You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 36 : Shining XXXIV :: my sunshine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,026
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 259 ครั้ง
    31 พ.ค. 59





Shining XXXIV

 

Last”






 

 

 

 




 

            ไอเย็นจากอากาศด้านนอกปลุกปาร์คชานยอลให้ตื่นขึ้นมาตอนฟ้าสาง เขาขยับตัว เหยียดแขนขานิดๆเพื่อขจัดไล่ความเมื่อยล้า มือถูแขนไปมา หวังบรรเทาร่างกายตัวเองให้อบอุ่นขึ้น

 

            ริมฝีปากหยักยิ้มจางๆเมื่อหันไปพบคนตัวเล็กนอนหลับอุตุบนเบาะข้างๆ ท่าทางไม่รับรู้ถึงสิ่งใด คิ้วบางขมวดเข้าหากันนิดหน่อย แก้มนิ่มที่เขาฟอนฟัดตลอดทั้งคืนย้อยเหมือนเด็กๆเพราะแนบติดกับเบาะที่นั่ง บนตัวมีเสื้อสูทนักศึกษาตัวใหญ่ของชานยอลห่มกายไว้ หายใจสม่ำเสมอ ดูยังไงก็น่ารักน่าเอ็นดูจนชานยอลอดไม่ได้ เอี้ยวตัวจากเบาะที่นั่งคนขับเข้าไปจุ๊บริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มเบาๆรับเช้าวันใหม่

 

       ความหนาวเย็นที่คืบคลานเข้ามาผ่านกระจกหน้าต่างรถด้านหลังที่ชานยอลเป็นคนเปิดทิ้งไว้ก่อนนอนทำให้เขาอยากนอนต่อไปอีกนานๆ อยากนอนตะแคงหน้าจ้องคนหลับลึกต่อไปเรื่อยๆจนกว่าฟ้าจะสว่างเต็มที่

 

ไม่รู้เลยว่าตัวเองยิ้มง่ายกับเรื่องเล็กๆน้อยๆได้ตั้งแต่เมื่อไหร่  รู้แต่ว่ามันมีความสุขจนไม่อาจซ่อนเอาไว้ แค่ได้มองตอนหลับ แค่ได้ดูแลตอนตื่น แค่ได้ร่วมใช้ช่วงเวลาดีๆไปด้วยกันทุกวัน มันก็คือความสุขของเขาแล้ว ตอนนี้แบคฮยอนไม่ใช่แค่ความสุขของคุณยายหรือใครคนไหนเท่านั้น แต่แบคฮยอนกลายเป็นความสุขของชานยอลไปแล้วเช่นกัน

 

มือใหญ่ลูบศีรษะเล็กเบาๆด้วยความทะนุถนอม พยายามขยับตัวให้น้อยที่สุดเพราะไม่อยากให้เกิดเสียงดัง อยากให้แบคฮยอนได้พักผ่อนให้เต็มอิ่ม เพราะเมื่อคืนอีกฝ่ายถูกเขารบกวนมามากแล้ว ก็เพิ่งได้หลับกันไปไม่กี่ชั่วโมง แถมยังต้องมานอนในรถแคบๆแบบนี้อีก เป็นไปได้ชานยอลอยากให้แบคฮยอนไปนอนเหยียดขาสบายๆอยู่เบาะหลังด้วยซ้ำ แต่ด้วยสภาพเละเทะที่สร้างกันไว้เมื่อคืน แบคฮยอนถึงต้องย้ายมานอนเบาะหน้าข้างๆเขาแทนอย่างนี้

 

ปรับเบาะให้เอนลงจนสุด อาจสบายได้ไม่เท่าการนอนบนเตียงนุ่มๆที่บ้านหรือนอนเบาะหลังแต่ความเหนื่อยล้าก็ทำให้พวกเขาผล็อยหลับไปได้ง่ายๆแทบจะพร้อมกัน แม้จะเป็นการนอนในที่แคบๆก็ตามที

 

ชานยอลยังคิดอยู่ว่าหากเอารถไปให้คุณพ่อบ้านหรือใครทำความสะอาดให้ ถ้าไม่เด็กหรือใสซื่อจนเกินไปคงมองคราบเหนอะๆและได้กลิ่นคาวแปลกๆในรถคันนี้ได้แน่  ไม่ใช่ว่าไม่ทำความสะอาดเลย ตอนเสร็จกิจคุณชายดึงกระดาษทิชชู่มาเช็ดน้ำต่างๆออกบ้างแล้ว แต่ด้วยความง่วง ความเหนื่อย และแอลกอฮอล์ที่สะสมไว้ในร่างกายทำให้เขาทำทุกอย่างได้แค่ลวกๆเท่านั้น ซึ่งป่านนี้ก็คงติดแน่นไปแล้ว

 

ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บแก้มแบคฮยอนอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆเปิดประตูลงจากรถออกไปยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก เขานั่งกอดอกบนฝากระโปรงรถ ปล่อยให้สมองคิดไปเรื่อยเปื่อย สายตาคอยทอดมองแสงสีส้มอ่อนจากดวงอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า

 

 

“ชานยอล..

 

ชานยอลหันกลับไปมองเสียงเรียกแหบๆ แบคฮยอนยืนขยี้ตาอยู่หลังประตูรถที่เปิดทิ้งไว้และกำลังจะเดินเข้ามาหาเขา ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ทั้งยังเอาเสื้อสูทของเขาห่มติดกายมาด้วย

 

“ทำไมไม่นอนต่อ รีบตื่นทำไม”

 

ถึงจะว่าแบบนั้นทว่ามือใหญ่กลับตบฝากระโปรงรถเบาๆ เพื่อเรียกให้แบคฮยอนเข้ามานั่งข้างๆ คนตัวเล็กว่าง่าย เข้ามานั่งตามที่เขาบอกแล้วเอียงแก้มซบลงกับหัวไหล่แข็งๆของเขา

 

“หรือว่าไม่สบายตัว”

 

คนตัวเล็กส่ายหน้าหวือแล้วมุดหน้าซุกไหล่ชานยอลต่อ ไม่พูดไม่จา ชานยอลจึงลูบผมนุ่มนั้นเบาๆราวกับกล่อมเด็กเล็ก

 

“งืมม..

 

“ง่วงนอนแล้วงอแงตามเคย” ปฏิกิริยาตอนถูกลูบหัว โอบไหล่ของแบคฮยอนคล้ายๆกับลูกหมาที่ถูกเจ้านายเอาใจ ครางงึมงำในลำคอ เอาหน้ามาถูไถไหล่ชานยอลไม่หยุด คนตัวสูงเขาก้มลงมองแฟนตัวเล็กแล้วหัวเราะเบาๆด้วยความเอ็นดู  

 

“พระอาทิตย์กำลังจะขึ้น ไม่เงยหน้าขึ้นมาดูหน่อยหรอไอ้ขี้เซา”

 

“ผมเห็นที่ชุมชนบ่อยแล้ว” ตอบเสียงอู้อี้ ชานยอลกดจูบข้างขมับน้อยอย่างมันเขี้ยว กระชับโอบไหล่ให้แบคฮยอนขยับเข้ามาชิดตัวเองอีก 

 

“แล้วที่ชุมชนมีฉันนั่งดูด้วยแบบนี้หรือเปล่าล่ะ”

 

 

“หื้มม์ไม่อยากดูพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกับฉันบ้างหรอ”

 

คนถูกถามค่อยๆหรี่ตามองทีละข้าง ผงกหัวขึ้นมาอย่างอ้อยอิ่ง ไม่ได้มองดวงอาทิตย์ แต่ทว่าแบคฮยอนกำลังจ้องหน้าชานยอลด้วยดวงตาใสๆอยู่

 

“มองอะไรฮึ” ชานยอลหัวเราะ

 

“มองสิ่งที่ผมคิดว่าน่ามองกว่าพระอาทิตย์ขึ้น”

 

“จีบฉันแต่เช้าเลยนะหลานคุณยาย”

 

