You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 33 : Shining XXXI :: Never forget that I really love you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,929
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 300 ครั้ง
    21 พ.ค. 59



Shining XXXI

 


 

 

 






เคยได้ยินไหม

 




 

 ถ้าคุณรู้ว่าคุณรักใครเพราะอะไร

 

นั่นเพราะคุณใช้ความคิดในการรักเขาคนนั้น

 

แต่เมื่อไหร่ที่คุณรักใครสักคนโดยไม่มีเหตุผล

 

นั่นเพราะคุณใช้หัวใจรักเขา

 

 

 

 

 

 

 







 

 

          ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

            กำปั้นใหญ่เคาะประตูเรียกเจ้าของห้องเช่า รอไม่ถึงห้านาทีประตูไม้โทรมๆบานที่อยู่ตรงหน้าก็เปิดออกมาพร้อมผู้ชายตัวเล็กในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวเก่าๆ ดวงตาโตภายใต้กรอบแว่นสีดำกำลังจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของปาร์คชานยอลด้วยความประหลาดใจ

 

            “มี..ธุระอะไรกับผมเหรอครับ” คนถูกถามสอดส่องสายตาข้ามหัวผู้ชายตัวเล็กเข้าไปด้านใน เผื่อจะเจอใครบางคนที่กำลังตามหาอยู่ในนั้น

 

            “ผมมาตามหาแบคฮยอน เขามาที่นี่หรือเปล่า”

 

            “หมายความว่ายังไงครับ” คยองซูทำตาโตย้อนถาม “เวลาแบบนี้เขาต้องอยู่บ้านคุณท่านไม่ใช่หรอ ทำไมคุณมาถามผมล่ะ” ชานยอลเลียริมฝีปากแห้งผากของตัวเอง

 

            “เขายังไม่กลับบ้าน”

 

            “อะไรนะ”

 

            “ไม่ได้มาที่นี่จริงๆใช่ไหม”

 

            “โทรศัพท์ผมเสีย ไม่ได้ติดต่อกับแบคฮยอนมาหลายวันแล้ว”

 

            “

 

            “มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าครับ ทำไมเขายังไม่กลับบ้านล่ะ หรือว่าแบคฮยอนไปก่อเรื่องอะไรไว้” ชานยอลหลุบตาลงมองพื้น “ถ้าเขาสร้างความเดือดร้อนให้พวกคุณผมขอโทษแทนด้วยนะครับ แบคฮยอนนิสัยดื้อ เอาแต่ใจไม่ฟังใครมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ผมกล้ายืนยันได้ว่าเขาเป็นคนจิตใจดี”

 

            “ผมรู้”

 

            “นิสัยที่ใครๆชอบบอกว่าไม่น่ารักเขาทำไปเพราะอยากเรียกร้องความสนใจเท่านั้นเอง แบคฮยอนเป็นคนขี้กังวล ชอบคิดว่าไม่มีใครรัก หลายครั้งเลยมักแสดงออกผิดๆผมอยากให้พวกคุณเข้าใจนะ ไม่อยากให้มองว่าเขาเป็นคนไม่ดี” ชานยอลอมยิ้มจางๆให้คยองซูพลางพยักหน้ารับฟัง

 

ไม่ใช่แค่แบคฮยอนหรอกที่จิตใจดี เท่าที่ได้สัมผัสมาแล้ว ชานยอลมองว่าคนในครอบครัวของแบคฮยอนจิตใจดีกันทุกคน แม้จะมีฐานะยากจน ไม่ได้ร่ำรวยทรัพย์สินแต่ทว่าก็อยู่กันอย่างอบอุ่น มีความรักความเข้าใจให้แก่กัน ชายหนุ่มชื่นชมพ่อแม่ของทั้งคู่จริงๆที่เลี้ยงดูลูกๆได้ดีขนาดนี้ถึงแม้แบคฮยอนจะดื้อผิดไปจากคยองซูมากก็ตามที

 

“ถ้าเขาทำผิดอะไรอย่าเพิ่งไล่ตะเพิด อย่างแบคฮยอนยิ่งว่าก็เหมือนยิ่งยุยิ่งไปกันใหญ่ ค่อยๆพูดให้เขาเข้าใจ แบคฮยอนน่ะแพ้ทางคนใจดีครับ”

 

“ขอบคุณครับ พอจะมีสมุดกับปากกาให้ผมยืมหรือเปล่า”

 

“รอแปปนึงนะครับ” คยองซูหายเข้าไปในห้องพักหนึ่ง ก่อนจะกลับออกมาพร้อมสิ่งที่ชานยอลต้องการ ชายหนุ่มขีดเขียนเบอร์โทรศัพท์ตัวเองลงไปแล้วยื่นมันคืนให้กับผู้เป็นเจ้าของ

 

“ถ้าเขามาที่นี่หรือติดต่อมารบกวนโทรบอกผมที”

 

“ได้ครับ”

 

“ขอบคุณที่ให้รบกวนเวลาครับ”

 

 


 

 


 

            รถซุปเปอร์คาร์ของปาร์คชานยอลยังคงโลดแล่นอยู่บนถนนอย่างไร้จุดหมายปลายทาง มันคงไม่มีจุดสิ้นสุดตราบเท่าที่เจ้าของรถยังไม่บรรลุเป้าหมาย เจอตัวบุคคลที่กำลังตามหาอยู่ในขณะนี้

 

            แบคฮยอนอยู่ไหนมันเป็นคำถามที่ผลุดขึ้นมาในหัวของเขาซ้ำๆ ชานยอลลองไปตามหาที่ที่คิดว่าคนตัวเล็กน่าจะไปมาแล้วหลายที่ ไม่ว่าจะห้องเช่าของญาติที่ชื่อคยองซู..ชมรมวิ่ง..หรือแม้แต่สวนสาธารณะฝั่งตรงข้ามอาคารสำนักงานพรรคการเมืองของพ่อ ที่เคยนัดแบคฮยอนดูน้ำพุดนตรีเมื่อนานมาแล้ว

 

            มันดูเป็นอะไรที่โง่มากที่ชานยอลเอาแต่นั่งเปื่อยบนม้านั่งตัวเดียวกับที่แบคฮยอนเคยนอนรอเขาในคืนที่พลาดชมการแสดงน้ำพุตอนนั้น ก็ไม่คิดหรอกว่าแบคฮยอนจะไปแต่ในใจก็แอบหวังนิดหน่อยถึงได้นั่งคอยอยู่ที่นั่นได้เป็นชั่วโมง

 

            ให้คนรู้จักช่วยหาเบอร์คิมจงแดแล้วลองโทรไปถามดูก็แล้ว ไปที่ที่เคยไปด้วยกันและเขาพอจะจำได้มาก็หมดแล้วไม่เจอเลยไม่มีแม้แต่ร่องรอย กลับชุมชนก็ไม่น่าเป็นไปได้เพราะที่นั่นถูกรื้อทิ้งไปหมดแล้ว ส่วนชุมชนใหม่ก็ยังไม่เคยไปกัน และแบคฮยอนเองก็คงไม่กลับไปให้พ่อแม่ซักไซ้หรือตำหนิเอาแน่ๆ



 

แล้วชานยอลคิดว่าโลกหมุนรอบตัวเองหรือไง ถึงมองเห็นแต่ความผิดของคนอื่น ขณะที่ตัวเองทำอะไรก็ถูกไปหมด!

