You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 5 : Shining IV :: displeasure

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,741
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 466 ครั้ง
    17 ก.พ. 59

   


            Shining IV

 

 

 

 





 

          แบคฮยอนกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่

 

 

 

            มั้ง..

 

 

 

             “คุณท่านให้บัดดี้มาอยู่กับเรานะฮะ  นะฮะคุณท่าน

 

 

 

            ตั้งแต่คนตัวเล็กและสองคุณชายแห่งตระกูลปาร์คพากันกลับมาบ้านท่านหญิง  เสียงเจื้อยแจ้วของแบคฮยอนยังคงดังออดอ้อนผู้เป็นเจ้าของบ้านไม่หยุด  และดูท่าว่าคงจะไม่หยุดง่ายๆด้วยหากเจ้าตัวยังไม่ได้รับคำตอบที่พึงพอใจ

 

 

 

            “บัดดี้ตัวเล็กนิดเดียวหน้าตาน่ารักด้วย  แบคฮยอนชอบมัน  ให้แบคฮยอนเลี้ยงมันนะฮะคุณท่าน..

 

 

           

            เจ้าตัวเล็กทำตาใสแถมด้วยการทำปากเล็กปากน้อยอย่างน่ารังแกให้คนเป็นยายเห็นใจ  พอท่านทำท่าทางคิดหนักไม่ยอมให้คำตอบซักทีก็เพิ่มแรงบีบนวดแข้งขาเอาใจเสียยกใหญ่เพื่อเป็นการเร่งเร้า  ยังไม่เท่านั้นเจ้าตัวดียังเอาหน้าซบขาพ่วงด้วยการเอาแก้มน้อยถูๆไถๆเรียกว่างัดไม้ตายมาออดอ้อนอย่างเต็มกำลังชนิดที่เซฮุนผู้แสนขี้อ้อนผู้ใหญ่ยังต้องหลบทางให้

 

 

             ไม่ใช่แค่เพียงคุณท่าน  ตอนนี้ทั้งนายทั้งบ่าวที่อยู่ภายในห้องนั่งเล่นด้วยไม่ว่าจะเหล่าคนใช้ในบ้าน สองคุณชาย หรือ ชอง อินจอง แม่บุญธรรมยังรู้สึกเอ็นดูตามๆกัน  คอยลุ้นอยู่ว่าสุดท้ายแล้วท่านหญิงจะใจแข็งกับเด็กช่างอ้อนคนนี้ไปได้นานแค่ไหนกัน  

 

 

            “เฮ้อ  แบคฮยอน..

 

           

            ทุกคนรู้ถึงเหตุผลที่ท่านหญิงต้องคิดหนักกับเรื่องนี้ดี  ถ้าเป็นเรื่องอื่นแบคฮยอนคงไม่ต้องใช้เวลาอ้อนนานสองนานหรอก  แค่เอ่ยปากท่านก็คงใจอ่อนให้หมดทุกอย่าง  แต่เรื่องนี้มันก็ลำบากใจที่จะอนุญาตจริงๆ

 

           

“ยายจะทำยังไงกับเราดีนะ”  ฝ่ามือเหี่ยวย่นตามธรรมชาติของอายุลูบแก้มนิ่มของหลานคนโปรดเบาๆอย่างนึกเอ็นดู

 

 

“หาเรื่องมาให้ยายลำบากใจจนได้  รู้ไหมว่าพี่ซอรินเค้าไม่ชอบสุนัข”

 

 

“แต่แบคฮยอนชอบมันนี่ฮะ”

 

 

ผู้อาวุสโสสุดเงยหน้าสบตากับชานยอลและอินจองเพื่อขอความคิดเห็นหลังประโยคเอาแต่ใจนั้นเปล่งออกมา   ใครจะไม่ลำบากใจบ้างล่ะ  ฝ่ายหนึ่งเป็นถึงคุณหนูชองซอริน ผู้ที่ไม่ต้องให้เอ่ยอะไรให้มากความ แค่มองหน้าทุกคนก็ไม่กล้าที่จะขัดใจแล้ว  ขณะที่ฝั่งหลานรักคนใหม่ของท่านหญิงก็น่าเอ็นดูซะเหลือเกิน  มันทั้งน่าเอ็นดู น่าหยิกในแบบที่ใครเห็นแล้วก็อยากตามใจ

 

 

ยิ่งท่านั่งพื้นพร้อมช้อนตาอ้อนท่านหญิงตอนนี้ยิ่งแล้วใหญ่

 

 

 

“แต่พี่ซอรินเกลียดมากนี่สิ  เค้าอาจจะดุทั้งยายทั้งแบคฮยอนเลยนะ”

 

 

 

“บัดดี้น่ารักจริงๆนะฮะ ถามชานยอลถามเซฮุนสิฮะ มันน่าสงสารด้วยซอรินไม่ใจร้ายกับมันหรอก” 

 

 

ยังไม่ทันได้เอาเข้าบ้านแบคฮยอนก็ตั้งชื่อให้เสร็จสรรพหมดแล้ว รักแค่ไหนก็คิดดู ตอนพาไปหาหมอก็แทบจะอยู่เฝ้าจนกว่ามันจะดีขึ้นอยู่แล้วถ้าไม่ติดที่ชานยอลบอกให้กลับบ้านซะก่อน  ไว้มันหายค่อยกลับมารับ  จะมานั่งเฝ้านอนเฝ้าเหมือนเฝ้าคนมันไม่ได้  

 

 

“คุณหนูซอรินกลับมาแล้วค่ะท่านหญิง”

 

 

เสียงหนึ่งในคนใช้เดินเข้ามาบอก

 

 

“ยายน่ะไม่ขัดใจเราหรอก  แต่เรื่องนี้คงต้องถามความเห็นพี่ซอรินด้วยนะลูก  จะได้ไม่มีปัญหากันภายหลัง”  คนฟังยู่ปาก  พอจะเดาๆคำตอบล่วงหน้าได้โดยไม่ต้องรอฟังจากปากบุคคลที่ถูกกล่าวถึงเลย  แบคฮยอนมั่นใจว่าตัวเองต้องถูกดุแน่ๆ  เพราะซอรินน่ะดุอย่างกะพ่อเฒ่ากับชานยอลคูณรวมกันแหน่ะ

 

 

“อยู่กันพร้อมหน้าเชียวนะคะ    มีเรื่องอะไรกับซอรินงั้นหรือ”

 

 

“เข้ามานั่งก่อนสิลูก  ยายมีเรื่องอยากจะถามหนูหน่อย”

 

 

ซอรินเลิกคิ้วมองหน้ายายก่อนจะหันไปสบตากับชานยอลที่นั่งข้างๆเซฮุน  เธอไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่  พักนี้มีซ้อมแข่งบัลเล่ต์แทบทุกวันจึงไม่ค่อยได้กลับบ้าน   พอวันนี้ว่างเลยตั้งใจกลับมานอนที่บ้านและอยู่ทานข้าวเย็นกับคุณยาย  แต่ก็ต้องแปลกใจนิดหน่อยที่พอมาถึงสาวใช้ก็เข้ามาเรียนให้ไปพบคุณยาย  แถมเจอรถชานยอลจอดอยู่ในโรงจอดอีก 

 

 