“บ้า ผมไม่เคยคิดจะจีบชานยอลนะ ชานยอลนั่นแหละมาจีบผมก่อนทั้งนั้น” ต่างคนต่างหลุดขำออกมา แบคฮยอนแนบแก้มลงบนไหล่ชานยอลต่อ สายตามองไปยังแสงรำไรของพระอาทิตย์ดวงโต สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ก้มลงมองหน้าเขาสลับกับวิวด้านหน้าไม่ต่างกัน

 

“ผมยังจำวันแรกที่เราเจอกันได้”

 

“ที่ร้านกาแฟใต้ตึกคณะฉันน่ะหรอ”

 

“ชานยอลจำได้ด้วย”

 

“มันไม่ได้นานขนาดที่ต้องลืมนี่”

 

“แต่ผมรู้สึกว่ามันผ่านมานานจัง เหมือนเรารู้จักกันนานเลย”

 

“หรอ”

 

“แค่เจอกันวันแรกชานยอลก็ดุผมแล้ว เจอหน้ากันก็ต้องดุผมอยู่เรื่อย”

 

“นายมันน่าดุจะตาย”

 

“ฮื่อ”

 

“ฮ่ะๆ”

 

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเราจะชอบกันได้ ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะอยู่ในสายตาคนอย่างชานยอล ไม่คิดแม้แต่จะให้ตัวเองชอบด้วยซ้ำ” มือใหญ่คอยลูบศีรษะคนพูด

 

“มีคนเคยบอกฉันว่าความรักมักเข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัว” ใบหน้าหล่อซบลงบนศีรษะของแบคฮยอน “เข้ามาแล้วไม่รู้ว่าช้าหรือเร็วที่มันจะจากเราไปอีก ดังนั้นควรจะรักษามันไว้ให้ดี ฉันเองก็คิดแบบนั้นถึงอยากดูแลความรักของเราให้ดีที่สุด อยากมีนายอยู่ข้างๆไปนานๆ”

 

“ผมเชื่อว่าชานยอลทำได้”

 

ชานยอลส่ายหน้า

 

“จะเป็นฉันคนเดียวได้ยังไง นายก็ต้องช่วยด้วยสิเด็กโง่”

 

“ฮ่ะๆ ผมรู้น่า” แบคฮยอนบ่นอุบอิบ “ผมรักชานยอลจะตาย ให้ทำอะไรก็ทำหมดนั่นแหละ...” ชานยอลอมยิ้มฟังอย่างมีความสุข รู้สึกดีแบบที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้หมด มันจับต้องไม่ได้ แต่ว่าสัมผัสถึงมันได้เสมอความรู้สึกดีๆความรักดีๆการมีคนรักดีๆ พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้ากับเราด้วยความเข้าใจ

 

รวยล้นฟ้าแค่ไหนก็หาซื้อมันไม่ได้

 

เรื่องของหัวใจ..ก็ต้องใช้หัวใจแลกมันมา

 

ไม่ใช่เงินทองหรือสิ่งของใด

 

 







 

รถหรูของปาร์คชานยอลจอดเทียบหน้าบันไดคฤหาสน์ตระกูลชองในตอนเช้า สาวใช้คนหนึ่งวิ่งเข้ามาพร้อมคนขับรถเพื่อรอต้อนรับคุณหนูและคุณชายของพวกเขา ทว่าบุคคลทั้งสองยังคงร่ำลากันไม่จบ ประตูรถยังคงปิดสนิท ประกอบกับฟิล์มทึบรอบคันทำให้บ่าวที่ยืนรออยู่ด้านนอกไม่สามารถมองเห็นผู้ที่อยู่ภายในรถได้

 

“คงไม่เข้าไปด้วยนะ ถ้าเจอคุณยายก็บอกท่านด้วยแล้วกัน”

 

“อื้อ ชานยอลขับรถกลับบ้านเถอะ เดี๋ยวออกไปเรียนไม่ทัน”

 

“เจอกันที่ชมรมขี่ม้าตอนบ่าย”

 

“ครับ” แบคฮยอนส่งยิ้มละมุนให้เจ้าของรถ บอกเบาๆว่า “งั้นลงแล้วนะ” แต่กลับทำท่าทางอึกอักลังเลที่จะง้างเปิดประตู จนชานยอลเลิกคิ้วถามขึ้นด้วยความสงสัย

 

“มีอะไรหรือเปล่า”

 

 

“แบคฮยอจุ๊บ!~” ดวงตาที่โตเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งโตขึ้นไปใหญ่เมื่ออยู่ดีๆหลานคุณยายนึกครึ้มใจยื่นหน้าเข้ามาขโมยจุ๊บแก้มเขา ไม่รู้ว่าใครควรเขินมากกว่ากัน ระหว่างคนที่ถูกฉกแก้ม หรือคนที่ไปฉกแก้มคนอื่น แต่ที่รู้ๆพอแบคฮยอนทำแบบนั้นแล้วเขาก็รีบเปิดประตูลงจากรถไปด้วยความไวแสงทันที ไม่อยู่รอให้ถูกล้อ ไม่รอเผชิญแววตาคมกริบ เพราะรู้ดีแก่ใจว่าไม่ว่ายังไงเขาก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้อยู่ดี

 

  รถซุบเปอร์คาร์นิ่งสนิทอยู่กับที่ซักพัก ไม่รู้ว่าชานยอลมัวทำอะไรอยู่ หากแต่สุดท้ายมันก็เคลื่อนออกไปจนลับสายตา 


แบคฮยอนหมุนตัวกลับเข้าบ้าน เห็นพี่สาวใช้และพี่ชายคนขับรถยืนมองอยู่จึงค้อมหัวทักทายด้วยรอยยิ้มแห้งๆ และก่อนจะถูกถามอะไรขึ้นมาเขารีบเดินหนีกลับขึ้นห้องไปทันที

 

เจอคุณแม่บุญธรรมกำลังเปิดประตูออกมาจากห้องคุณท่านไกลๆ แต่แบคฮยอนไวพอที่จะผลุบตัวหายเข้าไปในห้องนอนได้ก่อนที่หญิงวัยกลางคนจะทันเห็น

 

ที่ต้องคอยหลบคนในบ้านก็เพราะความเหลวไหลไม่ยอมกลับมานอนบ้านของตัวเองเมื่อคืน ชานยอลบอกว่าคุณท่านจะไม่ดุถ้าหากแบคฮยอนอ้างชื่อเขา แค่บอกไปตรงๆว่าไปนอนกับชานยอลมาแค่นั้น

 

แต่ให้ตายเถอะมันรู้สึกกระดากอายอยู่บ้างหากจะพูดแบบนั้น คำว่านอนอาจดูไม่มีอะไร แต่ในความเป็นจริงมันมีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่ยิ่งกว่านั้น แบคฮยอนไม่ยอมกลับบ้านเพราะมัวแต่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับคุณชายจอมร้ายกาจ ซึ่งจะโบ้ยให้เป็นความผิดอีกฝ่ายฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เพราะแบคฮยอนเองที่สมยอมยิ่งคิดก็ยิ่งน่าอาย

 

“ฮื่ออ..

 

แบคฮยอนโอดครวญกับตัวเองหลังจากปลดเสื้อผ้าทั้งหมดใส่ลงตะกร้าและเดินตัวเปล่าเข้ามายืนส่องกระจกตรงอ่างล้างหน้า บนร่างกายของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยรอยแดงสีกุหลาบเป็นจ้ำๆ เขาไล่มือสัมผัสรอยเหล่านั้นไปอย่างช้าๆ พลันภาพบทรักที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อคืนก็ซ้อนทับเข้ามาให้ได้คิดถึง พร้อมอาการหน้าร้อนวูบวาบกับแรงเต้นถี่ๆในอกข้างซ้าย    

 

ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยมีอะไรกัน มันเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว แต่เมื่อคืนมันในรถ ที่แบบนั้นก็ยังยอมให้มันเกิดขึ้นได้ ซึ่งมันน่าอาย ดูใจง่าย แต่อารมณ์และความรู้สึกในตอนนั้นมันเกินที่จะถอนตัวถอนใจไหวจริงๆ แบคฮยอนเป็นผู้ชาย ถูกคนที่ตัวเองรักบิวท์ขนาดนั้นถึงทนได้ก็คงทนอยู่ด้วยความทรมาน

 

สู้ทำตามความรู้สึกตัวเองเลยไม่ดีกว่าหรอ

 

ทั้งรู้สึกดี ทั้งมีความสุข

 

 

“ให้ตายสิแบคฮยอน”

 

ซ่า!!