 

ผมไม่เหมาะกับชานยอลหรอก อย่าคบกันต่อเลย

 

“ถ้าเป็นซอริน ถามขนาดนั้นแล้วแฟนไม่ยอมเลือกตัวเองซอรินก็ไม่ทนอยู่ต่อเหมือนกัน ชานยอลก็ชานยอลเถอะ หาใหม่เอาคนที่เค้าชัดเจนกับเราไม่ดีกว่าหรอ”

 

“ถ้าโลกส่วนตัวสูงนัก ถ้าไม่พร้อมจะเปิดใจให้ใครเข้ามาแล้วคบเค้าไว้ทำไม แฟนคนเดียวยังโอนอ่อนยอมให้ไม่ได้พี่ก็ปล่อยเค้าไปเถอะ ยังมีคนที่พร้อมจะดูแลแบคฮยอนมากกว่าพี่อยู่บนโลกอีกตั้งหลายคน อย่างน้อยก็ผมคนนึง”

 

 

 


“โธ่เว้ย”

 

ปึก! ปี๊นนนน

 

            ชานยอลทุบพวงมาลัยรถระบายอารมณ์จนเผลอไปโดนแตรเข้า เป็นโชคดีที่ถนนตอนดึกไม่มีรถพลุกพล่านแล้วจึงไม่ได้ก่อให้เกิดความตกใจแก่ใคร เขาตบไฟเลี้ยวแล้วหักพวงมาลัยรถเข้าจอดข้างทางเพื่อพักตั้งสติ

 

“หายไปไหนของนาย” ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสียไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ ซบหน้าผากลงกับพวงมาลัยรถด้วยความรู้สึกมืดแปดด้าน โกรธทั้งตัวเองและอีกคนที่ไม่รู้จักกลับบ้าน แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือความเป็นห่วงทั้งนั้นที่อัดแน่นอยู่เต็มอก

 

ว้าวุ่นใจเพราะใครซักคนมันทรมานอย่างนี้เองสินะ

 

แม้ยังคิดว่าตัวเองไม่ได้ผิดร้อยเปอร์เซ็นต์แต่คำพูดแต่ละคำของแต่ละคนก็ช่างเสียดแทงใจดำ ตอกย้ำให้ชานยอลต้องรู้สึกแย่ซ้ำๆ ตอนนี้เขาเริ่มคิดแล้วว่าเพื่อแลกกับการเจอตัวแบคฮยอนและให้เรื่องทุกอย่างมันดีขึ้น เขายินดีจะรับผิดโดยไม่ห่วงฟอร์มหรือยึดติดกับตรรกะของตัวเองอีกแล้ว สำหรับตอนนี้อะไรก็ได้แล้วจริงๆ ขอแค่ให้อีกฝ่ายยังปลอดภัยดีและได้เจอตัวไวๆก็พอ

 

อาการปวดหัวทำให้ชายหนุ่มเปิดหากระปุกยาแก้ปวดเล็กๆในลิ้นชักหน้ารถ คิ้วเข้มเลิกขึ้นเมื่อเจอเครื่องดนตรีชิ้นเล็กวางเบียดอยู่ข้างกันด้วย เขาหยิบมันออกมาทั้งคู่ หากสายตากลับสนใจมองเจ้าเครื่องดนตรีมากกว่า

 

            ฮาโมนิก้า

 

            เครื่องดนตรีที่เด็กหัวขโมยคนหนึ่งเคยให้เป็นของตอบแทนที่พวกเขายอมช่วยเหลือ จำได้แม่นว่าแบคฮยอนชอบมันมาก นั่งจับจ้องรบเร้าให้เขาสอนเป่าตลอดทางแต่ตอนนั้นชานยอลแกล้งไม่สนใจ จนเด็กดื้อยกธงขาวขอยอมแพ้ ยัดมันเก็บไว้ในรถของเขาด้วยเหตุผลที่ว่า

 

เอาไว้กับตัวก็เป่าไม่เป็นอยู่ดี เก็บเป็นกองกลางไว้ในรถชานยอลแล้วกัน วันไหนอารมณ์ดีต้องสอนผมเป่านะแล้วมันก็ถูกเก็บไว้ในนั้นมาโดยตลอด นานจนคนความจำดีอย่างชานยอลสามารถลืมได้

 

“อยากเป่าเป็นก็กลับมาให้ฉันสอนสิ หายไปทำไม..” ชานยอลเอื้อนเอ่ยอย่างเหม่อลอย พลิกเครื่องดนตรีในมือไปมา รู้สึกได้ว่าขอบตาตัวเองกำลังร้อนผ่าว รอยยิ้มที่ระบายอยู่ในขณะนี้ทั้งสุขและเศร้าเพียงแค่ได้นึกถึงแบคฮยอน

 

ถ้าดูแลตัวเองเก่งเหมือนคนอื่นๆก็ดีสิ จะไม่ห่วงไม่กังวลเท่านี้เลย นี่ทางก็จำไม่เก่ง จะว่าซื่อก็ซื่อ จะว่าบื้อก็บื้อ เชื่อคนง่ายแถมยังชอบสร้างปัญหาอีก ไอ้เด็กดื้อเอ้ย..

 

ชานยอลถอนหายใจแล้วนำฮาโมนิก้าวางเก็บไว้ที่เดิม กำลังจะปิดลิ้นชักหน้ารถแต่ก็ต้องชะงักเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้

 

“หรือว่าจะอยู่บ้านเจ้าเด็กขโมยซาลาเปา”

 

ใช่..ที่นั่นชานยอลยังไม่ได้ลองไปตามหา มันอาจจะเป็นอีกที่ที่ดูสิ้นคิดและไม่น่าจะเป็นไปได้ ไม่มีความมั่นใจใดๆทั้งสิ้นว่าแบคฮยอนจะไปที่นั่นถูกทั้งที่เคยไปแค่ครั้งเดียว แต่ชานยอลยังไม่ลืมว่าแบคฮยอนกับเด็กหัวขโมยคนนั้นเคยได้แลกเบอร์กันไว้

 

อีกอย่างคนไม่รู้ทางอย่างแบคฮยอนคงไม่เสี่ยงไปที่ที่ตัวเองไม่เคยไปหรอก นอกจากว่าจะหลง แต่ในเมื่อตอนนี้เขาไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ที่ไหนที่แบคฮยอนเคยไปก็ควรลองไปให้ครบก่อน เพราะถ้าไม่เจอจริงๆค่อยให้คนของพ่อช่วยออกตามหาอีกแรง หรือถ้าครบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วยังไม่รู้ข่าวคราวก็คงต้องแจ้งความคนหายแล้วล่ะ

 



 

 

 




“อาบน้ำหน่อยมั้ยฮะ จะได้สบายตัว” เด็กชายยื่นผ้าขนหนูสีขาวให้กับพี่ชายตัวเล็ก ทว่าไม่มีปฏิกิริยาใดๆตอบกลับมาเลยนอกจากความเงียบและอาการเหม่อลอยเซื่องซึม

 

“จะตีสองแล้วนะ พี่จะนั่งแบบนี้ไปจนถึงเช้าเลยหรอ”

 

“นายไปเข้านอนเลย พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนไม่ใช่หรือไง..

