You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 29 : Shining XXVII :: An old friend

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 251 ครั้ง
    7 พ.ค. 59



Shining XXVII

 



 

 

 




           ตุ่บ!

 

 

            เสียงบางอย่างตกกระทบพื้นห้องทำเอาคุณชายปาร์คคนโตรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา จุดแรกที่สายตาเลือกมองคือพื้นที่บนเตียงข้างๆซึ่งเคยมีคนตัวเล็กให้นอนกกกอดตลอดทั้งคืน ทว่าเวลานี้กลับเหลือเพียงความว่างเปล่าให้ดูต่างหน้าเท่านั้น

 

            ‘โอย…’

 

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนิดๆยามเมื่อได้ยินเสียงโอดครวญแห่งความเจ็บปวด เขายันตัวเองขึ้นมาจากเตียงแล้วโน้มตัวไปยังฝั่งที่แบคฮยอนเคยนอน  ชะโงกหน้ามองลงไปที่พื้นห้องก็แทบหลุดหัวเราะออกมาต้อนรับวันใหม่สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งกำลังนั่งหมดสภาพ ร้องโอดโอยอยู่ข้างๆเตียงได้อย่างน่าสงสาร แต่อย่างไรก็..น่าขำไม่แพ้กัน

 

“ฮือ..เจ็บชะมัด”

 

ชานยอลนอนเท้าคางมองคนตัวเล็กด้วยแววตามีความสุข ใบหน้าอารมณ์ดีทั้งที่เพิ่งตื่นนอนมาหมาดๆ ความเพลียยังคงคั่งค้างแต่ก็ไม่วายมีเรี่ยวแรงมานอนเท้าคางอมยิ้มให้กับสิ่งที่ตัวเองคิดว่าตลกและน่ามองที่สุดได้

 

“ซี๊ด

 

นับถือความดื้อดึงไม่มีที่สิ้นสุดของแบคฮยอนก็คราวนี้ เห็นๆกันอยู่ว่าหมดสภาพแค่ไหน แต่อีกฝ่ายยังมีความพยายามที่จะช่วยใส่เสื้อผ้าให้ตัวเอง แล้วตอนนี้ก็ใส่อันเดอร์แวร์สำเร็จแล้วชิ้นนึง ส่วนชิ้นที่สองดูท่าจะยากเพราะเป็นกางเกงยีนส์ ชานยอลเห็นความทุลักทุเลนั้นแล้วนึกอยากจะหลุดขำออกไปดังๆซักที แต่ก็ต้องกลั้นไว้เพราะเขายังอยากดูต่อ อยากเห็นว่าท้ายที่สุดแล้วอีกฝ่ายจะมีสภาพลงเอยเช่นไร

 

“เพราะชานยอลคนเดียวเลย โอ้ย..

 


ฮ่ะๆ

 

เพราะแบคฮยอนนั่งหันหลังให้จึงไม่รู้ว่ามีคนกำลังนอนจ้องพฤติกรรมตนอยู่บนเตียงด้านหลังตรงนี้ คนตัวเล็กพ่นคำบ่นออกมาไม่หยุดระหว่างช่วยตัวเองสวมเสื้อผ้า ผมเผ้าชี้โด่ชี้เด่ดูไม่เป็นทรง บวกเสียงตกเตียงเมื่อครู่ชานยอลเดาว่าแบคฮยอนคงเพิ่งตื่นนอนก่อนหน้าเขาไปไม่เท่าไหร่

 

เมื่อคืนชานยอลยังนึกห่วงอยู่เลยว่าตื่นขึ้นมาแล้วแบคฮยอนอาจจะป่วยได้ พอเห็นว่าบ่นไม่หยุดได้แบบนี้แล้วค่อยเบาใจหน่อย น่าจะไม่เป็นอะไรมาก ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณความรอบคอบของคุณพ่อบ้านด้วยที่มักจะเตรียมหยูกยาสำรองไว้ทุกห้อง ก่อนจะหลับชานยอลเลยเอาให้อีกฝ่ายกินกันไว้ก่อน และอีกส่วนหนึ่งก็คงเพราะแบคฮยอนเป็นนักกีฬาด้วย ร่างกายเลยอึดเป็นธรรมดา

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างจะตัดสินด้วยตาเปล่าคงไม่ได้

 

 

“ทำไมมันใส่ยากใส่เย็นงี้เนี่ย ฮือ.. อ้ะ!

 

กำปั้นหนักๆทุบลงกลางศีรษะทุยอย่างอดไม่ได้ “ใส่ไม่ได้ก็อย่าดันทุรัง” คนฟังหันมามองคนพูดด้วยสีหน้าตกใจ ใบหน้าที่เคยซีดค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเช่นเมื่อคืนอีกครั้ง

 

“ต ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

“ตั้งแต่มีคนตกเตียงเสียงดัง” แบคฮยอนกัดปากพลางรีบหันหน้าหนี นั่งกอดเข่าหันหลังให้ชานยอลอย่างขัดเขิน

 

หนึ่ง..แบคฮยอนเขินที่ตัวเองนั่งตัวเปล่าล่อนจ้อน สอง..เขินสายตา สาม..เขินคำพูด สี่..เขินความดูดีแม้ยามตื่นนอนของคนตัวสูง ห้า..เขินเรื่องเมื่อคืน และหก..วนกลับไปที่ข้อหนึ่งถึงข้อห้าใหม่ 

 

“เสื้อผ้าชุดเดิมไม่ใช่รึไง”

 

“ก็ผมไม่มีชุดใหม่ให้เปลี่ยน...

 

“กระเป๋าของนายคุณพ่อบ้านเอาวางไว้ตรงโต๊ะนู่นไง มันอยู่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไม่เห็นหรอ” ว่าพลางชี้นิ้วให้คนตัวเล็กมองตาม แต่คงจะเห็นหรอก เอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตาแบบนั้น

 

“พูดอย่างกับเมื่อคืนมีเวลาให้ผมมองอย่างอื่นงั้นล่ะ..” แบคฮยอนบ่นเสียงงุ้งงิ้งซึ่งไม่มีทางรอดพ้นจากคนหูดีอย่างปาร์คชานยอลไปได้ ชายหนุ่มหัวเราะขำในลำคอ คนถูกหัวเราะใส่จึงหันหน้ากลับมาหาแล้วโหม่งหน้าผากตัวเองเข้ากับหน้าผากชานยอลด้วยความหมั่นไส้  

 

“ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะผมเลยนะ ความผิดชานยอลนั่นแหละ”

 

“อาฮะ”

 

“ไม่ปฏิเสธเลยนะ”

 

“อืม” รับคำง่ายๆพร้อมกับโน้มหน้าลงไปจุ๊บเบาๆที่ข้างขมับน้อย “เถียงไปก็เหนื่อยเปล่า ยังเพลียไม่หายเลย”

 

“ผมสิต้องพูดคำนั้น”

 

“นายทำอะไร เห็นนอนเฉยอยู่ท่าเดียวไม่ช่วยฉันขยับซักนิด”

 

“หยา..

