You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 32 : Shining XXX :: admonition

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 313 ครั้ง
    18 พ.ค. 59



Shining XXX

 







 

           

          ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ราวๆ 1 ชั่วโมง

 

 

            นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจชั้นปีที่สามเลิกคลาสในรายวิชาหนึ่งไวกว่ากำหนด หากแต่ทุกคนยังต้องรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับโปรเจคกลุ่มให้กับอาจารย์ผู้สอนต่อ โดยกลุ่มของปาร์คชานยอลได้คิวลำดับต้นๆจึงใช้เวลาในการรอและคุยกับอาจารย์ไม่มาก

 

            เป็นเวลาก่อนเที่ยงที่ชายหนุ่มเสร็จสิ้นกิจกรรมการเรียนของวันนี้ ทว่าหลังจากนั้นเขายังต้องไปรับหน้าที่ของการเป็นประธานชมรมที่ดีต่ออีก

 

ชานยอลมีนัดกับสัตวแพทย์และสมาชิกชมรมขี่ม้าโปโลบางส่วน อันที่จริงการตรวจสุขภาพม้าต้องทำเป็นประจำอยู่แล้ว แค่วันนี้มีความพิเศษตรงที่จะมีการช่วยกันทำความสะอาดคอก อาบน้ำและดูแลม้าตัวโปรดโดยสมาชิกที่ไม่ติดภารกิจใดๆ ตามกฎของชมรมที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องทำกิจกรรมนี้ร่วมกันอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกๆเดือน แม้ว่าหน้าที่ดูแลม้าหลักๆจะเป็นของเหล่าคนงานกับเจ้าหน้าที่ที่จ้างเข้ามาดูแลก็ตาม

 

ต่างคนต่างต้องรับผิดชอบม้าคู่กายของตัวเอง แต่ประธานชมรมอย่างชานยอลจำเป็นต้องดูแลให้ทั่วถึง เดินตรวจตราความเรียบร้อย เข้าไปทำความคุ้นชิน ทักทายพูดคุยกับเจ้าของม้าและม้าทีละตัว ก่อนจะมาหยุดที่ม้าตัวโปรดของตัวเอง ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับที่สัตวแพทย์ได้ตรวจสุขภาพให้มันเสร็จพอดี

 

พ้นหลังคุณหมอ หญิงสาวหน้าตาสะสวยที่คุ้นเคยกันดีก็เดินสวนเข้ามาแทน เธอมาพร้อมกับถุงกระดาษสีน้ำตาลที่มีโลโก้เป็นนางเงือกสีเขียวสะดุดตา “อ่ะ...” พลางยื่นมันให้กับชานยอล

 

“เห็นได้คุยโปรเจคกับอาจารย์กลุ่มแรกคิดว่ากลับบ้านไปแล้วซะอีก”

 

“ก็ว่าจะกลับอยู่เหมือนกัน แต่เจอคิมจงอินที่สตาร์บัค หมอนั่นบอกชานยอลมาทำงานที่ชมรมทั้งที่ยังไม่ได้ทานอะไร เลยอยากซื้อมาให้”

 

“ขอบคุณนะ ยังรู้ใจเหมือนเดิม” ชานยอลรับถุงกระดาษจากหญิงสาวแล้วนำมันไปวางไว้บนม้านั่งใกล้ๆ ก่อนจะกลับมายืนป้อนหญ้าให้ม้าตัวเองต่อ

 

“ไม่ทานหน่อยหรอ”

 

“ยังไม่ค่อยหิว”

 

“ไม่ดูแลตัวเองแบบนี้ระวังโรคกระเพาะจะถามหาล่ะ” ซอรินก้าวเข้าไปลูบตัวม้าเบาๆ พลางหันไปมองหน้าปาร์คชานยอลที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยสีหน้าคล้ายกับมีอะไรจะพูด แต่ก็ไม่กล้า ชานยอลที่เป็นคนหัวไว อ่านใจคนเก่งเห็นแล้วอมยิ้ม

 

“เดี๋ยวนี้กลายเป็นคนขี้กลัวไปแล้วหรอ มีอะไรจะพูดก็พูดมาสิ”

 

“เรื่องคราวก่อนชานยอลหายโกรธซอรินหรือยัง”

 

“เรื่องคราวก่อน?

 

“ก็ที่ซอรินเกือบขับรถชนเด็กคนนั้น” ชานยอลชะงักมือจากการป้อนอาหารม้าครู่หนึ่ง ก่อนจะไหวไหล่แล้วทำตัวปกติตามเดิม “ขอพูดตรงๆเลยนะ ซอรินไม่สบายใจ แล้วก็ไม่อยากให้ชานยอลมองซอรินด้วยความรู้สึกติดลบ วันนั้นไม่ได้ตั้งใจให้ถึงตายเลยจริงๆ มัน..

 

“ซอรินเคยไปขอโทษแบคฮยอนหรือยัง”

 

 

“ไม่ว่าจะทำด้วยเหตุผลอะไรซอรินก็ผิดอยู่ดีที่เล่นสนุกกับความเป็นความตายของคนอื่น ผมไม่ชอบ”

 

 

“แต่เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว และซอรินคงรู้สึกผิดกับมันอยู่ตลอดถูกไหม” หญิงสาวเม้มปากยามเมื่อดวงตาคู่คมจ้องมา “ผมเชื่อว่าความรู้สึกผิดมันเป็นการลงโทษคนเราให้สำนึกตัวเองได้ดียิ่งกว่าวิธีไหนๆ จะถือว่าซอรินได้รับบทเรียนไปแล้วก็แล้วกัน แต่ขอร้องว่าอย่าทำอีก”

 

“หมายความว่าชานยอลยกโทษให้ซอรินแล้วใช่มั้ย”

 

“อืม”

 

“ขอบคุณนะ” หญิงสาวยิ้มกว้าง

 

”จริงๆถ้าซอรินลองเปลี่ยนจากการพยายามทำให้ผมรู้สึกดี ไปเป็นขอโทษหรือทำอะไรก็ได้ให้แบคฮยอนเลิกมองซอรินในแง่ลบบ้าง ผมคงยินดีกว่านี้”

 

“ชานยอลดูแคร์เด็กคนนั้นมาก” ชานยอลยิ้มเบาบางจนเหมือนกับไม่ได้ยิ้ม แต่คนที่โตมาด้วยกัน เคยคลุกคลีกันตลอดแม้ว่าช่วงหลังๆจะห่างเหินกันไปจนน่าใจหาย ชองซอรินก็ดูรู้ว่าตอนนี้อีกคนไม่เหมือนเดิมแล้ว พักหลังชานยอลดูมีความสุขขึ้น อารมณ์ดี แล้วก็ผ่อนคลายมากกว่าแต่ก่อน

 

“ที่จริงก็ว่าจะถามหลายทีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีโอกาส” ทุกวันนี้ชานยอลไปไหนหรือทำอะไรกับใครเธอรู้มาจากคิมจงอินทั้งนั้น เรียนด้วยกันก็เหมือนไม่ได้เรียน เดินสวนกันเหมือนคนแปลกหน้าการถูกปาร์คชานยอลสลัดออกจากวงโคจรชีวิตไม่ใช่เรื่องดีเลยซักนิด

