You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 6 : Shining V :: make trouble

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 407 ครั้ง
    12 เม.ย. 59



   
Shining V.

 


 

 

 





            “ได้ยินมาว่าเมื่อคืนชานยอลเป็นคนไปส่งเด็กนั่นที่บ้านเองจริงหรือเปล่าคะ”

 

 

            เสียงหวานๆเปล่งออกมาถามคนรักด้วยใบหน้ารอฟังคำตอบ  เมื่อตอนนั่งทานอาหารเช้าพร้อมคุณยายได้ยินสาวใช้และท่านเล่าให้ฟังแล้ว แต่ก็ยังอยากมาได้ยินเอาจากปากร่างสูงด้วยตัวเองอยู่ดี 

 

 

            ตอนเรียนก็ไม่มีโอกาสได้ถามเพราะชานยอลไม่ชอบคุยในเวลาเรียน  ทำงาน หรือยามใดก็ตามที่ต้องใช้สมาธิ  พอเลิกเรียนก็ไม่ได้ไปทานอาหารกลางวันด้วยกันเช่นทุกทีเพราะซอรินต้องรีบไปเข้าซ้อมบัลเล่ต์ตลอดช่วงบ่าย   หลังๆมานี้เธอเจอหน้าคิมจงอินบ่อยยิ่งกว่าคู่หมายของตัวเองเสียอีก เนื่องจากอยู่ชมรมเดียวกันและยังได้ไปแข่งขันเวทีเดียวกันด้วย

 

           

            กว่าจะได้โอกาสเหมาะๆก็ล่วงเข้าสู่เวลาเย็นแล้ว  ซึ่งหากใกล้จะสองทุ่มเมื่อไหร่นั่นหมายถึงเธอต้องรีบกลับไปซ้อมต่อ  แต่เพราะตอนนี้ยังพอมีเวลาหญิงสาวสวยจึงแวะมาหาปาร์คชานยอลถึงชมรมขี่ม้าโปโลได้

 

 

            “ไปส่ง และก็ยังอุ้มพาไปจนถึงห้องนอนด้วย?

 

 

            คนถูกถามยืนถอดถุงมือและหมวกสำหรับใส่ซ้อมขี่ม้าส่งให้เด็กในชมรมนำไปเก็บ  ก่อนจะพยักหน้าให้เป็นคำตอบกับชองซอรินและหันกลับไปสนใจม้าของตัวเองอีกครั้ง  ชายหนุ่มเดินจูงสัตว์ตัวโปรดไปทางคอกเลี้ยงโดยมีหญิงสาวเดินตามมาด้วยใกล้ๆ

 

 

            “ไม่คิดว่าตัวเองใจดีเกินไปหรือคะ”

 

 

            “ผมก็ทำไปตามหน้าที่”

 

 

            “คอยไปรับไปส่ง พาไปไหนมาไหนแถมยังบริการอุ้มส่งถึงห้องนอนน่ะหรอคะ  ซอรินไม่ยักรู้ว่ามันเป็นหน้าที่ของชานยอล”

 

 

            “คุณยายไหว้วานมายังไงผมก็ทำไปอย่างนั้น”

 

 

            “ไม่จำเป็นต้องทำตามคำคุณยายทุกเรื่องก็ได้นี่คะ  นี่มันชีวิตของเราขัดใจท่านบ้างก็ได้”

 

 

            “ถ้ามันเหลือบ่ากว่าแรงนะ”

 

 

            “ชานยอลก็ตามใจคุณยายอย่างนี้ทุกที  ถ้าเกิดท่านให้ดูแลเด็กคนนั้นตลอดชีวิตขึ้นมาคุณก็จะทำด้วยใช่ไหม”

 

 

            “วันนี้ซอรินดูอารมณ์ไม่ค่อยดีนะ”

 

 

            “แน่สิคะ ซอรินไม่ชอบเด็กนั่น ไม่ชอบให้คุณเข้าไปยุ่งด้วย แค่คนในบ้านหลงเอาอกเอาใจซอรินก็รำคาญจะแย่แล้วชานยอลอย่าทำเหมือนคนอื่นๆอีกจะได้มั้ย”

 

 

            คนตัวสูงผูกม้าไว้ในที่ที่เป็นของมัน  หันกลับมาก็พบสีหน้าไม่พอใจของผู้หญิงคนที่เรียกได้ว่ารู้จักกันมาเกือบทั้งชีวิต  ชานยอลพยายามทำใจเย็นที่สุด  เขาไม่ชอบการทะเลาะหรือผิดใจกันกับเรื่องไม่เป็นเรื่องระหว่างคนสนิท  ยิ่งโดยเฉพาะกับชองซอริน 

 

 

ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าชาย แม้จะมีคู่หมายแล้วแต่หากเจอใครเข้าตาเขาเองก็มอง   ในทางกลับกันก็กล้าพูดได้ว่าที่ผ่านมาตนพยายามให้เกียรติต่อชองซอรินมากกว่าผู้หญิงคนไหนๆที่ผ่านเข้ามามาโดยตลอด  ยังไม่เคยนอกใจ  หรือจะเอาให้ถูกจริงๆก็คงต้องบอกว่าชานยอลมีคนที่เข้าตาแต่ยังไม่เคยเจอใครที่ถูกใจจริงๆ

 

 

            “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ  เดี๋ยวไม่สวยนะ”

 

 

            หญิงสาวปัดมือใหญ่ที่กำลังลูบผมเธอออกอย่างแง่งอน

 

 

            “ซอรินจริงจังอยู่นะคะ”

 

 

ที่บอกยังไม่เจอคนถูกใจนั่นอาจจะรวมถึงชองซอรินด้วย

 

 

“แล้วผมต้องทำยังไงหรือ  ทิ้งเด็กคนนั้นไว้เหมือนที่ซอรินทำอย่างนั้นสิ”

 

 

……

 

 

“ซอรินเคยมีเหตุผลมากกว่านี้แต่ทำไมตอนนี้เป็นอย่างนี้ล่ะ แค่ไม่ชอบถึงกับต้องทำขนาดนั้นเลยหรือ ผมว่ามันมากเกินไป”

 

 

ชานยอลคิดมาตลอดว่าเธอน่าจะเป็นคนที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดแล้ว  ถึงได้ไม่ต้องการให้มีอะไรมาเปลี่ยนใจ  โดยเฉพาะเรื่องของนิสัยที่ต้องยอมรับว่าบ่อยครั้งมันเหมือนกันซะจนยอมกันไม่ได้ และสุดท้ายต้องปล่อยให้จบลงด้วยการหมางเมินใส่กัน

 

 

            “ต้องพูดขนาดนี้เลยเหรอชานยอล”

 

 

            “ผมไม่คิดว่าเขาจะหาทางกลับบ้านเองได้  ยิ่งดึกแบบนั้นด้วยแล้ว..

 

 

            “เด็กสมัยนี้เก้าขวบสิบขวบยังกลับกันเองได้แล้ว แล้วหมอนั่นล่ะ หมอนั่นอายุจะยี่สิบแล้วนะคะ”

 

 

            “แบคฮยอนไม่เหมือนเด็กในเมืองคนอื่นๆนะซอริน”

 

 

            หญิงสาวพ่นลมหายใจออกอย่างสุดจะทน  โอเคเธอยอมแพ้ชานยอลแล้ว  ไม่ว่าจะทะเลาะกันกี่ทีเธอไม่เคยเอาชนะอีกฝ่ายได้หรอก  ยังไงเหตุผลร้อยแปดของคุณชายตระกูลปาร์คคนนี้ก็คือที่สุดอยู่แล้วนี่

 

 

            “ค่ะ เรื่องนี้ซอรินผิดเอง”

 

 

            เธอจ้องตอบชานยอลอย่างไม่ปิดบังความรู้สึก  ตอนนี้กำลังหงุดหงิดมากแต่ด้วยนิสัยแล้วเธอไม่ชอบโวยวายฟูมฟายเป็นคนบ้าต่อหน้าใคร  หากจะให้ตามง้อหรือก้มหน้าตามตูด ยอมชายคนรักต้อยๆอย่างผู้หญิงหลายๆคนทำกันล่ะก็ ไม่มีทางเห็นมันจากเธอแน่  ต่อให้เป็นชานยอลก็เถอะ

