You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 30 : Shining XXVIII :: harassment

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,524
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 318 ครั้ง
    13 พ.ค. 59



Shining XXVIII



 




 



 

            คนตัวเล็กเดินท่ามกลางเหล่านักศึกษาคณะนิติศาสตร์ร้อยกว่าชีวิต เสียงหัวเราะพูดคุยปะปนเสียงฝีเท้าของแต่ละคนแข่งกันดังสะท้อนทั่วโถงอาคารเรียนรวม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งได้รับอิสระหลังจากต้องนั่งเรียนกันมาเกือบสี่ชั่วโมงเต็มในเช้าวันนี้

 

        ถ้าหากเซฮุนเดินมาด้วยแบคฮยอนก็คงเป็นเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ที่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวคุยเล่นอย่างสนุกสนาน แต่เพราะวันนี้ไม่มีเซฮุนแบคฮยอนเลยได้แต่เดินเงียบๆคนเดียว ใครหันมาส่งยิ้มให้หรือทักทายเล็กๆน้อยๆเขาก็จะตอบกลับไปอย่างเป็นมิตร

 

        ตารางเรียนของแบคฮยอนในวันนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว ช่วงบ่ายเขาว่างและโปรแกรมฆ่าเวลาที่กำลังคิดอยู่ในหัวตอนนี้ก็คือการพาตัวเองไปสิงสถิตที่ศูนย์หนังสือหลังมหาวิทยาลัยจนถึงค่ำ เพราะอะไรน่ะหรอ? เพราะแบคฮยอนอยากจะรอกลับพร้อมชานยอลน่ะสิ

 

            วันนี้คุณชายของคุณลุงพ่อบ้านมีเรียนบ่ายถึงค่ำนู่นแหน่ะ ตอนเช้าเลยไม่ได้มารับแบคฮยอนไปมหาวิทยาลัยด้วยกัน อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์อีกฝ่ายยุ่งๆกับโปรเจคกลุ่มและงานเดี่ยวทำให้ไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่ด้วยกันเท่าที่ควร ส่วนใหญ่จะคุยกันทางโทรศัพท์ แชท หรือไม่ก็ส่งรูปตัวเองว่าทำอะไรอยู่ที่ไหนรายงานให้อีกคนรับรู้แทน (แบคฮยอนทั้งนั้นที่เป็นฝ่ายส่งไป ทั้งเต็มใจส่งเองและถูกคนเผด็จการบังคับ)   

 

        ถามว่าคิดถึงมั้ย แน่นอนว่าคนคบกันย่อมต้องเกิดความรู้สึกนั้นเป็นธรรมดา แต่ทำไงได้..แบคฮยอนรู้มาจากเซฮุนว่าช่วงนี้ชานยอลทำงานหนักมากจริงๆ นอนดึกทุกวัน กลับบ้านค่ำทุกวัน เข้าใจอยู่หรอกเพราะอีกฝ่ายเรียนอยู่ปีสามแล้ว จะให้มีตารางเรียนว่างเหมือนเขาที่ยังอยู่แค่ปีหนึ่งคงเป็นไปไม่ได้

 

            แค่อีกฝ่ายหาเวลามาให้เจอแบบแวบๆได้ทุกวันแบคฮยอนก็ดีใจแล้ว ถึงจะเป็นแค่การแวะเอาขนมมาให้แล้วกลับเลย หรือชวนออกไปทานข้าวด้วยกันข้างนอกแค่ชั่วโมงเดียวจากนั้นทั้งวันก็ไม่ได้เห็นกันอีกก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ยังได้เจอ

 

แต่ตั้งแต่เมื่อวานเนี่ยสิที่คุณชายเค้าหายเข้ากลีบเมฆไปเลย วันนี้แบคฮยอนถึงตั้งใจจะรอกลับพร้อมอีกฝ่าย ซึ่งก็ได้ส่งข้อความไปบอกไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว

 

 

พลั่ก!

 

“โอ้ย!” แรงปะทะระหว่างคนสองคนโดยไม่ได้ตั้งใจส่งผลให้ผู้ที่ตัวเล็กกว่าเซถอยหลังจนเกือบล้ม ชีทเรียนในมือปลิวว่อนกลางอากาศ ก่อนจะค่อยๆดำดิ่งลงสู่พื้น กระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง

 

“ฉิบหาย ชีท!” แบคฮยอนทำตาโต รีบนั่งยองๆลงเก็บชีทเรียนและกระดาษเอสี่หลายแผ่นของตัวเองที่เกลื่อนอยู่บนพื้น เขาเอาแต่สนใจอยู่แค่นั้นจนลืมดูเลยว่าเมื่อกี้เผลอเดินไปชนใครเข้า

 

รองเท้าผ้าใบสีขาวของใครซักคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา เกือบเหยียบกระดาษแผ่นที่กำลังเอื้อมมือไปเก็บจนแบคฮยอนต้องเงยหน้าขึ้นมอง

 

“คุณ..

 

“ที่แท้คนซุ่มซ่ามก็นายนี่เอง น้องชายคนใหม่ของชองซอริน” คิ้วเข้มคลายปมออกช้าๆเมื่อเห็นว่าคนที่ซุ่มซ่ามเดินมาชนตนคือใคร เขากระตุกยิ้มมุมปากนิดๆแล้วขยับเท้าออกไป ก้มลงช่วยเก็บชีทที่เหลือให้กับแบคฮยอนทั้งที่ไม่ได้ถูกขอให้ช่วยเลยซักนิด

 

“ไม่ต้องช่วยก็ได้เดี๋ยวผมเก็บเอง” แบคฮยอนเดินเข้าไปบอกจังหวะเดียวกับที่คนตัวสูงกว่าช่วยเก็บของให้จนหมดแล้ว ผู้ชายคนนั้นส่งกระดาษในมือคืนให้ แบคฮยอนจำต้องรีบรับไว้พลางค้อมหัวขอบคุณอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

“ข ขอบคุณฮะ”

 

“ขอบคุณอย่างเดียวหรอ”

 

“หือ..?

 

“เดินชนฉันตั้งแรงแต่จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่ได้ยินคำขอโทษดังออกมาจากปากนายเลยซักคำ" ให้ตายสิ..รูปประโยคฟังดูช่างคุ้นหู

 

“ขอโทษ พอดีผม..

