You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 3 : Shining II :: naughty child

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 517 ครั้ง
    7 มี.ค. 59



Shining II.

 

 

 

 





 



“แบคฮยอน!

 

 

            เสียงเรียกและแรงแกล้งผลักจากด้านหลังไม่ได้ทำให้เจ้าของชื่อสะดุ้งเลยสักนิด หนำซ้ำยังไม่ยอมหันหน้ามาสนใจกันอีก ทำเอาคนตั้งใจเข้ามาแกล้งหมดสนุก  ห่อปากพร้อมงอแงเพื่อนเต็มกำลัง แต่ก็ทำได้แค่คิดแหละ งอแงแบคฮยอนทีไรต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้กลับมาเองทุกที

 

 

            “ดูอะไรอยู่  ไม่หันมาสนใจกันมั่ง”

 

 

            “กำลังใช้ความคิด”

 

           

            “ซีเรียสขนาดนั้นเชียว?

 

 

            “ก็ยังเลือกไม่ได้อะ เซฮุนเลือกได้แล้วเหรอ” เซฮุนรับกระดาษในมือแบคฮยอนมาพลิกดูสองสามทีก่อนจะส่งคืนให้เจ้าของเหมือนเดิม ข้อมูลในเอกสารนี่เขาไม่จำเป็นต้องดูหรอก แค่รายชื่อชมรมน่าเบื่อ  อย่างเขาน่ะมีชมรมให้อยู่ตั้งแต่ยังไม่เปิดภาคเรียนแล้วด้วยซ้ำ

 

           

            “ไม่คิดว่าจะต้องเลือกนะ ยังไงก็ได้ไปอยู่กับพี่ชานยอลอยู่แล้ว”

 

 

            “ชานยอลหรอ”

 

 

            “อือ แล้วแบคฮยอนล่ะสนใจชมรมไหน” คนถูกถามได้แค่เคาะนิ้วลงบนโต๊ะหินอ่อนหน้าตึกคณะที่นั่งกันอยู่สองคนกับเซฮุนอย่างคิดไม่ตก แบคฮยอนคิดมาหลายวันแล้วล่ะไอ่เรื่องกิจกรรมชมรมที่บังคับให้เด็กปีหนึ่งทุกคนต้องเลือกอย่างน้อยหนึ่งชมรมน่ะ ซึ่งแบคฮยอนมั่นใจมากว่าตัวเองคงไม่เลือกเกินหนึ่งแน่ๆ ไม่ใช่ไม่ชอบกิจกรรม  กลับกันแบคฮยอนอยากทำตั้งหลายอย่างแต่ยังไม่มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ด้วยเนี่ยสิ วันๆคบกันอยู่กับเซฮุนแค่สองคน  ทั้งๆที่คณะนิติศาสตร์ของเขาน่ะมีจำนวนนักศึกษาเยอะไม่แพ้คณะไหนเลย

 

 

            “อยากเข้าหมากล้อม”

 

 

            “หมากล้อมเหรอ น่าสนนี่”

 

 

            “อยากเข้าศิลปะป้องกันตัวด้วย”

 

 

            “อาฮะ”

 

 

            “แต่ร้องเพลงก็น่าเข้าอ่า..

 

 

            “ชอบร้องเพลงเหรอ”

 

 

            “อื้ม ใครๆก็บอกว่าเราร้องเพลงเพราะ แม่ครูยังบอกเลย” เซฮุนนั่งมองแบคฮยอนพูดอย่างตั้งอกตั้งใจไม่แพ้ตอนเข้าเรียน เขารู้สึกตัวเองมีความสุขทุกครั้งที่ได้ฟังแบคฮยอนเล่าเรื่องต่างๆนาๆ  เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างแต่รวมๆแล้วมันรู้สึกสดชื่นเป็นบ้า

 

 

            “เปียโนก็น่าเข้าเหมือนกันเซฮุน เราชอบไปช่วยงานที่โบสถ์กับแม่ครูทุกวันอาทิตย์ เพราะจะได้เล่นเปียโนนี่แหละ”

 

 

            “หมู่บ้านแบคฮยอนมีเปียโนให้เล่นด้วยเหรอ”

 

 

            “เปล่าๆ ในเมืองโน่น ห่างกันตั้งไกล เฮ้อ..เราจะเลือกเข้าอันไหนดี”

 

 

            “ไม่เห็นจะยากตรงไหน เลือกอันที่ตัวเองชอบที่สุดสิครับ” มือใหญ่เอื้อมมาขยี้ผมแบคฮยอนน้อยๆ เพื่อนตัวเล็กไม่ได้ว่าอะไรเพราะเอาความสนใจทั้งหมดไปกองรวมกันในกระดาษรายชื่อชมรมเพียงแผ่นเดียวหมดแล้ว

 

 

            “ว่าแต่ชมรมที่เซฮุนเข้าต้องสนุกมากใช่ป่ะ ดูไม่เดือดร้อนเหมือนเราเลยอะ ชมรมอะไรเหรอ”

 

 

            “ก็คงสนุกล่ะมั้ง  ขี่ม้าโปโลน่ะ”

 

           

“เฮ้ยขี่ม้าเหรอ ในเอกสารนี่มีแถบสีแดงคาดทับอยู่ด้วยนึกว่ายุบชมรมไปแล้วซะอีก”

 

 