 

“พรุ่งนี้วันเสาร์เหอะ”

 

 

“น้ำก็ไม่อาบ ข้าวก็ไม่ยอมกิน แรงกว่าผมหนีออกจากบ้านตอนนั้นอีก” เด็กชายหย่อนตูดลงบนโซฟาข้างๆแบคฮยอน จ้องหน้าคนอายุมากกว่าด้วยความเป็นห่วง “แม่ผมทำอาหารเผื่อพี่ไว้ในครัวหลายอย่างเลยนะ กินหน่อยไหมเดี๋ยวไปอุ่นให้”

 

แบคฮยอนส่ายหน้า

 

“เฮ้อ..พี่ไม่เหมือนตอนนั้นเลย” ไร้ชีวิตชีวา ไม่ช่างคุย ดูไม่มีพลัง ซ้ำร้ายยังเหมือนไม่ได้เอาวิญญาณติดตัวมาด้วย พูดอะไรให้ฟังก็กระเด้งออกหมด ราวกับได้ตัดขาดออกจากโลกภายนอกแล้ว

 

แบคฮยอนเอาแต่นั่งกอดเข่าจมอยู่กับตัวเองมาตั้งแต่เย็น เจ้าของบ้านเรียกให้ไปนั่งทานข้าวด้วยก็ไม่ยอมไป รู้ว่ามันเป็นการเสียมารยาทที่มาอาศัยอยู่บ้านเค้าแล้วยังทำตัวไม่น่ารักแบบนี้ แต่แบคฮยอนก็ไม่มีกระจิตกระใจจะขยับไปไหนจริงๆ

 

หลังจากขอแอลลงข้างทางเขาก็เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อย ไม่มีจุดหมาย..ตอนแรกว่าจะไปขออยู่กับจงแดซักคืนแต่ไม่รู้ทำไมในใจมันต่อต้าน มันรู้สึกว่าถ้าไปอยู่กับเพื่อนคนนั้นจะต้องมีคนมาตามตัวได้แน่ แบคฮยอนอยากไปที่ที่ไม่มีใครรู้จัก อยากอยู่กับตัวเองซักพัก

 

เลยนั่งรถโดยสารสายหนึ่งไปจนสุดสาย คลับคล้ายคลับคลาว่าละแวกที่ตัวเองลงนั้นเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นสมองบื้อๆฉายภาพมาร์คลี เด็กขโมยซาลาเปาเข้ามาทันที เขานึกออกว่าที่ตรงนั้นมันแถวๆบ้านเด็กชาย เลยลองโทรฯหาและเป็นความโชคดีที่มาร์คเพิ่งกลับจากโรงเรียนพอดี แบคฮยอนเลยได้อาศัยชายคาบ้านอีกฝ่ายมาจนถึงตอนนี้

 

เล่าให้น้องและแม่ฟังแค่ว่ามีปัญหากับคนที่บ้านนิดหน่อยไม่ได้ให้รายละเอียด ถ้าเลือกได้แบคฮยอนไม่อยากบอกใครด้วยซ้ำแต่เพื่อแลกกับการรบกวนอยู่บ้านคนอื่นหนึ่งคืน เขาจำเป็นจะต้องบอกเหตุผลไป บวกกับสภาพอากาศในวันนี้ไม่ค่อยดีด้วย จะออกไปเดินเตะฝุ่นข้างนอกก็ดูไม่รักตัวเองเกินไป เพราะแค่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็มากเกินพอแล้ว

 

ไม่เคยชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้ จมอยู่กับความเสียใจเศร้าหมอง แต่จะให้โกหกตัวเองว่าไม่รู้สึกอะไรเลยก็ทำไม่ลงในเมื่อมันรู้สึกแบคฮยอนก็ยอมรับว่ารู้สึก ที่เสียใจมากก็เพราะชานยอลกลายเป็นคนสำคัญในชีวิตไปแล้ว ทุกการกระทำ ทุกคำพูดของคนที่เราแคร์ย่อมมีผลต่อใจเราทั้งนั้น

 

ทุกสิ่งที่ชานยอลทำ..ทุกสิ่งที่พูดมีผลต่อหัวใจของแบคฮยอน

 

 

“ฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆ พี่ควรไปอาบน้ำก่อนที่ไฟจะดับ”

 

“อืม เดี๋ยวอาบเองนายไปนอนเถอะ”

 

“เดี๋ยวแบ่งที่นอนไว้ให้ จะเข้าไปนอนก็ตามเข้าไปนะ”

 

“ขอบคุณ แต่ฉันนอนโซฟาตรงนี้ได้ นายปิดไฟนอนได้เลย”

 

“พี่นี่ดื้อว่ะ” แบคฮยอนลุกขึ้นยืน

 

“ใครๆก็บอกแบบนั้น” พาดผ้าขนหนูไว้บนไหล่แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปด้วยความห่อเหี่ยว ไม่สนใจเด็กชายที่นั่งเกาหัวแกร่กๆแม้แต่นิด

 


ใช้เวลาในการอาบน้ำไม่ถึงสิบห้านาทีคนตัวเล็กก็เดินออกมาในสภาพเสื้อผ้าชุดเดิม นี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ไม่อยากเอาตัวเองไปนอนเบียดกับใคร เพราะต่อให้อาบน้ำแล้วแต่ยังใส่ชุดเดิมแบบนี้ก็ไม่กล้าไปนอนใกล้ใครหรอก

 

บ้านน้องมาร์คเป็นบ้านชั้นเดียว แยกเป็นสองห้องนอนสำหรับแม่ลูก ซึ่งคนเป็นแม่เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำแล้ว และคนลูกก็คงไปนอนแล้วเหมือนกันเพราะด้านนอกตอนนี้มีแค่แบคฮยอนเพียงคนเดียว กับไฟอีกหนึ่งดวงบริเวณโซฟากลางบ้านที่เปิดเหลือไว้ให้

 

คนตัวเล็กกางผ้านวมผืนใหญ่ที่คาดว่าเด็กชายคงเอามาวางไว้ให้ตอนเขาไปอาบน้ำ สะบัดมันอยู่สองสามทีแล้วจัดวางหมอนไว้ในตำแหน่งที่ต้องการ ยังไม่ทันได้ล้มตัวลงนอนเสียงออดหน้าบ้านก็ดังขัดขึ้นมาก่อน

 

 “ใครกัน”

 

คิ้วบางขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ดึกป่านนี้แล้วไม่รู้ว่าใครมีธุระอะไรกับคนในบ้านหลังนี้ ข้างนอกฝนก็ตกหนักออกอย่างนั้นยังมากดออดเรียกอีก “หรือจะเป็นพวกก่อกวน” ถึงจะว่าอย่างนั้นทว่าสองเท้าก็ยังก้าวไปทางประตูอยู่ดี

 

“ใครมากดออดเอาเวลานี้” มือที่กำลังจะแตะลูกบิดประตูหยุดชะงักเพราะเสียงของคนที่เขาคิดว่าเข้านอนไปแล้ว เด็กชายมาร์คกำลังเดินเข้ามาหา

 

“ฉันคิดว่านายนอนแล้ว”

 

“ก็กำลังจะนอนแต่ได้ยินเสียงออด” แบคฮยอนถอยออกมาเพื่อให้เจ้าของบ้านตัวจริงเข้าไปยืนแทนที่ “ปกติไม่เคยมีใครมากดออดดึกขนาดนี้นะ”

 

“อาจจะมีธุระสำคัญ” เด็กชายพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะปลดกลอนประตู หมุนลูกบิดออกช้าๆ แค่เพียงแวบเดียวแบคฮยอนก็จำได้แล้วว่าบุคคลที่ยืนหันหลังกางร่มอยู่ด้านนอกนั้นคือใคร ลมหายใจถึงกับสะดุดเมื่อใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆหันมา แต่ทว่าแบคฮยอนก็ไวพอที่จะหลบทัน เขาซ่อนตัวอยู่หลังประตูได้ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันมาทางนี้เต็มๆซะอีก

 


ชานยอลมาที่ได้ยังไง?!