 

แบคฮยอนเปิดก๊อก รีบวักน้ำใส่หน้าตัวเองแรงๆเผื่อว่ามันจะช่วยสลัดความฟุ้งซ่านและภาพบทรักที่ติดตาทั้งหมดออกไปได้ รีบล้างหน้าแปรงฟัน รีบไปอาบน้ำแต่งตัว ก่อนที่จะไปเข้าเรียนสาย!

 

 


 

 


 

ร่างสูงโดดเด่นของปาร์คชานยอลปรากฏที่ชมรมขี่ม้าโปโลในช่วงบ่ายของวัน..เป็นเวลาหลังเลิกเรียน นอกจากจะนัดให้แบคฮยอนมาเจอที่นี่แล้วเขาก็ยังนัดพ่อแม่และคุณยายมาด้วยอีก เพราะว่าวันนี้มีกิจกรรมทำนุบำรุงชมรมก่อนปิดภาคเรียน ที่สำคัญชานยอลสั่งปิดชมรมในช่วงบ่ายโดยเฉพาะ เนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัวให้ทั้งตัวเองและผู้ใหญ่

 

กิจกรรมนี้เกิดขึ้นทุกเทอมอยู่แล้ว คล้ายๆกับการตรวจสุขภาพม้าและทำความสะอาดคอกคราวก่อน ต่างกันแค่การทำนุบำรุงจะเป็นหน้าที่ของคนงานเป็นหลัก ทำความสะอาด จัดการอุปกรณ์และทุกๆอย่างให้เรียบร้อยให้มากที่สุดก่อนวันปิดเทอม

 

มากไปกว่านั้นจะมีเจ้าของมหาวิทยาลัย อย่างคุณยายหรือไม่ก็เป็นพ่อแม่ของเขาเข้ามาร่วมกิจกรรม ช่วยตรวจตราความเรียบร้อยด้วย ซึ่งโดยปกติแต่ละเทอมมักจะมีผู้ใหญ่มาร่วมแค่คนเดียวซะเป็นส่วนใหญ่เพราะว่ามีเวลาว่างไม่ตรงกัน แต่เพราะคราวนี้ชานยอลจองคิวล่วงหน้าไว้ซักพักแล้ว บวกกับใช้อภิสิทธิ์พิเศษในการลัดคิวยุ่งๆของพ่อแม่ พวกท่านถึงจะมาพร้อมหน้าพร้อมตากันทุกคนได้

 

มากกว่ามาร่วมกิจกรรมชมรม

 

ก็คือมาเพื่อฟังเรื่องสำคัญที่เขาจะบอก

 

 

ทันทีที่ชายหนุ่มย่างก้าวเข้าไป บอดี้การ์ดชุดสูทสีดำที่คุ้ยเคยกันดีรีบค้อมหัวให้นายน้อยคนโตของบ้านอย่างเป็นระบบระเบียบ ทั้งยังรู้งาน รายงานให้ชานยอลทราบว่าผู้ใหญ่ได้เข้ามานั่งรออยู่ก่อนแล้วและนั่งกันอยู่ตรงไหน ตบท้ายด้วยการบอกว่าคุณชายปาร์คคนเล็กก็มาถึงแล้วเหมือนกัน

 

นั่นหมายความว่าแบคฮยอนก็คงจะมาด้วย

 

ชานยอลก้าวเท้าไปทางสนามม้า เห็นมาแต่ไกลว่าทุกคนกำลังนั่งคุยเล่นกันอยู่ที่โต๊ะริมสนาม แต่เดิมไม่เคยมีสิ่งอำนวยความสะดวกวางอยู่ตรงนั้นเพราะเกะกะ แต่เนื่องจากวันนี้มีผู้ใหญ่ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญมาเยือน คนดูแลและลูกน้องของพ่อคงจัดการเนรมิตให้ทุกอย่างกลายเป็นเหมือนสวนนั่งเล่นที่บ้าน ที่มีทั้งโต๊ะกลมสำหรับนั่งเล่น ร่มสนาม หรือแม้กระทั่งของว่างและเครื่องดื่มวางพร้อมสรรพแบบที่ประธานชมรมอย่างชานยอลไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย

 

“คุณชายมาแล้วครับ” คุณพ่อบ้านแจ้งให้ทุกคนทราบด้วยน้ำเสียงสุภาพเมื่อหันมาเห็นว่าปาร์คชานยอลกำลังเดินเข้ามาจวนเจียนจะถึงโต๊ะแล้ว

 

“ไงเรา มาเอาคนสุดท้ายเลยนะ”

 

“ขอโทษด้วยครับ” พ่อของเขาส่ายหัวให้ว่าไม่เป็นไร ก่อนจะผายมือให้ลูกชายคนโตเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ว่างข้างๆ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับแบคฮยอน

 

“กินข้าวมาหรือยังน่ะเรา”

 

“เรียบร้อยแล้วครับคุณยาย”

 

“ก่อนหน้าเราจะมาเซฮุนพายายเดินสำรวจทั่วชมรม สะอาดเรียบร้อยดีเหมือนเดิม คนงานก็ขยันขันแข็งกันดี”

 

“ขอบคุณครับ” คุณยายท่านส่งเสียงหัวเราะเบาๆให้ชานยอลอย่างเอ็นดู พลางยกแก้วชาร้อนขึ้นจิบด้วยท่าทางสบายๆ

 

“ธุระสำคัญที่เราบอกจะคุยกับพ่อแม่แล้วก็คุณยายคือเรื่องอะไร บอกได้หรือยัง”

 

“ครับ” ชานยอลพยักหน้าให้ผู้เป็นแม่ มองหน้าผู้ใหญ่เพียงผ่านๆก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ใบหน้าของแบคฮยอนแวบหนึ่ง แล้วพูดเรื่องสำคัญที่อยากจะพูดโดยไม่รีรอให้เสียเวลา

 

“ผมกับซอรินเราไม่ได้คบกันในฐานะแฟนหรือคู่หมายแล้ว พ่อแม่กับคุณยายรู้เรื่องนี้แล้วใช่มั้ยครับ” หลังจากเห็นว่าผู้ใหญ่พยักหน้ารับ ชานยอลจึงค่อยๆพูดต่อ

 

“ผมขอโทษที่ไม่ได้บอกทุกคนในทันที แล้วก็ทำอะไรโดยที่ไม่ปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน”

 

“ความจริงผู้ใหญ่ก็มีส่วนผิดที่ไปผูกมัดหลานทั้งสองไว้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กไม่รู้ประสีประสา ยายแค่เคยหวังว่าครอบครัวเราจะได้เกี่ยวดองกันไปนานๆ แต่หากมันไม่ใช่ความสุขของหลานยายก็จะเคารพการตัดสินใจ”

 

“ขอบคุณที่เข้าใจนะครับคุณยาย” ชานยอลค้อมหัว หันไปสบตาพ่อแม่ตัวเอง “อันที่จริงครอบครัวของเรายังเกี่ยวดองกันต่อไปได้”

 

“แน่นอนสิลูก เรากลายเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกันมาตั้งนานแล้ว ถึงจะไม่ได้แต่งกับซอรินก็ไม่..

