You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 9 : Shining VIII :: queasy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 360 ครั้ง
    4 เม.ย. 59

   




               Shining VIII.

 

 

 

 

 






 

        แบคฮยอนได้เพื่อนเพิ่มแล้ว!

 

 

 

          ไม่ได้หมายถึงแค่ชานยอลหรอก แต่หมายถึงเจ้าบัดดี้หมาน้อยพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่เพิ่งได้ออกจากคลินิกด้วยยยย วันนี้เซฮุนอาสาเป็นสารถีให้เขาล่ะ ทั้งมารับถึงบ้านแล้วยังพาไปรับบัดดี้กลับมาอีก แบคฮยอนรู้สึกตื่นเต้นกับการจะได้เลี้ยงลูกหมาน่ารักๆ เพราะที่ผ่านมาเคยคลุกคลีแต่เจ้าหมาพันธุ์ทาง บ้านๆ ขนเกรียนๆ แถมยังชอบแอบไปคุ้ยขยะของคนในชุมชนอีกต่างหาก

 

 

 

            “นายต้องเป็นเด็กดีเหมือนฉันนะ บัดดี้”

 

 

 

            นิ้วเรียวจิ้มหัวหมาน้อยที่เอาแต่หลับปุ๋ย แม้หมอจะยอมให้กลับบ้านได้แล้วแต่เจ้าของก็ยังต้องรับช่วงดูแลต่อจนกว่าร่างกายมันจะกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ดีกว่านี้ น่าจะอีกซักระยะเลย และโชคดีที่มันยังเล็ก มีโอกาสฟื้นตัวได้เร็ว ยิ่งถ้ามันโตขึ้นอีกรอยแผลก็คงจางลงเนื่องจากการขยายของขนาดตัว

           

 

 

            นอกจากนั้นบัดดี้ยังได้บ้านใหม่ด้วยนะ คุณท่านใจดีให้คนงานมาทำบ้านใหม่ให้มันเมื่อเร็วๆนี้ แน่นอนว่าที่ตั้งต้องห่างจากตัวบ้านค่อนข้างมากเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาต่อชองซอริน ซึ่งแบคฮยอนก็โอเค ไม่ได้มีปัญหาใดๆ ช่วงนี้เขาว่านอนสอนง่ายที่สุดแล้วล่ะ ชี้นกก็จะตอบว่านก ชี้ไม้ก็จะตอบว่าไม้ ไม่ดื้อ ไม่ซนเลย

 

 

 

            “พักนี้ดูแบคฮยอนสนิทกับพี่ชานยอลขึ้นนะ”

 

 

 

            “อื้ม”

 

 

 

คนตัวเล็กเงยหน้าส่งยิ้มตาหยีให้เพื่อนตัวสูงที่กำลังยืนค้ำหัวอยู่ “เราทำพันธะสัญญาเป็นพันธมิตรต่อกันแล้ว” ก่อนจะหันกลับไปเอียงคอมองน้องหมาหลับต่อ นี่ก็กว่าครึ่งชั่วโมงแล้วที่เขานั่งยองๆเฝ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยตรงหน้าบ้านของมันไม่ยอมลุกออกไปไหน เซฮุนเลยพลอยไม่ได้ไปไหนด้วย เอาแต่บอกว่าจะอยู่เป็นเพื่อนทั้งที่แบคฮยอนบอกไม่เป็นไร

 

 

 

            “แบคฮยอนชอบพี่ชานยอลมากเลยเหรอ”

 

 

 

            “ชอบสิ ชานยอลตลกดี”

 

 

 

            “ตลกหรอ?” ตรงไหนที่บอกพี่ชายของเขาเป็นคนตลก วันๆทำหน้าเป็นอยู่สองแบบ ไม่ดุก็ดุมากกกก ไอ้จะมาหยอดมุขขำๆโปกฮาเหมือนเขานั้นไม่มีหรอก

 

 

 

            “ช่าย เหมือนจะดุแต่จริงๆใจดีอย่างที่เซฮุนกับคุณท่านเคยบอกไม่ผิดเลย หน้าตอนดุก็ตล๊กตลก ตาโปนๆหูกางๆ ฟันก็เยอะอะ”

 

 

 

            “ฮ่ะฮ่ะ..

 

 

 

            “เป็นไรอ่า”

 

 

 

            เงยหน้ามองเพื่อนอีกครั้งอย่างงุนงง แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังกลั้นขำจนหน้าขึ้นสีอยู่ แบคฮยอนเลยเปลี่ยนมาทำหน้าทำตาล้อเลียนชานยอลตอนดุๆ โดยการขมวดคิ้ว เบิกตาโต เอามือกางหูสองข้างของตัวเองและจบด้วยการยิงฟันให้ เซฮุนจึงปล่อยขำกร๊ากอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป

 

 

 

“ฮะฮะฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ”

 

 

 

ชายหนุ่มตัวสูงตบมือถูกอกถูกใจยกใหญ่แถมด้วยน้ำตาที่เล็ดออกมาบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวนั้นรู้สึกขำกับเรื่องตลกที่เพื่อนตัวเล็กแสดงให้ดูมากแค่ไหน ตอนแรกว่าจะงอนแบคฮยอนอยู่แล้วเชียว พอมันออกมาเป็นแบบนี้เลยอดเอ็นดูอีกฝ่ายขึ้นมาไม่ได้อีกแล้ว สำหรับเขา ไม่ว่าเพื่อนจะทำอะไรมันก็รู้สึกว่าน่ารักน่ามองไปหมด น่ารักซะจนบางทีเซฮุนนึกอยากจะขอคุณยายให้ยกอีกฝ่ายไปให้เขาเลี้ยงที่บ้านซะให้สิ้นเรื่องไปเลย แต่คิดอีกทีเซฮุนว่าไม่ดีกว่า ขืนเอาแบคฮยอนไปเลี้ยงก็ยิ่งใกล้จมูกพี่ชานยอลน่ะสิ!

 

 

 

พูดแล้วก็เคือง!

 

 

 

“แล้วระหว่างเรากับพี่ชานยอลแบคฮยอนชอบใครมากกว่ากัน”

 

 

 

เซฮุนย่อตัวลงนั่งยองๆข้างเพื่อนตัวเล็ก สายตาจดจ้องมองด้านข้างอันแสนน่าหยิกนั้นด้วยความรักความเอ็นดู ช่วงหลังมานี้อีกฝ่ายทำให้เขาหวงบ่อยเหลือเกิน นับตั้งแต่ดีกับพี่ชานยอลแล้วก็ขยันเล่าเรื่องระหว่างตัวเองกับพี่ชายเขาให้ฟังไม่ขาดปากซึ่งเซฮุนอยากจะบอกจริงๆว่าไม่ต้องเล่ามากก็ได้ เขาน่ะเจอพี่ชายตัวเองทุกวันจนเอียนอยู่แล้วอย่าให้เอียนมากไปกว่านี้สิ!

 

 

 

ส่วนฝั่งพี่ชานยอลก็ดูยังไงๆอยู่ มาบ้านคุณยายถี่กว่าเดิม ไม่รู้ว่ามาทำอะไรนักหนา หรือหากจะถามให้ตรงประเด็นก็คงเป็นอยากมาหาใครกันแน่?! แต่ก็น่าจะเปล่าประโยชน์เพราะยังไงพี่ชายจอมดุคนนั้นก็คงไม่ยอมเล่าให้ฟังเหมือนทุกที หนักขึ้นมาอีกคือเป็นเรื่องการถามถึงอาหารหรือขนมที่แบคฮยอนชอบฝากไปให้ชิมว่า วันนี้มีอะไรฝากมาถึงฉันหรือเปล่า ทั้งที่ปกติเคยแยแสของแบบนั้นซะที่ไหน! ปากบ่นว่ากระเดือกไม่ลงรูปร่างหน้าตาน่าเกลียดงั้นงี้แต่พอน้องขอแบ่งกินทีไรก็ไม่เห็นจะเคยให้เลย!

 

 

 

  ปาร์คชานยอลนะปาร์คชานยอล ถ้าพี่คิดจะเป็นคู่แข่งกันแบบนี้ล่ะก็เซฮุนจะไม่ยอม!

 

 

 

“ว่าไง เรากับพี่ชานยอล แบคฮยอนชอบใครมากกว่า”

 

 

 

“ชอบใครมากกว่าหรอ?

 

 

 

“อื้ม”

 

 

 

“เซฮุนแน่ใจนะจะให้เราตอบ”

 

 

 

“แบคฮยอนจะตอบพี่ชานยอลให้เราเสียใจหรอ”

 

 

 

“ขี้โกงนี่นา พูดกดดันเรา”

 

 

 

“แล้วคำตอบคือ…?