 

“อ่อ หรือว่าเพลียเพราะใช้เสียงเยอะล่ะ”

 

“เรื่องน่าอายแบบนั้นพูดออกมาง่ายๆได้ยังไง! ไม่อายปากเอาซะเลย ผมเสียหายนะ” จมูกโด่งกดลงข้างแก้มนิ่มเสียงดังฟอดด้วยความมันเขี้ยว

 

“เอาไว้จะให้พ่อแม่ไปขอกับคุณยาย”  หย่อนหน้าลงไปคลอเคลียคนที่นั่งตัวเปล่าอยู่บนพื้นห้องทั้งที่ตัวเองยังนอนอยู่บนเตียง..ในสภาพเปลือยเปล่าไม่ต่างกัน (ออกจะเยอะกว่าด้วยซ้ำเพราะแบคฮยอนมีอันเดอร์แวร์ติดตัวแล้วชิ้นนึง)

 

“อื้ออ อย่าแกล้ง ยังไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อคืนเหม็นกันบ้างเถอะ” แบคฮยอนพยายามเบี่ยงตัวหลบไปด้านหน้า แต่ยังถูกชานยอลเอาริมฝีปากตามเข้ามาฉกหลังคอไม่หยุด มือไม้อยู่ไม่นิ่ง เลื้อยจับนู่นจับนี่ยิ่งกว่างู

 

“ไม่น่าล่ะ กลิ่นถึงเหมือนลูกหมา หน้าก็เหมือน”

 

“ตัวเองก็ไม่ได้อาบเหมือนกันนั่นแหละ และ..อ้ะ! แล้วเคยดมกลิ่นลูกหมาด้วยรึไง เข้าใกล้ยังไม่ได้เลยทำเป็นพูดดี อือ..

 

“ก็เพราะไม่เคย ถึงต้องดมอย่างอื่นที่พอจะทดแทนได้ไปก่อน”

 

“ทะลึ่.งอ่ะ..

 

“ฮ่ะๆ”

 

“คนเรามันมองกันแค่ภายนอกไม่ได้จริงๆ” แบคฮยอนรีบจับมือปลาหมึกของชานยอลไว้ ก่อนที่มันจะได้เลื้อยต่ำลงไปมากกว่านี้ งับแขนแกร่งเหมือนลูกหมาคันฟัน ชานยอลแค่ร้องเบาๆแต่ไม่ได้ชักแขนหนี ซ้ำยังหยอดคำหวานให้คนตัวเล็กอายเพิ่มยิ่งกว่าเดิม

 

“ก็เพิ่งมาเป็นคนแบบนี้หลังจากได้หลานคุณยายเป็นแฟน แปลกดีเหมือนกะโอ้ย! แบคฮยอน เขินก็เขินสิ กัดแขนคนอื่นแบบนี้เดี๋ยวเถอะ”

 

“ชานยอลทำผมเจ็บกว่านี้อีก แค่นี้ทำเป็นร้อง

 

“เห็นมั้ยว่าแขนเป็นรอยฟัน”

 

“ตัวผมก็เป็นรอยเหมือนกัน”

 

“เถียงตลอด”

 

“ชานยอลก็หาเรื่องดุผมตลอด” เสียงทุ้มนุ่มนี่น่ะหรอที่แบคฮยอนคิดว่าเขาดุ ถ้าหากเลิกมองทางอื่นแล้วหันกลับมาสบตากันดีๆแบคฮยอนคงเห็นแล้วว่าเขากำลังทำสายตาแบบไหนอยู่..มันอ่อนโยนที่สุดแล้ว..มันมีแต่ความรักความเอ็นดูที่ชานยอลยังไม่เคยให้ใครเลย

 

“เถียงไม่ออกเลยสิ”

 

“วันนี้ยอมให้”

 

“ทำไมไม่ยอมให้ทุกวันเลยล่ะ” คนตัวสูงเปลี่ยนมาเอาคางเกยไว้บนศีรษะเล็ก สละมือตัวเองให้แบคฮยอนเล่นได้ตามชอบใจ

 

“ได้ยังไง ดื้อก็ต้องโดน”

 

“ชิส์~

 

ตรงนั้นเป็นไงบ้าง ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า”

 

“ย อย่ามาถามอะไรแบบนี้ได้มั้ย”

 

“อยู่กันสองคนจะอายอะไร เห็นก็เห็นกันมาหมดแล้ว”

 

“ผมไม่ได้หน้าหนาเหมือนชานยอลนี่” คนตัวสูงเอาคางกระแทกศีรษะเล็กไปที

 

“ฉันถามเพราะเป็นห่วง บอกมาเร็ว”

 

….

 

“หนึ่ง”

 

….

 

“ถ้านับถึงสามแล้วยังไม่ยอมบอกฉันจะลุกไปเอาถุงยางที่ไอ้จงอินให้ มาใช้อีกกล่อง” แบคฮยอนหันขวับ ทำตาเขียวใส่ชานยอลพลางเม้มปากประท้วงเต็มที่

 

“สอง”

 

“กะ ก็เจ็บ! ลุกไม่ไหวถึงได้เซตกเตียงนี่ไงล่ะ บอกไปแล้วอย่ามาถามอีกนะ”

 

“ก็แค่นั้น”

 

“จะอยากรู้ไปทำไมก็ไม่รู้ รู้แล้วก็ใช่จะทำให้ผมหายเจ็บได้ มีแต่จะทำให้อายยิ่งกว่าเดิม..เหวอ~” แบคฮยอนเบิกตาโตรีบกอดรอบคอชายหนุ่มไว้ ทั้งงงทั้งตกใจเมื่ออยู่ดีๆชานยอลก็ลุกพรวดลงจากเตียงแล้วเข้ามาช้อนตัวเขาขึ้นอุ้มกะทันหัน

 

“ทำให้หายเจ็บไม่ได้ แต่ช่วยดูแลให้จนกว่าจะหายเจ็บได้”

 

 

“เริ่มจากการพาไปอาบน้ำ จะได้สบายตัว”

 

“ม ไม่ต้อง! ผมไปอาบของผมเองได้ ชานยอลไม่ต้อง..

 

“รู้ว่าอาบเองได้ แต่วันนี้ฉันจะอาบด้วย”

 

“ไม่อะ...

 

“ถ้ายังไม่หยุดเถียง ฉันจะเอากล่องถุงยางของไอ้จงอินเข้าไปในห้องน้ำด้วย”

 

!!

 

“ไง”

 

“อยากจะทำอะไรก็ทำเลย คนเผด็จการ!

 



 

 

 

 

 

คนตัวสูงเดินไล่หลังคนตัวเล็กด้วยความอารมณ์ดี ไม่ได้ถึงขนาดที่ว่าเดินผิวปากลอยหน้าลอยตาด้วยความสุข แต่แค่เดินอมยิ้ม นัยน์ตาไม่ดุหรือเรียบเฉยไร้ความรู้สึกเช่นทุกทีใครผ่านมาเห็นเข้าก็ต้องจับกระแสความผิดปกติของชายหนุ่มได้กันทั้งนั้น

 

ผิดกับแบคฮยอนที่ปกติมักจะช่างจ้อ ใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดหากแต่เวลานี้กลับเดินกะเผลกพร้อมอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดเป็นพักๆ สูดปาก กลั้นหายใจทุกทีที่เผลอลงน้ำหนักเท้ามากไป

 

ทั้งคู่กำลังจะไปห้องอาหารเพื่อทานมื้อเช้าด้วยกัน หรือจริงๆจะเรียกว่ามื้อเที่ยงเลยก็ได้เพราะตอนนี้จวนเจียนจะถึงเวลานั้นเต็มที

 

แทนที่แบคฮยอนจะเชื่อฟังชานยอล ยอมให้คนตัวสูงสั่งคุณพ่อบ้านหรือพนักงานคนไหนก็ได้ให้นำอาหารมาบริการที่ห้อง จะได้ไม่ต้องลำบากเดินมาเองให้สะเทือนตรงนั้น แต่เด็กดื้อยังคงเป็นเด็กดื้อ อยากออกมาเองเพราะกลัวว่าทุกคนจะสงสัยเรื่องที่ชานยอลหายไปตั้งแต่เมื่อคืน