 

“เอาแต่เดินก้มหน้ากดโทรศัพท์จนไม่ได้มองทาง ถูกไหม”

 

“อ่า..อย่างนั้นเลย แห่ะๆ” นี่สินะที่เซฮุนเคยเล่าว่าใครๆก็บอกสองคนนี้เหมือนฝาแฝด ครั้งแรกที่ได้ยินแบคฮยอนนึกภาพไม่ออกหรอกว่าคล้ายกันตรงไหน พอได้มาเจอกับตัวเองแบบนี้แบคฮยอนพอจะเข้าใจทุกคนแล้ว

 

แววตาเรียบนิ่งไม่เกรงกลัวสิ่งใด สีหน้าเฉยชากับทุกสิ่ง และการพูดจาฟังดูคล้ายกันจริงๆ เพียงแต่ว่าในความรู้สึกของแบคฮยอนชานยอลให้ความรู้สึกปลอดภัยได้มากกว่า ผู้ชายที่ชื่อแอลคนนี้ดูลึกลับ อาจด้วยเสื้อผ้าโทนสีมืดที่สวมใส่ด้วยล่ะมั้ง เจอกันสองครั้งอีกฝ่ายยังคงใส่แต่โทนนี้ ยิ้มก็เหมือนไม่ยิ้ม อยู่ด้วยแล้วอึดอัดแปลกๆ

 

“เพิ่งเลิกเรียนหรอ”

 

“เอ่อ ฮะ”

 

“มาคนเดียว?

 

“ฮะ”

 

“รู้มาว่าเป็นเพื่อนสนิทปาร์คเซฮุน น่าแปลกที่นายมาคนเดียว”

 

“เซฮุนมีธุระคุยกับอาจารย์ต่อ ไม่ได้ว่างเหมือนผมเลยไม่ได้มาด้วยกัน” โดนเรียกตัวไปคุยเรื่องเป็นตัวแทนแข่งขันทักษะวิชาการ ไอ้ประเภทถนัดแต่กีฬาอย่างแบคฮยอนเลยต้องตัวคนเดียวหลังเลิกเรียน..ว่าแต่จะไปบอกเขาทำไมล่ะเนี่!

 

“เอ่อะ ขอโทษที่เดินชนเมื่อกี้ แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยเก็บชีทให้ด้วย ผมต้องไปแล้วขอตัวก่อนนะ”

 

“เดี๋ยว” ชายชุดดำก้าวเข้ามายืนขวางทาง แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นสบตาอย่างงุนงง ก่อนจะหันไปมองรอบๆ เห็นนักศึกษาหลายคนหันมามองพวกเขาด้วยความสนใจ บ้างก็กระซิบกระซาบกันอยู่

 

“นิตยสารไฮโซที่ฉันขึ้นปกวางแผงวันนี้ ที่พวกเธอมองมาอาจเพราะได้เห็นมัน” แบคฮยอนหันกลับมามองคนพูดอีกครั้ง อีกฝ่ายกำลังโม้ให้เขาฟังว่าตัวเองเป็นคนดังว่างั้น? “หรือไม่ก็จำหน้าฉันได้จากตอนที่ขึ้นไปพบพี่สาว..มั้งนะ ถ้าพวกเธอใช่นักศึกษาที่อยู่ในคลาสนั้น”

 

“พี่สาวคุณเรียนที่นี่หรอ”

 

“เปล่า เป็นอาจารย์พิเศษที่มาสอนคณะนายต่างหาก สอนปีสี่”

 

“คุณพูดเหมือนรู้จักผม”

 

“แล้วนายล่ะ รู้จักฉันหรือยัง” ทั้งคู่สบตากัน มันเป็นเรื่องแน่อยู่แล้วที่คนซื่ออย่างแบคฮยอนจะตกเป็นรองคนอ่านยาก แถมยังฉลาดเป็นกรดอย่างอดีตเพื่อนสนิทของชานยอลคนนี้ “หลังจากเจอกันอาทิตย์ที่แล้วฉันคิดว่าเราสองคนน่าจะทำการบ้านมาไม่ต่างกันนะ”

 

 

“ชีวิตปาร์คชานยอลน่าสนใจจะตายจริงไหมล่ะ อัพเดทประวัติคนรอบข้างที่มีความสำคัญในวงโคจรชีวิตของคนดังอย่างหมอนั่นใครๆก็อยากทำทั้งนั้น”

 

“ใช้วาทศิลป์กับคนโง่แบบผมไม่ได้ผลเหมือนใช้กับชานยอลหรอก”

 

“ฮ่ะๆ”

 

“ถ้าอยากพูดกับผมก็ใช้คำพูดธรรมดาๆที่ฟังแล้วเข้าใจง่ายเถอะ อีกอย่างผมไม่มีนิสัยชอบคุยกับคนที่มีเจตนาร้าย แต่ถ้าคุณมาดีผมก็ยินดีจะคุยด้วย”

 

“ฮ่ะๆ น่าสนใจนี่” แอลยิ้มมุมปาก จับจ้องใบหน้าแบคฮยอนไม่วางตา “ที่จริงวันนี้ฉันไม่ได้อยากมาเหยียบที่นี่ซักนิด แต่เพราะพี่สาวให้เข้ามาเป็นผู้ช่วยวันนึงก็เลยต้องมา น่าเบื่อสุดๆ แต่ได้บังเอิญเจอนายก่อนกลับแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย”

 

“ทำไมผมไม่คิดงั้น บอกตรงๆว่ารู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างแรง”

 

“ฉันน่ากลัวขนาดนั้นเลย”

 

“ประวัติคุณที่ผมรู้มามันไม่ค่อยดี”

 

“เชื่อว่ามีอีกหลายอย่างที่นายยังไม่เคยรู้ เอางี้มั้ย ตอนนี้ฉันว่าง และถ้านายพอมีเวลาว่างก็ให้ฉันเลี้ยงข้าวซักมื้อเพื่อให้เราได้รู้จักกันและกันมากขึ้น”

 

“เราไม่ได้สนิทกันซักหน่อยทำไมต้องเลี้ยง”

 

“ก็กำลังจะสนิทนี่ไงล่ะ”

 

“อยากสนิทผมเพราะอะไร จะล้วงความลับเรื่องชานยอลกับซอรินงั้นหรอ”

 

“นายมากกว่าที่จะได้ล้วงความลับเรื่องชานยอลกับซอรินจากฉัน”

 

 

“เรื่องของปัจจุบันฉันอาจไม่รู้อะไรมากแต่ถ้าเป็นเรื่องในอดีตล่ะก็..อยากรู้เรื่องไหนถามมาได้เลย แลกกับการทำความรู้จักกันฉันยินดีจะเล่าให้นายฟังทุกเรื่อง แบคฮยอน”

 



 

 

 


 

ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างคือมื้อกลางวันที่แอลเลือกพาแบคฮยอนมานั่งทานด้วย วัตถุดิบทุกอย่างอยู่ในระดับพรีเมียมเพราะเป็นร้านที่อยู่ชั้นใต้ดินของโรงแรมระดับเจ็ดดาวแห่งหนึ่ง แบคฮยอนไม่เคยมา และก็จำทางไม่ได้ด้วยว่ามันตั้งอยู่ในพิกัดไหนของโซลแม้ว่าจะพยายามมองทางตลอดที่นั่งรถมากับแอลแล้วก็ตาม

 

 ไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของตัวเองหรืออะไรทั้งสิ้น เพียงแค่ได้ยินว่าอีกฝ่ายจะเล่าเรื่องราวในอดีตของซอรินและชานยอลให้ฟังแบคฮยอนก็ตัดสินใจตามมาด้วยทันที

 

แหงล่ะไม่เคยมีใครเล่าเรื่องในอดีตให้แบคฮยอนฟังง่ายๆ ชานยอลไม่ใช่คนช่างพูด ถามไปก็เหนื่อยเปล่า ขณะที่เซฮุนช่างพูดแต่ถ้าเป็นเรื่องภายในครอบครัวหรือเรื่องสำคัญๆเพื่อนมักจะวางตัวดีเสมอ เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง จะให้ไปถามคนอื่นๆ เช่น คุณท่านหรือโบมีหรือคนในบ้านคนไหนแบคฮยอนก็รู้สึกเกรงใจ เพราะยังไงทุกคนก็เป็นครอบครัวของชองซอรินทั้งนั้น

 

อีกอย่างแบคฮยอนก็อยากรู้จักคนที่ชื่อแอลนี้ด้วยเหมือนกัน  ซ้ำยังได้ทานของอร่อยฟรีๆแบบไม่ต้องเสียเงินแม้แต่วอนเดียวมันยิ่งคุ้มค่าที่จะเสี่ยง และเท่าที่อยู่ด้วยกันซักพักใหญ่ๆแบคฮยอนก็ไม่เห็นว่าแอลจะอันตรายอย่างที่คิดไว้ตรงไหน หน้านิ่งไปหน่อยก็จริง แต่เรื่องใจดีก็ใช่ย่อย สั่งนู่นนี่นั่นมาให้แบคฮยอนไม่ขาด ทั้งยังตัดหมู คีบเนื้อให้แบคฮยอนไม่หยุดเลย

 

“ทำไมคุณไม่กินเลย วางยาผมป่ะเนี่ย”

 

“ถึงวางก็คงวางไม่ทัน นายเล่นกินไวอย่างนี้”

 

“ฮ่ะๆ ก็ผมหิว แล้วครั้งนี้ก็เพิ่งเป็นครั้งที่สองในชีวิตของผมที่เคยกินปิ้งย่างดีๆแบบนี้”

 

“ตั้งแต่ย้ายไปเรียนต่อที่เยอรมันฉันก็ไม่ค่อยได้กินอะไรแบบนี้เท่าไหร่ กลับโซลมาได้อาทิตย์เศษๆกินเกือบทุกวันจนชักเบื่อขึ้นมาแล้วเหมือนกัน” แบคฮยอนอมยิ้มตาหยีให้แอลขณะเคี้ยวหมูสามชั้นอยู่ในปากตุ้ยๆไปด้วยจนแก้มกลม

 

“คุณต้องมีน้องแน่ๆ เทคแคร์คนเก่งแบบนี้”

 

“มีน้องสาวสองคน พี่สาวอีกหนึ่ง”

 

“มีแต่ผู้หญิงทั้งบ้านแบบนี้ตอนนั้นก็ไม่น่าจะรังแกซอริน..” แบคฮยอนยิ้มแห้งให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเมื่อรู้สึกตัวว่าได้เผลอพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไป แอลไม่ได้ว่าอะไร สีหน้าเรียบเฉยตามปกติ ปากยังคงหยักยิ้มนิดๆระหว่างที่กำลังย่างเนื้อบนเตากลางโต๊ะ

 

“มันเหมือนแผลเป็นที่ฉันเป็นคนสร้างให้ตัวเอง”

 

“คุณไม่ได้ตั้งใจใช่ไหม”

 

“ตั้งใจ”

 

“อารมณ์ชั่ววูบหรอ”

 

“ก็ด้วย”

 

“รักเธอไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมถึง..

 

“ถ้าเปลี่ยนจากฉันเป็นไอ้ชานยอลที่ทำอย่างนั้นคงไม่มีใครตราหน้าว่าเป็นคนเลวหรอกเชื่อไหมล่ะ”

 

“พวกเค้าเป็นคู่หมายกัน ถ้าจะทำอะไรแบบนั้นคง...เป็นเรื่องปกติ”

 

“จะเป็นหรือไม่เป็นคู่หมายถ้าขึ้นชื่อว่าปาร์คชานยอลแล้ว ชองซอรินยอมทั้งนั้น”

 

“ผมคิดว่าเพราะทุกคนรู้ว่าชานยอลจะไม่มีวันทำนิสัยแบบนั้นมากกว่า ชานยอลเป็นสุภาพบุรุษ ไม่รังแกคนที่อ่อนแอกว่าหรอก ออกจะปกป้องด้วยซ้ำ เขาไว้ใจได้” คนฟังหัวเราะขำในลำคอเหมือนเพิ่งได้ยินเรื่องตลก

 

“นายคบกับหมอนั่นนานเท่าไหร่แล้ว”

 

“คุณรู้?!

 

“ตอนแรกก็ไม่ได้มั่นใจ แต่ตอนนี้คิดว่าชัวร์” แบคฮยอนกัดตะเกียบพลางใช้ตาใสๆจ้องอีกฝ่าย “ไม่รู้ว่าเวลาทำให้คนเปลี่ยนไป หรือรสนิยมไอ้ชานยอลมันเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรกกันแน่”

 

“ว่าผมหรอ”

 

“ฉันไม่ได้รู้จักนายมากพอที่จะวิจารณ์ได้ แต่ฉันจะพูดในฐานะที่เคยเป็นเพื่อนกับหมอนั่นมาตั้งแต่จำความได้ ชานยอลมันชอบคนฉลาด พึ่งตัวเองได้ ไม่งี่เง่าหรือทำตัวไร้เหตุผลเป็นเด็กๆ ถ้าชอบตัวเองได้มันก็คงทำไปแล้ว แต่ว่าบังเอิญโลกใบนี้มีชองซอรินไงล่ะ ถึงปากจะบอกว่าคิดแค่เพื่อนแต่สเป็คที่ตรงใจสองคนนั้นก็คือกันและกัน”

 

 

“ถึงได้แปลกใจที่หมอนั่นเลิกซอรินแล้วมาคบนาย”

 

 

“ไม่ได้ว่านายไม่ดี แต่กำลังคิดอยู่ว่านายมีตรงไหนที่เหนือกว่าชองซอรินบ้าง หมอนั่นถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ”