 

ใจดวงน้อยเต้นระส่ำ

 



“อ้าว..” เด็กชายยืนงง ประหลาดใจทั้งการได้เห็นว่าเป็นใครที่มากดออดเรียกในยามวิกาล และพี่ชายตัวเล็กที่อยู่ดีๆก็รีบซ่อนตัวหลังบานประตูซะอย่างนั้น พอหันไปมองก็ถูกปัดมือไล่ให้หันไปทางอื่นแล้วยังทำท่าทางพิลึกอีก

 

“พี่ตัวสูง มาทำอะไรที่นี่หรอฮะ”

 

“แบคฮยอนอยู่ที่นี่ใช่ไหม” เสียงทุ้มต่ำของปาร์คชานยอลทำแบคฮยอนน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครา บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง รู้อยู่อย่างเดียวว่ากำลังกลัว ยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้าจนต้องส่ายหัวให้มาร์คเชิงว่าห้ามบอกเด็ดขาด

 

เด็กชายก็ฉลาดพอจะประติดประต่อเรื่องได้ บวกกับเรื่องเล่าที่แบคฮยอนบอกไว้เมื่อตอนเย็นว่ามีปัญหากับทางบ้าน ซึ่งมาร์คเองเข้าใจความรู้สึกนี้ดี..ความรู้สึกของเด็กที่มีปัญหากับครอบครัวจนต้องหนีออกจากบ้าน ครั้งหนึ่งแบคฮยอนเคยช่วยชีวิตตนไว้ ครั้งนี้คงถึงเวลาที่ตนจะต้องตอบแทนพี่ชายตัวเล็กบ้างแล้วเหมือนกัน

 

“ไม่นี่ฮะ พี่เค้าจะมาที่นี่ทำไม พี่ถามอะไรผมงงไปหมด” แม้ว่าชานยอลจะเป็นผู้มีพระคุณอีกคนก็เถอะนะ “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะฮะ มาซะดึกเลยแม่ผมหลับไปและ..

 

“ไม่ได้โกหกใช่ไหม”

 

 

“รองเท้าผ้าใบคู่นี้ฉันจำได้ว่าเป็นของแบคฮยอน”

 

“รองเท้าไม่ได้มีขายคู่เดียวบนโลกซักหน่อยนี่ฮะ”

 

 

“มันเป็นของผมเอง”

 

“จริงหรอ เขาไม่ได้มาที่นี่จริงๆนายไม่ได้โกหกฉัน

 

..อะ..อื้ม พี่เค้าไม่ได้มาที่นี่จริงๆ”

 

 

“มีอะไรหรือเปล่าฮะ พี่เค้าหายไปหรอ”

 

“อืม มีเรื่องเข้าใจผิดกัน เขาน้อยใจฉัน ไม่สิ..ฉันทำให้เขาน้อยใจจนหนีไป ตอนนี้ยังไม่ได้ข่าวเลยฉันนึกว่าจะมาที่นี่ซะอีก” คนตัวเล็กรีบยกสองมือขึ้นมาอุดปากตัวเองไว้ กลั้นก้อนสะอื้นไม่ให้หลุดออกไปทั้งที่น้ำอุ่นๆจากดวงตาทั้งสองข้างได้ไหลลงมาแล้ว มองบานประตูที่คั่นกลางระหว่างตัวเองและใครอีกคนด้วยหัวใจที่ถูกบีบแน่น

 

“มีเบอร์ฉันหรือเปล่า”

 

“อ่า ไม่ฮะ”

 

“ถ้างั้นกดเบอร์ของนายให้ฉันหน่อย”

 

“ฮะ”

 

“เดี๋ยวฉันจะโทรฯเข้าเครื่องนาย ถ้าเกิดเจอหรือเขามาที่นี่โทรฯบอกฉันที”

 

“พี่ไปตามพี่เค้ามากี่ที่แล้วเนี่ย คงไม่ใช่บ้านผมที่เดียวใช่มั้ย มาดึกขนาดนี้” แบคฮยอนได้ยินเสียงหัวเราะฝืดๆของชานยอล แม้ด้านนอกฝนจะตกหนักจนแทบกลบเสียงคุยแต่แบคฮยอนก็พยายามตั้งใจฟังทุกคำ

 

“ก็ไปมันทุกที่ที่คิดว่าจะเจอ แต่ก็ไม่...

 

 

“เอาล่ะ ฉันไม่รบกวนเวลานอนนายแล้ว”

 

“ฮะ”

 

“ขอโทษที่มากดออดเรียกดึกๆดื่นๆด้วย”

 

“ฮะ”

 

“ปิดประตูเถอะ ฉันจะไปแล้ว” สิ้นสุดคำพูด ประตูไม้ค่อยๆปิดสนิทลงพร้อมกับแบคฮยอนที่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง

 

“พ พี่...” เด็กชายทำตัวไม่ถูกเมื่อก้มลงมองแล้วพบว่าพี่ชายตัวเล็กกำลังนั่งน้ำตาอาบแก้ม “ผมว่าพี่ควร..” แบคฮยอนกอดเข่าพลางซุกหน้าหนี เด็กชายจึงได้แต่ยืนอ้าปากค้าง ไม่ได้พูดต่อให้จบเพราะคิดว่าอีกคนคงไม่อยู่ในสภาพอารมณ์ที่อยากจะรับฟังอะไรจากตน

 

ด้วยวัยที่ยังเด็ก อยากเข้าไปปลอบแต่ไม่รู้ว่าควรใช้วิธีไหน ไม่ได้สนิทกันและแม่สอนอยู่เสมอว่าก่อนจะพูดอะไรออกไปต้องคิดให้ดีก่อน มาร์คเลยทำตัวไม่ถูก จะพูดจะทำอะไรก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าจะไปกระทบกระเทือนจิตใจแบคฮยอนเข้า ไหล่ทั้งสองข้างของคนที่นั่งอยู่บนพื้นสั่นไม่หยุดคงเพราะกำลังร้องไห้

 

เด็กชายยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองด้วยความหนักใจ ที่โกหกพี่ชายหน้าหล่อไปเมื่อครู่ไม่รู้ว่าทำถูกหรือไม่ รู้สึกผิดต่อสายตาเศร้าๆปนหมดหวังของผู้ที่ตัวเองโกหก รู้สึกไม่ดีตามคนที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่

 

เด็กชายสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วตัดสินใจเปิดประตูอีกครั้ง ตั้งใจจะตามไปสารภาพความจริงกับพี่ชายหน้าหล่อเผื่ออะไรมันจะดีขึ้น คิดว่าพี่คนนั้นคงยังไปไหนไม่ได้ไกลมาก ตามไปตอนนี้น่าจะยังทัน ทว่า..