 

“ตอนนี้ชานยอลคบอยู่กับเด็กคนนั้นหรอ”

 

“อืม”

 

“ว่าแล้วเชียว”

 

“ซอรินบอกเรื่องของเรากับคุณยายแล้วหรือยัง”

 

“ไม่ได้ตั้งใจจะบอกแต่คุยยายถามก็เลยบอกไปหมดแล้วล่ะ”

 

“งั้นหรอ”

 

“ชานยอลล่ะ บอกพ่อแม่หรือยัง” ชานยอลส่ายหน้า “ถึงไม่บอกผู้ใหญ่ท่านคงคุยกันแล้ว”

 

“ก็คิดงั้น” ที่บ้านไม่มีใครถามถึงซอรินมาซักพักแล้ว เขาเองก็ยังหาจังหวะบอกใครไม่ได้เพราะทุกคนยังยุ่งๆเหมือนเดิม และอีกอย่างเขาคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องน่ากังวลใดๆ พร้อมเมื่อไหร่ค่อยบอกเมื่อนั้น  

 

“ยินดีด้วยนะชานยอล”

 

“เรื่องอะไร”

 

“ที่ได้เจอคนที่ตัวเองชอบจริงๆแล้วน่ะ ถึงจะไม่ชอบเด็กคนนั้นเลยก็เถอะ..ซอรินยังอยากพูดคำว่ายินดีกับชานยอลอยู่ดี” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปขยี้ศีรษะเล็กของหญิงสาวเบาๆ

 

“แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยเรื่องแอลวันก่อนด้วย”

 

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอบคุณก็ได้” ชานยอลยิ้ม “ยังไงเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน อะไรที่ช่วยได้ผมยินดีจะช่วยเหมือนเดิม เคยบอกแล้วนี่ว่าต่อให้สถานะเราจะเปลี่ยนไปแต่ความเป็นเพื่อนเรายังอยู่ ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องถือว่ามันเป็นบุญคุณอะไรด้วย”

 

“ขอกอดหน่อยสิ”

 

“ถ้าไม่รังเกียจที่ผมเพิ่งกอดม้าพวกนี้มาก่อนหน้าล่ะก็นะ..” ชายหนุ่มกางแขนออกด้วยใบหน้าขำขัน หญิงสาวส่ายหัวว่าไม่รังเกียจแล้วเดินเข้าไปสวมกอดเขาทันที

 

“ขอบคุณที่ยังให้ซอรินเป็นเพื่อนต่อ”

 

“ขอบคุณที่อยากเป็นเพื่อนผมอยู่เหมือนกัน”

 

“การมีชานยอลอยู่ข้างๆไม่ว่าด้วยสถานะอะไรมันก็วิเศษ และสำหรับเรา..สถานะเพื่อนมันน่าจะไปกันได้ด้วยดี”

 

“อืม มันต้องดีอยู่แล้ว”

 

“ซอรินรักชานยอลนะ

 

 


 

 



 

            ปาร์คชานยอลยืนลูบหน้าตัวเองพร้อมสูดลมหายใจเข้าอย่างคนที่กำลังพยายามอดกลั้น เขาอยากระบายอารมณ์กับอะไรซักอย่าง ถ้ามีอะไรอยู่ในมือตอนนี้รับรองเลยว่าคงได้บีบจนมันแหลกคามือไปแล้ว

 

            รู้สึกแย่ที่แบคฮยอนไม่ยอมฟังอะไรเลย

 

            ผิดหวังที่ไม่ว่าทำดีให้ไปเท่าไหร่แบคฮยอนก็ไม่เคยมองเจตนาของเขาถูก แบคฮยอนไม่เชื่อใจ เอาแต่ตัดพ้อ คิดเล็กคิดน้อยทั้งที่เขาพยายามประคับประคองให้ทุกอย่างมันดี  พยายามใจเย็น พยายามเรียนรู้ พยายามเข้าใจแล้วใช้เหตุผลมาโดยตลอด แต่มันคงดีไม่พอสำหรับอีกฝ่าย

 

            เมื่อวานก็เพิ่งทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้ มาวันนี้แบคฮยอนทำมันอีกแล้ว หนำซ้ำยังไปกับคนที่เขาห้ามนักห้ามหนาต่อหน้าต่อตาอีก...ไม่ไว้หน้ากันเลย แบคฮยอนไม่นึกถึงใจเขาเลย!

 

            “ชานยอลโอเคหรือเปล่า” ชองซอรินคงเป็นคนเดียวที่กล้าเข้าใกล้ชานยอลในตอนนี้  ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าชมรมโดยไม่ยอมขยับไปไหน สายตาจ้องมองพื้นถนนที่ก่อนหน้านี้เคยมีรถคันหนึ่งจอดอยู่ แต่ตอนนี้มันได้หายไปแล้ว หายไปพร้อมกับคนที่เขารักและคนที่เขาชัง

 

            “เด็กคนนั้นไม่น่าไปกับหมอนั่นเลยนะ”

 

“เด็กไม่รู้จักโตก็คิดได้เท่านี้แหละ” ชานยอลกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดชัดขึ้นมาบนมือและแขนทั้งสองข้าง “ไม่เจอกับตัวคงไม่รู้สึก”

 

“คงโกรธเรื่องที่เห็นเรากอดกัน”

 

“ถ้ามีสติแล้วหัดฟังเหตุผลของคนอื่นบ้างเรื่องมันจะไม่จบแบบนี้”

 

“ชานยอลก็กำลังจะสติหลุดแล้วเหมือนกัน เย็นลงหน่อยดีกว่ามั้ย” มือเรียวช่วยลูบแผ่นหลังกว้างช้าๆ ตอนนี้ชานยอลหายใจจังหวะหนักมาก รู้ว่าถ้าอีกฝ่ายโมโหหรือไม่พอใจมากๆจะเป็นแบบนี้ แต่เธอไม่เคยรู้และไม่เคยเห็นมาก่อนว่าชานยอลจะมีอาการตาแดงๆทั้งสั่นระริกในตอนที่กำลังโกรธใครแบบนี้ด้วย

 

“เป็นห่วงมากเลยสินะ”

 

“เค้ายังไม่ห่วงตัวเองเลยแล้วทำไมผมต้องห่วง!