 

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”

 

“ไม่เอาน่า อย่าเพิ่งทำเสียงอ่อนสิ ฉันไม่ได้อยากยุให้นายคิดมาก แค่สงสัยจริงๆ”

 

“อืม”

 

 

“เล่าต่อสิ ผมอยากฟังเรื่องพวกเค้า” แบคฮยอนรู้สึกว่ารสชาติอาหารแย่ลง จืดชืด และไม่อร่อยเหมือนตอนแรกที่ยัดเข้าปากไม่หยุดแม้ว่ามันยังคงร้อนอยู่ เขาเคี้ยวมันช้าลงขณะฟังเรื่องเล่าจากปากแอล ไม่ได้มีอะไรเหนือความคาดหมายไปมาก เรื่องเล่าในอดีตก็เกี่ยวกับเรื่องราวความสนิทกัน รู้ใจกันของทั้งคู่อย่างที่เคยได้ฟังๆมา แต่ไม่ว่าจะฟังเท่าไหร่ ฟังจากใครแบคฮยอนก็ไม่ชินกับเรื่องนี้ซักที

 

“ถ้าจะคบหมอนั่นนายก็ต้องยอมรับเรื่องนี้ให้ได้ ต่อให้รักกันปานจะกลืนกินแค่ไหนไอ้ชานยอลก็ยังมีชองซอรินเป็นเหมือนอวัยวะที่สามสิบสามของมันอยู่ดี ฉันเชื่ออย่างนั้น”

 

“แล้วคุณล่ะ ตอนนี้ยังชอบเธออยู่มั้ย”

 

“ซอรินเป็นรักแรกของฉัน ไม่มีวันลืมได้” แอลดันแก้วไอศกรีมที่พนักงานเพิ่งเอามาเสิร์ฟไปตรงหน้าแบคฮยอน “แต่ความรู้สึกทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว สามปีกว่าๆมานี้ฉันได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างโดยเฉพาะการรักตัวเอง”

 

“เมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้หรอ”

 

แอลยิ้มพลางส่ายหน้าช้าๆ

 

“เมื่อก่อนเคยเป็นบ้ากับเรื่องความรักจนน่าสมเพช ตอนนี้ไม่แล้ว แต่สำหรับใครบางคนก็ไม่แน่..ยังไม่เคยก็อยากให้มันได้ลองลิ้มรสชาติพิษรักกับคนอื่นดูบ้างว่าเป็นยังไง”

 

 

จะขมปร่าแค่ไหนรอดูกัน

 

 


 

 



 

ครืด..ครืด

 

 

แรงสั่นสะเทือนในกระเป๋ากางเกงสแล็คบอกให้รู้ว่ามีแจ้งเตือนเข้ามาในโทรศัพท์มือถือ แต่ไหนแต่ไรปาร์คชานยอลไม่เคยใส่ใจสิ่งอื่นใดในเวลาเรียนนอกจากอาจารย์ผู้สอน โปรเจคเตอร์หน้าคลาส  และความรู้บนไวท์บอร์ดเท่านั้น

 

เขาเป็นคนที่ค่อนข้างมีสมาธิอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานๆ มีความจริงจังต่อสิ่งที่ทำเสมอแต่ไม่รู้ว่าวันนี้นึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรถึงได้ตัดสินใจล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาหลังจากเจ้าเครื่องนั้นมันได้หยุดสั่นไปซักครู่แล้ว ทั้งนี้อาจเพราะว่าก่อนหน้านี้มันได้สั่นมาแล้วหลายรอบ และชานยอลก็คิดว่าอาจจะเป็นแบคฮยอนที่ส่งอะไรติ๊งต๊องมาให้อีกเลยหยิบมันขึ้นมาดูหน่อย

 

คิดว่ามันอาจจะช่วยคลายเครียดให้กับวิชาน่าเบื่อที่ทำให้เพื่อนหลายคนฟุบหน้าหลับกันเป็นแถว บางคนก็หยิบมือถือขึ้นมาไถเล่นกันถ้วนหน้าแบบไม่เกรงใจอาจารย์ผู้ชายที่ใส่แว่นหนาเตอะ นั่งอ่านสไลค์ให้ฟังทีละบรรทัดนั่นเลยซึ่งชานยอลก็ไม่ต่างกัน ถึงจะนั่งหลังตรงหน้ามองไปที่โปรเจคเตอร์ตลอด ก็ใช่ว่าเขาจะไม่รู้สึกเบื่อวิธีการสอนแบบนี้

 

 

ปึง!

 

 

ชานยอลเผลอทุบกำปั้นลงบนโต๊ะเลคเชอร์หลังจากเปิดดูข้อความจากเบอร์แปลกที่ส่งเข้ามา มันดังพอให้เพื่อนที่นั่งอยู่บริเวณใกล้ๆพากันหันมามองด้วยความตกใจ โดยเฉพาะจงอินและคริสที่นั่งกึ่งหลับกึ่งตื่นขนาบข้างเขาอยู่ ทั้งคู่สะดุ้งพลางพร้อมใจเหลียวมองเพื่อนอย่างงุนงง

 

“เป็นไรวะ” คนถูกถามทำหน้าดุดันซะจนเพื่อนรับรู้ได้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่สบอารมณ์เกิดขึ้นแน่ๆ มือใหญ่ข้างหนึ่งบีบโทรศัพท์ไว้แน่น ส่วนอีกข้างยังคงถือหมัดค้างอยู่บนโต๊ะ ตวัดสายตามองกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นที่ไม่สนิทกันแต่ดูสนใจเรื่องเขามากเหลือเกินอย่างไม่ไว้หน้า ไม่สนมารยาทใดๆทั้งสิ้นสำหรับอารมณ์ตอนนี้

 

“ใครเหยียบหางรึไง ดูทำหน้าตุ่บ!” ชานยอลโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะคิมจงอินทำเอาคนผิวแทนต้องหุบปากฉับ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนจะได้ขมวดคิ้วยุ่งไม่แพ้กัน

 

เด็กนายน่ารักน่าหยิกชะมัดเลยชานยอลเพื่อนรัก

 

“จะอ่านออกเสียงทำไม” ชานยอลถลึงตาใส่เพื่อนอย่างหงุดหงิด

 

“แบคฮยอนไปอยู่กับมันได้ไงวะ”

 

“อยู่ได้ยังไงไม่รู้ ที่รู้คือตอนนี้มันกำลังล้ำเส้นฉันอยู่” แทนที่จะรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่คิดไว้ชานยอลกลับต้องมานั่งหัวเสียกับข้อความบ้าๆที่มีรูปแนบมาด้วยถึงสองรูป

