You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 8 : Shining VII :: promise

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 506 ครั้ง
    21 พ.ค. 59







   Shining VII.

 


 

 








       ไม่มีใครบนโลกไม่เคยทำผิดพลาด

 

 

 

            และทุกความผิดพลาด สมควรได้รับการอภัย โดยเฉพาะการอภัยให้กับคนที่สำนึกในความผิดตัวเองแล้วแบบแบคฮยอนนั่นน่ะ! ชานยอลยิ่งควรยกโทษให้สิ

 

 

 

            แบคฮยอนคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าตัวเองผิดขนาดที่ว่าชานยอลต้องเมินใส่ถึงขนาดนี้เลยหรือ ทั้งที่ยอมเข้าไปขอโทษแล้วแท้ๆแต่คนตัวสูงก็ยังปฏิเสธ ทำเหมือนเขาไปแอบขโมยของกินของอีกฝ่ายมายังไงยังงั้น ถ้าเป็นเรื่องนั้นจะไม่ว่าเลยเพราะถ้าเป็นแบคฮยอนมีใครมาขโมยของชอบของตัวเองไปกินโดยไม่บอกก่อนก็จะโกรธเหมือนกัน

 

 

 

โอเคแหละ แบคฮยอนรู้ว่าตัวเองดื้อ เอาแต่ใจ ไม่ฟังใครเท่าฟังตัวเอง หลายคนชอบมาบอกว่าเขาน่ะนิสัยไม่ยอมโตซักที ซึ่งแบคฮยอนเองก็อยากจะถามกลับว่าจะให้ทำยังไง นี่ก็พยายามปรับปรุงอยู่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางครั้งมันอดไม่ได้จริงๆอะ มันขัดใจ มันไม่ชอบ มันไม่อยากทำ มันอึดอัดดดดดดด

 

 

 

เฮ้อ

 

 

 

แบคฮยอนถอนหายใจให้กับตัวเองเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ คำสั่งสอนของพ่อเฒ่ากับแม่ครูกำลังตามมาเล่นงานให้รู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะย้ายมาอยู่กับคุณท่านพ่อแม่ทั้งสองย้ำนักย้ำหนาว่าได้รับโอกาสจากความเมตตาของคุณท่านแล้วต้องทำตัวว่านอนสอนง่าย ห้ามเขาก่อเรื่อง ห้ามทำตัวเป็นภาระใคร แล้วดูสิ่งที่เขาเผลอทำลงไปสิ นี่แค่ลองนึกภาพตอนพ่อเฒ่ารู้เรื่องเข้าเสียงหวดไม้เรียวก็ลอยตามมาให้สยองแล้วอ่ะ  บรึ๋ยยยย

 

 

 

เพราะแบบนั้นแบคฮยอนจึงคิดว่าตัวเองควรพยายามใหม่ ถึงการมาอยู่ที่นี่กับคุณท่านจะเกิดขึ้นจากเงื่อนไขบางอย่าง แบคฮยอนอาจไม่ได้อยากมาตั้งแต่แรกแต่เพื่อแลกกับข้อเสนอข้อนั้นแล้วแบคฮยอนยอมหมดเลย จะยอมปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นกว่านี้เพื่อไม่ให้ทุกคนผิดหวังด้วย ไม่ว่าจะคนที่ชุมชนหรือแม้แต่คนดีๆอย่างคุณท่าน

 

 

 

“ไหนบอกจะมาหาพี่ชานยอลไง เอาแต่ยืนซ่อนตัวอยู่แบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้เข้าไปซักทีฮึ”

 

 

 

“ก็เรายังไม่พร้อมอะ”

 

 

 

“แต่ตอนบ่ายเรามีเรียนกันต่อนะ”

 

 

 

“แต่เพื่อนชานยอลนั่งอยู่ด้วยเต็มไปหมดเลย เราไม่กล้าเข้าไปหรอก”

 

 

 

“เดี๋ยวเราพาเข้าไป”

 

 

 

“เดี๋ยวเซฮุน!” คนตัวเล็กขืนตัวไว้อย่างสุดกำลัง “ขอเวลาทำใจแปปนึง”

 

 

 

ปาร์คเซฮุนยืนส่ายหน้าขำกับอาการของเพื่อน แค่เอากล่องอาหารเมนูใหม่ที่ตัวเองฝึกทำมาให้พี่ชายเขาชิมและเพื่อเป็นการง้อด้วยทำไมต้องกลัวขนาดนั้น ทุกทีก็ออกจะมั่นใจในตัวเอง แต่อย่างว่านั่นแหละ ตอนพี่ชายเขาโกรธน่ะเป็นช่วงเวลาที่นรกที่สุด นอกจากจะง้อยากเอาใจยากแล้วพี่ชายเขายังมีลูกเล่นการเอาคืนที่ไม่น่าประทับใจสำหรับคนโดนกระทำเลยซักนิด เรื่องนี้เซฮุนรู้ดีกว่าใคร

 

 

 

และเซฮุนก็เอาใจช่วยให้เพื่อนตัวเล็กสามารถผ่านพ้นมันไปให้ได้ด้วยดีด้วย

 

 

 

 “มาเถอะ”

 

 

 

เซฮุนดึงมือแบคฮยอนให้ตามตัวเองมาหลังจากยอมยืนทำตัวลับๆล่อๆเป็นเพื่อนแบคฮยอนอยู่นอกร้านกาแฟของเพื่อนพี่จงอินนานสองนานจนคนอื่นๆพากันหันมามองพวกเขาด้วยสายตาแปลกๆ ถึงจะเป็นคนที่สดใสเป็นตัวของตัวเองแต่ใช่ว่าเซฮุนจะไม่แคร์สื่อนะ โดนมองเหมือนตัวเองเป็นตัวประหลาดแบบนั้นเซฮุนก็รู้จักอายเป็นเหมือนกัน

 

 

 

“หวัดดีพี่ชาย”

 

 

หนุ่มผิวขาวรูปร่างหน้าตาดีไม่แพ้พี่ชายเดินเข้ามาทักผู้เป็นพี่ด้วยใบหน้าร่าเริงเช่นปกติ เพื่อนพี่ชายอีกสี่ห้าคนรวมพี่คริสกับพี่จงอินแล้ว ก็หันมาทักทายเขาด้วย และไม่ลืมเผื่อแผ่มิตรไมตรีอันดีกันไปให้กับคนตัวเล็กที่ยืนยิ้มแห้งๆอยู่ด้านหลังของเขา

