You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 7 : Shining VI :: anger

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,504
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 329 ครั้ง
    24 ก.พ. 59



Shining VI.





 

 



 

 

เบื่อ

 

 

 

เบื่อออ..

 

 

 

เบื่อมาก

 

 

 

เบื่อมากกกกมากกกกกมากกกกกกก

 

 

 

แบคฮยอนนั่งทุบนอนทุบที่นอนไปมาอย่างขัดใจ เห็นอะไรก็น่าเบื่อไปหมดเลยตอนนี้  ดูทีวีก็เบื่อ อ่านหนังสือการ์ตูนที่พี่ๆแม่บ้านหอบมาให้ก็เบื่อ  ฟังเพลงก็เบื่อ เล่นเกมส์ก็เบื่อ เบื่อ เบื่อออ เบื่ออออออออ

 

 

“เมื่อไหร่จะได้ออกไปข้างนอกเนี่ย!

 

 

แบคฮยอนอยากออกไปเดินเล่น  วิ่งเล่น  อยากไปเรียน  อยากไปชมรม  อยากไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ในห้องนอนนี้อ่อ.. ในห้องน้ำนั่นด้วย! ฮื่อออ 

 

 

“คุณท่านใจร้าย”

 

 

ว่าแล้วก็ดีดแข้งดีดขาไปมาบนที่นอนอีกรอบ ก็เข้าใจว่าเป็นห่วงกันแต่ไม่เห็นจะต้องออกคำสั่งจำกัดบริเวณกันขนาดนี้เลยนี่  ยอมรับว่าผ่านไปวันแรกอาการบวมที่ข้อเท้าของแบคฮยอนชัดเจนแบบไม่สามารถลุกไปไหนมาไหนได้  แม้แต่ขยับดิ้นเล็กๆน้อยๆยังปวดซะจนคุณท่านต้องตามหมอมาดูอาการอีกรอบ  แต่วันต่อมามันก็ทุเลาลง  บวมน้อยลง  แบคฮยอนกินยาตามที่หมอสั่ง  ยาก็ทาตลอด  ข้าวก็กินตรงเวลาไม่ดื้อไม่ขัดคำสั่งเลยเพราะหวังจะให้หายไวๆ

 

 

 

พอเข้าสู่วันที่สามแบคฮยอนสามารถเดินกะเผลกไปเข้าห้องน้ำเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพี่ๆป้าๆแม่บ้านหรือใครก็ตามให้ช่วยแล้ว! และวันที่สี่มันก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  แม้จะปวดอยู่บ้างแต่มันก็ดีขึ้นอะ! แบคฮยอนควรได้ออกจากห้องไปสูดอากาศข้างนอกได้แล้ว  หรือเอาจริงๆให้ไปเรียนก็ยังได้ แต่คุณท่านกลับสั่ง(ขอร้อง)ให้พักอยู่ในห้องนอนต่ออีกซักวัน  ซึ่งมันขัดใจแบคฮยอนมากกกกก

 

 

 

สี่วันเต็มเห็นจะได้ที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในห้องนี้  บนเตียงนี้  มีคนมาคอยเสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำเช็ดตัวให้ราวกับแบคฮยอนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลยยังไงยังงั้น ทั้งที่ความเป็นจริงมันไม่ใช่   ตอนอยู่ชุมชนน่ะ จะเจ็บจะป่วยอย่างมากก็แค่นอนพักวันสองวันก็ได้เดินเหินปกติแล้ว  แต่ที่นี่ไม่ใช่อะ  ถึงห้องนอนจะกว้างมากและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแต่ถ้าต้องแลกกับการอยู่นิ่งๆเฉยๆออกไปไหนก็ไม่ได้แบคฮยอนไม่เอาหรอก

 

 

 

แบคฮยอนชอบออกไปเผชิญโลกข้างนอกมากกว่า!

 

 

 

“พี่แบคฮยอนจะทำอะไรคะ!

 

 

หญิงสาวตัวเล็กทำหน้าตกอกตกใจตอนเข้ามาเห็นพี่ชายคนโปรดของทุกคน รวมถึงตัวเธอด้วย กำลังทำการณ์บางอย่างอยู่บริเวณระเบียงห้อง  พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆยิ่งนึกสงสัยเข้าไปใหญ่  ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน และผ้าขนหนูถูกนำมาผูกต่อๆกันด้วยฝีมือของพี่ชายคนใหม่ของเธอเอง

 

 

“จะปีนระเบียงห้องลงไปด้านล่างหรอ? จะไปไหนคะ?

 

 

“มาได้ยังไงเนี่ย ไม่ต้องไปเรียนเหรอ”

 

 

ยอมรับว่าตกใจที่เห็นชองโบมีเข้ามาในห้องนอนโดยที่ตัวเองไม่ทันได้รู้ตัวเลยสักนิด  แต่ก็แปปเดียวเท่านั้นแหละ  แบคฮยอนไม่กลัวหรอก  โบมีไม่ใช่คุณท่าน คุณพ่อคุณแม่บุญธรรมหรือพ่อเฒ่ากับแม่ครูซักหน่อย

 

 

“วันนี้ที่โรงเรียนหยุดครึ่งวันค่ะ คุณยายเลยให้เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนพี่แบคฮยอนกลัวว่าพี่จะเหงา”

 

 

คนเป็นน้องเดินเกาหัวเข้าไปดูพี่ชายใกล้ๆอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก  แต่ก็น่าสนุกดีนะ  โบมีไม่เคยได้เห็นอะไรแบบนี้ในบ้านหลังนี้มาก่อน  อย่างกับในละครแหนะที่มีคนคิดหนีออกจากบ้านด้วยการหย่อนผ้าลงไปข้างล่างนั่น แต่พี่แบคฮยอนลืมคิดไปหรือเปล่าว่าความสูงจากชั้นสองของบ้านเราไม่ใช่เล่นๆ  บ้านที่ใครๆก็เรียกว่าคฤหาสน์น่ะ

 

 

“รู้แล้วก็เงียบๆไว้นะโบมี”

 

 

“จะไหวหรือคะ ถ้าพลัดตกลงไปพี่จะไม่เจ็บกว่าเดิมหรอ”

 

 

มองรอยบวมที่ข้อเท้าของพี่ชายแล้วได้แต่สงสัย

 

 

“พี่หายแล้วน่า แต่จริงๆถ้ามีต้นไม้อยู่ใกล้ๆระเบียงคงจะง่ายกว่านี้”

 

 

“พี่แบคฮยอนปีนต้นไม้เป็นด้วยหรอ?!

 

 

“ไม่เห็นจะยาก  สมัยยังอยู่ชุมชนพี่ปีนทุกวันแหละ  เป็นที่หลบภัยพ่อเฒ่าที่ประจำของพี่เลย  ถ้าโบมีสนใจเอาไว้พี่จะสอนให้แล้วกัน  แต่ตอนนี้ช่วยดูต้นทางให้พี่ก่อนนะ  อย่าให้ใครเข้ามาเจอล่ะ”

 

 

“แต่ว่า..