 

 

 

“อย่าถามอะไรแปลกๆสิเซฮุนนา เราก็ชอบทั้งสองคนนั่นแหละ คนนึงเป็นเพื่อนอีกคนเป็นพี่ชาย หล่อทั้งคู่เลย แต่น้อยกว่าเรานะ คิกคิก

 

 

 

“ไม่เอาแบบนี้สิ แบคฮยอนต้องเลือกนะ!

 

 

 

“ชานยอลบอกว่าโตแล้วห้ามงอแงเหมือนเด็กนะ”

 

 

 

เซฮุนอยากจะเบะปากแล้วลงไปนั่งชักดิ้นชักงอด้วยความขัดใจ ยิ่งเห็นนิ้วเรียวที่กำลังชี้หน้ามายิ่งขัดใจเข้าไปใหญ่ ถอดแบบพี่ชานยอลมาไม่มีผิดเลยให้ตาย! แบคฮยอนรักแต่พี่ชานยอลอะ แบคฮยอนไม่เคยยุติธรรมต่อปาร์คเซฮุนเพื่อนที่แสนดีคนนี้เลย เซฮุนก็น้อยใจเป็นเหมือนกันนะ!

 

 

 

“เราจะงอนแบคฮยอนแล้ว”

 

 

 

“เซฮุนไม่งอนเราหรอกเรารู้ เซฮุนใจดี เซฮุนน่ารัก เซฮุนตัวสูงด้วย”

 

 

 

“ไม่ต้องมายอเลย”

 

 

 

“จริงๆนะ ถ้าเราเป็นผู้หญิงเราก็คงจะชอบเซฮุนเหมือนกัน”

 

 

 

“เป็นแบคฮยอนตอนนี้ก็ชอบเราได้”

 

 

 

“ไม่ได้ เราเป็นเพื่อนกัน” แล้วโบมีก็ชอบเซฮุนมากๆด้วย เราไม่แย่งหรอก

 

 

 

“ไม่คิดจะให้ความหวังเราหน่อยหรือไง ใจร้ายจัง”

 

 

 

“ถ้าเราให้ความหวังสิใจร้ายกว่า เรายังดูแลตัวเองไม่ค่อยได้เลย ไม่กล้ารับใครเข้ามาดูแลหรือเอาตัวเองไปเป็นภาระใครอีกหรอก ชานยอลบอกว่าโตแล้วห้ามทำตัวเป็นภาระคนอื่น พ่อเฒ่ากับแม่ครูก็เคยบอก”

 

 

 

เซฮุนอยากจะร้องโอ้ยยยย คำก็ชานยอล สองคำก็ชานยอล ไม่รู้ว่าตอนอยู่กับพี่ชานยอลแบคฮยอนเคยพูดถึงชื่อเขาแบบนี้บ้างหรือเปล่า แต่ถึงจะเคืองก็เถอะนะ ยอมรับว่าคำพูดคำจาแบคฮยอนช่วงนี้ฟังดูดีขึ้นเยอะจริงๆ ถึงจะเป็นการขัดใจหรือหักหาญน้ำใจกันไปบ้างก็เอาเถอะ ถ้าแบคฮยอนโตขึ้นและคิดได้ในแบบที่ผู้ใหญ่เค้าคิดกันเซฮุนก็ยินดีด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาก็ยังอยากให้แบคฮยอนเป็นแบคฮยอนคนเดิมอยู่ดี แบคฮยอนคนที่ร่าเริง สดใส เอาแต่ใจเพื่อให้เขาตามใจ ต้องแบบนั้นแหละ เขาชอบที่แบคฮยอนเป็นแบบนั้นมากกว่าจะต้องเปลี่ยนไปจนไม่เป็นตัวของตัวเอง

 

 

 

“แต่แบคฮยอนพึ่งเราได้ทุกเรื่องนะ  อะไรที่เราช่วยได้เราจะไม่ลังเลเลย”

 

 

 

เขาอาจเป็นคนที่ดูลอยไปลอยมาไม่คิดอะไร แต่เขาก็เป็นคนที่สามารถดูแลตัวเองได้ เอาตัวรอดกับสถานการณ์ต่างๆได้ และไม่ว่าจะเรื่องอะไรเซฮุนยินดีจะช่วยเหลือแบคฮยอนเสมอ

 

 

 

“เราพูดจริงๆนะ”

 

 

 

“อื้อ เอาไว้กลับไปเที่ยวชุมชนกับเรานะ เซฮุนเป็นเด็กดี พ่อเฒ่ากับแม่ครูต้องชอบเซฮุนมากแน่ๆเลย”

 

 

 

“จริงหรอ”

 

 

 

“จริงสิ เราจะพาเซฮุนไปบ้านต้นไม้ด้วย” แบคฮยอนยิ้มให้เพื่อนจนตาเกือบปิด “บ้านต้นไม้ของเราเห็นวิวบนเขาชัดมากเลยนะ เซฮุนต้องชอบมันแน่”

 

 

 

“พูดแล้วนะว่าจะให้ไปด้วย”

 

 

 

“สัญญาห้านิ้วเลย”

 

 

 

“ต้องให้เราไปคนเดียวด้วยนะ”

 

 

 

“แต่คุณท่านเคยไปที่ชุมชนแล้วนะ”

 

 

 

“เราหมายถึงบ้านต้นไม้ แบคฮยอนคงไม่พาคุณยายปีนขึ้นไปดูหรอก ใช่มั้ยล่ะ?

 

 

 

“ฮ่าๆ เราไม่กล้าหรอก โอเคๆ เราสัญญาจะพาเซฮุนไปบ้านต้นไม้แค่คนเดียว

 

 

 

“สัญญาต้องเป็นสัญญานะ”

 

 

 

“อื้อ สัญญาต้องเป็นสัญญา” นิ้วโป้งของแบคฮยอนและเซฮุนปั๊มกันหนึ่งทีเหมือนเป็นการประทับสัญญาใจต่อกันไว้ ตามด้วยการเกี่ยวก้อยที่แบคฮยอนชอบทำบ่อยๆ

 

 

 

เซฮุนเป็นเพื่อนที่ดี แบคฮยอนคิดไว้นานแล้วว่าหากมีโอกาสได้กลับไปที่ชุมชนอีกเขาจะพาเพื่อนคนนี้กลับไปด้วย อยากพาไปแนะนำให้พ่อกับแม่ได้รู้จัก อยากให้เด็กๆที่นั่นเล่นกับเซฮุนเพราะเชื่อว่าทุกคนจะต้องชอบเพื่อนตัวสูงของเขาแน่ๆ ก็ทั้งน่ารัก ทั้งใจดี รูปหล่อขี้เล่นขนาดนี้ใครๆก็ต้องชอบทั้งนั้นแหละ  แบคฮยอนกล้าเอาหัวเป็นประกันเลย 

 


 

 

 

 

 


 

 

 

ร่างสูงของปาร์คชานยอลปรากฏตัวที่คฤหาสน์ของท่านหญิงชองพูจองในช่วงบ่ายแก่ๆของวันพร้อมกับชองซอริน แค่ได้ยินเสียงรถเข้ามาคนตัวเล็กก็หูตั้งหางกระดิกราวกับลูกหมาที่เจ้าของของมันกลับมาบ้านซักที แบคฮยอนรีบเดินเร็วๆเพื่อออกไปต้อนรับคุณชายปาร์คคนพี่ขณะที่จูงมือปาร์คคนน้องให้ตามออกมาด้วย ซึ่งรายหลังนี้เอาแต่ทำตัวหนักทื่อ หน้าบูดบึ้งเหมือนเด็กถูกขัดใจอยู่นั่นแหละ

 

 

 

“ทำงานที่มอเสร็จแล้วเหรอ”

 

 

 

แบคฮยอนถามเสียงอารมณ์ดี ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม สายตาสนใจแต่ชานยอลไม่คิดจะหันไปทักทายชองซอรินที่มาด้วยกันกับคนตัวสูงเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

“ไปดูบัดดี้กัน”

 

 

 

“ต้องเข้าไปทักทายคุณยายก่อน”

 

 

 

“เอ้อ ใช่ แห่ะๆ” คนตัวเล็กหลับตาปี๋เมื่ออีกฝ่ายเอาถุงกระดาษใบเล็กมาเคาะหัวเขาอยู่สองสามที แต่มันไม่หนักมากหรอก และตอนนี้ชานยอลกำลังยื่นมันมาให้เขาด้วย

 

 

 

“อะไรอะ ให้ผมหรอ?