เรื่องชานยอลมาที่บ้านเขาน่ะไม่แปลกหรอก  เพราะรายนี้แวะเวียนมาหาคุณยายประจำจนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว  แต่ทุกทีก็มักจะบอกผ่านข้อความหรือทางใดทางหนึ่งว่ามาที่นี่ก่อนเสมอ  แต่ครั้งนี้ไม่  จริงๆตั้งแต่แง่งอนกันคราวก่อนเขาทั้งคู่ก็แทบไม่ได้คุยกันอีก โดยเฉพาะวันนี้ทั้งวัน  ชายหนุ่มไลน์มาหาอยู่สองสามประโยคตอนเช้าแต่เธอก็ไม่ได้ตอบกลับ

 

 

“เรื่องอะไรคะ”

 

 

“วันนี้แบคฮยอนช่วยลูกสุนัขบาดเจ็บไว้ แต่ตอนนี้ส่งไปรักษาตัวที่คลินิกแล้ว  น้องเลยมาขอยายว่าถ้าเจ้านั่นอาการดีขึ้นเมื่อไหร่จะเอามาเลี้ยงไว้ที่บ้านเรา  ซอรินคิดว่ายังไง”

 

 

            คนถูกถามชะงักเล็กน้อย  ก่อนจะปรายตามองคนที่นั่งอยู่บนพื้นด้วยสายตาเรียบนิ่งแล้วถอนหายใจใส่

 

 

            “คุณยายจะถามซอรินอีกทำไมคะในเมื่อรู้คำตอบดีอยู่แล้ว”

 

 

            “มันก็นานมาแล้วยายเลย

 

 

            “เลยอยากจะตามใจหลานคนใหม่จนลืมความรู้สึกหลานแท้ๆอย่างซอรินสินะคะ”

 

 

            “ไม่ใช่อย่างนั้น   ซอรินอย่าคิดอย่างนั้นสิลูก”

 

 

            “แล้วจะให้คิดยังไงคะ   ทุกคนรู้ว่าซอรินเกลียดหมา   กี่ปีมาแล้วที่อยู่ด้วยกันเราไม่พูดเรื่องนี้กันเลยจนกระทั่งหลานคนใหม่คุณยายเข้ามา   หรือคุณยายลืมไปแล้วคะว่ายังมีหลานแท้ๆอยู่อีกตั้งหลายคน  ไม่ใช่เด็กคนนี้คนเดียว”

 

 

            “ทำไมซอรินต้องว่าคุณท่าน” 

 

 

หญิงสาวถอนหายใจใส่แบคฮยอนอีกครั้ง

 

 

            “เด็กที่ว่าผู้ใหญ่เป็นเด็กไม่ดี”

 

 

            “แล้วเด็กที่สั่งสอนคนที่อายุมากกว่าดีมากงั้นสิ”

 

 

            “ก็ซอรินว่าคุณท่าน”

 

 

            “นี่มันเรื่องภายในครอบครัวเรา  อย่าให้ต้องพูดแทงใจดำเลยนะว่านายไม่ใช่  เพราะฉันก็เบื่อที่ตัวเองต้องมาคอยพูดอะไรซ้ำๆเหมือนกัน”

 

 

            “ใจดำ”

 

 

            “ว่าไงนะ”

 

 

            “ซอรินยังไม่ทันเห็นมันเลยด้วยซ้ำทำไมถึงเอาแต่ปฏิเสธล่ะ  มันน่าสงสารมากนะ  ขาบาดเจ็บด้วย”

 

 

            “บ้านหลังนี้ไม่ใช่มูลนิธิ  ถึงคุณยายจะรับเลี้ยงเด็กยากไร้อย่างนายเข้ามาแล้วคนนึงก็ใช่จะรับอะไรก็ได้เข้ามาอีก  อย่าคิดว่าคราวนี้ฉันจะยอม”

 

 

            “ไม่เอาน่าลูก  อย่าพูดกับน้องอย่างนั้นสิ”

 

 

            “ซอรินพูดความจริงค่ะ  แต่ถ้าคุณยายยังยืนยันจะตามใจหลานคนใหม่ซอรินจะเป็นฝ่ายย้ายออกไปเอง”

 

 

“ซอริน”

 

 

“คุณยายรู้ใช่มั้ยคะซอรินไม่ชอบพูดเล่น”  ชองซอรินลุกขึ้นโค้งตัวให้ผู้ใหญ่ก่อนจะเดินออกไป  ทิ้งบรรยากาศตึงเครียดไว้กับผู้ที่ยังอยู่

 

 

“ซอรินน่าจะอารมณ์ไม่ค่อยดีเดี๋ยวผมจะลองไปคุยกับเธอดู”

 

 

ชานยอลลุกตามออกไป  แบคฮยอนได้แต่นั่งคอตก  หน้าหมองลงจนคนเป็นยายและแม่บุญธรรมอดสงสารไม่ได้  ส่วนเซฮุนเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไงเพราะตัวเองก็ยังเด็กกว่าทุกคน  หากพูดอะไรออกไปตอนนี้คงเป็นมารยาทที่ไม่ควรทำเท่าไหร่   แม้ใจจะอยากช่วยแบคฮยอนมากๆก็ตาม

 

 

“ไม่เป็นไรนะลูก”

 

 

“คุณท่านถูกดุไปด้วยจริงๆด้วย”

 

 

“พี่ซอรินก็เป็นแบบนี้แหละ  เค้าปากร้ายแต่จริงๆใจดีน๊า

 

 

“อย่าเพิ่งเศร้าสิแบคฮยอน  พี่ชานยอลตามไปขนาดนั้นแล้วเชื่อสิพี่ซอรินต้องใจอ่อน”

 

 

“ถ้าซอรินไม่ให้เลี้ยงบัดดี้ล่ะเซฮุน  เราจะทำยังไงดี”

 

 

“ให้สิ   ไม่มีอะไรที่พี่ชานยอลทำไม่ได้หรอก”

 

 

“ชานยอลจะช่วยเราหรอ”

 

 

“ก็ถ้ายอมช่วยตั้งแต่แรกขนาดนี้แล้วแสดงว่าจะต้องช่วยให้ถึงที่สุด”  แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมองแม่และยายก็พบว่าท่านทั้งสองพยักพเยิดหน้ายืนยันอีกแรง

 

 

โอเคแบคฮยอนจะรอชานยอล

 

 

ระหว่างรอ  ปาร์คเซฮุนช่วยคลายบรรยากาศอึมครึมให้กลับมาสดใสด้วยการชวนคุยเรื่องตลกไปเรื่อยเปื่อย  เล่าโน่นนี่จนทุกคนเคลิ้มตามไม่เว้นแม้แต่แบคฮยอนที่สีหน้าดีขึ้นเยอะ  เหมือนจะลืมเรื่องเครียดก่อนหน้านี้ไปพักนึง   ก่อนครึ่งชั่วโมงต่อมาที่ยังไร้วี่แววว่าชานยอลจะกลับเข้ามา  คนตัวเล็กจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำทั้งที่จริงตั้งใจจะไปตามหาสองคนที่หายออกไป

 

 

กวาดตามองหาตั้งแต่ในบ้านจนถึงสวนกว้างหลังบ้าน  เดินไปดูสระว่ายน้ำและส่วนอื่นๆของบ้านที่คิดว่าน่าจะเจอแต่ก็ไม่  บ้านก็กว้างอย่างกับวัง  แบคฮยอนอยากเจอชานยอลและรีบถามเอาคำตอบไวๆนะแต่ไม่คิดจะเดินหาทั่วบ้านให้ตัวเองเหนื่อยแน่ๆ  ก็กว้างซะขนาดนี้  ดังนั้นที่สุดท้ายที่แบคฮยอนจะสุ่มตามหาก็คือบนห้องนอนของซอริน

 

 

จะว่าอยากรู้อยากเห็นก็ได้  เพราะมันก็ใช่  แบคฮยอนไม่ชอบความอึดอัด  ไม่ชอบเก็บความทุกข์หรืออะไรก็ตามที่จะพาตัวเองคิดมากไว้  แบคฮยอนทำอะไรแล้วก็ต้องเอาให้เคลียร์  จนหลายครั้งหลงลืมไปว่ามันไม่ใช่มารยาทที่ดีนัก 

 

 

แอ่ดดด...