 

“ถึงผมจะแต่งกับซอรินไม่ได้ แต่ผมแต่งกับหลานคุณยายอีกคนได้นะครับ”

 

” ท่านหญิงคงเป็นคนเดียวที่นั่งทำหน้าฉงน มองหลานชายตัวสูงด้วยความไม่เข้าใจ ขณะที่คนอื่นๆบนโต๊ะไม่เว้นแม้แต่คุณพ่อบ้านที่ยืนประสานมือสำรวม รอรับคำสั่งอยู่ด้านหลังยังเข้าใจในสิ่งที่ชานยอลเพิ่งพูดออกไป

 

และเพราะเข้าใจ แบคฮยอนถึงได้นั่งตัวแข็งทื่อ เหงื่อผลุดขึ้นมาบนฝ่ามือ ใจเต้นแรงโครมคราม สมองคิดกลัวไปต่างๆนาๆ ชานยอลที่นั่งมองอยู่อ่านมันออกหมด รู้ว่าตอนนี้แบคฮยอนกำลังเป็นกังวล ทุกอย่างมันฟ้องชัดอยู่บนใบหน้าเล็ก และเขาไม่ต้องการเห็นแบคฮยอนต้องเป็นแบบนี้อีกแล้ว

 

ผมกับแบคฮยอนเรารักกันครับคุณยาย

 

ถึงเลือกที่จะพูดมันต่อหน้าทุกคนให้มันชัดเจนซักที

 

“เราคบกันมาซักพักแล้ว”

 

 

คุณยาย..”

 

“ทำไมเพิ่งมาบอก”

 

“ผมอยากให้ทุกอย่างมันเข้าที่เข้าทางก่อน อยากให้แน่ใจว่านอกจากความรักที่เรามีให้กันแล้ว อะไรหลายๆอย่างเราสามารถไปด้วยกันได้ ขอโทษนะครับถ้าจะต้องพูดตรงๆว่าผมไม่อยากให้เรื่องของเราจบลงเหมือนเรื่องซอรินผมไม่อยากให้คุณยายต้องรู้สึกไม่ดีซ้ำๆ”

 

“แต่แบคฮยอนเป็นผู้ชายนะ”

 

“ผมทราบดีครับ”

 

“บอกได้มั้ยว่าทำไมถึงเป็นแบคฮยอน”

 

“บอกไม่ได้ครับ เพราะผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”

 

 

“ผมรู้แต่ว่าตัวเองมีความสุข” แบคฮยอนนั่งเม้มปาก น้ำตาคลอระหว่างที่สบตากับชานยอล “ผมคิดว่าจริงๆแล้วทุกคนคงพอจะมองออกว่าความสัมพันธ์ของเรามันไม่เหมือนเดิม หรืออาจจะทราบเรื่องมาจากคนอื่นแล้ว แต่ผมก็ยังอยากบอกด้วยตัวของผมเอง”

 

“แม่รู้วันที่เราทะเลาะกับเซฮุน ส่วนพ่อรู้มาจากคุณพ่อบ้าน...ก็ซักพักแล้ว”

 

“คุณยายล่ะครับ รู้มาก่อนหรือเปล่า”

 

“ซอรินพูดให้ฟังอยู่บ้าง ไม่มาก นอกนั้นยายคอยสังเกตเอาจากพฤติกรรมความสนิทสนมของเรา ไม่ได้ปักใจตัดสินหรอก อยากรอให้หลานเข้ามาบอกด้วยตัวเอง”

 

“แล้วมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ยังไงบ้างครับ”

 

“เราก็น่าจะรู้คำตอบของยายและพ่อแม่ดีอยู่แล้วนะชานยอล” ไม่ว่าจะเป็นคนรัก เพื่อน หรือครอบครัว มันไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่เราเข้าใจซึ่งกันและกันอีกแล้ว

 

“พ่อแม่ยังไงก็ได้ ขอแค่ลูกมีความสุขและคนๆนั้นเป็นคนดีก็พอแล้ว”

 

“ยายก็คงบอกได้แค่ว่าขอบคุณที่ชานยอลเอ็นดูหลานของยายคนนี้ แม้ตาหนูจะเพิ่งเข้ามาเป็นคนในตระกูลชองได้ไม่นานแต่ยายก็รักเค้าไม่น้อยไปกว่าลูกหลานคนไหน” มือเหี่ยวย่นตามวัยลูบศีรษะหลานตัวน้อยด้วยความรักความเอ็นดู ยิ่งเห็นว่าเจ้าตัวแสบนั่งน้ำตาคลอเบ้า ไม่พูดไม่จายิ่งรู้สึกเอ็นดูเข้าไปใหญ่

 

“จริงๆผมมีอีกเรื่องสำคัญที่อยากจะบอก จะเรียกว่าขอก็ได้ครับ”

 

“อะไรหรือ”

 

“ผมอยากจะขอหมั้นแบคฮยอนไว้ก่อนครับ”



 

 

 



 

 

ซ่า!!!

 

เป็นอีกครั้งที่แบคฮยอนต้องวักน้ำล้างหน้าตัวเองแรงๆเพราะคนๆเดียวที่เป็นเหตุ...ปาร์คชานยอล


อีกฝ่ายทำสมองแบคฮยอนสับสนไปหมด หูอื้อแปลกๆ หัวใจที่ว่าเต้นแรงแล้วกลับเต้นแรงเพิ่มขึ้นเมื่อนึกถึงสิ่งที่อีกฝ่ายกล้าพูดต่อหน้าผู้ใหญ่

 

ผมอยากจะขอหมั้นแบคฮยอนไว้ก่อนครับ

อยากมีหลักประกันมารับรองว่าต่อไปเราจะใช้ชีวิตร่วมกัน

เอาไว้ให้เราเรียนจบอีกเทอมค่อยให้มีงานหมั้นเกิดขึ้นก็ได้ครับ ผมยินดีรอ

แต่หากช้ากว่านั้นอย่างเช่นให้รอจนกว่าผมหรือว่าแบคฮยอนเรียนจบ ก็ให้มันเป็นงานหมั้นพร้อมงานแต่งงานเลยก็แล้วกันนะครับ

 

 

 ชานยอลคนบ้า..บ้าจริงๆเลย!

 

ที่เอาแต่ว่าแบคฮยอนว่าเอาแต่ใจต่างๆนาๆ จริงๆแล้วตัวเองก็ไม่น้อยไปกว่ากัน อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ไม่เคยปรึกษา ไม่เคยบอกอะไรให้เขาได้ตั้งตัวก่อนเลยว่าจะคุยกับผู้ใหญ่เรื่องความสัมพันธ์ ไหนจะเรื่องหมั้นเรื่องแต่งที่จู่ๆก็เอามาพูดมัดตัวแบคฮยอนไว้แน่นโดยที่ไม่สามารถคัดค้านต่อหน้าผู้ใหญ่ได้

 

เขาพูดอะไรไม่ออกหรอก ณ ตอนนั้น ได้แต่นั่งบีบมือบนหน้าตัก หนักเข้าหน่อยก็ขอแอบจับมือเซฮุนใต้โต๊ะเพื่อหาที่พึ่ง ไม่ได้โกรธ ไม่ได้ไม่พอใจใดๆ ตรงกันข้ามเลยต่างหากมันเป็นความรู้สึกที่วิเศษมาก รู้สึกดียิ่งกว่าอะไรที่ผ่านมา 


ชานยอลพูดมันต่อหน้าผู้ใหญ่ แสดงให้ทุกคนเห็น ทำให้ทุกคนรับรู้อย่างตรงไปตรงมา แล้วก็เป็นโชคดีที่พ่อแม่ของอีกฝ่ายไม่นึกรังเกียจเด็กบ้านๆที่ไม่มีแม้แต่พ่อแม่ที่แท้จริงอย่างเขา

 

มันรู้สึกดีซะจนแบคฮยอนต้องแอบหลบมุมมาปล่อยน้ำตาแห่งความดีใจระคนซึ้งใจในห้องน้ำเงียบๆคนเดียว วักน้ำล้างหน้าตัวเองซ้ำๆเพื่อให้น้ำตาใสๆมันเหือดหาย ไม่อยากให้ใครต้องเข้ามาเห็นว่าเขาอ่อนแอ เป็นคนอารมณ์อ่อนไหวง่าย ถึงแม้ความจริงมันจะใช่จริงๆก็ไม่อยากให้ใครได้เห็นทั้งนั้น

 

 

“แบคฮยอน~

 

