You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 27 : Shining XXV :: my gift

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,671
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 391 ครั้ง
    2 พ.ค. 59



Shining XXV

 

 









      

       พอตะวันเริ่มลับขอบฟ้า แบคฮยอนและชานยอลก็เริ่มเตรียมตัวพากันกลับโซล ทั้งคู่เข้าไปล่ำลาผู้ใหญ่ก่อนจะได้รับผลไม้พื้นบ้านเล็กๆน้อยๆติดมือมาด้วย

 

            วันนี้แบคฮยอนมีความสุขทั้งวันกับการได้เจอหน้าเหล่าพี่ป้าน้าอาตลอดจนเด็กๆในชุมชนคนสนิท ถ้าไม่ติดว่ามีชานยอลมาด้วยคนตัวเล็กก็คงอยู่ค้างที่นี่กับทุกคนด้วยแล้วเพราะยังรู้สึกไม่หนำใจ

 

เขายังมีเรื่องสนุกๆที่ยังไม่ได้เล่าให้ทุกคนฟังอีกเยอะ เวลาแค่วันเดียวไม่มีทางพอหรอก แต่ก็อย่างว่า..แบคฮยอนไม่สามารถทำทุกอย่างตามใจตัวเองได้ แบคฮยอนยังต้องกลับโซลพร้อมชานยอลแล้วพรุ่งนี้ก็ยังมีเรียนแต่เช้าอีก ได้กลับช่วงเวลาฟ้าใกล้มืดแบบนี้ก็นับว่าดีสุดๆแล้ว 

 

            อีกอย่างวันนี้ชานยอลก็ตามใจเขาทั้งวัน อยากเดินไปไหน อยากไปคุยเล่นกับใครคุณชายเค้าก็เดินตามมาเป็นเพื่อนด้วยหมด แดดร้อนแค่ไหนก็ไม่บ่น ทั้งยังตั้งใจฟังเขาคุยกับคนอื่นราวกับได้ฟังเรื่องสนุก หากแบคฮยอนเข้าใจไม่ผิด ชานยอลคงอยากรู้เรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาของเขาผ่านสังคมที่เคยจากมา คงอยากจะฟังจากปากของคนอื่นที่ไม่ใช่เขาบ้าง

 

            และถ้าสิ่งที่แบคฮยอนคิดนั้นใช่จริงๆ วันนี้ชานยอลก็คงได้รู้จักตัวตนจริงๆของเขาจนเกือบหมดเปลือกสมใจเลยล่ะ เพราะไม่ว่าจะไปคุยกับใครคนไหน ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่แฉถึงพฤติกรรมในอดีตของเขาให้คุณชายฟังกันซะหมด แสบบ้างล่ะ ชอบกวนประสาทคนแก่บ้างล่ะ หัวโจกเด็กๆ ชอบสร้างวีรกรรมแผลงๆและอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด แบคฮยอนแก้ตัวจนคอแห้งทั้งวันแต่โดยรวมแล้วก็สนุกดีนะ

 

 

 

             พี่แบคฮยอน

 

            เสียงเรียกชื่อดังมาจากตรงไหนซักแห่งทำเอาทุกคนชะงักฝีเท้า แบคฮยอนหมุนตัวมองหาต้นตอของเสียงแต่ก็ไม่พบใคร

 

            “เมื่อกี้เสียงเรียกชื่อผมไม่ใช่หรอ” แบคฮยอนขมวดคิ้วงุนงง เงยหน้าสบตากับชานยอล ชายหนุ่มส่ายหน้าไม่เข้าใจด้วย ทว่าก็ช่วยมองหาเจ้าของเสียงให้อีกแรง พ่อเฒ่ากับแม่ครูที่เดินออกมาส่งพวกเขาที่รถก็เช่นกัน

 

            “เสียงเหมือนชินจู” แม่ครูว่า แบคฮยอนคิดตามก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย

 

“ใช่ๆ เสียงเหมือนชินจูจริงด้วย” สามคนพ่อแม่ลูกอมยิ้มกันนิดๆพลางช่วยกันสอดส่องสายตามองอีกครั้ง ตรงกันข้ามกับปาร์คชานยอล แม้ว่าจะช่วยมองหาให้ด้วยแต่ก็ใช่ว่าเขาจะเข้าใจสถานการณ์

 

 

            ชินจูคือใคร?

 

             ทำไมทุกคนต้องยิ้มแย้มมีความสุขเมื่อกล่าวถึงชื่อนี้

 

 

            “ชินจูเป็นแฟนผมเอง” ชานยอลหันกลับมาจ้องหน้าแบคฮยอนแทบจะทันที “มาก่อนชานยอลอีกนะ ไม่เชื่อถามแม่ครูกับพ่อเฒ่าสิ” และแบคฮยอนก็ทำยิ้มมีความสุขโดยไม่สะทกสะท้านต่อสายตาตกใจปนมึนงงของชานยอลเลยสักนิด

 

            “เธอใช่ไหมชินจู”

 

            แบคฮยอนตะโกนเรียก ขณะหมุนตัวมองไปรอบๆ

 

            “ถ้าอยู่แถวนี้ก็ออกมาหาสิ ออกมาให้เจอก่อนที่พี่จะกลับ”

 

            “นั่นไงล่ะ” แม่ครูชี้นิ้วไปทางต้นไม้ใหญ่ มีเงาตะคุ่มและแขนเสื้อของใครบางคนโผล่มาจากหลังต้นไม้ต้นนั้น “พี่เค้าจะกลับแล้วนะชินจู ออกมาเร็วๆเข้า”

 

เสียงเร่งทำให้ผู้ที่ซ่อนอยู่หลังต้นไม้ค่อยๆก้าวออกมา สองเท้าย่ำเดินเข้ามาหาอย่างกล้าๆกลัวๆแล้วยังก้มหน้าก้มตาจนคางแทบชิดอก

 

            “มาเร็ว ไม่ต้องกลัว” แบคฮยอนย่อตัวลงพร้อมกับอ้าสองแขนออก สายตาประสานมองกับเด็กหญิงชินจู วัยหกขวบด้วยแววตาแห่งความดีใจ “มาเร็ว..

 

หนูน้อยอยู่ในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ สีซีดเสียจนไม่เหลือเค้าเดิม มีรูขาดและรอยเย็บซ้ำๆอยู่หลายจุด รองเท้าแตะที่สวมอยู่ก็เหมือนกัน ทั้งเนื้อทั้งตัวดูสกปรกมอมแมม หนำซ้ำยังดูตื่นกลัวผู้คนง่ายเพราะแม่หนูกำลังยืนตัวสั่น กัดปากลังเลใจต่อเสียงเรียก

 

“เข้ามาหาพี่สิชินจู”

 

หนูน้อยอยากวิ่งเข้าไปหาพี่แบคฮยอนของตัวเองใจแทบขาด แต่เพราะกลัวพี่ชายตัวโตที่ยืนอยู่ข้างๆพี่แบคฮยอนจับใจเลยทำได้แค่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้าพ่อเฒ่ากับแม่ครูเพียงเท่านั้น แต่พี่แบคฮยอนก็น่ารักเหลือเกิน ยังคงนั่งยองๆตบมือเปาะแปะเรียกให้เข้าไปหาไม่หยุด เด็กหญิงตัวเล็กจึงตัดสินใจทิ้งความกลัวแล้วหลับหูหลับตาวิ่งเข้าหาอ้อมกอดพี่ชายตัวเล็กทันที

 

“ไม่เจอกันนานคิดถึงจังเลย เจ้าหญิงชินจูของพี่”

 

“ชินจูก็คิดถึงพี่แบคฮยอน” เด็กน้อยงุดหน้าลงบนไหล่ของพี่ชายตัวเล็ก ภาพน่ารักๆของคนทั้งสองกำลังเรียกรอยยิ้มให้กับผู้ใหญ่รวมถึงปาร์คชานยอลด้วย

 

 

..แฟนของหลานคุณยายอายุกี่ขวบกันเชียว..มันน่าตีที่มาทำให้เขาตกใจแต่พอเห็นว่าเป็นเด็กตัวเท่านี้ชานยอลก็ยิ้มต่อได้แล้ว

 

 

“ทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้ล่ะ พี่กำลังจะกลับอยู่แล้ว”

 

“ชินจู..” หนูน้อยเงยหน้าขึ้นมองชานยอลแวบนึงก่อนจะรีบหลบสายตาต่อทันที “ชินจูจะเข้าไปหาพี่แบคฮยอนหลายทีแล้วแต่ว่าพี่แบคฮยอนพาเพื่อนมาด้วย”

 

“ฮ่ะๆ กลัวสินะ”

 

….

