You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 31 : Shining XXIX :: I can't stand you anymore

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 310 ครั้ง
    17 พ.ค. 59



Shining XXIX




 





 

      

            “แบคฮยอนจ้ะ”

 

            “ฮะ พี่กงจู” แบคฮยอนชะงักมือจากการถูพื้น ค่อยๆหันหน้ากลับไปมองเสียงเรียกด้านหลัง หญิงสาวรุ่นพี่ตัวสูงกำลังเดินถือร่มตรงเข้ามาหา

 

            “เดี๋ยวพี่ต้องออกไปทำธุระและคงไม่กลับเข้ามาแล้วนะ”

 

            “ออกไปทั้งที่ฝนตกหนักแบบนี้น่ะหรอฮะ”

 

            “ไม่ต้องห่วงจ่ะ พี่ขับรถได้สบายมาก” เธอยื่นพวงกุญแจชุดใหญ่มาให้ “ถ้าเก็บกวาดทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วปิดร้านให้พี่ได้เลยนะ ฝนตกหนักอย่างนี้ลูกค้าคงไม่มากันแล้วล่ะ เมื่อกี้พี่บอกจูฮยอกไว้ทีนึงแล้วแต่เจ้าเด็กนั่นอยู่ในห้องน้ำไม่รู้ได้ยินชัดไหม ยังไงพี่รบกวนเราจัดการร้านให้หน่อยแล้วกัน บอกจูฮยอกด้วย”

 

            “อ่า..ได้ฮะ ขับรถดีๆนะฮะพี่กงจู ถนนลื่นระวังอุบัติเหตุ”

 

            “จ้า ขอบคุณที่ทำงานหนักนะเด็กน้อย”

 

            “ด้วยความยินดีฮะ”

 

            “เอ้อ” ร่างเพรียวระหงหันกลับมาหาแบคฮยอนอีกครั้ง “ทีรามิสุเค้กในตู้แบ่งไปทานที่บ้านได้นะ พี่ไม่หวง”

 

            “เรดเวลเวทบราวนี่ชีสเค้กที่ให้เอากลับเมื่อวานยังกินไม่หมดเลยฮะ ฮ่ะๆ”

 

            “เอาไปเถอะจ่ะ ที่บ้านมีน้องสาวด้วยไม่ใช่หรอ น่าจะชอบนะ”

 

            “ขอบคุณมากเลยฮะพี่กงจู”

 

            “จ้า พี่ไปล่ะ” เธอโบกมือลาแล้วผลักประตูเดินออกจากร้านไป

 

แบคฮยอนมองสายฝนด้านนอกผ่านประตูกระจกร้านแล้วถอนหายใจ ฝนไม่ยอมหยุดตกมาตั้งแต่เย็น และตอนนี้ก็ใกล้เข้าสี่ทุ่มเต็มที แบคฮยอนยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะกลับบ้านยังไง

 

            เขาหันกลับมาก้มหน้าก้มตาถูพื้นร้านต่อ วันนี้ย่างเข้าสู่วันที่สามแล้วที่แบคฮยอนมาทดลองทำงานที่ร้านกาแฟพี่สาวของนัมจูฮยอก คิดว่ามันก็โอเค ทำงานเป็นชั่วโมงตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงห้าทุ่มในวันธรรมดาซึ่งเป็นเวลาหลังจากเลิกเรียน ส่วนเสาร์อาทิตย์ตามที่คุยกันไว้คือจะทำตั้งแต่เก้าโมงเช้าไปจนถึงหนึ่งทุ่ม

 

มีพนักงานที่ช่วยกันทำอีกประมาณสามคน แต่ว่าวันนี้ทั้งหมดขอเลิกงานเร็วกว่ากำหนด แบคฮยอนเลยต้องรับหน้าที่เก็บกวาด ทำความสะอาดเอง ดีหน่อยที่ลูกค้าซาๆลงตั้งแต่สองทุ่มเพราะฝนตกหนัก และเจ้าของร้านพี่สาวจูฮยอกก็ช่วยเก็บกวาดไปส่วนหนึ่ง ก่อนหน้าที่เธอจะออกไป

           

            แบคฮยอนยังไม่ได้บอกทางบ้านเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซ้ำยังโกหกว่าที่ต้องกลับบ้านดึกเพราะมีซ้อมวิ่ง สองสามวันมานี้เขาเลยใช้ชีวิตค่อนข้างติดระแวงเนื่องจากกลัวจะถูกใครจับได้ขึ้นมา ไม่ได้อยากหาเรื่องใส่ตัว แค่คิดว่ายังอยู่ในขั้นทดลองงานว่าทำไหวหรือเปล่า ถ้าไม่..เขาจะได้ถอนตัวออกไปเงียบๆแบบที่ไม่ต้องให้ใครรู้

 

            หรือหากทำไหว และคิดจะทำต่อแบบเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆค่อยไปขอผู้ใหญ่อย่างเป็นทางการ จากนั้นค่อยหาโอกาสเหมาะๆไปลองพูดกับชานยอลดูอีกซักรอบ แบคฮยอนว่าคุณชายของคุณลุงพ่อบ้านเป็นคนมีเหตุผล หากพูดดีๆค่อยๆคุยกันอีกฝ่ายอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้

 

             จะยังไงก็ตาม ตอนนี้แบคฮยอนได้ตัดสินใจมาลองทำดูก่อนแล้ว เรื่องอื่นไว้ค่อยว่ากัน ช่วงนี้ชานยอลก็ยุ่งๆคงไม่มีเวลามาจับผิดอะไรเขาได้หรอก

 

 

            “แบคฮยอน พี่กงจูให้ปิดร้านเลยใช่มั้ย” ร่างสูงโปร่งเดินออกมาจากหลังร้าน

 

            “เยส” แบคฮยอนตอบโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา “ถูพื้นตรงนี้อีกนิด เดี๋ยวจะรีบเอาเค้กไปเก็บไว้หลังร้าน คุณนัมอย่าเพิ่งรีบกลับบ้านนะ รอให้ปิดร้านเสร็จก่อน”

 

            “กลัวผีล่ะสิ” คนถูกรู้ทันหันไปแลบลิ้นใส่ นัมจูฮยอกยักคิ้วแล้วส่งยิ้มขำโต้ตอบ ขณะยืนเท้าศอกกับเคาน์เตอร์คิดเงิน มือคลิกเมาส์ที่ต่อสายกับแมคบุ๊ค คาดว่าน่าจะเปลี่ยนเพลงเพราะจากเคป๊อปที่แบคฮยอนกำลังฮึมฮัมไปด้วยตอนแรกได้กลายเป็นดนตรีจังหวะบอสซ่าแทน

 

            “ฝนตกหนักไม่หยุดแบบนี้จะกลับไง โทรเรียกคนที่บ้านมารับมั้ย”

 

            “หึ ขืนเรียกมารับโดนจับได้พอดี”

 

            “งั้นเดี๋ยวไปส่ง”

 

            “เอามอเตอร์ไซค์มาไม่ใช่หรือไง”

 

            “รอบหน้าคงต้องเอารถยนต์มาใช้แทนสินะ จะได้ไปส่งนายกลับบ้านทุกวัน”

 

            “ฉันขึ้นรถกลับเองได้ ไม่รบกวน”

 

            “วันไหนฝนตกหนักรถโดยสารประจำทางจะหยุดหลายสาย ฉันกลัวว่าวันนี้นายจะไม่มีรถให้กลับน่ะสิ”

 

            “อย่ามาอำเล่นหน่อยเลยน่า ฉันถามพี่สาวนายแล้ว เธอบอกรถมีถึงเที่ยงคืนนู่น”

 

            “เฮ้อ..ไม่สนุกเลย สรุปคือต้องแยกกันกลับทางใครทางมันเหมือนเดิม”

 

“ถูก”

 