 

รูปแรกเป็นรูปแอบถ่ายตอนแบคฮยอนกำลังนั่งก้มหน้าตักไอศกรีมกินจนเลอะปาก ส่วนรูปที่สองคือรูปเซลฟี่ของทั้งคู่ ซึ่งคนถ่ายทำหน้ากวนประสาทมองกล้อง ขณะที่แบคฮยอนยกมือขึ้นมาปิดครึ่งหน้าไว้ แต่คิดหรอว่าชานยอลจะจำไม่ได้ ต่อให้ปิดทั้งหน้าชานยอลก็ยังจำได้ และจำได้ดีมากด้วยถึงได้หัวเสียอยู่นี่ไงล่ะ

 

 “หมอนั่นคงรู้แล้วว่านายกับแบคฮยอนเป็นอะไรกัน”

 

“คงกะปั่นหัวฉันด้วยการใช้แบคฮยอนเป็นเครื่องมือ”

 

“เพราะงั้นนายห้ามดิ้นตามเกมส์ของหมอนั่น ถ้าเราเฉยเดี๋ยวก็หยุดเอะ..เฮ้ย! ไอ้คุณชาย!” คนตัวสูงลุกพรวดพราดขึ้นทั้งที่จงอินกำลังพยายามพูดปาวๆให้ฟังอยู่ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวออกไปไหนก็ถูกมือหยาบของเพื่อนคนเดิมดึงแขนให้นั่งลงที่เดิมเสียก่อน

 

“จะไปไหน ตอนห้าโมงมีควิซและเรายังต้องเรียนต่อถึงสองทุ่ม!

 

“ฉันจะปะ..

 

“ให้ตาย รู้ว่ามันกำลังปั่นหัวก็ยังจะดิ้นตามมันนี่โง่หรือบ้าถามจริง สตินายหายไปไหนหมด หึงจนหูพร่าตามัวเลยรึไง ฉันล่ะเชื่อเลยจริงๆว่าความรักทำให้คนเปลี่ยนไปได้”

 

“มันยังไม่เกิดขึ้นกับนายก็พูดได้สิ แอลมันไม่ได้แค้นนายเหมือนที่แค้นฉัน ฉันรู้ว่ามันแค่อยากกวนประสาทแต่ใครจะรับประกันความปลอดภัยของแบคฮยอนได้ว่าหมอนั่นจะไม่ทำอะไร”

 

“แต่ฉันไม่คิดว่าแอลจะทำผิดซ้ำสอง”

 

“เชื่อในตัวมันมากไปแล้วจงอิน เกือบสี่ปีที่แล้วที่มันเคยก่อเรื่องไว้อย่าบอกว่านายลืม” ชานยอลกลอกตาไปทางซอรินที่นั่งอยู่แถวหน้ากับเพื่อนผู้หญิง ถัดจากที่พวกเขานั่งกันอยู่ไปประมาณสามแถว

 

“ก็ใช่ ไม่เคยลืม แต่หมอนั่นก็ไม่ใช่คนชั่วช้าขนาดนั้น อย่างน้อยเราก็เคยเป็นเพื่อนกัน”

 

“แค่เคย”

 

“เฮ้อ..

 

“บอกแล้วไงว่าอย่าพยายามพูดให้ฉันกับมันกลับมาดีกัน”

 

“คุณชายปาร์คชานยอลโหมดดาร์กนี่น่ากลัวจริงๆ”

 

“ผิดก็คือผิด ถ้ามันคิดจะกลับตัวมันคงทำไปนานแล้ว ไม่กลับมาทำลอยหน้าลอยตากวนประสาทฉันอย่างนี้อีกหรอก”

 

“เออๆ ไม่เถียงแล้ว อยากทำไรก็ทำ” จงอินส่ายหัว ชานยอลเป็นพวกยอมหักแต่ไม่ยอมงอ อยู่แต่ในกรอบ ผิดคือผิด ถูกคือถูกจนบางครั้งก็ตึงมากไปจนน่าเป็นห่วง

 

ความผิดของอดีตเพื่อนรักคนนั้นจงอินก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยทำไมจะไม่รู้สึกอะไร แต่บางครั้งแค่คิดว่าเรื่องมันผ่านมานานแล้ว ก็น่าจะให้มันผ่านไปไม่ต้องขุดเอามาให้เป็นปัญหากันอีก  ไม่ปฏิเสธว่าเคยคิดสงสารเพื่อนอีกคนอยู่บ้างที่ต้องออกจากกลุ่มไปทั้งที่พวกเขายังอยู่ด้วยกันถึงสามคน แต่รายนั้นใช่ว่าร้ายน้อยกว่าที่ไหน เอาแต่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่แบบนี้ไงเรื่องมันถึงไม่จบจริงๆซักที

 

“เนี่ยแหละนะ มีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วก็หึงหวงไม่ไว้หน้าใคร” จงอินจงใจพูดลอยๆใส่ ตอนชานยอลกำลังลุกจากที่นั่ง “การศึกษงศึกษาไม่สนใจ เขาได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆครับทะ.. โป้ก!” ชานยอลเอาโทรศัพท์เคาะหัวเพื่อนพร้อมถลึงตาโตๆใส่อย่างอดไม่ได้

 

“ฉันแค่จะออกไปโทรศัพท์ไม่ได้จะตามไปฆ่ามัน คนที่ต้องตั้งสติน่ะคือนายต่างหาก จะบอกหลายทีแล้วไม่ยอมฟัง ไอ้นิสัยชอบโวยวายไปก่อนน่ะคุ้นๆนะ

 

 


 

 

 


 

 

“มีอะไรหรอ ทำไมหน้าบูด”

 

แบคฮยอนส่ายหัวแทนคำว่า ไม่มีอะไรให้คนที่เพิ่งไปเข้าห้องน้ำมา ทำปากอูดหน้างุ้มงอเหมือนโดนใครขัดใจชัดเจนจนคนมองนั่งขำเบาๆอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ “คิดเงินเถอะฮะ ผมต้องกลับบ้านแล้ว”

 

“ไหนว่าไม่รีบ จะรอกลับพร้อมแฟนนายตอนค่ำไม่ใช่หรอ”

 

“ไม่แล้ว ผมต้องกลับเลย” บอกพลางถอนหายใจอย่างเซ็งๆ เมื่อกี้ชานยอลเพิ่งโทรมาหา ถามซอกแซกจนตอบไม่ถูก โดยเฉพาะไอ้คำถามที่ว่าอยู่กับใครเนี่ย แบคฮยอนแถจนสีข้างเกือบถลอก ดีที่มีชื่อจงแดให้อ้าง ไม่รู้อีกฝ่ายเชื่อมั้ย ไม่ได้สนใจเพราะกำลังงอนเรื่องที่ถูกสั่งให้กลับบ้านก่อนโดยไม่ต้องรอกลับพร้อมกันอยู่

 

ไม่ได้เจอกันเกือบสองวันเต็มแล้วยังมาทำเสียงโหดใส่อีก อย่าเรียกว่าคุยเลย โทรมาดุพร้อมออกคำสั่งให้กลับบ้านมากกว่า แบคฮยอนล่ะขนลุก ทะแม่งๆว่าชานยอลจะรู้เรื่องที่เขาแอบมากินข้าวกับคู่อริเก่าเลยต้องรีบรับปากว่าง่ายไปก่อน ทั้งที่ในใจต่อต้านทุกคำพูด

 

เขาอยากกลับพร้อมชานยอล!