 

“หน้าอาจจะดุแต่จริงๆพี่เค้าใจดีนะ หล่อด้วยเห็นเปล่า”

 

“อึ” หนูน้อยรีบส่ายหัวอย่างไม่มีลังเล ทำเอาคุณชายรู้สึกเสียเซลฟ์ และยิ่งรู้สึกเข้าไปใหญ่ก็ตอนที่เสียงหัวเราะของสามพ่อแม่ลูกดังขึ้นพร้อมกันนั่นแหละ  

 

“ทำไมล่ะ ชินจูคิดว่าพี่ชายคนนี้ไม่หล่อหรอ”

 

“ชินจูชอบพี่แบคฮยอนคนเดียว”

 

“อ๋า..” คนฟังลูบหัวหนูน้อยด้วยความเอ็นดู ก่อนจะล้วงเอาเงินในกระเป๋ากางเกงตัวเองยัดใส่มือน้อยจำนวนหนึ่ง มันไม่มากแต่แบคฮยอนคิดว่าคงพอสำหรับค่าขนมของน้องสาว

 

“เก็บไว้ซื้อขนมนะ เอาไว้หมู่บ้านใหม่เรียบร้อยเมื่อไหร่แล้วพี่จะไปหา จะพาไปล่าของอร่อยกินด้วยตัวเองเลย”

 

“พี่แบคฮยอนกลับมาอยู่กับพวกเราอีกไม่ได้หรอ”

 

“พี่ต้องกลับไปเรียน ถ้าชินจูโตขึ้นกว่านี้ชินจูก็จะได้เรียนหนังสือเหมือนที่พี่ได้เรียนเหมือนกัน”

 

“แต่ชินจูอยากให้พี่แบคฮยอนมาเล่นด้วยทุกวันเหมือนเมื่อก่อน”

 

“ฮ่ะๆ”

 

“ตั้งแต่พี่แบคฮยอนไม่อยู่ไม่มีใครแบ่งขนมให้ชินจูกินเลย”

 

“คยองซูก็ไม่แบ่งหรอ”

 

“พี่คยองซูไม่ชอบกินขนม”

 

นั่นสินะ..แบคฮยอนลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย

 

“พี่คยองซูจะเก็บเงินไว้ซื้อข้าว พี่คยองซูไม่ชอบขโมยของกินเหมือนพี่แบคฮยอนด้วย”

 

“อ้าว ไหงเป็นงี้ล่ะชินจู..” เสียงครางประท้วงของพี่ชายตัวเล็กทำหนูน้อยหัวเราะ แต่คนถูกกล่าวหาน่ะหัวเราะไม่ออกหรอก กำลังโดนกำปั้นหนักๆของคนบางคนทับกลางหัวอยู่ ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองแบคฮยอนก็พอจะนึกสีหน้านั้นออกแล้ว

 

“มันจำเป็นหรอกน่าครั้งนั้น”  ก็ป้าเจ้าของร้านขายขนมอยากมานินทาใส่ร้ายเขาก่อนเอง ปรักปรำเหมารวมว่าแบคฮยอนเล่นยากับพวกเด็กเกเรในชุมชนก่อน ตอนนั้นโมโหก็เลยแอบจิ๊กขนมไปแพคนึง แล้วก็เอาไปแจกจ่ายแบ่งให้เด็กๆกินด้วยชินจูนะชินจูรู้อย่างนี้ตอนนั้นไม่เล่าให้ฟังซะก็ดี เห็นยังเด็กๆไม่นึกว่าจะจำมาใส่ใจ

 

“เอ็งนี่มันเหลือเกินจริงๆไอ้แบคฮยอน”

 

“โถ่พ่อเฒ่า เรื่องมันนานมาแล้ว ตอนนั้นผมรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้วก็..โป้ก!

 

“ผิดก็คือผิดไม่ต้องมาแก้ตัว”

 

“งื้อ..ตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว” ลูบหัวตัวเองที่ถูกพ่อเฒ่าเคาะป้อยๆแล้วค่อยๆช้อนตาอ้อนพ่อแม่และปาร์คชานยอล “เชื่อผมซี..ไม่ได้ทำแล้วจริงๆ”

 

“อย่าทำโทษพี่แบคฮยอนเลยนะคะพ่อเฒ่า พี่แบคฮยอนนิสัยดีนะ ขโมยมาให้น้องๆอ่า..กินเองไม่กี่ชิ้นเอง”

 

“พอเถอะน่าชินจู..

 

ผู้ใหญ่เค้าไม่ได้คิดแบบเราหรอก

 

“อันนั้นคือตัวอย่างที่ไม่ดีนะ ชินจูกับเพื่อนๆต้องไม่เอาพี่เป็นแบบอย่าง”

 

“แต่พี่แบคฮยอนเป็นคนดี พี่แบคฮยอนชอบเอาของกินมาแบ่งน้องๆแล้วยังช่วยให้น้องๆไม่ถูกพวกคนเกเรแกล้งด้วย ชินจูไม่เคยมองว่าพี่แบคฮยอนนิสัยไม่ดีนะ อีกอย่างพี่แบคฮยอนก็เป็นคนเดียวที่สนใจชินจู..

 

“อ่า..เด็กน้อย” แบคฮยอนดึงหนูน้อยเข้ามากอดพลางลูบศีรษะเล็กเท่าฝ่ามือไปด้วย..มันนานมากแล้วที่เขาไม่ได้กอดน้องสาวตัวเล็กคนนี้ นานแล้วที่ไม่ได้ปลอบ และก็นานแล้วที่ไม่ได้คุยกัน

 

ชินจูเป็นหนึ่งในเด็กๆที่แบคฮยอนมักไปเล่นด้วยบ่อยๆสมัยยังอยู่ชุมชน หนูน้อยคนนี้ค่อนข้างติดเขามากกว่าใคร ถ้าไม่มาหาเขาที่บ้าน เขาก็จะเป็นฝ่ายไปรับน้องสาวออกมาเล่นด้วยเอง ไม่เจอกันนานย่อมคิดถึงกันเป็นธรรมดา และนอกจากความคิดถึงแล้วก็คือความห่วงใยที่แบคฮยอนมีให้หนูน้อยชินจูเสมอ

 

“พ่อแม่ยังทะเลาะกันเหมือนเดิมมั้ย”

 

“ทุกวันเลย”

 

“ถ้าพ่อแม่ตีกันต้องอยู่ให้ไกลที่สุดจำได้หรือเปล่า”

 

“จำได้”

 