“จะยุบได้ยังไง  ขี่ม้าโปโลน่ะชมรมอันดับหนึ่งของมหาลัยเรานะ ” เป็นกีฬาที่คนในราชวงศ์สมัยก่อนนิยมเล่นกัน   ถือเป็นการเข้าสังคมอย่างหนึ่งของคนมียศศักดิ์ในสมัยนั้น  หลายคนจึงมักเรียก กีฬาเศรษฐีและผู้ดีเก่า อีกอย่างมหาลัยแห่งนี้ก็เป็นมหาลัยที่ลูกหลานคนมีระดับ  มียศถาบรรดาศักดิ์เข้าเรียนซะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นกีฬา  กิจกรรมหรือธรรมเนียมใดๆที่ยังต้องรักษาสืบต่อไว้ไม่มีทางล้มเลิกไปง่ายๆแน่   อย่างเช่นชมรมนี้เป็นต้น

 

 

“จะเข้าได้ต้องผ่านการคัดตัวก่อนและต้องมีคุณสมบัติด้วย หมายถึงต้องมีทักษะมาก่อนแล้วถึงจะสมัครได้”

 

 

“ดูเข้มอะ”

 

 

“พี่ชานยอลเป็นประธานชมรมน่ะ เข้มพอหรือเปล่า”

 

 

“หา..”  แบคฮยอนกระพริบตาปริบๆ แต่มาคิดอีกทีก็ไม่มีอะไรต้องน่าตกใจนี่นะ ก็ชานยอลเป็นลูกหลานเจ้าของมหาลัยตั้งครึ่งหนึ่ง  ส่วนอีกครึ่งก็คุณท่านของเขาไงที่ถือหุ้นอยู่ นี่ยังไม่นับธุรกิจครอบครัวกับฐานะนักการเมืองชื่อดังของพ่อชานยอลอีกนะ  ใหญ่คับบ้านคับเมือง กะอิแค่ประธานชมรมขี่ม้าโปโลอาจเรียกว่าธรรมดาก็ได้

 

 

“หมอนั่นไม่ได้อยากเป็นหรอก ถูกนักศึกษาด้วยกันล่ารายชื่อให้ยินยอมน่ะ ฮ่าๆ คนบ้าอะไรไม่รู้เกิดมาเพื่อทำได้ทุกอย่าง กีฬาก็ได้ ดนตรีก็เก่ง การเรียนไม่เคยตก ไม่อยากจะยอมรับหรอกแต่พี่ก็เก่งเกินจะปฏิเสธได้”

 

 


“แล้วเซฮุนล่ะ”

 

 

 

“ก็ต้องเก่งกว่าอยู่แล้วสิ” 

 

 

หนุ่มหล่อส่งยิ้มขี้เล่นให้เพื่อนตัวเล็กจนตาหยี วันนี้พวกเขามีเรียนแค่ภาคเช้า ตอนบ่ายจึงว่างพอที่เซฮุนจะเดินไปส่งแบคฮยอนเลือกชมรมได้  และดูเหมือนแบคฮยอนจะยังคิดไม่ตกเหมือนเดิม  เซฮุนเลยเปลี่ยนบรรยากาศพาแบคฮยอนเข้ามาในชมรมขี่ม้าโปโลด้วยกัน ซึ่งก็ยิ่งพาคนตัวเล็กคิดหนักกว่าเดิม  เพราะเห็นคนขี่ม้าเท่ๆอยู่ตรงลานกว้างนั้นแล้วก็นึกอยากเข้าชมรมนี้ขึ้นมาอีก

 

 

แต่ก็เหมือนจะไกลตัวเกินไป

 

 

เขาเคยขี่แค่ม้าแคระตอนพ่อเฒ่าพาไปเที่ยว ครั้นจะมาควบม้าตัวสูงใหญ่อย่างมืออาชีพพร้อมถือไม้ตีลูกกลมๆสีขาวไปด้วยก็ดูจะยากยิ่งกว่าหัดขับรถยนต์ซะอีก

 

 

 “อ่าวแบคฮยอนก็มาด้วยหรอ” 

 

 

เสียงผู้มาใหม่ทักขึ้นด้านหลังทำให้ทั้งแบคฮยอนและเซฮุนหันกลับไปมอง เจอลูกครึ่งหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมกับประธานชมรม   แบคฮยอนได้แต่นึกอิจฉาความสูงของทั้งคู่รวมถึงเพื่อนที่ยืนข้างๆนี่อีกคนด้วย ส่วนเรื่องรัศมีความหล่อที่แข่งกันแผ่ออกมาอย่างกินกันไม่ลงนั่นก็ไม่ต้องพูดถึง

 

 


“หวัดดี”

 


 

คนตัวเล็กโค้งหัวทำความเคารพรุ่นพี่ทั้งสองแล้วค่อยยกมือทักทายชานยอลด้วยรอยยิ้มเก้ๆกังๆอีกรอบ   ไม่รู้ว่าควรใช้คำทักทายแบบไหน  ถ้าใช้ทางการก็กลัวจะห่างเหินไป  ในเมื่อวันก่อนก็เพิ่งไปเดินซื้อของด้วยกันมาทั้งวัน  แต่ถ้าสนิทมากไปก็เกรงอีกคนจะว่าไม่ดีอีก  

 

 

“เซฮุนพามาเที่ยว”

 

 

“ก็ไม่คิดว่าจะมาสมัครเข้าชมรม”

 

 

ตอนแรกก็ไม่กล้าคิดนั่นแหละ   แต่พอได้ยินอย่างนี้แบคฮยอนก็เริ่มจะคิดแล้วล่ะ

 