 

 

เพียงแค่มือเรียวแตะลงไป  ประตูก็เปิดเข้าไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

 

ไม่ได้ตั้งใจจริงๆแบคฮยอนแค่กะแนบมือและหูฟังเสียงด้านในผ่านประตูเท่านั้น ไม่รู้มาก่อนว่าประตูจะปิดไม่สนิท  พอออกแรงนิดหน่อยมันเลยอ้าเปิดออกซะกว้าง

 

 

 

….!!!!!

 

 

 

ตกใจทั้งคนนอกและคนใน

 

 

 

“นาย!

 

 

 

แบคฮยอนกะพริบตามองปริบๆ  ขณะที่คนด้านในผละริมฝีปากออกจากกันแทบไม่ทัน   ก็ไม่ทันจริงๆนั่นแหละ!   เพราะแบคฮยอนเห็นมันเข้าเต็มๆหมดแล้ว  แถมเสียง จ๊วบ  ตอนคนทั้งคู่ถอนริมฝีปากออกนั้นยังดังติดหูอยู่เลย

 

 

หาเรื่องใส่ตัวอีกแล้วแบคฮยอน

 

 

 

“ข..ขอโทษ”

 

 

แบคฮยอนกำลังจะตายเพียงเพราะถูกสายตาของคนทั้งคู่มองมา

 

 

“ตามสบายเลยแห่ะๆ จะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ!

 

 

 

ปั้ง!

 

 

 

 

คนตัวเล็กตีอกชกหัวตัวเองไปเรื่อยตลอดทางเดินลงบันได  พยายามสะบัดหัวไล่ภาพหนังสดให้หลุดออกไปจากสมองแต่ก็ยากเหลือเกิน   พอเท้าสัมผัสลงบนพื้นชั้นล่างสุดไม่ถึงห้าวิแขนก็ถูกคว้าไว้พร้อมถูกลากออกไปอยู่อีกมุมหนึ่งของบ้านอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

 

 

และแค่เห็นหน้าคนที่ลากเขามาภาพติดตาเมื่อครู่ก็ผลุดขึ้นมาอีกรอบ

 

 

โอ่ย..

 

 

 

“เด็กไม่มีมารยาท”

 

 

“อะ.. อะไร  ไม่ได้เห็นอะไรซักหน่อย”  ว่าพลางยกมือขึ้นมาปิดตาตัวเองทั้งสองข้าง  แต่กลับถูกมือใหญ่ดึงออก 

 

 

“เปิดประตูห้องคนอื่นโดยไม่เคาะก่อนแบบนั้นได้ยังไง”

 

 

“ก็

 

 

“ไม่มีมารยาท”

 

 

“ก็บอกไม่เห็นอะไรไง”

 

 

“จะเห็นหรือไม่เห็นก็คือไม่มีมารยาทเหมือนกัน”

 

 

 ชานยอลดีดหน้าผากเล็กไปทีนึงก่อนจะยกแขนขึ้นกอดอกจ้องหน้าไอ้เด็กตัวแสบ   เปิดประตูโจ่งแจ้งเข้ามาได้จังหวะขนาดนั้นยังมีหน้าแถอีกว่าไม่เห็นอะไร  จริงๆมันก็ความผิดเขาด้วยที่สะเพร่าปิดประตูไม่สนิท  อีกอย่างตอนตามซอรินมาก็ไม่คิดว่าจะมีการจูบเกิดขึ้น  ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของอารมณ์พาไปล้วนๆ

 

 

ซ้ำตอนแบคฮยอนเข้ามาเจอ  ซอรินดันนั่งอยู่บนตักเขาและเป็นจูบแลกลิ้นพอดีด้วยสิ

 

 

“เคยจูบหรือเปล่า”

 

 

“หา..?!

 

 

“เคยจูบผู้หญิงมั้ย”

 

 

“ถามทำไมอะ”

 

 

“มันเรื่องปกติของคนวัยนี้ใช่มั้ย   แล้วห้องนอนมันก็สถานที่ส่วนตัวแต่นายดันทะเล่อทะล่าเข้ามาเอง”

 

 

“ก็..

 

 

“ไม่ต้องเถียงอะไรทั้งนั้น  และอย่าเอาเรื่องที่เห็นไปพูดต่อด้วย  ชองซอรินจะเสียหาย”

 

 

“กลัวอะไรล่ะแฟนกันไม่ใช่รึไง  จะจูบจะดูดกันคนเค้าจะไปว่าอะไร”

 

 

“เด็กแก่แดด”

 

 

“เอ้า  พอพูดความจริงก็มาว่าแก่แดด  อายุเราห่างกันกี่ปีเชียว  จริงๆผมเคยเห็นแบบนี้มาแล้วหรอกที่ชุมชนน่ะมีตั้งหลายคู่  มีลูกกันตั้งแต่ยังเรียนไม่จบเยอะแยะ”

 

 

“ไม่ว่านายจะเคยเห็นอะไรมาก็ช่าง  แต่เรื่องเมื่อกี้อย่าเอาไปพูดก็พอ”  สำหรับเขาน่ะไม่ห่วงว่าจะเสียหายหรอก  แต่ฝ่ายหญิงยังไงก็คงไม่ดี  เขาอยากให้เกียรติซอรินให้มากๆ ถึงแม้จะมีเผลอไผลกันไปตามอารมณ์แต่ยังไงซะเรื่องในห้องในมุ้งก็ไม่สมควรพูด 

 

 

“กลัวถูกคุณท่านดุอะดิ้”

 

 

“ยังอยากเลี้ยงเจ้านั่นอยู่หรือเปล่า”

 

 

“อยาก!

 

 

แบคฮยอนตาโตอัตโนมัติ  ก้าวเข้าไปเขย่าแขนคนตัวสูงกว่าด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ

 

 

“ซอรินยอมแล้วหรอ   ยอมให้ผมเลี้ยงบัดดี้ไว้ในบ้านแล้วหรอชานยอล!

 

 

“ถ้าเมื่อกี้นายไม่เข้ามา

 

 

“ไม่พูดหรอกไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยสาบาน!