 

 


ในความเป็นจริงปาร์คชานยอลยังคงยืนกางร่มอยู่ที่เดิม

 


 

ไม่ได้ไปไหน ไม่ได้กลับไปตามที่บอกไว้ ดวงตาโตเต็มเปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ไม่มีสั่นไหว เด็กชายมองแล้วทั้งประหลาดใจ ตกใจ และนึกทึ่งที่อีกคนยังอยู่ พี่ชายหน้าหล่อคงไม่ได้เชื่อตนมาตั้งแต่แรก ถึงได้ยืนมองอยู่ก่อนเหมือนกับกำลังรอ

 

ชานยอลพยักหน้าให้เด็กชายช้าๆ สื่อให้รู้ว่าจากนี้จะจัดการทั้งหมดเอง ซึ่งเด็กชายก็ยอมก้าวถอยหลังให้แต่โดยดี พร้อมกับปาร์คชานยอลที่ก้าวเข้ามาแทน

 

เขาย่อตัวลงนั่งยองๆอยู่ตรงหน้าคนที่เอาแต่งุดหน้ากับหัวเข่า ร้องไห้จนไหล่สั่น มือใหญ่แตะลงบนแขนนิ่มแล้วเอ่ยเบาๆ “กลับบ้านได้แล้วนะ”  

 


!!!

 


คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมกับความตกใจ กระเถิบตัวถอยหลังด้วยแววตาตื่นตระหนก “ม มาตามผมทำไม!” มือใหญ่ที่ทำท่าจะเอื้อมเข้าไปแตะตัวถูกปัดออกอย่างแรง แบคฮยอนลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าจะเดินหนี

 

“คุยกันดีๆไม่ได้หรอ” แต่ชานยอลเข้ามาขวางทางไว้ “ทำไมต้องหนีมาแบบนี้ รู้มั้ยว่าทำให้ใครเค้าเป็นห่วง”

 

“ถ้าใครที่ว่านั่นหมายถึงตัวเองก็ไม่ต้องหรอก เก็บคำว่าห่วงของคุณไปใช้กับคนที่คู่ควรเถอะ ถึงจะเป็นเด็กไม่รู้จักโตแต่ผมก็ดูแลตัวเองได้”

 

“อย่าประชดได้มั้ย”

 

“ผมพูดจริงๆ คุณกลับไปเถอะ”

 

“งั้นก็กลับด้วยกัน”

 

“ผมจะอยู่ที่นี่”

 

“จะอยู่ได้ยังไงนี่มันบ้านคนอื่น ไม่พอใจฉัน โกรธฉันก็กลับไปเคลียร์กันให้เข้าใจ อย่ารบกวนคนที่เค้าไม่เกี่ยวกับเรา”

 

“จะด่าจะว่าว่าผมไม่มีมารยาทอีกสินะ”

 

“มันไม่ชะ..

 

“ในสายตาคุณผมมีอะไรดีบ้างมั้ย ถ้ามันมีแต่ข้อเสียก็ควรต่างคนต่างอยู่ จะตามผมมาอีกทำไม!” แบคฮยอนวิ่งหนีออกจากบ้านด้วยเท้าเปล่า เสียงสายฝนว่าดังแล้ว เสียงฝีเท้าที่ไล่ตามหลังมานั้นกลับดังยิ่งกว่า

 

“ถ้าไม่อยากให้ฉันว่านายเป็นเด็กก็เลิกทำแบบนี้สิ เอาแต่วิ่งหนีไม่ยอมรับฟังอะไรเลยมีผู้ใหญ่ที่ไหนเค้าทำกันบ้าง!

 

“ผมก็เป็นของผมแบบนี้! รับไม่ได้ก็ไม่ต้องมาชอบ!

 

“ก็ฉันชอบไปแล้ว! ถ้าห้ามใจตัวเองได้ฉันคงไม่มาทำอะไรแบบนี้หรอก!” ทั้งคู่ตะโกนใส่กันท่ามกลางสายฝนที่กำลังตกลงมาอย่างหนัก เท้าทั้งสองคู่วิ่งไล่ตามกันมาติดๆ และเพราะเห็นว่าชานยอลใกล้จะถึงตัวแล้วแบคฮยอนจึงต้องออกแรงวิ่งให้มากขึ้น

 

“อย่ามาตามผม! กลับไปเลย..กึ่ก!”  แต่เท้าเจ้ากรรมดันก้าวสะดุดพื้นต่างระดับ เป็นผลให้คนตัวเล็กล้มคะมำจนเข่ากระแทกพื้นอย่างจัง

 

 

ตุ่บ!

 

 

“โอ้ย!

 

“ดื้อจนได้เรื่องเลยเห็นหรือเปล่า”

 

“ไม่ต้องมายุ่ง!” ทั้งที่หวังดีจะเข้าไปช่วยดูให้แต่ชานยอลกลับถูกผลักออก ความรู้สึกมากมายที่ประเดประดังอัดแน่นอยู่ภายในอกเหมือนเป็นแรงผลักดันให้คนตัวสูงเผลอตะคอกออกไปเสียงดังเพราะสุดจะทน

 

อย่าเป็นแบบนี้ได้มั้ย!!!

 

 

“เกลียดฉันแล้วหรือไง” แบคฮยอนไม่ตอบเขา ทั้งยังก้มหน้าหลบสายตา ชานยอลมองรอยขาดบนกางเกงตรงตำแหน่งหัวเข่าน้อยแล้วหลับตาถอนหายใจ ไหล่เล็กเริ่มสั่นเทิ้มอีกครั้งบอกให้รู้ว่าเขาคงทำให้อีกคนร้องไห้อีกแล้ว

 

“ฮึก...

 


ปวดหนึบไปหมดทั้งใจ..ทั้งดีใจที่ได้เจอกัน เสียใจผิดหวังที่คำพูดของตัวเองไม่ถูกรับฟัง แล้วก็ละอายแก่ใจที่เป็นสาเหตุให้คนที่ตัวเองรักต้องมีน้ำตาซ้ำๆ

 

เขาคงเป็นแฟนที่แย่มากจริงๆนั่นแหละ ไม่ใช่แค่กับแบคฮยอน กับซอรินที่คิดว่าให้เกียรติมาโดยตลอดก็คงเคยนึกน้อยใจในนิสัยของเขาไม่ต่างกัน

 

 คงใช้ชีวิตอยู่แต่ในกรอบมากไป คงตึงเกินไปอย่างที่คนรอบข้างเคยว่าไว้ ชอบกะเกณฑ์ทุกอย่าง คิดละเอียดเกินไป มีเหตุผลมากไปจนทำให้คนรอบข้างอึดอัดโดยเฉพาะคนที่ใช้ชีวิตอิสระมาตลอดอย่างแบคฮยอน

 

เขาไม่ได้อยากเปลี่ยนอีกฝ่ายจนไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างที่เซฮุนว่า เจตนามีอยู่แค่ต้องการให้แบคฮยอนโตขึ้นบ้าง ช่วยเหลือตัวเองได้ คิดได้เองแบบที่ไม่ต้องให้ทุกคนมาคอยบอกคอยสอนไปตลอด ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่อีกฝ่ายเป็นนั้นไม่ดี ออกจะหลงรักความเป็นธรรมชาตินั้นด้วยซ้ำ แต่เขาคงลืมคิดไปเองว่าทุกอย่างมันต้องใช้เวลา ไม่ใช่จะหักดิบให้ต้องเป็นดั่งใจตัวเองไปซะทุกเรื่องเดี๋ยวนั้นตอนนั้น

 