 

 

พูดยังไม่ทันจบพี่ชายตัวเล็กก็เขย่งตัวปีนข้ามระเบียงไปแล้ว  ท่าทางการปีนผ้าดูคล่องแคล่วดีแต่โบมีก็อดหวาดเสียวด้วยไม่ได้  คอยมองทางประตูสลับกับปมผ้าที่ผูกติดราวระเบียงอย่างลุ้นระทึก

 

 

 

แบคฮยอน!

 

 

 

ตาย..

 

 

เสียงเรียกไม่ได้ดังมาจากทางประตู  นั่นหมายความว่า..

 

 

 

“คุ.. คุณท่าน!

 

 

 

นั่นไง

 

 

ยังไม่ทันได้ไปถึงไหนเลย พี่แบคฮยอนตายแน่ๆ

 

 

 

“ทำอะไรของเราเนี่ยปีนลงมาทำไม!

 

 

โบมีรีบเดินเข้าไปชะโงกหน้า มองลงจากระเบียงพบว่าคุณยายกำลังยืนทำท่าจะเป็นลมอยู่ด้านล่างโดยมีเหล่าคนงานที่กำลังตกแต่งสวน จัดไฟ  เตรียมโต๊ะสำหรับงานเลี้ยงเปิดตัวอย่างเป็นทางการของคนที่กำลังทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ขณะกำลังห้อยโหนตัวอยู่กลางผ้าขาวในระยะความสูงที่ไม่อยากจะนึกเลยว่าหากตกลงไปจะเจ็บขนาดไหน

 

 

 

ซี๊ด..

 

 

 

สาวน้อยสูดปากอย่างนึกกลัวแทน กลัวทั้งพี่ชายจะตกและถูกดุ รวมถึงกลัวตัวเองจะโดนหางเลขไปด้วยที่ไม่ยอมห้ามตั้งแต่แรก ซ้ำยังรู้เห็นเป็นใจด้วยอีก ตายแน่ๆเลยงานนี้

 

 

 

“ใครก็ได้ช่วยรับหลานฉันลงมาที  โอ้ย.. อยากจะเป็นลม”

 

 

 

“ท่านหญิงใจเย็นๆนะคะ!  คุณชายคะ คุณชาย”

 

 

 

“คนงานน่ะวางมือแล้วไปเอาตัวแบคฮยอนลงมาก่อนที่ฉันจะหัวใจวายเร็วๆเข้า!

 

 

 

“เกิดอะไรขึ้นครับคุณยาย”

 

 

 

เสียงเอะอะวุ่นวายดังไปทั่วบ้าน  แบคฮยอนหลับตาปี๋  ไม่รู้ว่าควรต้องทำยังไงก่อนดี แค่คุณท่านคนเดียวจับได้ก็เสียวไส้จะแย่แล้ว  ยังจะมีคุณชายปาร์คชานยอลที่ไม่รู้มาจากไหนนั่นอีก แบคฮยอนอยากถามซะจริงๆว่าบ้านอยู่ใกล้กันมากนักหรือไง ว่างมากเหรอ ไม่มีเรียนเลยใช่มั้ยถึงได้มาบ้านหลังนี้บ่อยอย่างกับเป็นบ้านของตัวเองแบบนี้น่ะ  พาลอยู่นี่ไม่ใช่ว่าอะไร  แค่นึกขายหน้าอยู่น่ะสิที่ถูกจับได้แบบคาหนังคาเขา แถมยังมีคนงานทั้งบ้านอยู่ร่วมเป็นพยานในความพิเรนทร์นี้อีก 

 

 

 

ให้มันได้แบบนี้ซี่

 

 

 

“แบคฮยอนยายบอกให้ลงมา”

 

 

 

ฮือ กำลังลงอยู่นี่ไงล่ะครับคุณท่าน

 

 

 

“อร้าย! ค่อยๆสิลูกค่อยๆ! เดี๋ยวตกลงมาแข้งขาหักโอย.. ยายจะเป็นลม..

 

 

 

“คุณหนูแบคฮยอนระวังครับ!

 

 

 

“ถอยไปสิเดี๋ยวผมจะกระโดดลงเอง เหวออออ!~

 

 

 

แบคฮยอน!!!

 

 

 

พลั่กตุ่บ

 

 

 

“โอ้ย”

 

 

 

“แบคฮยอน!

 

 

 

“โอ้ย..

 

 

 

“จะร้องทำไมนักหนา  นายนอนทับฉันอยู่ไอ่เด็กนิสัยเสีย” เสียงทุ้มบอกอยู่ข้างๆหู เรียกสติคนตัวเล็กให้กลับมาพร้อมลืมตาขึ้นมองเหตุการณ์

 

 

 

“ชานยอล

 

 

 

“แบคฮยอนชานยอลเป็นยังไงบ้างลูก” 

 

 

 

คนตัวเล็กถูกช่วยพยุงตัวให้ลุกขึ้นก่อนเพราะอยู่ด้านบน  ตามด้วยผู้มีน้ำใจที่กึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่ด้านล่าง  ปาร์คชานยอลลุกขึ้นปัดเนื้อปัดตัวของตัวเองหลังจากเข้าไปช่วยรับเด็กแสบไม่ให้พลัดตกลงมาแข้งขาหักอีก รู้สึกปวดแสบที่ข้อศอกนิดๆ

 

 

 

“ชานยอลเจ็บตรงไหนหรือเปล่าลูก  ตายแล้ว! เสื้อขาดเลยไหนถลกแขนเสื้อขึ้นให้ยายดูหน่อยว่ามีแผลตรงไหนบ้าง”

 

 

 

“ผมไม่เป็นไรครับคุณยาย  น่าจะช้ำนิดเดียว”

 

 

 

“เปิดให้ยายดูก่อน”

 

 

 

“ไม่เป็นไรจริงๆครับ”  ปากปฏิเสธแต่จำต้องรั้งแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นเพื่อให้ผู้ใหญ่ได้สบายใจ  เขาเล่นกีฬามาไม่น้อย แค่นี้ไม่ทำให้เจ็บหนักหรอกเขารู้ตัวดี  ส่วนอาการปวดแสบนิดๆคงเกิดจากการที่ศอกเสียดสีกับพื้นหญ้าเมื่อครู่ตอนรับตัวแบคฮยอนไว้มากกว่า

 

 

 

“แดงนิดหน่อยเดี๋ยวเข้าบ้านไปให้ยายทายาหน่อยแล้วกัน”

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

“ส่วนเรา เจ้าตัวดี”

 

 

 

“แห่ะๆ” คนถูกหมายหัวส่งยิ้มแห้งๆพลางก้มหน้าลงอย่างยอมจำนน

 

 

 

“ตามยายมาด้วย เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาวเลยคราวนี้”

 

 

 

 



 

 

 

คนตัวเล็กนั่งพื้นพรมด้านล่าง มองท่านหญิงทายาให้หลานชายตัวสูงตาปริบๆ ระหว่างนั้นเสียงคอยตำหนิสั่งสอนก็ดังให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ  ได้ยินเสียงชองโบมีหัวเราะมาไกลๆด้วยล่ะ  อย่านึกว่าไม่รู้ไม่เห็นว่ามาแอบมองผู้ใหญ่คุยกันอยู่นอกห้องนั่งเล่นนั่นตั้งนานสองนานนะ  ยัยน้องสาวตัวแสบ..