“ถ้าไม่มีที่ไปก็ให้ไปหาพ่อเฒ่ากับแม่ครู”

 

“ชินจูจำคำพี่แบคฮยอนได้”

 

“เอาไว้พี่จะให้แม่ครูซื้อขนมมาตุนไว้ให้เราเยอะๆนะ คิดถึงกันเมื่อไหร่ก็ให้แม่ครูต่อสายมาหาพี่ก็ได้ ตอนนี้พี่คุยกับพ่อแม่ทุกวันเลย”

 

“ฮือ..พี่แบคฮยอนจะไปแล้วใช่มั้ย”

 

“ฟ้ามืดแล้วพวกพี่ยังต้องขับรถกันอีกไกล ไว้เจอกันใหม่นะเจ้าหญิง” แบคฮยอนกดจมูกหอมแก้มซ้ายขวาอันแสนจะมอมแมมของน้องสาวด้วยความรักความเอ็นดู “ต้องเป็นเด็กดีนะ ต้องเติบโตเป็นชินจูที่เข้มแข็งห้ามให้ใครมารังแกได้เด็ดขาด แม้แต่พ่อแม่ที่ไม่รักเราก็ห้ามให้เค้ามาทำเราเจ็บตัวเด็ดขาดเลย อยู่ห่างๆไว้ ดูแลตัวเองดีๆ”

 

“หนูรักพี่แบคฮยอน”

 

“พี่ก็รักชินจู”

 

 


 

 

 



 

รถซุปเปอร์คาร์ของปาร์คชานยอลหยุดจอดเทียบใกล้บันไดหน้าคฤหาสน์ตระกูลชอง เจ้าของรถหันหน้าไปมองผู้ที่นั่งมาด้วยกันข้างๆ แบคฮยอนกำลังหลับ..และดูท่าจะหลับลึกมากด้วยเพราะนั่งคอพับแบบนี้มาตลอดทาง ถึงบ้านแล้วก็ยังไม่รู้สึกตัว แต่ชานยอลก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ วันนี้แบคฮยอนร่าเริงทั้งวัน เอนเนอร์จีเยอะเป็นพิเศษ วิ่งไปมาเหมือนเด็กๆไม่ยอมอยู่กับที่คงเพราะมีความสุขกับการได้กลับสังคมบ้านเกิดของตัวเอง

 

 

ไม่หมดแรงกลับบ้านก็แปลกแล้ว

 

 

ชานยอลไม่รู้สึกคิดผิดที่ตามไปด้วย ถึงแม้จะเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวและลำบากกับอะไรหลายๆอย่างไปสักหน่อยแต่ชานยอลก็ชอบที่ตัวเองได้ไปเห็นอะไรแบบนั้น ได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคมของแบคฮยอน ได้ฟังเรื่องเล่าแสบๆเพี้ยนๆทั้งดีร้ายปะปนกันไปของอีกฝ่าย  แถมยังได้เห็นเด็กดื้อทำตัวเป็นพี่ชายที่แสนดีให้กับหนูน้อยคนนั้น

 

แบคฮยอนเล่าให้ฟังบนรถว่าชินจูเป็นเด็กที่ขาดความอบอุ่น พ่อแม่ไม่รัก เกิดมาเพราะความผิดพลาดในการคุมกำเนิด ที่บ้านมีปากเสียงกันทุกวันเด็กคนนั้นถึงได้กลายเป็นคนขี้กลัว ไม่ว่าจะเป็นการกลัวคนแปลกหน้า กลัวคนไม่สนิท หรือแม้แต่การกลัวโลกภายนอก ชานยอลฟังแล้วรู้สึกหดหู่ แต่ก็ดีใจที่อย่างน้อยเด็กคนนั้นก็ยังมีแบคฮยอนที่เข้าใจและให้ความรักราวกับเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

 

ในสายตาของชานยอล แบคฮยอนเป็นเด็กดื้อที่ได้ผ่านโลกแห่งความลำบากมาเยอะ บางการกระทำก็เกินขอบเขตความพอดี แต่ชานยอลก็ยังเชื่อเสมอว่าเนื้อแท้ของแบคฮยอนนั้นเป็นเด็กจิตใจดีคนหนึ่ง ขี้สงสาร เกลียดการถูกเอารัดเอาเปรียบ

 

ก็จริงที่วันนี้เขาได้ยินแต่วีรกรรมแสบๆของอีกฝ่าย แต่ในใจความนั้นก็มีความน่ารักซ่อนอยู่ด้วย แบคฮยอนเป็นที่รักของคนโดยส่วนมาก เป็นเด็กที่ร่าเริงและคอยฉายแสงอันแสนสดใสให้กับใครหลายๆคน

 

กับเขาเองก็เหมือนกัน..ตั้งแต่รู้จักกับแบคฮยอนชีวิตของเขาก็มีสีสันขึ้นกว่าแต่ก่อน..ทุกอย่างมันค่อยๆเปลี่ยนไป จากที่ยิ้มไม่บ่อยกลับยิ้มได้ง่ายๆจนเริ่มติดเป็นนิสัย..จากไม่ค่อยมีอารมณ์ขันติดจะเป็นคนซีเรียส ก็อยากทำแต่เรื่องสนุกๆไปกับอีกฝ่ายทุกวัน..แบคฮยอนเหมือนดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆที่คอยส่องแสงแห่งวันดีๆให้กับเขา..บางวันก็ทำให้อุ่นกำลังดี..บางวันก็ทำให้ร้อนจัด..

 

และไม่ว่าจะให้ความรู้สึกแบบไหน ณ ตอนนี้ชานยอลก็พร้อมเผชิญด้วยทั้งนั้น เพราะเขาเลือกแล้ว..เลือกที่จะผูกมัดกับแบคฮยอนด้วยสถานะที่มากกว่าคนรู้จักกันอย่างเมื่อก่อนแล้ว..

 

 

 

“แบคฮยอน”

 

 

“ถึงบ้านแล้วนะหลานคุณยาย ตื่นได้แล้ว”

 

“อือ..ถึงแล้วหรอ..” คนตัวเล็กขยับตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับความงัวเงีย ขยี้ตามองไปรอบๆเห็นเหล่าแม่บ้านยืนรอต้อนรับอยู่ที่หน้าบันได พอหันกลับมาหาชานยอล อีกฝ่ายก็พยักหน้าให้พร้อมกับขยี้ผมของเขา “ฮือออ อยากนอนต่อ”

 

“ก็ถึงบ้านแล้วไง รีบขึ้นไปอาบน้ำแล้วเข้านอน พรุ่งนี้จะได้ไม่ตื่นสาย”

 

“ขี้เกียจเดินอ่า..

 

“แล้วจะให้ฉันอุ้มเข้าบ้านให้หรือไง”

 

“ฮื่อ ไม่เอาหรอก”

 

“แล้วงอแงอะไรเนี่ย”

 

“ก็ผมง่วงนี่นา..” ปลดเซฟตี้เบลท์ออกแล้วเอนตัวเข้าไปซบหน้าผากลงกับหัวไหล่แข็งๆของคนตัวสูง ถูไถไปมาเหมือนลูกแมวที่กำลังอ้อนเจ้าของอยู่

 

“วันหลังฉันจะเอารถที่ติดฟิล์มไม่ทึบมาขับบ้าง เผื่อจะมีคนหายดื้อ” ชานยอลว่าเล่นๆ ตั้งแต่คบกันมาได้ซักระยะเขาก็เริ่มคุ้นกับนิสัยง่วงแล้วงอแงไม่มีเหตุผลของคนตัวเล็กบ้างแล้ว ขับรถมาส่งที่บ้านตอนดึกๆทีไรแบคฮยอนจะดื้อไม่ยอมลงจากรถแบบนี้ทุกที..ไอ้อาการเขินอายที่เคยมีก็ยังเอาชนะความง่วงแบบเด็กๆของแฟนตัวเล็กเขาไม่ได้เลย..