 

ชานยอลก็อยากจะบอกอยู่หรอกว่าสภาพนี้ใครเค้าเห็นเข้ายิ่งน่าสงสัยเข้าไปใหญ่ แต่บอกคนหัวรั้นอย่างแบคฮยอนไปก็คงเท่านั้น เลยได้แค่ยอมตามใจ เพราะเขาเองก็ทำตามใจตัวเองและได้กำไรมาเยอะแล้วทั้งเมื่อคืนแล้วก็ตอนอาบน้ำเมื่อครู่

 

ไม่ได้มีอะไรกันมาก เขาไม่ได้หมกมุ่นถึงขนาดมีอารมณ์ทุกเวลาขนาดนั้น แต่กว่าจะอาบน้ำกันเสร็จก็เล่นเอาปากเปื่อยตัวเปื่อยกันพอสมควรเหมือนกัน โดยเฉพาะแบคฮยอนถูกเขาจูบซะปากเจ่อเลย

 

ความโชคดีในวันนี้ของพวกเขาคือห้องอาหารไม่มีใครเลย คุณพ่อบ้านแจ้งว่าเพื่อนของเขากำลังอาบน้ำแต่งตัวกันอยู่ บางคนก็ยังไม่ตื่นเนื่องจากเมื่อคืนดื่มกันหนักมาก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ร่วมวงด้วยจนสุด ชานยอลก็พอนึกสภาพทุกคนออก

 

ห้องอาหารเกือบกลายเป็นพื้นที่สวีทสองต่อสองของพวกเขาแล้ว ถ้าหากอีกห้านาทีต่อมาปาร์คคนน้องและคิมจงอินไม่เดินอ้าปากหาววอดๆตามเข้ามาสมทบด้วยน่ะ

 

 

“โอ๊ะปาร์คชานยอลเพื่อนรัก” คนถูกทักก้มลงกระซิบบอกให้แบคฮยอนเดินไปตักอาหารมาทานก่อน วันนี้คุณพ่อบ้านเตรียมบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติไว้ แต่เพราะไม่มีใครเลย ดังนั้นแบคฮยอนสามารถตักทานได้เต็มที่ อยากได้อะไรเพิ่มสามารถบอกเชฟที่ยืนทำหน้าที่ใกล้ๆได้ตามความต้องการ 

 

“พอเจอฉันก็รีบให้น้องไปตักอาหารเลยนี่มันน่าคิด”

 

“คิดอะไร” ชานยอลนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ใกล้ตัวมากที่สุด จงอินปิดปากหาวอีกครั้งก่อนจะนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามบ้าง พยักพเยิดให้เซฮุนไปตักอาหารมาทานก่อนเช่นกัน

 

“นายว่าฉันควรจะคิดยังไงกับเพื่อนที่หายไปทั้งคืน” จงอินปรายตามองไปยังแบคฮยอนพักนึงแล้วหันกลับมาคุยกับเพื่อนต่อ “ท่าเดินแบบนั้นมันแบบว่า...พลั่ก!”  ผ้าเช็ดปากบนโต๊ะอาหารถูกเขวี้ยงมาโดนตัวคิมจงอิน คนผิวแทนไม่ได้โกรธ กลับหัวเราะอย่างขำๆพลางยื่นหน้าเข้าไปถามเพื่อนใกล้ๆ

 

“ไงวะ กับผู้ชายด้วยกัน..เสียวขาดใจเลยมั้ย”

 

“ไอ้เสื่อม”

 

“ด่าแล้วช่วยคลายข้อสงสัยให้เพื่อนนายด้วย”

 

“อยากรู้ก็ไปลองเอง” คิมจงอินยักไหล่โดยไม่ซักไซ้ต่อนั่นทำเอาชานยอลเลิกคิ้วประหลาดใจ มันผิดวิสัยของพวกเลี้ยงหมาไว้ในปากไปพอสมควร และชานยอลก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าหน้าเพื่อนดูโทรมๆเหมือนพวกอดหลับอดนอน  ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะมันดื่มหนักแน่ แต่ชานยอลคิดว่ามันมีบางอย่างผิดปกติไปเหมือนกัน อย่างเช่น

 

“เฮ้ย! ทำไรวะ” จงอินตกใจจนแทบผละตัวหนีเมื่อจู่ๆชานยอลยื่นมือเข้ามาแหวกคอเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาออกจนแทบโชว์ไหล่ “นี่ติดใจรสชาติผู้ชายถึงกับต้องมาหากินกับเพื่อนต่อเลยหรอ”

 

คุณชายแจกนิ้วกลาง รีบดึงมือออกมาให้พ้นตัวคิมจงอิน เขากลับมานั่งเอนหลังกับพนักเก้าอี้เหมือนเดิมพลางเคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะอาหารอย่างใช้ความคิดไปด้วย

 

“เหนือหน้าอกนายนั่นรอยดูด” จงอินเหลือบตาลงมองรอยบนร่างกายตัวเองตาม 

 

“ที่ไหล่อีกสองรอยนั่นก็ด้วย ที่อื่นก็คงจะมีอีกสินะ” ชานยอลกดยิ้มมุมปากนิดๆ “บนเรือนี้ฉันรู้จักดีทุกคนบอกเพื่อนรักของนายหน่อยสิว่าใครทำ”

 

“ปกตินายไม่เคยอยากรู้เรื่องของฉัน”

 

“แต่ตอนนี้ฉันอยากรู้” จงอินเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มตัวเอง ชานยอลมองแล้วแค่นเสียงหัวเราะราวกับรอให้เวลานี้มาถึงนานแล้วเวลาที่เขาจะได้ต้อนไอ้เพื่อนปากเสียคนนี้ให้จนมุมบ้าง “ผู้ชายหรือผู้หญิง”

 

….

 

“เฮ้..” ชานยอลดีดนิ้วอยู่ตรงหน้าคิมจงอินหลายๆทีเพื่อให้เพื่อนหันกลับมาสบตากัน ไม่ใช่เอาแต่ชมความงามภายในห้องอาหารแบบนั้น “ปากดีมาตลอดก็เอาให้มันสุดหน่อย อย่าถึงคราวตัวเองแล้วทำเป็นใบ้กิน”

 

“ผู้ชาย”

 

“หึ..ต้องให้ฉันเอ่ยชื่อทีละคนมั้ยนายถึงจะบอก”

 

“ไม่จำเป็น ฉันไม่ปากหนักเหมือนนาย”

 

“งั้นก็ว่ามา”

 

“อย่าตกใจแล้วกัน”

 

“ฉันคิดว่าไม่มีอะไรน่าตกใจ..

 

“คุณพ่อบ้าน”

 

...?!