 

 

 

“รับไปเปิดดูเองสิ”

 

 

 

ส่งของให้ถึงมือแล้วเดินทิ้งเข้าไปในบ้านแบบไม่รอ แบคฮยอนไม่ได้ใส่ใจกับสายตาไม่เป็นมิตรของชองซอรินแต่เลือกที่จะเปิดถุงกระดาษในมือแทน และก็ต้องเบิกตาโต ดีใจกับของข้างในที่ได้เห็น

 

 

 

“เซฮุนดูสิ! ชานยอลซื้อปลอกคอกับเสื้อมาให้บัดดี้ด้วย!

 

 

 

เซฮุนเบะปาก

 

 

 

“น่ารักจัง ชุดนี้มันเรียกตัวอะไรนะเซฮุน มีหมวกด้วยอ่า..

 

 

 

“ริลัคคุมะ”

 

 

 

“บัดดี้จะได้ใส่ชุดริลัคคุมะหรอ ต้องน่ารักมากแน่ๆ งื้อ...

 

 

 

เซฮุนนึกอยากจะดึงหมวกรูปหัวริลัคคุมะทิ้งเพราะความหมั่นไส้ล้วนๆไม่มีอะไรผสมจริงๆ หน็อยมาทีหลังแล้วยังจะทำคะแนนตัดหน้าน้องไปอีก งานนี้ฆ่าได้ก็คงต้องฆ่าแล้วมั้งงงง ปาร์คชานยอล!

 

 

 

“เข้าไปข้างในกันเซฮุน”

 

 

 

คนตัวเล็กย่ำเท้าตึกตักๆเข้าบ้านไปโดยไม่รอเพื่อน สองมือคอยจับเสื้อสุนัขขนาดเล็กขึ้นมากางดูไปด้วยแบบพลิกแล้วพลิกอีก ถูกอกถูกใจประหนึ่งว่าจะได้ใส่เองยังไงยังงั้น เด็กรับใช้ในบ้านคนไหนเดินผ่านก็ได้รับรอยยิ้มและประโยคขี้อวด เสื้อบัดดี้น่ารักเนาะ แจกจ่ายกันอย่างถ้วนหน้า นี่ถ้าคุณครูสอนมารยาทยังไม่กลับแบคฮยอนก็จะเอาอวดให้ดูอยู่เหมือนกัน แต่ไม่เป็นไร อาทิตย์หน้าค่อยให้ดูก็ได้

 

 

 

คนตัวเล็กยืนลับๆล่อๆรอชานยอลคุยทักทายกับคุณท่านอยู่นอกประตูห้องนั่งเล่น พอผู้ใหญ่หันมาดูและเรียกให้เข้าไปก็ส่ายหน้าหวือปฏิเสธ จนอีกราวๆสามนาทีต่อมาชานยอลถึงจะลุกเดินออกมาหาพร้อมกับใช้มือเท้าสะเอว

 

 

 

“จะเอาอะไร”

 

 

 

“ไปดูบัดดี้กัน”

 

 

 

“ชวนเซฮุนเพื่อนนายไปสิ ฉันเคยบอกไปแล้วว่าแพ้ขนหมา” ร่างสูงหันไปสบตากับน้องชายตัวเองที่ยืนพิงผนังซึ่งถัดออกไปประมาณหนึ่งช่วงแขนได้

 

 

 

“หมาตัวเล็กก็ไม่ได้หรอ”

 

 

 

“จะตัวเล็กตัวใหญ่ถ้าขึ้นชื่อว่าหมาเหมือนกันก็ไม่ต้องถามหรอก”

 

 

 

“มันเริ่มหายดีแล้วนะชานยอลไม่อยากเห็นหรอ”

 

 

 

…..

 

 

 

“โอเค

 

 

 

แบคฮยอนเพิ่งเรียนรู้ได้เร็วๆนี้ว่าความเงียบของชานยอลคือการแสดงถึงความไม่พอใจอะไรอย่างหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ก็น่าจะเป็นเขาเอง

 

 

 

“งั้นไปยืมมาร์คปิดปากที่ป้าแม่บ้านกัน”

 

 

 

และชานยอลเองก็ได้เรียนรู้ว่าไม่ว่าจะเรื่องอะไรที่เป็นไปไม่ได้แบคฮยอนก็จะหาทางให้มันเป็นไปได้จนได้นั่นแหละ

 

 

 

“ห้ามถอนหายใจนะ” แบคฮยอนรีบพูดดักร่างสูงอย่างรู้ทัน “อายุจะสั้นแล้วก็จะแก่เร็วด้วย”

 

 

 

“ก็คงจะเป็นคนแก่ที่ดูดีมาก”

 

 

 

“รำคาญญญญญ”

 

 

 

“มีปัญหาอะไรกับฉันงั้นหรือปาร์คเซฮุน”

 

 

 

“ใครจะไปกล้ามีปัญหากับคุณชายปาร์คชานยอลได้ล่ะครับ พี่ชาย”

 

 

 

“วันนี้นายมาขลุกอยู่บ้านคุณยายทั้งวันเลยนะ”

 

 

 

“พี่เองก็มาทุกวันเลยไม่ใช่เหรอ”

 

 

 

“มันก็เรื่องปกติของฉัน ฉันมาเยี่ยมคุณยาย แล้วก็มาส่งซอรินด้วย”

 

 

 

“ผมก็มาเยี่ยมคุณยาย มาหาแบคฮยอนด้วย”  น้องชายส่งยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่าให้คนเป็นพี่ชาย “ถึงแต่ก่อนจะไม่ได้มาบ่อยๆแต่จากนี้ไปคงต้องได้มาบ่อยๆแล้วล่ะ เพราะขออนุญาตไปรับไปส่งแบคฮยอนแทนคนขับรถที่นี่กับคุณยายแล้ว

 

 

 

“นายว่างขนาดนั้นเลย?

 

 

 

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็จะพยายามหาเวลาให้แบคฮยอนทุกวัน”

 

 

 

“พูดเหมือนคนเป็นแฟนกันเลยนะ”

 

 

 

คนกลางถึงกับสะดุดเมื่อได้ฟังประโยคล่าสุดของปาร์คชานยอล เงยหน้ามองสองพี่น้องสลับกันไปมาอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์นัก “แฟนอะไรกัน ต้องเพื่อนสิชานยอล”

 

 

 

คนเป็นพี่กระตุกยิ้มร้ายส่งให้คนเป็นน้อง 

 

 

 

“ชัดมั้ย”

 

 

 

“พื้นฐานของคนเป็นแฟนกันก็เริ่มมาจากความเป็นเพื่อนทั้งนั้นแหละ! พี่กับพี่ซอรินก็ด้วยนี่ จะว่าไปยังรักกันดีเหมือนเดิมเลยนะเนี่ย ไปรับไปส่งกันน่ารักจังเลยเนาะแบคฮยอน”

 

 

 

“ฮะ อ๋อ..อื้อ แต่น่ารักแค่ชานยอลคนเดียวนะ ซอรินไม่น่ารัก”

 

 

 

ว่าคนอื่นไม่น่ารักนี่คิดว่าตัวเองน่ารักมากงั้นสิ

 

 

 

บุคคลที่สี่ก้าวออกมาจากห้องนั่งเล่นและได้ยินคำพาดพิงว่าร้ายถึงตนเข้าพอดี แน่นอนว่ามันสร้างความไม่พอใจให้กับเธอมาก ยิ่งมันเป็นคำที่ออกมาจากปากของเด็กไร้มารยาทคนนี้ด้วยแล้วเธอยิ่งปล่อยให้ผ่านไปไม่ได้

 

 

 

“เรียนมารยาทให้เปลืองเงินคุณยายมาตั้งหลายเดือนได้แค่นี้เองน่ะเหรอ หัวคงจะแข็งเกินกว่าจะรับอะไรได้แล้วมั้ง บอกคุณยายให้เลิกเสียเงินกับคนแบบนายเถอะ สิ้นเปลืองเปล่าๆ”

 

 

 

ถ้อยคำตำหนิพ่วงการดูถูกกำลังจะทำให้แบคฮยอนอ้าปากสวนแต่ถูกชานยอลตัดหน้าไปซะก่อน “นายว่าซอรินก่อน ขอโทษเถอะเรื่องจะได้จบ”

 

 

 

“แต่

 

 

 

“หรือคิดว่าสิ่งที่ตัวเองพูดมันดีแล้ว”

 

 

 

…..