 

“อย่าประชดเป็นเด็กๆไปอีกคนสิ ถ้าเป็นจงอินหมอนั่นจะพูดว่าไงนะ ต้องบอกว่าตอนนี้มีคำว่าเป็นห่วงเขาติดอยู่กลางหน้าผากชานยอลตัวเบ้อเริ่มเลยแหงๆ”

 

 

“อย่าว่าแต่เด็กคนนั้นไม่มีสติฟังเลย ถ้าเมื่อกี้ชานยอลตอบว่าจริงๆแล้วเลือกใครเรื่องมันอาจจะจบลงด้วยดีแล้วเหมือนกัน”

 

“มันไม่ใช่สิ่งที่สมควรต้องเลือกเลยซอริน”

 

“ถ้าเป็นซอริน ถามขนาดนั้นแล้วแฟนไม่ยอมเลือกตัวเองซอรินก็ไม่ทนอยู่ต่อเหมือนกัน ชานยอลก็ชานยอลเถอะ หาใหม่เอาคนที่เค้าชัดเจนกับเราไม่ดีกว่าหรอ”

 

“นี่เธออยู่ข้างเด็กคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

“เปล่า มันเพราะซอรินรู้นิสัยชานยอลดีต่างหาก ต่อให้ผิดยังไงก็ไม่มีทางยอมรับหรือเข้ามาง้อก่อนหรอก”

 

“เธอก็พอกันนั่นแหละ”

 

“ก็ใช่ แต่เราสองคนไม่ได้รักกันแบบนั้น ไม่ง้อก็ไม่ง้อสิ ใครสนล่ะจริงมั้ย”

 

“ก็เพิ่งเข้ามาง้อผมเมื่อกี้ไม่ใช่หรือไงกัน”  เพียะ! ซอรินฟาดแขนชานยอลด้วยแรงไม่เบาเลย “เจ็บนะ เดี๋ยวนี้กล้าทำร้ายผมแล้วหรอ”

 

“ตอนคบกันไม่มีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้ ตอนนี้เป็นเพื่อนกันแล้วก็ขอทีเถอะ หมั่นไส้” ซอรินตีไหล่ชานยอลอีกที “พูดจริงนะ ซอรินไม่ชอบนิสัยเด็กคนนั้นแต่ให้ตายเถอะ..ไม่ชอบที่ตัวเองกลายเป็นตัวปัญหาของใครเลย”

 

“ขอโทษที่ทำให้รู้สึกแบบนั้น”

 

“ช่างเถอะ เด็กคนนั้นแค่ยังไม่รู้จักเราดีพอ ที่ผ่านมาเราคงทำตัวไม่ชัดเจนเองด้วย แต่ถ้าเด็กคนนั้นรู้ว่าสิ่งที่ชานยอลทำให้ ไม่เคยทำกับซอรินเลยคงไม่นึกน้อยใจแน่”

 

“ยังไง จะบอกว่าผมลำเอียงหรอ”

 

“ชานยอลไม่เคยวิ่งตามมาง้อซอรินเหมือนที่ง้อเด็กคนนั้น ทะเลาะกันทุกครั้งเราต่างก็ให้เรื่องมันผ่านไปเอง ไม่ทำอะไรเหมือนอย่างที่ชานยอลทำเมื่อกี้หรอก”

 

 

“ไม่เคยปล่อยผ่านเรื่องเด็กคนนั้นเลยใช่ไหมล่ะ เป็นชานยอลคนใหม่ที่แม้แต่เพื่อนๆก็แทบไม่เคยเห็นมุมนี้มาก่อนเลยใช่ไหม”

 

“ไม่ขนาดนั้น”

 

“จริงหรอ”  ริมฝีปากบางสวยมีรอยยิ้มเล็กๆให้กับคนปากหนัก “การได้เห็นคนอย่างชานยอลวิ่งตามหลังเด็กกะโปโลไปโดยที่ไม่ห่วงภาพลักษณ์อะไรเลยแบบนั้น ซอรินยอมรับนะว่าตกใจ”

 

 

“สายตาที่มีทั้งความเอ็นดู ห่วง และที่สำคัญดูหวง มันทำให้ซอรินรู้เลยว่านี่แหละคือสิ่งที่เราไม่เคยมีต่อกัน” ซอรินบีบไหล่ชายหนุ่มอย่างให้กำลังใจ “ถ้าในใจมันมีคำตอบชัดเจนอยู่แล้วว่าเลือกใครก็พูดออกไปเถอะ ไม่ต้องคิดว่ามันจะเป็นการไม่ให้เกียรติซอริน ที่ผ่านมาสิ่งที่ชานยอลทำให้ก็น่าซึ้งใจจะแย่”

 

“อย่าพูดเหมือนผมวิเศษนักสิ”

 

“พูดจริง อีกอย่างหนึ่งซอรินไม่อยากเป็นตัวถ่วงชีวิตใครด้วย ส่วนเรื่องแอล รู้มาจากจงอินว่าหมอนั่นก่อกวนชานยอลไม่หยุดเลยใช่มั้ย” ซอรินได้ยินแต่เสียงลมหายใจหนักๆของชานยอลเป็นคำตอบ “ซอรินอยากให้เรื่องมันจบ กำลังคิดอยู่ว่าจะเข้าไปเคลียร์ด้วยตัวเอง”

 

“เดี๋ยวมันก็..

 

“ถ้ากล้าทำอีกก็ไม่ใช่ลูกผู้ชายแล้วล่ะ”

 

 

“ไม่ต้องห่วง ซอรินจะลากจงอินไปด้วย ชานยอลน่ะไปจัดการปัญหาของตัวเองให้เรียบร้อยเถอะ”

 





           




 

ออดี้คันสีดำที่แบคฮยอนขออาศัยมาด้วยค่อยๆชะลอจอดข้างทาง เสียงสะอึกสะอื้นของเขากำลังสร้างอาการปวดหัวให้กับคนขับรถเป็นอย่างยิ่ง

 

“นี่ มีมารยาทหน่อยได้มั้ย ขึ้นมาบนรถคนอื่นแล้วเอาแต่ร้องไห้รบกวนสมาธิเนี่ยมันยังไง อยากตายหมู่หรอ” เจตนาของผู้พูดคือต้องการให้คนฟังหยุดร้องและกลับมามีสติ ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมากลับตรงกันข้าม แบคฮยอนปล่อยโฮร้องไห้เสียงดังยิ่งกว่าเดิม ไม่รู้ว่าจี้ใจดำตรงไหน เสียใจจริงๆหรือแค่จะกวนประสาทในแบบที่ว่ายิ่งห้ามยิ่งยุกันแน่

 

“มีแต่คนชอบดุผมเต็มไปหมดเลย! ฮืออออ”

 

“เสียงของนายมัน...” แอลเอานิ้วอุดหูตัวเองไว้ทั้งสองข้าง “ไอ้ชานยอลคบเด็กขี้แยแบบนี้ไปได้ยังไงเนี่ย”

 

“ฮื่อออออออออออออ”

 

“ฉันจะบ้าตาย” ชายหนุ่มหน้านิ่งเอี้ยวตัวไปดึงทิชชู่ในกล่องที่อยู่เบาะหลังมายื่นให้กับแบคฮยอน คนตัวเล็กรับไว้แล้วสั่งน้ำมูกลงไปอย่างแรง แอลมองพลางส่ายหน้าหน่ายใจ

 

“นี่ถ้าเป็นน้องฉันฉันจะตีให้เจ็บเลยนะ เรื่องอะไรมาร้องห่มร้องไห้เพราะผู้ชายแค่คนเดียว”

 

“เปล่าซักหน่อย ผมไม่ได้ร้องไห้เพราะเค้า!