 

“ไอ้เด็กสามขวบ ลงรถไปได้แล้ว”

 

“ฮื่อ..

 

“ไม่งั้นจะพากลับไปนอนบ้านด้วยนะ”

 

“บาย..” แบคฮยอนผงกหัวขึ้นอย่างไม่มีอิดออดทันทีที่ได้ยินคำขู่ ชานยอลนั่งหัวเราะขณะจ้องทุกการเคลื่อนไหวของคนตัวเล็กไปด้วย ตั้งแต่หยิบกระเป๋า เปิดประตูลงจากรถ และการยื่นหน้ากลับเข้ามาบอกทิ้งทวนก่อนหันหลังให้เช่นทุกวันว่า

 

 

“ขับรถกลับดีๆนะชานยอล”

 

 

และชานยอลก็จะตอบกลับด้วยประโยคเดิมๆที่ว่า

 

 

“ถึงแล้วจะโทรหา รับโทรศัพท์ด้วยไม่งั้นโดน”

 

 

อย่างนี้ทุกครั้งเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 



 

นักศึกษาคณะนิติศาสตร์เกือบห้าร้อยชีวิตพากันทยอยออกจากคลาสเมื่อหมดชั่วโมงเรียนตอนเย็น บ้างก็ยังนั่งคุยกันต่อ หรือไม่ก็กำลังเก็บอุปกรณ์การเรียนและสัมภาระอื่นๆที่เป็นของตัวเองใส่ลงในกระเป๋า อย่างเช่น แบคฮยอนและปาร์คเซฮุนเป็นตัวอย่าง

 

 

“ต้องไปซ้อมวิ่งต่อมั้ยแบคฮยอน”

 

“ไม่ได้ไปแล้ว ช่วงนี้พักซ้อม เซฮุนล่ะไปไหนต่อ”

 

“ต้องไปรับของที่สั่งไว้น่ะ” แบคฮยอนรู้สึกว่ารอยยิ้มของเพื่อนมันจางลงกว่าเมื่อก่อน หลังๆมานี้ถ้านอกเหนือจากเวลาเรียนพวกเขาก็ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเท่าไหร่แล้ว เพื่อนไม่ค่อยเกาะติดเขาเหมือนอย่างเคย แบคฮยอนรู้สึกว่ามันมีช่องว่างบางอย่างเพิ่มขึ้นมา ไม่รู้มันเรียกว่าอะไร รู้ก็แต่ว่าไม่ชอบที่มันเป็นแบบนี้เลย

 

แบคฮยอนยอมรับนะว่าชีวิตช่วงหลังค่อนข้างผูกติดกับปาร์คชานยอลมากกว่าใคร เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาแบคฮยอนก็ยังไม่เคยเอาไปพูดที่ไหนแม้กระทั่งกับเซฮุน แต่ไม่รู้ว่าเพื่อนรู้ไปแล้วหรือยังเพราะชานยอลกับเขาก็ค่อนข้างตัวติดกันแบบเช้ามารับ เย็นไปส่งอย่างนี้ทุกวันมาได้ซักพักแล้ว

 

 

 

ถึงจะสนิทกับชานยอล ก็ไม่ได้หมายความว่าแบคฮยอนอยากสนิทกับเซฮุนน้อยลงสักหน่อย

 

 

 

“ทำไมเงียบไปล่ะ แบคฮยอนควรถามเราต่อว่าของอะไร หรือไปรับที่ไหนแบบนั้นไม่ใช่หรอ ฮ่ะๆ” เด็กหนุ่มยิ้มให้เพื่อนพร้อมกับสะพายกระเป๋าเป้ไว้บนไหล่ซ้าย

 

“เก็บของเสร็จยัง จะได้ออกไปพร้อมกัน”

 

“เซฮุนโกรธเราหรอ”

 

“หืม”

 

“เซฮุนไม่ตื่นตัวเวลาอยู่กับเราเหมือนเมื่อก่อนเลย”

 

“คิดมากน่า ตอนนี้เราก็ยังยืนยิ้มให้แบคฮยอนอยู่นะ ยิ้มให้คนเดียวด้วยดูสิ ทั้งห้องไม่มีใครอยู่กับเราเลย ฮ่ะๆ”

 

“เรากับชานยอลเป็นแฟนกันแล้ว”

 

….

 

“เรื่องนี้เซฮุนรู้อยู่แล้วใช่มั้ย” แวบนึงที่แบคฮยอนเห็นเซฮุนหลบสายตา แต่หลังจากนั้นเพื่อนตัวสูงก็กลับมาฉีกยิ้มให้ได้เหมือนเดิมพร้อมกับช่วยถือกระเป๋าให้ด้วย

 

“อืม รู้แล้วล่ะ”

 

….

 

“อย่าทำหน้างั้นสิ ฮ่ะๆ ไปเถอะ ออกไปกันก่อนที่ยามจะเข้ามาปิดไฟห้อง”

 

“ถึงเราจะคบกับชานยอลแต่เราก็ยังรักเซฮุนเหมือนเดิมนะ เราเคยรับปากเซฮุนไว้แล้วนี่ว่าต่อให้เป็นแฟนใครก็ช่างเราจะรักเซฮุนเหมือนเดิม รักไม่ให้น้อยกว่าคนนั้นด้วย”

 

“เรารู้น่า แต่ขอเวลาเราทำใจหน่อย”

 

“เซฮุนนา..

 

“ไม่ต้องมาทำตาปริบๆใส่เราเลย”

 

“เอางี้ เราให้ชานยอลกับเซฮุนสลับกันมารับเราคนละวันดีไหม”

 

“ทำเหมือนเราเป็นแฟนเก็บของแบคฮยอนไปได้ ฮ่ะๆ”

 

“งั้นเราไม่ให้ชานยอลมารับเราแล้ว”

 

“กลับบ้านไปเราอาจหัวโนทุกวัน”

 

“ฮื่อ..

 

“ไม่ต้องมาครางประท้วงเราเลย แล้วนี่หาอะไรเป็นของขวัญให้พี่ชานยอลหรือยังล่ะ”

 

“ของขวัญ? ของขวัญไร” เพราะแบคฮยอนขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ปาร์คเซฮุนเลยเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจไปด้วย

 

“อย่าบอกว่าแบคฮยอนไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันเกิดพี่ชานยอล?