 

อยากเจอหน้า อยากงอแงใส่เยอะๆ

 

คิดถึงเป็นบ้า จะรู้บ้างหรือเปล่า

 

 

“ถ้างั้นเช็คบิลเลยนะ”

 

“อื้อ”

 

“คนอุตส่าห์พามาเลี้ยงข้าวพูดให้มันเพราะๆหน่อยสิ”

 

“ครับ”

 

“ค่อยฟังรื่นหูหน่อย จะเรียกฉันว่าพี่ก็ได้นะ ไม่รังเกียจ”

 

“ไม่ดีมั้ง แฮร่”

 

“ดีสิ แต่เอาเถอะ อยากเรียกยังไงก็เรียกแล้วกัน” แอลลุกขึ้นพร้อมพยักพเยิดให้แบคฮยอนลุกตามมาเพราะต้องไปคิดเงินหน้าเคาน์เตอร์ใกล้ทางออกของร้าน ระหว่างที่เจ้ามือเลี้ยงข้าวกำลังยืนคิดเงินอยู่ ตาคู่เล็กเหลือบไปเจอร่างสูงสง่าของใครบางคนกำลังจะเดินเข้ามาในร้านพอดี  

 

“คุณนัม!” แบคฮยอนร้องทักทันทีที่ประตูกระจกเลื่อนเปิดออกอัตโนมัติ ตามด้วยร่างสูงของเพื่อนนักกีฬาที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานเนื่องจากช่วงหลังมานี้ไม่มีแข่ง

 

“อ้าว แบคฮยอน”

 

“บังเอิญเจอกันอีกแล้ว”

 

“นั่นสิ มาทานข้าวที่นี่หรอ”

 

“ใช่ แต่กำลังจะกลับแล้ว คุณนัมกำลังจะมากินหรอ”

 

“เปล่า พี่เขยเป็นเชฟอยู่ที่นี่น่ะ พอดีแวะเอาของเข้ามาให้” ชูถุงกระดาษในมือให้แบคฮยอนดู คนตัวเล็กพยักหน้าแล้วยิ้มแฉ่งสดใสให้จนนัมจูฮยอกต้องรีบยิ้มตอบ

 

“เรียบร้อยแล้ว ป่ะ” แอลหมุนตัวกลับมาหา ก่อนจะเลิกคิ้วแปลกใจกับเด็กหนุ่มตัวสูงที่ยืนส่งยิ้มให้กับแบคฮยอน ท่าทางสนิทสนมกัน “เพื่อนหรอ”

 

“ใช่ๆ นี่นัมจูฮยอกเพื่อนนักวิ่งของผมเอง ส่วนคุณนัม นี่พี่แอลนะ” ทั้งคู่แค่ค้อมหัวให้กันเพียงนิดเดียวเท่านั้น ไม่ได้ส่งยิ้มหรือพูดคุยใดๆต่อกัน

 

“เดี๋ยวคงต้องกลับแล้วนะ”

 

“ได้คุยกันแปปเดียวน่าเสียดายจัง ว่าแต่จะไม่เปลี่ยนใจไปทำงานพาทไทม์ที่ร้านกาแฟพี่สาวฉันจริงๆใช่มั้ย ตอนนี้คนยังขาดอยู่นะ บอกตรงๆว่าอยากให้เปลี่ยนใจ เราจะได้เจอกันบ่อยๆ”

 

“อ๋า เรื่องนั้น” แบคฮยอนเกาหัวแกร่กๆ ที่ไปทำไม่ได้เพราะอะไรรู้ดีแก่ใจ แต่จะให้บอกตรงๆก็ดูยังไงอยู่ ตอนนั้นแบคฮยอนบอกนัมจูฮยอกแค่ว่าไม่สะดวกทำแล้ว มันผ่านมานานพอสมควร นึกว่าที่ร้านหาคนมาทำได้แล้วซะอีก

 

“งานพาทไทม์หรอ” แอลถาม

 

“งืม แต่ผมไปทำไมได้อ่ะ ไม่ค่อยสะดวก”

 

“ทำหน้าเสียดายแบบนี้ที่จริงอยากทำล่ะสินะ” แบคฮยอนกัดปากแล้วพยักหน้ารับความจริง จนถึงตอนนี้เขายังนึกอยากทำอยู่ อยากหาเงินใช้เองแบบที่คยองซูทำบ้าง แล้วช่วงนี้ตอนเย็นก็พักซ้อมกีฬาอยู่มันเลยยิ่งว่างน่าเบื่อเข้าไปใหญ่

 

“ไม่สะดวกอะไร ยายนายไม่ให้ทำหรือ?

 

“เปล่า ผมยังไม่เคยขอคุณท่านเลย เคยขอแค่” ช้อนตาใสๆตอบคำถามแอลแบบละไว้ในฐานที่คนฟังน่าจะเข้าใจ คนอายุมากกว่าสบตานิ่งอยู่ครู่นึงก่อนจะร้องอ่อ..เบาๆออกมา “ผมเคยขอเขา แต่พอไม่อนุมัติก็เลย

 

“กลัวทำไมล่ะ ยิ่งนายเอาแต่ทำตามใจมันทุกเรื่องแบบนี้ยิ่งจะกลายเป็นของตาย ขัดใจมันบ้างจะได้ไม่น่าเบื่อ”

 

“จะดีหรอ ต้องโดนดุแน่ๆอ่ะ”

 

“ชีวิตนายเป็นของใครกันแน่ เป็นของตัวเองหรือเป็นของมัน”

 

….