 

“อ้อ..งั้นไอ้ที่วิ่งตามกันมาจนฉันเกือบขับรถชนเมื่อกี้แค่ภาพหลอนไปเองสินะ” แบคฮยอนเบะปากพลางหันออกไปมองนอกหน้าต่างรถ สองมือน้อยยกขึ้นปาดน้ำตาตัวเองป้อยๆด้วยความรู้สึกเสียใจ

 

“ด้วยความหวังดี อย่าเสียน้ำตาให้กับคนที่ไม่เห็นค่าเราจะดีกว่า”

 

“ชานยอลกับซอรินคงรักกันมาก ทั้งที่บอกว่าเลิกกันแล้วแต่การกระทำมันไม่ต่างจากเดิมซักนิด ยังกอดกันได้ รู้ใจกันดีเหมือนเดิม พอผมให้เลือกเค้ากลับไม่ยอมเลือก ผมไม่รู้เลยจริงๆว่าตัวเองสำคัญจริงหรือเปล่า หรือต่อให้สำคัญ..มันสำคัญแค่ไหน สู้ผู้หญิงคนนั้นได้บ้างมั้ย”

 

 

“ผมไม่มีอะไรสู้ซอรินได้อย่างที่พี่เคยว่า ทำอะไรก็ไม่เคยถูกใจ ผมเองก็รู้ตัวดี ไม่เคยหวังให้คนอย่างเค้ามาสนใจซักนิด แต่เพราะเค้านั่นแหละ เค้ามาบอกชอบผมเอง” แบคฮยอนไม่เข้าใจอะไรซักอย่าง ยอมรับว่าตัวเองซื่อบื้อกับเรื่องแบบนี้ ความคิดเหมือนเด็กไม่รู้จักโตแต่ใช่ว่าไม่เคยพยายาม ที่ผ่านมาเขาพยายามอยู่ตลอด แต่มันก็ยังไม่ถูกใจผู้ชายเพอร์เฟคคนนั้นได้จริงๆซักที ทำอะไรก็ผิด ทำอะไรก็แย่..ก็ถ้ามันไม่ดีขนาดนั้นแล้วจะมาชอบเขาตั้งแต่แรกทำไม แบคฮยอนไม่เข้าใจ

 

“ปากบอกว่าชอบ แต่ก็ยังดุผมเกือบทุกการกระทำ”

 

“คนที่จะอยู่ด้วยกันได้คือคนที่ยอมรับข้อเสียของกันและกันได้ ถ้าคบแล้วอึดอัดก็เลิกไปสิ จะทนทำไมให้เหนื่อย อย่างไอ้ชานยอลไม่ได้มีคนเดียวบนโลก ขาดมันซักคนนายก็ไม่ตายหรอก

 

“เลิกแล้ว”

 

“ฮะ ถามจริง?

 

“อืม ใช่สิ่งที่พี่ต้องการหรือเปล่า”

 

 

“ชานยอลบอกว่าที่พี่เข้าหาผมเพราะแค่ต้องการจะปั่นหัวเค้าเท่านั้น” แบคฮยอนหันมามองหน้าเจ้าของรถด้วยดวงตาสั่นระริก “ผมไม่รู้ว่ามันจริงหรือไม่จริงและผมจะไม่ถามด้วย ยอมรับแบบโง่ๆเลยว่าผมกลัวคำตอบ”

 

 

“ผมไม่ได้ฉลาดเหมือนใครเค้าเท่าไหร่แต่ผมให้ใจเต็มร้อยได้กับทุกคนที่ผมคิดว่าเค้าน่าจะเป็นคนดี”

 

 

“แต่ถ้าพี่ไม่ใช่ และสิ่งที่ชานยอลบอกมันจริงตอนนี้พี่ก็คงสมใจแล้วล่ะ” แบคฮยอนปาดน้ำตาทิ้งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ “ผมขอลงตรงนี้เลยแล้วกัน ขอบคุณที่ให้ติดรถมาด้วยนะ”

 



 

 

 

 

 

     เอี๊ยดดดดดด!

 

            รถซุปเปอร์คาร์ของปาร์คชานยอลเคลื่อนเข้าสู่โรงจอดรถของคฤหาสน์ตระกูลปาร์ค ในเวลาไล่เลี่ยกันกับมาเซราติของปาร์คเซฮุน เสียงล้อรถทั้งสองคันขูดพื้นดังหวีดเพราะแรงเบรคพาลให้คนงานในบ้านพากันตกใจ พอๆกับสีหน้าจริงจังของทั้งสองคุณชายที่ไม่บ่อยนักจะได้เห็นมันพร้อมกัน

 

            “หยุดเลยนะพี่ชานยอล” เสียงของเซฮุนดังไล่หลังคนเป็นพี่ สองขาก้าวเร็วๆเพื่อให้ตามคนเดินไวทัน “ผมบอกให้หยุดไงไม่ได้ยินหรอ!

 

            เสียงตะเบ็งด้วยความไม่พอใจของคุณชายคนเล็กส่งผลให้คนงานในบ้านหยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่แทบจะพร้อมกัน ไม่เว้นแม้แต่เหล่าบอดี้การ์ดชุดดำที่ยืนเรียงแถวรอต้อนรับนายน้อยทั้งสองตรงทางขึ้นบันไดด้านหน้า ทันทีที่เจ้านายเดินพ้นไป ทั้งหมดต่างก็ชะเง้อชะแง้มองตามหลังด้วยความอยากรู้อยากเห็นกันถ้วนหน้า

 

ไม่รู้ว่าสองพี่น้องทะเลาะอะไรกันมาอีก

 

            ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันลับขอบฟ้า มื้อเย็นเหล่าแม่บ้านก็ยังทำกันไม่เสร็จ แต่คุณชายทั้งสองกลับเข้าบ้านไวผิดปกติ เข้ามาพร้อมกันแล้วยังอยู่ในอารมณ์คล้ายกับพยากรณ์อากาศประจำวันที่กรมอุตุฯได้รายงานไว้เมื่อตอนเช้าว่าวันนี้พายุจะเข้าไม่มีผิดเพี้ยน  

 

            “จะหนีผมไปตลอดเลยหรือไง” น้องชายคว้าไหล่พี่ชายไว้ ไม่ยอมให้อีกฝ่ายก้าวขึ้นบันไดไปได้ง่ายๆ

 

            “จะเอาอะไรกับฉันนักหนา”

 

            “พี่ก็ตอบมาสิว่าทำไมแบคฮยอนถึงหนีไป” ชานยอลพ่นลมหายใจออกอย่างรำคาญ เซฮุนตามตื้อถามเขาไม่หยุดตั้งแต่ที่ชมรมแล้ว เดินหนีก็ยังจะตาม เกาะติดยิ่งกว่าเงาจนชานยอลไม่มีสมาธิจะทำอะไรต่อถึงต้องหนีกลับมาบ้าน ซึ่งก็หนีไม่พ้นอยู่ดี

 

            “ทะเลาะกัน มีเรื่องให้เข้าใจผิด รู้แล้วก็เลิกเซ้าซี้ซักทีแค่นี้ฉันยังปวดหัวไม่พออีกหรอ”

 

            “แล้วทะเลาะเรื่องอะไรกัน” แม้ว่าจะถูกทำหน้าโหดใส่แต่เด็กหนุ่มยังดึงดันจะถามต่อ “ร้ายแรงขนาดไหนแบคฮยอนถึงหนีไปแบบนั้น” เซฮุนฟังเรื่องเล่ามาจากคนในชมรมอีกที เพราะมัวแต่ขลุกอยู่กับม้าตัวเองเลยทำให้พลาดเรื่องสำคัญไป น่าหัวเสียที่พอไปถามจากตัวต้นเรื่องแล้วอีกฝ่ายยังเฉยเมยไม่ยอมบอกอะไรได้เสมอต้นเสมอปลาย

 

            “ไม่ต้องยุ่งซักเรื่องได้มั้ย”

 

            “ถ้าเป็นเรื่องแบคฮยอนผมไม่ยุ่งไม่ได้”

 

            “เพราะมีคนแบบนายถือหางอยู่น่ะสิเด็กคนนั้นถึงไม่รู้จักโตซักที นายเองก็เหมือนกัน เลิกงอแงเป็นเด็กๆได้แล้ว อย่าให้ฉันต้องพูดบ่อยมันน่ารำคาญ”

 

 

            พลั่ก!