 

 

“แบคฮยอน ที่ยายพูดยายสอนเนี่ยฟังอยู่มั้ย”

 

 

“ฟังสิคร้าบ

 

 

“ฟังแล้วก็นำไปใช้ด้วยเข้าใจหรือเปล่า”

 

 

“อย่าดุกันนักสิครับคุณท่าน แบคฮยอนสำนึกผิดไม่ทันแล้ว”

 

 

“แนะ ยังจะพูดจาทำเป็นเล่นอีก มันน่าหยิกให้ตัวเขียวไหมเนี่ย”

 

 

            “คุณท่านไม่ใจร้ายหยิกแบคฮยอนได้ลงหรอก”  ซบหน้าลงไปบนขาผู้เป็นยายแถมด้วยการพันแข้งพันขาอ้อนเป็นลูกแมวอีก  “ทั้งใจดี มีเมตตาขนาดนี้จะกล้าตีลูกหมาตาดำๆลงจริงหรือ...” 

 

 

            “ไม่ต้องมาใช้ไม้นี้กับยายเลยนะเจ้าเด็กคนนี้”

 

 

            “แล้วมันได้ผลไหมฮะ”

 

 

            แบคฮยอนเห็นคุณท่านหันไปสบตากับชานยอลอย่างอ่อนอกอ่อนใจ  พอคนตัวสูงหันมามองหน้าบ้างแบคฮยอนก็รีบสะบัดหน้าหนีอย่างปั้นปึ่งทันที

 

 

 

            “แบคฮยอนทำไมทำอย่างนั้นกับพี่เค้าล่ะลูก เสียมารยาทนะ”

 

 

            ก็แบคฮยอนไม่ชอบเขา(แล้ว) โกรธเขาด้วย!

 

 

            “พี่ชานยอลอุตส่าต์เข้าไปช่วยรับหนูไว้นะ ไหนจะไปรับไปส่งให้ตั้งหลายหน เจ็บตัวกลับมาคราวที่แล้วพี่เค้าก็เป็นคนช่วยไม่ใช่หรือ”

 

 

            แต่เขาชอบดุแบคฮยอนนี่ฮะ

 

 

            “ได้ขอบคุณพี่เขาบ้างหรือยังฮึ”

 

 

            “ของแบบนี้ไม่ต้องบอกไม่ต้องสอนกันหรอกครับ มันเป็นเรื่องของสามัญสำนึก ต่อให้ต้องปากเปียกปากแฉะพูดถ้าคนไม่มีก็คือไม่มีนั่นแหละครับ”

 

 

            นี่ไง นี่ไง! เพราะแบบนี้ถึงไม่อยากจะพูดด้วย หน้าก็ไม่อยากจะมองด้วย ชิส์!

 

 

            “แบคฮยอนยายว่า..

 

 

            “ช่างเค้าเถอะครับ เดี๋ยวผมจะออกไปช่วยคุมคนงานเตรียมงานให้ต่อแล้วนะครับ”

 

 

            “จ่ะ.. ฝากหลานดูด้วยแล้วกันนะชานยอล เดี๋ยวยายตามออกไป”

 

 

            “ครับ”

 


 คุณชายใหญ่แห่งตระกูลปาร์ค และคุณหนูคนใหม่แห่งตระกูลชองมองหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมกันแวบนึง  ชานยอลส่ายหน้าระอาให้จากนั้นจึงลุกออกไปตามที่ได้เรียนคุณยายไว้

 

 

“ทะเลาะอะไรกันอีกล่ะฮึคราวนี้”

 

 

“ไม่มีฮะ หลานชานยอลของคุณท่านดีที่สุดในโลกกกกเลย”

 

 

“หลานแบคฮยอนของยายก็เรียบร้อยและเชื่อฟังยายที่สุดในโลกเลยเหมือนกัน”

 

 

“คุณท่านอะ”

 

 

“แบคฮยอน”  อุ้งมืออุ่นลูบหัวหลานชายตัวเล็กเบาๆด้วยความเอ็นดู 

 

 

“แบคฮยอนเด็กดีของยายต้องไม่ดื้อไม่ซนเหมือนวันนี้อีกนะรู้มั้ย ถ้าเป็นอะไรขึ้นมายายจะทำยังไง พ่อเฒ่ากับแม่ครูของหลานคงไม่ปลื้มใจเหมือนกันถ้ารู้ว่าเรายังดื้อแบบนี้”

 

 

“แบคฮยอนขอโทษครับ

 

 

คนเป็นยายส่งยิ้มอบอุ่นให้

 

 

“ไปขอบคุณพี่ชานยอลเค้าด้วยนะลูก”

 

 

“แต่

 

 

“อย่าให้เค้าต้องว่าเราเป็นเด็กนิสัยไม่ดีสิ”

 

 

….

 

 

  “ไปขอบคุณพี่เค้านะ”

 

 

 

.

.

.

 

 

โครงการขอบคุณชานยอลถูกพับเก็บใส่ลงกระเป๋า!

 

 

คนตัวเล็กนั่งเท้าคางลงกับโต๊ะงานเลี้ยงที่ยังตกแต่งไม่เสร็จในสนามหญ้าหลังคฤหาสน์  เห็นปาร์คชานยอลยืนหัวร่อต่อกระซิกกับชองซอรินใกล้ริมสระว่ายน้ำตรงนั้นแล้วต้องเบ้ปากให้   ไอ่ที่คิดจะมาขอบคุณเมื่อกี้พูดเลยว่าไม่มีอีกแล้ว เพราะนอกจากทำเหมือนแบคฮยอนเป็นธาตุอากาศแล้วชานยอลยังเข้ามาพูดลอยๆเหน็บใส่ด้วยว่า เขาน่ะเกะกะคนทำงาน!

 

 

 

เหอะ!

 

 

 

“พี่แบคฮยอนหงุดหงิดอะไรหรือ”

 

 

โบมีลดหนังสือนิยายลงจากระดับสายตา  มองพี่ชายซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามอย่างงุนงง  เธออ่านฉากสวีทของพระนางไม่เข้าหัวแล้วเพราะได้ยินแต่เสียงหายใจฟึดฟัดของพี่แบคฮยอนแทรกเข้ามาตลอดๆ

 

 

“คุณยายก็ไม่ได้ดุอะไรมากนี่นา”

 

 

“เบื่อขี้หน้าคนแถวนี้น่ะ”

 

 

“พี่ชานยอลหรือ?”  น้องสาวมองตามสายตาพี่ชายไป 

 

 

“หรือว่าพี่ซอริน?