 

“ไม่ได้ไปทำเรื่องไม่ดีนี่ ทำงานเก็บเงินไม่ต้องเป็นภาระใคร น่าชื่นชมออก แต่ถ้ากลัวมันมากก็อย่าให้รู้สิ เป็นฉันฉันก็จะทำแบบนั้น”

 

“จริงหรอ”

 

“ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ อย่ายึดติดกับคนอย่างหมอนั่นมากนักเลย เดี๋ยวมันจะคิดว่าตัวเองวิเศษกว่าคนอื่น”

 

 


 

 



 

เวลาสองทุ่มครึ่งโดยประมาณ กลุ่มโปรเจคของชานยอลที่อาจารย์สุ่มให้ ออกจากคลาสเป็นกลุ่มสุดท้ายเพราะได้คุยงานเป็นคิวท้ายสุด ชานยอลไม่รู้ว่าชาติที่แล้วตัวเองทำบุญหรือทำกรรมร่วมกับคิมจงอินมา ขนาดอาจารย์ใช้วิธีแรนด้อมจับกลุ่มให้เขาถึงยังไม่แคล้วได้อยู่ทีมเดียวกับคิมจงอิน  

 

แต่ก็ดีเหมือนกันที่มีเพื่อนสนิทอยู่ด้วย ตอนกลับบ้านหรือตอนนัดทำงานจะได้รู้สึกผ่อนคลายกว่าทำงานกับคนที่ไม่สนิททั้งหมด

 

พวกเขากำลังจะเดินไปหารถที่ลานจอดด้านหลังตึกคณะ แต่ทว่าเสียงคล้ายคนมีปากเสียงกันดังมาจากมุมไหนซักแห่งของตึกทำให้ทั้งคู่ต้องชะงักฝีเท้าพร้อมกัน

 

“เสียงเหมือนซอริน” ชานยอลพยักหน้าเห็นด้วย “อีกเสียงเหมือน...

 

“แอล”  ชานยอลเหวี่ยงกระเป๋าเป้ไปด้านหลังก่อนจะก้าวยาวๆไปตามทิศทางของเสียงอย่างไม่มีลังเล คิมจงอินก็เช่นกัน

 

 

ปล่อยนะแอล!’

 

คิดว่าตัวเองเป็นนางฟ้าจริงๆงั้นสิถึงเล่นตัวอยู่ได้

 

นายมัน…’

 


 

พลั่ก!!!

 

มาถึงชานยอลก็พุ่งเข้าใส่แอลทันที เขาผลักไหล่เพื่อนเก่าแรงจนร่างอีกฝ่ายกระเด็นไปกระแทกเสาต้นใหญ่ ตั้งท่าจะพุ่งเข้าไปซ้ำอีกแต่ซอรินและจงอินช่วยรั้งแขนคนละข้างไว้ทัน

 

 

“ไอ้หน้าตัวเมีย”

 

“ไม่คิดจะออมแรงให้กันซักนิดเลยหรอเพื่อนรัก” แอลเดินแค่นยิ้มเข้ามาหาอย่างไม่เกรงกลัว จัดปกเสื้อตัวเองให้กลับเข้าที่เข้าทาง ไม่มีทีท่าว่าจะสะทกสะท้านต่อสีหน้าเกรี้ยวกราดของชานยอลสักนิด

 

“คิดจะทำอะไรซอรินอีก”

 

“ฉันแค่แวะมาทักทายอดีตคนเคยรักนิดเดียว นายคิดไปถึงไหน”

 

“ไม่ต้องมาทักทายใครทั้งนั้น ไม่มีใครต้อนรับนาย”  ชานยอลมองรอยนิ้วแดงๆบนแขนของซอรินแล้วค่อยๆหลับตาลงเพื่อระงับความโกรธไว้ “นายควรจะรู้ตัวนับตั้งแต่วันนั้นแล้วว่าไม่ควรแตะต้องตัวเธออีก”

 

“จับแขนนิดเดียวทำจะเป็นจะตายกันไปได้” แอลทำหน้าราวกับเหม็นสาบอะไรซักอย่าง “คนพี่ก็หวง คนน้องก็จะเอา โลภจริงๆ”

 

“อย่าหาเรื่อง” ชานยอลสะบัดมือจงอินและซอรินออก ขยับเท้าเดินเข้าไปประจันหน้ากับเพื่อนเก่าใกล้ๆ “อยู่ห่างๆซอริน และอย่ายุ่งกับแบคฮยอน”

 

“อืม...เผลอยุ่งไปแล้วสิทำไงดีล่ะ ตอนแรกก็สงสัยในรสนิยมใหม่ของนายนะ แต่พอได้อยู่ใกล้ๆ ได้เห็นไอ้ท่าทางไร้เดียงสา ซื่อในแบบเด็กๆนั่นก็เริ่มคิดว่าน่าสนใจใช่หยอก คงหลงเพราะแบบนั้นสิท่า”

 

….

 

“ฮ่ะๆ แต่โอเค จะหยวนๆให้ในฐานะที่เคยเป็นเพื่อนรักกันมาแล้วกัน จะให้โอกาสนายเลือกว่าจะให้ฉันเลิกยุ่งกับใคร ระหว่าง” แอลปรายตามองซอรินนิดๆ “เธอ กับเด็กคนนั้น”

 

“ต้องการอะไร ไม่เคยมีสำนึกเลยใช่มั้ย อิจฉาฉันงั้นสิที่ได้ทุกอย่างในขณะที่นายไม่ได้”

 

“ฉันยอมรับว่ามันเคยมีความรู้สึกนั้น แต่มาจนวันนี้มันหายไปหมดแล้ว เหลืออยู่อย่างเดียวที่ยังติดค้างอยู่ในใจ”

 

….

 

“ความสะใจ บอกตรงๆว่าฉันทำเพื่อสิ่งนี้สิ่งเดียว”

 

“ชีวิตคงว่างมากสินะ”

 

“ฉันมีเวลาให้นายเสมอชานยอล” ทั้งคู่ขยับเข้าใกล้กันอีก สายตามองกันอย่างไม่มีลดละ “ทำให้นายหัวปั่นจนอกแตกตายได้มันน่าสนุกสุดๆแล้ว”

 

“ปัญญาอ่อน”

 

“อุ่ย..แรงนี่”

 

“การคิดจะเอาชนะคนอื่นด้วยวิธีสกปรก ดึงคนนอกเข้ามาข้องเกี่ยวเค้าเรียกพวกแพ้แล้วพาล แต่อย่างนายเรียกว่าพวกหมาลอบกัดไม่แน่จริงน่าจะเหมาะกว่า”

 

แอลหัวเราะ

 

“เราแข่งกันมากี่ครั้งแล้วชานยอล ต่างคนก็ต่างถึงลิมิตสูงสุดที่คนเค้าตั้งไว้ ไม่มีแพ้ไม่มีชนะ ถึงบอกไงว่าครั้งนี้ฉันทำไปเพื่อความสะใจล้วนๆ แพ้ชนะไม่สน”

 

….