“พูดจริงนะ ฉันอยากไปส่งนายบ้าง เดี๋ยวนั่งรถไปเป็นเพื่อนก็ได้” นัมจูฮยอกมักจะพูดแบบนี้กับแบคฮยอนทุกวัน และแบคฮยอนก็จะตอบปฏิเสธเสมอ ทั้งเกิดจากความเกรงใจและไม่อยากให้มีปัญหาใดๆตามมาทีหลัง อย่างเช่นความหึงหวงของใครบางคน แม้คนๆนั้นจะไม่ค่อยแสดงออกให้เห็นแต่แบคฮยอนคิดว่ากันไว้ยังไงก็ดีกว่าแก้ อีกอย่างถ้าเซฮุนรู้เรื่องนี้ขึ้นมาอีกคนก็คงมีโวยวายไม่แพ้กัน เลยเลือกตัดไฟตั้งแต่ต้นลมน่าจะดีที่สุด

 

    “นะ..วันนี้ให้ฉันนั่งรถไปส่ง”

 

            “กลับเองดีกว่า บ้านอยู่คนละทางขืนนายไปส่งกว่าจะได้กลับบ้านไปนอนก็เที่ยงคืนตีหนึ่งพอดี” แบคฮยอนไม่เคยคิดว่านัมจูฮยอกจะมาจริงจังอะไรด้วย แต่หลังจากมาทำงานได้สองสามวันความคิดถึงเริ่มเปลี่ยนไป

 

อีกฝ่ายขยันมาช่วยงานบ่อยทั้งที่มีการบ้านให้ทำตั้งเยอะแยะจนพี่สาวยังเอ่ยปากแซว เพื่อนพนักงานคนอื่นๆอีก แบคฮยอนถึงเข้าใจว่าตัวเองกำลังถูกขายขนมจีบอยู่ แต่เพราะจูฮยอกน่ารัก ไม่ได้ตอแยตามตื้อให้น่าอึดอัดแบคฮยอนจึงไม่ถือสา ยังคงปฏิบัติตัวด้วยเหมือนปกติ และเชื่อว่าอีกไม่นานอีกฝ่ายน่าจะหันกลับมามองเขาแบบเพื่อนคนหนึ่งบ้างเหมือนกัน

 

            กรุ้งกริ๊ง~

 

            เสียงกระดิ่งหน้าร้านเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่ามีผู้เข้ามาใหม่ แบคฮยอนรีบเอ่ยทักทายโดยอัตโนมัติทั้งที่ยังหันหลังถูพื้นอยู่ “อันยองฮาเซโย นัมเลดี้คอฟฟี่เฮ้าส์ยินดีต้อนรับคร้าบ”

 

            “ร้านใกล้ปิดหรือยังครับ”

 

            “ใกล้แล้วครับ แต่ยังสั่งเครื่องดื่มและของว่างทานได้ครับ” นัมจูฮยอกที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ยิ้มบอกลูกค้าคนใหม่ ต่างฝ่ายต่างรู้สึกคุ้นหน้ากันเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนทว่านึกไม่ออก เช่นเดียวกับแบคฮยอนที่คุ้นเสียงลูกค้าจนอดเหลียวคอมองไม่ได้

 

            “รับอะไรดีครับ”

 

            “เอาช็อคโกแลตร้อนกับ...แบคฮยอน?!

 

            “พ พี่จงอิน!” คนตัวเล็กเบิกตาโตตกใจ เผลอกลืนน้ำลายลงคอดังอึกเมื่อได้เห็นหน้าลูกค้าคนใหม่ชัดๆ คิมจงอินตัวเปียกนิดหน่อย สายตากำลังมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความแปลกใจ

 

            “ทำงานที่นี่หรอ”

 

            “เอ่อ คือ

 

            “ไหนไอ้ชานยอลบอกว่าเรามีซ้อมวิ่งตอนเย็น”

 

            “คือผม..

 

            “พูดถึงก็โทรเข้ามาพอดี แปปนะ”

 

            “พี่จงอินอย่า!” แบคฮยอนรีบทิ้งไม้ม็อบแล้ววิ่งเข้าไปรั้งมือคิมจงอินที่กำลังจะกดรับสายโทรศัพท์ คนผิวแทนยืนมองอย่างงุนงง แบคฮยอนเองก็ไปไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรทำหรือควรพูดอะไรต่อดี ชื่อที่กะพริบอยู่บนหน้าจอมือถือของรุ่นพี่ทำเอามือของเขาเริ่มสั่น

 

            “ย อย่าบอกเค้าว่าเจอผมอยู่ที่นี่นะฮะ”

 

            “

 

            “ผมยังไม่ได้บอกอ่ะ ชานยอลยังไม่รู้ว่าผมแอบมาทำงาน”

 

 


 


 

 

            แบคฮยอนกลับถึงบ้านดึกทีเดียว แต่คุณป้าแม่บ้านคนเก่าคนแก่ของคุณท่านและพี่ๆสาวใช้อีกสองคนยังออกมายืนรอต้อนรับเช่นทุกวัน แบคฮยอนเคยพยายามบอกเรื่องนี้หลายทีแล้วว่าไม่ต้องให้ใครมายืนคอย แต่เพราะคำสั่งจากเบื้องบนทุกคนเลยขัดไม่ได้ ถามว่าเกรงใจมั้ย แบคฮยอนตอบได้ทันทีเลยว่าเกรงใจมากกกกกก

 

            ไม่เพียงแต่คนในตระกูลชองเท่านั้นที่แบคฮยอนรู้สึกเกรงใจ คิมจงอินที่อาสาขับรถมาส่งให้ถึงที่บ้านในคืนนี้ก็เช่นกัน แบคฮยอนสัมผัสได้ถึงความใจดีของรุ่นพี่คนนี้ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ อาจไม่ได้คลุกคลีกันเท่าไหร่แต่จงอินก็น่ารักกับแบคฮยอนเสมอ

 

            เรื่องที่อีกฝ่ายบังเอิญล่วงรู้ความลับอย่างไม่ได้ตั้งใจได้เคลียร์กันบนรถเรียบร้อยแล้ว จงอินตกปากรับคำว่าจะไม่บอกใคร ซึ่งแบคฮยอนก็เชื่อว่าพี่ชายคนนั้นจะทำได้ตามที่พูด เพราะที่ผ่านมาดูเซฮุนไว้เนื้อเชื่อใจให้จงอินกุมความลับโดยไม่บอกชานยอลก็หลายเรื่อง ดังนั้นเรื่องนี้ก็ไม่น่ามีอะไรให้ต้องกังวล


 

            หลังจากอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เสร็จ เสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น คุณป้าแม่บ้านเอานมอุ่นขึ้นมาให้ดื่ม ได้คุยกันเรื่องคุณท่านนิดหน่อย แบคฮยอนแอบรู้สึกผิดที่สองสามวันทำงานที่ผ่านมาต้องกลับบ้านดึกและไม่ได้เข้าไปนวดให้ท่านก่อนนอน  ยิ่งได้ยินคำบอกเล่าว่าทั้งคุณท่านและคุณพ่อคุณแม่บุญธรรมต่างถามถึงตลอดแบคฮยอนยิ่งลำบากใจ นึกอยากจะถอนตัวออกจากการทำงานแต่มันก็ยังสนุกที่จะทำอยู่เลย

 



            Rrrrrrr

 


            ไฟในห้องที่เพิ่งถูกดับไปไม่ถึงหนึ่งนาทีเป็นอันต้องสว่างขึ้นมาอีกครั้งเมื่อแบคฮยอนเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟข้างๆหัวเตียงเพราะเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ เบอร์แปลกไม่คุ้นตาทำให้คนตัวเล็กขมวดคิ้วงงๆ แต่ก็ไม่วายกดรับสายเพื่อคลายข้อสงสัย

 

            สวัสดีครับ

           

            ((เสียงน่ารักนี่))  แบคฮยอนเอนหลังพิงหัวเตียงในท่ากึ่งนอนกึ่งนั่ง ขมวดคิ้วกับสิ่งที่คนปลายสายกำลังพูด ((ฉันเอง จำเสียงไม่ได้หรอ))

 

            “ใคร”

 

((อุตส่าห์พาไปเลี้ยงข้าวทำความรู้จักกันแล้วแท้ๆแต่นายก็ยังจำฉันไม่ได้อีก น่าน้อยใจมั้ยเนี่ย))

 