 

 

            “ซอรินยอมรับว่าจงใจทิ้งเด็กนั่นด้วยเหตุผลแค่ไม่ชอบ  ซอรินแย่ ซอรินเปลี่ยนไป แต่ชานยอลก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่าตัวเองก็เปลี่ยนไป”

 

 

            “……

 

 

            “ไม่ชอบให้ใครแตะตัวไม่ใช่หรือ แต่ทำไมให้เด็กคนนั้นทำได้ล่ะ  เกลียดความวุ่นวายนี่  ไม่ชอบให้เอาแต่ใจ ไม่ชอบให้ทำตัวเป็นเด็กๆ  ไหนบอกซอรินหน่อยสิคะว่าเด็กแบคฮยอนไม่มีข้อไหนบ้าง”

 

 

            “ซอรินคิดว่าผมชอบแบคฮยอนงั้นเหรอ”

 

 

            “ซอรินไม่รู้ค่ะ  ก็ได้แต่หวังว่ามันจะเป็นแค่ความเอ็นดูในแบบพี่น้องเท่านั้น”

 

 

            “……

 

 

            “เพราะนอกจากจะไม่มีอะไรแล้วเด็กคนนั้นยังเป็นผู้ชายด้วย ชานยอลคงยังไม่ลืมใช่มั้ยล่ะคะ”

 

 

 

 


 

 

 

 

“เซฮุนอย่ากินหมดนะ  ชานยอลยังไม่ได้กินเลย”

 

 

“พี่ชานยอลไม่ชอบกินของแบบนี้หรอก”

 

 

“ขี้โกงอะ  ชานยอลยังไม่ได้ลองชิมซักคำเซฮุนมาบอกไม่ชอบได้ไง”

 

 

มือเรียวยึดกล่องใส่คิมบับหรือข้าวห่อส่าหร่ายเกาหลีมาไว้กับตัวก่อนจะถูกเซฮุนกินมันหมดเกลี้ยงซะก่อนที่ปาร์คชานยอลจะได้กิน   อุตส่าห์เข้าครัวแต่เช้าเพื่อเป็นลูกมือช่วยคุณท่านทำมันมาให้ชานยอลเพื่อตอบแทนที่อีกฝ่ายมีน้ำใจพาเขากลับไปส่งบ้านเมื่อคืนเชียวนะ  และยังเอามาเผื่อเซฮุนกล่องนึงด้วยแล้วแท้ๆแต่อีกฝ่ายก็ยังจะขี้โกงกินส่วนของพี่ชายตัวเองอีก   

 

 

“ชานยอลกินเร็ว”

 

 

….

 

 

นี่ก็แย่  คนอุตส่าห์เอามาให้ถึงที่แต่ไม่ยอมกินซักคำ  เอาแต่อ้างว่าของทำตั้งแต่เช้าแล้วเอามาให้เย็นป่านนี้คงเสียหมดแล้วเลยไม่กิน  มันน่าเคืองไหมล่ะ สภาพอากาศเย็นแบบนี้เก็บเอาไว้กินพรุ่งนี้ยังไม่เสียเลยเหอะแบคฮยอนมั่นใจ 

 

 

“กินหน่อยเหอะน่า  รักษาน้ำใจกันบ้างสิ”

 

 

“อย่าไปตื้อพี่ชานยอลเลยน่าแบคฮยอน  เอามานี่มาเราจะกินให้  อร่อยดี ชอบๆ”

 

 

“เซฮุนกินหมดไปกล่องนึงแล้วนะ ส่วนนี้ของชานยอลห้ามขี้โกงสิ!

 

 

“ก็เขาไม่กินก็เห็นอยู่”

 

 

“เซฮุนอยากกินก็ให้หมอนั่นกินไปเถอะ  ฉันไม่หิว”

 

 

คนตัวเล็กเม้มปากอย่างขัดใจ  ปิดฝากล่องข้าวแล้วกระแทกมันลงบนโต๊ะหินอ่อนสองทีเพื่อประท้วงคนที่เอาแต่ปฏิเสธและสนใจแต่ทำงานในจอโน๊ตบุ๊คนั่น

 

 

หยิ่งอะ..  ไม่รู้หรอว่าในนี้มันคือความตั้งใจของแบคฮยอน  เพิ่งเคยทำครั้งแรกด้วย  แถมยังถ่อตามเซฮุนมาหาถึงชมรมทั้งที่เย็นมากแล้วและควรจะได้กลับบ้านแล้วเนี่ย   

 

 

“กินหน่อยไม่ได้เลยรึไง”

 

 

“เซฮุนนายจะกินก็กิน  หมอนี่จะได้กลับบ้านซักที”

 

 

หน็อย..  ไม่กินแล้วยังจะมาไล่กันอีก

 

 

“บอกว่าไม่ตายก็ไม่ตายสิ  ตอนอยู่ชุมชนผมกินของเหลือได้ตั้งหลายวันยังมีชีวิตอยู่ถึงตอนนี้เลย ดูสิ แข็งแรงดีด้วย”

 

 

….

 

 

“ชาน..

 

 

พอกล่องข้าวถูกอีกฝ่ายดึงออกไปจากมือแบคฮยอนก็เงียบเสียงลง  ทำตาปริบๆมองปฏิกิริยาการกินของปาร์คชานยอลอย่างใจจดใจจ่อทั้งที่ปากยังอมยิ้มไว้ด้วยความดีใจที่สุดท้ายอีกฝ่ายก็ยอมกิน  ถึงจะจำใจเคี้ยวมันด้วยสีหน้ารำคาญแบคฮยอนก็ดีใจอยู่ดี

 

 

“เป็นไง รสชาติดีใช่มั้ย”

 

 

“คุณยายทำมันก็ต้องดีอยู่แล้วไม่เห็นต้องถาม”

 

 

“ผมมีส่วนช่วยด้วย ผมได้ทำตั้งหลายอย่างนะ”

 

 

ชานยอลขี้เกียจจะต่อความ  หยิบข้าวปั้นอีกชิ้นเข้าปากและทำการบ้านของตัวเองที่เอาติดมาทำในชมรมด้วยต่อ   “แล้วจะกลับบ้านยังไง  คุณยายให้ใครมารับ”

 

 

“คุณลุงคนขับรถ”

 

 

“นายควรหัดหาทางกลับบ้านเองได้แล้วนะ”

 

 

“เคยสามครั้งแล้วอย่าพูดไป”

 

 

“ทำให้ได้ทุกวันสิจะได้ไม่เป็นภาระคนอื่น  คุณยายก็ให้ไปเรียนขับรถแล้วไม่ใช่หรอ”

 

 

“หลงทางทุกครั้งเลยอะดิ  ทางที่โซลจำยากไม่เหมือนที่ชุมชน”

 

 

มันคงจะเหมือนได้หรอก  ชานยอลนึกแล้วส่ายหน้าเบาๆ

 

 

“เราไปรับไปส่งแบคฮยอนทุกวันได้นะ เอามั้ย  ไม่คิดค่าน้ำมันด้วย”

 

 

“ไม่เอาหรอกรบกวนเปล่าๆ เรากำลังคิดว่าจะขอคุณท่านกลับรถเมล์แล้วจากนี้  ต้องอยู่ซ้อมวิ่งแทบทุกวันเลยอะตารางเพิ่งออก”

 

 

“แบคฮยอนได้ลงแข่งวิ่งหรอ”

 

 

“อื้อ”

 

 

“เก่งจัง”

 

 

“ยังไม่ทันได้แข่งเลย  เซฮุนตลกอะ ฮ่าๆ”

 

 

“แค่ได้เป็นตัวแทนก็เก่งแล้วน่า”

 

 

ถึงไม่ได้เป็นมันก็คงชมว่าเก่งอยู่ดีเชื่อเถอะ  ไม่รู้จะอวยอะไรกันนักหนา 

 