 

“ช่วยไม่ได้ที่นายทำตัวน่าหมั่นไส้เกินไป ถือซะว่าฉันเป็นตัวแทนของคนครึ่งค่อนสังคมที่เค้าหมั่นไส้นายแต่ทำอะไรไม่ได้แล้วกันนะ”

 

“ฉันจะไม่ทำตัวเห่าหอนคนอื่นไปทั่วเหมือนอย่างนาย แต่จะขอเตือนไว้ตรงนี้เลย” ชานยอลยื่นหน้าเข้าไปพูดเสียงรอดไรฟันข้างๆหูของเพื่อนเก่า “ถ้าทำให้แบคฮยอนเป็นอันตรายแม้แต่นิดเดียวได้เจอฉันมากกว่าเรื่องซอรินครั้งนั้นแน่”

 

 




#ficmysscb
















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 318 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5057 kuntajira38 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 20:17
    เอาซิ๊! อย่ามาแหยมกับเด็กพ่ออ!
    #5,057
    0
  2. #4972 IPINOCKIO (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 11:24
    แอลดูแบบมาดีมาร้ายมั่กๆ ทำไปเพราะความสะใจล้วนๆ อย่าทำอะไรน้องแบคเลย น้องแบคน่ารักนะ
    #4,972
    0
  3. #4752 KAMSNW (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 19:04
    กลัวใจแอลว่าจะทำอะไรน้องงง ฮือออออ แต่แบบ แอลเท่อ่ะ คือแบบ 5555 ชอบบบ
    #4,752
    0
  4. #4694 Eavv3 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 02:28
    ไม่เอาแอลได้มั้ยยยยยยยย
    #4,694
    0
  5. #4664 areenachesani (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 15:14
    แอลมาก็น่าสนุกไปอีกแบบนาา // โดนชานยอลตบ555
    #4,664
    0
  6. #4642 nsjcbw. (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 14:12
    แบคอย่าไปเชื่อแอลนะ คนที่ดีกับแบคตลอดคือพี่ชานนะ ฮือออ
    #4,642
    0
  7. #4610 pparkminhoo (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 13:43
    แอลอย่ามายุ่งกับแบคนะ
    #4,610
    0
  8. #4536 geejajaa (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 10:08
    แบคฮยอนนนน อย่าโดนเป่าหูง่ายๆสิจงคืดไง้ง่าขานยอลหวังดีเสมอลองไปขอใหม่อีกครั้งใหม่
    #4,536
    0
  9. #4445 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 14:11
    เอาจริงก็ไม่ชอบที่พี่ชานปกป้องซอรินขนาดนั้นอ่ะ เพื่อนคนอื่นๆก็มีนะ แต่ทำไมทุกเรื่องต้องให้พี่ชานจัดการตลอด? ไม่ได้อะไรนะ แต่อดคิดไม่ได้อ่ะ แล้วแบคก็อย่าไปเชื่อคนง่ายขนาดนั้นน
    #4,445
    0
  10. #4271 11507416p (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 12:42
    เริ่มมาล่ะๆๆ เอาใจช่วยนะพี่ชานน
    #4,271
    0
  11. #4192 pcy921 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 14:37
    ชานยอลต้องปกป้องซอรินไปตลอดชีวิตไหมอะ อันนี้สงสัยจริงๆไม่ได้กวนนะ
    #4,192
    0
  12. #4099 pim pimmi (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 11:00
    อู๊ยยยยยย
    #4,099
    0
  13. #4020 Linseyyy13 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 19:14
    โอ๊ยยย อย่าทำอะไรแบคฮยอนนะ
    แอลท่าทางจะแค้นไม่เลิกอ่ะ
    #4,020
    0
  14. #3960 Chopoom94 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 15:01
    แอลนี่ด่านพิสูจน์หัวใจป่าวอ่ะ โครตร้ายยย ใจเย็นพี่ปาร์ค ว่าละเราอ่านลัด 5555 ทะแม่งๆ กลับไปอ่านแปบ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 มกราคม 2560 / 15:17
    #3,960
    0
  15. #3896 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 00:00
    แอลนี้จะยุเด็กดื้อทำไหมมมม
    #3,896
    0
  16. #3845 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 10:13
    โอ้ยยยยย เหนื่อยใจอ่ะ ทำไมแอลต้องมาเสี้ยมแบคให้ขัดใจคุณชายด้วยล่ะ.. แล้วนั่นถ้าแบคไปทำงานพิเศษนะ บ้านแตกแน่ๆ เดี๋ยวมีทะเลาะกันอีกอ่ะ
    #3,845
    0
  17. #3777 ONPCY. (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 07:10
    แอลก็ดูไม่มีอะไรนะแต่ทำไมชอบมายุ่งแล้วก็เสี้ยมให้ชานยอลโมโหอ่ะ แค้นอะไรเบอร์นั้นนนน แบคก็เหมือนกัน ดีนะแอลไม่วางยาใส่ไอติมอ่ะ
    #3,777
    0
  18. #3739 January (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 13:57
    อย่าเสี้ยมค่ะ แบคเรายิ่งซื่อๆอยู่

    อย่าดื้อ ไม่เชื่อฟังพี่เค้านะลูกกกก

    #3,739
    0
  19. #3723 phaibbh (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 17:10
    แบคนี้แม่ง
    #3,723
    1
  20. #3717 XMCB_BB (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 14:24
    ชิบหาย แบคอย่าไปเชื่อแอลให้มากเกินไปเซ่ กลุ้มมมมม 
    #3,717
    0
  21. #3637 hunhun (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 03:05
    โอ่ยตายแบคจะรอดมั้ยนั่น แอลก็รู้จุดอ่อนของแบคอีกงานงอกค่ะๆๆ
    #3,637
    0
  22. #3528 joylnr (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 22:54
    แอลจะทำไรวะะะะะ แบคเด็กน้อย ทำไมเชื่อคนง่ายแบบนี้
    #3,528
    0
  23. #3455 PuiPui--r (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 18:04
    สมน้ำหน้าชานยอลหัวปั่นประสาทกินไปซะ ยัยหัวสูงซอรินน่ะรักมากมั้ยห่วงมากมั้ยจะให้ดีอย่าเลิกกันเลยอยู่ดูแลกันจนตายเถอะ #แอลแบค #เซฮุนแบค #จงอินแบค ใครก็ได้ที่ไม่ใช่อิพี่ชานรำคาญฮีมากกกก
    #3,455
    0
  24. #3096 Jammie-Lee (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 03:55
    แอลอย่ายั่วโมโหครับๆ ใจร่มๆ
    #3,096
    0
  25. #2693 GKam_ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 23:45
    แอลดีออกชานยอลจะทำไรร
    #2,693
    0