 

 

“สาบานเรื่อยเปื่อยระวังไว้เถอะ”  คนฟังยิ้มแฮร่!ใส่ด้วยดวงตาเปล่งประกาย

 

 

“ซอรินใจอ่อนเพราะชานยอลจริงๆด้วย  แสดงว่ามีของดี  คิคิ”

 

 

“คิดลามกอะไรเด็กแก่แดด”

 

 

“เปล๊า”

 

 

“เหอะ”

 

 

ยิ้มแป้นดีใจจนออกนอกหน้าพลางกระโดดไปมาอยู่ไม่นิ่งเลยนี่มันน่าหมั่นไส้จริงๆ  อะไรจะมีความสุขขนาดนั้น  โตแล้วจริงๆใช่มั้ยเนี่ย  ชานยอลมองแล้วได้แค่ส่ายหน้าน้อยๆ

 

 

“นายเลี้ยงมันได้  แต่ต้องกักบริเวณไว้แค่หลังบ้านและสร้างกรงไว้ห่างๆพื้นที่ที่ซอรินจะผ่านด้วย  อย่าปล่อยมันมาวิ่งเล่นตอนซอรินอยู่ล่ะ  ไม่งั้นเตรียมตัวหาที่อยู่ใหม่ให้หมานายได้เลย เพราะตอนนั้นฉันคงช่วยไม่ได้แล้ว”

 

 

แบคฮยอนพยักหน้าอย่างว่าง่าย  ริมฝีปากยังยิ้มค้างไว้พลันกระโดดไปกอดแขนชานยอลอย่างลืมตัว

 

 

“ขอบคุณนะชานยอล  ใจดีที่สุดเลยยยย  ไว้จะบอกบัดดี้ให้นะ”

 

 

“เพ้อเจ้อ”

 

 

“งั้นผมแปะไว้ก่อน  ไว้จะพาไปเลี้ยงไอติมตอบแทน”

 

 

“นั่นไม่ใช่ทำเพื่อตัวเองหรอ”

 

 

“น่า จะเลี้ยงรสที่ชานยอลชอบ  เลี้ยงหลายๆลูกเลยก็ได้”

 

 

“ให้สมองคิดเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ของกินบ้างเถอะ”

 

 

“การได้ทานของอร่อยคือเรื่องวิเศษณ์นะอุ้ยผลักหัวผมทำไมเนี่ย

 

 

ก็ดูทำตัวเข้า   ไม่ตีก็ดีแค่ไหนแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เช้าวันเสาร์ 

 

 

เป็นช่วงเวลาที่แบคฮยอนต้องเรียนมารยาท  อบรมบุคลิก  รวมถึงการเรียนภาษาต่างประเทศที่คุณท่านเพิ่งเพิ่มเข้ามาให้แบคฮยอนเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงเพราะต้องการให้หลานรักได้มีทักษะหลายๆด้านติดตัวไว้  แรกๆแบคฮยอนก็ไม่ชอบหรอก  รำคาญที่ต้องมาฝึกโน่นนี่แม้กระทั่งจับช้อนส้อมตะเกียบก็ยังต้องเรียนทั้งที่แบคฮยอนไม่เคยคิดเลยว่ามันเป็นสิ่งจำเป็น  แต่พอได้เข้ามหาวิทยาลัย  ได้พบเจอคนหลากหลายแบบแบคฮยอนก็เริ่มคิดใหม่  อย่างการเรียนภาษาแบคฮยอนคิดว่ามันยากแต่พอเรียนๆไปก็สนุกดี

 

 

ไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งคุยกับคุณท่านเรื่องจะเรียนดนตรีเพิ่มอีก  แบคฮยอนเคยใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กๆแล้วว่าอยากเล่นเครื่องดนตรีแพงๆแบบในละครดูบ้าง  คุณท่านเองก็เหมือนจะสนับสนุนเหมือนกัน  แบคฮยอนน่ะรู้สึกโชคดีมากๆที่ได้รับความเมตตามากขนาดนี้  ดังนั้นเพื่อตอบแทนเงินที่ส่งเสียเขาทุกวอน แบคฮยอนจึงตั้งใจเรียนทุกๆอย่างไม่ว่าจะชอบมากหรือน้อยก็ตาม

 

 

พอตกบ่ายแบคฮยอนต้องเข้ามหาวิทยาลัยเพราะมีนัดกับชมรมวิ่งของตัวเอง  โดยได้คุณพ่อคุณแม่บุญธรรมใจดีขับรถมาส่งถึงหน้าชมรม  พอเข้ามาถึงก็ถูกรุ่นพี่สั่งให้ไปเปลี่ยนชุดและเตรียมลงมาวิ่งเพื่อเก็บสถิติ  หากสมาชิกในชมรมคนไหนทำสถิติดีเป็นลำดับต้นๆก็จะถูกส่งเป็นตัวแทนสำหรับการแข่งขัน

 

 

ประเดิมสนามแรกเลยคือกีฬามหาวิทยาลัยระดับจังหวัดนี่แหละ

 

 

“แบคฮยอนนายวิ่งเร็วเป็นบ้า”

 

 

“เหรอ”

 

 

“ให้ตายเถอะนายเคยเป็นนักกีฬาวิ่งมาก่อนหรอ  สถิติถึงได้อยู่อันดับหนึ่งทุกรายการคัดเลือกแบบนี้น่ะ”

 

 

จงแดนั่งอ้าซ่าอย่างหมดแรงบนพื้นสนามหลังวิ่งเก็บสถิติมาหมาดๆ  เงยหน้ามองเลขสถิติบนจอแสดงผลแล้วต้องปาดเหงื่อ  เขาน่ะเป็นนักกีฬาวิ่งมาตั้งแต่อยู่ประถมแล้ว   และเกือบทุกคนในชมรมก็เคยเป็นนักกีฬามาก่อนแทบทั้งนั้นเว้นแต่เพื่อนใหม่ที่ยืนยันว่าไม่เคยเป็นนักกีฬามาก่อนแต่กลับทำสถิติที่หนึ่งได้ทุกรายการนี่มันอะไรกัน

 

 

“เฮ้แบคฮยอน”  รองประธานชมรมโยนขวดน้ำดื่มลงบนตักแบคฮยอนและคิมจงแดคนละขวดก่อนจะนั่งยองๆลงคุยด้วย

 

 

“ที่บอกไม่เคยเป็นนักกีฬามาก่อนนี่หลอกกันเล่นรึเปล่าเนี่ย”

 

 

“ผมเปล่านะ  ไม่เคยจริงๆ”  โรงเรียนที่แม่ครูและพ่อเฒ่าส่งเรียนน่ะบ้านนอกมากพอที่จะไม่มีชมรมเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้หรอก  อุปกรณ์กีฬาเก่าจนจะใช้การไม่ได้อยู่แล้วอีกต่างหาก  แต่ถามว่าเคยเล่นกีฬามั้ยก็ต้องบอกว่าเคย  เด็กชุมชนทุกคนน่ะรักการออกกำลังกาย   ส่วนใหญ่จะเล่นกันแบบมั่วๆซั่วๆเอาสนุกมากกว่า  อยากเล่นก็เล่นไม่ต้องมีกติกาให้ยุ่งยาก

 

 

“แต่ตอนอยู่ชุมชนผมวิ่งหลบไม้เรียวทุกวันเลย  ไม่รู้ว่ามันมีส่วนมั้ย ฮะๆ”

 

 

“ฮ่าๆๆ  ก็คงมีแหละ  ถึงได้วิ่งเป็นเจ้าหนูลมกรดขนาดนี้ได้”

 

 

“ผมจะได้ลงแข่งมั้ยฮะรุ่นพี่”

 

 