 

แต่เป็นแบบเซฮุนก็คงดีไปอย่าง หลายครั้งชานยอลนึกอิจฉาน้องที่ทำอะไรก็ดูสนุกไปหมด เป็นพี่น้องกันแท้ๆแต่ดูเหมือนโลกของน้องชายเขากลับมีชีวิตชีวามากกว่าโลกของเขาเสียอีก  เซฮุนเป็นคนไม่คิดเล็กคิดน้อย  ขณะที่เขามักคิดซับซ้อนเกินวัย  เซฮุนเหมือนเด็กที่หลุดออกจากกรอบ  แต่เขาไม่ใช่  สำหรับเขาทุกอย่างต้องเพอร์เฟ็ค หากจะทำอะไรก็ต้องมีเหตุผลมารองรับเสมอ  ใครๆก็บอกว่าเขาติดความเป็นคุณชาย ซึ่งมันก็คงจะจริง 

 

 

ทำไมนะ.. ทั้งที่ก็ถูกเลี้ยงดูมาเหมือนๆกันแต่อุปนิสัยกลับต่างกันสิ้นเชิง

 

 

 

“อ้าวพี่ซอริน”

 

 

เจ้าของชื่อส่งยิ้มจางๆให้เซฮุนแล้วเลื่อนสายตาไปหาปาร์คชานยอลซึ่งมองมาด้วยความสงสัย  ก็เพิ่งแยกจากกันเมื่อชั่วโมงก่อนและซอรินเป็นคนบอกเองว่าต้องกลับไปซ้อมต่อ  มากไปกว่านั้นคือมีปากเสียงกันก่อนแยกทางอีกต่างหาก  แต่ตอนนี้หญิงสาวกลับกำลังยืนอยู่ตรงหน้า

 

 

“ครูสอนมีธุระด่วนแทรกเข้ามาน่ะค่ะคืนนี้ซอรินเลยไม่ต้องอยู่ซ้อม  และจงอินเล่าให้ฟังพอดีว่าวันนี้ชานยอลจะอยู่ทำการบ้านที่ชมรมจนถึงดึกก็เลยจะมาอยู่เป็นเพื่อน”

 

 

“ว้าว  มีแฟนน่ารักแบบนี้คงรักตายเลยว่ามั้ยแบคฮยอน”

 

 

“ไม่อะ”

 

 

“อ้าว..

 

 

เหวอทั้งคนถามและคนได้ยิน  ซอรินเดินไปนั่งลงข้างๆชานยอลไม่สนใจรอยยิ้มแก้เก้อของเซฮุน แต่กำลังเอาความสนใจไปให้หลานรักคุณยาย

 

 

“มืดแล้วยังไม่กลับอีกเหรอ คุณยายคงห่วงแย่แล้วมั้งหรือรอให้ใครมารับอยู่ล่ะ” แค่นเสียงหัวเราะใส่ ก่อนจะแอบชะงักตอนถูกเด็กเมื่อวานซืนเหยียดยิ้มกลับมาให้อย่างเหนือความคาดหมาย

 

 

“รอกลับพร้อมชานยอลล่ะมั้ง”

 

 

 

คนโดนพาดพิงเงยหน้าจากจอโน๊ตบุ๊คขึ้นมองเด็กตัวแสบ

 

 

“ไม่พอใจเรื่องเมื่อวานถึงกับต้องใช้ชานยอลมาประชดฉันเลยงั้นเหรอ  ร้ายไม่เบานี่”

 

 

“สู้ซอรินไม่ได้หรอก”

 

 

“ว่าไงนะ”

 

 

“หน้าตาก็ออกจะสวยแต่ทำไมใจดำนักก็ไม่รู้”

 

 

“อย่าคิดว่ามีคุณยายให้ท้ายแล้วจะพูดจายังไงก็ได้นะ”

 

 

“ใครใช้ภาษาแบบไหนพูดกับผม ผมก็จะใช้ภาษานั้นกับเขาเหมือนกัน”

 

 

แบคฮยอน” เสียงทุ้มเรียกชื่อจากชานยอลไม่ได้ทำให้แบคฮยอนสะเทือนเลยสักนิด  คนตัวเล็กนั่งกอดอกจ้องตาชองซอรินกลับอย่างไม่กลัว  แถมด้วยการแลบลิ้นปลิ้นตาใส่อีกต่างหาก

 

 

“เด็กนิสัยเสีย”

 

 

“อายุเราห่างกันแค่ไม่กี่ปีอย่าพูดเหมือนตัวเองเป็นผู้ใหญ่นักเลย อีกอย่างการทำเรื่องแย่ๆแบบเมื่อวานน่ะผู้ใหญ่ดีๆเค้าไม่ทำกันหรอก” 

 

 

เคืองมาก โกรธมากด้วยแบคฮยอนบอกเลย  ตอนแรกก็กะจะยกโทษให้อยู่หรอกถ้าหากอีกฝ่ายนึกจะขอโทษกันบ้างสักนิด  แต่ดูยังไงซอรินก็ไม่มีท่าทางว่าจะทำแบบนั้นเลยแบคฮยอนยิ่งอภัยให้ไม่ได้

 

 

            “นี่สินะธาตุแท้ของเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า”

 

 

            “ไม่มีตรงไหน  หัวผมก็อยู่นี่  ส่วนจะปลายเท้าหน้าเท้าหลังเท้านี่ก็มีเหมือนกัน จะดูไหมล่ะจะได้เอาขึ้นมาให้ดู”

           

 

            “แบคฮยอน

 

 

            “ไม่ต้องมาเข้าข้างแฟนตัวเองเลยนะชานยอล!” 

 

 

คนโดนหางเลขไปด้วยถึงกับอยากกุมขมับ  ส่วนเซฮุนได้แต่นั่งมองหน้าสองพี่น้องคนละสายเลือดสลับกันไปมาอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์  เพิ่งเคยเห็นแบคฮยอนเถียงคอเป็นเอ็นแบบดุเดือดอย่างนี้ครั้งแรก  ท่าทางเหมือนจะโกรธมากแต่ทำไมเซฮุนเห็นแล้วรู้สึกว่าน่ารักล่ะ..  ไม่น่ากลัวเลยสักนิด  ผิดกับพี่ซอรินที่เซฮุนขอไม่ออกความเห็นก็แล้วกัน

 

 

“ถ้าจะเถียงกันก็ไปที่อื่นฉันจะทำงาน”

 

 

“ไม่ไป ทุกคนจะต้องเป็นพยานความร้ายกาจของซอริน”

 

 

โดนทิ้งไม่กี่ชั่วโมงก็พูดซะเหมือนชองซอรินไปเผาบ้านหรือจ้างฆ่าใครอย่างนั้นล่ะ  และที่นั่งฟังๆมานี่ก็เห็นพูดฉอดๆยืดยาวมากกว่าซอรินที่ตัวเองบอกเองว่าร้ายนักร้ายหนาซะอีก

 

 

เฮ้อ

 

 

“อ่าวพี่จะไปไหน จะกลับแล้วเหรอ”

 

 

“เออ”

 

 

“ไม่อยู่ทำงานต่อหรือคะ”

 

 

จะให้ทำต่อได้ยังไงมีแต่เสียงเถียงกันไม่หยุดอยู่แบบนี้  ชานยอลลุกขึ้นเก็บของใส่ลงกระเป๋าไม่พูดไม่จา  สีหน้าแสดงชัดว่ารำคาญไปหมดทุกสิ่งอย่างในเวลานี้

 

 

 

ฮี่!!!

 

 

 

“แย่แล้วครับๆๆ!