 

          เคร้ง!

 

 

            ชานยอลถูกดันตัวไปติดกับโต๊ะวางแจกันใกล้ทางขึ้นบันไดกลางบ้านอย่างแรง ชนิดที่ว่าแจกันใบนั้นตกลงมาแตกกระจายเสียงดังก้องไปทั่วทั้งบ้าน หากคนกระทำกลับไม่สนใจ สองมือของเด็กหนุ่มยึดคอเสื้อเชิ้ตสีขาวของพี่ชายด้วยสีหน้าเอาเรื่อง สุดจะทนกับคำพูดชอบสั่งสอน

 

            ตายแล้ว! เซฮุนทำอะไรน่ะลูก!’

 

            เสียงของแม่ไม่ได้ทำให้เซฮุนนึกอยากจะปล่อยมือออกจากคอเสื้อพี่ชายตัวเองเลย ต่างคนต่างจ้องหน้ากันด้วยแววตาแข็งกร้าวไม่มีใครยอมใคร “โตกว่าผมแค่สองปี อย่าพูดเหมือนผู้ใหญ่วัยกร้านโลกไปหน่อยเลย”

 

            “ปล่อยมือออกจากเสื้อฉัน”

 

            “ดีแต่พูดสั่งสอนคนอื่นเค้าไปทั่ว ดีแต่ชอบขู่ ที่แบคฮยอนหนีไปคงเพราะแบบนี้อีกแล้วใช่หรือเปล่าล่ะ!

 

            “

 

            “แทนที่จะตามไป แต่นี่อยู่เฉยแถมยังมีหน้าหนีกลับมาบ้านอีก พี่เป็นแฟนประสาอะไรวะ ถ้าเป็นผมต่อให้ใครจะถูกจะผิดผมก็จะไม่ปล่อยคนที่ตัวเองรักหนีไปแบบนั้นเด็ดขาด”

 

            “ก็นั่นมันนาย แต่นี่มันฉัน ยิ่งง้อก็ยิ่งได้ใจ ยิ่งตามใจยิ่งเสียนิสัย ถ้านายอยากตามมากก็ไปตามเอง ฉันไม่ไป”

 

            “เมื่อไหร่พี่จะเลิกเป็นแบบนี้วะ” เซฮุนเขย่าคอเสื้อชานยอลด้วยความโมโห “เมื่อไหร่จะเลิกมึนตึงเฉยชาใส่คนอื่น ไม่รู้อีกหรอว่านิสัยของพี่ทำให้แบคฮยอนต้องคิดมากมากี่ครั้งกี่หนแล้ว ผมไม่รู้ปัญหาของพวกพี่หรอกนะ แต่ผมก็มั่นใจว่าไม่เคยมีครั้งไหนที่แบคฮยอนมีปัญหากับพี่แล้วจะไม่เสียใจ!

 

            “

 

            “ถ้าโลกส่วนตัวสูงนัก ถ้าไม่พร้อมจะเปิดใจให้ใครเข้ามาแล้วคบเค้าไว้ทำไม แฟนคนเดียวยังโอนอ่อนยอมให้ไม่ได้พี่ก็ปล่อยเค้าไปเถอะ ยังมีคนที่พร้อมจะดูแลแบคฮยอนมากกว่าพี่อยู่บนโลกอีกตั้งหลายคน อย่างน้อยก็ผมคนนึง พลั่ก!” ชานยอลผลักน้องชายออกจากตัว แล้วเดินหนีขึ้นบันไดไปด้วยความหงุดหงิด แต่เสียงน่ารำคาญนั้นยังคงตะโกนตามไล่หลังมาไม่จบไม่สิ้น

 

            “สิ่งที่แบคฮยอนเป็นมันก็ดีอยู่แล้ว ผมไม่เห็นว่ามันจะแย่ตรงไหน ที่แย่น่ะคือคนที่เอาแต่พยายามเปลี่ยนคนอื่นต่างหาก บอกให้ใครต่อใครเปลี่ยนนั่นเปลี่ยนนี่ตามใจตัวเองไปทั่ว ตัวเองก็ทำบ้างสิ! เปลี่ยนบ้างไอ้นิสัยเย็นชาแบบนี้น่า!!

 

 

            ปั้ง!

 

 

            ชานยอลพิงหลังกับประตูห้องนอนอย่างหมดแรง เขาอาจจะได้เป็นไมเกรนเร็วๆนี้เพราะมีแต่เรื่องให้ปวดหัวไม่เว้นวัน ชายหนุ่มลูบหน้าลูบตาตัวเองอีกครั้งแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำให้สบายตัว ยืนคิดไม่ตกกับทุกเรื่องราวใต้ฝักบัวนานนับชั่วโมง

 

ถึงจะแสดงออกว่าไม่คิดอะไรแต่ในใจจริงๆของเขาจะมีใครบ้างที่รู้ เขาเหนื่อย อยากหาที่พึ่งที่ระบายให้ตัวเองสบายใจบ้าง ถ้าทำได้คงแบกเรื่องราวเหล่านี้ไปเล่าให้คุณยายฟังแล้วแต่เพราะเป็นเรื่องของแบคฮยอน ชานยอลถึงทำแบบนั้นไม่ได้ เขาไม่ชอบสร้างปัญหาให้ใครโดยเฉพาะผู้ใหญ่ เขาไม่อยากให้ใครต้องมากังวลคิดมากไปด้วย หลายครั้งถึงต้องแบกรับมันไว้เองทั้งหมด

 

            ก็เป็นคนเงียบๆ ไม่แสดงความรู้สึกต่อใครมาแต่ไหนแต่ไร แต่ถึงอย่างนั้นก็มักจะพูดตรงๆ บอกในสิ่งที่ตัวเองต้องการกับคนอื่นเสมอ ทุกสิ่งทุกอย่างที่คนอื่นว่ามาไม่ใช่ไม่เข้าหูเลย ชานยอลได้ยิน ชานยอลรับฟัง และก็คิดตามทุกครั้งนั้นแหละ

 

            ยอมรับในข้อเสียของตัวเองตามที่ทุกคนพูดมาทั้งหมด แต่เรื่องระหว่างแบคฮยอนเขายังรู้สึกว่าไม่ควรตามใจอีกฝ่ายให้มากอยู่ดี จริงที่เขาเอาแต่ดุ เอาแต่ตำหนิอีกฝ่ายบ่อยๆ ก็รู้ว่าแบคฮยอนอารมณ์อ่อนไหว มีนิสัยเป็นยังไง แต่ที่โกรธและไม่อยากตามใจก็เพราะแบคฮยอนดื้อเกินไป ชานยอลแค่อยากให้แบคฮยอนโตขึ้นบ้าง มีเหตุผลซักนิด อยากให้สำนึกเอง เรียนรู้เองโดยที่ไม่ต้องให้ใครคอยไปให้ท้าย