 

“ฮะ? พรุ่งนี้วันเกิดชานยอลหรอ ไม่เห็นชานยอลบอกอะไรเราเลย”

 

“เวรกรรม” เป็นแฟนกันแต่ไม่รู้แม้กระทั่งวันเกิด..แต่ก็น่าอยู่หรอก คนนึงแทบไม่เคยรู้อะไรกับเขา ตกข่าวจนเป็นเรื่องปกติ ส่วนอีกคนต้องรอให้ถามก่อนถึงจะยอมบอก อย่างงานปาร์ตี้วันเกิดพรุ่งนี้พ่อแม่ยังเป็นคนช่วยดำเนินการให้เหมือนทุกปี ขณะที่เจ้าของวันเกิดก็คงมีหน้าที่แค่เกิดตรงกับวันนั้นแค่นั้นแหละหาได้ใส่ใจอะไร

 

“เรากำลังจะไปเอาของขวัญที่สั่งไว้ให้พี่ชานยอล จะไปกับเราด้วยเลยไหมล่ะ แบคฮยอนจะได้ไปเดินเลือกซื้อของขวัญให้พี่เค้าด้วย”

 

 


 

 


 


 

แบคฮยอนมาเดินห้างเลือกของขวัญกับเซฮุนอย่างงงๆ เขาไม่รู้มาก่อนว่าพรุ่งนี้คือวันเกิดของชานยอล อีกฝ่ายไม่เคยพูดถึง และถ้าเซฮุนไม่บอกแบคฮยอนก็คงจะยังไม่รู้ต่อไป

 

ตอนมาถึงเขาต้องไปส่งเซฮุนรับของขวัญที่สั่งไว้ให้พี่ชายก่อน เป็นนาฬิกาแบรนด์เนมที่ต้องสั่งนำเข้าเป็นพิเศษ เห็นตอนแรกก็ว่าสวยดี แต่พอได้รู้ราคาเท่านั้นแหละ..เข่าสั่น

 

 

อะไรมันจะแพงขนาดนั้น!

 

 

ราคานาฬิกาข้อมือแค่เรือนเดียวแบคฮยอนคิดว่ามันสามารถซื้อบ้านหรูๆได้เป็นหลังเลยนะ  

 

 

พอต้องมาเลือกในส่วนของตัวเองบ้าง แบคฮยอนก็นึกไม่ออกว่าควรซื้ออะไรให้ชานยอลเป็นของขวัญดี  นาฬิกา เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า น้ำหอม เขาเข้าไปดูมาหมดแล้วซึ่งไม่ได้อะไรติดมือมาเลย..ไม่ใช่ว่าไม่ถูกใจ แต่ราคาขูดเลือดขูดเนื้อกันขนาดนั้นแบคฮยอนไม่เอาด้วยหรอก

 

กินไม่ได้ซักกะอย่าง ถึงซื้อที่กินได้เดี๋ยวชานยอลก็หาว่าเขาคิดแต่เรื่องกินอีก..แบคฮยอนไม่เคยต้องมาเลือกซื้อของขวัญให้ใคร..ที่ชุมชนไม่เคยจัดงานอะไรแบบนี้..ใครอยากเกิดวันไหนก็เกิด ทุกวันคือวันธรรมดาไม่ได้มีวันไหนที่พิเศษเลย

 

 

“คิดได้ยังแบคฮยอน”

 

“คิดไม่ออกเลย”

 

“ไม่จำเป็นต้องเอาของแพงๆก็ได้นี่ แบคฮยอนอยากให้อะไรก็ให้เลย พี่ชานยอลไม่เรื่องมากหรอก”

 

“จริงหรอ แต่ของเซฮุนหลักล้านเลยนะ”

 

“อ่อ..ฮ่ะๆ พี่ชานยอลชอบอะไรแบบนี้น่ะ ก็เลยอยากให้ ปีละครั้งเอง”

 

“เห็นมั้ย ชานยอลชอบของแพง”

 

“ไม่หรอกน่า แล้วแต่คนให้มากกว่า ดูอย่างพี่จงอินสิ บางปีก็ให้ บางปีก็ไม่เห็นให้”

 

“ชิวมาก”

 

“แต่ปีที่แล้วพี่จงอินจัดสาวๆมาเต้นเป็นของขวัญวันเกิดให้พี่ชานยอลตั้งสิบกว่าคน ค่าตัวแต่ละคนแพงๆทั้งนั้น”

 

“โอโห..

 

แต่เป็นสาวๆไซส์ XXL ที่หนักกันมากกว่าแปดสิบทุกคนนะ ฮ่ะๆๆ

 

“ก้ากกกกก อยากเห็นบ้างอ่ะ”

 

“เรื่องของขวัญประหลาดๆต้องยกให้คนนั้นเลยล่ะ แต่พูดก็พูดเถอะ ปีก่อนจัดสาวๆสวยๆอกสะบึ้มของจริงมาเลยล่ะ ใส่บิกีนี่เข้ามาเลย แต่ก็อย่างว่า บางปีบทจะไม่มีก็ไม่มีให้เลย”

 

“เฮ้อ..

 

“อย่าคิดเยอะสิ อยากซื้ออะไรก็ซื้อเถอะ”

 

“อืม เราตัดสินใจได้แล้ว”

 

“ว่า”

 

“เราไม่ให้อะไรเลยดีกว่า”

 

 


 

 


 

 

 

 

ไม่ให้อะไรเลยงั้นหรอ ?

 

 

นั่นมันประโยคหลอกตัวเองชัดๆ!

 

 

หลังจากเซฮุนขับรถมาส่งที่บ้านแบคฮยอนก็เจอคุณท่านกำลังยืนทำมาการองเป็นของขวัญวันเกิดให้กับชานยอลอยู่ในครัว เขาได้ช่วยนิดหน่อยเพราะว่าท่านทำจวนเจียนจะเสร็จอยู่แล้ว และเพราะได้คุยกับคุณท่านแบคฮยอนถึงได้รู้ว่าตัวเองไม่ควรที่จะไม่ให้อะไรกับชานยอลตามที่ได้บอกเซฮุนไว้

 

คุณท่านเล่าให้ฟังว่าปาร์ตี้วันเกิดชานยอลแต่ละปีไม่เคยมีผู้ใหญ่ เป็นการจัดปาร์ตี้เล็กๆกับกลุ่มเพื่อนเท่านั้นซึ่งก็ตรงกับที่เซฮุนบอกไว้นั่นแหละ ส่วนกับครอบครัวคุณชายปาร์คคนโตมักจะนัดทานข้าวด้วยกันแบบส่วนตัวนอกรอบ ซึ่งตรงนั้นไม่ใช่ประเด็นหรอก

 

ใจความสำคัญของเรื่องมันอยู่ที่แบคฮยอนควรมีอะไรติดไม้ติดมือไปให้ชานยอลด้วยซักหน่อย เพราะมันเป็นเรื่องของมารยาท จะไปร่วมงานแล้วกินของเค้าฟรีๆก็อาจถูกมองไม่ดีได้  อีกอย่างเพื่อนชานยอลก็มีแต่ลูกหลานคนไฮโซมีหน้ามีตากันทั้งนั้น จะให้แบคฮยอนเดินเข้าไปตัวเปล่าคงไม่เหมาะสมแน่ๆ

 

ที่ยอมไม่ได้ก็คือแบคฮยอนแอบรู้มาจากคุณท่านว่าซอรินก็เตรียมของขวัญไว้ให้ชานยอลแล้วเหมือนกัน ทุกคนดูกระตือรือร้นในการหาของขวัญให้กับคุณชายกันหมด แต่ดูเขาสิ..ยังคิดไม่ออกเลยด้วยซ้ำ ถึงคุณท่านจะบอกว่า เอามาการองให้พี่เค้าแล้วบอกแบคฮยอนช่วยยายทำก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องคิดมากเลยลูก แต่แบคฮยอนก็ยังกลับมานอนคิดไม่ตกอีกอยู่ดี

 

ก็ใช่ที่ว่าเขาไม่กล้าบอกใครว่าตัวเองเป็นอะไรกับชานยอล ทว่าความเป็นจริง ใจเราสองคนต่างก็รู้ดี..ตอนนี้แบคฮยอนไม่ใช่ใครก็ไม่รู้ แต่แบคฮยอนเป็นแฟนชานยอลแล้ว และที่ผ่านมาชานยอลก็ดูแลเขาดีมาโดยตลอด พาไปทานแต่ของอร่อย ทั้งยังเอาใจใส่กับเรื่องเล็กๆน้อยๆเสมอ เพราะฉะนั้นแบคฮยอนก็อยากหาของขวัญดีๆให้กับชานยอลซักชิ้น อยากให้อีกฝ่ายจดจำเพราะมันถือเป็นของขวัญชิ้นแรกของเราด้วย