 

 

เสียงตะโกนบอกพร้อมการวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาทำเอาตกอกตกใจตามๆกัน  ชานยอลวางสัมภาระลงบนโต๊ะพลางเดินเข้าไปถามเรื่องจากรุ่นน้องคนที่มาแจ้งเหตุ

 

 

“เกิดอะไรขึ้น”

 

 

“ม้าตัวที่ป่วยร้องหงุดหงิดใหญ่เลยครับรุ่นพี่”  

 

 

หอบแฮ่กเข้ามาบอกยังไม่ทันหายเหนื่อยรุ่นน้องคนเดิมเป็นอันต้องวิ่งตามหลังรุ่นพี่ตัวสูงพ่วงตำแหน่งประธานชมรมไปอีกหน  ทั้งเซฮุน ซอริน และแบคฮยอนก็ตามไปดูด้วย

 

 

“ทำไมเป็นอย่างนี้  ยังไม่ได้ตามหมอมาดูอาการมันอีกหรอ”

 

 

“ตามแล้วครับ ก่อนหน้านี้ก็เหมือนจะดีขึ้นไม่รู้หงุดหงิดอะไรของมันขึ้นมาอีก”

 

 

“พากันย้ายม้าคอกข้างๆไปไว้ห่างๆก่อนแล้วกัน”

 

 

“แล้วเจ้าตัวดีนี่ล่ะครับ”

 

 

“ฉันจัดการเอง” 

 

 

ได้ยินแบบนั้นเลยไม่มีใครกล้าขัดทั้งที่รู้สึกเป็นห่วงคุณชายกันอยู่ไม่น้อย  ม้าตัวนี้หลายคนจำความพยศของมันได้ดี  เป็นม้าตัวแสบอีกตัวที่คริสเพื่อนสนิทชานยอลชอบใช้  แต่สี่ห้าวันมานี้อาการมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่  ไม่ยอมกินอะไรแถมหงุดหงิดง่าย  อย่างตอนนี้ก็ส่งเสียงอาละวาดจนแทบจะแหกคอกออกมา  และเพราะคอกของม้าแต่ละตัวอยู่ติดกันเป็นล็อกๆชานยอลไม่อยากให้มันก่อปัญหากับม้าตัวอื่นๆจึงต้องสั่งให้รุ่นน้องช่วยกันแยกม้าที่ยังปกติดีออกไปก่อน

 

 

“พวกนายก็ถอยออกไปห่างๆด้วย”

 

 

“ระวังด้วยพี่ชาย”

 

 

เซฮุนยืนมองพี่ชายอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆตามคำสั่ง  รู้ว่าพี่เก่งแต่ใครจะรับประกันว่าม้าตัวนั้นจะไม่หงุดหงิดจนดีดหรือทำร้ายพี่ชายเขาล่ะ  มันก็ช่างเลือกเวลาอาละวาดถูกซะจริงๆ  ทุกทีคนในชมรมอยู่กันเยอะแยะไม่เห็นเป็นอะไร  พอสมาชิกเหลือน้อยจนแทบไม่มีใครช่วยเหลือได้น่ะก่อเรื่องเชียว  คนงานดูแลม้าก็ไม่รู้ว่าหายไปไหนกันหมด น่าสั่งเปลี่ยนยกเซทไหมล่ะแบบนี้

 

 

ฮี่!!!!

 

 

ทุกคนยืนเอาใจช่วยชานยอลอย่างใจจดใจจ่อ  เห็นคนตัวสูงลูบตัวมันเบาๆพลางพูดพึมพำอะไรด้วยซักอย่างซึ่งไม่มีใครได้ยินมันถนัด  แต่ก็น่าจะได้ผลเพราะม้าดูสงบลงอย่างเห็นได้ชัด

 

 

“เฮ้ยแบคฮยอนออกมา”

 

 

ฮี่

 

 

ชู่วว์!~  ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร  ชู่วว”  ระหว่างพูดกล่อมม้าชานยอลขมวดคิ้วดุคนที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาผ่านสายตาไปด้วย  ไม่เท่านั้นยังชี้นิ้วสั่งห้ามให้แบคฮยอนก้าวเข้ามาใกล้ไปมากกว่านี้อีก

 

 

“อย่าหาเรื่องใส่ตัว  ออกไปก่อน”

 

 

“ผมอยากลองทำแบบชานยอลบ้าง”

 

 

“เล่นให้มันรู้เวลาบ้าง  ออกไป”

 

 

พยายามใช้เสียงเบาในการดุอีกฝ่าย  ระหว่างนั้นเสียงค่อกๆฟึดฟัดของม้าก็ดังให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ  ชานยอลข่มอารมณ์ก่อนจะส่งสายตาให้เซฮุนเข้ามาลากเพื่อนออกไปก่อนจะได้เจ็บตัว

 

 

“ม้ามันไม่สบายอยู่นะแบคฮยอน”

 

 

“เราแค่อยากดูใกล้ๆ”

 

 

“ตอนนี้ไม่ดีหรอก  มันกำลังอารมณ์เสียอาจจะทำอันตรายกับเราได้”

 

 

“ไม่ใช่แค่ม้านะ นายกำลังทำให้ชานยอลอารมณ์เสียตามไปด้วย  อะไรควรไม่ควรทำแยกแยะไม่ได้เลยเหรอถามจริง”

 

 

เซฮุนกอดไหล่คนถูกตำหนิไว้เป็นการปลอบใจว่า ไม่เป็นไรนะ ยืนดูด้วยกันอยู่ตรงนี้ดีกว่า  แบคฮยอนกำลังรู้สึกผิดที่ทำตัวไม่รู้จักกาลเทศะเพียงเพราะต้องการเข้าใกล้สัตว์สุดเท่ตัวนั้น  แต่พอเห็นชองซอรินเดินเข้าคอกม้าไปยืนข้างชานยอลหน้าตาเฉยแถมได้ลูบตัวม้าโดยไม่โดนชานยอลออกปากไล่เหมือนที่เขาโดนตะกี้ แบคฮยอนก็รู้สึกไม่พอใจกับความลำเอียงนั้นขึ้นมา

 

 

“เราทำไม่ได้แต่ทำไมซอรินทำแบบนั้นได้ล่ะเซฮุน”

 

 

“เอ่อ..พี่ซอรินเค้าขี่ม้าเก่งนะ คงอยากเข้าไปช่วยพี่ชานยอล”

 

 

“พี่ชายเซฮุนลำเอียงชัดๆ เมื่อกี้ไล่เราแต่ดูตอนซอรินเข้าไปสิ  ไม่ยุติธรรมเลย!

 

 

“ไม่เอาน่า ก็เขาเป็นแฟนกันนี่แบคฮยอน”

 

 

“เหอะ แฟนตัวเองทำได้แต่คนอื่นทำไม่ได้งั้นหรอ”

 

 

“โอ้ย! โกรธพี่ชานยอลแล้วมาชกแขนเราทำไมเนี่ย” 

 

 

เราผิดอะไรแบคฮยอน เราผิดอะไรรรรรร  โกรธใครก็ไปลงกับคนนั้นสิ  นี่นอกจากจะโดนตีแทนแล้วยังโดนทำหน้าไม่พอใจใส่แทนอีก แบคฮยอนก็ไม่ยุติธรรมกับเราเหมือนกันนนน

 

 

“อย่าเป็นแบบนี้สิ”

 

 

……

 

 

“แบคฮยอนอ่า”

 

 

“เราไม่ได้โกรธเซฮุน แต่เราโกรธพี่ชายเซฮุน”

 

 

“งั้นก็หันมาคุยกับเราดีๆสิ  หันหน้าหนีทำไม”

 

 

นี่รู้สึกเหมือนโดนโกรธเองเลย ถึงตอนทำหน้าเคืองจะดูน่ารักอีกแล้วก็เถอะ  ยังไงเซฮุนก็คิดว่าตอนแบคฮยอนยิ้มมันน่ามองกว่านะ  คุยกันดีๆ พูดอะไรให้ฟังก็ดูตื่นเต้นตามแบบนั้นดีกว่าทำเมินใส่แบบนี้เป็นไหนๆเลย

 

 

“เดี๋ยวเราพาแบคฮยอนไปจับตัวอื่นดีไหม”

 

 

“เซฮุนพูดจริงหรอ!