 

 

 

“แบคฮยอน”

 

 

 

เจ้าของชื่อเม้มปากแน่น พยักหน้าหงึกๆอย่างคนที่เข้าใจแล้วก่อนจะหันไปกล่าวขอโทษหญิงสาวอย่างจำยอม

 

 

 

“ผมขอโทษ จะพยายามไม่พูดอีกแล้ว”

 

 

 

“ถ้าชานยอลไม่บอกก็คงจะไม่ทำสินะ”

 

 

 

“นั่นมันก็

 

 

 

“ฝืนใจมากก็ไม่เห็นจะต้องทำเลยนิ่ หรือว่าอยากจะเอาใจชานยอลอย่างนั้นหรือ?

 

 

 

“ผมรับปากจะเป็นเด็กดีกับชานยอลแล้ว”

 

 

 

“งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องดีต่อฉันด้วยใช่หรือเปล่านะ เพราะนอกจากฉันจะเป็นหลานของคุณยายแล้วฉันยังเป็นแฟนของชานยอลด้วย”

 

 

 

“ผมไม่ได้เกลียดซอริน ถ้าซอรินดีกับผมผมก็จะดีตอบ”

 

 

 

“หึ โทษทีนะ เผอิญว่าฉันไม่ชอบข้องแวะกับเด็กกะโปโลที่ทำตัวเหมือนม้าดีดกะโหลกไม่รู้กาลเทศะอย่างนายน่ะสิ ทำไงดีล่ะ”

 

 

 

“ไม่ต้องข้องแวะ แต่ก็ไม่ต้องเกลียดกันก็ได้นี่”

 

 

 

“ได้สิ ถ้านายจะหายไปจากบ้านหลังนี้น่ะนะ”

 

 

 

ซอริน

 

 

 

เสียงทุ้มต่ำเรียกชื่อคนเป็นคู่หมายเพื่อหวังจะให้หยุดพูดจาใจร้าย แต่ความดื้อของหญิงสาวก็มีไม่แพ้ใคร 

 

 

 

“ออกไปสิ มาทางไหนก็เชิญกลับไปทางนั้น ถ้าทำได้ฉันรับปากว่าจะเลิกเกลียดนายเลยเป็นไง?

 

 

 

“ชองซอรินพอเถอะ”

 

 

 

“ชานยอลเองก็สนิทกันไปเถอะค่ะ” หญิงสาวแค่นยิ้มสมเพชใส่แบคฮยอนแล้วค่อยหันกลับมาสนใจคู่หมายของตัวเองต่อ “ถ้าคิดว่าเด็กคนนี้ควรค่าแก่การจะได้รับความสนใจก็เอาเถอะ ซอรินจะไม่ขัด แต่แนะนำให้กลับบ้านไปอาบน้ำหลายๆรอบหน่อยนะคะ เพราะดูจะสกปรกใช้ได้เลย”

 

 

 

“ซอริน”

 

 

 

“ซอรินพูดด้วยความหวังดีนะ”

 

 

 

นอกจากจะไม่สะเทือนกับน้ำเสียงเข้มๆของปาร์คชานยอลแล้วชองซอรินยังเหยียดยิ้มใส่แบคฮยอนชนิดที่ต้องการประกาศให้ทุกคนรู้เลยว่าสาวเจ้าไม่ชอบเด็กคนนี้ขนาดไหน และเมื่อร่างสวยของเธอเดินพ้นออกไปแล้วชานยอลหมายจะพูดให้แบคฮยอนเข้าใจแต่เหมือนหาเสียงของตัวเองไม่เจอขึ้นมาดื้อๆตอนที่ได้เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย ไม่ใช่แค่ไม่อยู่รอฟังใดๆเท่านั้น แต่แบคฮยอนยังยัดถุงกระดาษที่เขาอุตส่าห์ซื้อมาฝากคืนให้ด้วย

 

 

 

“แบคฮยอน!

 

 

 

เซฮุนพยายามตะโกนเรียก แต่คนตัวเล็กก็ไม่ฟัง

 

 

 

“พี่ไม่ควรปล่อยให้พี่ซอรินพูดแบบนั้นใส่แบคฮยอนเลย!

 

 

 

“ฉันอยากให้เป็นแบบนั้นเสียที่ไหนล่ะ”

 

 

 

“ส่วนหนึ่งก็เพราะพี่ซอรินหึงพี่นั่นแหละ ถ้าไม่รู้ตัวก็รู้ตัวไว้เถอะ”

 

 

 

“สรุปว่ามันเป็นความผิดของฉัน?

 

 

 

“ก็ไม่รู้ล่ะ!

 

 

 

“ไอ้เด็กนี่

 

 

 

“แต่พี่ก็มีส่วนอยู่ดี! แล้วตอนนี้แบคฮยอนก็หนีออกไปนู่นแล้ว”

 

 

 

…..

 

 

 

“โถ่.. แบคฮยอน คงจะเสียใจมากแน่ๆที่โดนว่าไปแบบนั้น เอาไงดี เราจะทำยังไงกันดีพี่ชานยอล”

 

 

 

“ก็หยุดพล่ามไร้สาระซักทีสิ ฉันจะได้คิดออก”

 

 

 

                “ก็คนมันสงสารเพื่อนเน่!

 

 

 

            “เฮ้อ

 

 

 

            มีน้องก็เหนื่อย น้องมีเพื่อนก็เหนื่อย สรุปคือชานยอลเหนื่อยที่ต้องเกิดมาเป็นพี่ชายปาร์คเซฮุนจริงๆ เท่าที่จำความได้และจำได้ดีด้วยว่าตัวเองมีน้องชายที่โตไล่ๆกันมาตลอด แต่นั่นคงหมายถึงขนาดตัวเพียงอย่างเดียว เซฮุนตอนนี้ยังทำตัวเหมือนเซฮุนตอนเจ็ดแปดขวบอยู่เลย ผิดถูกก็มาลงกับพี่ชายอย่างเขา อยากได้อะไรก็มางอแงใส่ทั้งที่รู้ดีว่าทำไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรนอกเสียจากการโดนดุ ซึ่งมันก็ไม่เคยเข็ด

 

 

 

            “ฉันจะลองไปคุยกับแบคฮยอน ส่วนนาย เข้าไปนั่งคุยเล่นเป็นเพื่อนคุณยายไป”

 

 

 

            “ทำไมพี่ต้องไปคนเดียว ให้ผมไปด้วยสิ”

 

 

 

            “มันคงไม่ใช่เวลาที่ต้องแห่กันไปคุยเยอะแยะ หรือถ้านายอยากไปคุยเองก็ไป ฉันจะอยู่รอที่นี่กับคุณยาย”

 

 

 

            เซฮุนคิดหนัก ใจนึงก็เห็นด้วยกับชานยอล แบคฮยอนตอนนี้คงไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่อยากให้ใครไปกวนใจแน่ บวกกับความไม่มั่นใจในตัวเองด้วยว่าหากเป็นคนไปพูดกับเพื่อนตัวเล็กเองแล้วรายนั้นจะยอมฟังเหมือนที่ฟังชานยอล แต่อีกใจนึงก็ไม่อยากปล่อยให้พี่ชายทำแต้มกับเพื่อนนี่นา! แต่ถ้าต้องเลือกจริงๆมันคงเป็นอะไรที่เลี่ยงไม่ได้ ชานยอลมีความเป็นผู้ใหญ่สูง คำพูดฟังดูมีเหตุผลทั้งยังมีความสามารถในการหว่านล้อมคนให้ยอมโอนอ่อนตามด้วยคำขู่โหดๆที่ใครก็เทียบไม่ได้นั่นอีก

 

 

 

            “ก็ได้ๆ”

 

 

 

            เซฮุนยอมก็ได้!  

 

 

 

            “พูดดีๆนะ ห้ามหว่านเสน่ห์ใส่แบคฮยอนของผมเด็ดขาด”

 

 

 

            “ไร้สาระ”

 

 

 

            “พี่รู้จักผมดียังไงผมก็รู้จักพี่ดีอย่างนั้นแหละน่า!