ติดนิสัยที่อยากได้อะไรก็ต้องได้จนเคยตัวและกลายเป็นเสียนิสัย พอมาเจอคนที่ควบคุมยากอย่างแบคฮยอนผลมันถึงออกมาในรูปแบบนี้รู้ซึ้งแล้วว่าเราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างบนโลกให้ถูกใจได้หมด โดยเฉพาะความคิดและความรู้สึกของคน

 

ที่ผ่านมาใครจะเป็นคนเริ่มก่อน ใครถูกหรือใครผิดตอนนี้มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เขาจะเป็นฝ่ายถอยให้เอง ไม่ได้คิดว่ามันคือการเสียสละหรือจำทน แค่คิดได้ว่าถ้ายังต่างคนต่างเอาตัวเองเป็นที่ตั้งมันคงไม่มีอะไรดีขึ้น ชานยอลก็ยังไม่เคยถอยให้ใครมาก่อนแต่เสียงร้องไห้ของแบคฮยอนทำให้เขาอยากวางทุกอย่างลง ทิฐิ เหตุผล ภาพลักษณ์อะไรนั่นถ้ามันสร้างปัญหานักเขายอมวางมันลงก็ได้    

 


“เจ็บมากหรือเปล่า”

 

“เราต่างกันเกินไปเราไปด้วยกันไม่ได้หรอก ผมไม่เหมาะกับชานยอล มีผมเป็นแฟนก็มีแต่เรื่องให้ปวดหัว ชานยอลน่ะเหมาะสมกับซอรินแล้ว”

 

“แต่ฉันไม่ได้รักซอริน”

 

“รักสิ พวกคุณรักกันจะตาย”

 

“แล้วเราล่ะ เราไม่ได้รักกันหรอ”

 

“ฮึก

 

“กอดที่นายเห็นมันแค่ในฐานะเพื่อนเท่านั้น ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเธอเลยจริงๆ เชื่อเถอะ เชื่อใจฉันบ้าง ฉันจะวางตัวใหม่ก็ได้ เว้นระยะห่างจากเธอให้นายสบายใจ แต่ได้โปรดอย่าคิดว่าความรู้สึกที่ฉันมีต่อนายมันไม่จริง ฟังกี่ครั้งมันก็น่าปวดใจรู้หรือเปล่า”

 

“ฮึกๆ”

 

“ฉันเสียใจที่ทำให้เรื่องของเรามันเป็นแบบนี้ ฉันผิดเอง ต่อไปจะคิดถึงใจนายให้มากขึ้น อย่าร้องเลยนะเห็นแล้วมันยิ่งทำให้ฉันโกรธตัวเอง” ชานยอลค่อยๆขยับตัวเข้าหาแบคฮยอน ดันศีรษะเล็กเข้าสู่อ้อมอกพลางโอบกอดคนตัวเล็กไว้ สายฝนที่ยังคงตกหนักลงมาไม่หยุดทำให้เขาแสบตาไปหมด หนาวจับใจซึ่งคนในอ้อมกอดเขาเองคงรู้สึกไม่ต่างกัน ชานยอลถึงพยายามเอาตัวบังฝนให้กับแบคฮยอนให้ได้มากที่สุด

 

“ที่เมื่อเช้าไม่เลือกก็เพราะนายกับเธอไม่ได้อยู่ในสถานะเดียวกัน นายเป็นคนรัก ส่วนเธอเป็นแค่เพื่อน แต่ถ้าอยากได้คำตอบจริงๆฉันเลือกให้ก็ได้”

 

“ไม่ต้องแล้ว”

 

“ฉันเลือกนาย”

 

“ฮึก..ผมบอกไม่ต้องเลือกแล้วไง”

 

“จะได้ไม่ต้องน้อยใจฉันอีก จะได้เลิกเอาตัวเองไปเทียบกับเธอซักที เรื่องไหนที่มันผ่านมาแล้วก็ให้มันแล้วกันไปได้มั้ย แล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่ อยู่กับปัจจุบันที่มีแค่นายกับฉันก็พอ” ชานยอลกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น “นะ

 

 

“มาเริ่มกันใหม่นะแบคฮยอน”

 

 

 

 

 




เพ้นเฮ้าส์บนตึกสูงระฟ้าของปาร์คชานยอลถูกเปิดใช้งานเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา คนตัวสูงไม่ได้มาที่นี่พักใหญ่แล้วเนื่องจากที่ตั้งของมันอยู่นอกเมือง ครอบครัวเขามีบ้านพักตากอากาศและพื้นที่ส่วนตัวไว้สำหรับพักผ่อนอีกหลายที่ แต่ที่ที่ชานยอลสามารถเรียกได้อย่างเต็มปากว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองจริงๆก็คือเพ้นเฮ้าส์สุดหรูแห่งนี้ มันเป็นของขวัญวันเกิดที่เขาได้จากพ่อแม่เมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว ขณะที่ปาร์คเซฮุนได้คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองไป

 

ชีวิตเซฮุนมีแต่สีสัน ชอบความสนุก ชอบพบเจอผู้คน เจ้าเด็กนั่นถึงเลือกให้พื้นที่ส่วนตัวของตัวเองอยู่ในเมือง แต่ชานยอลไม่ใช่ เขาชอบอยู่เงียบๆสงบๆ โลกส่วนตัวสูงตามที่เด็กนั่นว่า และพ่อแม่ก็รู้ถึงได้ซื้อเพ้นเฮ้าส์นอกเมืองแบบนี้ให้ ซึ่งจริงๆมันไม่ได้ไกลซักนิด ตั้งอยู่บนเส้นทางเดียวกับหมู่บ้านของเด็กชายขโมยซาลาเปา คืนนี้ชานยอลเลยพาแบคฮยอนมาค้างคืนที่นี่ด้วยกัน

 

หากไม่นับพ่อแม่ น้องชาย คนดูแลที่บ้านและแม่บ้านคนทำความสะอาดประจำ หลานคุณยายจะเป็นคนแรกที่ได้เข้ามาที่นี่ ชายหนุ่มหวงความเป็นส่วนตัวขนาดที่ว่าเพื่อนสนิทอย่างจงอิน ซอรินหรือแม้แต่คุณยายก็ยังไม่เคยพามาสักครั้ง

 

ชานยอลและแบคฮยอนเดินตัวสั่นหนาวเข้าเพ้นเฮ้าส์ในสภาพเปียกปอนยิ่งกว่าลูกหมาตกน้ำด้วยกันทั้งคู่ เจ้าบ้านให้แบคฮยอนใช้ห้องน้ำในห้องนอน ส่วนตัวเองออกไปใช้ห้องน้ำด้านนอกเพื่อจัดการอาบน้ำ ทำธุระส่วนตัวกันให้เสร็จเร็วๆก่อนที่จะเป็นหวัดและตัวเปื่อยกันไปมากกว่านี้

 

จากนั้นก็ออกมาเตรียมอุปกรณ์ทำแผลและอุ่นนมใส่แก้วไว้รอสำหรับคนตัวเล็ก ชานยอลหันไปมองนาฬิกาแขวนผนังจังหวะเดียวกับที่แบคฮยอนเดินออกจากห้องนอนมาพอดี คนตัวเล็กมีท่าทีเงอะๆเงิ่นๆทำตัวไม่ถูก กะเผลกขาเข้ามาหาเพราะถูกกวักมือเรียก

 