 

 

นี่แหละ ต้องหน้าแบบนี้

 

 

“แค่จับอย่างเดียวนะโอเคมั้ย” 

 

 

“โอเค”  พยักหน้ารับหงึกๆว่าง่ายเชียว  น่าหยิกแก้มเป็นบ้า

 

 

“ตามมาสิ”

 

 

คนตัวเล็กยิ้มอารมณ์ดีเดินตามหลังเพื่อนตัวสูงไปหาม้าตัวหนึ่งที่เซฮุนเล่าให้ฟังว่าเป็นตัวที่ตนชอบใช้ขี่ซ้อม  มันตัวโตและสวยมาก  ขนสีน้ำตาลเงาเข้มๆลูบแล้วลื่นมือทำเอาคนตัวเล็กชอบใจ

 

 

“เราอยากขี่อ่ะ”

 

 

นั่นไง  คิดแล้วเชียวว่าพามาแล้วต้องได้ยินแบบนี้

 

 

“เซฮุนให้เราขึ้นหลังมันหน่อยได้มั้ย”

 

 

“คนนอกขี่ม้าของชมรมไม่ได้แบคฮยอน  พี่ชานยอลก็อยู่แถวนี้ด้วยเอาไว้เราหาโอกาสไปเที่ยวด้วยกันที่มันมีม้านะ เราจะพาแบคฮยอนขี่เอง”

 

 

“แต่เราอยากขี่ตอนนี้นี่ แปปเดียวก็ได้”

 

 

“เมื่อกี้เราตกลงกันว่ายังไงน๊า

 

 

“เซฮุนนา..

 

 

“แค่พามาจับใช่หรือเปล่า”

 

 

“เซฮุนนะ  นะนะขอแปปเดียวจริงๆ”

 

 

…..

 

 

“นะเซฮุน

 

 

ถึงจะทำตาปริบๆพร้อมงับปากเล็กปากน้อยอ้อนเหมือนทุกทีเซฮุนจะไม่ใจอ่อนให้เด็ดขาด  น่ารักแค่ไหนก็จะตอบว่าไม่  ใจจะสั่นแค่ไหนก็จะตอบว่าไม่  ถ้าเซฮุนใจอ่อนเมื่อไหร่พี่ชานยอลต้องเล่นงานทั้งเขาและแบคฮยอนแน่ๆ  อีกอย่างเซฮุนยังไม่สนิทกับม้าตัวนี้มากนัก หากเกิดอะไรขึ้นมาคงควบคุมกันลำบาก

 

 

เซฮุนนายอยู่ไหนน่ะ  ฉันจะกลับแล้วนะ

 

 

“ผมอยู่นิ.. แบคฮยอน!

 

 

ให้ตาย ให้ตาย ให้ตาย!!  เผลอแปปเดียวเพื่อนตัวเล็กขึ้นไปอยู่บนหลังม้าจนได้

 

 

“ลงมาเร็ว”

 

 

เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเซฮุนขอไม่เดาได้มั้ยว่าเป็นพี่ชานยอล  โอ่ยรู้สึกงานเข้า  หันกลับมาหาแบคฮยอนรายนี้นอกจากไม่ยอมลงมาง่ายๆแล้วยังยิ้มเผล่สุขใจแถมตีขาลงไปบนตัวม้าทำท่าจะควบมันออกไปอีก

 

 

“เซฮุนนายยังอยู่แถวนี้ไหม”

 

 

“แบคฮยอนพี่ชานยอลเดินมาทางนี้แล้วนะ รีบลงมาก่อนเร็ว”

 

 

“ขออีกแปปนึงนะ ”

 

 

ตาย บอกเลยถ้ายังเป็นแบบนี้งานนี้มีตาย

 

 

“รีบลงมาสิแบคฮยอน”

 

 

“มันจะเดินแล้วเซฮุน”

 

 

ฮี่ ฮี่... ฮี่!

 

 

“ลงมาเร็วเข้า”

 

 

“ฮ่าๆ มันดีอะเฮ้ยยยย!!!

 

 

  ฮี่!!!!!!

 

 

เซฮุนตาเหลือกตอนที่ม้าประจำตัวของตัวเองดิ้นไปมาพลางยกขาหน้าทั้งสองข้างขึ้นเมื่อถูกรบกวนอย่างหนักจนหงุดหงิด

 

 

ฮี่!!!!

 

 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ”

 

 

“อ้ากกกกกกกกกก / แบคฮยอน!!!

 

 

ม้าตัวใหญ่วิ่งหลุดออกไปจากคอกพร้อมเสียงอึกทึกครึกโครมและเสียงร้องขอความช่วยเหลือของแบคฮยอน

 

 

เซฮุนช่วยด้วยยยยย

 

 

“พวกนายทำบ้าอะไรกันปาร์คเซฮุน!

 

 

อ้ากกเซฮุนนนนนนนนน

 

 

“แบคฮยอน โอ้ย ช่วยแบคฮยอนก่อน ไปช่วยแบคฮยอนกันก่อนเร็วเข้า” 

 

 

เซฮุนพูดจนลิ้นพันกันไปหมดขณะวิ่งตามคนที่หลุดออกไปพร้อมม้าอย่างสุดชีวิต  ได้ยินเสียงสบถของพี่ชายไล่หลังมาติดๆ เลยก่น  เวร เวร เวร! ออกมาบ้าง

 

 

ช่วยด้วยแงงงงงง!!!’

 

 

“แบคฮยอนจับเชือกไว้แน่นๆอย่าดึงหูมันแบบนั้นเซ่!

 

 

ชานยอลตะโกนดังจนก้องไปทั่วทั้งสนาม

 

 

“โง่หรือบ้าวะเนี่ยปัดโธ่!

 

 

ฮี่!!!! อ้ากกกกกก

 

 

“บอกว่าอย่าจับอย่างนั้นไง!

 

 

ฮืออออออออออ ช่วยด้วย

 

 

“ระวังตก แบคฮยอน!

 

 

แงงงงงงง

 

 

“เวรเอ้ย!

 

 

ตุ่บ

 

 

ภาพคนตัวเล็กหงายหลังตกลงจากหลังม้าฉายชัดเต็มสองตาของสองพี่น้องและคนอื่นๆที่วิ่งตามเข้ามาดูเหตุการณ์  แน่นอนว่าเป็นที่น่าตกใจแต่ก็ยังนับเป็นความโชคดีของเด็กตัวแสบที่ตอนพลัดตกลงมาม้าเริ่มหยุดวิ่งพอดี  ไม่เช่นนั้นคงได้มีตายหรือเลี้ยงไม่โตแน่

 

 

“แบคฮยอนเป็นยังไงบ้าง!

 

 

“จ..เจ็บ..” 

 

 

ทั้งเจ็บทั้งจุกจนพูดไม่ออกเลย

 

 

“อะ..!

 

 

“ไงล่ะอยากดื้อดีนัก”

 

 

เพียงแค่ช่วยพลิกตัว  ทั้งแผลสดและรอยช้ำตามตัวก็ปรากฏให้เห็นจนเซฮุนหน้านิ่วคิ้วขมวดตาม  ชานยอลได้แต่มองแล้วถอนหายใจ ไม่วายส่งสายตาดุๆไปให้น้องชายสะดุ้ง

 

 

“สนุกกันสมใจพอหรือยังคราวนี้”

 

 

“ไม่เอา!

 

 

“อะไรอีก”

 

 

“ไม่ต้องอุ้ม”

 

 

…..

 

 

“ให้เซฮุนช่วย”

 

 

…..

 

 

“เซฮุน”

 

 

“โอเคๆ มาแล้ว..”  

 

 

ไม่รู้ทำไมเซฮุนต้องรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ พอรู้ตัวว่าตัวเองเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พาแบคฮยอนไปตกม้าก็ไม่กล้าแตะต้องตัวอีกฝ่ายเลย  แต่เพราะแบคฮยอนเรียกให้ช่วยเซฮุนก็ไม่ปฏิเสธ  รีบเข้ามาประคองเพื่อนให้ลุกขึ้นในขณะที่พี่ชายที่กำลังจะช่วยอุ้มเมื่อครู่ได้แค่ลุกขึ้นหลบทางให้

 

 

“ให้เราอุ้มไหม”

 

 

“เราตัวหนักไม่ต้องหรอกอ้ะ!