 

 

“เปล่า”

 

 

“ฮ่าๆ อย่ามองความหวานของพวกเค้าเลยค่ะ คนโสดอย่างเราต้องหาอะไรทำแก้เบื่อ เช่นการอ่านนิยายรักแบบนี้”

 

 

พูดพร้อมชูหนังสือเล่มหนาเตอะขึ้น

 

 

“พี่แบคฮยอนสนใจลองอ่านไหม”

 

 

“ไม่อะ  พี่อยากไปมหาลัยจังโบมี ผิดนัดซ้อมวิ่งมาหลายวันแล้ว”

 

 

“หูย อย่าเพิ่งคิดเลยค่ะ เดี๋ยวถูกเรียกไปดุอีกหรอก”

 

 

คนฟังถอนหายใจออกอย่างเบื่อหน่าย

 

 

“แปลกจัง ทำไมพี่เซฮุนยังไม่มาซักที ปกติเวลานี้ต้องมาหาคุณยายแล้วนี่นา

 

 

แก้มแดงๆของชองโบมีเรียกความสนใจจากแบคฮยอนได้  คนตัวเล็กเอียงคอจ้องหน้าน้องสาวอย่างจับพิรุจ  พออีกฝ่ายสะดุ้งก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างรู้ทัน

 

 

“หัวเราะอะไรอ่ะ”

 

 

“เธอชอบเซฮุนนี่นา”

 

 

“หยา! เรื่องนั้น

 

 

“ทำไมไม่บอกกันตั้งแต่แรกล่ะ  เซฮุนน่ะสนิทพี่นะ  อยากให้ช่วยไหมล่า”

 

 

“เราเป็นพี่น้องกันต่างหาก”

 

 

“แต่แก้มแดงจัง”

 

 

“พี่แบคฮยอนอย่ามาแซวกันอย่างนี่ซี่”

 

 

“ฮะๆ จะเป็นไรไป ซอรินคู่กับชานยอลได้ เธอก็คู่กับเซฮุนได้ เซฮุนน่ะน่ารักนะ น่ารักกว่าพี่ชายจอมโหดตั้งเยอะเลยด้วย”

 

 

“ช่าย น่ารักมากๆเลย

 

 

“แหนะ”

 

 

อุบส์!~”  น้องสาวรีบปิดปากแน่นก่อนจะส่งยิ้มแหยๆแบบ ว๊า..หลุดปากซะแล้ว

 

 

“ว่าแต่พี่แบคฮยอนไม่ชอบพี่ชานยอลหรือ?

 

 

“ก็ดุออกแบบนั้น”

 

 

“ก็ใจดีอยู่นี่คะ”

 

 

“ตรงไหนที่เรียกว่าใจดี ชอบตีหน้ายักษ์ใส่ตลอดเวลา อารมณ์ก็ขึ้นๆลงๆเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย”

 

 

“เอ่อพี่แบคฮยอน..

 

 

“ยังไม่หมดนะ โบมีก็เห็นใช่ป้ะว่าคุณชายเค้าน่ะขี้เก๊กขนาดไหน ต่างกับเซฮุนลิบลับไม่รู้เป็นพี่น้องกันได้ยังไง”

 

 

“คือว่าพี่แบค..

 

 

“ฟอร์มเยอะเข้าไปเถอะ วางท่าเข้าไปสิ หูกางขาโก่งไม่เห็นจะหล่อตรงไหน พี่ยังหล่อกว่าอีกว่ามั้ยโบมี

 

 

คนตัวเล็กเผลอกลืนน้ำลายหนืดๆลงคอหลังจากพูดจบและพบกับสีหน้าพยักพเยิดให้ระวังหลังของน้องสาวที่พยายามบอกหลายทีแล้วแต่แบคฮยอนก็ยังไม่ยอมฟัง

 

 

ให้ตายสิ  ไม่ต้องหันหลังไปมองก็พอจะเดาได้ว่าใครมายืนเกาะอยู่หลังเก้าอี้ที่นั่งอยู่ตอนนี้ แบคฮยอนรู้สึกตัวเองกำลังเหงื่อตกทั้งที่อากาศไม่ได้ร้อนสักนิด

 

 

 

นินทาคนอื่นน่ะใช่มารยาทที่ดีหรอ

 

 

“โบมีเดี๋ยวพี่ไปดูคุณท่านนะ ไม่รู้ว่ามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า”

 

 

ตุ่บ!

 

 

ไหล่เล็กถูกมือใหญ่ดันให้นั่งกลับลงไปที่เดิม

 

 

“ไหน ฉันมีอะไรไม่ดีอีก”

 

 

……

 

 

“ท่าเยอะ ขี้เก๊ก หูกาง ขาโก่ง แล้วอะไรอีก?

 

 

……

 

 

“ไหนล่ะ คนที่ปากเก่งเมื่อกี้หายไปไหนแล้ว”

 

 

“เราต่างคนต่างอยู่กันแล้วนะ มาวอแวผมทำไมอีก”

 

 

แบคฮยอนคิดว่าเสียงหัวเราะของชานยอลช่างน่าสยดสยองจริงๆในเวลานี้ แรงบีบที่ไหล่นี่อีก เคืองกันขนาดนี้ไม่บีบให้กระดูกหักไปเลยล่ะ!

 

 

 

 “เอ่อพี่ชานยอลพี่แบคฮยอนคะ โบมีว่า..

 

 

“โบมีเข้าไปช่วยซอรินดูการ์ดเชิญแขกในบ้านสิ”

 

 

“คะ? อ่ออ๋อแห่ะๆ ถ้าอย่างนั้นโบมีเข้าไปช่วยพี่ซอรินนะคะ”

 

 

“ครับ”

 

 

“โบมีไปนะ” 

 

 

แบคฮยอนทำตาปริบๆเว้าวอนน้องสาวให้อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหน

 

 

แห่ะๆ โชคดีนะคะพี่แบคฮยอน

 

 

หึยยย  จะไม่ช่วยเรื่องเซฮุนแล้วโบมี!  แบคฮยอนอยากลุกออกไปด้วยติดที่มือใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยห่างออกไปจากไหล่นี่แหละ  พอสะบัดตัวไปมาหมายจะให้มือนั้นหลุดออกไปแต่กลับยิ่งเป็นการเพิ่มแรงบีบให้แน่นขึ้นไปอีก

 

 

“โอ้ย..

 

 

“ปากเก่งไม่สิ้นสุดจริงๆนะ”

 

 

“คนพูดความจริงมันผิดตรงไหน  หรือเป็นพวกยอมรับปมด้อยของตัวเองไม่ได้อะ”

 

 

“นายสิมีปมด้อย ฉันล่ะอยากรู้จริงๆว่าคุณยายมองว่านายเป็นเด็กน่ารักได้ยังไง เพราะเท่าที่เห็นมันตรงกันข้ามหมดเลยทุกอย่าง”

 

 

“จะพูดยังไงก็พูดไปเถอะ ตอนนี้เราไม่ได้เป็นกัลยาณมิตรใดๆต่อกันแล้ว!

 

 

“ฉันก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องเป็นมิตรกับเด็กไม่มีมารยาทแบบนี้หรอก”

 

 

“ดีเลย จะได้ไม่ต้องมาพูดมามองหน้ากันอีก ต่างคนต่างอยู่แล้วก็ไม่ต้องมาใกล้กันด้วย”

 

 

“ก็อย่ามานินทาลับหลังฉันด้วย เด็กมีปม”

 

 

“ต่อไปผมจะไม่พูดถึงคุณให้เสียปากอีกแล้วไม่ต้องห่วง!

 

 

“เหอะ! / เหอะ!