“จะเหลือเหรอ  พรุ่งนี้นายไม่ต้องมาเก็บสถิติแล้วก็ได้”

 

 

“จริงอะ  ผมรู้มาว่าการแข่งขันจะได้รางวัลตอบแทนด้วย”

 

 

“แน่นอน  ได้เงินด้วยนะ  แต่หลานท่านหญิงอย่างนายเงินแค่นั้นคงกระจอกเลยล่ะ”

 

 

“ไม่หรอกฮะ  ผมอยากได้  ผมไม่อยากรบกวนคุณท่านไปมากกว่านี้แล้ว”  ทั้งรุ่นพี่และจงแดไม่ค่อยเข้าใจคำพูดแบคฮยอนเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้ถือสาหรือคิดจะถามให้เคลียร์เพราะถือว่าค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัว  แบคฮยอนเป็นคนช่างคุย  คุยอะไรก็น่าฟังไปหมด  เพียงแค่ได้รู้จักกันไม่นานคนทั้งชมรมต่างมีความเห็นตรงกันแทบทั้งนั้นว่าแบคฮยอนนี่แหละตัวสร้างสีสันต์อีกคนของชมรม    น้อยมากที่จะเจอลูกหลานคนยศใหญ่แถมยังระดับเจ้าคนนายคนที่ไม่ถือตัวทั้งยังติดดินน่าคบหาขนาดนี้

 

 

แบคฮยอนเองก็รู้สึกดีที่ได้รู้จักคนใจดีและเป็นกันเองหลายๆคน  ก่อนหน้านี้แอบหวั่นเพราะตอนจะย้ายจากชุมชนมาอยู่โซลทั้งแม่ครู  พ่อเฒ่าและผู้ใหญ่ต่างพากันเป็นกังวลกลัวว่าเขาจะเอาตัวไม่รอด  เพราะคนชนบทมักมีความเชื่อที่ว่าคนในเมืองนั้นไม่น่าไว้ใจ  

 

 

“จะค่ำแล้วนายจะกลับบ้านยังไงแบคฮยอน”

 

 

“คุณท่านบอกให้กลับพร้อมซอริน”  แบคฮยอนวางกระเป๋าเสื้อผ้าไว้ด้านนอกและเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายในห้องน้ำข้างๆห้องที่จงแดอาบอยู่   

 

 

คุณชองซอรินดาวมหาวิทยาลัยเธอคงสวยมากใช่มั้ย  ฉันยังไม่เคยเจอตัวจริงเลย”

 

 

“สวยมาก  และก็ดุมากด้วย  อยากเจอไหมล่ะเดี๋ยวพาไปแนะนำตัว”

 

 

“วันนี้คงไม่ได้  ฉันต้องรีบไปทำธุระต่อไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะ”  ทั้งคู่ตะโกนคุยกันแข่งกับเสียงสายน้ำจากฝักบัว  “รอบตัวนายนี่มีแต่คนหน้าตาดีๆนะ”

 

 

“รวมฉันด้วยใช่ไหมล่ะ” 

 

 

 จงแดส่งเสียงหัวเราะกลับมาแทนการตอบคำถาม  เจ้าของคำพูดเองก็ขำด้วย  กำลังคิดอยู่ว่าคงติดโรคชมตัวเองมาจากเซฮุนแน่ๆ  รายนั้นชมตัวเองไม่ต่ำกว่าสามครั้งต่อวันให้ได้ยิน  พอคิดถึงคนน้องหน้าคนพี่ก็ลอยมา   พอคิดถึงคนพี่หน้าชองซอรินก็ซ้อนเข้ามาจนต้องรีบอาบน้ำให้ไว   เขาต้องไปรอก่อนที่ซอรินจะมาถึง  เพราะถ้าอีกฝ่ายมาแล้วไม่เจอเขาแบคฮยอนมั่นใจเลยว่าพี่สาวคนสวยต้องไม่อยู่รออย่างแน่นอน

 

 

คนตัวเล็กวิ่งกระหืดกระหอบมาพร้อมกระเป๋าใส่ชุดกีฬา  มองซ้ายขวาไม่พบรถของใครจอดรอจึงหย่อนตูดนั่งรอตรงม้านั่งหน้าชมรมไปก่อน

 

 

 มาก่อนเวลานัดตั้งสิบห้านาทีแหน่ะ  

 

 

“เอ้า..  มาหมดอะไรตอนนี้เล่า”   ว่าจะเล่นเกมระหว่างรอซักหน่อยเชียว  แบตโทรศัพท์ดันมาหมดถูกเวลาซะได้  แบคฮยอนจึงได้นั่งเปลี่ยวรอเวลาและพี่สาวคนสวยมารับอย่างไม่รู้จะทำอะไร  มองนกมองไม้  มองสมาชิกชมรมออกไปคนแล้วคนเล่า  โค้งหัวยิ้มให้จนเมื่อยปากหมดแล้ว  หนำซ้ำลุงยามยังเดินเข้าไปปิดไฟในห้องชมรมจนจะไม่เหลือซอรินก็ยังไม่มา

 

 

 

“สามชั่วโมงแล้วหรอ”

 

 

แบคฮยอนได้แต่บ่นกับตัวเองตอนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา  หรือซอรินจะลืมว่าต้องมารับเขา  แต่ถ้าเป็นแบบนั้นตอนกลับบ้านก็ต้องเอะใจกลับมารับหรือไม่ก็ส่งคนมารับแทนสิ  เพราะนี่มันเลยเวลามามากแล้ว

 

 

ถ้าไม่ลืมก็คงเป็นการจงใจทิ้งนั่นแหละ

 

 

แค่คิดว่ากำลังถูกทิ้งความรู้สึกแย่ก็ตีตื้นขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด  พยายามกล่อมตัวเองว่าคงไม่ใช่และภาวนาให้มันเป็นแค่การหลงลืมจริงๆ  เพราะถ้าเป็นแบบนั้นแบคฮยอนคงพออภัยให้ได้และคิดว่าไม่เป็นไรเหมือนทุกที   แต่ถ้าอีกฝ่ายจงใจทิ้งเขาจริงๆล่ะก็….

 

 

“คุณหนูยังไม่กลับอีกหรือครับ”

 

 

….

 

 

“ผมต้องปิดไฟห้องชมรมแล้วนะครับ”

 

 

“ฮะ ปิดเลย”

 

 

“แต่คุณ

 

 

“เดี๋ยวพี่ผมก็มารับแล้ว  ลุงยามปิดเถอะฮะจะได้กลับไปพัก” 

 

 

มันก็เป็นเรื่องน่าชินกับการโดนทิ้ง  ตั้งแต่เล็กจนโตแม้จะได้รับความเอ็นดูจากผู้ใหญ่หลายคน แต่พอนึกถึงคำพูดที่สมัยเด็กมักถูกล้อเรื่องไม่มีพ่อแม่มันก็อดเจ็บใจไม่ได้ทุกที  แม่ครูกับพ่อเฒ่าเคยบอกว่าอย่าใส่ใจกับคำดูถูก  ซึ่งในความเป็นจริงมันห้ามไม่ให้รู้สึกไม่ได้ไม่ใช่หรอ  แม่ครูกับพ่อเฒ่ามีลูกแท้ๆอยู่แล้วแต่ก็เอ็นดูรับเลี้ยงเขาไว้   คุณท่านเองท่านก็มีลูกหลานแท้ๆอยู่แล้วแต่ก็รับเลี้ยงเขาไว้เช่นกัน  ไม่ว่าจะยังไงสุดท้ายเขาก็เป็นใครไม่รู้ที่ไม่ได้ถูกเลือกไว้ลำดับแรกที่ต้องได้รับความใส่ใจอยู่ดี