 

“แล้วถ้าอยากสมัครล่ะ”

 

 

“ที่นี่ไม่มีระบบเส้นสาย”

 

 

“ไม่ได้บอกว่าจะใช้เส้นซักหน่อย”

 

 

“ขี่ม้าคล่องหรอ  ไม่สิ  ต้องถามว่าขี่ม้าเป็นมั้ยมากกว่า”

 

 

“ก็ไม่คิดว่ามันจะยาก” 

 

 

ชานยอลส่ายหน้าระอา  ดูแค่นี้ก็พอเดาได้แล้วว่าไม่เป็นแน่  เรื่องเชิดหน้าเถียงไม่ยอมแพ้ใครนี่เก่งนักเชียว  มันน่าให้ลองควบหลังม้าแล้วพลัดตกลงมาซักทีจริงๆ  จะได้หายซ่า

 

 

 

“ถ้าอนุญาต  ผมจะขี่ให้ดู”

 

 

ได้ไม่ได้ไม่รู้แหละ  แค่อยากลองควบม้าตัวใหญ่ดูซักครั้ง  มันจะต้องเท่มากแน่ๆ  แค่นึกภาพตอนตัวเองได้นั่งควบหลังม้าเท่ๆแววตาเด็กน้อยก็เปล่งประกายระยิบระยับขึ้นมา   ก่อนจะถูกใครบางคนดับฝันกลางอากาศ

 

 

 

ไม่อนุญาต

 

  



 

 




 

            หยิ่ง   หยิ่ง   หยิ่ง !

 

       

ในหัวของแบคฮยอนตอนนี้มันมีแต่คำๆนี้วนเวียนอยู่เต็มไปหมด  คนตัวเล็กรู้สึกเซ็งที่ต้องมานั่งนิ่งๆมองคนในชมรมขี่ม้าโปโลซ้อมๆเล่นๆกันตรงลานสนามด้านหน้าแบบตาละห้อย  แม้แต่เซฮุนกับคุณคริสก็หนีลงไปควบม้าให้เขาอิจฉาเล่นกันหมด  เหลือไว้แต่ประธานชมรมที่นั่งไขว่ห้างกดโทรศัพท์อย่างไม่ทุกข์ร้อน

 

 

โอเค  เข้าใจว่าไม่อนุญาตให้เข้าชมรม  ไม่ให้เล่น  ไม่ให้ยุ่งไม่ให้ทำตัววุ่นวาย  แต่แค่เดินไปส่งหรือเพียงเอ่ยปากอนุญาตให้แบคฮยอนเข้าไปในคอกม้าที่อยู่ใกล้ๆนี้ก็ไม่ได้เลยหรอ  ขอเข้าไปลูบตัวม้านิดเดียวก็ยังดี นั่งนิ่งมาเป็นชั่วโมงๆแบคฮยอนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ  อัฒจรรย์ที่นั่งกันอยู่นี่ก็อบอ้าวใช่เล่นเสียที่ไหน

 

 

“ชานยอล”

 

 

…..

 

 

“คุณชานยอล”

 

 

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้รู้สึกเซ็ง  ที่นั่งทั้งชั้นตรงนี้ก็มีกันอยู่แค่สองคนไม่คิดจะหันมาคุยกันบ้าง  เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์  พอแบคฮยอนชวนคุย เรียกชื่อยังไงก็แล้วไม่มีวี่แววเลยว่าจะตอบสนองแต่อย่างใด

 

 

เนี่ย   หยิ่ง!

 

 

“คุณ  สนใจกันบ้างดิ”

 

 

นี่ถ้าเป็นตอนยังอยู่ในชุมชนหน่อยไม่ได้  เรียกขนาดนี้แล้วใครไม่สนใจแบคฮยอนจะแหกปากประชดให้ลั่นเลยรับรอง  ต่อให้ต้องถูกพ่อเฒ่าดุแบคฮยอนก็จะทำเชื่อเถอะ

 

 

“เล่นอะไรอะ  น่าสนุก” คนตัวเล็กกระเถิบตัวเข้าไปชิดคนตัวสูงอย่างไม่เกรงกลัว  ซ้ำยังชะโงกหน้าเข้าไปจ้องโทรศัพท์จนคนเป็นเจ้าของต้องยกแขนขึ้นมาฟันศอกไล่กลายๆ

 

 

“ออกไป”

 

 

ทำหน้าโหดเข้าไปดิ  แบคฮยอนไม่กลัวหรอก

 

 

“เกมส์ไรอะ”

 

 

“บอกให้ออกไปห่างๆไง   หูไม่ดีหรอ”

 

 

“ก็นั่งเฉยๆไม่มีคนคุยด้วยมันเบื่ออะ”

 

 

“ไปคุยกับคนอื่น”

 

 

แบคฮยอนเบะปากให้ตอนชานยอลเหวี่ยงตัวหนีพร้อมขยับห่างออกไปอีกเป็นวา    ได้  ได้ ได้   จะประกาศศึกกันใช่มั้ย  รำคาญนักใช่มั้ย  แบคฮยอนจะยุ่งให้ถึงที่สุดเลยคอยดู

 

 

ดวงตาเรียวรีมองหาตัวช่วย  ก่อนจะยิ้มสนุกออกมาตอนเห็นพวงกุญแจรถยนต์พ่วงพร็อพเสริมด้วยหางกระรอกสีเทาอันน้อยของเซฮุน  

 

 

“เฮ่ย!!