 

 

 

“ก็เห็นยืนอยู่นอกร้านตั้งนาน นึกว่าจะไม่เข้ามาแล้วซะอีก” จงอินถามพลางยกแก้วชาเขียวร้อนขึ้นดื่ม

 

 

 

“อ้าว นี่พวกพี่เห็นเราสองคนด้วยหรอ”

 

 

 

“กระจกใสรอบร้านขนาดนี้คงไม่มีใครเห็นมั้ง”

 

 

 

เซฮุนก็แกล้งถามไปอย่างนั้นแหละ จริงๆตอนอยู่นอกร้านเขาสบตากับพวกพี่ๆไปหลายหนแล้วแต่ไม่รู้จะบอกแบคฮยอนยังไง จะให้พูดว่า เฮ้.. ตัวเล็กเลิกทำตัวเหมือนจะมาขโมยของในคาเฟ่แล้วเข้าไปซักทีเถอะ พวกพี่เค้าเห็นกันหมดแล้วแบบนี้หรอ? คิดๆแล้วมันก็คงกระไรอยู่ เซฮุนกลัวจะโดนงอน และเพื่อเป็นการเอาใจ อีกฝ่ายอยากจะทำอะไรเลยต้องเออออห่อหมกตามใจไว้ก่อนยังไงล่ะ

 

 

 

“แบคฮยอนอยากจะมาหาพี่น่ะ ผมเลยพามา”

 

 

 

“มาหาทำไม”

 

 

 

“แบคฮยอนเอาอะไรมาให้พี่ชายสุดหล่อเราชิมนะ?

 

 

 

“อ่อ ข้าวผัดกิมจิชีส”

 

 

 

“อู้หูววว! มันต้องอร่อยมากแน่ๆ”

 

 

 

“เราทำมันไหม้ไปสองครั้งแล้วอะ”

 

 

 

…..

 

 

 

“แต่อันนี้หัดทำครั้งที่สามแล้วนะ! รสชาติดีที่สุดแล้วด้วย ก็เลยอยากเอามาให้ชานยอลชิม”

 

 

 

“ว้าว พี่ชานยอลนี่โชคดีจัง แม้แต่เพื่อนสนิทอย่างผมยังไม่มีโอกาสได้กินฝีมือของแบคฮยอนเลยนะเนี่ย น่าอิจฉาสุดๆ”

 

 

 

ใช่! น่าอิจฉาสุดๆ! ถ้าไม่ใช่เพราะแบคฮยอนทำงานกับคอมพ์พี่ชานยอลพังไม่มีทางที่จะได้ยินเซฮุนช่วยพูดอะไรแบบนี้แน่  ก็มันเรื่องอะไรล่ะ เขาเองก็อยากกินข้าวผัดของแบคฮยอนบ้างเหมือนกันนะ 

 

 

 

“ฮ่ะๆๆ น่ารักจังเลยนะแบคฮยอน”

 

 

 

“ใช่ พี่จงอินพูดถูกแล้ว แบคฮยอนของผมน่ะน่ารักที่สุดดดดด”

 

 

 

งานอวยขอให้บอก! ถึงจะเป็นการมาช่วยง้อแต่ก็ขอกำไรคืนสู่ตัวเองบ้างอะไรบ้าง

 

 

 

“เออ เอากับมันสิ ฮ่ะๆๆ”

 

 

 

“ชานยอลชอบกินข้าวผัดกิมจิมั้ย”

 


 

 

…..

 

 

 

“เอ้า น้องเค้าถามไม่คิดจะตอบหน่อยหรือครับคุณชายเพื่อน”

 

 

 

“กี่โมงแล้ว ต้องไปเรียนกันอีกนะ”

 

 

 

“ห้องเรียนตอนบ่ายก็อยู่ชั้นนี้เดินไปนิดเดียวก็ถึงแล้ว ไม่เห็นต้องรีบ”

 

 

 

ปาร์คชานยอลถลึงตาใส่คิมจงอิน ก็รู้อยู่แล้วว่าเขาบ่ายเบี่ยงไม่อยากคุยกับเด็กแสบนี่ด้วยเหตุอะไรก็เล่าให้ฟังไปหมดแล้วยังจะทำแบบนี้อีก นิสัยชอบหักหลังเพื่อนเนี่ยไปได้มาจากไหนนักหนาอยากจะถามอยู่เหมือนกัน

 

 

 

“ตึกนิติกับตึกบริหารก็ไกลกันใช่เล่นนะ น้องอุตส่าห์เอามาให้ส่วนนายเองก็กินมื้อเที่ยงไปแค่กาแฟถ้วยเดียว รับน้ำใจน้องไว้หน่อยสิ เด็กๆมันจะได้รีบกลับไปเรียนตอนบ่ายกันต่อ ใช่มั้ยเซฮุน แบคฮยอน”

 

 

 

น้องชายทั้งสองชูนิ้วโป้งให้คิมจงอินแทบจะพร้อมกัน

 

 

 

“ดูเหมือนนายจะได้รับเงินใต้โต๊ะนะจงอิน”

 

 

 

“นายคิดว่าฉันมีเวลาไปทำเรื่องแบบนั้นหรอ แค่ต้องเรียนต้องซ้อมก็กินเวลานอนของฉันไปเท่าไหร่แล้ว ไอ้เงินใต้โต๊ะใต้เตียงอะไรนั่นน่ะ ตอนนี้ฉันไม่สนหรอก”

 

 

 

“จิ๊!” คนตัวสูงจิ๊ปากขัดใจ ไม่ว่าจะคำพูดของเพื่อนตัวดำ สายตาของเพื่อนร่วมโต๊ะอีกหลายคนที่แม้ไม่พูดแต่ก็มองด้วยความสนใจ และการยื่นส่งกล่องข้าวมาตรงหน้าเขาของแบคฮยอนอีก

 

 

 

“ชานยอลรับไว้ชิมหน่อยนะ”

 

 

 

“เอากลับไปเถอะ”

 

 

 

“ยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่หรอ หรือจะเก็บไว้กินตอนไหนก็ได้นะมันยังไม่เสียง่ายๆหรอก”

 

 

 

“เอาออกไป”

 

 

 

….