“คือ...ผมไม่มีชุดให้เปลี่ยนแล้ว เลยจะถามว่า..!!” คนตัวเล็กทำหน้าตกใจเมื่อถูกจับอุ้มให้ขึ้นไปนั่งบนแท่นที่ติดกับผนังกระจก ความสูงประมาณระดับสะโพกของชานยอล ในใจได้แต่นึกสงสัยว่าทำไมอีกคนชอบให้เขานั่งอยู่ในท่านี้นัก แบคฮยอนไม่ชินและไม่เคยที่จะตั้งตัวทัน

 

“จ จะทำอะไร”

 

“ไม่ได้จะปล้ำก็แล้วกัน” ชายหนุ่มกล่าวพลางกลั้วหัวเราะเบาๆ แค่เลิกชายชุดคลุมอาบน้ำขึ้นนิดเดียวแบคฮยอนก็สะดุ้งทำหน้าตื่นตกใจ เขาแค่จะทำแผลที่เข่าให้ ไม่ได้จะมีอารมณ์มาทำเรื่องอย่างว่าในตอนที่สภาพร่างกายเหนื่อยล้ากันมาทั้งวันแบบนี้ แล้วนี่ก็ตีสามแล้วด้วย

 

“ดื่มนมสิ ฉันเพิ่งอุ่นให้เมื่อกี้” เขาบุ้ยปากไปทางแก้วเซรามิกที่วางอยู่ข้างๆแบคฮยอน อีกคนก้มลงมองตามแล้วคว้ามันขึ้นมาจิบเงียบๆ ปล่อยให้เขาบรรจงทำแผลให้โดยไม่มีขัดขืน

 

ตอนที่สารภาพความในใจไปแทบหมดเปลือก และร้องขอในสิ่งที่ตัวเองต้องการกับแฟนตัวเล็ก ชานยอลได้รับคำตอบเพียงสั้นๆแค่ว่า อือเท่านั้น ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจ เพราะแม้จะได้คำตอบที่น่าพอใจ แต่ต่อจากนั้นคนตัวเล็กก็เอาแต่ปิดปากเงียบไม่พูดไม่จาอีกเลย

 

ชานยอลคิดว่าตัวเองคงยังถูกเคืองอยู่ มันอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวเข้าหากันใหม่ ดีกันแล้วใช่ว่าจะมองหน้ากันติด สนิทใจกันได้ในทันที เขาพยายามเรียนรู้ในจุดนี้ พยายามที่จะทำความเข้าใจกับความรู้สึกของคนอื่นให้มากขึ้น แค่แบคฮยอนยอมมาด้วย ยอมรับคำอย่างว่าง่าย ไม่ปฏิเสธ ไม่ทำปั้นปึ่งใส่เหมือนตอนแรกก็นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์กันใหม่อีกครั้งแล้ว

 


แปะ..

 


น้ำใสๆที่หยดลงมาบนหลังมือส่งผลให้ชานยอลหยุดนิ่ง วางนิ้วลงบนผ้าก๊อซที่เพิ่งติดสก๊อตเทปสีใสเสร็จไปก่อนหน้า เมื่อเห็นว่าน้ำใสๆนั้นไม่ได้มีเพียงแค่หยดเดียวที่ตกลงมาเลอะบนหลังมือของเขา ชานยอลก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองที่มาของมัน

 

“ร้องไห้ทำไม” ชานยอลขมวดคิ้วถาม ทั้งตกใจทั้งไม่เข้าใจว่าอีกคนร้องไห้อีกทำไม ตาที่บวมเป่งอยู่นั้นยังไม่พออีกหรอ พอถามก็เอาแต่นั่งส่ายหน้า ทำตาแป๋วมองตอบให้รู้สึกสงสารและพาลให้วางตัวไม่ถูกเข้าไปกันใหญ่

 

“ฉันมือหนักไปหรอ เจ็บที่แผลหรือว่ายังไง” 

 

แบคฮยอนยังคงส่ายหน้า

 

“ถ้างั้นเป็นอะไร อย่าเอาแต่ร้องไม่พูดไม่จาแบบนี้สิ ฉันทำตัวไม่ถูกนะ” เขาเช็ดน้ำตาบนใบหน้าเล็กออกให้อย่างอ่อนโยน ทว่ามือน้อยกลับซ้อนลงมาบนหลังมือของเขาแล้วบังคับให้หยุดการกระทำชานยอลสบตาอย่างไม่เข้าใจ

 

“ผมเพิ่งมานึกได้ ว่าตั้งแต่เมื่อวานผมก็ยังไม่ได้พูดคำนี้กับชานยอลเลย”

 

 

“ผมขอโทษ”

 

 

“ผมไปกับเค้าทั้งที่ชานยอลไม่ชอบ ผมโกหก ผมผิดสัญญากับชานยอลที่ว่าจะปรับปรุงตัว ผม..ฮึก..งี่เง่าเอาแต่ใจตัวเองไม่รู้จักโตจริงๆนั่นแหละ ทำให้ชานยอลต้องมาปวดหัวด้วยอยู่เรื่อย”

 

“นึกว่าเรื่องอะไร” คนตัวสูงหลุดยิ้มก่อนเอาหน้าผากตัวเองแนบลงกับหน้าผากของอีกฝ่ายพลางนึกโล่งอก ยื่นริมฝีปากเข้าไปจุ๊บปลายจมูกเล็กเบาๆ “ขี้แย”

 

ก็ไม่ได้ดื้อเกินที่จะรับฟังคนอื่นนี่..ที่เอาแต่เงียบเพราะสำนึกในความผิดของตัวเองอยู่เหมือนกันงั้นสินะ แบบนี้จะไม่ให้เขาเอ็นดูได้ยังไง

 

“ตอนแรกผมนึกว่าชานยอลจะยอมเลิกกับผมแล้วจริงๆ ผมไม่คิดว่าชานยอลจะตามมาอีก ผมมันโง่ คิดแต่อะไรตื้นๆไม่ยอมฟังคนอื่น..

 

“ดีใจที่นายคิดได้ แต่อย่าโทษว่าตัวเองไม่มีอะไรดีหรือคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันผิดไปหมดเลย เพราะฉันเองก็มีส่วนผิด เอาแต่ควบคุมจนนายต้องอึดอัด ขอโทษด้วยเหมือนกันที่ทำให้รู้สึกแย่” อีกฝ่ายพยักหน้างึกงัก ทำเอาชานยอลอมยิ้มจนลักยิ้มปรากฏขึ้นมาบนข้างแก้ม

 

“เคยมีคนเตือนฉันหลายครั้งแล้วว่าเรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลมารองรับให้มากความโดยเฉพาะเรื่องของหัวใจ แต่ฉันก็ยังติดนิสัย” รอยยิ้มของชายหนุ่มยังคงไม่เลือนหายจากไปไหน “ก็คงเหมือนกับนายที่ติดนิสัยแบบเด็กๆ ไม่ได้มองว่ามันเลวร้ายอะไรหรอกนะ แต่ที่เคยตำหนิไปเพราะอยากให้มันดีขึ้น”

 

“ผมเข้าใจแล้ว”

 

“ที่ฉันผิดฉันก็จะยอมรับว่าผิด นายเองก็คงจะรู้ความผิดของตัวเองแล้วเหมือนกัน เอาเป็นว่าต่อจากนี้เรามาเจอกันคนละครึ่งทางดีไหม ฉันจะยอมลดตรรกะป่วยๆของตัวเองลง ดุนายให้น้อยลง ส่วนนายก็มีเหตุผลให้มากขึ้นดีหรือเปล่า”

 