เสียงของเซฮุนที่ดังใกล้เข้ามาทำให้แบคฮยอนต้องปิดน้ำที่อ่างแล้วรีบไปดึงทิชชู่เช็ดมือมาเช็ดหน้าตัวเองลวกๆ ถูมันแรงๆเพื่อไม่ให้หลงเหลือหลักฐานไว้มัดตัวได้ว่าเขาแอบหนีมาร้องไห้อยู่ตรงนี้

 

“ออกมาเข้าห้องน้ำนานจัง”

 

“อ่อ..กำลังจะกลับเข้าไปอยู่พอดี”

 

“ทำไมตาแดงๆ จมูกก็แดงด้วย”

 

“มาสั่งน้ำมูก รู้สึกจะเป็นหวัด”

 

“หรอ” แบคฮยอนฉีกยิ้มแฉ่งให้เพื่อน จากสีหน้าที่เคยเคลือบแคลงใจด้วยความสงสัยในตอนแรกเลยเปลี่ยนมายิ้มตอบให้เขาแทน

 

“ชักจะป่วยบ่อยไปแล้วนะ รักษาสุขภาพหน่อยสิ”

 

“อื้อ เดี๋ยวก็หายแหละไม่ต้องห่วง”

 

“ก็ดูแลตัวเองหน่อย จริงสิ..พี่ชานยอลให้เรามาตาม”

 

“ตามเราหรอ”

 

“อื้ม ไปเจอเขาที่คอกม้านะ”

 

“เซฮุนจะไม่ไปด้วยกันหรอ”

 

“พี่ชานยอลคงอยากคุยกับแบคฮยอนเป็นการส่วนตัว”

 

“ส่วนตัวแค่ไหนเซฮุนก็ไปด้วยได้”

 

“ไปเถอะ เราจะกลับไปนั่งคุยกับคุณยายต่อ ไม่ได้เจอท่านหลายวันแล้วมีเรื่องให้โม้ด้วยเยอะไปหมด” แบคฮยอนพยักหน้าอย่างเข้าใจ กำลังจะก้าวออกจากประตูห้องน้ำแล้วทว่าเซฮุนเรียกไว้ก่อน

 

“แบคฮยอน”

 

“ฮึ..” เขาหันหน้ากลับไปมองเพื่อนตัวสูง เซฮุนกำลังยืนส่งยิ้มอบอุ่นให้ด้วยแววตาที่ไม่ว่าเมื่อไหร่แบคฮยอนก็ยังสัมผัสได้ถึงแต่ความจริงใจและความหวังดี

 

“ยินดีด้วยนะ เราจะช่วยอวยพรให้รักของแบคฮยอนมีแต่ความสุขอยู่ตรงนี้”

 

“เซฮุนต้องมายืนข้างๆเราเหมือนกับชานยอลต่างหาก”

 

เซฮุนส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ยังคงอยู่

 

“เรายืนข้างๆแบคฮยอนเหมือนพี่ชานยอลไม่ได้หรอก แต่เราเป็นอะไรก็ได้ที่อยู่รอบๆตัวแบคฮยอน เป็นเพื่อนเป็นครอบครัว ต้องการเราเมื่อไหร่ขอแค่บอก เรายินดีช่วยเหลือแบคฮยอนเสมอ” คนตัวเล็กเดินย้อนกลับเข้าไปใหม่ เขย่งปลายเท้าหอมแก้มเพื่อนเบาๆด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง

 

“เรารักเซฮุนนะ”

 

“เหมือนกัน เราก็รักแบคฮยอน จะสถานะอะไรเราก็รัก”

 

“สถานะเหมือนแขนข้างซ้ายของเราไง ถึงไม่ถนัด..แต่เราก็ขาดมันไม่ได้”

 

“อืม ตามนั้นเลย”

 


 

 



 

คุณชายตัวสูงยืนคุยกับม้าพลางป้อนหญ้าให้มันไปด้วย ลูบตัวเบาๆเพื่อทำความคุ้นเคยไปพลางๆระหว่างรอให้คนบางคนเข้ามาหา ไม่รู้ปาร์คเซฮุนไปตามเพื่อนถึงไหน จนป่านนี้แล้วถึงยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็นกันอีก

 

 

“ชานยอลเรียกผมหรอ”

 

ชายหนุ่มละสายตาออกจากม้าทันที

 

“อืม เข้ามายืนใกล้ๆสิ มีอะไรจะให้”

 

“อะไรหรอ” คนตัวเล็กเดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าท่าทางไม่ไว้วางใจ “คงไม่เอาอะไรแปลกๆมาทำให้ผมตกใจนะ เตือนไว้เลยว่ามือเท้าของผมหนัก” คนฟังทำตาดุใส่ ตามด้วยการดึงใบหูนิ่มเบาๆ แบคฮยอนไม่ได้เจ็บ แต่ดันหลุดร้องออกมาเพราะความจั๊กจี๋

 

“แกล้งผมอยู่เรื่อย ไหน..มีอะไรจะให้”

 

คนตัวสูงบุ้ยปากไปทางเจ้าม้าตัวสีขาวที่ยืนหายใจค่อกๆอยู่ข้างๆ

 

“ฮ้ะ?!

 

“ฉันให้”

 

“อำผมอยู่หรือไง” แบคฮยอนยืนกลั้วหัวเราะถาม ส่ายหน้าอย่างไม่คิดจะหลงเชื่อ “คราวที่แล้วดุผมแทบตาย ขอให้พามาจับตัวมันนิดๆหน่อยๆก็ไม่ยอมให้ ตอนนี้มาบอกผมว่ายกให้คิดว่าผมจะเชื่อ..

 

“ฉันให้จริงๆ”

 

 

“สั่งเข้ามาให้นายโดยเฉพาะไม่เชื่อก็ลองถามพ่อแม่หรือไม่ก็ปาร์คเซฮุนดูสิ ว่าฉันโกหกนายเล่นหรือเปล่า”

 

“ทำไม..

 

“ให้เป็นของขวัญสำหรับเด็กดี” แบคฮยอนยังคงไม่เลิกทำหน้าเหลือเชื่อ ยืนทำคอแข็งราวกับกำลังอึ้งอยู่ “ตอนนี้นายมีชื่ออยู่ในชมรมนี้แล้ว และในฐานะที่เป็นแฟนของประธานชมรมจะเข้าหรือไม่เข้าตอนไหนก็ย่อมได้”

 

“ชานยอลไม่ได้แค่อำผมเล่นจริงๆใช่มั้ย”

 

“นายเป็นเจ้าของมันแล้ว”

 

“จ..เจ้าของจริงๆหรอ” นัยน์ตาใสของเด็กดื้อเปล่งประกายด้วยความดีใจแกมตื่นเต้น แบคฮยอนยืนไล่ฝ่ามือไปตามตัวม้าสีขาว จับจ้องมองมันอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

 

“มันเป็นของผมจริงๆหรอ ชานยอลห้ามโกหกผมนะ ไม่งั้นผมต้องเสียใจมากแน่ๆ”

 

“นายไม่เสียใจแน่เพราะฉันยกมันให้กับนายจริงๆ” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ เอื้อมมือลูบศีรษะทุยอย่างเอ็นดู “แต่ถ้าเมื่อไหร่นายทำตัวเกเรเป็นเด็กดื้อฉันก็จะยึดทันที”

 

“งื้อ..