 

 

 

“ฉันบอกให้กลับไปพิจารณาพฤติกรรมตัวเองยังไม่ทำอีกเหรอ”

 

 

 

ไม่ว่าจะปัดกล่องข้าวให้พ้นตัวเท่าไหร่มันก็จะเด้งกลับมาอยู่ตรงระดับสายตาเหมือนเดิมทุกครั้ง ชานยอลถอนหายใจใส่ความดื้อด้านของอีกฝ่าย

 

 

 

“ต้องให้บอกมั้ยว่ารำคาญยังไง”

 

 

 

“ถ้าชานยอลรับมันไว้ผมจะรีบไปให้พ้นหน้าทันทีเลย”

 

 

 

“ฉันบอกว่าไม่ ก็คือไม่”

 

 

 

“ผมตั้งใจเอามาให้จริงๆนะ จะมาขอให้ชานยอลยกโทษให้อีกรอบด้วย”

 

 

 

“ถ้าไม่อายคนอื่นก็กรุณารู้ไว้ด้วยว่าฉันอาย ไม่สิ.. ต้องบอกว่าขายขี้หน้ามากกว่า” หลายคนในคาเฟ่ของตึกบริหารกำลังมองเหมือนเขากำลังรังแกรุ่นน้องอยู่ยังไงยังงั้น

 

 

 

“เซฮุนนายพาเพื่อนนายกลับไปซะ”

 

 

 

“เอ่อะ ผมว่าพี่น่าจะ

 

 

 

“ผมจะรีบไปให้พ้นหน้าชานยอลจริงๆแต่ช่วยรับมันไว้หน่อยเถอะ! จะเอากลับไปกินเองก็ชิมจนเบื่อแล้ว จะเอาไปทิ้งก็เสียดาย จะเอาไปให้ใครต่อก็คงไม่ดีในเมื่....เคร๊งงงง!!

 

 

 

เสียงกล่องข้าวตกลงกระทบพื้นดังจนคนทั้งร้านกาแฟพากันหันมามองด้วยความตกใจ ไหนจะข้าวผัดและไข่ดาวหน้าตาน่ารักที่ตอนนี้มันหกกระเด็นออกมาจากกล่องข้าวจนกระจัดกระจายเลอะพื้นร้านไปหมดแล้ว

 

 

 

…..

 

 

 

ชานยอลไม่ได้ตั้งใจ แต่เหมือนน้ำหนักมือที่ปัดลงบนกล่องข้าวจะมากเกินไป

 

 

 

“พี่ใจร้ายเกินไปแล้วนะ!

 

 

 

…..

 

 

 

เซฮุนรู้สึกโกรธแทนแบคฮยอน! ต้องไม่พอใจขนาดไหนถึงได้ทำร้ายจิตใจคนตัวเล็กๆต่อหน้าคนทั้งร้านได้ลงคอ แค่คำพูดยังไม่พอใช่มั้ยถึงทำกับเพื่อนเขาขนาดนี้ มันน่าโมโหจริงๆ! มันน่าๆๆๆ มันก็น่าโมโหนั่นแหละเพราะทำอย่างอื่นไม่ได้เซฮุนเลยทำได้แค่โมโหแบบนี้ไง

 

 

 

“เห้ยไม่ทำเกินไปหน่อยหรอวะชานยอล”

 

 

 

“เกินไปมากเลยต่างหากล่ะ กลับกันเถอะแบคฮยอน อย่าไปสนใจคนใจร้ายเลย”

 

 

 

…..

 

 

 

“แบคฮยอน” เซฮุนมองหน้าเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งที่อุตส่าห์ดึงมือให้มาด้วยกันแต่คนตัวเล็กกลับขืนตัวไว้ อยากจะถามกลับเหลือเกินว่าทำไมล่ะ? ทำไมไม่ยอมออกไป? แต่พอเห็นเพื่อนลงไปนั่งยองๆเพื่อเก็บกล่องข้าวเซฮุนก็ได้แค่ยืนมองเงียบๆด้วยความสงสารจับใจ แบคฮยอนเสียใจเซฮุนก็เสียใจจจ…. คิดแล้วก็ตวัดตามองตัวการณ์ของเรื่องทั้งหมดอย่างนึกไม่พอใจอีกรอบ!

 

 

 

“ชานยอลคงไม่รู้ว่ายังมีอีกหลายคนที่ต้องใช้ชีวิตแบบอดๆอยากๆ”

 

 

 

…..

 

 

 

“ถึงผมจะนิสัยไม่ดีแต่ผมก็ไม่เคยเอาของกินมาทำทิ้งๆขว้างๆแบบนี้”

 

 

 

เพราะแบคฮยอนเข้าใจความรู้สึกของคนที่ไม่มีจะกินดีว่ามันเป็นยังไง

 

 

 

“ฉันเตือนนายแล้ว”

 

 

 

“อืม ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วล่ะ ต่อไปจะไม่เอาอะไรมายัดเยียดให้ชานยอลกินอีกแล้ว กลับก่อนนะ

 

 

 

…..

 

 

 

“ไปกันเถอะ เซฮุน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เซฮุนและแบคฮยอนพากันกลับมาเข้าเรียนที่คณะนิติศาสตร์ของตัวเองในเวลาบ่าย ตั้งแต่กลับมาจากคณะพี่ชายเขา แบคฮยอนก็ดูเงียบๆไปจนเซฮุนไม่กล้ากวนใจ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ขอไม่ให้อีกฝ่ายพาลโกรธเขาตามพี่ชายไปด้วยอีกคนแล้วกัน เพราะถ้าเป็นงั้นเซฮุนจะขอลาออกจากความเป็นน้องและเพื่อนของคนทั้งคู่เพื่อไปกัดลิ้นตัวเองตายแน่ๆ

 

 

 

ก็เวลาโกรธอะไรกันมาทีไร คนซวยน่ะเซฮุนทุกที!