 

 

“ฮะฮ่าๆๆๆ”

 

 

“เด็กบ้า..

 

 

ชานยอลทำหน้าเหมือนจะฆ่าคน  มือกุมหูข้างที่ถูกขนพวงกุญแจหางกระรอกแหย่อย่างโมโห  ส่วนคนกระทำนอกจากจะไม่สะเทือนความโหดของเขาแล้วยังกล้าหัวเราะจนหน้าแดงเสียงดังกลับมาอีก

 

 

“ไม่ตลกนะ”

 

 

“ตลก  หูคุณแดงมากอะ  เดี๋ยวหากระจกให้ดู ฮ่าๆๆ”

 

 

คนฟังกัดฟันดังกรึกๆอย่างระงับอารมณ์   จ้องไอ้เด็กแสบที่เล่นไม่รู้จักกาลเทศะกำลังหมุนตัวไปมามองหาอะไรซักอย่างที่คาดว่าคงไม่พ้นกระจกอย่างที่เจ้าตัวมันว่าไว้

 

 

“ถ้าว่างมากก็ไปขอคุณยายเรียนมารยาทเพิ่มซะ  คิดว่าสนิทกันมากหรอถึงกล้าทำอย่างนี้”

 

 

ชานยอลกำลังโกรธ  โกรธมากด้วย  แบคฮยอนควรรู้

 

 

“หงุดหงิดอะไรอยู่อย่าเอามาลงที่ผมสิ”

 

 

“ต้องให้บอกอีกหรอว่านายนั่นแหละตัวสร้างความหงุดหงิดน่ะ”

 

  

“คุณก็ทำผมหงุดหงิดเหมือนกันแหละน่า  พูดด้วยดีๆทำไม่สนใจ  มารยาทดีนักไม่ใช่รึไงกัน” 

 

 

“วิธีเรียกร้องความสนใจห่วยแตกสิ้นดี”

 

 

“อย่างน้อยก็ทำคุณหูแดงได้นะ  น่ารักอะ  เหมือนตัวหน้าเขียวๆ คิกคิก

 

 

ชานยอลลุกขึ้นเดินหนี  หน้าตาตอนนี้ใครเดินผ่านคงรีบหลบตาแทบไม่ทัน  มีก็แต่ลูกหมาตัวเดิมที่นอกจากไม่เคยสำนึกอะไรได้แล้วยังกล้าที่จะเดินตามตื้อเขามาอีก 

 

 

อะไรอีก   แบคฮยอนต้องการอะไรจากเขาอีก

 

  

“โอ๊ะ..!”  แบคฮยอนหน้าทิ่มหลังร่างสูงที่หยุดเดินกะทันหันไปหนึ่งทีเน้นๆ  กำลังเงยหน้าจะอ้าปากบ่นแต่เจอสายตาไม่คุ้มดีเข้าซะก่อนเลยเปลี่ยนใจหุบปากแล้วเดินตามเงียบๆแทนมั้ง

 

 

  “คุณ.. โกรธจริงหรอ”

 

 

….

 

 

“ตัวโตโกรธแล้วไม่น่ารักหรอกนะ”

 

 

….

 

  

“เฮ้ยอย่าโกรธดิ  ผมง้อใครไม่ค่อยเป็นด้วยอะ”

 

 

ปกติทำผิดก็แค่อ้อนเอาใจไว้ก่อน  แต่สำหรับชานยอลแบคฮยอนคิดๆดูแล้วไม่น่าจะอ้อนได้  ดีไม่ดีทำไปแล้วจะโดนโกรธมากกว่าเดิมหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

 

ผู้ใหญ่ชอบขี้งอน   เด็กๆเค้าเล่นกันนี่ไม่งอนกันหรอก

 

 

แต่อย่าพูดดังไป  เดี๋ยวได้ยินแล้วจะยากเข้าไปอีก

 

 

 “นี่”  มือเล็กคว้ามือใหญ่ให้หยุดเดิน

 

 

“อย่าเพิ่งไปนะ  อยู่นิ่งๆก่อนมีอะไรจะให้ดู”  ชานยอลถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายพลางสะบัดมือออกจากอีกฝ่ายแต่แบคฮยอนก็ดื้อเกินไป  มือเล็กกว่าเขาตั้งเท่านึงแต่ก็พยายามจับไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

 

 

“จะเล่นมายากลให้ดู”

 

 

ดื้อ   เป็นเด็กที่ดื้อมาก

 

 

“ขอยืมเหรียญหน่อย”

 

 

“แบคฮยอน”

 

 

“โอ๊ะ   ไม่ต้องแล้วก็ได้มีติดกระเป๋ากางเกงมาด้วยเหรียญนึง”

 

 

“ฉันบอก..”  มือเล็กยกขึ้นปิดปากคนตัวสูงไม่ให้พูด   ไม่ให้บ่น  ไม่ให้ด่าอะไรในตอนนี้ทั้งนั้น  ขณะที่มือข้างที่เหลือทำหน้าที่บังคับกุมทับมือใหญ่อีกข้างของชานยอลให้กำเหรียญไว้แน่น

 

 

“อยากให้เหรียญกลายเป็นอะไร”

 

 

 

 

“โอเค  พูดไม่ได้งั้นคิดในใจแทนนะ”  นอกจากจะไม่คิดไม่พูดใดๆตามที่ว่าแล้วปาร์คชานยอลยังเอาแต่พยายามหันหน้าหนีอุ้งมือเย็นของแบคฮยอนอีก 