 

 

“เราไหว ไม่ทำแบคฮยอนตกหรอก”

 

 

“ไม่เป็นไร”

 

 

“แล้วจะไปยังไง เดินเองไม่ไหวแน่ๆแบบนี้  งั้นขี่หลังเราแทนแล้วกันมา”

 

 

เห็นความทุลักทุเลแล้วชานยอลก็อดไม่ได้

 

 

“โอ้ย!

 

 

คนตัวเล็กถูกดึงมาก่อนจะได้ขึ้นหลังของเซฮุน เจ็บจี๊ดแค่ช่วงแรกก่อนจะสบายขึ้นตอนวงแขนแกร่งอุ้มขึ้นมาในท่าเจ้าสาว

 

 

“ให้ฉันอุ้มแล้วมันจะตายหรอ”

 

 

“ไม่ตาย แต่ไม่อยากให้อุ้ม”

 

 

“ถ้าหวังจะให้เซฮุนมันช่วยก็รู้ไว้หน่อยว่าเจ้าเด็กนั่นเคยแขนหัก”

 

 

……

 

 

“คงเข้าใจแล้วนะ”

 

 

“ชานยอลคะ  ซอรินว่า..

 

 

“ซอรินช่วยเซฮุนจัดการเรื่องม้ากับชมรมแทนผมทีสิ  ผมจะพาแบคฮยอนกลับไปส่งและจะอยู่บ้านคุณยายรอ”

 

 

“แต่..

 

 

“รบกวนด้วยนะ”

 

 

 



 

 

 

แบคฮยอนถูกพามาส่งที่บ้านและกำลังให้หมอตรวจดูอาการอยู่ในห้องนอน  เป็นการซนจนได้เรื่องทั้งยังสร้างความตกอกตกใจให้กับคนที่บ้านโดยเฉพาะท่านหญิงชองพูจอง ผู้เป็นยายบุญธรรม 

 

 

มีชีวิตมาจนอายุปูนนี้ก็เพิ่งมีอะไรแปลกๆให้คาดไม่ถึงตลอดเวลาตั้งแต่รับแบคฮยอนเข้ามาดูแลนี่แหละ  เพราะลูกหลานในความดูแลทุกคนล้วนเป็นผู้หญิง  กิริยามารยาทว่านอนสอนง่ายและเรียบร้อยสมเป็นเพศที่อ่อนโยน  ส่วนชานยอลและเซฮุนที่ท่านเอ็นดูไม่แพ้กันนั้น ถึงจะเป็นเด็กผู้ชายที่มีนิสัยดื้อซนตามประสาบ้างแต่ก็ยังมีขอบเขต  พูดจารู้เรื่อง และมีความเป็นผู้ใหญ่สูงกว่าแบคฮยอนคนนี้เป็นไหนๆ

 

 

เสน่ห์ของแบคฮยอนคือมีความเป็นเด็กซื่อตรงและมีความเป็นธรรมชาติสูง

 

 

แต่ถ้าจะเจ็บตัวกลับมาขนาดนี้ท่านก็คิดว่าบางทีอาจจะสูงเกินไปหน่อย

 

 

 

“ยายล่ะอยากจะเป็นลมจริงๆ”

 

 

ตอนเห็นอาการหลานครั้งแรกแทบลมจับ 

 

 

“ซ่าจนได้เรื่องจนได้นะเจ้าหลานคนนี้ ฮ่าๆ”

 

 

แต่พอเห็นเจ้าตัวดีเถียงคุณหมอได้ฉอดๆก็อดขำไม่ได้ ท่านหญิงยืนหัวเราะซะจนเหนื่อยหอบ  คนในบ้านล่ะนึกยอมใจกับความรักความเอ็นดูที่ท่านให้แบคฮยอนจริงๆ  ไม่ว่าคนตัวเล็กจะทำอะไรก็ดูจะเป็นความสุขของท่านไปเสียทุกอย่าง 

 

 

“ค่อยๆสิครับ  เดี๋ยวอาการก็กำเริบหรอก”

 

 

“ให้ยายตายเพราะหยุดหัวเราะไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก  อย่างน้อยก็มีความสุขนะชานยอล  ดีกว่าต้องนั่งเหงาไร้ชีวิตชีวา รอเวลากินยาประทังไปวันๆแล้วก็ตายไป”

 

 

“คุณยายยังต้องมีชีวิตอยู่เพื่อมองลูกหลานเติบโตอีกนานเชื่อผมเถอะครับ”

 

 

“อย่าปลอบใจคนแก่เลย  ไม่ช้าก็เร็วทุกคนก็ต้องไปเหมือนกันทั้งนั้น  แค่ทุกวันนี้มีความสุขดียายก็พอใจแล้ว”

 

 

“เพราะแบคฮยอนสินะครับ”

 

 

“เพราะลูกหลานทุกคนต่างหาก” มือเหี่ยวย่นลูบหลังของหลานชายตัวสูงพร้อมส่งยิ้มอบอุ่นให้ “แต่แบคฮยอนก็เป็นอะไรที่ทำให้ชีวิตคนแก่วัยใกล้ตายอย่างยายมีสีสันต์ขึ้น”

 

 

“อย่าเอาแต่พูดถึงเรื่องแบบนั้นสิครับ”

 

 

“ชานยอลก็อย่าเอาแต่ทำหน้าเครียดตั้งแต่ยังหนุ่มแบบนี้สิ  ยายว่าเรากับแบคฮยอนต้องแบ่งนิสัยกันบ้างแล้วล่ะ ให้มันมีความพอดี ฮ่าๆ”

 

 

ว่าพลางทอดมองแบคฮยอนกับคุณหมออยู่ห่างๆ  ตอนนี้ท่านและชานยอลยืนมองคนด้านในกันอยู่หน้าประตูห้อง  ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงแบคฮยอนรอดออกมาท่านก็จะหัวเราะตาม  ซึ่งชานยอลเห็นแล้วได้แต่นึกสงสัย

 

 

“ผมยังไม่เคยถาม ทำไมคุณยายถึงรับอุปถัมภ์แบคฮยอน ทำไมถึงเอ็นดูเด็กคนนี้”

 

 

“มันเป็นความรู้สึกถูกชะตาของยาย”

 

 

“ชอบเด็กดื้อเหรอครับ”

 

 

“แล้วชานยอลคิดว่าเด็กดื้อของยายน่ารักหรือเปล่า”

 

 

“ถึงผมตอบว่าไม่คุณยายก็คงเถียงอยู่ดี”

 

 

ฮ่าๆ  จริงๆยายว่าแบคฮยอนเป็นเด็กดีนะ เพียงแค่สภาพแวดล้อมที่โตมามันอาจทำให้นิสัยดูดื้อแบบนั้น  ส่วนเรื่องกิริยามารยาทของตาหนูก็ดีขึ้นกว่าตอนแรกเยอะเลยล่ะ ชานยอลก็อย่าว่าน้องนักสิ  เด็กมันจะเสียกำลังใจ”

 

 

“ห่วงจะเสียกำลังใจเลยตามใจจนได้เรื่องอย่างวันนี้ก็ไม่ควรนะครับ”

 

 

“เรานี่น๊า”  มีความเป็นผู้ปกครองสูงตั้งแต่ยังไม่แก่เลยสิน่า  อีกหน่อยแต่งงานมีครอบครัวคงไม่ต้องให้ห่วงอะไรแล้ว  ผิดกับเซฮุนกับแบคฮยอน  สองรายนี้ไม่รู้อีกกี่ปีนิสัยถึงจะโตตามอายุ

 

 

“แล้วกับซอรินเป็นยังไงล่ะ  ได้คุยถึงเรื่องแต่งงานกันบ้างหรือยัง”

 

 

“ผมยังไม่คิดถึงเรื่องนั้น อยากเรียนให้จบก่อน”

 

 

“ยายว่าหมั้นกันไว้ก็ดีนะ  ส่วนเรื่องแต่งเอาไว้เรียนจบเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกทีก็ได้”

 

 

“อย่าเพิ่งเลยดีกว่าครับ  เป็นแบบนี้ก็สบายใจกันดีอยู่แล้ว”

 

 

“อย่างนั้นหรือ  ถ้าชานยอลพูดขนาดนี้ยายคงไม่กล้าขัด”

 

 

“คุณยายครับ”

 

 

…..