 

 

 

            ชานยอลยักไหล่ให้

 

 

 

“ฉันจะไปแล้ว”

 

 

 

 

 

 

 

 

 คนตัวสูงหาตัวแบคฮยอนเจอได้อย่างไม่ยากนัก คิดไว้อยู่แล้วว่าคงไม่พ้นบ้านลูกสุนัขที่อีกฝ่ายนั้นเห่อนักเห่อหนา แล้วมันก็ใช่  โชคดีที่ก่อนจะมาคนตัวสูงรอบคอบ แวะไปขอมาร์คปิดปากจากแม่บ้านมาใส่กันไว้ก่อน ไม่งั้นคืนนี้เขาคงได้เปลี่ยนที่นอนจากบ้านตัวเองเป็นโรงพยาบาลแทนแน่ๆ

 

 

 

ภาพคนตัวเล็กนั่งกอดขาซุกหน้าลงไปบนหัวเข่าตัวเองโดยเอาหลังพิงข้างบ้านไม้สีขาวของเจ้าลูกสุนัขตัวน้อยนั้นทำให้ชานยอลอดนึกสงสารขึ้นมาไม่ได้ เขาไม่ชอบที่ซอรินพูดจาแบบนั้น ถึงมันจะมีความจริงปนอยู่แต่หากคนพูดพูดมันออกมาด้วยอคติของตัวเองแล้วมันย่อมไม่น่าฟัง หากซอรินเพียงอยากติเตือนเพื่อก่อซักนิดชานยอลคงจะรู้สึกดีกว่านี้

 

 

 

ชานยอลกระตุกมาร์คปิดปากลงไปไว้ใต้ค้างแล้วย่อตัวลงนั่งยองๆตรงหน้าแบคฮยอน ซึ่งแบคฮยอนที่รู้สึกถึงการมาถึงของใครซักคนก็เงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นว่าเป็นชานยอลก็รีบซุกหน้ากลับลงไปที่เดิม

 

 

 

“แดดไล่มาขนาดนี้แล้วแทนที่จะไปนั่งที่อื่น”

 

 

 

ดวงตางดงามของชานยอลทอดมองแสงแดดยามเย็นที่กำลังสาดกระทบร่างของคนตัวเล็ก…  “ลุกเถอะ”

 

 

 

“ผมมันสกปรกชานยอลไปห่างๆเถอะ”

 

 

 

“อย่าสนใจคำพูดชองซอรินเลย”

 

 

 

“แพ้ขนหมาด้วยไม่ใช่รึไง อยู่แถวนี้มีแต่อะไรไม่ดีชานยอลไปอยู่กับแฟนเถอะ”

 

 

 

“ไหนบอกจะเชื่อฟัง ตอนนี้ฉันบอกให้ลุกทำไมไม่ยอมลุก นายกำลังจะผิดสัญญานะ”

 

 

 

คนโดนว่าเงยหน้าขึ้นมาอีกรอบพร้อมสายตาตัดพ้อคนร่างสูง

 

 

 

“ผมทำอะไรมันก็ผิดหมดเลยใช่มั้ย”

 

 

 

“ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น”

 

 

 

“ผมทำดีชานยอลไม่เคยชม แต่พอผมผิดนิดเดียวชานยอลกลับเอาแต่ดุ ชานยอลอยู่ข้างซอริน อีกหน่อยถ้าซอรินให้เกลียดผมชานยอลก็จะเกลียด”

 

 

 

“ไปกันใหญ่แล้ว นี่เป็นเด็กขี้น้อยใจขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันโตพอจะมีสมองคิดได้เองว่าต้องเกลียดหรือต้องชอบอะไร ฉันแยกแยะได้ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาคอยบอกคอยสอนหรอก”

 

 

 

ชานยอลสบตาแบคฮยอนอย่างจริงจัง เขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเสียใจน้อยใจที่ถูกซอรินพูดจาไม่ดีใส่ แต่ไม่เห็นจะต้องมาพูดเหมือนดูถูกมันสมองกับวุฒิภาวะของเขาขนาดนี้เลย ต่อให้ไม่ใช่ซอริน อาจจะเป็นพ่อแม่หรือคุณยายมาสั่งให้ทำให้คิดให้เชื่ออะไรชานยอลคงไม่สามารถทำตามได้ทั้งหมดหรอก ทุกเรื่องที่จะทำเขาต้องกลั่นกรองมันด้วยตัวเองก่อนเสมอ หากเรื่องไหนขัดใจ คิดไม่ตรงกัน หรือเหลือบ่ากว่าแรงเขาเองก็ทำให้ไม่ได้เหมือนกัน

 

 

 

 กล้ามาปรักปรำกันขนาดนี้มันน่าเอาคืนซักทีไหมล่ะ   

 

 

 

“เก็บคำต่อว่าของคนอื่นมาเป็นแรงผลักดันที่จะพัฒนาตัวเองเถอะ น้อยเนื้อต่ำใจไปก็เท่านั้น ตราบใดที่ยังย่ำอยู่ที่เดิม ทำตัวเหมือนเดิม คำดูถูกมันก็จะยังคงอยู่กับนายเหมือนเดิม”

 

 

 

“ต่อให้ผมดีขึ้นกว่านี้ซอรินก็ไม่เลิกเกลียดผมหรอก ชานยอลก็ได้ยินว่าผมต้องออกไปจากบ้านหลังนี้เท่านั้นเขาถึงจะพอใจ”

 

 

 

“แล้วไง นายมาที่นี่เพราะคุณยายไม่ใช่ซอริน ถ้าทำดีแล้วเธอไม่สนใจนั่นก็เป็นสิทธิของเธอ นายน่ะ แค่ทำตัวดีๆไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครก็พอแล้ว”

 

 

 

“แล้วถ้า

 

 

 

…..

 

 

 

“ถ้าซอรินบอกให้เกลียดผม ชานยอลจะไม่ทำใช่มั้ย”

 

 

 

“แล้วนายคิดว่าฉันควรจะเกลียดนายหรือเปล่าล่ะ”

 

 

 

ชานยอลไม่เคยเกลียดใครโดยไร้เหตุผล

 

 

 

“ถ้าไม่ได้ทำอะไรแล้วมีเหตุผลที่ฉันจำเป็นจะต้องเกลียดนายด้วยเหรอแบคฮยอน”

 

 

 

“แต่ผมเคยทำไม่ดีไว้หลายอย่าง”

 

 

 

“ก็ตกลงกันแล้วว่าจะปรับปรุงตัวไม่ใช่เหรอ”

 

 

 

“ผมพยายามทำตามสัญญานะ แต่ไม่รู้ว่ามันดีขึ้นบ้างหรือยัง”

 

 

 

“ดีสิ”

 

 

 

“จริงหรอ”

 

 

 

 

“แต่ต่อไปต้องทำให้ดีกว่านี้ นายต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง” ตั้งแต่ได้ลงมาคลุกคลีกับอีกฝ่ายจริงๆชานยอลก็เพิ่งมาเข้าใจความรู้สึกของผู้ใหญ่ที่บ้านนี้รวมถึงเซฮุนว่าทำไมถึงเอ็นดูเด็กคนนี้นักหนา

 

 

 

สำหรับเขา อาจไม่ได้เอ็นดูแบคฮยอนเท่าคนอื่นๆ ไม่ได้หลงใหลขนาดที่ว่าทำอะไรก็ไม่กล้าขัด เขายังขัดยังดุอีกฝ่ายเหมือนเดิมถ้าหากว่ามันเป็นเรื่องไม่สมควร และที่ต้องทำใจยอมรับก็คือความรู้สึกในแง่ดีที่มันเพิ่มเข้ามา หลายพฤติกรรมไม่ว่าจะเป็นการขัดใจ วอแววุ่นวาย พูดไม่ยอมหยุดที่แสนจะน่ารำคาญ ทว่าชานยอลกลับไม่ได้รู้สึกรำคาญเช่นแรกๆอีกแล้ว

 

 

 

วันไหนไม่ได้เจอไม่ได้คุยก็จะเหงานิดหน่อย บางทีเห็นอะไรเข้าก็พาลให้คิดถึงขึ้นมา ชานยอลคิดว่ามันคงเริ่มกลายเป็นความผูกพันรูปแบบหนึ่งระหว่างเรา และเขาก็โอเคกับมันดี ได้อยู่กับเด็กคนนี้แล้วรู้สึกตัวเองได้คลายเครียดแบบแปลกๆ หนักหน่อยก็อาจจะต้องเครียดกว่าเดิมแต่รวมๆแล้วก็ยังดีกว่าอยู่กับใครอีกหลายคนล่ะนะ

 

 

 

“ผมเชื่อชานยอลนะ”

 

 

 

“ก็ลองไม่เชื่อดูสิ”

 

 

 