 

แต่จะเป็นอะไรดีล่ะ..ไม่มีเงินซื้อก็คงต้องทำเองสินะ แต่ถ้าจะทำเองแบคฮยอนก็ต้องทำให้เสร็จภายในคืนนี้ เพราะพรุ่งนี้มีเรียนทั้งวัน แล้วปาร์ตี้วันเกิดของชานยอลก็มีตอนค่ำของพรุ่งนี้ด้วยน่ะสิ

 

แบคฮยอนกำลังขบคิดพลางนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงในห้องตัวเอง มือคอยหมุนโทรศัพท์เล่นไปด้วย ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ตอนที่แจ้งเตือนคำขอชวนเล่นเกมส์จาก คิมจงแด เด้งขึ้นมา

 

จริงสิ..เพื่อนคนนี้มีหัวคลีเอทและยังเรียนเกี่ยวกับศิลปะอีกนี่นะ คงมีไอเดียดีๆให้กับแบคฮยอนแน่ๆ

 

คิดได้ดังนั้นแบคฮยอนก็ไม่ลังเลที่จะทักแชทจงแดไป อีกฝ่ายตอบกลับมาไวมาก แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าแบคฮยอนไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย ไอเดียของจงแดก็เยอะซะจนเลือกไม่ถูก แบคฮยอนเลยตัดสินใจว่าจะออกไปทำที่หอของเพื่อนคนนี้เลยดีกว่า เพราะรายนั้นมีวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างแบบพร้อมสรรพอยู่แล้ว ซึ่งการที่จะออกจากบ้านตอนดึกอย่างนี้ได้แบคฮยอนก็คงต้องพึ่งเพื่อนคนนึงให้เข้ามาช่วยเหลืออีกแรง

 

 

ปาร์ค เซฮุน

 

 

 

((ว่าไงแบคฮยอน))

 

“เซฮุนมารับเราไปหาจงแดที่หอหน่อยได้มั้ย”

 

((ตอนนี้เลยหรอ))

 

“อื้ม ถ้าไปคนเดียวคุณท่านคงไม่อยากให้ไปแน่ๆอ่ะ แต่ถ้ามีเซฮุนไปด้วยท่านคงไม่ว่า”

 

((อ่า..))

 

“ให้เรารบกวนหน่อยได้เปล่า”

 

((ได้สิ จะออกไปเดี๋ยวนี้เลย ว่าแต่ไปหาจงแดทำไม))

 

“เราจะไปทำของขวัญให้ชานยอลที่นั่น”

 

((อ่อ..งั้นหรอ))

 

“ก็ว่าจะไม่เอาอะไรให้แล้วเชียว แต่ก็ยังคิดไม่ตกจนนอนไม่หลับจนได้”

 

((ฮ่ะๆ เราเข้าใจ ถ้ามีแฟนเราก็อยากทำอะไรแบบนั้นให้แฟนเราเหมือนกัน เดี๋ยวเราจะรีบออกไป รอแปปนึงแล้วกันนะ))

 

“โอเค..ขับรถดีๆล่ะ ปลอดภัยไว้ก่อนรู้เปล่า”

 

((รับทราบแล้วครับผม))

 

 

 

 

 

 

 


 

วันต่อมา..แบคฮยอนเดินหาววอดๆเคียงคู่มากับปาร์คเซฮุน ทั้งสองคนเข้าเรียนคลาสแปดโมงเช้าด้วยดวงตาที่พร้อมจะปิดกันได้ทุกเมื่อ เป็นผลอันเนื่องมาจากการนั่งทำของขวัญวันเกิดให้ปาร์คชานยอลจนถึงดึกดื่น

 

เซฮุนไม่ได้ช่วยทำอะไรนอกจากนั่งให้กำลังใจเพื่อนเฉยๆ แบคฮยอนมีความตั้งใจในการทำมาก จนเซฮุนและคิมจงแดผู้ฝึกสอนยังนึกชื่นชมถึงความพยายามนั้น ของขวัญอาจจะดูทำง่ายสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับคนที่สมาธิค่อนข้างสั้นอย่างแบคฮยอนการมานั่งประดิษฐ์ของขวัญชิ้นเล็กๆซักชิ้น ด้วยมือทั้งสองข้างของเขาเองมันไม่ได้ง่ายเลยสักนิด

 

แบคฮยอนเลือกประดิษฐ์ขวดโหลแก้วขวดเล็กเป็นของขวัญให้กับชานยอล ในนั้นมีหินก้อนกลมก้อนเล็กๆที่ถูกวาดรูปรอยยิ้มลงไปแทบทุกก้อน บางก้อนก็เขียนเป็นอักษรย่อหน้าชื่อ ‘C’ ของชานยอลและตัว ‘B’ ชื่อแบคฮยอนปนๆกันไปเพื่อใส่ให้แน่นขวด จงแดบอกไม่ได้มีอะไรยาก แต่แบคฮยอนก็ยังวาดพลาดไปหลายก้อนซึ่งทำเอาเปลืองวัสดุของเพื่อนไปเยอะเลย...ก็มือของเขาไม่นิ่ง กว่าจะวาดได้แต่ละก้อนเขาต้องเล็งแล้วเล็งอีก หมึกก็เลอะบ่อย ง่วงก็ง่วง ดึกก็ดึก

 

ขนาดแบคฮยอนเลือกอันที่ถูกใจและคิดว่าทำง่ายที่สุดแล้วแต่ก็ไม่วายใช้เวลาเยอะอยู่ดี กว่าจะได้กลับบ้านก็ตีสองตีสามเข้าไปแล้ว ไม่หมดเท่านั้น แบคฮยอนยังต้องนั่งทำการ์ดอวยพรให้ชานยอลต่ออีก ได้นอนก็เกือบเช้ามืดแหน่ะ!

 

ปาร์คชานยอลทำให้แบคฮยอนมีเวลานอนน้อยลงเกือบทุกวัน แต่ก็เพราะชอบเพราะรักทั้งนั้นแบคฮยอนถึงไม่ได้มองว่าทุกอย่างนั้นมันเกินตัว..เขาเต็มใจและยินดีทำเอง..เพื่อคนที่ตัวเองรักแล้วใครๆก็ยอมลำบากได้ด้วยกันทั้งนั้นจริงไหม?

 



 

 


 

 

ตกเย็นแบคฮยอนต้องกลับบ้านไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่สำหรับไปงานเลี้ยงวันเกิดของชานยอล อีกฝ่ายเพิ่งมาบอกเอาเช้านี้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของตัวเองแล้วให้แบคฮยอนไปร่วมงานด้วย 



ก็คิดดูเถอะเล่นบอกซะวันที่มีงานเลย ถ้าแบคฮยอนไม่รู้ล่วงหน้าจากเซฮุนมาก่อนจะไม่งงหนัก เตรียมตัวไม่ทันยิ่งกว่าเดิมหรอ

 


แต่เพราะเห็นว่าวันนี้เป็นวันพิเศษของอีกฝ่ายหรอกเลยไม่ได้ว่าอะไรนอกจากยอมรับคำง่ายๆ และค่ำนี้เขาต้องไปงานพร้อมกับคุณลุงพ่อบ้านที่อีกฝ่ายส่งมารับ (แน่นอนว่าต้องแยกกันไปกับชองซอริน!) อ่อ..โดยคุณท่านได้ฝากมาการองมากับแบคฮยอนไปให้ชานยอลและเพื่อนๆที่ปาร์ตี้วันเกิดคืนนี้ด้วย

 

 

พอจะรู้คร่าวๆมาว่าปาร์ตี้วันเกิดชานยอลปีนี้จะจัดบนเรือยอร์ชส่วนตัวของตระกูลปาร์ค วันนี้แบคฮยอนจะได้ไปล่องเรือครั้งแรกในชีวิตแล้วยังจะได้ค้างคืนอีกด้วย!