 

 

“ชานยอลอย่าดื้อ”

 

 

เขามากกว่าที่ต้องพูดประโยคนี้ไม่ใช่หรือ

 

 

แล้วนี่คิดจะเล่นอะไร  คิดว่าเขาเป็นเด็กสามขวบหรือไงกัน 

 

 

“เอาล่ะๆ แปปเดียวๆ”

 

 

บอกก่อนเพ่งมองมือที่ยึดมาไว้กับตัวพลางขมุบขมิบปากพูดเสียงลมๆ  อีกนิดเดียว  นิดเดียวจริงๆที่ชานยอลจะได้ลงไม้ลงมือสั่งสอนให้อีกคนหลาบจำ  ทว่าดอกไม้เล็กๆที่โผล่มาอยู่ในฝ่ามือเขาแทนเหรียญที่หายไปนั้นทำเอาชะงัก

 

 

“เห็นไหม  บอกแล้วว่าจะเล่นกลให้ดู”

 

 

คนตรงหน้าโตมาแบบไหนกัน  ชานยอลได้แต่สงสัย 

 

 

 

แกล้งคนไม่สนิทอย่างไม่ทุกข์ร้อน  ไม่มีแม้แต่คำขอโทษ แต่กลับเล่นกลโชว์ให้ดูแทนนี่คิดว่าเขากี่ขวบ  เขาไม่ได้โตแค่ตัว  แต่ความคิดความอ่านของเขานั้นโตเกินวัยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว  ไอ้การกระทำเด็กๆเห็นอะไรก็เป็นเล่นไปซะหมดนี้น่ะ ต้องเอาไว้ใช้กับปาร์คเซฮุนน้องชายที่ไม่รู้จักโตของเขานู่น

 

 

“เก่งใช่มั้ยล่ะ   ตอนอยู่ชุมชนนะเด็กๆชอบตามมาให้ผมสอนถึงบ้าน  แต่ผมไม่สอนหรอก  มันเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัวห้ามใครลอกเลียนแบบ”

 

 

 

รอยยิ้มกว้างกับสีหน้าภูมิอกภูมิใจชานยอลเห็นแล้วอยากจะเอื้อมมือไปดีดกลางหน้าผากแรงๆให้ซักที

 

 

 

“เฮ้ยจะทำอะไรห้ามทิ้งมันนะ!

 

 

“บอกหรือยังว่าอยากจะได้”

 

 

“ห้ามทิ้ง! ผมไม่ได้ให้ของใครง่ายๆนะ  ใจร้ายอะ

 

 

“ให้ดอกหญ้าเนี่ยนะ”

 

 

“ผมชอบดอกหญ้า!  ถ้าไม่อยากได้ก็เอาคืนมาผมจะเอาไปให้เซฮุน”

 

 

ชานยอลใช้ความสูงของตัวเองให้เป็นประโยชน์โดยการชูดอกไม้ขึ้นจนสุดแขน  แน่นอนว่าคนสูงน้อยอย่างแบคฮยอนไม่มีทางเอื้อมถึงมันได้แน่

 

 

“จะเอาไงเนี่ย”

 

 

“ฉันสิต้องถาม  ให้คนอื่นแล้วเอาคืนน่ะมันเสียมารยาทไม่รู้หรอ”

 

 

“ก็เห็นไม่อยากได้”

 

 

“ไม่อยากได้”

 

 

“งั้นก็เอาคืนมา  ห้ามทิ้ง” 

 

 

“ไม่อยากได้  แต่ก็จะเอา”

 

 

“เอ๊ะ..” 

 

 

แบคฮยอนจิ๊ปากใส่  ชักมือที่แบออกเพื่อทวงของคืนเข้ามาแล้วกอดอก     

 

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ห้ามทิ้งนะ”

 

 

ยักไหล่ทำหน้าหยิ่งเหมือนไม่แยแสอีกแล้วนั่นจะให้แบคฮยอนเข้าใจว่ายังไง

 

 

จริงๆอยากจะทิ้งก็ทิ้งได้  แต่อย่ามาทิ้งให้แบคฮยอนเห็นต่อหน้าแบบนี้สิ

 

 

น่าเสียดายของออก 

 

 

 


 

 




 

ชมรมกรีฑา

 

 

สุดท้ายแบคฮยอนก็มาฝากชีวิตไว้กับชมรมวิ่ง   พูดเลยว่าไม่ได้ตั้งใจจะเข้า   แต่ระหว่างเดินแยกกับเซฮุนหน้าชมรมขี่ม้าโปโลมาได้ซักพักก็มีรุ่นพี่ผู้ชายสองสามคนเข้ามาจีบ(ชักชวน)ให้ไปอยู่ชมรมวิ่ง  

 

 

แบคฮยอนงง  จำไม่ได้ว่าเคยเจอพวกรุ่นพี่ตอนไหนเพราะอีกฝ่ายดูท่าจะรู้จักเขาดีทีเดียว  แต่เขาดันจำหน้าอีกฝ่ายไม่ได้เลยเนี่ยสิ  

 

 