 

“และจนกว่านายจะขี่มันคล่องฉันจะยังไม่ตามใจ จะถือว่ามันยังเป็นสมบัติของฉันครึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นเวลาไหนที่นายอยากจะใช้มันต้องมาบอกฉันก่อน ระหว่างนี้ฉันจะให้ครูฝึกมาช่วยสอน แล้วฉันก็จะคอยคุมอยู่ห่างๆด้วย ตกลงมั้ย” แบคฮยอนเอาแต่ทำตาเป็นประกาย สนใจมองอยู่แต่ม้าสีขาวตรงหน้าจนชานยอลไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองสาธยายให้ฟังไปทั้งหมดนั้น เข้าถึงประสาทการรับรู้ของอีกฝ่ายบ้างมั้ย

 

“แบคฮยอน”

 

“ผมได้ยิน ผมตกลง ตกลงทุกเงื่อนไขของชานยอลเลย แต่ตอนนี้ขอผมขึ้นมันหน่อยนะ” ฉีกยิ้มอวดฟันสวยซะจนเห็นเกือบครบทุกซี่ ต่อด้วยการพยักหน้าขึ้นลงอ้อนตาปริบๆ เขย่ามือเร่งเร้าไม่ให้ชานยอลได้คิดนาน

 

“ชานยอลจ๋า..” พักหลังมานี้ไม่ว่าจะอ้อนเอาอะไรแบคฮยอนมักจะทำปากหวานใส่ “ชานยอลให้แบคฮยอนขี่มันนะ น๊า...ให้แบคฮยอนขี่มันหน่อย” แล้วชานยอลก็ต้องใจอ่อน ยอมแพ้การทำเสียงเล็กเสียงน้อยให้ตัวเองน่าสงสารนั่นทุกที

 

ทั้งที่รู้อยู่ว่าอีกฝ่ายก็อ้อนเอาใจไปอย่างนั้นแต่ก็ไม่เคยเข็ด บวกกับที่ตั้งใจจะให้แบคฮยอนได้ลองควบมันอยู่แล้วเขาเลยช่วยประคองร่างเล็กให้ขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังม้าในที่สุด

 

 

“ชานยอลใจดีที่สุดเล้ย!

 

“อย่าเพิ่งดีดดิ้น อย่าเพิ่งทำอะไรกับมันทั้งนั้น นั่งอยู่เฉยๆโอเค๊?

 

“ให้มันเดินหน่อยไม่ได้หรอ”

 

“เดี๋ยวจะจูงให้ ถ้าไม่อยากตกลงมาเหมือนคราวที่แล้วก็อยู่เฉยๆไว้ บอกให้ทำอะไรก็ทำ ไม่งั้นจะอุ้มลง”

 

“งึกลัวแล้วคร้าบ” ส่งเสียงกวนประสาทมาให้พลางยืดตัวไปข้างหน้า หลับตาพริ้มขณะกอดคอม้าไปด้วยใบหน้าอิ่มเอมแลมีความสุข ชานยอลนึกอยากจะดีดหัวเข่ามนอยู่เป็นระลอกเพราะความหมั่นไส้ แต่ก็กลัวอีกฝ่ายจะดิ้นแล้วพลัดตกลงมาบาดเจ็บเลยทำได้แค่จับแข้งจับขาแบคฮยอนให้อยู่ในท่าที่สมควร

 

“นั่งให้ชิด นั่งตรงๆด้วยอย่าเล่น”

 

“ตรงพอยัง”

 

“จับสายบังเหียนแน่นๆ จับทั้งสองมือ อย่าจับมือเดียว”

 

“โอเคพร้อมแล้วเดินได้!

 

ชานยอลส่ายหัวเบาๆ เริ่มจูงม้าให้ออกเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ได้ยินเสียงแบคฮยอนพูดจ้อไม่หยุดมาตลอดทาง ก่อนจะสูดปากซี๊ดตอนที่ม้าเดินกระแทกส้น สะเทือนไปถึงตำแหน่งที่เมื่อคืนถูกใช้งานอย่างหนัก ปากเล็กกระจี๊ดบ่นอุบอิบด้วยใบหน้าเหยเก ขณะที่ปาร์คชานยอลก้มหน้าขำเบาๆ มือคอยจูงม้าไปด้วยความระมัดระวังมากกว่าเดิม

 

“ขอผมถามอะไรหน่อยสิ”

 

“อืม”

 

“ทำไมอยู่ดีๆถึงให้มันกับผม”

 

“ไม่ได้อยู่ดีๆ แต่คิดว่าจะให้มาซักพักแล้ว ก็เห็นว่าชอบ..เลยอยากให้”

 

“มันเป็นของขวัญที่ดีที่สุดของผมเลย ไม่สิชานยอลต่างหาก ชานยอลเป็นของขวัญที่ดีที่สุดของผม” คนตัวสูงเงยหน้าขึ้นสบตากับคนพูด

 

“ไปหัดพูดจาแบบนี้มาจากไหน”

 

“เลี่ยนเนาะ แฮ่ะๆ” พอชานยอลเอาแต่จ้องหน้า คนที่นั่งอยู่บนหลังม้าเลยต้องกลอกตามองไปทางอื่น กะพริบตาถี่ๆเพื่อไล่น้ำตาที่ทำท่าจะล้นออกมา ซึ่งทั้งหมดไม่ได้รอดพ้นไปจากสายตาของชานยอลเลย

 

“ผมไม่คิดว่าชานยอลจะกล้าพูดเรื่องของเราต่อหน้าผู้ใหญ่”

 

“แล้วทำไมต้องไม่กล้าล่ะ ไม่เห็นมีอะไรต้องน่าอาย”

 

“ถ้าเกิดผู้ใหญ่ไม่ยอมรับเรื่องของเราชานยอลจะทำยังไง”

 

“ไม่ทำยังไง เพราะฉันรู้อยู่แล้วว่าทุกคนจะยอมรับการตัดสินใจของฉัน แต่ถ้าพวกท่านไม่ยอมรับขึ้นมาจริงๆอย่างที่นายถาม ฉันก็จะค่อยๆพูดให้พวกท่านฟังจนกว่าจะเข้าใจ ไม่มีอะไรต้องน่ากังวล”

 

“ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดี” น้ำใสๆที่ไหลออกจากดวงตารีเล็กทำเอาชานยอลขมวดคิ้ว ส่งภาษามือบอกให้แบคฮยอนรีบเช็ดมันออก

 

“ร้องไห้ทำไม”

 

“ผมดีใจ ฮึก..ผมดีใจที่มีชานยอล ดีใจที่ได้เจอคนดีๆอย่างคุณท่านแล้วก็หลายๆคน เมื่อก่อนเคยน้อยใจเรื่องที่ตัวเองไม่มีพ่อแม่แท้ๆอยู่บ่อยๆ แต่ตอนนี้ไม่คิดแบบนั้นแล้ว ผมมีพ่อเฒ่าแม่ครู มีคยองซู มีทุกคนที่นี่บางทีผมอาจต้องขอบคุณพ่อแม่ที่ทิ้งผมไปด้วยซ้ำ ต้องขอบคุณคนใจร้ายทุกคนที่ทำให้ผมได้มาเจอคนดีๆ”

 

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงต้องขอบคุณพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดนายเหมือนกัน เพราะถ้าไม่มีพวกเค้า ฉันก็คงไม่มีเด็กดื้อขี้แยอย่างนายเป็นของตัวเอง”

 

“ฮึ...ฮืออ”

 

“อย่าร้อง คุณยายกับทุกคนกำลังมองเราอยู่นะ”

 

“ไกลจะตายไม่มีใครเห็นน้ำตาของผมหรอก”

 

“แต่ฉันเห็น และฉันก็ไม่อยากเห็นมันด้วย” แบคฮยอนนั่งกลั้นก้อนสะอื้น รีบปาดน้ำตาทิ้งเพราะเห็นสีหน้าเป็นกังวลของชานยอล “อย่าร้องอีกเลยนะ น้ำตาของนายไม่ว่าจะเกิดจากความดีใจหรือเสียใจฉันก็ไม่รู้สึกชอบทั้งนั้น”

 

“อื้อ..