 

“อืม”

 

“ตลก” ชานยอลแอบชะงัก สบตาจงอินที่ทำหน้าจริงจังกว่าครั้งไหนๆ ก็ไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่ามันกำลังแกล้งโกหกหน้าตาย แต่กำลังอึ้งที่มันกล้าเอาชื่อผู้ใหญ่ที่เขาเคารพมาเล่นต่างหาก

 

“โว้ อย่าทำหน้าเหมือนจะฆ่าฉันอย่างนั้น แค่จะบอกว่าคุณพ่อบ้านเอาไข่ลวกมาเสิร์ฟอยู่ด้านหลังของนาย” ชานยอลแจกนิ้วกลางใส่เพื่อนอีกครั้ง ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบให้คุณพ่อบ้านเสิร์ฟไข่ลวกที่ตัวเองเป็นคนสั่งตอนเข้ามาในห้องอาหารแรกๆ

 

ลีลาเยอะนักนะคิมจงอิน

 

 

“จะรับอะไรเพิ่มอีกมั้ยครับ”

 

“เดี๋ยวผมลุกไปตักที่โต๊ะทางโน้นเองดีกว่าครับ”

 

“คุณชายจงอินล่ะครับ”

 

“ขอบคุณครับ แต่ผมยังไม่ค่อยหิว”

 

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ จะไปบอกเพื่อนๆคุณชายให้เตรียมตัวก่อนเรือเข้าฝั่ง”

 

“ครับ เอ่อคุณพ่อบ้านครับ” ชายสูงวัยหันกลับมาตามเสียงเรียก “เมื่อคืนคิมจงอินพักที่ห้องไหนเหรอครับ” คุณพ่อบ้านมองคุณชายตัวเองอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่ ก็เพื่อนนั่งอยู่ตรงหน้าทว่ากลับมาถามเขาเสียได้ กระนั้นจะไม่เข้าใจอย่างไรก็จำต้องตอบคำถามเจ้านายตามความจริงอยู่ดี

 

“ห้องคุณชายเซฮุนครับ”

 

“อ่อ..อย่างนี้เอง” ชานยอลนั่งคอตรงมองสบตาเพื่อนสนิท “ไม่มีอะไรแล้วคุณพ่อบ้านไปทำงานเถอะครับ” ได้ยินเสียงขานรับเบาๆก่อนที่ชายสูงวัยจะเดินออกไป แทนที่ด้วยเซฮุนและแบคฮยอนที่กลับเข้ามาพร้อมจานอาหารในมือ

 

“ชานยอลกับพี่จงอินไม่กินอะไรอ๋อ”

 

“ไข่ลวกตรงหน้านี่ไง” แบคฮยอนทำตาลอกแลกหลังได้ยินคำตอบจากชานยอล เขามองคนตัวสูงที่สุดแล้วค่อยไล่สายตามองไปที่จงอินและเซฮุนด้วยความระแวง ใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นมานิดๆ และก่อนที่มันจะออกอาการเขินชัดไปมากกว่านี้เขาจึงรีบนั่งลง ก้มหน้าก้มตาทานอาหารของตัวเองแบบที่ไม่สนใจใคร

 

ขณะที่เซฮุนที่กำลังจะเดินอ้อมไปนั่งฝั่งเดียวกับจงอินหลังจากช่วยวางจานขนมเค้กให้กับแบคฮยอนเสร็จ ถูกพี่ชายดึงแขนให้ยืนอยู่ที่เดิมต่อ เด็กหนุ่มก้มลงมองมือใหญ่ด้วยความงุนงง กำลังจะเอ่ยถามทว่า..

 

“เฮ้ย! พี่ทำบ้าไรเนี่ย”

 

ถูกปาร์คชานยอลเลิกเสื้อยืดสีขาวขึ้นจนเกือบสุด ทั้งยังจับหมุนตัวไปมา สำรวจตั้งแต่คอลงมาจนถึงเอวราวกับผู้ปกครองที่กำลังจับผิดลูกชาย

 

“มาเปิดเสื้อผมทำไมวะ” เด็กหนุ่มโวยพลางดึงเสื้อตัวเองลงกลับเข้าที่ อีกมือยังคงถือจานกระเบื้องใส่อาหารอเมริกันไว้แน่น

 

เสียตัวให้มันแล้วหรอ

 

“เฮ้ย!

 

อะแค่กๆ!’ แบคฮยอนพลอยสำลักอาหารไปด้วย เมื่อประโยคที่ได้ยินฟังดูคล้ายกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ส่วนคนที่ถูกถามโดยตรงกลับทำหน้าเลิ่กลั่ก ไม่ได้ตอบพี่ชายในทันทีแต่หันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากคิมจงอินก่อน


 

อืม



 

“ทำไมพี่ถามแบบนั้น”

 

“ตัวนายมีแต่รอยดูด ยิ่งด้านหลัง..

 

“เปล่า!

 

“ฉันเห็นบนตัวไอ้จงอินก็มีรอยเหมือนนาย”

 

“เปล่าๆๆ! ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ แค่เกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคกันนิดหน่อย”

 

“พวกฉันไม่ได้ทำอะไรกันเหมือนพวกนายแน่นอน” 

 

อะแค่กๆ!’  (แบคฮยอนยังคงสำลักต่อ)

 

“นายรู้จักฉันดียังไง ฉันก็รู้จักนายดีแบบนั้นแหละจงอิน ไหนว่าแน่บอกแค่นี้นายยังบอกฉันตรงๆไม่ได้ต่อไปก็ไม่ต้อง..

 

“โอเค..ใช่ ฉันทำรอยพวกนั้นเอง”

 

“เฮ้ย! พี่จงอิน!

 

“ส่วนรอยบนตัวฉันน้องนายก็เป็นคนทำพอใจมั้ย”

 

“พี่จงอิน!!

 

“แล้วนายล่ะ เมื่อคืนแกะใช้ของขวัญฉันไปกี่ชิ้นแล้ว”

 

 

“หึ ยังปากหนักปอดแหกเหมือนเดิม”

 

สอง

 

จงอินจุ๊ปากหลายๆทีด้วยความพอใจ

 

“ให้ทายคงเป็นคอนด้อมกับเจล”

 

อะแค่กๆ!’ 

 

“พูดถึงพวกนายเถอะ ถึงขั้นไหนล่ะ รอยมันถึงได้เต็มหลังน้องฉันขนาดนั้น” สองเพื่อนสนิทเชือด(เฉือน)กันทางสายตา ต่างคนต่างนั่งเดาะลิ้นตัวเอง ไม่ยอมกัน เซฮุนอ้าปากพะงาบๆอยากแทรกก็อยากแต่ทำแล้วไม่ได้ผล ขณะที่แบคฮยอนแทบมุดหน้าลงไปในจานอาหารด้วยความอับอาย

 

“ไม่ถึงขั้นไหน”

 

“ไม่มั้ง ไหนบอกว่าแค่พี่น้อง ถามจริง..พี่น้องอะไรทำรอยกันขนาดนี้วะ”

 

“นั่นมันแค่ลอง

 

“พอแล้วโว้ยยยยยยยยยยย!!! ไม่มีเรื่องอื่นจะพูดกันแล้วหรือไง!!!

 

 

 

“ผมกับพี่จงอินมันไม่มีอะไร  พี่ต่างหาก!” เซฮุนเบะปากออกเหมือนเด็กที่ใกล้จะร้องไห้ “ทำเกินไปแล้วนะ ไม่ถนอมแบคฮยอนของผมบ้างเลย! แค่เดินจากโต๊ะตักอาหารทางโน้นมาโต๊ะนี้ขายังสั่น ถือจานสองใบเองยังไม่ไหว พี่ทำแรงขนาดไหนวะ พี่มัน

 

“พอแล้วเซฮุน!!!” คราวนี้เป็นแบคฮยอนบ้างที่ร้องออกมาเพราะทนฟังไม่ไหว “หยุดคุยเรื่องนี้กันให้หมดทุกคนเลย! ไม่งั้นผมจะ...