 

 

 

ทั้งสองต่างแยกย้ายไปคนละทางอย่างไม่คิดจะหันหน้ากลับมามองกันอีก  ปาร์คชานยอลไม่ชอบคนที่โตแล้วแต่ยังทำตัวเป็นเด็กๆ พูดจาไร้สัมมาคารวะ ไม่มีมารยาท เถียงข้างๆคูๆอย่างไม่เคยมีสามัญสำนึกแบบนี้  ถึงอายุจะต่างกันเพียงสองปีแต่ชานยอลก็มั่นใจว่าระดับวุฒิภาวะของพวกเขานั้นต่างกันมาก 

 

 

ขณะที่แบคฮยอนก็ไม่ชอบคนที่เอาแต่ดุด่า ติไปเสียทุกการกระทำอย่างที่ปาร์คชานยอลชอบทำเช่นกัน  รู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนนิสัยดีอะไรมากนัก โดนผู้ใหญ่เรียกไปอบรมอยู่บ่อยๆไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน  แต่นั่นทุกคนก็ยังให้โอกาสแบคฮยอนปรับปรุงตัวบ้าง  ผู้ใหญ่ที่ดีต้องพูดจาดีๆเตือนกันดีๆไม่ใช่เอาแต่ทำหน้ายักษ์ใส่อยู่เรื่อยแบบนี้สิ  ไม่รู้ล่ะ.. ยังไงแบคฮยอนก็ไม่ชอบที่ชานยอลทำ  แล้วยิ่งเป็นการเลือกปฏิบัติแบคฮยอนยิ่งไม่ชอบ

 

  

 

หลังจากฟ้ามืดสนิท  คนงานเริ่มทดสอบใช้ไฟในงานเลี้ยง ทำเอาคนเพิ่งเคยเห็นงานเลี้ยงใหญ่ๆกับตาตัวเองครั้งแรกอย่างแบคฮยอนตื่นตาตื่นใจ  ดวงตาเรียวรีเปล่งประกายแข่งกับไฟสีส้มดวงเล็กๆในสถานที่จัดงาน และแม้จะยังไม่ใช่วันจริงแต่ทุกอย่างก็ถูกจัดเตรียมได้อย่างเพอร์เฟ็คมาก  เป็นงานเลี้ยงแบบเอาท์ดอร์  ดอกไม้ประดับบางส่วนถูกนำมาวางเตรียมไว้บ้างแล้ว  ส่วนที่เหลือจะตามมาในวันพรุ่งนี้ซึ่งก็คือวันจริงของงานเลี้ยง

 

 

แบคฮยอนเดาว่ามันจะต้องเป็นงานเลี้ยงที่อบอุ่นมากแน่ๆ  เขาไม่เคยจัดงานเลี้ยงเลยสักครั้งเดียว วันเกิดจริงๆของตัวเองคือวันไหนยังไม่รู้ด้วยซ้ำ รู้แค่พ่อเฒ่ากับแม่ครูสมมุติให้วันคริสต์มาสเป็นวันเกิดของเขา เพราะพวกท่านบอกว่าเป็นวันที่เจอแบคฮยอนครั้งแรก  เด็กชายแบคฮยอนถูกคนใจร้ายนำมาทิ้งไว้ที่ชุมชนในวันที่อากาศหนาวเหน็บอย่างนั้น  แต่พ่อเฒ่ากับแม่ครูก็ยังพูดปลอบใจให้ฟังเสมอว่าซานตาคลอสเอาของขวัญมาให้พวกท่านต่างหาก

 

 

 

คิดถึงชุมชนจัง

 


 

ถ้าพ่อเฒ่ากับแม่ครูอยู่ด้วยกันในงานเลี้ยงนี้ด้วยก็คงจะดี

 

 

 

“เป็นอะไรไปลูก  ยืนเงียบเชียว”

 

 

“เปล่าฮะ”

 

 

ส่งยิ้มจนตาหยีให้แล้วค่อยสะบัดหน้าหนีตอนเจอหน้าชานยอล  จะมายืนใกล้กันทำไมก็ไม่รู้ ยังดีที่มีคุณท่านคั่นกลางไว้  ชิส์..

 

 

“คุณยายลองเช็คความเรียบร้อยดูนะครับ  ผมจะนั่งทำงานอยู่แถวนี้ ถ้าไม่ถูกใจตรงไหนบอกได้เลยเดี๋ยวผมแจ้งคนงานแก้ไขให้”

 

 

“โถ.. พ่อคุณ  มีการบ้านต้องทำแต่ยังอุตส่าห์มีน้ำใจมาช่วยยายจัดงานอีก”

 

 

“เล็กน้อยน่ะครับ เชิญตามสบายเลยนะครับ”

 

 

“ชานยอลไปทำการบ้านต่อเถอะจ่ะ  ไว้มีอะไรยายจะเรียกนะ”

 

 

“ครับ”

 

 

เพราะทีมจัดงานเป็นลูกน้องของพ่อคิมจงอิน  แต่เพื่อนสนิทเขาช่วงนี้มันยุ่งกับการซ้อมบัลเล่ต์ไม่แพ้ซอริน ชานยอลที่พอจะมาช่วยได้เลยต้องหอบการบ้านที่มหาลัยมาทำด้วยและช่วยคุมคนงานไปด้วย  เพื่อที่จะให้งานของคุณยายนั้นเรียบร้อยที่สุด  จริงๆส่วนหนึ่งก็มาจากพ่อแม่ของเขาด้วยที่มักจะสนับสนุนให้เขามาช่วยเหลือคุณยายอยู่เป็นประจำ  ซึ่งมันไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงอะไรมาก  บอกแล้วว่าเขายินดีช่วยคุณยายทุกเรื่องนั่นแหละ

 

 

“โกโก้ร้อนกับของว่างค่ะคุณชาย”

 

 

“ขอบคุณครับ”

 

 

“คุณป้าฮะแบคฮยอนขอน้ำให้คุณท่านแก้วนึ..เคร๊ง..!!!’’

 

 

แบคฮยอนทะเล่อทะล่าเข้ามาในจังหวะที่ป้าแม่บ้านกำลังยกแก้วโกโก้ขึ้นเสิร์ฟให้คุณชายตระกูลปาร์คพอดี  ความซุ่มซ่ามของคนตัวเล็กชนเข้ากับข้อศอกหญิงวัยกลางคนแรงจนน้ำโกโก้ร้อนๆและน้ำหวานอีกหลายแก้วล้มหกลงใส่เสื้อคนร่างสูง ตามด้วยโน๊ตบุ๊คกับปลั๊กไฟที่กำลังทำงานอยู่

 

 

ฉิบหาย!

 

 

แบคฮยอนได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าดัง  เปรี๊ยะ!!  พร้อมกับกลุ่มควันสีเทาที่มาพร้อมกลิ่นเหม็นไหม้

 

 

“คือ

 

 

แบคฮยอนแค่อยากจะบอกว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจ  แต่ก็พูดไม่ออก  ได้แค่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแทนตอนที่เห็นสายตาของปาร์คชานยอล

 

 

“เจ็บมั้ยคะคุณชาย! ตายๆ รอสักครู่นะคะเดี๋ยวป้ารีบไปหาผ้าสะอาดมาให้”

 

 

…..