 

“ถ้ามีความสุขก็แค่ยิ้ม ถ้าดีใจก็แค่หัวเราะหรือยิ้มแบบเดิมก็ได้ อย่าร้องไห้”

 

“ผมจะพยายาม” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้เด็กดี ก่อนจะสอดเท้าเข้าไปเหยียบโกลนแล้วปีนขึ้นไปนั่งบนหลังม้าด้วยอีกคนเขานั่งซ้อนหลังแบคฮยอน เอี้ยวหน้ามองว่าอีกคนยังมีน้ำตาอยู่หรือเปล่า พอไม่เห็นแล้วเขาก็ลูบหัวเด็กดีให้เป็นรางวัล ตบท้ายด้วยการล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทนักศึกษา..หยิบเอากล่องกำมะหยี่สีดำออกมายื่นให้คนตัวเล็ก

 

“อ อะไร” 

 

“เปิดดูเองสิ” ชานยอลวางคางลงบนไหล่ของแบคฮยอน สองแขนสอดผ่านเอวเล็กเข้าไปจับบังเหียน..คล้ายเป็นการกอดอยู่กลายๆ ตามองสร้อยข้อมือสีเงินเรียบๆในกล่องที่แบคฮยอนถืออยู่ “ที่จริงตั้งใจจะเอาให้โอกาสอื่น แต่เห็นว่าเลิกขี้แยได้แบบนี้เอาให้เลยก็แล้วกัน” เขาว่ายิ้มๆ

 

“สร้อยเส้นนี้มันที่ผมมองในห้างตอนนั้นไม่ใช่หรอ ทำไมชานยอล..

 

“แค่คล้ายๆ ไม่ใช่แบบเดียวกับที่นายมองหรอก”

 

“แต่มันเหมือนมากเลย”

 

“เลือกเส้นที่เหมือนที่สุดมาให้มันก็ต้องเหมือนอยู่แล้ว”

 

“ชานยอลจำได้ได้ยังไง ชานยอลจำมันได้หมดเลย..” ความจริงชานยอลก็เกือบจะลืมแล้วแต่หลายอาทิตย์ก่อนไปเดินห้างกับกลุ่มเพื่อน สะดุดตากับป้ายโชว์หน้าร้านเข้าพอดี นึกขึ้นได้ว่าตอนมาเดินห้างกันสามคนที่มีเซฮุนมาด้วยแบคฮยอนเอาแต่มองสร้อยลักษณะนี้ เขาถึงไม่ลังเลที่จะเดินเข้าไปซื้อมันมาเก็บไว้ ไม่ปล่อยผ่านเหมือนตอนที่รู้จักแบคฮยอนแรกๆ

 

ตอนนั้นเราเป็นแค่ใครอื่นที่ไม่ได้สนิทกัน

 

แต่ตอนนี้เรากลายเป็นคนรักกันแล้ว

 

ถ้ารู้ว่ามันเป็นสิ่งดีๆ..จะทำให้แบคฮยอนมีความสุข ชานยอลจะมองข้ามได้ยังไง

 

 

“เอาแขนมาสิ จะใส่ให้” ชานยอลหยิบสร้อยข้อมือออกจากกล่องแล้วช่วยใส่ให้กับแบคฮยอนเขาลูบมันเบาๆไปพร้อมๆกับข้อมือเล็ก “ถือซะว่าเป็นของมัดจำไปก่อน ปิดเทอมหน้าค่อยสวมแหวนจองอีกที”

 

“ขอบคุณจริงๆชานยอล ขอบคุณที่ใส่ใจ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ให้ผม ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตเด็กดื้อนิสัยไม่ดีคนนี้” 

 

 

หากให้เปรียบว่าแบคฮยอนเป็นอะไรสำหรับตัวเอง ชานยอลคงไม่ตอบให้เลี่ยนว่าเป็นหัวใจหรือเป็นโลกทั้งใบ เพราะสำหรับเขา..แบคฮยอนเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่พวกเขานั่งดูด้วยกันในตอนเช้ามากกว่า

 

วันไหนที่มันส่องแสงแดดอ่อนๆท่ามกลางท้องฟ้าสดใส เราย่อมมีกำลังใจอยากที่จะทำอะไรดีๆ แต่หากวันไหนที่ท้องฟ้ามืดมิด มีแต่เมฆฝนและไร้แสงของมันคงไม่มีใครอยากลุกออกไปทำอะไร คงมีแต่ความรู้สึกหม่นหมองตามสีของเมฆครึ้มนั้น

 

ก็เหมือนกับตอนที่แบคฮยอนต้องร้องไห้ ต้องเศร้าเสียใจเพราะความทุกข์ ตอนนั้นชานยอลไม่มีความสุขเลยจริงๆ ต่างจากตอนที่อีกฝ่ายยิ้มอย่างเป็นสุขหัวใจของชานยอลถึงจะพลอยสุขตามไปด้วย

 

 

“ต่อไปนี้นายไม่ใช่แค่ใครก็ไม่รู้ ไม่ใช่แม้แต่แฟนเฉยๆ แต่นายเป็นว่าที่คู่หมั้นของฉันแล้วนะ..หลานคุณยาย” ชานยอลหอมแก้มแบคฮยอนเสียงดังฟอด

 

“ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตของฉันเหมือนกัน”

 

 ขอบคุณที่เข้ามาเป็นดั่งดวงอาทิตย์ที่คอยฉายแสงสดใส ให้ชีวิตเรียบๆแสนน่าเบื่ออยู่แต่ในกรอบที่ตึงเกินไปของคนอย่างปาร์คชานยอลได้มีสีสันมากขึ้น

 

ความรู้สึก เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ประโยคช่างเจื้อยแจ้ว การกระทำอันแสนดื้อดึง หรือแม้แต่หยดน้ำตาทุกๆอย่างที่เป็นแบคฮยอนมันมีความสำคัญต่อหัวใจของชานยอลมากมากซะจนไม่น่าเชื่อ

 

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะว่ามันได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ

 

ปาร์คชานยอลตกหลุมรักเด็กดื้อที่ชื่อแบคฮยอนลึกเกินกว่าจะถอนตัวทันแล้ว

 


 

จะไปไหนรอด ในเมื่อ...


 

 

He is my sunshine




  


 

#ficmysscb

 

 






 