 

 

 “

 

 

สายตาของทั้งสามหนุ่มที่พร้อมใจกันมองมาสร้างความกดดันให้กับแบคฮยอนเป็นอย่างมาก คนตัวเล็กเม้มปากแน่น วางอุปกรณ์ทานอาหารลงบนโต๊ะแล้วบอกโดยไม่มองหน้าใครว่า

 

“ผ ผมจะไปนั่งทานโต๊ะนู้นคนเดียว! ไม่ต้องตามมานะ”

 

 

 

 

 

 

 

เรือยอร์ชของตระกูลปาร์คแล่นเข้าสู่ท่าเทียบเรือประมาณช่วงบ่ายของวัน มีเจ้าหน้าที่คนดูแลบนฝั่งเข้ามารอต้อนรับเป็นอย่างดี เหตุผลไม่ได้มีแค่ว่าลูกเรือแต่ละคนเป็นลูกหลานไฮโซมียศมีตำแหน่งเท่านั้น แต่เพราะมีคิมจงอินมาด้วยคนดูแลจึงเยอะเป็นพิเศษ  

 

หนุ่มผิวแทนเป็นหลานเจ้าของธุรกิจท่าเรือเอกชนแห่งนี้ โรงแรมระดับห้าดาวที่อยู่ใกล้กันและยังเป็นสถานที่จอดรถของพวกเขานั่นก็เช่นเดียวกันธุรกิจครอบครัวคิมจงอินทั้งนั้น

 

ยังไม่นับธุรกิจส่งออกเฟอร์นิเจอร์ที่พ่อแม่คิมจงอินดูแลโดยตรง และธุรกิจยิบย่อยอีกหลากหลาย เรียกได้ว่าตระกูลคิมของจงอินนั้นเป็นตระกูลแห่งนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอันดับต้นๆของเกาหลีใต้เลยก็ว่าได้

 

พอถึงลานจอดรถวีไอพีของทางโรงแรมทุกคนก็เริ่มแยกย้ายกันกลับ ไม่ได้มีคำบอกลากันให้มากความเนื่องจากทุกคนยังต้องเจอกันที่มหาวิทยาลัยอยู่แล้ว ตอนนี้จึงเหลือแค่จงอินที่ยืนคุยทักทายกับผู้จัดการโรงแรม ซอรินที่กำลังจะกลับด้วยโฟล์คสวาเกนสีเหลืองของตัวเอง สองคุณชายปาร์ค คุณพ่อบ้าน และแบคฮยอนที่กำลังยืนตกลงกันอยู่ว่าใครจะกลับรถใคร

 

ตอนขามาคนตัวเล็กมากับคุณพ่อบ้าน ส่วนสองพี่น้องตระกูลปาร์คมาด้วยกัน ทว่าขากลับทั้งคู่อยากไปส่งแบคฮยอน คุณพ่อบ้านเลยจำเป็นต้องล่วงหน้ากลับบ้านกับคนขับรถแค่สองคนก่อน

 

ชานยอลตั้งใจจะยืนรอให้จงอินทักทายผู้จัดการให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับ ใจจริงอยากจะกลับเลยด้วยซ้ำแต่คิดไปคิดมาตัวเองก็ไม่ได้รีบไปทำธุระที่ไหนอยู่แล้ว เลยตัดสินใจรอบอกเพื่อนซักหน่อย

 

 เห็นหน้าแล้วพลันนึกถึงเรื่องที่คุยค้างกันไว้ที่ห้องอาหาร สุดท้ายชานยอลก็ไม่ได้รู้ว่าสรุปแล้วเรื่องของคิมจงอินและปาร์คเซฮุนเป็นมายังไงกันแน่ ทั้งคู่พร้อมใจกันบ่ายเบี่ยง และชานยอลก็เป็นประเภทไม่ชอบเซ้าซี้พูดมากเป็นทุนเดิม บวกกับความไหลลื่นที่พวกมันมี ชานยอลเลยคิดว่าคงป่วยการที่จะเค้น

 

โตๆกันแล้ว อยากบอกก็คงมาบอกเอง อีกทั้งในสมองชานยอลตอนนั้นไม่ได้สนใจถึงเรื่องอื่นใดมาก มีก็แต่แบคฮยอนเต็มไปหมด พอคนตัวเล็กบอกจะแยกออกไปนั่งทานอาหารคนเดียวเขาก็ลุกตามไปแบบหน้าด้านๆ นั่งทานด้วยจนจบมื้อโดยไม่เกรงใจสายตาหมั่นไส้ของจงอินและเซฮุนเลยซักนิด

 

พอกลับไปเก็บข้าวของที่ห้อง ชายหนุ่มแทบยิ้มไม่หุบเพราะนอกจากแบคฮยอนจะมีขวดแก้วเป็นของขวัญวันเกิดให้แล้ว อีกฝ่ายยังทำการ์ดอวยพรตลกๆให้อีกด้วย ข้อความในนั้นไม่ได้หวานซึ้ง แต่อ่านแล้วน่ารักดี มีรูปวาดเหมือนฝีมือเด็กประถมติดมาแบบลายพร้อย ชานยอลเห็นแล้วขำไม่หยุด อารมณ์ของเขาคล้ายกับคุณพ่อที่เห็นลูกน้อยหัดวาดรูปให้ครั้งแรก มันอาจจะดูติ๊งต๊องกิ๊กก๊อกแต่ทว่ามีคุณค่าทางจิตใจเห็นแล้วเป็นปลื้มอะไรทำนองนั้น

 

ก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่าตกลงตัวเองได้แฟนหรือได้ลูกกันแน่ 

 

ที่แน่ๆเมื่อคืนน่ะ ได้กัน แล้ว

 

 

 

“โอ้ย ชานยอล อย่ามาเล่นผมผมได้มั้ย ยุ่งไปหมดแล้ว”

 

“จะเล่น”

 

“นิสัยเด็กลงไปทุกวันนะเราอ่ะ”

 

“จะเล่น”

 

“นี่..ล้อเลียนผมหรอ”

 

“จะเล่น”

 

 

“ฮ่ะๆ”

 

“กวนดีชะมัด”

 



ว้าว! ว่าแล้วเชียว..หน้าคุ้นๆ

 


เสียงทักทายของผู้มาใหม่สามารถดึงความสนใจจากทุกคนให้หันไปมองพร้อมกันได้ ชายคนนั้นเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาใกล้ ใบหน้านิ่งเหยียดยิ้มมุมปาก..


เสื้อเชิ้ตสีดำเรียบๆกับกางเกงสแล็คที่เป็นสีเดียวกันขับให้เขาดูลึกลับ รองเท้าหนังสีดำเงาวับแทบไม่เห็นฝุ่นเกาะค่อยๆหยุดลงระหว่างรถของชองซอรินและปาร์คชานยอลที่จอดอยู่ข้างกัน

 

“ที่แท้ก็อดีตเพื่อนรักทั้งนั้น”

 

ความอารมณ์ดีในตอนแรก แปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งเฉยทันทีที่ชานยอลเห็นว่าชายผู้เข้ามาใหม่นั้นคือใคร

 

“หวัดดี”

 

แอล”  ซอรินและจงอินเรียกชื่อชายหนุ่มแทบจะพร้อมกัน ก่อนจะรีบเดินเข้าไปยืนข้างๆชานยอลด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนัก ขณะที่ชานยอลและแอล ที่ทั้งคู่เรียกชื่อเมื่อกี้นั้นได้แค่ยืนประจันหน้า สบตากันอย่างไม่ยินดียินร้ายใดๆ

 

“ขอบคุณที่ยังอุตส่าห์จำชื่อกันได้นะ จงอิน ซอริน”

 

“นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” จงอินถาม

 

“เมื่อคืน ไม่นึกว่าจะได้เจอพวกนายไวอย่างนี้ โชคชะตายังคงลิขิตพวกเราเสมอเลยว่ามั้ย”

 

“แล้วมาทำอะไรที่นี่”

 