 

 

 

แต่สำหรับเรื่องวันนี้คงไม่ใช่หรอก แบคฮยอนไม่พูดถึงมันเลยซักคำ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เดินออกมาจากคาเฟ่ในตึกบริหารหลังเพิ่งประสบสถานการณ์ไม่ดีหรือแม้แต่ตอนที่กำลังนั่งเรียนด้วยกัน ช่วงพักเบรกคนตัวเล็กก็เอาแต่ฟุบหน้าหลับ ก่อนจะผงกหัวมาเรียนต่อเมื่อเริ่มคลาสอีกครั้ง

 

 

 

พอเลิกคลาสแทนที่จะสดใสเริงร่าเหมือนทุกทีแต่แบคฮยอนก็ยังเอาแต่เงียบ บอกแค่ว่าเดี๋ยวจะไปเข้าชมรมต่อนะ แล้วก็กลับสู่สภาวะเซื่องซึมเหมือนเดิม ซึ่งเซฮุนจะไม่ทลลลล!

 

 

 

“ไม่เอาแบบนี้ได้มั้ยแบคฮยอน ไม่สดใสเลยนะ”

 

 

 

“อะไรหรอ”

 

 

 

“โกรธพี่ชานยอลใช่มั้ย เราพาไปเอาคืนดีมั้ย ไปแก้เผ็ดให้เยอะๆเลย”

 

 

 

“นั่นพี่ชายเซฮุนนะ”

 

 

 

“ก็แบคฮยอนเป็นแบบนี้เรารู้สึกไม่ดีเลยอ่ะ จริงๆถ้าให้พูดตรงๆเลยเราก็ไม่คิดว่าตอนกลางวันพี่ชานยอลตั้งใจทำนะ ถึงจะเห็นเต็มๆตาแต่จะว่ายังไงดี..

 

 

 

…..

 

 

 

 “พี่ชานยอลไม่ใช่คนที่จะใจร้ายกับใครขนาดนั้นมาก่อนน่ะ”

 

 

 

“ชานยอลอาจจะเกลียดเรามากกว่าทุกคนก็ได้”

 

 

 

“ไม่หรอก หน้าโหดไปอย่างนั้นเองแหละ อย่าคิดมากสิ”

 

 

 

คนตัวเล็กก็ไม่อยากจะคิดมาก ไม่ได้อยากจะเคืองแต่พอเห็นกล่องข้าวในถุงกระดาษนั่นอีกแล้วมันก็อดไม่ได้  “เราเสียดายของ

 

 

 

“คราวหลังทำมาให้เราสิ เราจะกินให้หมดไม่มีเหลือไม่มีทิ้งขว้างแน่ๆ”

 

 

 

แบคฮยอนมองนิ้วก้อยยาวๆของเซฮุนที่ส่งมาเงียบๆ ทิ้งจังหวะไว้นานเพื่อแกล้งให้เซฮุนใจเสียก่อนจะส่งนิ้วก้อยของตัวเองไปเกี่ยวกับของอีกฝ่ายพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

 

 

“ไม่อร่อยก็ต้องกินให้หมดนะ”

 

 

 

“ได้ แค่แบคฮยอนเป็นคนทำเราจะกินให้หมดเลย”

 

 

 

“ไหม้ก็จะกินหรอ”

 

 

 

“ถ้าแบคฮยอนกล้าใจร้ายเอาของแบบนั้นมาให้เรากินเราก็จะกิน”

 

 

 

ฮ่ะฮ่ะๆ เราไม่ใจร้ายกับเพื่อนตัวเองหรอก”

 

 

 

“แค่เพื่อนเองหรอ

 

 

 

“หือออ ตะกี้เซฮุนพูดว่าไงนะ ไม่เห็นจะได้ยินพูดดังๆสิ”

 

 

 

“เปล่า แบคฮยอนจะรีบไปเข้าชมรมไม่ใช่เหรอ ไปกันเถอะ เดี๋ยวเราขับรถไปส่ง”

 

 

 

“เซฮุนนี่ของเราน่ารักที่สุด” มือเรียวเอื้อมมาดึงแก้มปาร์คเซฮุนไปมาพลางหัวเราะขำเอิ๊กอ๊ากไปด้วยอย่างอารมณ์ดี

 

 

 

“น่ารักก็รักเราให้มากๆล่ะ”

 

 

 

“จะรักให้มากกว่าบัดดี้เลย”

 

 

 

“นั่นหมานะแบคฮยอน อย่าเอามาเทียบกับคนแบบนี้สิ

 

 

 

“ไม่รู้ล่ะโอ้ยยย!”  เสียงตุ่บ! จากการเอาหัวกระแทกขอบประตูรถก่อนเข้ามานั่งด้านในนั้นทำเอาเพื่อนตัวสูงปล่อยหัวเราะเสียงดังออกมาอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งได้ยินเสียงทุ้มเล็กบ่นงุ้งงิ้งตลอดทางไม่หยุดเซฮุนยิ่งชอบใจ

 

 

 

เขาน่ะชอบแบคฮยอนแบบนี้แหละ แบบที่ไม่ต้องฝืนไม่ต้องปรุงแต่งไม่ต้องพยายามทำอะไร แค่เป็นแบคฮยอนในแบบที่รู้จักกันทุกวันนี้เซฮุนก็พอใจแล้ว แค่ได้มองรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะที่ตัวเองตกหลุมรักใกล้ๆแบบนี้ทุกวันแค่นี้ก็พอ

 

 

 

เพื่อนตัวสูงขับรถมาส่งเพื่อนตัวเล็กจนถึงหน้าชมรมกรีฑา แบคฮยอนเปิดประตูลงมาโบกมือลาพร้อมบอก บ๊ายบายก่อนจะสะพายกระเป๋าเป้เดินดุ๊กดิ๊กเข้าไปในชมรม เปลี่ยนชุดกีฬาเรียบร้อยดีแล้วถึงค่อยลงสนามเพื่อวอร์มร่างกาย

 

 

 

ด้วยความที่สนามวิ่งอยู่รอบสนามฟุตบอลกองกลางเลยทำให้ทั้งสองชมรมต้องใช้สนามร่วมกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทุกวันนักกีฬาวิ่งจะต้องเห็นนักกีฬาฟุตบอล และทุกวันนักกีฬาฟุตบอลก็จะได้เห็นนักกีฬาวิ่งคู่กันเสมอ

 

 

 

แต่เพราะช่วงอาทิตย์ก่อนแบคฮยอนไม่ได้มาซ้อมเนื่องจากต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บของตัวเองเลยทำให้พลาดอะไรบางอย่างไปหรอ? แบคฮยอนว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดจนเห็นใครก็กลายเป็นคุณชายใจร้ายคนนั้นไปหมดนะ เพราะใกล้ๆเขานี้ก็เหล่ารุ่นพี่ในชมรม ส่วนที่กำลังวิ่งรอบสนามจนเกือบจะครบรอบนั่นก็คิมจงแด