“อ๋าพี่แอล” ปลายสายหัวเราะกลับมาด้วยความพอใจ “มีเบอร์ผมได้ยังไง”

 

((ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องยากนะ))

 

“ผมกำลังจะนอนแล้ว มีอะไรหรือเปล่า”

 

((นายไม่รู้มารยาทในการคุยโทรศัพท์หรอ ฉันโทรมาคุยด้วยดีๆไม่ควรพูดตัดบทให้คนฟังรู้สึกเสียเซลฟ์แบบนี้นะ))

 

“ขอโทษ แต่ตอนนี้มันเลยเวลานอนของผมมามากแล้ว พี่มีอะไรจะพูดก็รีบๆพูดมาดีมั้ย ก่อนที่ตาผมจะปิดง่ะ”

 

((ฮ่ะๆ งั้นเข้าเรื่องเลยนะ)) ควรจะเข้านานแล้วไหมล่ะ ((พรุ่งนี้นายเลิกเรียนกี่โมง))

 

“บ่ายโมง”

 

((ไปดูหนังกัน ตอนบ่ายโมงฉันจะไปรับ))

 

“หา ชวนผมดูหนังหรอ”

 

((ใช่ ห้ามปฏิเสธด้วย เพราะถ้านายไม่ไปฉันก็ต้องไปดูคนเดียว ที่โซลไม่มีใครคบฉันแล้ว หวังว่านายจะไม่ใจร้าย))

 

“ผมว่าเราไม่

 

((หนังสนุกนะ นายยังไม่เคยดูแน่ฉันมั่นใจ พอดูหนังจบฉันจะพาไปกินไอศกรีมต่อ ร้านนี้เพิ่งมีสาขาแรกในเกาหลี คิวยาวหลายสิบเมตรแต่ถ้านายไปกับฉันรับรองว่าไม่ต้องยืนรอให้เมื่อย))

 

“เอาของกินมาล่อผมนี่” ไม่รู้ว่าแบคฮยอนเผลอกลืนน้ำลายเสียงดังไปหน่อย หรือคำพูดคำจาเด๋อด๋าพาลให้คนฟังรู้สึกตลกหรืออย่างไร ปลายสายถึงได้ขำไม่หยุด

 

((ตกลงว่าไปนะ))

 

“แต่ผมต้องรีบไปเข้างานตอนห้าโมงเย็น มันจะไม่..

 

((หนังไม่ถึงสองชั่วโมง รับประกันว่าไปทันแน่นอน))

 

“ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ ชานยอลต้องเอาถึงตายแน่ๆถ้ารู้ว่าผมไปกับพี่อีกแล้ว” เรื่องคราวก่อนยังนับว่าโชคดีที่อีกฝ่ายยุ่งจนไม่มีเวลาได้รื้อฟื้นถามถึงให้เป็นประเด็นอีก แต่ครั้งนี้กลัวจะไม่โชคดีอีกน่ะสิ

 

((มันจะเอาก็ให้มันเอาไปสิ จะบอกว่าไม่เคยทำกันหรอ))

 

“เฮ้! พี่พูดอะไรน่ะ”

 

((นายก็หัวไวอยู่นี่  จะให้ฉันแปลซ้ำจริงหรอ)) ให้ตายเถอะ ชานยอลเลือกคบแต่เพื่อนนิสัยเหมือนตัวเองหมดเลยหรือไงนะ แต่ละคำพูดมันถึงได้ทำแบคฮยอนตาสว่างเลย!

 

((เป็นอันว่าที่คุยกันไว้เมื่อกี้คือตกลงนะ พรุ่งนี้ตอนบ่ายโมงฉันจะไปรอรับนายที่หน้าคณะ))

 

“ไม่เอาๆ เดี๋ยวเซฮุนเห็น พี่ไปรอผมหน้ามอก็แล้วกันเดี๋ยวออกไปหาเอง”

 

((That's great! แล้วฉันจะรอ))

 

ตุ๊ด!~

 

สุดท้ายก็รับปากไปกับเค้าจนได้! ไม่รู้เป็นโรคอะไร(น่าจะโรคแพ้ของฟรี) คนไม่สนิทชวนไปก็ยังใจง่ายไปกับเขา แต่อย่าว่างั้นงี้ ไอ้ดูหนังอะไรนั่นแบคฮยอนเคยไปกับเซฮุนแค่ครั้งเดียวเอง แบคฮยอนชอบขนมหน้าโรงหนังที่สุด อยากไปอีกแต่ไม่มีใครมาชวนซักที ไหนจะไอศกรีมที่พี่เค้าพูดถึงนั่นด้วยล่ะ น่าสนน้อยที่ไหน

 

ครั้งนี้ครั้งสุดท้าย แบคฮยอนจะดื้อลับหลังชานยอลครั้งสุดท้ายแล้วสาบานเลย

 


 

Rrrrrrrrrr

 

 

เสียงเรียกเข้าดังขึ้นอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้ไม่ใช่เบอร์แปลก กลับเป็นชื่อของคนที่เขาคิดถึงตลอดเวลา และเพราะอีกฝ่ายโทรฯมาเหมือนรู้จังหวะ แบคฮยอนเลยถึงกับใจหายใจคว่ำ มือไม้อ่อนจนปล่อยโทรศัพท์ร่วงลงบนที่นอนดังปุ๊! กว่าจะตั้งสติได้เจ้าเครื่องมือสื่อสารนั่นก็สั่นจนเกือบจะหยุดอยู่แล้ว

 

“ฮะ ฮัลโหล ชานยอล~

 

((เมื่อกี้คุยกับใคร ทำไมถึงเป็นสายซ้อน))

 

“อ๋อ จงแดบอกว่าพรุ่งนี้ให้รีบๆเข้าชมรม” แบคฮยอนแอบตบปากตัวเองเบาๆหลายๆที พลางขยับตัวลงนอนหนุนหมอนดีๆ แม้จะอยู่ในอารมณ์หวาดระแวงแต่เรียวปากเล็กก็อดแย้มยิ้มเพราะได้ยินเสียงทุ้มนี้ไม่ได้ “ชานยอลทำอะไรอยู่ ว่างคุยแล้วหรอ”

 

ไม่ได้คุยกันเกือบทั้งวันคิดถึงที่สุดเลย

 

((ยัง แต่อยากคุยด้วย))

 

“ฮื่อ ไม่ได้เจอกันเลย”

 

((พรุ่งนี้มานอนบ้านฉันไหม))

 

“เอ่อ ผมเลิกดึกนะ ชานยอลล่ะ ชานยอลไม่ต้องทำงานต่อหรอ”

 

((ทำ พรุ่งนี้มีนัดทำงานทั้งวัน แต่ถ้าจะมานอนด้วยก็ไปรับได้))

 

“ผมคิดถึงชานยอล แต่เอาไว้ว่างจริงๆดีกว่ามั้ย ผมไม่อยากรบกวน”

 

((ตามใจ))

 

“เปิดกล้องได้เปล่า อยากเห็นหน้าด้วยอ่ะ”  แบคฮยอนได้ยินเสียงชานยอลบ่นงึมงำเหมือนอิดออดไม่อยากทำ หากสุดท้ายทั้งคู่ก็ได้เห็นหน้ากันและกันผ่านเครื่องมือสื่อสารสี่เหลี่ยมเล็กๆของตัวเองจนได้ ชานยอลอยู่ในชุดนอน นั่งเก้าอี้โต๊ะเขียนหนังสือแบคฮยอนจำได้ ใต้ตาดำคล้ำ หน้ายังนิ่งเหมือนเดิม มีสิวขึ้นกลางหน้าผากเม็ดนึงด้วย แต่ก็หล่ออยู่ดี..