“เพื่อนที่มาจากเยอรมันด้วยกันอยากพักที่นี่ฉันเลยต้องพามา กำลังจะกลับอยู่พอดี แต่คุ้นๆว่าได้เจอเพื่อนเก่าเลยเดินเข้ามาดูใกล้ๆ คิดไม่ผิดเลยแฮะ” ดวงตานิ่งๆกลอกมองไปทางหญิงสาวเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่ในที่นี้

 

“ไม่เจอกันนานเธอยังสวยเหมือนเดิม”

 

 

“และยังดูหยิ่งเหมือนเดิม”  ซอรินเลือกที่จะเงียบใส่แทนการโต้ตอบด้วยคำพูด คนคุยด้วยทำหน้าหมดสนุกพลางไหวไหล่ไม่ใส่ใจ เบนสายตากลับมาหาปาร์คชานยอลที่ตั้งใจจะทักทายเป็นคนสุดท้ายแทน

 

“ไงคุณชายปาร์ค”

 

“อืม”

 

“อืม? ไม่เจอนานมารยาทนายดูแย่ลงนะ”

 

“คนที่ไม่ได้สนิทกันมีสิทธิ์ใช้คำพูดแบบนั้นด้วยหรอ”

 

“วาว” คนถูกตอกกลับเกิดอาการหน้าชานิดๆ ขยับเท้าเดินเข้าไปใกล้ๆชานยอลให้มากขึ้น เลยมีโอกาสได้สังเกตว่านอกจาก อดีตเพื่อนรักทั้งสามแล้ว ตรงนี้ยังมีเด็กหนุ่มที่ตอนนี้โตเต็มตัวและชายตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มอยู่อีกด้วย

 

“พี่ชายของนายยังเคี่ยวเหมือนเดิมนะปาร์คเซฮุน”

 

….

 

“อะไรกัน นี่ไม่มีใครคิดจะคุยกับฉันหน่อยหรอ” เขายืนหัวเราะคนเดียวเหมือนเจอเรื่องตลก แสร้งทำหน้าเศร้านิดๆระหว่างเดินเข้าไปสำรวจใบหน้าทุกคนใกล้ๆ เริ่มจากชานยอล...ซอรินจงอินเซฮุนและแบคฮยอนเป็นคนสุดท้าย

 

“เพื่อนใหม่หรอเซฮุน”

 

“นายมีธุระอะไรจะคุยกับพวกเรามั้ย ถ้าไม่ จะได้ขอตัวกลับ” ชานยอลตามเข้ามายืนแทรกกลางระหว่างแบคฮยอนและชายคนนั้น บังคนตัวเล็กจนมิดด้วยสีหน้าที่อดีตเพื่อนสนิทเห็นแล้วต้องเลิกคิ้วแปลกใจ 

 

“นี่ถ้านายไม่ได้เป็นคู่รักกับซอรินฉันคงเข้าใจผิดว่านายกับเด็กคนนี้มีความสัมพันธ์กัน”

 

“นายมีเรื่องจะคุยแค่นี้ใช่มั้ย”

 

“ให้โอกาสฉันได้ทักทายเค้าหน่อยสิ”

 

“ไม่จำเป็น”

 

“ย๊า..ซอริน แฟนเธอกินกระดูกเป็นอาหารหลักหรอถึงได้..

 

“ชานยอลอย่า!” ซอรินรีบรั้งคนตัวสูงที่ทำท่าจะเข้าไปเอาเรื่องชายปากดีไว้ จงอินและเซฮุนก็เข้ามาช่วยดึงอีกแรง “ถ้านายตั้งใจเข้ามาทักพวกเราด้วยเจตนาที่ดีก็ขอบคุณ แต่ถ้าไม่ใช่ก็กลับไปเถอะ เราไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว”

 

“นางฟ้า”

 

“อย่ากวนประสาทน่าแอล”

 

“เธอหงุดหงิดง่ายขึ้นนะ หรือว่า..ข่าววงในที่ฉันรู้มาจะเป็นเรื่องจริงเธอถึงอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก”

 

“ข่าวอะไร”

 

“คุณหนูซอรินกับคุณชายปาร์คชานยอลระหองระแหงกัน ไม่ได้ไปไหนมาไหนสองต่อสองให้ใครเค้าเห็นมาพักใหญ่แล้ว แถมคุณชายยังดูท่าจะมีเด็กใหม่ซะด้วย” แอลปรายตามองไปที่ด้านหลังของชานยอล สบตากับคนตัวเล็กที่แอบยื่นหน้าออกมามองเขาด้วยดวงตาแป๋วๆ

 

“หลานที่ยายของเธอรับมาเลี้ยงใช่เด็กคนนี้หรือเปล่า”

 

“ไม่เกี่ยวกับนาย” ซอรินใช้หางตามองแบคฮยอน “ไม่ต้องยุ่งกับเรา”

 

“ฉันจะสรุปว่าใช่ก็แล้วกัน”

 

“รู้แล้วได้อะไร”

 

“ก็เด็กใหม่ที่เค้าลือกันคือหลานบุญธรรมของท่านหญิงชองพูจอง เคยเห็นแต่ในรูปไม่เคยเจอตัวจริง ซึ่งเท่าที่ดูมีหมาหวงก้างตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรแบบนี้คิดว่าคงไม่ผิดแน่” เขาขยิบตาทักทายแบคฮยอน “ใช่มั้ยล่ะเด็กน้อย นายเป็นหลานท่านหญิงใช่ไหม”

 

“ผม..

 

“เซฮุน พาแบคฮยอนไปขึ้นรถ”

 

“พี่หรือน้อง ใครกันน๊า...ที่เป็นตัวจริง”

 

“ไม่ได้ยินที่ฉันบอกหรอ” ชานยอลหันไปขมวดคิ้วใส่น้องชาย เซฮุนพยักหน้าแล้วดึงแบคฮยอนไปขึ้นรถตามคำสั่ง

 

“ขี้ระแวงชะมัด” ชานยอลถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “หรือแบบนี้ต้องเรียกว่าขี้หวง? ซอริน ชานยอลเคยทำแบบนี้กับเธอบ้างหรือเปล่า”

 

“นายนี่มันน่ารำคาญขึ้นนะแอล”

 

“ฉันคุยกับซอรินมีมารยาทหน่อยสิคุณชาย”

 

“ตอนนี้ฉันกับชานยอลเราเป็นแค่เพื่อนกันแล้ว ถ้าสิ่งที่นายอยากรู้มีแค่นี้ก็พอใจได้แล้วนะ หยุดก่อกวนพวกเราซักที”

 

“พระเจ้าเทวดากับนางฟ้าเลิกกันแล้ว”

 

“อยากให้มีปัญหาอีกหรอแอล”

 

“นายนี่ยังทำตัวเป็นสุนัขรับใช้ผู้ภักดีต่อหมอนี่อยู่เรื่อยเลยสิน่า คิมจงอิน”

 

“แอล”

 

“โอ้สามรุมหนึ่ง ฉันรู้สึกหวั่น”

 

“เพราะอะไรถึงไม่มีใครเลือกอยู่ข้างนายเลย เวลาที่ผ่านมามันไม่ได้ช่วยให้นายคิดได้เลยใช่มั้ย” ชานยอลก้าวเข้าหาชายคนนั้นอย่างช้าๆ พูดเสียงเบาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าเจ็บไปถึงขั้วหัวใจคนฟัง

 

“อย่าเรียกร้องความสนใจ ที่ตรงนี้ไม่มีเหลือสำหรับพวกหน้าตัวเมียอย่างนายอีกแล้ว ไปให้พ้นหน้าพวกเราซะ”

 

 


 

 

 

 


 

แบคฮยอนกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลชองอย่างงงๆ....งงเรื่องผู้ชายคนนั้นกับพวกชานยอลนั่นแหละ

 