แต่ก็มาร้องอ๋อตอนรุ่นพี่เล่าให้ฟังว่ารับน้องเดือนก่อนเจอแบคฮยอนวิ่งสวนไปแบบดูท่าหน่วยก้านดี  แบคฮยอนเดาว่าต้องเป็นตอนที่ตัวเองใส่เกียร์หมา วิ่งหน้าตั้งไปขึ้นรถที่คุณท่านมารอรับเองถึงมหาวิทยาลัยตอนนั้นแน่ๆ    ตอนนั้นซอรินก็มาด้วย แถมยังขู่ผ่านสายโทรศัพท์ว่าถ้าช้าเกินสองนาทีจะให้เขาหาทางกลับบ้านเอง  จึงเป็นเหตุให้แบคฮยอนต้องวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต 

 

 

อืมก็คงจะตอนนั้นแหละ

 

 

เอาเถอะ   ไม่ว่าจะเพราะอะไรหรือตอนไหนก็ช่าง  ถ้าพี่เขาเห็นว่าแบคฮยอนหน่วยก้านดีแบคฮยอนก็ยินดีจะเป็นส่วนหนึ่งของชมรมนี้   ก็ไม่แย่.. เพราะวิ่งเป็นกีฬาอีกประเภทที่แบคฮยอนถนัด   แหม  ก็วิ่งหนีไม้เรียวพ่อเฒ่ากับผู้ใหญ่ในหมู่บ้านอยู่เป็นประจำ  ในชุมชนไม่มีใครวิ่งเร็วไปกว่าแบคฮยอนอีกแล้วบอกเลย

 

 

และแบคฮยอนก็ปลื้มใจมากที่ได้เพื่อนใหม่เพิ่มซักที

 

 

ต่อไปก็ไม่ต้องเดินคู่กับเซฮุนแค่สองคนให้คนอื่นเข้าใจว่าเราเดทกันอีกแล้วล่ะ

 

 

“แบคฮยอนเดี๋ยวเราไปหาไรกินกัน”

 

 

“นายจะเลี้ยงฉันใช่มั้ยจงแด”

 

 

“ไม่มีปัญหา  คงไม่กินจุจนฉันหมดตัวหรอกใช่มั้ย ฮ่าๆ”

 

 

“เดี๋ยวก็รู้  อิอิ”




 

จงแดไม่ได้ไปกับแบคฮยอนแค่สองคน  แต่พาเพื่อนคนอื่นไปด้วยอีกเป็นกลุ่ม  แบคฮยอนเลยมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนคนอื่นๆเพิ่มแต่จำชื่อไม่ค่อยได้เท่าไหร่   ทั้งหมดตั้งใจจะไปฝากท้องไว้กับร้านปิ้งย่างที่จงแดบอกเป็นร้านประจำของเขา  แต่ระหว่างทางเดินไปหารถยนต์ของจงแด  มีรถซูปเปอร์คาร์ขับเข้ามาจอดเทียบพวกเขาซะก่อน 

 

 

ตอนแรกก็สงสัย  แต่พอกระจกรถฝั่งคนขับเลื่อนลงเท่านั้นแหละ

 

 

“แบคฮยอน!

 

 

อาการโบกไม้โบกมือดีใจเหมือนไม่เจอกันนานทั้งที่เพิ่งแยกจากกันชั่วโมงก่อน ทำแบคฮยอนส่ายหัวพลางยิ้มขำให้ อยากจะยื่นหน้าเข้าไปหาหรอกนะ แต่เผอิญฝั่งที่เขายืนใกล้อยู่นี่คือฝั่งของคนขับ ซึ่งก็คือตำแหน่งที่นั่งของพี่ชายเซฮุนหรือปาร์คชานยอลนั่นเอง

 

 

“จะไปไหนหรอ แล้วนั่นมากับใคร”

 

 

ใครที่ว่าออกอาการเกร็งเล็กน้อยเมื่อเจอสองพี่น้องตระกูลปาร์ค อันที่จริงจงแดและทุกคนรู้แล้วว่าแบคฮยอนเป็นหลานบุญธรรมคนใหม่ของเจ้าของมหาวิทยาลัย แต่บุคลิกและการแสดงออกของแบคฮยอนมันไม่ได้ทำให้พวกเขาวางตัวยากเหมือนคนอื่นๆ

 

 

แต่จงแดก็เฟรนลี่พอจะส่งยิ้มและโค้งหัวทักทายอย่างมีมารยาทให้บุคคลที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก

 

 

“จะไปกินเนื้อย่าง”

 

 

“หรอว้าว.. ชวนเราด้วยสิแบคฮยอน ชวนเร็วเดี๋ยวไปด้วย” เจ้าของรถหันไปมองหน้าน้องชายด้วยสายตาเอือมระอา  นี่เขาจำไม่ได้จริงๆว่าตัวเองต้องทำหน้าขยะแขยงน้องวันละกี่รอบ ไม่รู้มันจะเห่อเพื่อนอะไรขนาดนั้น เจอกันมาทั้งวันไม่เบื่อบ้างหรือไง เมื่อกี้ก็ส่งเสียงดังสั่งให้จอดรถทักเพื่อนซะจนชานยอลต้องเหยียบเบรกกะทันหัน

 

 

แถมยังคุยกันไปมาข้ามหัวเขาอีก ให้มันได้อย่างนี้เถอะ

 

 

 

“นายโอเคมั้ยจงแด”

 

 

“เอาสิ  ไปหลายๆคนสนุกออก  แต่ร้านที่เราจะไปแคบหน่อยนะครับ  ถ้าพวกคุณไม่คิดว่าจะอึดอัดก็..