 

 

 

สุดท้ายก็ยังเป็นแค่เด็กที่ถูกทิ้ง 

 

 

 

 

ทำไมมาอยู่ตรงนี้

 

 

 

เสียงทุ้มคุ้นหูดังอยู่เหนือหัว  มันคุ้นเสียจนแบคฮยอนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง

 

 

“ซอริน…  ไปแล้วใช่มั้ย”

 

 

มือบางกระชับกระเป๋าเป้จนแน่นยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตาผู้มาใหม่  ชายหนุ่มร่างสูงมองหัวทุยแล้วได้แต่ลอบถอนหายใจ  ความจริงเขารู้ถึงสาเหตุที่คนตัวเล็กยังคงนั่งอยู่ท่ามกลางแสงสลัวตรงนี้ดี  คุณยายโทรมาหาเขาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน  เขาถึงต้องขับรถออกจากบ้านเพื่อมารับอีกฝ่ายถึงนี่ยังไงล่ะ

 

 

“เขาทิ้งผมหรอ”

 

 

“กลับกันเถอะ”

 

 

“เขาตั้งใจทิ้งผมใช่ไหมชานยอล”

 

 

…..

 

 

แววตาเศร้าๆเหมือนลูกหมานั้นทำเอาชานยอลนึกสิ่งที่อยากจะพูดไม่ออก   ตอนคุณยายโทรมาเล่าให้ฟังว่าซอรินทิ้งแบคฮยอนไว้ที่มหาวิทยาลัยและกลับบ้านด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่คุณยายร้อนใจอยู่ชานยอลก็ไม่รู้จะพูดยังไง  พอมาเจอสีหน้าคนถูกทิ้งด้วยตัวเองแบบนี้ก็ยิ่งอธิบายความรู้สึกไม่ถูก

 

 

มันทั้งสงสารอีกคนและโกรธอีกคน

 

 

เขารู้จักชองซอรินดี  เพราะหญิงสาวมีนิสัยหลายๆด้านคล้ายกันกับตน  ทั้งความเย่อหยิ่งและเรื่องศักดิ์ศรีต้องมาก่อนเขาทั้งคู่มีคล้ายๆกัน   ต่างฝ่ายจึงสามารถทนกับนิสัยของกันและกันได้  ทุกทีไม่ว่าจะทำอะไรชานยอลไม่ได้คิดถือสา  ชองซอรินรู้ลิมิตการกระทำของตัวเองมาตลอด  เอาแต่ใจแต่ก็ยังมีเหตุผล  ครั้งนี้ก็เหมือนกัน  ชานยอลได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะมีเหตุผลที่ทำลงไป  แต่ลึกๆชายหนุ่มก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่ากำลังรู้สึกโกรธชองซอริน

 

 

 

“เขาเกลียดผม  เพราะผมเป็นเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า”

 

 

ถ้าให้พูดตรงๆก็ใช่  ซอรินรักความเพอร์เฟ็ค  เธอไม่เคยยอมรับแบคฮยอน  ไม่เคยเห็นด้วยที่คุณยายรับเด็กที่ไม่ได้มีอะไรเลย  มารยาทก็อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องปรับปรุงเข้ามาไว้ในบ้าน  แถมประคบประหงมให้ความเอ็นดูจนออกนอกหน้า หญิงสาวจะไม่ชอบหรือนึกรังเกียจก็คงไม่แปลก  แต่จะพูดไปก็คงทำลายน้ำใจกันเปล่าๆ  แม้หลายครั้งชานยอลมักจะทำอย่างนั้นกับแบคฮยอนก็เถอะ

 

 

“ชานยอลก็ด้วย”

 

 

“เกี่ยวอะไรกับฉัน”

 

 

“เป็นคนรักกัน  แฟนเกลียดชานยอลก็คงเกลียดด้วย”

 

 

“ตรรกะอะไรของนาย” 

 

 

ใช่ที่ว่าทั้งเขาและซอรินถูกมองว่าเป็นคนรักกัน   และชานยอลก็ไม่เคยปฏิเสธว่าไม่ใช่   เขาไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกที่มีให้ซอรินมันเรียกว่ารักจริงๆหรือเปล่า  มันเป็นสิ่งที่พวกเขาซึมซับมาตั้งแต่จำความได้จากคำพูดของผู้ใหญ่ว่าทั้งสองตระกูลต้องดองกัน  โตมาต้องแต่งงานและมีพยานรักร่วมกันก็เท่านั้น

 

 

“จะนั่งให้ยุงกัดอยู่ตรงนี้ทั้งคืนใช่ไหมฉันจะได้กลับก่อน”

 

 

ชานยอลอยากจะบอกให้แบคฮยอนเลิกทำหน้าแบบนั้นสักที   โหมดเงียบไม่ช่างพูดช่างคุยเหมือนก่อนหน้านี้ชานยอลคิดว่ามันรับมือยากยิ่งกว่าการเถียงข้างๆคูๆเป็นเด็กๆซะอีก

 

 

“จะกลับมั้ย”

 

 

“ไม่อยากเจอซอริน”

 

 

“ป่านนี้คงหลับกันไปหมดแล้ว”

 

 

“อย่าหลอกเหมือนผมเป็นเด็กสิ”

 

 

…..

 

 

“ผมจะไปนอนกับบัดดี้”

 

 

“คลินิกหมาน่ะหรอเค้าคงให้นอนหรอก  ไม่ใช่โรงพยาบาลรักษาคนนะ”

 

 

“งั้นก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น  ไม่กลับบ้านด้วย  ผมจะนอนที่นี่แหละ”

 

 

ไอ้เด็กขี้น้อยใจ

 

 

“เลิกงอแงแล้วไปขึ้นรถได้แล้วจะพาไปส่งที่บ้าน”

 

 

 “ไม่ไปผมจะนอนนี่”  ล้มตัวลงหนุนกระเป๋าเสื้อผ้า พลางปิดหูหลับตาหนีชานยอลอีกต่างหาก  คนตัวสูงขมวดคิ้วกับความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย   นี่คิดว่าเขาจะตามใจ กล่อมง้อเช่นคุณยายหรือคนอื่นๆหรอ  แค่ยอมสละเวลานอนพักผ่อนออกมารับชานยอลก็คิดว่าตัวเองใจดีมากพอแล้ว  ของแบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ๆ

 

 

เหวอ~  ชานยอล!!

 

 

 

แบคฮยอนตาลีตาเหลือกตกใจเมื่อจู่ๆแขนถูกกระชากให้ลุกขึ้นก่อนจะตั้งสติได้อีกทีตอนถูกอีกฝ่ายอุ้มพาดบ่านั่นล่ะ   ทำอะไรของเขาเนี่ย!

 

 

“ชานยอลเดี๋ยวตกหรอกปล่อยยยย”

 

 

“อยู่นิ่งๆ”

 

 

“ปล่อยนะไม่หนักหรือไง!