 

 

 

คนตัวเล็กขยี้ตาตัวเองอีกรอบ ก่อนจะเห็นภาพเดิมนั่นก็คือร่างสูงๆหุ่นโปร่งๆของคุณชายปาร์คคนพี่กำลังวิ่งเลี้ยงลูกฟุตบอลไปมาอย่างคล่องแคล่วในกลางสนามกว้าง

 

 

 

“มองอะไรอยู่เหรอแบคฮยอน แฮ่กๆ

 

 

 

จงแดหอบแฮ่กเข้ามาหลังจากเพิ่งวิ่งรอบสนามได้ครบสามรอบ และยังเหลืออีกสองรอบที่เขาจะต้องวิ่งต่อ ส่วนเพื่อนใหม่อย่างแบคฮยอนยังไม่ได้วิ่งเลยซักรอบเดียว เพราะมัวแต่วอร์มๆเหม่อๆมองไปกลางสนามนี่ล่ะมั้ง กว่าจะวิ่งเสร็จฟ้าคงได้มืดพอดี

 

 

 

“นั่นชานยอลไม่ใช่เหรอจงแด”

 

 

 

“อ๋อ ใช่สิ คุณชายเค้าก็มาเล่นบอลเกือบทุกวันแหละ ทำไมเหรอ”

 

 

 

“อ้าว ชานยอลอยู่ชมรมขี่ม้าโปโลนี่ เป็นประธานชมรมด้วย”

 

 

 

“พวกนายสนิทกันแบบไหนทำไมไม่รู้เรื่องอะไรแบบนี้ หรือนายคนเดียวที่ไม่รู้” แบคฮยอนส่ายหน้ารับแทบจะทันที

 

 

 

“อือ ไม่รู้จริงๆ”

 

 

 

“โอเค.. เชื่อแล้วว่าไม่รู้จริง”

 

 

 

“แฮร่”

 

 

 

“แต่คงพอรู้อยู่บ้างมั้งว่าทุกคนมีสิทธิเข้าชมรมอย่างน้อยหนึ่งชมรม นั่นหมายถึงนายจะเข้าอีกกี่ชมรมก็ได้ถ้าตัวเองไหว จริงๆข่าวของฉันก็ได้ยินมาจากคนอื่นอีกที เห็นว่าคุณชายเค้าเป็นสมาชิกหลักถึงสามชมรม ทั้งขี่ม้าโปโล ฟุตบอล แล้วก็ดนตรีด้วย”

 

 

 

“เยอะอะ”

 

 

 

“ก็คงจะบริหารเวลาเก่งสุดๆล่ะ อีกอย่างระดับคุณชายแล้วจะเข้าจะออกชมรมไหนเมื่อไหร่คงไม่มีใครกล้าว่าอะไร ไม่เหมือนเรา ลองได้เป็นตัวแทนนักกีฬาแบบนี้ด้วยแล้วขาดซ้อมทีนึงคงโดนตามตัวยันบ้าน เอ้อ.. แต่นายก็หลานท่านหญิงนี่นะ รุ่นพี่คงไม่กล้าตามไป ฮ่ะๆๆ”

 

 

 

“ไม่ตามแต่ฉันก็จะพาตัวเองมาอยู่ดี”

 

 

 

“อ้อ นายคงต้องลองมาซ้อมให้ได้ทั้งอาทิตย์เหมือนคนอื่นๆดูเผื่อความคิดจะเปลี่ยนไป สนามก็กว้างอย่างกับเอาไว้แข่งโอลิมปิก โค้ชก็เคี่ยวสุดๆ แต่ก็นั่นแหละ นายยังไม่ได้วิ่งเลยซักรอบนะแบคฮยอน!

 

 

 

“แค่นี้สบายน่า เผลอๆฉันอาจจะวิ่งได้ครบห้ารอบก่อนนายก็ได้”

 

 

 

“พูดเป็นการ์ตูนไปได้ ยังไงก็อย่าลืมข้อเท้าตัวเองล่ะ ไม่ไหวก็บอกรุ่นพี่ไปตรงๆเลย”

 

 

 

“ฉันจะขอรุ่นพี่วิ่งเพิ่มอีกซักห้ารอบน่ะสิ!” ว่าแล้วก็ออกตัววิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่รอ ทิ้งให้จงแดยืนส่ายหัวมองตามหลัง ไม่รู้ว่าเพื่อนใหม่คนนี้สะสมเอนเนอร์จี้ไว้ตรงไหนตั้งมากมาย ไม่ว่าจะทำอะไรมันถึงได้มีพลังอยู่เต็มไปหมดแบบนั้น จงแดยังไม่ทันได้วิ่งตามปรากฏว่าแบคฮยอนวิ่งกลับมาหาเขาเสร็จไปแล้วรอบนึง

 

 

 

คือแบบบบบบ

 

 

 

นายลัดสนามหรือเปล่าเนี่ย

 

 

 

“มาแข่งกันสิจะได้รู้”

 

 

 

คิมจงแดขอยอมแพ้เลย แบคฮยอนนี่มันเจ้าหนูนักวิ่งลมกลดจริงๆ!

 

 

 

 

.

.

 

บรรยากาศยามเย็นกับการซ้อมกีฬาของหลายๆชมรมช่างเป็นอะไรที่เข้ากันดี ดวงอาทิตย์เริ่มจะลาลับขอบฟ้าแต่ทุกคนยังขะมักเขม่น เสียงเฮของนักกีฬาฟุตบอลดังปะทะเสียงนกหวีดอยู่เรื่อยๆให้นักกีฬาวิ่งไม่เหงาหู ตอนนี้แบคฮยอนหยุดพักจากการวิ่งรอบสนามแล้ว ตอนแรกกะจะวิ่งให้ได้สิบรอบตามที่ออกตัวกับจงแดไว้ แต่เหมือนข้อเท้าจะไม่เป็นใจเท่าไหร่เพราะอยู่ๆรอบที่เจ็ดของการวิ่งมันก็ปวดหน่วงๆขึ้นมาเลยต้องขอรุ่นพี่ชมรมมานั่งพักเหนื่อยแทน

 

 

 

คนตัวจ้อยนั่งนวดข้อเท้าตัวเองอยู่บริเวณขอบสนามโดยได้เพื่อนๆพี่ๆในทีมคอยนำน้ำดื่ม ยานวด และน้ำแข็งสำหรับประคบมาให้อยู่เรื่อยๆ กำลังนั่งรับลมเย็นอยู่ดีๆเจ้าลูกหนังกลมๆสีขาวสลับดำทองก็กลิ้งหลุนๆเข้ามาหา

 

 

 

“เฮ้!คุณชายปาร์ค รีบส่งลูกกลับมาเล่นต่อเร็ว”

 

 

 

“อืม”

 

 

 

…..

