ องค์ชายยยยยยย ป๋ายเซียนรับกรรมไปเฉยย
    #10,039
    0
  14. #10009 KaRToon_HH (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 21:41
    ฉลาดนะเรา องค์ชายสาม
    #10,009
    0
  15. #9876 IPINOCKIO (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 12:25

    เกร้ดดดดดดดดดดด ชอบฟิคแนวพีเรียดมากกก เปิดมาตอนแรกก็ดีแล้ว นี่ความรักของป๋ายเซียนเป็นเหตุหรือเป็นเพราะองค์ชายสามไม่อยากแต่งงานเพราะห่วงชีวิตวัยโสดอ่ะ แต่ต้องยอมรับเรื่องคารมคมคาย เอ่ยอะไรออกมากษัตริย์เปี้ยนก็ชอบไปซะหมด 55555555555

    #9,876
    0
  16. #9840 heykiki (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 22:30
    ผ่านมาสองปีแล้ว คิดถึงเลยกลับมาอ่าน รื้อความทรงจำ ชายสามตัวแสบ
    #9,840
    0
  17. #9819 BangJae_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 23:46
    อห. องค์ชายสามหัวไวมากก ย๊อมมม พูดเล่นจุดคนอื่นเก่ง
    #9,819
    0
  18. #9816 _thewayusmile (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 23:52
    เจ้าป๋ายโดนแน่ กิ้ดดดด
    #9,816
    0
  19. #9805 RaineyRainn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 11:47
    สนุกกกก
    #9,805
    0
  20. #9782 mayyamcc (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 12:12
    แง๊ ยัยน้องน่ารักกกกก
    #9,782
    0
  21. #9716 -FL- (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:50
    คงามน่ารักของป๋ายเนี่ยต้องตาองค์ชายสามเลยรือออ
    #9,716
    0
  22. #9703 NanananananaNa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 22:43
    กลับมาอ่านอีกรอบ คิดถึงจึงมาอ่านคิคิ><♡
    #9,703
    0
  23. #9702 NanananananaNa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 22:43
    กลับมาอ่านอีกรอบ คิดถึงจึงมาอ่านคิคิ><♡♡
    #9,702
    0
  24. #9630 bemysunshine (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 01:49
    เป็นแผนขององค์ชายสามแน่ๆ ที่พอเลือกป๋ายเซียนที่เป็นองค์ชายเหมือนกัน พระราชาจะไม่อนุญาต ตัวเองจะได้ไม่ต้องแต่ง จะได้โสดต่องี้ โอ๊ยยย
    #9,630
    0
  25. #9458 11507416p (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 00:59
    องค์ชายสามแบบ ..ก่อนจะพูดหรือตัดสินใจคือต้องผ่านการคิดแบบถี่ถ้วนแลัละเอียดมาก ฉลาดพูดฉลาดคิดสุดๆ และความน่ารักขององค์ชายน้อยนั่นเป็นเหตุ5555
    #9,458
    0