 

 

“ถ้าอนาคตมันไม่ได้เป็นอย่างที่ผู้ใหญ่ต้องการ..

 

 

“หลานมีคนที่ชอบแล้วหรือ”

 

 

“ไม่ใช่ครับ  ก็แค่.. กับซอรินบางครั้งผมรู้สึก” พออยู่ต่อหน้าคุณยายทีไรชานยอลนึกอยากทำตามใจตัวเองไม่ค่อยได้ทุกที  เขาเคารพท่านมาก  มากไม่น้อยไปกว่าพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่แท้ๆของตัวเองเลย  บวกกับความสนิทและความสบายใจที่ได้รับจากความเอ็นดูมาตลอดจึงทำให้ชานยอลรักท่านผู้หญิงคนนี้มาก  หากมีอะไรที่ทำให้ท่านมีความสุขชายหนุ่มก็ยินดี

 

 

แต่กับบางเรื่องที่คิดมานานแล้วก็อยากลองพูดออกไปสักครั้ง..

 

แต่ก็ไม่รู้ว่าควรทำหรือไม่  กังวลว่าจะเป็นการไม่ให้เกียรติฝ่ายหญิง

 

 

“อยากจะพูดก็พูดมาเถอะ  ยายรอฟังเราอยู่”

 

 

“ผมรู้สึกว่าเรา..

 

 

โอ้ยยยยย!!!!!!

 

 

เสียงอุทานร้องลั่นห้องแทรกเข้ามาดึงความสนใจของสองยายหลานไปจนหมดสิ้น  ชานยอลหลับตาลงอย่างคนอดกลั้น  ถ้าประโยคที่ว่าการถอนหายใจมากๆทำให้อายุสั้นเป็นจริง  ชายหนุ่มคิดว่าตัวเองคงได้มีชีวิตอยู่ต่อถึงอีกแค่ไม่กี่วันข้างหน้านี้แน่ๆ

 

 

“เป็นอะไรลูกเป็นอะไร  ทำไมร้องอย่างนั้น”

 

 

“โอย

 

 

“หมอบอกคุณหนูแล้วนะครับว่าช่วงนี้ให้งดใช้น้ำหนักเท้า แต่...

 

 

“ก็ไม่ยอมฟัง”  ชานยอลต่อประโยคให้คุณหมอจนจบ  ความดื้อด้านของเด็กคนนี้ไม่เคยลดน้อยลงเลยจริงๆ  ไม่ว่าสภาพร่างกายจะเอื้ออำนวยหรือไม่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค  ชานยอลคิดว่าหากจะเจ็บตัวแบบนี้ก็สมควรแล้ว

 

 

“เชื่อฟังคำคุณหมอหน่อยสิลูก  แบบนี้เมื่อไหร่หนูจะหาย”

 

 

“หมอให้แบคฮยอนงดเดินอย่างน้อยสามวัน  แต่แบคฮยอนคิดว่าตัวเองไม่ได้เจ็บหนักขนาดนั้น”

 

 

“ข้อเท้าบวมมากครับ  อีกนิดกระดูกจะเคลื่อนอยู่แล้ว”

 

 

“เดี๋ยวก็หายแล้ว”

 

 

คุณหมอถอนหายใจ  ตลอดเวลาที่มารักษารู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นหมอเด็กที่ต้องมาคอยปากเปียกปากแฉะพูดกับคุณหนูคนใหม่ของตระกูลชอง  นี่ถ้าไม่ใช่ลูกหลานท่านหญิงรับรองต้องมีดุกันล่ะงานนี้

 

 

“คุณแบคฮยอนต้องงดเดินไปจนกว่าอาการบวมจะทุเลาลงนะครับ  ยาก็ต้องทานให้ครบและตรงเวลา ยาทาก็เหมือนกัน”

 

 

“คงอีกหลายวันใช่มั้ยคุณหมอ”

 

 

“ครับท่านหญิง  ถ้าหยุดเรียนได้หมอก็อยากจะให้หยุด ซักสองสามวันก็ยังดี”

 

 

“ไม่ได้ๆ ผมมีนัดซ้อมวิ่งเย็นมะรืนนี้นะ”

 

 

“โอ.. อย่าเพิ่งคิดไปถึงเรื่องวิ่งเลยครับ  ตอนนี้อยู่เฉยๆไม่ลุกไปไหนจะดีที่สุด”

 

 

“ไม่ได้จริงๆผมนัดรุ่นพี่และโอ้ย!”  คนตัวเล็กซี๊ดปากทันทีหลังจากเผลอกระทืบเท้าตอนใส่อารมณ์คุยกับหมอที่พูดจาไม่ค่อยจะรู้เรื่อง    แผลที่เท้านี่ก็เหมือนกัน  ทำเอาปวดจี๊ดถึงก้านสมอง แค่ขยับน้ำตายังแทบเล็ด  ขัดใจจริงๆ!  

 

 

“เฮ้อ.. ชานยอลอยู่เป็นเพื่อนน้องไปก่อนนะลูก  เดี๋ยวยายจะลงไปส่งคุณหมอ”

 

 

“ครับ”

 

 

….

 

 

….

 

 

….

 

 

….

 

 

“มองไร” 

 

 

คนตัวเล็กขยับตัวขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียง  ก้มลงแตะๆแผลบวมที่เท้าและพินิจพิจารณารอยช้ำตามแขนขาไปเรื่อยเพียงเพราะไม่อยากจะสนใจคนตัวสูงที่เอาแต่ยืนค้ำหัว สองแขนกอดอก วางท่าใส่เหมือนทุกที  เหอะ!  แบคฮยอนยังจำเรื่องความลำเอียงที่อีกฝ่ายมีให้แฟนกับคนนอกอย่างแบคฮยอนได้อยู่นะ

 

 

“มองอะไรนักหนา  อยากจะซ้ำเติมอะไรก็ว่ามาเลยไม่ต้องมาทำเก๊กใส่หรอก”

 

 

“เจ็บตัวอยู่ยังจะทำปากดีอีก ขอบคุณที่ช่วยซักคำก็ไม่มี มันน่าให้โดนหนักกว่านี้”

 

 

“ก็ไม่ได้ขอนี่  อีกอย่างชานยอลก็ไม่ได้ตั้งใจจะช่วยผมจริงๆหรอก!

 

 

ชานยอลทำหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

 

 

“นี่คือสิ่งที่ฉันควรได้รับหลังจากช่วยอุ้มนายจนปวดแขนงั้นหรอ”

 

 

“ถ้าผมเดินได้ผมก็จะเดินเองไม่รบกวนหรอก!

 

 

“แล้วเดินเองได้ไหมล่ะ”

 

 

“ตอนนี้ยัง  แต่พรุ่งนี้จะวิ่งให้ดูเลย!

 

 

“ที่หมอพูดให้ฟังมันเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวาของนายหมดเลยเหรอ”

 

 

“ผมรู้น่า แต่เดี๋ยวก็ดีแล้ว ยังไงก็ต้องหายก่อนมะรืน”

 

 

“จะลงแข่งจริงหรือก็ไม่ใช่  แล้วหอบเอาสภาพพิการอย่างนี้ไปสนามใครเค้าจะให้ซ้อม  เลิกเถียงข้างๆคูๆเป็นเด็กๆซักทีเถอะ  อยากหายไวๆก็ทำตามที่หมอบอกมันยากตรงไหน”

 

 

“ใช่สิผมไม่ใช่ซอรินหนิ!

 

 

…..

 

 

“เอาแต่ติๆๆ ผมทำอะไรก็ไม่เคยดีหรอก  ทีกับแฟนตัวเองล่ะไม่เห็นจะว่าอะไรซักคำ”

 

 

“หมายความว่าไง”

 

 

“ที่บอกชานยอลใจดีเมื่อคืนถอนคำพูดแล้วนะ”

 

 

….