กำปั้นหนักๆทุบลงไปบนหัวทุยหนึ่งทีหลังจากคนตัวเล็กยอมเปลี่ยนสีหน้าอมทุกข์มาเป็นแป้นแล้นเหมือนเดิมแล้ว และตอนนี้กำลังดีดตัวไปหน้าประตูบ้านเจ้าลูกหมาเพื่ออุ้มมันออกมาให้เขาดูอีกต่างหาก ปุบปับซะจนดึงมาร์คขึ้นมาปิดปากปิดจมูกแทบไม่ทัน

 

 

 

“มันน่ารักใช่มั้ยชานยอล”

 

 

 

“อย่าทำเหมือนฉันไม่เคยเห็นสิ เอาออกไปห่างๆ”

 

 

 

“แต่มันไม่มอมแมมอย่างวันนั้นแล้วนะ สะอาดแล้ว หอมด้วย”

 

 

 

เพราะมีมาร์คสีขาวปิดไว้ถึงครึ่งหน้า แบคฮยอนเลยไม่มีโอกาสเห็นรอยยิ้มจางๆของคนตัวสูงที่หลบอยู่ข้างในนั้น แม้แต่สายตาที่คอยจ้องใบหน้าเรียวเล็กของตัวเองอยู่ก็ไม่มีทางได้เห็นแน่ ตราบใดที่แบคฮยอนยังคงเอาแต่สนใจสัตว์เลี้ยงจนไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมามองคนที่อยู่ใกล้ๆเลยแบบนี้

 

 

 

“ใส่เสื้อให้มันกัน ถือมาด้วยรึเปล่า”

 

 

 

“เสื้อที่นายยัดคืนให้ฉันน่ะเหรอ”

 

 

 

แห่ะๆ ฝากไว้ต่างหากล่ะ ไม่ได้คืนซักหน่อย เนอะๆบัดดี้ อ้ะ!

 

 

 

แบคฮยอนหันไปยู่ปากใส่ผู้ประทุษร้าย แต่พอเห็นว่าอาวุธที่ชานยอลใช้ตีหัวเขาคือถุงกระดาษใส่ชุดเจ้าบัดดี้ก็ทำเอายิ้มออกอีกรอบ คนตัวเล็กรับมันไปแกะและพยายามใส่เสื้อให้ลูกสุนัขของตัวเองอย่างทุลักทุเล โดยมีชานยอลยืนมองอยู่ห่างๆไม่กล้าเข้าไปใกล้

 

 

 

“ไม่ดิ้นนะบัดดี้  ฉันจะใส่เสื้อให้นายไง หยา.. ดิ้นแบบนี้นายจะเจ็บแผลนะรู้เปล่า”

 

 

 

“ดื้อเหมือนเจ้าของน่ะสิ”

 

 

 

“บัดดี้ยังเด็กอยู่เลยมันไม่รู้เรื่องหรอกต้องค่อยๆบอ..ย๊า!” ลูกสุนัขถีบชุดคุมะออกจากตัวจนขาหน้าที่เข้าแขนเสื้อไปแล้วข้างนึงหลุดออกมาอีกรอบแบคฮยอนจึงร้องลั่นอย่างหัวเสียทำเอาชานยอลหลุดขำตาม

 

 

 

เหมือนกันซะจริงๆ! ทั้งหมาทั้งเจ้าของหมา

 

 

 

“เอาล่ะๆ เด็กดี ฉันจะเบามือลงแล้วก็จะรีบๆใส่ให้ด้วยนายจะได้กลับไปนอนต่อไง.. ใช่นิ่งๆไว้แบบนี้แหละ….

 

 

 

ชานยอลอยากจะเอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมนุ่มลื่นมือนั้นซักทีสองทีแต่ก็ไม่อยากเข้าใกล้ลูกหมาของแบคฮยอน ตอนนี้เลยทำได้แค่ทอดมองอยู่ห่างๆเพียงเท่านั้น

 

 

 

“ชานยอลรู้มั้ย ตอนอยู่ชุมชนผมเคยเลี้ยงแต่หมาพันธุ์ทาง หน้าตาน่ารักๆแบบนี้ไม่มีเงินซื้อมาเลี้ยงหรอก”

 

 

 

ก็นี่ไง คนพูดนี่ก็ตัวนึงที่ชุมชนเคยมีอยู่ไม่ใช่หรอ.. ชานยอลมองว่าน่ารักกว่าลูกหมาจริงๆที่จะทำให้เขาอาการกำเริบขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้นั่นอีก

 

 

 

“น่ารักเนอะ / ฮัดชิ่ว!

 

 

 

นั่นไง ว่าแล้วต้องเป็นแบบนี้

 

 

 

“น้ำตาไหลแล้วชานยอล แพ้ขนบัดดี้ใช่มั้ย?!” คนตัวเล็กแสดงสีหน้าร้อนรนทำตัวไม่ถูก “โอเคๆ จะเสร็จแล้ว ผมจะเอามันเข้าบ้านเดี๋ยวนี้เลยชานยอล”

 

 

 

ฮัดชั่ววว!!!

 

 

 

“ชานยอลโอเคมั… / ฮัดชิ่ว!!

 

 

 

“งื้อออ ไปๆ! เข้าบ้านกัน ไปให้คุณท่านช่วยดูนะ”

 

 

 

แบคฮยอนอยากจะเข้าไปดูใกล้ๆแต่ก็ไม่กล้าเพราะไม่รู้ว่าตอนอุ้มเล่นบัดดี้ขนมันจะติดตัวมาด้วยหรือเปล่า เกิดเข้าไปใกล้แล้วชานยอลอาการหนักกว่าเดิมคงไม่ดีแน่ เวลานี้จึงทำได้แค่เดินล้ำหน้า เร่งให้ชานยอลรีบตามตนไปเข้าบ้านไวๆ ขณะที่คนโดนเร่งไม่ได้คิดจะเร่งฝีเท้าตามเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

“เร็วสิชานยอล”

 

 

 

หมั่บ!

 

 

 

คนถูกคว้าแขนหันกลับมามองด้วยสีหน้าตั้งคำถาม

 

 

 

“ยังไม่เป็นไรมากหรอก อย่าให้คุณยายต้องเป็นห่วงเลย”

 

 

 

“แต่ชานยอลจามไม่หยุดเลยนะ”

 

 

 

“เดี๋ยวไปล้างหน้าล้างตาก็น่าจะดีขึ้นแล้ว ถ้าอยากช่วยก็ไปหาผ้าขนหนูสะอาดให้หน่อยแล้วกัน”

 

 

 

“แต่

 

 

 

“ไม่ต้องแต่ จะช่วยก็ทำตามที่บอกก็พอ”

 

 

 

“ก็ได้ๆ ผมจะรีบขึ้นไปเอาผ้าบนห้องมาให้นะ”

 

 

 

“นายก็รีบล้างเนื้อล้างตัว” ว่ายังไม่ทันจบคนตัวเล็กก็หมุนตัววิ่งตึกตักหายเข้าไปด้านในจนมองตามไม่ทันเรียบร้อยแล้ว ชานยอลส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะพาตัวเองไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำแขกชั้นล่าง

 

 

 

ถ้าผู้ใหญ่รู้เรื่องเข้าคงพากันเป็นห่วงจนวุ่นวายแน่ เพราะตอนเด็กๆเขาเคยไปแอบเล่นกับสุนัขของคนอื่นมาหนหนึ่งจนระบบหายใจติดขัดชนิดเฉียดตายมาแล้ว ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองแพ้แต่ด้วยยังเด็กจึงไม่รู้จักระวังตัว ไม่รู้แม้แต่วิธีดูแลตัวเองที่ถูกต้อง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นเขาก็เข็ดมาจนโต หลีกเลี่ยง อยู่ห่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้มาตลอด แต่วันนี้คงชะล่าใจตัวเองเกินไปนั่นแหละ

 

 

 

ฮัดชิ่ว!!!  