 

 

“ชานยอลคือว่าผม..

 

 

“สมใจเลยสินะ”

 


“ไม่ใช่นะ มันเป็นอุบัติเหตุ ผมซุ่มซ่ามเอง ผม..

 

 

“ใช่! ความซุ่มซ่ามของนายทำงานฉันพังหมดแล้ว!!!

 

 

….

 

 

“ฉันต้องทำมันตั้งกี่วัน แต่แค่ไม่ถึงวินาทีที่นายทำมันพัง!  หึ..อยากสะใจที่เอาคืนได้ก็ทำซะสิ ทำตอนนี้เลย นายทำมันสำเร็จแล้ว!!!

 

 

…..

 

 

“ฉันโกรธจนแทบจะฆ่านายได้อยู่แล้วรู้หรือเปล่า..

 

 

…..

 

 

“นายนี่มันตัวหายนะของคนอื่นเค้าจริงๆ!

 

 

พลั่ก!

 

 

คนตัวเล็กกว่าถูกผลักออกอย่างไม่ใยดี  ร่างสูงกำลังโมโหจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง  ไม่สนใจร่างกายที่เลอะเทอะคราบน้ำหวานต่างๆนาๆเท่ากับโน๊ตบุ๊คที่ดับสนิท จากสภาพคงยากจะกู้คืนได้ในเร็ววัน ยิ่งคิดถึงความสะเพร่าที่พาลให้เขาได้รับความเสียหายชานยอลยิ่งอยากจะเหวี่ยงไปอีกซักรอบ

 

 

“ผ้ามาแล้วขะ.. อ้าวคุณชายคะ! คุณชายชานยอล”

 

 

ร่างสูงเดินออกไปพร้อมหอบสัมภาระที่ได้รับความเสียหายติดมือไปด้วย  ป้าแม่บ้านจึงยืนเคว้ง ถือผ้าสะอาดที่ตั้งใจนำมาให้เก้อ  ในขณะที่คนตัวเล็กได้แค่ยืนเงียบมองตามหลังร่างสูงไปอย่างรู้สึกผิด

 

 

“คุณแบคฮยอนไม่เป็นอะไรนะคะ”

 

 

“ผมไม่ได้ตั้งใจเลย”

 

 

“ป้าก็ไม่ได้ตั้งใจเหมือนกันค่ะ ไม่รู้ว่าคุณชายโกรธมากหรือเปล่า”

 

 

“ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

 

 

…..

 

 

“ผมทำให้เขาเกลียดแล้ว”

 

 

“คุณแบคฮยอน”

 

 

“เขาเกลียดผมแล้วล่ะฮะป้า

 

  

 

 



 

 

คืนงานเลี้ยงของวันต่อมา

 

 

แขกเหรื่อนับร้อยรวมสื่อมวลชนต่างตบเท้าเข้ามาร่วมงานเลี้ยงเปิดตัวหลานบุญธรรมของท่านหญิงชองพูจอง  บรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทุกคนให้ความสนใจกับแบคฮยอนดี แต่อาจไม่เท่าการพบปะพูดคุยกับท่านหญิงและคนในแวดวงสังคมเดียวกัน

 

 

 วันนี้แบคฮยอนมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ใหญ่และสื่อต่างๆไม่มาก  คนตัวเล็กเป็นคนช่างพูดช่างคุยแต่พอต้องอยู่ต่อหน้าคนมากๆที่ดูมียศมีเกียรติ แต่งตัวดี เครื่องประดับบนตัวดูราคาแพงเสียจนไม่กล้าคิดจับต้องหรืออยากจะเข้าใกล้ แบคฮยอนก็คิดว่าตัวเองดูตัวเล็กลงไปเรื่อยๆ

 

 

ทุกคนพูดจาไพเราะเข้าหากัน  บ้างก็สนทนากันด้วยการใช้ภาษาต่างประเทศที่แบคฮยอนไม่อาจจะฟังเข้าใจ บ้างก็หยิบยกประเด็นสังคมคุณหญิงคุณนายจนไปถึงกิจกรรมของคนระดับสูงมาคุยโวโอ้อวด ประเภทที่มาจากรากหญ้าอย่างเขาน่ะ ทำได้มากที่สุดก็แค่ยืนทนฟังและฉีกยิ้มสู้อย่างที่คุณท่านพร่ำบอกเท่านั้น

 

 

“ทำไมมาแอบนั่งหลบมุมอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะแบคฮยอน”

 

 

คนตัวเล็กนึกขอบคุณฟ้าอยู่ในใจที่อย่างน้อยก็ส่งปาร์คเซฮุน เพื่อนที่น่ารักของเขาลงมาให้  ตลอดเวลาในงานเลี้ยงเขาก็ได้เซฮุนกับโบมีนี่แหละที่มาคอยชวนคุยในแบบภาษาเดียวกันด้วย ชวนไปกินอาหารอร่อยๆ คอยตักขนมนู่นนี่มาให้ รวมถึงการชี้คนโน้นคนนี้ให้เขาได้รู้จักโดยไม่ต้องเข้าไปแนะนำตัวให้อึดอัด

 

 

“ไม่สนุกหรอ”

 

 

“มีแต่ผู้ใหญ่เต็มไปหมดเลย”

 

 

“ฮ่าๆ งานสังคมก็แบบนี้แหละ ไปนั่งด้วยกันกับกลุ่มพี่ชานยอลไหมล่ะ”

 

 

เซฮุนบุ้ยปากไปทางโต๊ะมุมสุดโน้น เป็นโต๊ะของกลุ่มเพื่อนพี่ชายเขาและลูกหลานของเหล่าคุณหญิงที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ซึ่งเขาเองก็เพิ่งลุกออกมาจากตรงนั้น

 

 

“ไม่ดีกว่า เราเบื่อในงานเลี้ยงแล้ว อยากออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้าง”

 

 

“งั้นให้เรานั่งเป็นเพื่อนนะ”

 

 

“เซฮุนไม่ต้องเข้าไปนั่งกับเพื่อนๆเหรอ”

 

 

“เบื่อเหมือนกันนั่นแหละ อีกอย่างส่วนใหญ่เราก็ได้แค่นั่งฟังพี่ๆเค้าพูดกัน สู้ออกมาคุยกับแบคฮยอนก็ไม่ได้ น่าสนุกกว่าเยอะ”

 

 

“คุยกันทุกวันไม่เบื่อบ้างหรอ”

 

 

“เราไม่ได้เจอกันตั้งสี่ห้าวันแล้วต่างหาก นั่งเรียนคนเดียวเหงาจะแย่”

 

 

“ไม่จริง สาวๆคงเข้ามาขอนั่งกับเซฮุนเยอะตามเคย”

 

 

“แต่เราอยากนั่งกับแบคฮยอนมากกว่าสาวๆพวกนั้นนี่”

 

 

“ฟังแล้วซึ้งใจจังอื้อ!”  แบคฮยอนตีมือเซฮุนหลังจากโดนอีกฝ่ายแกล้งดึงแก้มได้หน้าตาเฉย  พอส่งค้อนให้ก็ทำเป็นหัวเราะไม่ใส่ใจอีก 

 

 

“แผลหายดีแล้วใช่มั้ย”

 

 

“เซฮุนถามเราหลายรอบแล้วนะ”

 

 

“แล้วตอบอีกไม่ได้รึไง ก็เราชอบฟังเสียงแบคฮยอนพูด”

 

 

….