 

“คืนนี้ผมจะนอนเฝ้าชานยอลทำงานทั้งคืน อย่าวางนะ”

 

((แล้วนายก็จะครางเสียงหงิงๆเหมือนลูกหมาให้ฉันฟังสินะ หลานคุณยาย))

 

“ง่า..ถ้างั้น ผมหลับเมื่อไหร่ชานยอลค่อยกดตัดสายก็ได้” แบคฮยอนฉีกยิ้มแฉ่งตาหยีให้ ชานยอลหัวเราะกลับมาแล้วเอาแต่จ้องเขาผ่านกล้องนิ่งๆไม่ยอมพูดอะไร แล้วแบคฮยอนจะทำไรได้ นอกจากนอนเขินหน้าแดง มือข่วนผ้าปูที่นอนระบายความเขินครั้งแล้วครั้งเล่า

 

ไม่ใช่สาวน้อยเพิ่งหัดมีความรักนะ แล้วอีกฝ่ายก็ไม่ได้มาให้เห็นตัวเป็นๆด้วย แต่ทำไมมันเขินอย่างนี้ก็ไม่รู้!

 

“วันนี้เรียนเป็นยังไง”

 

“วันนี้ในคาบอาจารย์ชมว่าผมทำงานเรียบร้อยขึ้น แล้วสอบย่อยครั้งก่อนก็..$g7&%*(^$#-=%^&

 

 

 

 

 


 

 

            วันต่อมา

 

            ชานยอลและเพื่อนนัดทำโปรเจคกลุ่มด้วยกันหลังหมดชั่วโมงเรียนตอนเช้า สถานที่ทำงานคือร้านกาแฟใต้ตึกคณะที่ประจำ ต่างคนต่างมีเนื้อหาในส่วนที่ตัวเองต้องรับผิดชอบเนื่องจากได้จับสลากแบ่งหัวข้อกันเรียบร้อยแล้ว

 

            ผลพวงจากการปั่นงานเดี่ยวของตัวเองเมื่อคืนบวกกับการคุยโทรศัพท์กับแบคฮยอนจนพ้นเข้าวันใหม่ทำให้ชายหนุ่มต้องปิดปากหาวแทบทุกชั่วโมงในวันนี้ สองมือกำลังกดคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คเพื่อทำงาน กระทั่งมีแจ้งเตือนข้อความเข้ามาในโทรศัพท์ที่วางแหม่ะอยู่ข้างๆ มือใหญ่เลยต้องชะงัก

 

            ตอนแรกเขาว่าจะไม่สนใจแล้ว แต่เผอิญสมองจำเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกไว้ในเครื่องได้เลยอดหยิบมันขึ้นมาเปิดดูไม่ได้ แล้วตอนนั้นเองที่ชานยอลได้รู้ว่าตัวเองกำลังพลาด

 

 

            “แอล!

 

            “เฮ้ย จะไปไหน” ชานยอลหลับตาลงเพื่อระงับสติอารมณ์ จะลุกก็ลุกไม่ได้เพราะมีมือแข็งๆของคิมจงอินดันไหล่ให้นั่งอยู่กับที่

 

            “จะห้ามให้ได้ทุกครั้งเลยใช่มั้ย ปล่อย”

 

            “เป็นอะไรอีกวะ เดี๋ยวผีเข้าผีออก เมื่อเช้าก็เห็นอารมณ์ดีๆมาตอนนี้หน้าหงิกอีกแล้ว” เป็นอีกครั้งที่ชานยอลต้องส่งโทรศัพท์ให้จงอินดู อีกฝ่ายถึงจะยอมหุบปากดีๆ

 

            “แบคฮยอนไปดูหนังกับมัน” ชานยอลรู้สึกว่ามีลมออกหูตัวเอง หายใจจังหวะหนัก เส้นเลือดที่ข้างขมับเต้นตุ่บๆ และสีหน้าตอนนี้คงดูไม่ได้น่าดูเพราะเพื่อนผู้หญิงที่ทำงานกลุ่มเดียวกัน ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังก้มหน้าหลบสายตาเหมือนกลัวๆแต่ชานยอลไม่ได้สนใจ

 

            ในหัวตอนนี้มีแต่ความหงุดหงิดกับภาพของแบคฮยอนที่แอลส่งมา วันก่อนก็ไปนั่งกินข้าวด้วยกัน วันนี้มีภาพหน้าโรงหนังด้วยกันอีก ไอ้การถือน้ำแก้วใหญ่ข้างนึงพลางดูดไปด้วย กับอีกข้างถือป๊อปคอร์นถังใหญ่ด้วยใบหน้าอารมณ์ดี ชานยอลหาคำที่บรรยายความรู้สึกตัวเองให้ตรงเท่ากับคำว่าโกรธไม่ได้อีกแล้ว!

 

            “เดี๋ยวกลับมา”

 

            “นายนั่งลงเถอะ สองคนนั้นอยู่ที่ไหน โรงไหน ห้างไหน ไม่รู้อะไรซักอย่างถึงไปก็เสียเวลาเปล่า”

 

            “แล้วจะให้ทำไง ถ้าแฟนนายอยู่กับศัตรูนายจะทนอยู่เฉยได้โดยที่ไม่ทำอะไรเลยงั้นหรอ คิมจงอิน”

 

            “เออ รู้ ไม่ต้องมาทำเสียงเย็นใส่หรอก” จงอินตบไหล่กว้างของเพื่อนหลายๆทีเพื่อเรียกสติ “แอลไม่ทำอะไรหรอก แบคฮยอนไม่น่าจะใช่สเป็คมัน ถึงจะมีข่าวว่ามันกลายเป็นคาสโนว่าตัวพ่อตอนอยู่เยอรมันแต่ฉันก็คิดว่า..

 

            “พูดเพื่อ??!!!”  ยิ่งพูดยิ่งแย่ ยิ่งทำให้ชานยอลรู้สึกไม่ดี “ช่างเถอะ เจอไม่เจอฉันก็จะไม่อยู่เฉย”

 

            “นายยิ่งดิ้นน่ะสิจะยิ่งเข้าทางมัน”

 

            “ฉัน

 

            “เชื่อสิวะว่าไปก็เสียเวลาเปล่า แนะนำว่าตอนนี้รีบๆปั่นงานให้เสร็จแล้วจากนั้นจะไปไหนก็ไป หาไม่เจอตอนห้าโมงเย็นก็ไปหาที่ร้านกาแฟ ยังไงแบคฮยอนก็ต้องกลับไปทำงานที่นะ...!” จงอินตาลีตาเหลือกเมื่อเพิ่งรู้สึกตัวว่าเมื่อกี้ได้เผลอพูดอะไรออกไป งานนี้ปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มและดูท่าทางงานจะเข้าทั้งตัวเองและอีกคนที่รับปากไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะเมื่อคืนสดๆร้อนๆว่าจะไม่บอกใครที่ไหน

 

            “เมื่อกี้นายพูดว่าใครทำงานที่ร้านกาแฟนะ”

 

            “เอ่อะ..

 

            “คิม จงอิน”

 

            “ปั่นงานกันดีกว่ามั้ย เดี๋ยว

 

            “นายก็รู้ว่าตอนนี้ฉันอยู่ในอารมณ์ไหน ถ้ารู้อะไรมาแล้วไม่ยอมบอก นายจะเป็นคนแรกที่ถูกฉันอัดเลยสาบาน”

 


 

 

 

 


หลังจบกิจกรรมทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะดูหนัง เดินเล่น ทานไอศกรีม แอลก็ขับรถมาส่งแบคฮยอนเข้าทำงาน ทั้งยังแวะลงไปชิมรสชาติกาแฟและเบเกอรี่ในคาเฟ่ด้วย

 

แอลเลือกที่นั่งใกล้ๆเคาน์เตอร์เพื่อที่จะได้คุยกับแบคฮยอนได้สะดวก ไม่ต่างจากนัมจูฮยอกที่พอเลิกเรียนปุ๊ปก็ตรงดิ่งเข้ามายืนรอหลังเคาน์เตอร์คาเฟ่พี่สาวทันที ทั้งสองหนุ่มจ้องมองปฏิกิริยาความเคลื่อนไหวของแบคฮยอนด้วยความเพลิดเพลินตา

 