 

 

 

“มาแล้วๆๆๆ”

 

 

 

แบคฮยอนวิ่งหน้าตาตื่นบุกเข้าไปในห้องน้ำ ยืนรอเตรียมส่งผ้าขนหนูให้คนตัวสูงพลางเอี้ยวหน้าเข้าไปมองชานยอลใกล้ๆ “ชานยอลอย่าเป็นอะไรนะ ผมขอโทษ”

 

 

 

“เดี๋ยวนี้พูดขอโทษจนติดปากได้แล้วเหรอ”

 

 

 

“อย่าเพิ่งพูดเล่นสิ นี่อะ.. ซับหน้าก่อน”

 

 

 

“นายก็ล้างมือล้างแขนด้วย หน้าด้วยก็ดี”

 

 

 

ระหว่างซับน้ำบนหน้าคนตัวสูงก็มองคนตัวเล็กทำตามคำสั่งที่ตัวเองเป็นคนสั่งไปด้วย แบคฮยอนรีบร้อนล้างมั่วซั่วจนน้ำกระเด็นโดนตัวไปหมด เปียกอย่างกับลูกหมาเล่นน้ำทั้งที่สีหน้ายังไม่ทิ้งความกังวลจนชานยอลนึกอยากจะหัวเราะ

 

 

 

“ไม่ขำนะเนี่ย จะไม่เป็นไรใช่มั้ย ผมกลัวนะ”

 

 

 

“ไม่ตายแน่นอน”

 

 

 

“ชานยอล อ้ะ!…” ผ้าขนหนูชื้นๆผืนที่ชานยอลใช้เช็ดหน้าเมื่อครู่เปลี่ยนมาอยู่บนหน้าแบคฮยอนแทน ชานยอลกำลังซับน้ำบนหน้าให้คนตัวเล็ก ส่งผลให้ผู้รับยืนตัวแข็งทื่อไปไม่เป็น คำพูดที่ตั้งใจจะพูดออกมาเมื่อกี้ก็เลือนหายไปหมด

 

 

 

“ผ..ผมเช็ดเองก็ได้”

 

 

 

“อยู่เฉยๆ”

 

 

 

…..

 

 

 

“บอกให้ยืนอยู่เฉยๆไม่ได้บอกให้เงียบซักหน่อย อยากพูดอะไรก็พูดสิ”

 

 

 

จะให้แบคฮยอนพูดอะไรในเมื่อตอนนี้ในหัวมันโล่งไปหมด หัวใจก็เต้นถี่ขึ้นมาเหมือนกำลังซ้อมวิ่งรอบสนามที่ชมรมไม่มีผิด คนตัวเล็กไม่ชินกับการกระทำอ่อนโยนของชานยอลแบบนี้ ไม่เคยได้รับสีหน้าแววตาที่ไม่แฝงความร้ายกาจใดๆแบบนี้เลยจริงๆ ทุกทีไม่ถูกดุก็ต้องเจอสายตานิ่งๆข่มขู่มาโดยตลอด

 

 

 

“ทำไมชานยอลตัวหอมจัง”

 

 

 

“ฮะ?” มือหนาชะงักค้างทันที ก่อนจะเปลี่ยนมาแค่นหัวเราะเบาๆหลังจากสบตากับแววตาซื่อๆของคนตัวเล็กกว่า “น้ำหอมล่ะมั้ง” ตอบคำถามพลางลงมือเช็ดหน้าให้อีกคนต่อ

 

 

 

“ซื้อเองหรอ”

 

 

 

“ของใช้ส่วนตัวก็ต้องซื้อเองสิถึงจะถูกใจ จะให้ใครซื้อให้ล่ะ”

 

 

 

“นึกว่าซอรินซื้อให้”

 

 

 

ชองซอรินน่ะหรอ รายนั้นขยันซื้อน้ำหอมหลากกลิ่นมาให้เขาทดลองใช้เพราะตัวเองชอบ ยกเว้นกลิ่นประจำที่ชานยอลชอบใช้นั่นแหละ ถึงได้ขัดแย้งกันบ่อยๆ อะไรที่ซอรินชอบ ชานยอลมักจะไม่ชอบ ส่วนอะไรที่ชานยอลชอบ ก็ดันไม่ถูกใจซอรินพอกัน….

 

 

 

“ว่าแต่ของนายล่ะ ก็หอมดีนะกลิ่นนี้”

 

 

 

“หืออ.. ผมไม่เคยใช้น้ำหอมนะ”

 

 

 

….

 

 

 

“คุณท่านเคยซื้อให้ขวดนึงแต่ผมคิดว่ามันเหม็นอะเลยไม่ได้ใช้ ใช้แค่แป้งทาตัวทั่วๆไปนี่แหละประหยัดดี ฮ่ะๆๆๆ”

 

 

 

“งั้นเหรอ..

 

 

 

“ชานยอลสูงจังเลยเนาะ” คนโดนทักว่าสูงหลุบตาลงมองคนที่เตี้ยกว่า พอดีกับที่แบคฮยอนช้อนตาขึ้นมองหน้าเขาพอดีเลยทำให้ทั้งคู่สบตากันอีกครั้ง..

 

 

 

…..

 

 

 

แฮร่

 

 

 

“กินนมให้เยอะๆสิ”

 

 

 

“อ๋อ ฮ่ะๆ พูดเหมือนเซฮุนเลย และผมก็จะบอกชานยอลเหมือนที่บอกเซฮุนว่าคงไม่ทันแล้วล่ะ ฮะฮ่าๆๆ”

 

 

 

ไม่รู้ว่ากำลังรู้สึกขำจริงๆ หรือเพียงแค่อยากให้สถานการณ์ไม่เงียบจนน่าอึดอัดไปกว่านี้กันแน่ แบคฮยอนคิดว่าตอนนี้ตัวเองกำลังหายใจลำบาก ยิ่งชานยอลมองหน้ามาอย่างไม่คิดจะหันไปมองทางอื่นบ้างเลยนั่นยิ่งทำให้วางตัวลำบากเข้าไปใหญ่

 

 

 

“เอ่อชานยอล ผมว่าเรา

 

 

 

“กับเซฮุนพอจะเป็นไปได้หรือเปล่า”

 

 

 

“หา…?

 

 

 

อีกแล้วนะ ทำไมพี่น้องคู่นี้ถึงชอบมาถามอะไรจากเขาแปลกๆแบบนี้อยู่เรื่อยเลย

 

 

 

“เป็นไปได้? ยังไงอะ แฟนน่ะหรอ”

 

 

 

“อืม”

 

 

 

“ถ้าเรื่องนั้นชานยอลไม่ต้องห่วงว่าน้องชายตัวเองจะมีแฟนเป็นคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบผมหรอก เซฮุนเป็นคนดี นิสัยก็น่ารัก แค่ได้มาเป็นเพื่อนกันผมก็คิดว่าตัวเองโชคดีมากแล้ว และผมก็ไม่คิดด้วยว่าเซฮุนจะชอบผมแบบนั้นจริงๆอะ”

 

 

 

“ยังไม่มีใครว่านายไม่มีหัวนอนปลายเท้าซักคำ เลิกปรักปรำคนอื่นซักทีเถอะ”

 

 

 

“มันเป็นความจริงถึงไม่พูดผมก็รู้ตัวเอง แต่ผมไม่เสียใจหรอก ได้ยินจนชินแล้วเหอะ มาอยู่ที่นี่ซอรินก็พูดออกบ่อย”

 

 

 

“ปกติซอรินก็ไม่ว่าใครแบบนั้นหรอก”

 

 

 

“ผมไม่รู้หรอก และก็จะไม่สนใจเธออีกแล้วด้วย อย่างน้อยชานยอลก็ดีกับผม เอาเป็นว่าจะพยายามไม่ให้ตัวเองคิดลบกับแฟนชานยอลเป็นการตอบแทนก็แล้วกันนะ เพราะยังไงต่อไปชานยอลก็ต้องแต่งงานกับเธอ ถ้าเกลียดเธอชานยอลคงรู้สึกเหมือนตัวเองถูกเกลียดไปด้วย”

 

 

 

“ฉันกับซอรินไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนคิดหรอก”

 

 

 

งานแต่งงานหรอ เหอะ เขายังไม่เคยคิดถึงมันเลยด้วยซ้ำ ก็น่าตลกดีที่มีแต่ใครต่อใครคิดเผื่อเขาเต็มไปหมด แม้แต่คนที่ดูเหมือนจะคิดอะไรเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้อย่างแบคฮยอนยังคิดเลยดูสิ..

 

 

 

“ชาตินี้ฉันอาจจะไม่แต่งงานเลยก็ได้ใครจะรู้”

 

 

 

“เอ๋

 

 

 

“เป็นเพื่อนกันคงดีที่สุดแล้วอย่างที่นายคิดกับเซฮุน บางทีฉันก็คิดเหมือนกัน

 

 

 

โดยเฉพาะพักหลังนี้ที่เขาเริ่มคิดมันบ่อยขึ้น บ่อยจนแน่ใจแล้วแต่ก็ยังไม่พร้อมที่จะบอก และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะมีโอกาสนั้นเข้ามาให้พูดบ้างหรือไม่..