 

 

“ไม่อึดอัด! / เอาไว้โอกาสหน้า”

 

 

ช่างเป็นพี่น้องที่สามัคคีกันดีจริงๆ

 

 

“โอกาสหน้าอะไรกัน โอกาสนี้แหละ  ไปเถอะ  ผมหิวพอดี”

 

 

“แต่เมื่อกี้มีคนบอกฉันว่ายังไม่หิว”

 

 

“ใครพูดวะพี่  ไม่ใช่ผมแน่ๆ”

 

 

“ไอ้หน้าด้าน”

 

 

“ไปร้านไหนกัน  เดี๋ยวเราขับรถตามไป”  สองพี่น้องหน้าหล่อก่อเหตุจลาจลย่อมๆกันในรถ  แต่ดูเหมือนคนน้องฝ่ายเดียวมากกว่าที่เป็นฝ่ายโดนกระทำ

 

 

“ร้านไหนแบคฮยอน บอกมาเลย”

 

 

“เราต้องกลับบ้านนะปาร์คเซฮุน”

 

 

“เอ่อ..

 

 

“เร็วสิ  บอกมาเลยเราไปได้แน่ไม่รีบกลับบ้านหรอก”

 

 

สรุปสองพี่น้องก็ตามแบคฮยอนกับกลุ่มเพื่อนใหม่มาได้จริงๆ  ทว่าไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายของใคร  ร้านเนื้อย่างที่จงแดตั้งใจพามากินมีคนเหมาทั้งร้านไปก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที  ซึ่งก็น่าเสียดายสำหรับคนไม่เคยมาอย่างแบคฮยอนเป็นอย่างมาก  ตั้งใจจะเปลี่ยนร้านแต่คุยไปๆมาๆบทสรุปจบที่ค่อยมาทานด้วยกันวันหลังแทน

 

 

ตอนนี้แบคฮยอนเลยได้อาศัยรถกลับมากับสองพี่น้อง  แต่จุดหมายปลายทางยังไม่ใช่การไปส่งแบคฮยอนให้ถึงบ้านหรอก  กำลังจะพาแบคฮยอนไปทานมื้อค่ำที่บ้านตัวเองต่างหาก  ส่วนใครเป็นเจ้าความคิดและรบเร้าก็คงไม่ต้องเดา

 

 

 

“ไปกินข้าวบ้านเราก่อนนะแบคฮยอน”

 

 

“เซฮุนบอกเราสามรอบแล้ว” คนขับที่ร่วมฟังอยู่ด้วยถึงกับหลุดหัวเราะออกมา เออ ไอ้น้องชายเขามันเอาแต่บอกเพื่อนตัวเองซ้ำๆแบบนี้มาหลายรอบแล้ว เขาเองยังรำคาญที่จะฟัง

 

 


“นั่นแหละ บ้านเราทำอาหารอร่อยไม่แพ้บ้านคุณยายเลยนะไม่ได้โม้ด้วย”

 

 


“จะอร่อยขนาดไหนกันนะ”

 


 

“รับรองต้องติดใจ”

 


 

“ถ้าเราติดใจขึ้นมา..

 

 

 

“ย้ายมาอยู่บ้านเราได้เลย!

 


 

“เฮ้อ..

 

 


“อย่าถอนหายใจสิพี่ชาย ผมแค่พูดในสิ่งที่คิด”

 

 


“เออ”

 

 


“เราพูดจริงนะแบคฮยอน”

 

 


“พูดเหมือนจีบเรา”

 

 


จีบ / อะแค่กๆ 

 

 

ชานยอลถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง นี่เขามีน้องชายหน้าด้านขนาดที่กล้าพูดว่า จีบ ผู้ชายด้วยกันออกไปอย่างไม่สะทกสะท้านอย่างนี้เลยหรือ

 

 

“แบคฮยอนจะให้เราจีบได้ใช่มั้ย”

 

 

“อะไรอะ  เซฮุนชอบผู้ชายหรอ”  รอบนี้ชานยอลปล่อยเสียงหัวเราะอย่างไม่มีกั๊กเลย ยิ่งเห็นสีหน้าน้องชายตัวเองยิ่งขำไปใหญ่

 

 

“เปล่า เราชอบแบคฮยอน”

 

 


“อ่าว เราก็ผู้ชายนะ แมนมากด้วย”

 

 

 

“แมนมากเลยหรอ ชอบเราไม่ได้เลยหรอ”

 


 

“ถ้าเซฮุนเป็นผู้หญิงก็อาจจะได้”

 

 


“แบคฮยอนนนนน”

 

 


“มาเป็นผู้หญิงให้เราสิ”

 

 

เซฮุนอยากจะตะโกนดังๆให้ลั่นรถเลยว่า  ม่ายยยยยยยยยยยยยย แบคฮยอนน่ะไม่เข้าใจ เซฮุนปวดกระดองใจจริงๆ อยากจะเล่นใหญ่ดราม่าหนักกว่านี้แต่พี่ชายก็ดันจอดรถให้ลงไปทำธุระให้คุณแม่ตรงร้านไวน์ทางเข้าหมู่บ้านซะก่อน 

 

 

 

พอไม่มีเซฮุนรถทั้งคันก็เงียบลงให้ได้ยินเพียงเสียงดนตรีสากลเบาๆเท่านั้น

 

 

แบคฮยอนว่ามันเงียบเกินไป 

 

 

เสียงลมหายใจตัวเองยังดังกว่าเสียงเพลงในรถด้วยซ้ำ

 

 

 

“กับซอริน ดีกันหรือยัง”

 

 

และแบคฮยอนก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบเพราะทนไม่ไหวก่อนเช่นทุกครั้ง

 

 

“ดีกันแล้วใช่มะ”

 

 

“อยากรู้อยากเห็นเรื่องคนอื่นเป็นสิ่งที่ควรทำหรอ”

 

 

“ก็ซอรินกับชานยอลไม่ใช่คนอื่นซักหน่อย”

 

 

“ไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็คือเรื่องของคนอื่นนั่นแหละ”

 

 

...