คนตัวเล็กคิดเงินผิดๆถูกๆก็มองว่าน่ารัก บริการลูกค้า กล่าวทักทายให้คำแนะนำอะไรก็ดูเป็นธรรมชาติไปหมด และเพราะถูกจ้องจากทั้งสองคนไม่วางตาวันนี้แบคฮยอนถึงเผลอทำตัวป้ำๆเป๋อๆไปหลายอย่าง ซุ่มซ่ามจนนับครั้งไม่ถ้วนเพราะไม่มีสมาธิเลยก็ทั้งโดนผู้ชายด้วยกันจ้อง แล้วยังโดนเพื่อนพนักงานแซวไม่หยุดเนี่ยใครจะไปวางตัวถูกกัน

 

 

กรุ๊งกริ๊ง!~

 

 

อันยองฮาเซโย นัมเลดี้คอฟฟี่เฮ้าส์ยินดีต้อนรับค่าาาเสียงหนึ่งในพนักงานเอ่ยต้อนรับลูกค้าอย่างสดใส แบคฮยอนระบายรอยยิ้มตามเพราะได้ข่าวว่าวันนี้ทั้งวันคาเฟ่ของพี่กงจูลูกค้าเข้าเยอะเป็นพิเศษ  

 

กำลังก้มหยิบเค้กในตู้ออกมาจัดใส่จานให้กับลูกค้า เห็นเงาใครบางคนผ่านกระจกตู้แบบเลือนรางแต่ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าคงไม่พ้นลูกค้ามายืนเลือกเค้กตามปกติ กระทั่งเงยหน้าขึ้น...

 

 

เคร้ง!


 

ใบหน้าของผู้ที่แบคฮยอนไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะได้เจอที่นี่ ส่งผลให้มือเล็กปล่อยจานเค้กตกลงพื้นแตกกระจาย เสียงดังจนลูกค้าคนอื่นๆพากันตกใจ หันมามองเกือบทั้งร้านทว่าสายตาแบคฮยอนสนใจมองอยู่แค่คนๆเดียวเท่านั้น

 

คนเดียวที่กำลังยืนทำหน้าดุดันอยู่ตรงหน้า มีเพียงเคาน์เตอร์บาร์คั่นกลางระหว่างพวกเขา

 

“ต้องให้เข้าไปลากตัวออกมาหรือจะออกมาเองดีๆ” น้ำเสียงเย็นยะเยือกพาลให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว แบคฮยอนถอดผ้ากันเปื้อนออกช้าๆอย่างว่าง่าย สองมือชื้นเหงื่อเช็ดลงที่ขากางเกงสแล็คของตัวเอง ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ปั้นหน้าไม่ถูก เหมือนมีของหนักมาตีที่หัว แต่ก็ยังพอมีสติหันไปค้อมหัวขอโทษนัมจูฮยอกและพี่กงจูที่เพิ่งเดินออกมาจากหลังร้าน

 

คนตัวเล็กค่อยๆเดินอ้อมออกมาจากหลังเคาน์เตอร์เพื่อเข้าไปหาคนตัวสูง อารมณ์ตอนนี้มันยิ่งกว่าถูกพ่อเฒ่าจับได้ว่าแอบไปทำตัวเกเรที่ไหนมาซะอีกมองหน้าชานยอลไม่ติดเลย แล้วก็ไม่กล้ามองตรงๆด้วย

 

“คุณสองคนเป็นเจ้าของร้านนี่ใช่มั้ย” แบคฮยอนเห็นพี่กงจูลอบกลืนน้ำลายก่อนจะให้คำตอบชานยอลแล้วก็รู้สึกผิด อยากออกตัวช่วยแต่คิดว่าตอนนี้ตัวเองอยู่เงียบๆน่าจะดีที่สุด

 

“ค่ะ ฉันเป็นเจ้าของคาเฟ่นี่เอง”

 

“ถ้างั้นต้องขอโทษด้วยนะครับที่นับจากนี้ไปพวกคุณจะต้องหาพนักงานใหม่มาทำหน้าที่แทนเด็กคนนี้”

 

….

 

“หวังว่าจะไม่มีการเซ้าซี้หรือเกลี้ยกล่อมให้คนของผมกลับมาทำอีกนะครับ” ชานยอลบอกเสียงนิ่ง “หรือหากเด็กคนนี้อยากมาทำเองก็กรุณาอย่ารับเข้าทำงานอีก”

 

            “ทำไมล่ะครับ แบคฮยอนออกจะชอบ...

 

            “แต่ผมไม่ชอบ” ชานยอลสวนคำเด็กหนุ่มนักกีฬาตัวสูงทันที ตวัดตามองด้วยสีหน้าไม่พอใจ ซึ่งคงมีแค่คนตาบอดเท่านั้นที่จะมองไม่ออก “ไม่ชอบให้ใครหน้าไหนมาจ้องแฟนตัวเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะด้วยความรู้สึกแบบไหนก็ตาม”

 

            “แฟน?

 

            “หวังว่าคุณจะเข้าใจ” ชานยอลคว้ามือแบคฮยอนแล้วกระตุกให้เข้ามายืนใกล้ๆ “แบคฮยอนไม่ได้ตัวเปล่า มีแฟนแล้ว และแฟนก็หวงมากด้วยเพราะฉะนั้นอย่ายุ่งกับเขาอีก” 

 

 


 


 


ปาร์คชานยอลลากแขนแบคฮยอนออกมาที่รถตัวเองไม่พูดไม่จา หน้าตาดุดันไม่เป็นมิตรต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด และยิ่งมีเสียงของใครบางคนดังไล่หลังเพื่อหาเรื่องอย่างไม่รู้จักเวล่ำเวลาใบหน้าหล่อยิ่งน่ากลัวเพิ่มขึ้น

 

“เป็นแฟนหรือเป็นพ่อกันแน่ ถึงได้ทำตัวควบคุมชีวิตคนอื่นเค้าไปทั่ว”

 

“ไปให้พ้น” ชานยอลดันร่างแบคฮยอนให้เข้าไปนั่งในรถ

 

“จะว่าไปจมูกก็ไวดีนี่ ตามกลิ่นเก่งยิ่งกว่าหมาตำรว..ผลัวะ!!!

 

“ชานยอล!” แบคฮยอนเบิกตาด้วยความตกใจ เห็นชานยอลซัดหมัดหนักๆเข้าที่มุมปากแอลเต็มๆ กำลังจะลุกออกมาดูแต่ชานยอลเอาแขนมากั้นระหว่างประตูไว้จึงลุกออกมาไม่ได้ ได้แค่ชะเง้อหน้ามองคนเจ็บอยู่ในรถด้วยความเป็นห่วงห่วงชานยอลด้วย ไม่นึกว่าจะฟิลขาดถึงขั้นลงไม้ลงมือกับใครได้

 

“ถ้ายังไม่หยุดทำตัวน่ารำคาญนายโดนหนักกว่านี้แน่”

 

“เฮอะ วันก่อนก็กันท่าคนพี่ วันนี้มาทำตัวเป็นหมาบ้าหวงก้างคนน้อง โลภจริงๆเลยว่ะ”

 

“ไปเห่าหอนที่อื่น”

 

“เตือนด้วยความหวังดีนะแบคฮยอน สิ่งที่หมอนี่แสดงออกกับนายไม่ได้ต่างอะไรจากที่เคยทำกับซอรินเลย คำพูดสวยหรูน่ะอย่าไปเชื่อมาก บางครั้งมันก็มีพิษยิ่งกว่าคำหยาบคายของใครหลายคนซะอีก”

 

“หมัดเมื่อกี้ยังเบาไปใช่มั้ย”

 

“คิดว่าใหญ่คับฟ้ามาจากไหน ฉันเอารอยแผลบนหน้าไปเป็นหลักฐานแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกายยังได้ คนหน้าบางอย่างนายคงไม่อยาก

 

“เชิญ! จะไปฟ้องพ่อหรือจะไปแจ้งความขึ้นโรงขึ้นศาลที่ไหนก็เชิญ ฉันจะสละเวลาไปเคลียร์กับพวกชีวิตไม่มีสาระอย่างนายให้..ด้วยความเวทนา” ชานยอลปิดประตูรถฝั่งของแบคฮยอนแล้วเดินเข้าไปกระแทกไหล่เพื่อนเก่าก่อนจะอ้อมขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับ หักพวงมาลัยรถเข้าสู่ถนนจนเสียงยางหวีดดังอย่างไร้ความนุ่มนวล  

 

 

เอี๊ยดด!