 

 

เล่นจ้องตากับแบคฮยอนได้ไม่นาน เสียงคนเดินเข้ามาใกล้ทำให้เซฮุนต้องผละตัวถอยห่างออกจากเพื่อนตัวเล็กระยะนึง พอเหลียวหน้าไปก็พบกับพี่ชายตัวสูงของตัวเองในชุดสูทสีฟ้าตามตรีมงานกำลังเดินเข้ามาหา

 

 

“คุณแม่ให้มาตามนาย”

 

 

“มีเรื่องอะไรกับผมหรอ”

 

 

“แล้วฉันจะรู้มั้ย ไปถามเองสิ”

 

 

น้องชายเกาหัวแกร่กๆ ก่อนจะบอกลาเพื่อนด้วยประโยคที่ว่า เดี๋ยวมานะ  แล้วจึงลุกเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง  พี่ชายตัวสูงกำลังจะเดินตามเข้าไปเหมือนกัน ทว่า

 

 

“เดี๋ยวชานยอล!

 

 

แบคฮยอนหาโอกาสแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว  ตลอดงานเลี้ยงตนพยายามที่จะเข้าไปคุยกับอีกฝ่ายอยู่หลายรอบแต่ก็ไม่เป็นผล  ไม่ว่าจะด้วยคิวยุ่งๆของร่างสูงที่โดนเรียกตัวไปหาคนโน้นทีคนนี้ที  ไหนจะนักข่าว ไหนจะซอรินที่เอาแต่เดินควงชายหนุ่มไปทั่วงานแทบไม่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงคนไหนได้เข้าใกล้ รวมถึงแบคฮยอนด้วย

 

 

“ชานยอลอย่าเพิ่งไป”

 

 

คนตัวเล็กก้าวฉับๆเพื่อเดินให้ทันร่างสูง  เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการจะเสวนาด้วย เพราะตลอดเวลาที่พยายามเข้าหาปาร์คชานยอลมักจะทำเป็นมองไม่เห็น เดินหนี ทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศไปแล้วจริงๆ

 

 

“ชานยอล”

 

 

แบคฮยอนอึดอัด  เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ(มั้ง) ไปเรียนวันนี้ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะคิดแต่จะหาวิธีพูดกับอีกฝ่ายอย่างไม่ให้ตัวเองเสียฟอร์มและให้อีกฝ่ายเข้าใจง่ายๆด้วย

 

 

ก็ไม่ชอบจะง้อใครก่อนจริงๆนี่

 

 

 

“คุยกันหน่อยไม่ได้หรอ”

 

 

คนตัวเล็กรีบวิ่งตัดหน้าไปกางแขนกั้นไม่ให้อีกฝ่ายได้เดินหนีอีก

 

 

“คือผม..

 

 

“ถอย”

 

 

“คือผมแค่..

 

 

“ถอย”

 

 

“ชานยอล”

 

 

“บอกให้ถอยไป”

 

 

“โกรธกันขนาดนี้เลยหรอ”  คนตัวเล็กถูกดันตัวให้หลบทาง  แต่แบคฮยอนก็ใช้ความดื้อด้านของตัวเองให้เป็นประโยชน์ด้วยกันวิ่งตามไปขวางทางอีกรอบ  ชานยอลตั้งท่าจะทำแบบเดิมแต่โดนแบคฮยอนผลักอกให้ถอยหลังกลับไปซะก่อน

 

 

“ผมไม่ได้จะง้อใครง่ายๆนะ!

 

 

….

 

 

“ผมแค่อยากจะบอก.. บอกว่าเรื่องเมื่อวานมันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ”

 

 

….

 

 

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำลายงานชานยอลนะ”

 

 

….

 

 

“จริงๆนะชานยอล”

 

 

….

 

 

“อย่าเงียบใส่กันแบบนี้สิ”

 

 

คนตัวเล็กช้อนตามองคนตัวโตกว่าอย่างไม่รู้จะทำยังไง ไม่ชอบให้ใครเมินหรือเย็นชาใส่แบบนี้เลย แบคฮยอนเกลียดความเงียบ จำได้ว่าครั้งนึงเคยทำให้พ่อเฒ่าโกรธมาก  ตอนนั้นพ่อเฒ่าไม่เฆี่ยนตีเลยแม้แต่น้อยแต่เลือกที่จะเงียบใส่แบคฮยอนเหมือนที่ชานยอลกำลังทำตอนนี้  และแบคฮยอนก็บอกกับพ่อเฒ่าในตอนนั้นว่า

 

 

“จะดุจะด่า จะตีให้พอใจยังไงก็ได้นะ  แต่อย่าเงียบใส่ผมแบบนี้”

 

 

มันเจ็บกว่าโดนตีซะอีก

 

 

มันรู้สึกเหมือนคนที่เรารักเราเคารพเกลียดเราให้แล้ว

 

 

“ผมรู้ว่าทำให้ชานยอลไม่พอใจหลายเรื่อง ผมรู้ด้วยว่าชานยอลไม่ค่อยจะชอบผม แต่ว่า

 

 

….

 

 

“แต่ผมก็คิดว่าเราน่าจะเป็นพี่น้องกันได้นะ”

 

 

“ใครเค้าจะอยากมีน้องชายนิสัยเสียแบบนี้กัน”

 

 

“ก็”  แบคฮยอนเบิกตาโตเมื่อนึกขึ้นได้  “ชานยอลยอมพูดกับผมแล้วนี่ชานยอลยอมพูดแล้ว!!” ยิ้มกว้างพลางเขย่ามืออีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะด้วยความดีใจ  ถึงชานยอลจะทำหน้านิ่งเหมือนเดิมแต่เมื่อกี้แบคฮยอนได้ยินไม่ผิดแน่ว่าชานยอลยอมพูดกับเขาแล้ว!

 

 

“ปล่อย”

 

 

“ชานยอลอย่าโกรธผมเลยนะ”

 

 

“เด็กที่ไม่เคยมีสามัญสำนึกมีสิทธิพูดอะไรแบบนี้ด้วยหรอ”

 

 

“สำนึกสิ  ผมรู้สึกผิดนะที่ทำให้งานชานยอลเจ๊ง ถึงจะไม่ได้ตั้งใจเลยก็เถอะ”

 

 

“สำนึกผิดกับเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจทำ แต่ไม่เคยสำนึกกับเรื่องที่ตั้งใจเนี่ยนะ”

 

 

“สำนึกทุกเรื่องเลยก็ได้เอ้า”

 

 

“ถ้าไม่ได้รู้สึกจริงๆก็ไม่ต้อง..