 

 

คนตัวเล็กถูกโยนร่างเข้าไปในรถซูปเปอร์คาร์อย่างไม่ปราณี  เจ็บทั้งยังไม่ทันได้โวยวายร่างสูงก็สตาร์ทเครื่องและเคลื่อนรถออกไปด้วยความไว

 

 

 

“ชานยอลผมไม่กลับบ้านนะ!

 

 

“เงียบ”

 

 

“คุณไม่ใช่คนถูกทิ้งคุณไม่เข้าใจความรู้สึกผมหรอก”

 

 

“มันไม่ใช่ความผิดคุณยาย  และท่านกำลังรอนายอยู่”

 

 

“ถึงคุณพาผมกลับไปส่ง ผมก็จะหนีออกมา”

 

 

…..

 

 

“ผมไม่ใช่เด็กดีคุณรู้นี่”

 

 

ความเร็วของรถค่อยๆชะลอลง  คนตัวเล็กหันมองออกไปนอกกระจกรถ  เขาไม่ได้จะพูดขู่หรือประชดอีกฝ่าย  แต่แค่ตอนนี้ยังไม่อยากกลับจริงๆ  แบคฮยอนไม่ชินกลับการต้องอยู่ในกรอบ  เขาถูกเลี้ยงมาอย่างอิสระ  จะว่าทิ้งๆขว้างๆก็คงไม่ถูกนักเพราะแม่ครูและพ่อเฒ่าก็ดูแลเขาดีมาโดยตลอด   ถึงจะไม่ได้มีทรัพย์สมบัติหรือสิ่งอำนวยความสะดวกให้เท่าที่คุณท่านให้แต่แบคฮยอนก็อบอุ่นดี  

 

 

บางทีก็นึกอึดอัด  คิดถึงชีวิตที่ชุมชนขึ้นมาโดยเฉพาะเวลาที่รู้สึกไม่โอเคเช่นตอนนี้

 

 

“ก่อนจะทำอะไรคิดถึงความรู้สึกคุณยายด้วย   รู้นี่ว่าท่านรักนายขนาดไหน”

 

 

“ผมแค่ยังไม่อยากกลับตอนนี้”

 

 

“แล้วจะกลับตอนไหน”

 

 

……

 

 

“โอเค..”  ชานยอลเลิกเซ้าซี้แล้วหันไปสนใจถนนเบื้องหน้าต่อ  คนตัวสูงขับรถไปเรื่อยๆจนเจอแม่น้ำกว้างถึงชะลอจอดก่อนจะเปิดประทุนเพื่อให้ลมเย็นโกรกเข้ามา  เขาชอบทำอย่างนี้เวลาเหนื่อยๆและไม่รู้จะไปไหน  ชานยอลปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออกและเอนหลังพิงเบาะพร้อมทั้งหลับตาลงโดยไม่มีการชวนแบคฮยอนที่นั่งมาด้วยคุยเล่นหรือถามอะไรต่ออีกแล้ว

 

 

“ชานยอลไม่ต้องรีบกลับบ้านเหรอ”

 

 

“ก็ทำตัวให้อยากกลับบ้านซักทีสิ  ฉันจะได้กลับ”  พูดทั้งที่ยังหลับตา  

 

 

“ยังไม่ใช่ตอนนี้อะ  ถ้าชานยอลอยากกลับจะทิ้งผมไว้ตรงนี้ก็ได้”

 

 

……

 

 

“ชานยอล..

 

 

“เงียบๆน่าฉันจะหลับ”

 

 

คนตัวเล็กมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจนัก  บางครั้งก็เหมือนจะดุ  แต่บางครั้งก็ใจดีด้วย  แบคฮยอนไม่รู้เลยว่าจริงๆแล้วชานยอลเป็นคนแบบไหนกันแน่   แต่ไม่ว่าชานยอลจะเป็นแบบไหนตอนนี้แบคฮยอนก็นึกขอบคุณอีกฝ่ายในใจที่ไม่ทิ้งเขาไว้ที่นี่ตามที่บอก

 

 

 

“เวลาอยู่กับชานยอลผมรู้สึกเหมือนได้อยู่กับพ่อเฒ่าเลย”

 

 

“นี่ว่าฉันแก่หรอ”

 

 

“อึ้”  คนตัวเล็กรีบส่ายหน้าพลางหลุดขำตอนที่เจ้าของรถหรี่ตาขึ้นมองมาอย่างดุๆหลังได้ยินว่าตัวเองเหมือนพ่อเฒ่า  ไม่ใช่อย่างนั้น..”  ศีรษะเล็กเอนลงพิงเบาะสบายๆบ้าง

 

 

“แบบว่าเหมือนจะดุแต่ก็ใจดีมาก”

 

 

“แล้วไป”

 

 

“หล่อเหมือนกันด้วย”

 

 

หล่อเหมือนกันนี่เขาควรจะดีใจใช่ไหม  หน้าก็ไม่เคยเห็น

 

 

“แม่ครูของผมก็สวยนะ  แม่ครูกับพ่อเฒ่าน่ะหล่อสวยเหมาะสมกันมาก  เหมือนชานยอลกับซอริ…  ไม่สิ  ไม่เหมือน  ซอรินไม่สวยแล้ว”  คนฟังหลุดขำพลางส่ายหน้ากับความเด็กของแบคฮยอน 

 

 

“โกรธซอรินมากหรอ”

 

 

“หรือจะให้ทำยินดีทั้งที่ตัวเองถูกทิ้งล่ะ”

 

 

ชานยอลยักไหล่

 

 

“ถ้าไม่อยากให้กลับด้วยก็น่าจะปฏิเสธคุณท่านตั้งแต่แรกไม่ใช่รึไง  ผมนั่งรอตั้งหลายชั่วโมงนะ  โดนยุงกัดไปตั้งหลายตัว”

 

 

…..

 

 

“แฟนคุณนิสัยไม่น่ารักเลย  ใจร้ายสุดๆ”

 

 

“ไม่กลัวฉันเอาไปบอกเธอหรือ”

 

 

“บอกก็บอกสิ  ผมจะเป็นเด็กดีกับคนที่ดีด้วยเท่านั้นแหละ  ตอนนี้ชองซอรินไม่ใช่แล้ว”  ยกมือขึ้นกอดอกเชิดหน้าให้ชานยอลดูเลยว่าครั้งนี้โกรธจริงๆและจะไม่อภัยให้ง่ายๆด้วย  ชานยอลเห็นแล้วไม่รู้สึกเคืองสักนิด  กลับรู้สึกขำกับท่าทางลูกหมาขู่ฟ่อนั่นอีกตามเคย

 

 

“ผมน่ะเจ็บแล้วจำ”

 

 

“อ้อ งั้นเหรอ”

 

 

“ถึงชานยอลจะใจดีกับผมและพวกคุณจะเป็นแฟนกันยังไงก็ช่าง  มันหักลบกันไม่ได้หรอก”

 

 

“ระวังบัดดี้ของนายจะไม่มีที่อยู่ไว้เถอะ”

 

 

“ผมจะเลี้ยงบัดดี้ให้ดุกับซอรินเลยคอยดู”

 

 

เจ้าเด็กนี่..