 

 ระหว่างนั่งรถเขาเลยจินตนาการถึงแต่เรื่องความสนุกของงานบนเรือตลอดทาง ก่อนจะต้องยิ้มแห้ง ปั้นหน้าไม่ถูกก็ตอนที่มาถึงสถานที่นัดหมายแล้วพบว่าทุกคนกำลังรอเขาคนเดียว ที่ร้ายไปกว่านั้นคือไม่มีใครบอกเขาเลยว่าตรีมงานวันนี้ให้ใส่ชุดสีฟ้าขาว แม้แต่เซฮุนก็ยังลืมบอกเขา แบคฮยอนเลยต้องได้ยืนโดดเด่นด้วยเสื้อฮู้ดสีแดงอยู่คนเดียวเลย!

 

แต่ก็ยังดีที่มีคุณลุงพ่อบ้านใส่ชุดสูทคุมโทนขาวดำเหมือนทุกวันขึ้นเรือมาด้วย และอย่างที่รู้..ปาร์ตี้ไม่มีผู้ใหญ่ มีแต่เพื่อนของชานยอลและคนรู้จักเท่านั้น แบคฮยอนลองนับด้วยสายตาคร่าวๆแล้วเกือบๆยี่สิบคนเห็นจะได้

 

 

บนเรือหรูหรายิ่งกว่าที่แบคฮยอนจินตนาการไว้หลายเท่า บรรยากาศส่วนตัวเหมือนอยู่บ้านพักตากอากาศที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำทะเล มีบริกรมาคอยดูแลเรื่องงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม มีเชฟระดับมืออาชีพอยู่รอรับออเดอร์ มีคุณลุงพ่อบ้านช่วยตรวจตราดูความเรียบร้อยและยืนรอรับคำสั่งเจ้านายอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ทุกอย่างเพอร์เฟคอย่างกับในหนัง ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง ทว่าสิ่งเหล่านั้นกลับไม่ได้สร้างความสนุกให้กับแบคฮยอนอย่างที่ได้จินตนาการไว้เท่าที่ควร

 

ตอนเริ่มงานแรกๆก็ดีอยู่หรอก แบคฮยอนกินทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ตามสบายตามที่ชานยอลและเซฮุนได้บอกไว้ และเพราะทุกคนไม่ได้นั่งรวมกันเป็นโต๊ะเดียว แต่ถูกแบ่งออกเป็นสามโต๊ะใกล้ๆกัน แล้วโต๊ะของแบคฮยอนก็มีทั้งเซฮุน พี่จงอิน และชานยอลที่มานั่งด้วยเป็นพักๆเพราะต้องลุกออกไปเทคแคร์เพื่อนๆโต๊ะอื่นอีก แบคฮยอนเลยสนุกกับการกินได้โดยที่ไม่ต้องเกร็ง 

 

อาหารอร่อย บรรยากาศดี เพลงเพราะทุกอย่างมันดำเนินมาดีแล้วแท้ๆ ถึงแม้แบคฮยอนจะคุยกับใครไม่รู้เรื่อง ไม่คุ้นหน้ากับเพื่อนของชานยอลหลายๆคนแต่ว่ามันก็ดีอยู่ ไม่มีใครมาสนใจแบคฮยอน ทุกคนกำลังสนุกกับการได้พบปะสังสรรค์กันในหมู่เพื่อนสนิท มันเหมือนจะดี ทว่าสุดท้ายแบคฮยอนก็มารู้สึกเฟลหลังจากที่เจ้าของวันเกิดเป่าเค้กเสร็จและต้องเริ่มเปิดของขวัญ

 


“เปิดเลยคุณชาย”

 


เพราะเพื่อนๆลงความเห็นแกมบังคับว่าชานยอลจะต้องแกะของขวัญทีละกล่องไปจนกว่าจะครบต่อหน้าสักขีพยานทุกคน คุณชายถึงเลี่ยงไม่ได้ ตอนนี้ทุกคนย้ายมานั่งรวมกันให้เป็นวงเดียวแล้ว บางคนได้ยืน บางคนได้นั่ง ล้อมตัวเจ้าของวันเกิดที่กำลังนั่งเปิดกล่องของขวัญอยู่ตรงกลาง

 

แค่เปิดมากล่องแรกก็ระดับของแบรนด์เนมที่มีขายเฉพาะแถบยุโรปแล้ว กล่องที่สองก็ยังไม่พ้นของแบรนด์เนมอีก ต่อมาที่กล่องที่สามที่สี่ที่ห้าและกล่องต่อๆไปก็ยังแบรนด์เนมอย่างไม่ยอมน้อยหน้ากัน ทุกชิ้นล้วนหรูหราและราคาแพงเสียจนแบคฮยอนต้องบีบของขวัญอันแสนด้อยค่าของตัวเองที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อฮู้ดไว้จนแน่น

 

 

สู้ไม่ได้และไม่อาจคิดจะสู้จริงๆ

 

 

 

“กล่องต่อไปของซอริน”

 

“เป็นอะไรเปิดเร็วๆเข้าคุณชาย / ว้าว!!!

 

“นี่มันรองเท้าผ้าใบรุ่นลิมิเต็ดที่เพิ่งวางขายในเมกาเมื่อวันก่อนฉันจำได้ ยังไม่เข้าเอเชียเลย”

 

“สุดยอดไปเลยซอริน”

 

“ลองสวมดูสิชานยอลว่าพอดีหรือเปล่า”

 

“ระดับพวกเธอเคยกะขนาดกันพลาดด้วยหรอ ไม่ม้างงงง”

 

“ไม่มีทางแล้วก็ไม่จำเป็นต้องถามนะฉันว่า ต่อให้ซื้ออันเดอร์แวร์ให้เป็นของขวัญไซส์ก็ยังเป๊ะเชื่อเถอะ”

 

“ฮิ้วววววววววว”

 

“พูดอะไรของนายน่ะชินกิ”

 

“แหม อย่ามาทำเขินหน้าแดงต่อหน้าพวกเราหน่อยเลย ปีที่แล้วเธอซื้อกางเกงยีนส์ให้หมอนี่มันยังใส่พอดีเป๊ะ รองเท้านี่ก็ต้องเป๊ะอยู่แล้วสิ”

 

“นั่นไงล่ะ! นายบอกว่าใส่พอดีก็พอดีจริงด้วยชินกิ”

 

ขอบใจนะซอริน

 

“ฮิ้ววววววววววววววววว”

 

“ซื้อกางเกงให้ก็เป๊ะ ซื้อรองเท้าให้ก็เป๊ะ อย่างนี้ไซส์ถุงยางก็คงต้องเป๊ะด้วยสินะ”

 

“ฮิ้วววววววววววววว”

 

“ไม่ได้ๆ! คนที่ซื้อไซส์เป๊ะมันต้องฉันที่เป็นเพื่อนรักมันเท่านั้นโว้ย!