 

 

“รู้สึกจริงๆสิ! เมื่อคืนนอนไม่หลับด้วยกลัวชานยอลจะไม่มีงานส่งอะ  ชานยอลรับคำขอโทษของผมนะ  นะชานยอล”

 

 

“ขอโทษแล้วงานของฉันมันเรียกคืนมาใหม่ได้มั้ย”

 

 

“ง่ะ”

 

 

มากเรื่องจัง คนอุตส่าห์มาง้อดีๆด้วยแล้วแท้ๆทำไมต้องทำให้เรื่องมันยากเย็นแบบนี้ด้วย...  แบคฮยอนได้แค่คิดในใจไม่กล้าพูดออกไปให้อีกฝ่ายต้องมาเคืองขุ่นเพิ่มอีก

 

 

“ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันก็คือผลจากการทำอะไรโดยไม่คิดของนายทั้งนั้น”

 

 

….

 

 

“ฉันไม่รับคำขอโทษของนาย กลับไปพิจารณาพฤติกรรมของตัวเองเถอะ”

 

 

เพราะชานยอลเดินออกมาก่อน แบคฮยอนเลยไม่ได้มีโอกาสเห็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ผลุดขึ้นมาบนรมฝีปากอิ่มนั้น  ชานยอลแค่อยากสั่งสอนแบคฮยอนให้รู้ว่าอะไรควรไม่ควรทำบ้าง  อยากให้ได้รับบทเรียนจากการกระทำดื้อดึงไม่ยอมโตของตัวเองซักที

 

 


และก็อยากเอาคืนที่อีกฝ่ายทำกับตนไว้หลายๆเรื่องด้วย!

 

 

 

 

                                                                                #ficmysscb 








 

Talk:

เป็นไงล่ะแบคฮยอนตัวแสบ โดนไม้โหดคุณชายเค้าไปเป็นไงล่ะ

มารอดูกันเนอะเด็กดื้อจะทำยังไงต่อ จะดีจะร้ายก็ไม่รู้ ฮี่ๆ

 

// ฝากเม้น โหวต แฮชแท็กด้วยจ้า










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 329 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5082 sleepaholic (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 10:38
    แบคเราว่าแบคก็น่าจะรู้นี่นาว่าที่ตอนอยู่ที่ชุมชนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน จะเอาชุมชนมาอ้างในการทำอะไรที่มันเกินขอบเขตเราว่ามันไม่ใช่อะ ถึงจะอ้างในใจก็เถอะนะ
    #5,082
    0
  2. #4993 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:58
    ทั้งคู่เลยนะ!
    #4,993
    0
  3. #4987 Yamm\' Py (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 11:55
    น้องเมื่อไหร่ตะเรียนรู้สักทีอ่า
    #4,987
    0
  4. #4982 Gusaum'smile (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 20:54
    เราชอบแบคฮยอนทุกเรื่องเลย แต่แบบเรื่องนี้น่ารำคาญจริงๆนะ ตอนแรกๆพอทน แต่ตั้งแต่ขี่ม้าแล้วอ่ะ เว่อร์ไปหน่อยไหม?
    #4,982
    0
  5. #4981 Gusaum'smile (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 20:33
    แบคฮยอนซนเกินไปจนไม่น่ารักแล้วอ่ะเห้อ
    #4,981
    0
  6. #4950 IPINOCKIO (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 12:28
    แบคฮยอนตัวแสบบบบบบ ความซนของแบคนี่มีลิมิตไหมเนี่ย ซนจนได้เรื่อง
    #4,950
    0
  7. #4927 baconjelly2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 01:28
    แหมมมมชานยอลนี่ไม่แพ้น้องแบคเลยน้าาา
    #4,927
    0
  8. #4904 Eavv3 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 03:29
    พี่ปาร์คร้ายกาจมากกก งื้ออกลับมาอ่านรอบที่สองง คิดถึงมากๆๆๆเลย
    #4,904
    0
  9. #4894 KUMDAM (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 20:26
    โอ้ยคุณแม่เครียดน้องแบคดื้อมากเลยนะคะลูก แล้วจะรักกับพี่เค้ามั้ยเนี้ยยย
    #4,894
    0
  10. #4878 Park Nokia. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:38
    อ่านกี่ตอนแบคก็ผิดอ่ะ55555 แบบนะดื้อเกิ๊น555
    #4,878
    0
  11. #4848 real_Sn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 12:46
    แบคก็ดื้อจริงๆนั่นแหละ พี่ชานยอลสั่งสอนหนักๆเลยย
    #4,848
    0
  12. #4845 0930653088 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 12:49
    อย่าว่าน้อนนนนน น้อนไม่ได้ตั้งจายยยย ช่าย ชั่นลำเอียง555555
    #4,845
    0
  13. #4820 dreamerktnt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 01:30
    จะว่าอินมากๆก็คงจะใช่ เพราะตอนนี้กลายเป็นรำคานเจ้าแบคมากๆไม่ฟังคำใครเลยอายุก็ไม่น้อยแล้วเนี่ยยนโดนดุก็ยังไม่สำนึกอี้กกกกแบ้กกกกกรูกกกกกก
    #4,820
    0
  14. #4819 nunnunn04 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 20:45
    แบคเยอะจนน่ารำคาญอ่ะ ไม่ได้บื้อแบบน่ารัก มันดูน่ารำคาญ เหมือนเด็กไม่มีความคิด ไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร เกะกะ ซื่อบื้อ ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ทำคนอื่นเดือดร้อนตลอดเวลา
    #4,819
    0
  15. #4759 YJLn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 13:35
    ที่สุดของความซุ่มซ่ามเลยแบคเอ้ยยยย
    #4,759
    0
  16. #4692 renussoysunted (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 22:12
    ชานยอลแกล้งน้องทำไม555555555
    #4,692
    0
  17. #4678 Eavv3 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 21:46
    ร้ายชานยอลร้ายนักนะคะ เซฮุนช่วยน้องด้วยยยยย
    #4,678
    0
  18. #4563 Ihaveadream (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 01:37
    แบคจ๋า อย่าดื้อกับพี่เค้าสิคับลูกกก
    #4,563
    0
  19. #4509 geejajaa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 09:21
    แสบจริงๆ เอาจริงรักแบคเหมือนเดิมนะแต่ก็ไม่เห็นด้วยที่แบคทำนะ
    อยากให้แบคโตขึ้นไม่ดื้อ แต่สกใสร่าเริงแบบนี้แหละ
    #4,509
    0
  20. #4467 Kim-kibom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 20:57
    แบคน่าสงสารนะ
    #4,467
    1
    • #4467-1 pparkminhoo(จากตอนที่ 7)
      7 เมษายน 2561 / 15:25
      แกล้งน้องอะชานยอล
      #4467-1
  21. #4420 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 12:45
    ฮื่อออ อย่าแกล้งน้องงง
    #4,420
    0
  22. #4402 POWEROFMONEY (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 04:33
    แค้นฝังหุ่นเว่อ55555555
    #4,402
    0
  23. #4367 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 21:53
    แกล้งน้องอ่ะ
    #4,367
    0
  24. #4341 Monmanee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:23
    แบคน่ารักกกกก
    #4,341
    0
  25. #4332 LowitLowit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 08:11
    เป็นคนเดียวหรือเปล่า ที่ไม่รำคาญแบค แต่เข้าใจอ่ะ น่าเอ็นดูวว ใช่...ชั้นอวย5555
    #4,332
    0