 

ทำไมต้องทำพฤติกรรมเหมือนบาดหมางกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้วขนาดนั้น คำพูดกำกวมแบคฮยอนพยายามตีความแล้วแต่ยังไม่อาจเข้าใจ ถามเซฮุนเท่าไหร่เพื่อนก็เอาแต่เลี่ยงตอบ พูดแค่ว่า ไม่มีไรหรอก อย่ารู้เลย ซึ่งเพื่อนคงไม่รู้สินะว่ายิ่งพูดแบบนั้นแบคฮยอนยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่

 

ตอนแรกว่าจะรอถามชานยอล แต่พอเห็นอีกฝ่ายทำหน้านิ่งเข้ามาในรถ บอกบุญก็คงไม่รับแบคฮยอนเลยตัดใจนั่งเงียบๆแทนเอาไว้ค่อยไปตื้อเซฮุนดูอีกที

 

หลังจากขับรถพาเขามาส่งถึงบ้านแล้วสองคุณชายก็ตามเข้ามาทักทายคุณท่านถึงในบ้านด้วย ตอนแรกแบคฮยอนกะนั่งด้วยอยู่หรอก แต่พอเห็นว่าซอรินตามเข้ามาเพิ่มเขาเลยคิดว่าตัวเองไม่ควรจะอยู่ต่อ แบคฮยอนขอตัวออกมาจากห้องนั่งเล่นและไม่ลืมที่จะลากแขนเซฮุนให้ตามมาด้วยกัน

 

 

“เรารู้นะว่าแบคฮยอนลากเรามาด้วยทำไม”

 

“ดีเลย จะได้ไม่ต้องถามอีก”

 

“เราบอกไปแล้วไงว่าไม่มีอะไร” เซฮุนถูกลากมาคุยไกลถึงบ้านลูกสุนัขนามว่าบัดดี้ แบคฮยอนปล่อยมือออกจากแขนเพื่อนแล้วนั่งยองๆลงเรียกเจ้าหมาน้อยให้ออกมาหา

 

“มีสิ ต้องมีแน่ๆ”

 

พลางขยับปากคุยกับเพื่อนไปด้วย

 

“เรื่องทะเลาะของพวกพี่ๆมันนานมาแล้ว เราก็ลืมๆไปบ้างไม่ได้รู้อะไรมากหรอก”

 

“เล่ามาเลย” เซฮุนนั่งยองๆลงใกล้ๆ เกาหัวแกร่กๆไม่รู้จะปฏิเสธเพื่อนยังไง “เอาเป็นว่าแบคฮยอนอยากรู้อะไรถามมาดีกว่า เราเริ่มต้นเล่าไม่ถูก” สุดท้ายก็ต้องตามใจกันเหมือนเดิม

 

“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร เพื่อนเก่าชานยอลหรอ”

 

“อืม เพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กเหมือนพี่จงอินกับพี่ซอรินนั่นแหละ แต่เลิกคบกันไปแล้ว”

 

“เค้านิสัยไม่ดีหรอ”

 

“ถ้าไม่มีเรื่องนั้นเราคิดว่าพี่เค้าก็โอเค หลายคนมักบอกว่าพี่แอลกับพี่ชานยอลเหมือนฝาแฝด ทั้งคู่มีอะไรหลายอย่างที่คล้ายกัน ทั้งนิสัย ความชอบ ความถนัด อะไรที่พี่ชานยอลเก่งพี่แอลก็เก่ง มีพร้อมเหมือนกันทุกด้าน แถมยังเป็นลูกหลานนักการเมืองเหมือนเราด้วย”

 

“แล้วเรื่องนั้นที่ว่าคือเรื่องอะไร เซฮุนพูดเหมือนมันเป็นเรื่องไม่ดี”

 

“เรื่องพี่ซอริน”

 

“ซอริน?

 

“อืม” เซฮุนระบายรอยยิ้มเล็กๆให้เพื่อน ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้เท่าไหร่แต่เชื่อว่าแบคฮยอนคงไม่ยอมให้ปล่อยผ่านไปแน่ “รู้จักรักสามเศร้ามั้ย”

 

 

“พี่แอลชอบพี่ซอรินมาตั้งแต่เด็กๆ แต่อย่างที่รู้กันว่าคุณยายและทางบ้านเราอยากเกี่ยวดองกันมันถึงได้เกิดปัญหานิดหน่อย ตอนยังเด็กก็ไม่มีอะไร แต่พอเริ่มโตเป็นหนุ่มความคิดคงเปลี่ยนไปมั้ง”

 

“ทะเลาะกันเพราะแย่งซอรินหรอ”

 

เซฮุนส่ายหน้า

 

“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว พี่ซอรินชัดเจนตลอดว่าคิดกับพี่แอลได้แค่เพื่อน

 

“แล้วกับชานยอลล่ะ”

 

“ก็เพื่อนเหมือนกัน ลองคิดดูสิ ทั้งที่มีสถานะทางความรู้สึกแค่เพื่อนไม่ต่างกันแต่พี่ชานยอลกลับได้รับความสนใจจากพี่ซอรินมากกว่า มีสิทธิ์ในตัวกันและกันก็มากกว่า และเพราะเป็นแบบนั้นล่ะมั้งพี่แอลถึง

 

….

 

“เกือบปล้ำพี่ซอริน”

 

“อะไรนะ!

 

“พี่ชานยอลซ้อมพี่แอลเกือบตายคาดาดฟ้าของโรงเรียน เป็นครั้งแรกที่เด็กหัวกะทิสุดเพอร์เฟคอย่างพี่ทั้งสองถูกติดทัณฑ์บนด้วยกันทั้งคู่ ตอนนั้นเราอยู่เกรดเก้า เดินเข้าโรงเรียนต้องได้ยินเสียงคนคุยเรื่องนี้ทุกวัน พี่ซอรินต้องหยุดเรียนเป็นอาทิตย์ๆน่าสงสาร”

 

“คุณท่านรู้เรื่องนี้หรือเปล่า”

 

“ในครอบครัวไม่มีใครไม่รู้หรอก เราแค่ไม่เอามาพูดให้พี่ซอรินต้องสะเทือนใจอีกก็เท่านั้น”

 

“แย่จัง ทำตัวไม่แมนเลย”

 

“ก็ไม่อยากเชื่อว่าจะทำได้ เพราะพี่แอลที่เราเคยรู้จักน่ะนิสัยดี คงเป็นพิษของความรักถึงทำให้คนเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนั้น”

 

“ความรักทำให้คนนิสัยเปลี่ยนง่ายจริงๆนั่นแหละ” เซฮุนอมยิ้มมองเสี้ยวหน้าของคนที่เอาแต่สนใจลูกสุนัขด้วยความเอ็นดู “ตั้งแต่นั้นมาพวกเค้าก็ไม่ถูกกันอีกเลยใช่มั้ย”

 

“อืม..จากเพื่อนรักก็กลายเป็นคู่แข่ง อยู่กันคนละกลุ่ม คงปวดหัวกันน่าดูที่ยังต้องทนเรียนร่วมชั้นกันอีกปีกว่าๆถึงจะแยกย้ายกันเข้ามหาวิทยาลัย พี่แอลย้ายไปเรียนต่อที่เยอรมันพวกเราเลยไม่เคยเจออีก วันนี้คงเป็นครั้งแรกในรอบสามปีกว่าๆที่ได้กลับมาเจอกัน บุคลิกเค้าเปลี่ยนไปเยอะจนเราเองก็เกือบจำไม่ได้”

 

“ก็หล่อดีนะ”

 