 

คนตัวเล็กเกือบหัวโขกเข้ากับคอนโซลรถเพราะแรงเบรคที่คนขับเป็นคนกระทำ ตาเรียวรีพยายามเสมองความมืดด้านนอก ไฟจราจรสีแดงด้านหน้าหลายร้อยวินาที รถคันอื่นๆ สภาพแวดล้อมต่างๆรอบตัว อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ใบหน้าน่ากลัวของคนข้างๆ

 

ไม่มีเสียงเพลงเปิดคลอ มีแต่ความเงียบ เสียงแอร์ และเสียงหายใจหนักๆของคนขับรถเท่านั้นที่แบคฮยอนได้ยิน มันดังยิ่งกว่าเสียงลมหายใจของตัวเองเสียอีก

 

 

“คุณยายรู้เรื่องนี้หรือเปล่า”

 

แบคฮยอนกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ หันหน้าไปมองคนถาม ซึ่งอีกคนไม่ยอมมองมาเลย “ย ยังไม่มีใครรู้”

 

“ที่บอกว่ามีซ้อมวิ่งตอนเย็นก็คำโกหกทั้งนั้นสินะ”

 

“ผมกลัวบอกไปแล้วทุกคนจะดุก็เลย..

 

“แล้วให้รู้ทีหลังมันต่างกันตรงไหน!” แบคฮยอนสะดุ้งโหยง นั่งก้มหน้าบีบมือบนหน้าตักตัวเองไปมา “นายไม่แคร์คำพูดฉันเลย”

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นชานยอล”

 

“ไม่ใช่แล้วยังไง นายแอบมาทำงานทั้งที่ฉันเคยห้าม แล้วยังกล้าโกหกผู้ใหญ่”

 

 

“วันก่อนโกหกว่าอยู่กับเพื่อนที่ชื่อคิมจงแดทั้งที่นายไปนั่งกินข้าวกับมัน”

 

“ชานยอลรู้” แบคฮยอนรู้สึกเหมือนตัวเองตัวเล็กลงไปเรื่อยๆ ขอบตาร้อนผ่าว มือสั่นพร่าไปหมด

 

“และวันนี้นายก็ไปดูหนังกับมันมา”

 

“ผม..

 

            “เห็นฉันเป็นคนโง่หรือไง! ปึก!!” คนตัวสูงทุบพวงมาลัยรถด้วยแรงโทสะ พาลเอาแบคฮยอนสะดุ้งโหยงอีกรอบ น้ำตาร่วงเผาะลงมาเพราะความกลัวจับใจ “ไม่รู้หรือไงว่าฉันกับมันเป็นยังไง ไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเองอย่างน้อยก็นึกถึงใจฉันบ้างสิ!

 

“แต่พี่แอลไม่ได้ร้ายกับผมนะ เค้า..

 

“ไม่เคยรู้ประวัติมันน่ะสิถึงพูดแบบนี้”

 

“ผมรู้ ผมรู้ว่าพี่เค้าเคยทำผิด แต่กับผมพี่เค้าไม่ได้ทำตัวแย่ๆ กลับดูแลดีด้วยซ้ำ”

 

“อย่าทำให้ฉันต้องโมโหไปมากกว่านี้แบคฮยอน อย่าเรียกมันว่าพี่แล้วก็ไม่ต้องชมเรื่องของมันให้ฉันได้ยิน”

 

“ทั้งที่เรื่องมันผ่านมาหลายปีแล้วแต่ชานยอลก็ยังฝังใจ ทั้งๆที่มันก็แค่เรื่องๆเดียวแต่ก็ทำ ชานยอลตัดเพื่อนกับพี่แอลได้ซอรินคงสำคัญกับชานยอลมากเลยสินะ”

 

“ถ้าจะเอาเรื่องซอรินมาโยงให้ทะเลาะกันมากขึ้นก็หยุดเถอะ”

 

“ผมลืมไปว่าใครก็แตะต้องซอรินของชานยอลไม่ได้”

 

“นายคงฟังหมอนั่นเสี้ยมมาเยอะไปแล้วล่ะ ถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไรก็ให้นั่งทบทวนตัวเองไปจนกว่าจะรู้ โตแล้วนะ เลิกทำตัวเป็นเด็กๆซักที” แบคฮยอนหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถ ปาดน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุดด้วยความรู้สึกหลากหลาย ในใจมันมีเรื่องราวอัดแน่นเต็มไปหมด อึดอัดจนทรมานแต่ยังพยายามเก็บมันไว้

 

อะไรๆในตอนนี้มันดูแย่ไปหมด น่าเหนื่อยใจจนแบคฮยอนเลือกปิดเปลือกตาหนีทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ขอรับรู้อะไร แม้แต่การมีปาร์คชานยอลอยู่ข้างๆ

 

 


 

 



คนตัวเล็กรู้สึกตัวตื่นอีกทีพร้อมกับแสงอาทิตย์ของเช้าวันใหม่ เขาอยู่ในอารมณ์ตกใจเพราะเท่าที่จำได้คือตัวเองนั่งหลับในรถของชานยอล แต่ไม่รู้ว่าหลับลึกขนาดไหนกันถึงรู้สึกตัวเอาอีกวันแบบนี้ได้

 

แบคฮยอนรีบลุกออกจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัวเพราะใกล้ถึงเวลาที่ต้องออกไปเรียนแล้ว เขาจัดการทุกอย่างได้รวดเร็วเพราะเป็นคนค่อนข้างทำอะไรไว

 

ก่อนออกจากบ้านคุณท่านเรียกให้ไปนั่งทานอาหารเช้าด้วยกัน และเพิ่งมารู้เอาตอนนั้นว่าเมื่อคืนชานยอลเป็นคนอุ้มเขาขึ้นไปส่งบนห้องนอน

 

เกือบจะดีใจในความใจดีนั้นอยู่แล้ว ถ้าต่อมาคุณท่านไม่เอ่ยถึงเรื่องที่แบคฮยอนโกหกว่ามีซ้อมวิ่งตอนเย็นทั้งที่ความจริงแอบไปทำงานพาทไทม์ขึ้นมา ชานยอลฟ้องผู้ใหญ่จนหมดเปลือก และเช้านี้แบคฮยอนก็ถูกเทศนาระหว่างมื้ออาหารเรียบร้อย

 

 

 

เข้าเรียนตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือวันนี้ไม่มีสมาธิฟังอาจารย์มากกว่าทุกวัน จดจ่ออยู่แต่หน้าจอโทรศัพท์ รอว่าเมื่อไหร่จะมีแจ้งเตือนของคุณชายปาร์คคนโตเข้ามา ซึ่งก็เงียบสนิท

 

เมื่อเช้าแบคฮยอนพยายามติดต่ออีกฝ่ายหลายหนแล้วแต่ไม่ได้เลย ทั้งที่อุตส่าห์ยอมง้อก่อนแท้ๆ แต่ชานยอลก็หายเงียบท่าทางครั้งนี้คงโกรธจริงๆ

 

พอเลิกเรียนแบคฮยอนเลยตั้งใจว่าจะไปหาตัวชานยอลที่คณะบริหารฯ แต่เพราะเซฮุนบอกว่าพี่ชายตัวเองน่าจะอยู่ที่ชมรมขี่ม้าโปโลมากกว่า เนื่องจากวันนี้มีตรวจสุขภาพม้าและเซฮุนก็ต้องไปเหมือนกัน แบคฮยอนเลยถือโอกาสตามไปด้วย

 

ตอนเซฮุนเอารถไปจอดแบคฮยอนแอบเห็นรถคันสีเหลืองที่จำได้แม่นว่าเป็นของซอรินอยู่ที่ลานจอดเหมือนกัน พยายามจะไม่คิดอะไรมาก ไม่อยากแสดงอาการว่าไม่โอเคออกไปให้เพื่อนเห็น แค่นี้เซฮุนก็เป็นห่วงจะแย่แล้ว ถามแบคฮยอนตลอดว่ามีปัญหาอะไร ซึ่งเขาตอบแค่ว่าทะเลาะกันนิดหน่อยแต่ไม่ได้เล่ารายละเอียด