 

 

 

“หมายถึงเรื่องของผมกับเซฮุนน่ะหรอ หรือยังไงอะ ชานยอลพูดเรื่องอะไรไม่เห็นจะเข้าใจเลย”

 

 

 

“ช่างเถอะ ไม่เข้าใจก็ดีแล้ว”

 

 

 

เรื่องของความรู้สึกและความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนซับซ้อน ไม่มีใครสามารถเข้าใจมันดีได้เท่ากับเราทั้งคู่ที่เป็นเจ้าของของความรู้สึกอีกแล้วล่ะ 

 

 

 

 

#ficmysscb







 


 

Talk:

 

หายไปซะหลายวันเลยยยย กลับมาอัพแล่ววววว

 

จริงๆไม่อยากอธิบายความรู้สึกของตัวละครเท่าไหร่ อยากให้อ่านแล้วก็คิดกันเองในแบบมุมมองของใครของมันว่ารู้สึกกันไปยังไงเนาะ แต่นิดนึงก็ได้ อิ้อิ้

เริ่มที่ความรู้สึกของไรท์ คือ แบคฮยอนเด็กดื้อของเราก็คือเด็กดื้อที่นิสัยไม่ยอมโตจริงๆ ดื้อมาก ดื้อมาแต่ไหนแต่ไรแล้วแต่ในความดื้อก็เป็นคนซื่อที่ไม่ได้คิดร้ายกับใคร(ก่อน) เห็นอะไรก็เป็นสนุกไปหมด แต่ไม่ใช่คนโง่นะ ยังเป็นเด็กที่ฉลาดอยู่55555 แต่ไม่ค่อยจะฟังใครด้วยจากสังคมที่โตมา ไร้มารยาทมั้ย ก็ใช่ ไร้กาลเทศะมั้ย ก็ใช่ แต่ทั้งหมดทั้งมวลถ้าอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ที่ตัวเองเคารพก็จะไม่ดื้อไม่ซนเท่าที่จะคุมตัวเองอยู่ /จริงๆเรามองว่าแบคเป็นเด็กดีอะ นิสัยเสียไปบ้างแต่เป็นคนจิตใจดีมากๆคนหนึ่ง

ส่วนเซฮุน(ซึ่งเป็นอีกตัวละครที่เราชอบ) อันนี้จะเป็นคนที่แบบ เหมือนจะไร้สาระแต่ลึกๆแล้วเป็นคนฉลาด เป็นคุณชายแบบหลบในไม่แสดงออก(?) เก่งนะ มีทุกอย่างที่คุณชายทุกคนมีแต่เป็นประเภททำตัวติดดิน

ซึ่งก็ต่างจากคุณชายพระเอกที่เป็นพี่มาก อันนี้ชัดๆคือมีความเป็นคุณชายในตัวสูง นิ่ง คิดอะไรเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนดุ และนิสัยเหล่านี้แหละที่มันใกล้เคียงกับชองซอริน เคยได้ยินกันมั้ยว่าอะไรที่เหมือนกันเกินไปมักจะเข้ากันไม่ได้ แต่ว่าต่างกันสุดขั้วอย่างชานแบคของเราจะไปด้วยกันได้ไหมน๊อ ติดตามกันต่อเนาะ ระหว่างคุณชายมาดดุ กับ ไอ้เด็กดื้อฝั่งไหนจะเป็นผู้ชนะในภายภาคหน้าต่อไป……

 

ไว้เจอกันอีกตอนหน้า!. บรัยยยยย

 

//ฝากเม้น โหวต แฮชแท็กเหมือนเดิมเลย #ficmysscb

ฝาก #ficfellow อีกเรื่องของเราด้วย (:




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 360 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #4952 IPINOCKIO (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 14:20
    เซฮุนน่ารักกับแบคมากๆเลย เป็นเพื่อนที่ดีสุดๆ แต่ก็เป็นได้แค่เพื่อนอ่ะ พอแบคกับชานเค้าเริ่มดีกัน รู้สึกได้เลยว่าเซฮุนเริ่มมีสับตู(หัวใจ)แล้ววววว
    เกลียดดดดดดดดดดด ซอรินช่างเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจจจจจ ปากร้าย ใจร้ายยยยย อยากจะยืมคำปิงปองในไดอารี่ตุ๊ดซี่ เอาล่ะกุไม่ชอบอินี่ *เบะปากแรง*
    เกร้ดดดดดดดดด คนน้องก็ใจเต้นแรงงงง คนพี่ก็เริ่มหวั่นไหว เอาแล่วๆๆๆๆไไๆ
    #4,952
    0
  2. #4938 nipha_xoL (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 13:54
    ถ้าไม่รักชอรินเเล้วตอนนั้นจูบกันทำไหมมมมม
    #4,938
    0
  3. #4825 ʙʜ❥∞ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 00:08
    คุณยายทำอะไรแลกกับเอาแบคมาเลี้ยงอ่ะ ไปพัฒนาชุมชนป่ะหรือไง ละทำไมต้องเป็นแบคเท่านั้น แอบคิดว่าแบคเป็นลูกติดพ่อแม่ซอรินป่ะ ถึงเวลาที่เหมาะสมคุณยายก็ไปเอากลับมาเลี้ยง เพราะดูน้องเกลียดซอรินจริงๆไม่ลงซักทีอ่ะ เกลียดความปาร์คชานยักไหล่ใส่เซฮุนอ่ะ เอ็นดูเซฮุนโว้ยยยยยยยT^TT^T
    #4,825
    0
  4. #4785 Bruto (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 17:40
    อยากให้ซอรินเห็นความน่ารักของน้องง แง้
    #4,785
    0
  5. #4761 YJLn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 17:03
    เลิกกับซอรินเลยค่ะะะะ สนับสนุนเต็มที่
    #4,761
    0
  6. #4733 KAMSNW (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 09:52
    หวั่นไหวแล้วล่ะสิ 55555 แบคฮยอนน่ารักเกินไปใช่ป่ะล้าาาา
    #4,733
    0
  7. #4717 pcanthrskul (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 15:29
    วู้ยยยย พี่น้องมั่ยจิง!!555555
    #4,717
    0
  8. #4711 _BLacKRuBy_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 04:49
    ตัวหอม=.,= ในหัวมีแต่คำว่าตัวหอม! อ้ากกกก ตัวหอม!!!!!!!!!!!!
    #4,711
    0
  9. #4583 pparkminhoo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 16:25
    ไม่ชอบซอรินเลยอะ
    #4,583
    0
  10. #4511 geejajaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 01:29
    เอาแล้ววววววว หวั่นไหว ไหวหวั่นกันขนาดนี้
    #4,511
    0
  11. #4468 Kim-kibom (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 21:14
    แบคโดนว่าหลายครั้งแล้ว..น่าสงสารที่สุด
    #4,468
    0
  12. #4422 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 13:04
    ซอรินใจร้ายอ่ะ
    #4,422
    0
  13. #4390 S.takky (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 22:01
    รีบชอบน้องเร็วๆสิ
    #4,390
    0
  14. #4370 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 22:11
    ซอรินปากร้ายเกินไปอ่ะ
    #4,370
    0
  15. #4359 Miss aon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 14:20
    เบ้ปากทุกครั้งที่ซอรินออกมา ลำไยยย
    #4,359
    0
  16. #4291 izfxrn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 15:17
    หมันใส้ซอรินมากเว่อ จะเลิกอ่านจริงจัง ลำมากกกก
    #4,291
    0
  17. #4251 11507416p (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 23:57
    หอมหัวเลยพี่ชานนนน แบคน่ารักจัง
    #4,251
    0
  18. #4229 oom3456789 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 02:13
    เอ็นดูแบคมากเลย ลูกเอ้ย หอมหัวทีนึง
    #4,229
    0
  19. #4213 PaintPainty (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 03:57
    นุแบคพัฒนาแล้วววว ;;;;;-;;;;;; เอ็นดู
    #4,213
    0
  20. #4172 pcy921 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 22:42
    ในความเอ็นดูฉันรู้ว่ามีความชอบพอซ่อนอยู่ ฉันรู้ๆๆๆๆๆ
    #4,172
    0
  21. #4149 24 ชั่วโมง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 18:27
    เอ็นดูแบคละสิๆๆ
    #4,149
    0
  22. #4079 pim pimmi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 22:07
    ฮื่อออออ ชอบบบบ
    #4,079
    0
  23. #4049 somruethai1307 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 00:19
    สบตาก้น หวานน
    #4,049
    0
  24. #4037 ohhginnie (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 14:35
    เหมือนตบหัวแล้วลูบหลังเลยแหะ
    #4,037
    0
  25. #4011 Linseyyy13 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 19:39
    มีโมเม้นหวานๆ ให้แบคใจเต้นแรงอีกแล้ว ><
    #4,011
    0