 

 

“แล้วก็เลิกเรียกคนที่อายุมากกว่าด้วยชื่อเฉยๆได้แล้ว”

 

 


“ชานยอล”

 

 

 

 

 

 

“ชานยอล”

 

 

 

“ปาร์คชานยอล” 

 

 


ไม่ใช่กวนประสาทธรรมดานะ  แต่กวนมากกกกก  ตอนแรกเสียงพูดดังไกลๆอยู่หรอก  พอทำเป็นไม่สนเข้าหน่อยก็เอาใหญ่   แบคฮยอนโผล่หน้าเข้ามาพูดใส่หูเจ้าของรถอย่างท้าทาย  และมีหรือร่างสูงจะปล่อยผ่าน

 

 

มือหนาตีเข้ากลางหน้าผากน้อยเต็มๆอย่างไม่ออมแรง  ตั้งใจจะหันไปดุซ้ำอีกแต่ลืมคิดไปว่าหน้าอยู่ใกล้กันชนิดที่ชานยอลหันไปปลายจมูกโด่งของทั้งสองก็ชนกันอย่างพอดิบพอดี

 

 

ไม่ได้ชนเบาๆซะด้วยสิ

 

 

เซฮุนเป็นพยานได้..

 

 



 

 

#ficmysscb









****


เซฮุนปวดกระดองจัยยยยย~


[ สวัสดีปีใหม่นะก้ะ  เมื่อคืนชานแบคฟินหนักมาก บอกเลยว่าตรัยยย ]







 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 517 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5090 ssnarm121 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 20:08
    น้องเเบคตัวเเสบ🥺💖💖
    #5,090
    0
  2. #5014 YOLO'H (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 09:40
    แสบมากลูกกก
    #5,014
    0
  3. #4946 IPINOCKIO (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 11:25
    หนูแบคซนเบอร์สิบมากลูกกกก
    #4,946
    0
  4. #4923 แม่ยกเลโอเอ็น (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 07:31
    โอ้ยยยย เคยขี่แต่ม้าแคระ ขำไม่ไหวแล้ว5555
    #4,923
    0
  5. #4875 Park Nokia. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 21:41
    แบคไม่น่ารักเลยย เรียกชานยอลเฉยๅได้ยังไงง
    #4,875
    0
  6. #4864 Darkmate (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 15:45
    โอ้ยยยเซฮุนไม่น่ารีบกลับมาเลยปวดใจเลย55555
    #4,864
    0
  7. #4832 KAMEWz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 10:51
    เซฮุ๊นนนนน 5555 ถ้านี่เป็นพี่ชานนี่ก็จะปวดกระดองใจฮุนเหมือนกันนะ 5555
    #4,832
    0
  8. #4830 sunshinyi19 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 01:10
    สงส๊ารรรร เซฮุนนน5555
    #4,830
    0
  9. #4706 _BLacKRuBy_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 03:03
    ขำหนักมาก หนักแบบโอ้ยยย555555555
    #4,706
    0
  10. #4651 ์Namwan1704 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 14:34

    โห เซฮุน

    #4,651
    0
  11. #4624 nsjcbw. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 18:03
    วงวารเซฮุนแลงง55555 ตะแบคก็แสบ5555555
    #4,624
    0
  12. #4550 Ihaveadream (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 04:08
    น่าร้ากกกกกกกก น้อนนน
    #4,550
    0
  13. #4503 geejajaa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 23:18
    เซฮุนอ่าเล่นงี้เลยเหรอ

    สารภาพว่าจีบนี่จริงจังหรือเปล่าาา
    #4,503
    0
  14. #4484 tuntiiz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 19:57
    อยากเอาแบคมาเลี้ยงงงง
    #4,484
    0
  15. #4463 Kim-kibom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 20:21
    555 ทำไมรู้สึกขำเซ มากกว่าสงสาร
    #4,463
    0
  16. #4416 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 12:08
    สงสารเซ555555 น้องแบคปมนมากเลยนะเซ!
    #4,416
    0
  17. #4400 POWEROFMONEY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 03:27
    หึ่ยยยยยย
    #4,400
    0
  18. #4363 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 21:07
    เซฮุนน่ารักจัง
    #4,363
    0
  19. #4288 izfxrn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 11:36
    วงวานฮุน55555
    #4,288
    0
  20. #4244 11507416p (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 22:36
    เขร้555555555555 เซฮุนนนน
    #4,244
    0
  21. #4231 khrimhar47 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 20:05
    ขำ5555
    #4,231
    0
  22. #4166 pcy921 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 18:09
    วงวารเซฮุนเบอ8 5555555
    #4,166
    0
  23. #4073 pim pimmi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 20:14
    กรี๊ดดดดด
    #4,073
    0
  24. #4043 somruethai1307 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 20:27
    จมูกชนกันกรี้ดเดด
    #4,043
    0
  25. #4033 Dyo.A (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 02:13
    เซฮุนปวดกระดองใจ ส่วนรีดเดอร์ปวดหัววว
    #4,033
    0