 

สองเพื่อนสนิทแยกทางกันบริเวณคอกม้าชั่วคราว เพราะคนหนึ่งต้องไปดูม้าของตัวเอง ส่วนอีกคนต้องเดินไปตามหาบุคคลเป้าหมาย ซึ่งรู้พิกัดมาจากสมาชิกชมรมซักคนที่แบคฮยอนไม่รู้จัก แต่เขาคนนั้นบอกเซฮุนว่าประธานชมรมอยู่คอกม้าด้านในสุด แบคฮยอนจึงต้องเดินมาตามทางที่ได้ยิน

 


 

ซอรินรักชานยอลนะ

 

 

เสียงหวานดังขึ้นในจังหวะที่แบคฮยอนก้าวเข้ามาเจอตัวปาร์คชานยอลพอดี ความรู้สึกปวดชาราวกับถูกไฟฟ้าช็อตร่างเกิดขึ้นทันทีที่ภาพหญิงชายสองคนกำลังกอดกันแนบแน่นปรากฏอยู่ตรงหน้า

 

น้ำตาหนึ่งเม็ดหยดลงบนแก้มง่ายดายเพียงแค่ผู้ชายตัวสูงคนนั้นเลื่อนสายตามาเห็นเขาเข้าเหมือนกันแบคฮยอนมองชานยอลด้วยแววตาเจ็บปวดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจหันหลังให้กับภาพบาดตาบาดใจทุกอย่าง

 

 

“แบคฮยอน!

 

เสียงเรียกจากชานยอลเสมือนตัวเร่งให้ฝีเท้าของแบคฮยอนทำงานเร็วขึ้น แต่เหมือนจะยังช้ากว่าช่วงขายาวๆที่ตามเข้ามาได้ทันในเวลาแค่ไม่กี่วินาที

 

“อย่าเข้าใจผิดสิ” มือใหญ่คว้าหมั่บเข้าที่ข้อมือเล็ก

 

“ปล่อยผม”

 

“อย่างน้อยก็ถามซักคำว่าก่อนหน้านี้เป็นยังไง”

 

“ผมไม่อยากรู้อะไรเกี่ยวกับชานยอลแล้วก็” ดวงตาคู่เล็กมองไปด้านหลังของชานยอล ชองซอรินยืนอยู่ตรงนั้น “ผมไม่อยากรับรู้เรื่องพวกคุณอีกแล้ว รู้แล้วล่ะว่ารักกันมาก รู้แล้วว่าในใจพวกคุณเป็นยังไง”

 

“ต้องให้ทำยังไงนายถึงจะยอมเชื่อว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับเธอ”

 

“เลิกยุ่งกันได้มั้ยล่ะ ทำให้ได้เหมือนที่ชานยอลห้ามให้ผมเข้าใกล้ใครต่อใคร”

 

“ที่ฉันห้ามนายไม่ให้ยุ่งกับมันเพราะเป็นห่วง แอลไม่ใช่คนที่ไว้ใจได้ ที่มันเข้าหานายทุกวันนี้ก็เพื่อจะปั่นหัวฉัน”

 

“ผมไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ใครจริงใจหรือไม่จริงใจกับผมกันแน่ แม้แต่ชานยอล”

 

“ว่าไงนะ”

 

“ในสายตาชานยอลพี่แอลเป็นยังไง ในสายตาผมซอรินก็ไม่ต่างกันหรอก ครั้งหนึ่งเธอเคยทำผมเกือบตายมาแล้ว และชานยอลก็เป็นคนปกป้องเธอด้วย ไม่ยอมให้ผมบอกคุณท่านแถมยังออกรับแทน ฮึก..เห็นผมเป็นพวกไร้ความรู้สึกใช่มั้ย”

 

“ไปกันใหญ่แล้ว เมื่อไหร่นายจะมองเจตนาของฉันถูก ฉันพยายามใจเย็นแต่นายก็ยังเอาแต่ใช้อารมณ์ไม่ยอมฟังเหตุผล นายไม่ยอมโตขึ้นเลยแบคฮยอน”

 

“แล้วชานยอลคิดว่าโลกหมุนรอบตัวเองหรือไง ถึงมองเห็นแต่ความผิดของคนอื่น ขณะที่ตัวเองทำอะไรก็ถูกไปหมด!

 

“นายกำลังจะทำให้ฉันโมโห”

 

“ใช่ ผมมันไม่ยอมโต ผมมันนิสัยเด็ก รู้ว่าผมไม่มีอะไรดีแล้วมาชอบทำไม ไปชอบคนที่ดีกว่าผมสิ ไปอยู่กับเธอนู่นไม่ต้องมาใกล้ผมอีก!” คนตัวเล็กสะบัดข้อมือออกจากฝ่ามือใหญ่

 

“ถ้าเธอคือคนที่ตรงสเป็คตั้งแต่แรกก็ไม่ควรทำให้เรื่องของเรามันเกิดขึ้น”

 

“พอซักที หยุดเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นได้แล้ว”

 

แบคฮยอนส่ายหน้า

 

“ผมจะไม่หยุดจนกว่าชานยอลจะบอกว่าเลือกใคร”

 

“งี่เง่าแล้วนะ มันไม่ใช่สิ่งที่ควรเอามาให้เลือก ถ้าฉันถามนายบ้างว่าระหว่างฉันกับเซฮุน ระหว่างฉันกับคุณยาย ระหว่างฉันกับครอบครัวของนายนายจะเลือกใคร ทำได้หรือเปล่า สถานะของแต่ละคนมันต่างกัน มันเอามาเทียบหรือเลือกให้ระดับความสำคัญไม่ได้”

 

“แล้วถ้าผมบอกว่าผมทนอยู่ด้วยความรู้สึกอึดอัดแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วล่ะ”

 

 

“ผมเหนื่อยที่ต้องคิดไปเอง ถ้าชานยอลเลือกไม่ได้ผมจะเป็นคนเลือกให้ผมไปเอง ชานยอลกับซอรินสนิทกันมานานตัดให้ตายยังไงก็คงไม่ขาด ส่วนผมมาทีหลัง มาตัวคนเดียวและไม่ได้มีค่าอะไร หายไปซักคนก็ไม่มีใครเดือดร้อน”

 

“แบคฮยอน”

 

“ผมไม่เหมาะกับชานยอลหรอก อย่าคบกันต่อเลย” แบคฮยอนวิ่งปาดน้ำตาออกไปโดยไม่รอฟังความเห็นใดๆจากชานยอลทั้งสิ้น ร้อนให้คนตัวสูงต้องวิ่งตามไปอีกครั้ง

 

ความเสียใจกำลังบดบังทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่ดวงตา คนตัวเล็กวิ่งออกไปโดยที่ไม่สนใจจะระวังตัวเอง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังทะเล่อทะล่าวิ่งออกไปกลางถนน

 

 

“แบคฮยอนระวัง!

 

 

เอี๊ยดดดดดดดด!!

 

 

เสียงเบรคดังสนั่น สร้างความตกใจให้กับผู้คนที่อยู่บริเวณใกล้ๆ โดยเฉพาะชานยอลที่ยืนมองเหตุการณ์และแบคฮยอนที่เกือบถูกรถชน

 

คนตัวเล็กยืนอึ้ง ตัวแข็งทื่ออยู่กับที่เหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง ขณะที่ชานยอลกำลังเดินเข้าไปหาและเจ้าของรถก็กำลังเปิดประตูลงมาดู

 

 

“เป็นอะไรมั้ย”

 

“พี่แอล”  ความบังเอิญมีอยู่จริง เจ้าของรถคันที่เกือบชนแบคฮยอนคือแอล ชายหนุ่มทำสีหน้าไม่สู้ดี พอๆกับชานยอลที่เดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

 

“วิ่งออกมาตัดหน้ารถฉันทำไม เกือบตายละ..