ตอนสุดท้ายจบลงแล้ววว

แต่ยังมีบทส่งท้ายเล็กๆในตอนหน้าอีกน๊า

จะมาอัพหลังวันที่ 4/6/59 เนื่องด้วยคนเขียนติดสอบ

..พรุ่งนี้จะแจ้งรายละเอียดการจองหนังสือนะคับผมมม

<3

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 259 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 21:56
    เรารักเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ เป็นฟิคที่ตราตรึงใจมากจริงๆ มันดีไปหมดทุกๆอย่าง ทุกอย่างมันดีมากจริงๆ ตัวละครทุกๆตัว คือมันลงตัว ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคที่หนึ่งในใจของเราเลย ยังให้วามรู้สึกดี สนุก เหมือนเดิมไม่ว่าจะอ่านครั้งแรกหรืออ่านมาเป็นสิบๆครั้งแล้วก็ตาม เป็นฟิคเรื่องแรกเลยที่ทำให้เราร้องไห้ได้ในตอนเศร้าหรือแม้แต่ในตอนที่มีความสุข มันปลื้มใจมากๆ การพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละคนสองคน คนหนึ่งเป็นเหมือนคุณชายเย็นชา ตั้งอยู่บนเหตุผล อีกคนก็ดื้อ และซน อีกอย่างคือน่ารักมากๆเลย คอยประคับประคองกันไป สัมผัสได้ถึงความรัก ความห่วงใย ของทั้งคู่ที่มีให้กันมันมากจริงๆ ชานแบคในเรื่องนี้ถือว่าดีมากๆ ละมุน อบอุ่น น่ารัก มันดีมากจริงๆ You are my Sunshine จริงๆ ไรท์เตอร์เก่งมากๆเลยค่ะ เราซาบซึ้งมากจริงๆกับเรื่องนี้ หลงรักตัวละครในเรื่องนี้ ตราตรึงอยู่ในหัวใจเลยค่ะ มันอบอุ่นหัวใจมากๆ ฟิคเรื่องนี้จะเป็นที่หนึ่งและอยู่ในใจเราตลอดไป และไรท์เองก็เป็นไรท์เตอร์ที่เราชอบมากที่สุดเลยล่ะค่ะ ขอบคุณไรท์มากจริงๆที่แต่งฟิคเรื่องนี้ขึ้นมา ทำให้มีชานแบคแบบนี้ บอกได้เลยว่ามันดีมากจริงๆค่ะ สำหรับเรานะคะ ร้อยเต็มสิบไปเลย เป็นกำลังใจให้ไรท์ต่อไปนะคะ อ่านฟิคชานแบคทุกเรื่องของไรท์แล้วก็รักทุกๆเรื่องเลยค่ะ สู้ๆนะคะ
    #5,024
    0
  2. #5013 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:26
    น่ารักมากเลยค่ะ ชอบที่สุด ชานยอลกับน้องแบคน่ารักด้วย รักค่ะรัก
    #5,013
    0
  3. #4978 IPINOCKIO (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 20:24
    จบแล้วววววววว เก่งมากกกกกก ชื่นชมไรท์เตอร์ก่อนเลยว่าเก่ง เนื้อหาดี สนุก ครีเอทีฟ อบอุ่นหัวใจมากจริงๆเรื่องนี้ ชอบจังได้เห็นพัฒนาการของคนสองคน แบคฮยอนจากเด็กดื้อ ซน ไม่คิดรับฟังใคร ทำตามใจตัวเอง ไม่ค่อยแคร์ใครเท่าไรถ้าคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันถูกก็คือถูก แต่พอเริ่มรู้จักความรัก แบคก็กลายเป็นคนอ่อนโยน เป็นเด็กดีของคนในบ้าน เป็นเด็กดีของชานยอล เรียนรู้ที่จะโต มีเหตุผลมากขึ้น น้องดูมุ้งมิ้งไม่แก่นซ่าเหมือนแต่ก่อนซึ่งมันน่าร๊ากกกกกกกก ชานยอลก็จากคนที่หัวแข็ง ถือฐิทิ เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่เพราะคิดว่าตัวเองโตแล้ว พอได้ตกหลุมรักเด็กดื้อแล้วทะเลาะกันในตอนนั้นก็เริ่มเปลี่ยน กลายเป็นอ่อนโยนขึ้น ยอมได้ก็ยอม รักและแคร์ความรู้สึกมากขึ้น แล้วเค้าก็รักกันจนจะหมั่นกันแล้ว ความรักชั่งเป็นสิ่งสวยงาม หัวใจพองโตไปด้วยกัน ผูกพันอ่าาาา ไม่อยากให้จบเลยยยยยย แต่ก็เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ ทำดีที่สุดแล้ว ชอบมากกกกก รัก
    #4,978
    0
  4. #4892 ` peachypeach (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 21:32
    เรื่องนี้น่ารักมากๆๆๆ เหมือนเราได้เห็นการพัฒนาความสัมพันธ์ของเค้าสองคน อบอุ่นมากๆ ฮือ this fic is my sunshine too na ka. ขอบคุณที่แต่งเาื่องดีๆแบบนี้ให้อ่านค่ะ
    #4,892
    0
  5. #4872 Darkmate (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:13
    ฮือ ชอบมากๆๆๆๆอบอุ่นหัวใจมากอ่านไปยิ้มไป ขอบคุณค่าา
    #4,872
    0
  6. #4859 bang-SP28 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 10:23
    he is my sunshine
    #4,859
    0
  7. #4800 littlekoni (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 22:22
    น่ารักมากกกกก ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่าาาาา
    #4,800
    0
  8. #4774 YJLn (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 17:20
    น่ารักมากกกเลยยยย
    #4,774
    0
  9. #4756 KAMSNW (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 17:37
    น่ารักยันตอนสุดท้ายยย ฮืออออ ชอบที่สุดเลยยย
    #4,756
    0
  10. #4677 Browniepsry (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 20:40
    น่ารักมากค่ะขอบคุณนะคะ
    #4,677
    0
  11. #4671 areenachesani (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 22:42
    งื้ออออ มีความสุขจังง
    #4,671
    0
  12. #4648 nsjcbw. (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 16:36
    งื้อออ ทำไมมันดีต่อใจอย่างนี้ ละมุนมากเลยค่าาา ;_;
    #4,648
    0
  13. #4544 geejajaa (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 06:47
    น่ารักมากชานยอลดูแลดีจริงๆ

    แบคฮยอนอย่าดื้อกับชานยอลนะ เป็นเด็กดีทำอะไรให้นึกถึงใจชานยอลด้วย
    #4,544
    0
  14. #4481 Kim-kibom (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 13:32
    สนุกมาก ครบทุกรสชาติ อ่านเพลินจนวางไม่ได้จริงๆ
    #4,481
    0
  15. #4350 Monmanee (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:03
    ดีจริงๆค่ะะะ งื้อออ น้องแบคน่ารักมักเลนนนน จบสวยด้วยย ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องน่ารักๆแบบนี้ให้อ่านะคะ <3
    #4,350
    0
  16. #4276 11507416p (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 13:43
    หลานคุณยายน่าร๊ากกกก
    #4,276
    0
  17. #4204 24 ชั่วโมง (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 21:51
    ฮือออออ หลานคุณยายก็น่ารัก ปาร์คชานยอลก็น่ารัก ต้านทานไม่ไหว
    #4,204
    0
  18. #4198 pcy921 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 18:29
    ดีมากๆๆๆๆๆเลย
    #4,198
    0
  19. #4105 pim pimmi (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 15:13
    ฮืออออ คือละมุนและอบอุ่นมากกกก ชอบความรักแบบนี้ ><
    #4,105
    0
  20. #4023 Linseyyy13 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 21:46
    หวานกันปิดท้าย ><
    แบคโชคดีจริงๆแหละที่ได้เจอคนดีๆ เอ็นดูและรักแบคแบบนี้ :)
    #4,023
    0
  21. #3990 Melinoa (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 11:54
    จบแล้วง่ะ เขิน ฮือ หวานตัวแตกกกก
    #3,990
    0
  22. #3972 Chopoom94 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 20:39
    แอ่นแอ๊น แฮปปี้เอนดิ้ง!! เป็นปลื้มมากๆ มีความสุขจริงๆ ที่ได้อ่านฟิคแบบนี้ สนุกมากเลยค่ะ เราตามหามานานมากกว่าจะเจอ ดีใจที่เปิดรีปริ้นนะคะ เป็นฟิคในดวงใจเราอีกเรื่อง ฮือออออออ แต่งดีจนอยากให้เอาไปทำเป็นซีรี่ส์ซักเรื่อง 555555555 ของเค้าดีจริมๆ ของคุณไรท์นะคะที่แต่งฟิคดีแบบนี้มาให้อ่าน รักเรื่องนี้รักคนแต่งด้วย จุ๊บๆ 
    #3,972
    0
  23. #3902 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 09:29
    หวาน อบอุ่นมากกกกก
    #3,902
    0
  24. #3852 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 14:26
    โง้ยยยยยย ซึ้งใจไปกับแบคฮยอนเลยอ่ะ จะมีใครที่ดีกับแบคขนาดนี้เท่าชานยอลมั้ยเนี่ย ยอมทุกอย่างเลยจริงๆ แถมไปคุยกับผู้ใหญ่ต่อหน้าต่อตาด้วยอ่ะ แมนสุดๆ แบคฮยอนนี่เป็นบุคคลที่โชคดีสุดๆไปเลยจริงๆ
    #3,852
    0
  25. #3783 ONPCY. (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 10:42
    ซึ้งง่ะ หวานมากมาย ในที่สุดเด็กดื้อของอิพี่ก็กลายเป็นว่าที่คู่หมั้นไปซะแล้ว ทนเด็กดื้อหน่อยนะรักเขาไปแล้วหนิ 55555555555 แบคด้วยทนพ่อคนที่สองหน่อยละกันนนน

    ขอบคุณไรท์นะค้าา สำหรับฟิคดีๆเรื่องนี้ ได้รู้จักเด็กดื้อกับคุณปาร์คคนโต เราเฟ้บเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ไรท์แต่งแรกๆแล้ว ขอโทษด้วยน้าที่เพิ่งมาอ่านเอาป่านนี้ ;____; ไม่โกรธเลาน้าคนดีของเก๊าาาา ฟิคเรื่องนี้สนุกจริงๆ สู้ๆนะค้าไรท์เตอร์~~~ ?
    #3,783
    0