 

            แต่ก็ใช่ว่าไม่ห่วง

 

            ห่วงมากจนใจไม่เป็นสุขเลยด้วยซ้ำ

 

            พะว้าพะวงหาอยู่ตลอดว่ายังปลอดภัยดีหรือเปล่า

 

            ใจหนึ่งอยากออกไปตามจะแย่ แต่ยอมรับว่าอีกใจยังมีทิฐิยึดสิ่งที่ตัวเองคิด ว่านั่นคือถูกต้องแล้ว ชานยอลว่าตอนนี้ตัวเองคงใกล้บ้าเข้าไปเต็มที คิดอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่ถูก ภายในใจกับสมองมีแต่ความขัดแย้ง แบคฮยอนทำให้เขาเสียศูนย์ ควบคุมอะไรไม่ได้แม้กระทั่งความรู้สึกและความคิดที่เมื่อก่อนเคยทำได้ดีกว่านี้...ดีกว่ามาก แล้วดูตอนนี้สิ ไม่ต่างอะไรจากคนสมองกลวงซักนิด ปวดหนึบยิ่งกว่าคนเป็นโรคประสาท

 


            ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยความอ่อนล้า ปิดเปลือกตาพักความฟุ้งซ่านทุกอย่างไว้แค่นั้น..

 




 


 

 

            Rrrrrrrr

 

            เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์เสมือนเสียงนาฬิกาปลุกชั้นดี ปาร์คชานยอลสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืด มือหนึ่งควานหาโทรศัพท์แล้วหยิบมันขึ้นมากดรับสายโดยไม่สนใจจะมองเบอร์เลยแม้แต่น้อย อีกมือก็เอื้อมเปิดโคมไฟใกล้หัวเตียงไปด้วย

 

            สี่ทุ่ม

 

            นาฬิกาดิจิตอลที่ตั้งอยู่บนโต๊ะบอกเวลาให้รู้ว่าเขาได้เผลอหลับไปนานเท่าไหร่

 

 

            “ฮัลโหล”

 

            ((ไง อกแตกตายไปแล้วรึยังล่ะเพื่อนรัก))

 

            “แอล” เสียงของปลายสายช่วยให้ตาเขาสว่างได้ในทันที “ต้องการอะไรอีก แบคฮยอนอยู่ไหน นายทำอะไรเค้าหรือเปล่า”

 

            ((ใจเย็นซี่..))

 

            “ไม่ตลกนะ พาแบคฮยอนกลับไปส่งที่บ้านซะ”

 

            ((เฮ้ เห็นฉันเป็นอะไร คนขับรถบ้านนายหรอถึงจะสั่งอะไรก็สั่งได้))

 

“อย่าให้ฉันต้องหมดความอดทน”

 

((กลัวโคตรๆ))

 

 

((ได้ข่าวว่าเลิกกันแล้ว ขอแสดงความยินดี เอ้ย..ต้องบอกว่าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งถึงจะถูกใช่มั้ย))

 

 

((กำลังน้ำลายฟูมปากอยู่หรอ หรือว่ากระอักเลือดอยู่ล่ะ)) มือใหญ่บีบโทรศัพท์ตัวเองแน่นจนขึ้นข้อขาว เส้นเลือดข้างขมับเต้นตุ่บๆเพราะความโกรธ

 

((ไงล่ะ ทีนี้รู้รึยังว่าความรู้สึกของคนที่ใกล้จะเป็นบ้าเพราะความรักมันเป็นยังไง))

 

 

((ผลจากการกระทำคลุมเครือวันนี้มันย้อนกลับมาเล่นงานนายแล้วปาร์คชานยอล ปากบอกอีกอย่าง แต่การกระทำน่ะอีกอย่าง รู้ไว้ซะบ้างก็ดีว่ามันทำให้คนเค้ารู้สึกยังไง))

 

 

((เด็กของนายก็ไม่ต่างจากฉันในตอนนั้น ฟังคำว่าไม่ได้คิดอะไรของพวกนายจนเอือมระอา ถามจริง ไม่เคยกระดากปากบ้างหรอที่คำพูดกับการกระทำมันสวนทางกัน))

 

“นายไม่เข้าใจ ความรู้สึกที่ฉันกับซอรินมีให้กันมันไม่ใช่แค่เพื่อน แต่มันเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน”

 

((หนวกหูน่า เลิกใช้คำพูดสวยหรูเหมือนตัวเองเป็นพระเอกซักทีเถอะ คนที่เป็นเพื่อนเป็นครอบครัวเค้าจูบปากกันดูดดื่มแบบนั้นกันหรอวะ น่าขำเป็นบ้า)) ภาพวันที่ชานยอลและซอรินเพิ่งลองจูบกันครั้งแรกฉายชัดเข้ามาในสมองของชายหนุ่มทันที ตอนนั้นเป็นชั่วโมงหลังเล่นกีฬาตอนอยู่ไฮสคูล ชานยอลจำได้ว่าวันนั้นแอลเข้ามาเห็นพอดี แต่เพราะอีกฝ่ายทำหน้าเฉยๆและไม่พูดอะไรเขาเลยคิดว่ามันคงไม่มีอะไร และก็ยอมรับจริงๆว่ามันเป็นเรื่องของอารมณ์พาไปคบกันก็ต้องมีอยากลองความรู้สึกวาบหวามตามประสาชายหญิงบ้าง

 

“ผูกใจเจ็บฉันเพราะเรื่องนี้เองหรอ ที่เกือบรังแกซอรินก็เพราะเรื่องนี้ด้วยงั้นสิ”

 

((นายก็รู้ว่าฉันชอบเธอ))

 

“แต่นายบอกเองว่าตัดใจแล้ว”

 

((แล้วนายคิดว่าของแบบนั้นมันตัดกันได้ง่ายๆเดือนสองเดือนก็หายหรอ คิดตื้นไปหน่อยมั้ง))

 

“ได้ ฉันยอมรับว่าเรื่องนี้ฉันผิด ไม่รู้ว่าขอโทษตอนนี้มันยังทันมั้ยแต่สิ่งที่นายทำต่อซอรินวันนั้นมันก็เลวร้ายเกินกว่าลูกผู้ชายดีๆคนหนึ่งจะคิดทำกัน”

 

((ตอนนายหึงเด็กคนนั้นนายทันได้ยับยั้งชั่งใจมั้ย ฉันขอถามแค่นี้))

 

 

((ฉันไม่เอาอะไรหรอก ไม่ต้องการให้คนที่คิดว่าตัวเองถูกฝ่ายเดียวอย่างพวกนายมาเข้าใจด้วย บอกตรงๆว่าเห็นนายดิ้นจะเป็นจะตายและหัวปั่นได้ขนาดนี้ก็สะใจจะแย่แล้ว ที่จริงก็อยากสนุกต่อหรอกนะ แต่สงสารเด็กตาดำๆที่ไม่รู้เรื่องด้วย จะช่วยสงเคราะห์ให้นายได้หูตาสว่างขึ้นมาหน่อยแล้วกันด้วยความเวทนา))