“หล่อกว่าเราหรือเปล่า” แบคฮยอนขำพรืด เวลาแบบนี้เซฮุนยังชมตัวเองได้อีก ไม่ว่าที่ไหนเมื่อไหร่ก็กลัวเขาชมคนอื่นมากกว่าตัวเองทุกทีสิ

 

“เซฮุนหล่อที่สุดในสายตาเราแล้ว ไม่มีใครเทียบได้เลย พอใจยั้งง”

 

ฮ่ะๆ อย่าว่าแต่เรา ถ้าแบคฮยอนเผลอไปพูดคำเมื่อกี้ให้พี่ชานยอลได้ยินระวังจะถูกดุเข้าล่ะ อะไรที่เกี่ยวกับพี่แอลเลี่ยงไว้ก็ดีนะ เดี๋ยวจะเป็นเรื่อง”






#ficmysscb

 

 










Talk:

แขกรับเชิญคนสุดท้ายมาแล้นนนนน เข้าโค้งสุดท้ายแล้นนน



เร็วๆนี้จะมีเปิดจองหนังสือ  #Ficmysscb นะคะ

แบ่งออกเป็นสองเล่มจบ เล่มละประมาณ 400 หน้า กับอีกเศษๆ(พูดเลยว่าหนาแบบโบกสลบ)    

     ปกเสร็จแล้ว  / มีฟามภูมิใจนำเสนอเพราะน่ารักไม่แพ้หลานคุณยาย ><! 

     จะลงรายละเอียดการจอง สเปฯ และอื่นๆในเล่มเมื่อฟิคใกล้จบ 

      ใครจะจับจองเริ่มหยอดกระปุกตั้งแต่ตอนเน้!

     ในส่วนของเนื้อเรื่อง เหลืออัพอีกราวๆ 7-8 ตอน มานับถอยหลังเนาะใจหายป่าว ?

     (รีดเดอร์ตะโกนบอกว่ารีบๆจบเถอะ ฮ่าๆ)

 


      มีคนบอกว่าหาทวิตเตอร์เราไม่เจอด้วย @Innungning

     (จริงๆมันมีแปะอยู่หน้าฟิคเลยง่ะ…)

 


           .. ตอนแรกจะตัดจบตั้งแต่ฉากโรงแรมแต่กลัวจะค้างเลยต่อไปอีก

แล้วไงล่ะ มีฟามอัดแน่นเหมือนเดิม T,.T อัพแต่ละที 200% ได้มั้ง ยาวจ๊น

(จะพยายามเพลาๆมือออ)

 

 

          //เจอกันตอนหน้า หลังวันที่สิบ เนื่องจากเราติดภารกิจพรีเซ้นทีสิสสส T-T














ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 251 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5008 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:59
    อยากตบแอล! คนเล ว
    #5,008
    0
  2. #4971 IPINOCKIO (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 11:02
    นี่มันอาร๊ายยยยยยย นี่ฉันพลาดอะไรไป คู่ชานแบคน่ะเข้าใจได้คนเป็นแฟนกัน แต่คู่ไคฮุนนี่ยังไง พี่น้องอะร๊ายยยย มีรอยดูดตามตัวมาแบบนั้น
    #4,971
    0
  3. #4917 faaah92 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 23:11
    สุดยอดเลยค่ะไรท์ ตัวละครมาเรื่อยๆแงงงง มีหลากหลายอารมณ์มั่กๆๆ รักเรื่องนี้><
    #4,917
    0
  4. #4856 bang-SP28 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 08:26
    อย่าม๊าาาา
    #4,856
    0
  5. #4751 KAMSNW (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 18:46
    สัมผัสได้ถึงลางร้ายยยย ฮืออออ
    #4,751
    0
  6. #4641 nsjcbw. (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 14:00
    แงงงง ใจไม่ดีเรยยย
    #4,641
    0
  7. #4609 pparkminhoo (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 13:12
    อย่าม่านะฮืออ
    #4,609
    0
  8. #4555 CHANBAEK 4ever (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 20:52
    อยากจะบอก แบคฮยอนออกมาลูก อย่สนั่งตรงนั้น55555
    #4,555
    0
  9. #4535 geejajaa (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 09:42
    เหยอะไรอีกเนี๊ยะ มีใครเจ้ามาแทรกอีกนึกว่าจะหวานแหวว ยก สอง ยกสาม สี่ ห้า
    #4,535
    0
  10. #4477 Kim-kibom (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 20:29
    รู้สึกเหมือนมีกลิ่นไอ ความดราม่า
    #4,477
    0
  11. #4444 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 14:03
    แอลอย่ามาพร้อมม่านะ
    #4,444
    0
  12. #4269 11507416p (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 12:29
    ใช้คำเขียนดีมากเลยอะไรท์ ไม่ต้องเข้าใจยาก อ่านแล้วเขินได้เลย^^
    #4,269
    0
  13. #4247 oom3456789 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 23:16
    ข้างเรื่องพี่แอลไปก่อน เราขอหวีดความฟินแปป เขิลลลลมากกกอ่ะ ใช้คำเก่งจัง อ่านแล้วเขินอ่ะ ตอนที่สามคนเถียงกันเรื่องอย่างว่าแบบทั้งเขินทั้งตลก ฮืออ ตอนที่บอกว่าได้กันคือแบบ ตาย555หวีดจนบ้า
    #4,247
    0
  14. #4191 pcy921 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 14:21
    จะมีดาม่าไหมคะ
    #4,191
    0
  15. #4098 pim pimmi (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 10:40
    นี่ว่าแอลต้องมาพร้อมดราม่าแหง
    #4,098
    0
  16. #4061 somruethai1307 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 15:34
    พี่แอล คนหล่ออออย่ามาทำดราม่านะ ไปเลย
    #4,061
    0
  17. #3991 หญิงปาร์ค (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 20:55
    แกกกก ไคฮุนโว้ยยยยฮืออ??
    #3,991
    0
  18. #3983 Tongdchr (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 18:41
    พี่แอลกลับเยอไปเถอะค่ะ อย่ามาเป็นภาระเลย ดูขมุกขมัวมาก
    #3,983
    0
  19. #3965 Chopoom94 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 18:42
    เฮ้อ มีเรื่องให้วุ่นวายอีกแล้ว พี่แอล ><
    #3,965
    0
  20. #3895 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 22:42
    แอลดูสนใจแบคนะ
    #3,895
    0
  21. #3844 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 09:56
    ตัวละครใหม่มาเพิ่มแล้วค่าาาา จะมีเรื่องกับแบคอีมั้ยเนี่
    #3,844
    0
  22. #3776 ONPCY. (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 22:05
    นี่ภาวนาให้จงอินกับเซฮุนได้กันเสียที อยากเห็นพี่ฮุนคนแมนในอ้อมกอดแข็งๆของพี่จงิน
    #3,776
    0
  23. #3716 XMCB_BB (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 14:00
    ขำจงอินกับฮุน ตกลงยังไงกันแน่นะ5555

    แอลอย่ามายุ่งกับแบคนะเว้ยยยย
    #3,716
    0
  24. #3636 hunhun (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 02:44
    เอาแล้ววววววว แต่นี่เซอไพรส์คิมจงอินกับเซฮุนจริงๆๆๆแหม่คราวหลังก็เอาพกติดตัวไว้บ้างนะเผื่อออออออออได้ใช้น่ะ
    #3,636
    0
  25. #3635 hunhun (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 02:44
    เอาแล้ววววววว แต่นี่เซอไพรส์คิมจงอินกับเซฮุนจริงๆๆๆแหม่คราวหลังก็เอาพกติดตัวไว้บ้างนะเผื่อออออออออได้ใช้น่ะ
    #3,635
    0