 

 

 

“เร็วสิวะ”

 

 

 

“รู้แล้วน่า”

 

 

 

…..

 

 

 

“ขอลูกบอลคืนด้วย”

 

 

 

“อ๋อ..” เดิมทีจะขว้างมันกลับเข้าไปในสนามอยู่แล้วแต่แบคฮยอนเป็นอันต้องมาชะงักมือกับผู้ชายตัวสูงในชุดนักบอลที่วิ่งเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าซะก่อน แบคฮยอนรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาเอาลูกบอลถึงได้โยนคืนให้ แต่แบคฮยอนไม่รู้และไม่นึกว่าหลังจากได้สิ่งที่ต้องการแล้วอีกฝ่ายจะไม่ยอมกลับเข้าไปในสนาม แต่เลือกที่จะมาหาเขาแทน

 

 

 

 

…..

 

 

 

“วิ่งไปกี่รอบล่ะ”

 

 

 

“เจ็ดรอบ

 

 

 

แบคฮยอนได้ยินเสียงอีกฝ่ายถอนหายใจ ยังไม่ทันจะได้เงยหน้าขึ้นสบตาทว่าคนที่กำลังยืนค้ำหัวอยู่ก็ย่อตัวลงมานั่งยองๆตรงหน้าก่อน

 

 

 

…..

 

 

 

ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันอย่างไม่รู้จะทำยังไง แบคฮยอนโกรธชานยอลเรื่องเมื่อตอนกลางวันนะ แต่พอคิดไปถึงที่ผ่านๆมาที่เคยทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจหลายเรื่องแล้วก็พูดไม่ออก กลัวพูดแล้วจะโดนอีกฝ่ายดุกลับมาด้วยเลยทำได้แค่เม้มปากจ้องตาคืน ขณะที่ชานยอลเองก็รู้สึกไม่ดีกับเรื่องเมื่อตอนกลางวันเหมือนกัน สิ่งที่ตั้งใจไว้คืออยากดัดนิสัยเสียๆของคนไม่ยอมโต แต่แววตาเหมือนลูกหมาโดนทิ้งขว้างของคนตัวเล็กนั้นทำชานยอลปฏิเสธไม่ลงว่าเห็นแล้วรู้สึกใจอ่อน บวกสายตาเคืองขุ่นของน้องชายและคำพูดประณามว่าเขาใจร้ายบ้างล่ะ ทำเกินไปบ้างล่ะของเพื่อนๆตลอดคาบเรียนอีก มันเลยช่วยไม่ได้ที่จะพาชานยอลคิดหนัก

 

 

 

เขาผิดฝ่ายเดียวหรือไง? ไม่ลองมาเจอความแสบของแบคฮยอนอย่างเขาดูบ้างล่ะ แล้วจะรู้ซึ้งว่าที่ทำไปยังไม่สาสมเลยด้วยซ้ำ แต่เรื่องตอนกลางวันก็ช่างตามมาหลอกหลอนให้ต้องรู้สึกสับสนได้ทุกเวลาจริงๆ!

 

 

 

“อยากโดนคุณยายสั่งให้อยู่แต่ในห้องหลายๆวันอีกหรอ”

 

 

 

คนฟังรีบส่ายหัว

 

 

 

“แล้วทำไมไม่รู้จักดูสภาพตัวเอง ลิมิตร่างกายไหวแค่ไหนไม่รู้รึไง”

 

 

 

“จริงๆมันปวดแค่นิดเดียวนะ”

 

 

 

“เถียงอีกแล้วนะ”

 

 

 

“จริงๆนะ มันปวดจี๊ดๆนิดเดียวก็เลยพักก่อน ผมเจ็บเป็นน่า.. ถ้าปวดมากก็ไม่วิ่งหรอก”

 

 

 

“หรอ?

 

 

 

“ชานยอลคงไม่เชื่อผม

 

 

 

“แล้วมีอะไรให้น่าเชื่อถือได้บ้างล่ะ เรื่องดื้อก็ที่หนึ่ง เรื่องเถียงก็ไม่มีใครเกิน”

 

 

 

…..

 

 

 

“ฉันต้องโทษการอบรมเลี้ยงดูของแม่ครูกับพ่อเฒ่าของนายหรือว่าคุณยายดี”

 

 

 

“ไม่นะ อยากจะดุจะด่าก็มาลงที่ผมคนเดียวอย่าว่าพ่อเฒ่ากับแม่ครู คุณท่านก็ห้าม

 

 

 

ชานยอลรู้อยู่แล้วว่าต้องได้ยินแบบนี้ ทั้งๆที่ก็เคารพผู้ใหญ่ของตัวเองดีแต่ทำไมยังดื้อว่ายากสอนยากอย่างนี้อยู่ ชานยอลอยากจะรู้นัก

 

 

 

“ถ้าทำผิด ทำไม่ดี คนเค้าก็จะโทษไปถึงคนที่อบรมเลี้ยงดูนายมาทั้งนั้นนั่นแหละ ถ้าไม่อยากให้ใครมาว่าคนที่ตัวเองเคารพก็เลิกทำตัวดื้อแบบนี้สิ นายโตแล้วนะแบคฮยอน”

 

 

 

“ผมพยายามอยู่ชานยอล”

 

 

 

“แต่มันยังไม่มากพอ”

 

 

 

“แล้วต้องมากขนาดไหนกัน”

 

 

 

“ยังอีก” คนตัวเล็กยิ้มแฮร่! ใส่ จากนั้นก็ถือวิสาสะคว้ามือใหญ่ข้างนึงของชานยอลมากุมไว้พลางเขย่าไปมา แม้จะโดนอีกมือของชานยอลตีก็ยังไม่ยอมที่จะปล่อย

 

 

 

            “นี่ก็เป็นอีกหนึ่งนิสัยเสียๆของนายที่ต้องปรับปรุง เรื่องอะไรมาถูกเนื้อต้องตัวคนที่เค้าไม่ชอบแบบนี้”

 

 

 

            “ถ้าผมเป็นคนที่ชานยอลชอบชานยอลก็ไม่ว่าหรอก”

 

 

 

            “และนี่ก็ข้อสำคัญที่นายต้องเร่งปรับปรุง หยุดเถียงอะไรข้างๆคูๆซักที

 

 

 

            “โอเคๆ เสาร์อาทิตย์นี้ผมจะตั้งใจเรียนมารยาทให้มากกว่าเดิม แต่ชานยอล...