 

“ขอผมติดรถไปด้วยคนนะ”

 

“เดี๋ยว..เฮ้!” แอลเรียกไว้ไม่ทัน แบคฮยอนถือวิสาสะวิ่งไปเปิดประตูรถเข้าไปนั่งด้านในแล้ว เหลือไว้แต่ตัวเขาที่ยืนเคว้งอยู่ด้านนอก กับชานยอลที่เกือบเดินเข้ามาประชิดตัวทว่าแอลไหวตัวขึ้นรถทัน

 

กระจกรถฝั่งคนขับค่อยๆเลื่อนลงเพื่อดูหน้าอดีตเพื่อนรักชัดๆ เมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังยืนมองด้วยสีหน้าแบบไหนอยู่รอยยิ้มมุมปากก็ผลุดขึ้นมาด้วยความรู้สึกสนุก ยักไหล่กวนประสาทให้เป็นการทิ้งท้ายแล้วค่อยกดปิดกระจก พร้อมกับขับรถออกไป

 





#ficmysscb







































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 310 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5093 Wax121 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 15:09
    โง่มาตั้งแต่ต้นตอนนี้ก็โง่โงโง่
    #5,093
    0
  2. #5089 JinPuyja (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 11:20
    รู้สึกต่างคนต่างมีเหตุผลเป็นของตัวเอง

    ยึดกับตัวเอง

    มันเลยไม่เข้าใจกัน
    #5,089
    0
  3. #5083 BEPBEP (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 02:26
    เเกไม่เคยมีเเฟนกันหรอบอกเเบคงี่เง่า เออน้องมันโดนอะไรมาบ้างมันก็บอก ชานยอลไม่จัดเจนก็เห็นอยู่ นาทีนั้นจะให้ใจเย็นเหมือนเเม่ชีในชีวิตจริงทำได้หรอ มันก็ต้องน้อยใจบ้างไหม เอาจริงเรื่องซอรีนเเกล้งจะขับรถชนเรื่องใหญ่ขนาดนั้นชานยอลออกตัวรับเเทนเป็นเเกจะคิดไง เเล้วเรื่องทำงานจริงๆมันก็ทำได้ไหม ไม่ใช่เจ้าของชีวิตที่จะมาห้ามนั่นนี่ปะมันไม่ได้เเย่ซะหน่อยเรื่องงาน
    #5,083
    0
  4. #5070 Byunee_J (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 03:51
    เข้าใจทั้งสองคน แต่ยังไงแบคฮยอนก็ไม่น่ารักเลยนะ
    #5,070
    0
  5. #5036 unyasssss (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 23:57
    ทีมน้องแบคด้วย แต่แบคก็ผิดที่ไปสนิทกับคนที่ชานยอลไม่ชอบ ไม่คิดถึงใจชานยอลเลย แต่เข้าใจแบคนะ ตั้งใจจะมาง้อทั้งที่ตัวเองก็นอยเหมือนกัน แต่มาเจอกับเรื่องที่นอยอยู่พอดี เลยยิ่งน้องใจจนทำตัวงี่เง่าไป แต่ลองมองในมุมแบคน้องก็น้อยใจนะ มันต้องไม่มั่นใจในตัวเองบ้างหล่ะ จะน้อยใจก็ไม่แปลก ฮือออออออออออออ
    #5,036
    0
  6. #5009 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:16
    ทำไมแบคทำแบบนี้ไม่เข้าใจเลยอะฮึ่ยยย
    #5,009
    0
  7. #4984 Gusaum'smile (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 11:56
    รำคาญแบคฮยอนอ่ะ ซอรินเกลียดก็ไม่แปลก หลงมาอ่านเพราะชานยอลโคตรหล่อเลย แต่แบคฮยอนน่ารำคาญมาก ไม่ฟังใครเลย ว่าจะไม่อ่านแล้วแต่ชอบชานยอล
    #4,984
    0
  8. #4983 Gusaum'smile (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 11:44
    คิดว่าแบคฮยอนจะดีขึ้นนะ เป็นคนที่ไม่น่ารักเลยอ่ะ ดื้อได้นะแต่นี่ดื้อเกิน เอาแต่ใจ ชานยอลทนได้ไง น่าเบื่อพอๆกับซอริน
    #4,983
    0
  9. #4973 IPINOCKIO (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 11:45
    ไล่อ่านเม้นทำไมมีแต่คนว่าน้องแบคอ่ะ นี่ทีมน้องแบคนะ 5555555 ก็รู้แหละว่าน้องมันทำไม่ถูกแต่บางครั้งเราก็รู้สึกว่าชานยอลนี่ก็เกินไป ลึกๆแล้วค่อนข้างเผด็จการเหมือนกันนะ เหมือนกับว่าเพราะก่อนนี้สถานะคือตัวเองเป็นพี่ ส่วนแบคเป็นเด็กดื้อ มีอะไรก็เลยต้องสอนต้องดุ แต่นี่เป็นแฟนกันแล้วอ่ะ อ่านมาหลายตอน น้องคือยอมชานยอลตลอดตั้งแต่คบกันมา ฟังทุกคำ กลายเป็นลูกหมาน้อยเชื่องๆตัวนึงเลยอ่ะ น้องมันก็ต้องมีสิทธิน้อยใจแหละในฐานะแฟนอ่ะ อย่างที่น้องมันพูด ซอรินก็ไม่ต่างจากแอลในมุมมองน้อง เคยเกือบฆ่ากันตายเพราะขับรถจะชนแล้วด้วย ชานยอลก็ยังจะปกป้องอยู่นั่นแหละ ตูล่ะเบะปากมองบนนนน
    #4,973
    0
  10. #4862 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 09:00
    แบคฮยอนดีกับทุกคนยกเว้นตอนพาลใส่คุณยายอ่ะ เป็นคนแบบนี้หรอ...
    #4,862
    0
  11. #4861 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 08:54
    แบคเอาแต่ใจอีกแล้ว-*-
    #4,861
    0
  12. #4860 real_Sn (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 01:28
    แบคอย่าเอาอารมณ์ตัวเองเป็นหลักสิ เชื่อใจพี่ชานยอลบ้างง โมโหน้องง
    #4,860
    0
  13. #4842 CB💕 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 12:46
    ชานยอลอย่าลืม ว่านุ้งแบคไม่แพง เพราะนุ้งแบคถูกเสมอ จัมวรั้ย!🌚
    #4,842
    0
  14. #4839 wry_jnkvvvvv (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 20:05
    นี่คิดว่าชานยอลก็ผิดอ่ะอย่าว่าน้องแบคฮืออ
    อ่านรอบสองแล้ว555555555
    #4,839
    0
  15. #4809 NAMSPNP (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 17:37
    แบคฮายอนนนนนน ฟังพี่เขาหน่อยซี่
    #4,809
    0
  16. #4771 YJLn (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 10:51
    แบคไม่ทันคนจริงๆ เอาอารมณ์ตัวเองเป็นหลักเลย
    #4,771
    0
  17. #4770 YJLn (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 10:50
    โอ้ยยยย ไม่ชอบมาม่าาาาา
    #4,770
    0
  18. #4753 KAMSNW (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 08:50
    ใจไม่ดีเลยว้อยยยย ฮืออออออ
    #4,753
    0
  19. #4719 pcanthrskul (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 02:03
    โมโหแบคแล้วววนะะะะะ
    #4,719
    0
  20. #4695 Eavv3 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 02:44
    โอยยยเรื่องมันยุ่งยากไปกันใหญ่แล้วว
    #4,695
    0
  21. #4654 Nook Kra (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 01:30
    แบค.. เชื่อใจชานยอลหน่อยซี..
    #4,654
    0
  22. #4643 nsjcbw. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 14:25
    ทำไมแบคไม่เชื่อใจพี่ชาน ทำไมต้องหลงเชื่อคนเพิ่งรู้จักอย่างแอล โอ้ยยยยหัวร้อนนน
    #4,643
    0
  23. #4621 SbtS♥ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 13:11
    โมโหแบคฮยอนจนร้องไห้ โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย อยากจะบ้า
    #4,621
    0
  24. #4611 pparkminhoo (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 14:07
    แบคงี่เง่าอะ ดูเชื่อแอลง่ายๆ
    #4,611
    0
  25. #4576 fangnps (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 23:05
    เหนื่อยแทนชานเลยโว๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #4,576
    0