“อื้ม ผมจะเป็นคนมีเหตุผลให้มากขึ้น ดื้อกับชานยอลให้น้อยลง” คนตัวเล็กซบแก้มลงบนอกแกร่ง สองแขนยกขึ้นโอบรอบคอคนตัวสูงไว้หลวมๆ “ขอบคุณที่ไม่ถือสาคำบอกเลิกของผม...” ชานยอลกอดตอบแล้วก้มลงจูบกลุ่มผมที่ยังคงเปียกชื้น มีกลิ่นแชมพูกลิ่นเดียวกับของตัวเอง

 

“จะถือสาได้ยังไงในเมื่อฉันยังรักนายอยู่”

 

“ผมถามได้มั้ยว่าทำไมชานยอลถึงรักคนอย่างผม บอกผมหน่อยได้หรือเปล่า” ชานยอลส่ายหัวปฏิเสธอย่างสัตย์จริง

 

“ไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาไม่รู้จริงๆ เผลอๆคนรอบข้างอาจจะรู้ก่อนเขาเลยด้วยซ้ำ ก็เคยถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงรักเด็กคนนี้ คนที่มีหลายๆอย่างที่ตัวเองไม่ชอบ การใช้ชีวิต อุปนิสัยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่น่าจะเข้ากันได้เลยด้วยซ้ำ แต่ทว่าชานยอลกลับมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆ

 

..เพราะความสดใสละมั้ง..เพราะความเอ็นดู..หรืออาจจะเป็นเพราะความไม่เหมือนใคร หากจะเอาคำตอบแบบแน่ชัดเขาคงให้ไม่ได้ แต่ถ้าให้เอาตรงๆตามความรู้สึกของตัวเองล่ะก็...

 

 

“รู้ตัวอีกทีมันก็รักไปแล้ว”

 

 

 

คงมีให้ได้เท่านี้

 





 #ficmysscb

 

 

 

 

 


 

 










 

 

คำเตือน


ฟิคเรื่องนี้ใกล้จบแล้ว

เหลืออีก3ตอนกับอีก1บทส่งท้าย

ขอบคุณที่รักและติดตามกันมา <3

/ คอมเม้นพักหลังๆยิ่งกว่ากระทู้พันทิปT,.T 

 

สงสัยประการใดเมนชั่นมาโลด

@Innungning




เพ้นเฮ้าส์ 









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 300 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5072 Byunee_J (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 05:05
    คนละครึ่งทางดีที่สุดแล้ว โตขึ้นทั้งคู่เลยนะ
    #5,072
    0
  2. #5010 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:36
    ลุ้นสุดโก่งจริงๆค่ะ กลัวใจมาก555555 กลัวพี่ชานจะไม่เจอแบค แง้ จะร้องไห้แล้ว
    #5,010
    0
  3. #4975 IPINOCKIO (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 12:38
    ฮืออออออออออออออ ร้องไห้ตามแบคฮยอน น้องเปราะบางมากจริงๆ ภายนอกดูห้าวๆร่าเริงและเข้มแข็งแต่ลึกในใจใครจะรู้ว่าอ่อนแอแค่ไหน น้องคิดเยอะ คิดมาก น้องรู้สึกผิดต่อชานยอล เสียใจ น้อยใจ เด็กเพิ่งมีความรักครั้งแรก ความรู้สึกหลายอย่างประดังประเดเข้ามา สงสารน้องงงงง แต่ตอนนี้ก็เข้าใจกันสักที เกือบเปลี่ยนเป็นเรือฮุนแบคแล้ว แต่แบคยังรักชานยอลเพราะฉะนั้นฉันอยู่ทีมน้อง มันต้องอย่างนี้ ความรักอ่ะมันต้องมาเจอกันคนละครึ่งทาง ไม่มีใครควบคุมใคร ต้องยอมๆกันบ้าง ถึงจะรักกันได้ไปตลอดลอดฝั่ง
    #4,975
    0
  4. #4919 faaah92 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 13:29
    เฮ้อออ โล่งอกไปฮือออ
    #4,919
    0
  5. #4799 LuhanBen (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 22:09
    ก็คือว่าโดนน้องซื้อไปแล้วนั่นเอง5555
    #4,799
    0
  6. #4772 YJLn (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 11:53
    เข้าใจกันซักที
    #4,772
    0
  7. #4696 Eavv3 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 03:59
    เขินนนนนน
    #4,696
    0
  8. #4666 areenachesani (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 16:41
    // กดยิ้มม
    #4,666
    0
  9. #4645 nsjcbw. (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 14:57
    งือออออ เห็นเขาดีกันแล้ว เราก็โล่งใจ
    #4,645
    0
  10. #4613 pparkminhoo (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 14:58
    ฮืออออคืนดีกัรแล้ววว
    #4,613
    0
  11. #4539 geejajaa (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 00:03
    คืนดีกันได้แล้วก็ดีใจด้วยยยย เย่
    #4,539
    0
  12. #4479 Kim-kibom (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 20:58
    บทจะเข้าใจง่าย ๆ ซะงั้น..แบคเด็กมากจริงๆ
    #4,479
    0
  13. #4450 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 14:37
    เข้าใจกันแล้ว ฮือ พี่แทบขาดใจจจ ปล.เพ้นเฮาส์สวยมากกกกกก
    #4,450
    0
  14. #4404 Oh Saseum. (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 10:50
    ตอนที่แล้วทำให้ไม่ชอบแบคฮยอนไปเลย เสียใจจริงๆ
    #4,404
    0
  15. #4314 arysn_ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 23:11
    เฮ้ออออ
    #4,314
    0
  16. #4218 ซีแกรมเอง (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 01:35
    ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะแต่น่าจะดร่ากันอีกหน่อย แบคไม่น่าจะใจอ่อนเร็วเกินไป รวมๆถือว่าดีใช้ได้อยู่
    #4,218
    0
  17. #4203 24 ชั่วโมง (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 15:17
    น่ารักๆๆๆๆๆๆ
    #4,203
    0
  18. #4195 pcy921 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 15:55
    ครึ่งๆนะคะ อเมริกันแชร์5555
    #4,195
    0
  19. #4102 pim pimmi (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 12:14
    งื้ออออ เข้าใจกันแล้ว
    #4,102
    0
  20. #4064 somruethai1307 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 03:52
    ฟรูแทบตะร้องไห้ เข้าใจกันแล้วนะ ฮือ????????????
    #4,064
    0
  21. #3968 Chopoom94 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 19:29
    อินี่ยิ้มเลยค่าาาา ประโยคสุดท้าย >o< ตอนไหนไม่รู้ แต่ก็รักไปแล้ว ง่อวววววววว 
    #3,968
    0
  22. #3899 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 01:04
    ดีกันแล้วววว
    #3,899
    0
  23. #3848 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 11:09
    ดีกันแล้วววว
    #3,848
    0
  24. #3802 ChanBaek(-///-) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 22:45
    เบื่อคนรวยเฮอะ!!!
    #3,802
    1
    • #3802-1 babie_socute(จากตอนที่ 33)
      25 พฤศจิกายน 2559 / 13:34
      คุณชายขอเศษเงินไปเปย์ EXO หน่อย
      #3802-1
  25. #3780 ONPCY. (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 08:25
    แอร้ยยยยยย ในที่สุดก็เข้าใจกันเสียที โล่งมากกก งี้แหล่ะมนุษย์ต้องรอให้เกิดเรื่องก่อน ขอบคุณมาร์คลีที่รักของเราด้วย
    #3,780
    0