 

             

 

            “อะไร”

 

 

 

            “ยอมเข้ามาพูดกับผมแล้วเราดีกันแล้วใช่เปล่า

 

 

 

            พอเห็นอาการเงียบงันของคนตัวสูงแบคฮยอนก็รู้สึกใจคอไม่ดี เขย่ามือใหญ่เพื่อเป็นการรบเร้าพร้อมส่งสีหน้าแววตาที่คิดว่าตัวเองน่าสงสารที่สุดไปเว้าวอนอีกฝ่าย

 

 

 

            “อย่าเกลียดผมเลยนะ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว ไม่ๆ ผมจะพยายามไม่ทำอีก”

 

 

 

            “แสดงว่าก็คงจะมีครั้งต่อไปให้ได้เห็นอีก”

 

 

 

            “แม่ครูบอกว่าถ้าไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้ร้อยเปอร์เซ็นก็ห้ามรับปากใครส่งๆ ผมจะไม่รับปากชานยอล แต่ผมสัญญาว่าจะพยายามให้มากขึ้น”

 

 

 

            “…..

 

 

 

            “ถ้าชานยอลไม่เชื่อใจผม งั้นผมจะอนุญาตให้ชานยอลสั่งสอนผมได้เหมือนพ่อเฒ่าแม่ครูแล้วก็คุณท่านก็ได้ดีมั้ย ถ้าเรื่องไหนผมทำไม่ดีชานยอลดุผมได้เลยอะคราวนี้ผมจะฟัง” พยักหน้ารัวๆเสริมความจริงจังให้ชานยอลอีก คนตัวสูงเห็นแล้วก็ได้แต่คิดพิจารณา

 

 

 

            “คิดซะว่าผมเป็นน้องชายอีกคนของชานยอลเหมือนที่เซฮุนเป็นนะ”

 

 

 

            “ถ้านายทำไม่ได้จะให้ฉันลงโทษยังไง”

 

 

 

            “แล้วแต่ชานยอลเลย”

 

 

 

            “พูดเองนะ”

 

 

 

            เห็นปฏิกิริยาการขมวดคิ้ว กัดปากคิดหนักแล้วชานยอลอยากจะขำ ดูก็รู้ว่าไม่มีความมั่นใจในตัวเองว่าจะสามารถทำได้ก็ยังจะพยักหน้ารับปากไปเรื่อยนั่นมันน่าดีดหน้าผากให้ร้องไม่ออกซักทีไหมล่ะ ชานยอลจ้องลึกเข้าไปนัยน์ตาใสคู่นั้นอีกรอบ

 

 

 

            “ฉันเป็นพี่ชายที่ดุมาก ถามเจ้าเซฮุนได้”

 

 

 

            “ผมรู้”

 

 

 

            “ทำไมถึงอยากเป็นน้องชายฉัน ทั้งที่นายเองก็ไม่ได้ดูจะชอบฉันเท่าไหร่”

 

 

 

            “ไม่จริง ผมชอบทุกคนที่ดีกับผมนั่นแหละ แต่ชานยอลชอบดุผมอะ”

 

 

 

            “…..

 

 

 

            “ผมอยากมีพี่เหมือนคนอื่นบ้าง ลูกของพ่อเฒ่ากับแม่ครูก็อายุเท่ากัน เซฮุนก็เท่ากัน รุ่นพี่อย่างซอรินก็ไม่ชอบผมอีก ส่วนชานยอลผมไม่แน่ใจเพราะบางครั้งก็เหมือนจะดีด้วย แต่บางครั้งก็เหมือนจะเกลียดกันจริงๆ ก็เลยได้แต่หวังว่า

 

 

 

            “ข้าวผัดกิมจิ”

 

 

 

            “….

 

           

 

            “ทำมาให้ฉันชิมอีกรอบแล้วฉันจะรับนายไว้พิจารณา”

 

 

 

            “จริงนะชานยอล!

 

 

 

            “อะไรที่พูดไว้ก็ทำให้ได้ด้วย”

 

 

 

            “ผมจะทำ! ชานยอลก็ห้ามกลับคำนะ สัญญามั้ย!

 

 

 

            ไอ่เกี่ยวก้อยสัญญานี่ชานยอลจำได้ว่าตัวเองทำมันครั้งล่าสุดน่าจะตอนอยู่ประถมปลาย และไม่คิดว่าเข้าวัยมหาลัยขนาดนี้แล้วตัวเองจะต้องทำมันอีก แต่คนดื้อด้านอย่างแบคฮยอนก็สามารถพาให้เขาทำมันอีกจนได้

 

 

 

            “สัญญาดีกันแล้วต้องไม่ผิดคำสัญญานะ”

 

 

 

            “เรื่องนี้นายควรบอกตัวเอง”

 

 

 

            “ถ้าชานยอลดีกับผม ผมก็จะดีกับชานยอล”

 

 

 

            “ต้องบอกว่าถ้านายทำตัวดีๆ ฉันก็จะดีด้วยสิ”

 

 

 

            “นั่นแหละๆ มันเหมือนกัน”

 

 

 

            “ไม่เหมือน”

 

 

 

            “เหมือนสิ”

 

 

 

            “เถียงหรอ

 

 

 

            “เง้อ.. ไม่เหมือนแล้วก็ได้” ชานยอลส่งมือไปขยี้ผมนุ่มๆของแบคฮยอนอย่างอดไม่ได้ คนตัวเล็กที่เพิ่งเคยได้รับสัมผัสอ่อนโยนจากคนตรงหน้าครั้งแรกถึงกับหยุดนิ่ง ก่อนจะรู้สึกถึงแรงเต้นถี่ๆในอกซ้ายที่เจ้าตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเป็นงั้น ทั้งๆที่ก็หายเหนื่อยจากการวิ่งมาตั้งนานแล้วแท้ๆ

 

 

 

            “ทำไมอยู่ๆหน้าแดง”

 

 

 

            “ไม่รู้อะ ใจก็เต้นแรงด้วยนะชานยอล”

 

 

 

            “…..