 

 

“แต่ผมจะเลี้ยงให้มันเชื่องกับชานยอล  คุณท่าน  คุณแม่อินจอง  คุณพ่อ  เซฮุนแล้วก็อีกหลายๆคนที่ดีกับผมนะ  ส่วนคนใจร้ายผมจะสั่งให้มันแยกเขี้ยวใส่ให้หมดเลย”  แค่ชานยอลลองนึกภาพลูกหมาโกลเด้นที่ยังโตได้ไม่เท่าไหร่กำลังขู่ฟ่อก็อยากขำขึ้นมาแล้ว  มันคงไม่ได้ต่างจากแบคฮยอนตอนนี้เท่าไหร่หรอก

 

 

“และผมจะเลี้ยงให้มันรักผมมากๆ  ไม่ทิ้งผมให้ต้องอยู่คนเดียวด้วย

 

 

เสียงงึมงำบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายใกล้หลับเต็มที  ชานยอลตะแคงหน้าลอบมองคนตัวเล็กที่กำลังหลับตาพริ้ม  ลมหายใจสม่ำเสมอและเสียงพูดที่เงียบไปพักใหญ่ทำให้ร่างสูงค่อนข้างมั่นใจว่าอีกฝ่ายคงหลับสนิทไปแล้วน่าดู

 

 

…..

 

 

            มือใหญ่แกล้งสะกิดแก้มนิ่มเบาๆ  พอไม่มีปฏิกิริยาโต้กลับรอยยิ้มจากริมฝีปากอิ่มก็ระบายออกมาพร้อมลูบกลุ่มผมนุ่มมือนั้นไปมาด้วยความเอ็นดู

 

 

            “ไอ้เด็กดื้อ”  นิ้วใหญ่เลื่อนลงมาบีบแก้มนิ่มที่แสนจะน่าหมั่นไส้ยามอีกฝ่ายตื่น  จริงๆตอนหลับก็น่าหมั่นไส้อยู่ดีนั่นแหละ   จมูกก็น่าหมั่นไส้  ปากก็น่าหมั่นไส้  แก้มก็น่าหมั่นไส้  แบคฮยอนช่างน่าหมั่นไส้ในสายตาชานยอลไปซะหมด  พอเล่นจนพอใจก็ค่อยๆจัดท่านั่งของอีกฝ่ายให้เข้าที่เข้าทางและปรับเบาะเอนลงจนเกือบสุด

 

 

สุดท้ายวันหยุดของเขาก็ยังไม่พ้นต้องมาคอยดูแลหลานคุณยายอยู่ดี

 

 

แต่ชานยอลก็ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่แย่นักหรอกนะ

 

 




#Ficmysscb





 

Talk:

 

กลับมาอัพต่อแว้ววววว  ( :






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 466 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5079 JinPuyja (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 00:59
    พิชาน

    เอ็นดูน้องเยอะๆนะ
    #5,079
    0
  2. #5058 乃イ乙メ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 12:34
    หึงพิชานอ่ะ หึง!

    นึกภาพตอนน้องไปเห็นแล้วสงสาร โถ่หนูลูกกกกก แม่คนนี้จะปกป้องหนูเอง อิซอรินจะต้องตาย เหอะ! อยากจับมันกดส้วมจัง กล้ามากกล้ามาทำลูกชั้น
    #5,058
    0
  3. #5043 Isabellbest (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 23:22
    นี่ก็แอบคิดว่าเพราะอยู่ด้วยกันมาตลอดเลยทำให้พี่ชานคิดว่าควรรักซอรินทั้งที่จริงอาจจะไม่รู้อะไรเลยในความรู้สึกตัวเอง เหนือสิ่งอื่นใดยัยหนูน่ารักบ่อยจนพี่เค้าแอบหมั่นเขี้ยวแล้วว
    #5,043
    0
  4. #4991 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:06
    พี่ชานนนนนนแง่
    #4,991
    0
  5. #4980 khun_Na (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 09:27
    แง้ เจ่บหัวนมตงทิพิชานยอลมีแฟนแร้ว จุบกันด้วย สงสารน้องง
    #4,980
    0
  6. #4948 IPINOCKIO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 11:54
    เอาแล่วๆๆๆๆๆ ตอนแรกรำคาญตอนนี้เริ่มเอ็นดูน้องแล้วสินะ สงสารน้องอ่ะ ทำไมต้องมาทิ้งน้องไว้แบบนี้ด้วย เป็นผู้หญิงที่นิสัยไม่ดีจริงๆ
    #4,948
    0
  7. #4943 praifahxq_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 12:30
    กี้ดดด หุบยิ้มไม่ได้เลย
    #4,943
    0
  8. #4925 baconjelly2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 00:35
    อ่านฉากบนรถกี่ทีก็เขินนนน
    #4,925
    0
  9. #4893 KUMDAM (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 15:58
    จูบกันก็ว่าหนักแล้วนี้อยู่บนตักอีกตะหาก หึ้ยยยยยยยยยย
    #4,893
    0
  10. #4876 Park Nokia. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:04
    ซนใช่ย่อยเลยนะเนี่ย ยันแบค
    #4,876
    0
  11. #4866 Darkmate (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 17:14
    ไม่ชอบซอรินตอนแรกแค่แอบหมั่นไส้แต่ตอนนี้เริ่มเกลียดและชานยอลไปจูบกับมันได้ไงง!!!
    #4,866
    0
  12. #4708 _BLacKRuBy_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 03:38
    ทำไมไม่ชอบซอรินเลยอ่ะ เพราะเธอเกิดมาคู่กับชานแน่เลย! แบบโหแล้วถ้าชานรักแบคแบครักชานแต่ต้องมาติดซอรินเนี่ย คงตะหงิดน่าดู
    #4,708
    0
  13. #4652 ์Namwan1704 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 15:12

    คิก ชานยอลลลลลลลลลลลลลล

    #4,652
    0
  14. #4626 nsjcbw. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 22:07
    โธ่ตะแบค น้องคงรู้สึกโดดเดี่ยวมาตลอดสินะ ฮือออ
    #4,626
    0
  15. #4614 srithong01 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 17:55
    น้องปาความน่ารักไปให้พี่เยอะๆเลยลูกกกก
    #4,614
    0
  16. #4559 kabodkt (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 14:12
    คนพี่เอ็นดูน้องแล้วล่ะสิ
    #4,559
    0
  17. #4552 Ihaveadream (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 04:42
    ทำเเบบนี้กะน้องแบคได้ไง ฮือออ มาหาพี่นะ กอดๆๆๆ
    #4,552
    0
  18. #4506 geejajaa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 00:17
    เหยยย มีความอ่อนโยนมากขึ้น กับซอรินคงไม่ใช่รักแล้วล่ะมั้ง
    #4,506
    0
  19. #4486 tuntiiz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 20:38
    ทำไมหนูน่ารักอย่างงี้ลูกกกก
    #4,486
    0
  20. #4466 Kim-kibom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 20:41
    สงสารน้อง ..ยัยแชรินใจร้าย
    #4,466
    0
  21. #4418 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 12:26
    แงง สงสารน้อง พี่ชานห้ามทิ้งน้องนะTT
    #4,418
    0
  22. #4398 Tan81142 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 17:56
    ร้องไห้เลยสงสารแบค
    #4,398
    0
  23. #4365 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 21:32
    น้องน่ารักใช่ไหมล่ะ
    #4,365
    0
  24. #4289 izfxrn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 14:39
    เอ็นดูดูเอ็น -.,-
    #4,289
    0
  25. #4246 11507416p (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 23:03
    น่อววววววว ไม่เบานะคุณชานยอลลลล
    #4,246
    0