 

 

((ถ้าคิดแค่เพื่อนก็ทำตัวให้มันเหมือนเพื่อน คนทั้งโลกไม่ได้นั่งอยู่ในสมองนายเค้าถึงจะได้เข้าใจกันทุกคนว่าจริงๆเรื่องมันเป็นยังไง ไม่เห็นแก่คนอื่นก็ควรจะเห็นแก่แฟนคนปัจจุบันที่นายคบอยู่ ถนัดนักนี่ เรื่องมารยาทน่ะ ก็น่าจะสะกดคำว่าให้เกียรติคนที่ตัวเองคบเป็นนะ)) ชานยอลถึงกับพูดไม่ออก รู้สึกจุกที่อกซ้ายเหมือนถูกแทงใจดำเข้าอย่างจัง

 

ไม่ปฏิเสธว่าสิ่งที่แอลพูดมามันใช่ ถึงจะเกลียดการกระทำที่อดีตเพื่อนรักเคยทำไว้แต่แอลยังคงเป็นแอล คนที่สะท้อนตัวเขาได้ดีกว่าใครคนไหน จงอินและซอรินที่ว่ารู้ใจและสนิทกันนักหนายังอ่านความคิดเขาไม่เก่งเท่ากับแอลเลยข้อนี้ชานยอลยอมรับ

 

“แล้วตอนนี้แบคฮยอนอยู่กับนายใช่หรือเปล่า”

 

((โน))

 

“อย่ากวน ฉันจริงจัง”

 

((ต้องให้เปิดกล้องให้ดูผู้หญิงสองคนที่นอนเปลื้องผ้าอยู่ข้างฉันตอนนี้มั้ย))

 

“ถ้าแบคฮยอนไม่อยู่กับนายแล้วอยู่ไหนในเมื่อไปด้วยกัน”

 

((จะไปรู้หรอ เด็กคนนั้นแยกกับฉันตั้งแต่บ่ายแล้ว))

 

“แล้วทำไมไม่ถามวะ”

 

((ตลก)) แอลแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ((แฟนฉันหรือก็เปล่า อยากรู้ก็ตามหากันเอาเอง    ฉันไม่เกี่ยว แค่นี้แหละ))

 

ตุ๊ด!~

 

 

“เวรเอ้ย!

 

วันนี้มันวันเฮงซวยอะไรถึงมีแต่เรื่องให้ปวดหัวทั้งวัน ชานยอลส่งข้อความไปถามชองซอรินว่าแบคฮยอนกลับมาบ้านหรือยัง เมื่อได้รับคำตอบว่า ยังไม่เห็นนะชายหนุ่มถึงกับต้องนั่งกุมขมับ ปล่อยเวลาทิ้งไปแบบโง่ๆซักพัก แล้วจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปคว้าเสื้อแจ็คเก็ตและกุญแจรถยนต์เดินออกจากห้อง

 

“จะออกไปไหนหรือครับคุณชาย ฝนกำลังจะตกแล้วนะครับ” คุณพ่อบ้านเดินเข้ามาถามนายน้อยของตัวเองพลางเงยหน้ามองเมฆครึ้มและพายุที่เริ่มพัดเอาฝุ่นเข้ามา

 

“ไปตามหลานคุณยายครับ”

 

“ให้ผมไปด้วยมะ...

 

“คุณพ่อบ้านเข้านอนได้เลยครับ และไม่ต้องรอเพราะผมจะไม่กลับเข้ามาจนกว่าจะหาตัวเค้าเจอ”

 

 



#ficmysscb

 








 

 

Talk:

คอมเม้นตอนที่แล้วบอกได้คำเดียว

พี่กลัวแล้วววววววว’ 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 313 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5071 Byunee_J (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 04:21
    พักก่อน ยังไงก็แล้วแต่แอลก็ไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้อยู่ดี ถ้าตั้งใจมาร้ายจิงๆ ก็เป็นคนแย่ๆอยู่ดี อย่ามาทำเป็นพูดดีหน่อยเลย ส่วนตัวเข้าใจเจตนาของชานยอล ความสัมพันธ์กับซอรินมันมีมาตั้งนานเหมือนกัน บางคสพ.มันไม่ใช่จะตัดก็ตัดได้อะ เขาเป็นคนที่เราไม่ได้อยากตัดออกไป เพราะสุดท้ายเขาคือเพื่อนเรา ชีวิตมันก็ต้องคีพคนอื่นไว้ด้วย มันเลือกไม่ได้ แต่ส่วนที่ผิดชานยอลก็มีเหมือนกัน แล้วก็เข้าใจแบคฮยอนนะ ว่าเก็บหลายเรื่อง แต่ก็ทำตัวเป็นเด็กจริงๆอะ
    #5,071
    2
    • #5071-1 Byunee_J(จากตอนที่ 32)
      7 มิถุนายน 2563 / 04:25
      เอาจริงๆแบคก็ไม่ได้ดูแคร์ชานยอลเหมือนกัน การเลือกไปกับคนที่แฟนไม่ชอบ เอาง่ายๆก็คือผู้ชายคนอื่น แค่เพราะของกินมาล่อ ตลกปะ ถามจิง แล้วไม่ใช่ครั้งเดียวด้วย คิดไรอยู่
      #5071-1
    • #5071-2 Byunee_J(จากตอนที่ 32)
      7 มิถุนายน 2563 / 04:30
      บางอย่างสิ่งที่ชานยอลสอนเราคิดว่ามันถูกต้องนะ มันคือการสอนเพื่อให้มันดีขึ้นอะ คนเราจะอยู่ในสังคมต่อไปได้ยังไง ถ้าไม่ปรับตัวเลย ทีมชานยอลแหละ จบนะ
      #5071-2
  2. #5031 ปาร์ค สติ๋น (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 22:34
    ทุกคนพูดคือถูกใจมาก ไม่ว่าแอลหรือเซฮุน
    #5,031
    0
  3. #4974 IPINOCKIO (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 12:08
    เซฮุนนนนนน ปรบมือจ้า ถ้ามีปุ่มlikeอยากจะกระทืบสักร้อยที ตอนที่เซฮุนตะคอกเตือนสติชานยอล ทุกประโยคทุกคำพูดที่ออกมาจากปากเซฮุน นั่นคือสิ่งที่ฉันคิดมาโดยตลอด ชานยอลอ่ะทำเป็นผู้ใหญ่กร้านโลก โตกว่าถูกเสมอ เด็กกว่าผิดตลอด บอกแล้วชานยอลอ่ะลึกๆแล้วเผด็จการ ชอบที่จะสั่งนู่นเปลี่ยนนี่จากแบคฮยอนซึ่งแบคก็ทำตามโดยไม่เคยบ่นเพราะรัก แล้วดูตัวเองสิ เคยเปลี่ยนเชี่ยอะไรบ้างไหม คิดว่าตัวเองถูกอยู่ตลอดเวล่ำเวลา ถ้าเป็นแบบนี้ก็เลิกๆไปเหอะ คบกับเซฮุนดีกว่า ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลยเพราะเซฮุนก็รักที่แบคเป็นแบคแบบนั้นอยู่แล้ว เปลี่ยนเรือตอนนี้ทันไหม ตอนแรกคิดว่าแอลจะมาร้ายกว่านี้ ทีไหนได้เหมือนเข้ามาเพื่อเป็นกระจกให้ปาร์คชานยอลมองเห็นการกระทำของตัวเองเลยว่าเมื่อก่อนกับตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างกัน เพื่อนเ-้ยอะไรเค้าจูบกัน บ้าป่าว
    #4,974
    0
  4. #4918 faaah92 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 13:04
    แอบโกรธคนพี่อ่ะที่ไม่ค่อยทำตัวชัดเจนให้น้องเห็น ก็รู้ว่าน้องเป็นแบบนี้ฝังใจกับซอรินก็ยังไม่เลือกอีกว่าใครสำคัญกว่า แต่คนน้องก็ใช่ว่าจะถูก เอาแต่ใจ ดื้อมาก ไม่ยอมฟังเหตุผล แต่ก็นะ ยังไงก็ฝ่ายน้องอ่ะ555 เพราะพี่ไม่ชัดเจนไม่เข้าถึงครส.น้องเอง หุหุ
    #4,918
    0
  5. #4843 CB💕 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 13:04
    ดื้อพอๆกันนนน
    #4,843
    0
  6. #4810 NAMSPNP (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 18:07
    พอกันเลยทั้งคู่
    #4,810
    0
  7. #4754 KAMSNW (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 09:19
    คิดได้สักทีเถอะคุนชาย น้องเสียใจแย่แล้วววววว
    #4,754
    0
  8. #4703 redmellow2 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 22:55
    สมน้ำหน้าปาร์คชานยอล รอบนี้เราทีมแอล มะโหๆๆๆๆ
    #4,703
    0
  9. #4665 areenachesani (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 16:12
    เนี่ยที่เราไม่รู้สึกไม่ดีกับแอลก็เพราะเเบบนี้
    #4,665
    0
  10. #4644 nsjcbw. (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 14:38
    ที่แอลพูดมันก็จริงนะ โอ้ยยเครียสสส
    #4,644
    0
  11. #4612 pparkminhoo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 14:32
    แอลพูดถูกนะ
    #4,612
    0
  12. #4557 CHANBAEK 4ever (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 23:09
    โหยยย แอล พูดดี เหมือนเป็นตัวแทนเลยอะ “คนทั้งโลกไม่ได้นั่งอยู่ในสมองนายเค้าถึงจะได้เข้าใจกันทุกคนว่าจริงๆเรื่องมันยังไง” //ปรบมือ รออะไร ไปหาเค้าซี่55555 ก็สงสัย ปากบอกคิดแค่เพื่อนแต่จูบกันคือไร...ใช่แม่ะ มันคลุมเครือ ทำอะไรอะให่ชัดเจนเซ่
    #4,557
    0
  13. #4548 khaw11 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 17:31
    ไม่รุจะพูดอะไรเเต่จะบอกให้ว่าฉันรักเเอลลลล❤❤❤
    #4,548
    0
  14. #4543 0943580750 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 21:44
    พึ่งมาเจอ😂
    คือจริงๆชานยอลไม่ควรทำแบบนั้นเลยอ่ะเพราะตัวเองก็มีแฟนควรให้เกียรติแบคฮยอนด้วยอ่ะ ตัวเองมีแฟนยุแล้วไม่ควรไปกอดผู้หญิงคนอื่น อ่านมานานมาเจอตอนนี้คือบับลำไยชานยอล😂😂
    #4,543
    0
  15. #4538 geejajaa (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 23:50
    งงอ่ะ แล้วไงอ่ะ ไม่เข้าใจแบคฮยอนอยู่ดีอ่ะ
    #4,538
    0
  16. #4514 kkhawpun (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 04:02
    ชั้นชอบผู้ชายแบบแอลจังเลย อริ้
    #4,514
    0
  17. #4508 startwinkle (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 08:23
    กลับมาอ่านอีกรอบก็ยังทีมชานยอล555555
    #4,508
    0
  18. #4499 naiirii (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 23:33
    ทีมแอลอ่ะ ใครๆก็ต้องการความชัดเจนป้ะ
    #4,499
    0
  19. #4491 Kaohomteerate (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 13:40
    นี่เป็นคนที่แอบเข้าใจชานยอล ไม่ทำไม่ได้แปลว่าไม่รู้สึก หรือบางครั้งความรุ้สึกมันอาจจะตายไปแล้วก็ได้ แบคเจ็บในแบบที่คนอื่นรู้ แล้วคนอื่นมองมาชานยอลก็ผิดเพราะไม่เคยแสดงออกว่ารู้สึก ในขนาดเดียวกันแบคก็ไมได้แคร์ชานยอลเลย ทำไมแบคฟังคนอื่นมากกว่าชาน ทำไมแบคต้องยอมไปกับแอลทั้งๆที่รู้ว่ามีปัญหากับชานยอล แบคไม่คิดหรอว่าการที่ไปอยู่กับคนอื่นแล้วโกหกแฟนตัวเอง มันทรมาณขนาดไหน
    #4,491
    0
  20. #4456 Bewsryk (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 19:48
    คำพูดแอลถูกใจจริงๆ. ควรให้เกียรติคนที่เราคบมากกว่าเพื่อนอีกนะ
    #4,456
    0
  21. #4454 PuiPui--r (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 00:16
    ทีมเซฮุน ทีมแอล ขอเชิญปาร์คชานยอลและนังงูพิษฉลองมิตรภาพแสนงดงามกันสองคนในนรกเถอะค่ะ รักกันมากผูกพันกันมากอย่าพรากจากกันนะคะ
    #4,454
    0
  22. #4449 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 14:32
    ตอนนี้ทีมแอลอ่ะ แอลพูดถูกทุกอย่าง พี่ชานไม่ชัดเจนเอง ปากบอกเพื่อน แต่การกระทำมันเกินเพื่อน ซอรินไม่ได้มีพี่เป็นเพื่อนแค่คนเดียวนะ คนอื่นๆก็มี ไม่ต้องไปปกป้องเค้าตลอดหลอก ไปปกป้องแฟนตัวเองบ้างเหอะ เป็นเราเราก็น้อยใจ
    #4,449
    0
  23. #4382 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 14:47
    แอลก็พูดถูก
    #4,382
    0
  24. #4325 gan8824 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 09:28
    ถูกใจคำพูดแอลล ชานยอลบอกเป็นแค่เพื่อน การกระทำบางการกระทำก็ดูสอให้เห็น คนที่เห็นเขาไม่ได้ตรัสรู้หรอกนะ ก็เหมือนหูฟังไม่เท่าตาเห็น ถ้าสมมติแฟนไปกอดกับผู้หญิงคนอื่นต่อให้เขาบอกว่าเป็นแค่เพื่อนกัน ทั้งที่ทั้ง2เคยเป็นแฟนเก่ากันมา คงรับได้อยู่หรอก ..
    #4,325
    0
  25. #4315 Mind PM (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 23:34
    สู้เค้าพิชาน
    #4,315
    0