 

 

 

           

“สั่นไม่หยุดเลย” ชานยอลค่อยๆผละมือออกจากหัวอีกฝ่าย มองคนที่เอาแต่ใช้มือจับหน้าอกสลับกับแก้มนิ่มทั้งสองข้างของตัวเองไปมาด้วยสีหน้าข้องใจ คิ้วบางขมวดเข้าหากันยุ่งเหยิงไปหมด

 

 

 

“ผมคงจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยเนี่ย”

 

 

 

ถ้านายเป็น คนครึ่งค่อนโลกที่เค้ามีอาการคล้ายๆกันก็คงเป็นไปด้วยนั่นแหละ เห็นแบบนี้แล้วชานยอลไม่คิดจะถามเลยว่าแบคฮยอนเคยมีความรักมาก่อนหรือเปล่า

 

 

 

            “ขำอะไรอะ”

 

 

 

           

“เปล่า ค่ำแล้วไปเถอะ ฉันจะพาไปส่งที่บ้าน”

 

 

 





#Ficmysscb

 

 

 

 

 

 

 

             

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 506 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5094 AEIGN_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 22:51
    หื้ออออ น่ารักกดดด
    #5,094
    0
  2. #5059 乃イ乙メ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 15:08
    อยากตะโกน น้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!
    #5,059
    0
  3. #4994 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:09
    ชอบกันเลยแง้
    #4,994
    0
  4. #4951 IPINOCKIO (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 12:54
    อุ้ยๆๆๆๆ มีเด็กใจเต้นแรงงงงง พี่ชานยอลทำน้องใจเต้นแรงงงง
    #4,951
    0
  5. #4931 mayyamcc (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 14:02
    ดีกันแล้วจ้าาาา น้องใจเต้นง่ะะะ
    #4,931
    0
  6. #4895 KUMDAM (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 20:52
    ใฝ่ฝันวันที่จะได้ยินคำว่าพี่ชานยอลมาก เห้อ-ดื้อเอ้ย5555555555555555
    #4,895
    0
  7. #4879 Park Nokia. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:45
    เมื่อไหร่แบคจะเรียกชานยอลว่าพี่อ่ะ555
    #4,879
    0
  8. #4778 PLAY$:CHANBAEK (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 18:29
    ทำให้น้องชอบแล้วเด้ออออ พี่มันร้ายยยย
    #4,778
    0
  9. #4760 YJLn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 13:54
    เก่งเกินไปแล้ว น็อครอบจงแดอี๊กก
    #4,760
    0
  10. #4732 KAMSNW (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 09:24
    โอ้ยยยย นี่มันความน่ารักของโลกใบนี้ชัดๆ ตาพี่จะทนได้นานอีกแค่ไหนกันนนน ฮือออออออออ
    #4,732
    0
  11. #4728 ♡ LALINMOON (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 19:20
    น้องงงงงง ฮื่ออออ คนพี่จะใจวายเพราะความน่ารักของน้องมั้ยคะ *^* มาตอนแรกอย่างหน่วงนั้มตาไหลเลย ตอนจบมาเขินสุด555555555555
    #4,728
    0
  12. #4710 _BLacKRuBy_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 04:28
    ขำฮุนไม่เปลี่ยน5555555
    #4,710
    0
  13. #4693 renussoysunted (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 22:26
    ทำไมคนน้องต้องน่ารักขนาดนี้อ่ะคะ อยากจับมาฟัดจริงๆเลย มองน้องด้วยอินเนอร์เซฮุน55555555555
    #4,693
    0
  14. #4679 Eavv3 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 22:38
    แหนะมีความไปส่งบงส่งบ้านนน
    #4,679
    0
  15. #4628 nsjcbw. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 22:52
    ฮืออ อดสงสารน้องไม่ได้ อย่าดื้ออีกนะลูกกกก
    #4,628
    0
  16. #4582 pparkminhoo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 15:45
    ทำไมน้องซื่อยัีงงี้เนี่ยยยยน่ารักจังเลยย
    #4,582
    0
  17. #4551 monsaya24 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 04:09
    อยากบีบบ ยัยน้องน่ารัก
    #4,551
    0
  18. #4510 geejajaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 09:42
    เฮ้อน่าร้ากจริงๆน้องแบคคคค ขอให้ดื้อพอประมาณ ก็พออย่างน้อยๆอ่ะนะ

    ตายๆ puppy love ออร่ามากกกกกก
    #4,510
    0
  19. #4421 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 12:52
    น้องไม่เคยมีความรักกก สอนน้องหน่อยย
    #4,421
    0
  20. #4369 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 22:00
    น้องน่ารักใช่ไหมล่ะ โกรธไม่นานหรอก
    #4,369
    0
  21. #4358 Miss aon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 13:53
    ไปบอกเขาว่าใจเต้นแรง
    ฮืออเอ็นดูวว
    #4,358
    0
  22. #4290 izfxrn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 15:04
    แต่ปัดข้าวทิ้งนี่มันรุนแรงจริงจัง แต่ดีกันมันก็ดีแล้ว แต่ทำไมเราย้องแย้งเองว่ะ เออๆ55555
    #4,290
    0
  23. #4250 11507416p (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 23:40
    เอ็นดูววววววแบค
    #4,250
    0
  24. #4228 oom3456789 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 01:46
    น้องซื่อมากกกกก โครตน่ารักเลยแกร มีที่ไหนไปบอกเขาว่าใจเต้นแรง อิพี่ยิ้มเลย หมั่นไส้
    #4,228
    0
  25. #4212 PaintPainty (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 03:42
    ได้โปรดเถอะหนูแบค หยุดดื้อแล้วตั้งใจเรียนมารยาทสู้ๆๆ ตอนหนูไม่ดื้อน่ารักมาก แง
    #4,212
    0