 

 

“ชานยอลก็พวกเดียวกับซอริน  ลำเอียง  ไม่ยุติธรรม”

 

 

“ฉันทำอะไร  ไม่ยุติธรรมยังไง”

 

 

“ไม่พูดแล้ว”

 

 

พออีกคนสะบัดหน้าหนีไม่ยอมพูดให้เคลียร์  ปาร์คชานยอลเลยนั่งลงบนเตียงพร้อมจับยึดเท้าเล็กข้างที่บวมเป่งไว้และตั้งท่าจะกระตุกมัน

 

 

“โอ้ยชานยอลอย่านะ!” 



“ไหนล่ะ  บอกมาสิฉันทำอะไร  ไม่ยุติธรรมตรงไหน”

 

 

……

 

 

“ต้องเจ็บตัวก่อนสินะ”

 

 

“อย่า!”  มือใหญ่ถูกมือเล็กตะครุบห้ามไว้  “นิสัยไม่ดีเลย  ก็ชานยอลไล่ผม แต่พอซอรินเข้าไปหาชานยอลไม่ว่าอะไรซักคำ  ไม่ยุติธรรม”

 

 

ตอนอยู่ในคอกม้าน่ะเหรอ

 

 

“รู้แล้วก็ปล่อย แกล้งทำไมก็ไม่รู้

 

 

“แล้วถ้าฉันจะลำเอียงกับซอรินมันแปลกหรอ  ในเมื่อเธอ..

 

 

“เป็นแฟนชานยอล!”  พูดแล้วต้องเบะปากใส่เป็นของแถม  “จูบดุเดือดกันขนาดนั้นไม่เห็นจะต้องบอกผมก็รู้อยู่แล้ว ”

 

 

 “นายนี่มัน

 

 

“ผมจะนอนแล้วชานยอลออกไปเถอะ”

 

 

ให้ตาย..

 

  

“ออกไปซี่”

 

 

“ไล่แล้วอย่ามาวอแวฉันอีกก็แล้วกัน”

 

 

“ได้เลย จากนี้ไปเราต่างคนต่างอยู่!

 

 

“บอกตัวเองเถอะ”

 

 

เหอะ! / เหอะ

 

 

 

ปั้ง

 



#ficmysscb



 

 

Talk:

 

งอนกันแล่ววววว  เอาไงต่อล่ะทีนี้   (ノ゜O)

 

// เม้นโหวตให้กันด้วยน้า







 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 407 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5081 sleepaholic (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 10:31
    ตอนนี้แบคดื้อไปจริงอะ เค้าห้ามก็เพราะเป็นห่วงกันจะอันตรายกันนะลดความเอาแต่ใจให้น้อยลดลงฟังเหตุผลให้มากขึ้นนิดนึงนะแบค
    #5,081
    0
  2. #5077 AyuraBinDawud (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 19:01

    แบคดื้อเกินจนดูไม่น่ารักเเล้วน่ะ แบบไม่ฟังใครเลย ชนิดไร้เหตุผลเลย ไม่นึกถึงคนที่ห่วงตนเองด้วย แบบนี้ไม่ดีเลยแบค เเล้วใครจะเอาอยู่บ้างเนียะ

    #5,077
    0
  3. #5067 ชานแบคน่ารัก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 20:38
    แบคดื้อว่ะ
    #5,067
    0
  4. #5034 unyasssss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 01:06
    แต่แบคก้ดื้อเกินไปอะแหละ5555
    #5,034
    0
  5. #5033 unyasssss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 01:05
    ขำอ่ะะะ ชอบบบบบ5555555
    #5,033
    0
  6. #4992 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:18
    พ่อแงแม่งอนจริงๆ555
    #4,992
    0
  7. #4949 IPINOCKIO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 12:11
    ทำไมหนูซนอย่างงี้ โอ้ยยยยย ลูกกกกกก มีงอนพี่เค้าไปอี๊ดกกกกก
    #4,949
    0
  8. #4941 loeyloxepcy61 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 01:47
    แบคดื้อมาด ไม่ฟังใครเลยอ่ะ แบบดื้อมากกกกกกจริงๆ หนักไปมันไม่น่ารีกละนะ
    #4,941
    0
  9. #4926 baconjelly2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 01:02
    ขำ555555555
    #4,926
    0
  10. #4905 faaah92 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 14:13
    แบคดื้อแบบน่ารักอ่ะ ฮือ ไม่ชอบซอรินอ่ะ
    #4,905
    0
  11. #4903 YuparatSoanglam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 15:26
    ตามอารมณ์ที่อ่านคือ แบคดื้อ ดื้อมาก ซอรินร้ายก็จริง แต่แบบ มันเกิดจากใครก็ไม่รู้มาแย่งความสนใจ แบบ อธิบายไม่ถูก แต่จะย้ำอีกครั้ง แบตหนูดื้อจังลูก
    #4,903
    0
  12. #4888 ppLindeep (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:53
    ทำไมรู้สึกสงสารซอจินรอแล้วอ่ะ คนที่คุ้นเคยคนที่ให้ใจไปทั้งชีวิต วันหนึ่งต้องมารับรู้ว่าไม่ใช่แล้วเจ็บแทนยังไงไม่รู้ รู้สึกไม่ยุติธรรมกับซอจินนะ แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อมันไม่ใช่ของเรา
    #4,888
    0
  13. #4877 Park Nokia. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:34
    เป็นชานยอลนี่เหนื่อยนะ555
    #4,877
    0
  14. #4849 bang-SP28 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 18:55
    แบคนี่ดื้อจิง
    #4,849
    0
  15. #4818 nunnunn04 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 20:26
    บางทีก็รำคานแบคมากอ่ะ ชีวิตจริงคงไม่มีใครทนอยู่กับคนแบบนี้ได้ ดูเยอะทุกสิ่ง สร้างแต่ความเดือดร้อนให้คนอื่น อย่างกะเป็นหลานแท้ๆ555 เห่อออ
    #4,818
    0
  16. #4801 iiyio (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 23:45
    น่ารักจีงงงงเจ้าตัวแสบแงพี่เค้างอนอล้ววววว
    #4,801
    0
  17. #4779 MManatsawan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 11:30
    เธอมันดื้อจริงๆ แบค เราจะอยู่ข้างชานยอลละนะ 55555
    #4,779
    0
  18. #4775 HanHyunRa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 21:40
    แบคดื้อเกินไปนะะ
    #4,775
    0
  19. #4709 _BLacKRuBy_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 03:58
    ลำเอียง! แค่อ่านก็ยังขัดใจแทนแบค แบคงอนหนักๆเลยเอาให้ชานหงอย!
    #4,709
    0
  20. #4672 Browniepsry (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 23:24
    แบคดื้อแต่โอ๋ๆน้า555555
    #4,672
    0
  21. #4627 nsjcbw. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 22:24
    อยากจับแบคมาตีจริงๆ ทำไมเอาแต่ใจแบบนี้รูกกก
    #4,627
    0
  22. #4581 pparkminhoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 14:46
    ดื้อนะแบค
    #4,581
    0
  23. #4578 My.nvj (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 15:37
    แบคเอาแต่ไปอ่ะ มันดูน่ารำคาญไปเลยอ่ะ
    #4,578
    1
    • #4578-1 My.nvj(จากตอนที่ 6)
      6 เมษายน 2561 / 15:38
      *เอาแต่ใจ
      #4578-1
  24. #4577 น้องเป้แฟนพี่กี (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 07:52
    แบคนิสัยไม่ดีแล้วนะ เซฮุนเตือนควรฟังบ้างอ่ะ ตอนแรกๆมันน่ารัก แต่ตอนนี้น่ารำคาญแล้วอ่ะ
    #4,577
    0
  25. #4569 The1rrmps (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 21:45
    แบคเอาแต่ใจจนน่ารำคาญอะไม่ได้เหลือความน่ารักเลยอะ
    #4,569
    0