 

“ปีนี้นายจะมาไม้ไหนคิมจงอิน ให้อะไรแปลกๆกับหมอนี่เป็นของขวัญอีก ไหนเอามาดูหน่อย”

 

“ให้มันแกะเองสิ”

 

“ชานยอลเปิดของมันต่อเลย บางทีอาจจะเป็นจีสตริงที่ใส่แล้วของสาวๆวิคตอเรีย ซีเคร็ทแบบครบรุ่น”

 

“โชคดีไปที่ฉันเปลี่ยนใจก่อน พวกนายเดาทันแบบนี้ไม่สนุก”

 

“ถุย ไอ้โรคจิต”

 

“ฮ่าๆๆ”

 

 

เฮ้ย!!!!” ของขวัญของคิมจงอินทำเอาทุกคนต้องชะโงกหน้าเข้าไปดูพร้อมกันด้วยความตกใจ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะครึกครื้นที่ดังไม่แพ้ทุกปี

 

“นายนี่มันโรคจิตตัวพ่อ คิมจงอิน”

 

“ฟอร์มจัดอย่างนายก็ไม่ต้องเข้าไปเลือกที่ร้านเองให้อายคนอื่นแล้วนะชานยอล เซ็กซ์ทอยรุ่นนี้เค้าว่าเสียวไข่สั่นสุดๆ”

 

“อร๊ายยยย” สาวๆที่อยู่ในงานปาร์ตี้เพียงไม่กี่คน(ไม่เว้นแม้แต่ชองซอริน)พร้อมใจกันกรี๊ดกร๊าดกับเรื่องทะลึ่งๆที่ดังออกมาจากปากเพื่อนผู้ชาย

 

“โอโหมีอีกเว้ย อะไรวะเนี่ย”

 

“ถุงยางอนามัย เจลหล่อลื่น โซ่ แส้ กุญแจมือ มีเทียนด้วยว่ะคุณชาย”

 

“ฮ่ะๆๆๆๆๆ” 

 

“พอๆ เลิกดูของอุบาทว์ของมันได้แล้ว” ปาร์คชานยอลดึงกล่องของขวัญของคิมจงอินในมือเพื่อนๆมาปิดและโยนไปไกลๆอย่างไม่แยแส ได้ยินเสียงคนให้ของขวัญบ่นมาแว่วๆแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ ตอนนี้เขาได้เปิดของขวัญของเพื่อนจนครบหมดแล้ว เหลือก็แต่

 


ของนายล่ะ

 


ของแบคฮยอน

 


“เอามาสิ” ชานยอลแบมืออยู่ตรงหน้าหลานคุณยายที่นั่งเก้าอี้ถัดไปจากเขาหนึ่งตัว ไม่ใช่แค่ชานยอลคนเดียวเท่านั้นที่มองกดดัน แต่ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนแล้วแต่กำลังมองไปที่แบคฮยอนเพียงจุดเดียวและคนเดียวทั้งสิ้น

 

“ว่าไง มีหรือเปล่า”

 

“ผ ผม..ไม่ได้เตรียมเอาอะไรมาให้” คนตัวเล็กตอบก่อนจะก้มหน้าเม้มปาก เมื่อกี้เขาเห็นนัยน์ตาของชานยอลไหววูบราวกับผิดหวังนิดหน่อย แถมยังเผลอสบตากับเซฮุนที่มองมาอย่างไม่เข้าใจด้วย

 

“ไม่มีอะไรให้เลยหรอ”

 

“ของผมกับคุณท่านเป็นของขวัญชิ้นเดียวกัน”

 

“งั้นหรอ”

 

“ผมช่วยคุณท่านทำนะ ไม่เชื่อไปถามเลย”

 

“อืม ไม่มีก็ไม่มี” ชานยอลขยี้ศีรษะทุยแรงๆทีนึงก่อนจะหันไปส่งเสียงบอกให้เพื่อนๆทุกคนสนุกกันต่อ






#ficmysscb





 

 






 

 ⒸQRD

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 391 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5062 乃イ乙メ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 10:59
    บีบจัยมากเรย สงสารน้องมาก จะฮ่องไห่แร้วนะ!!
    #5,062
    0
  2. #5035 unyasssss (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 21:43
    โอ้ยยยจงอินนน55555555555
    #5,035
    0
  3. #5006 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:14
    เข้าใจความรู้สึกน้องเลย เป็นเค้าเค้าก็ไม่ให้หรอกใครจะกล้าให้ของแบรนด์เนมทั้งนั้นอะ!
    #5,006
    0
  4. #4969 IPINOCKIO (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 12:11
    โอ้ยยยยยยย สงสารน้องงงง อุตส่าห์อดหลับอดนอนทำของขวัญให้ตั้งนาน แต่เราเข้าใจน้องนะ ตอนแรกก็คงภูมิใจกับของขวัญที่ตัวเองทำให้อยู่หรอกแต่ต้องมาเจอลูกคนรวยเป็นสิบซื้อแต่ของขวัญราคาแพงๆให้ชานยอล น้องก็เลยไม่กล้าให้ของตัวเอง หนู มาหอมหัวหน่อยลูก มาให้พี่กอดนะ
    #4,969
    0
  5. #4841 CB💕 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 09:38
    น้อววอย่าพึ่งน้อยใจนะ ยังไงนุ้งก็คือคนพิเศษกว่าเขาา //หอมหัว
    #4,841
    0
  6. #4749 KAMSNW (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 12:52
    โอ้ยยย สงสารน้อน ถึงของขวัญจะไม่แพงแต่ทำด้วยใจนะลูกกกก
    #4,749
    0
  7. #4725 Aonma1997 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 22:48
    ฮืออออ สงสารแบค
    #4,725
    0
  8. #4662 areenachesani (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 12:24
    โอ้ยยยย นี่ตื่นเต้นแทนแบคฮยอนน// แงง เซฮุนอาาอย่าหงอยแบบนี้ซี
    #4,662
    0
  9. #4607 pparkminhoo (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 11:53
    ของขวัญของแบคแบคืำเองน้าายังไงพี่เค้าก็ชอบอยู่แล้ว
    #4,607
    0
  10. #4533 geejajaa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 05:03
    เซฮุนเป็นอะไรรรร เงียบไปแบบนี้ใจคอไม่ดีเลย

    แล้วเรื่องของขวัญก็อย่าิดมากนะแบคฮยอน
    #4,533
    0
  11. #4462 justjanechanya (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 17:11
    ทำไงดีไม่กล้าอ่านตอนให้ของขวัญทำใจไม่ได้TT
    #4,462
    0
  12. #4441 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 13:30
    แงง น้องงงงงง
    #4,441
    0
  13. #4385 Miss aon (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 12:08
    ฮืออแบคค
    #4,385
    0
  14. #4310 arysn_ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 21:34
    สงสารน้องอ่ะเอาจริง ด้วยสภาพแวดล้อมตอนนั้นด้วยแหละพวกเพื่อนชานยอลอ่ะเป็นนี่ก็ไม่กล้าให้เหมือนกัน
    #4,310
    0
  15. #4267 11507416p (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 11:48
    ฮื่อออน้องงงงง
    #4,267
    0
  16. #4241 oom3456789 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 02:49
    แบคค สงสารน้อง เข้าใจฟีลนี้เลย เป็นเราก็ไม่กล้าให้ สู้ๆนะลูก
    #4,241
    0
  17. #4189 pcy921 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 13:29
    เข้าใจน้องอะ ไม่เป็นไรนะลูกกกก
    #4,189
    0
  18. #4126 mini_6 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 08:35
    งืออออ
    #4,126
    0
  19. #4096 pim pimmi (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 09:43
    แบคคคคคค นี่เข้าใจแบคอ่ะ สู้นะลูกกกกก
    #4,096
    0
  20. #4059 somruethai1307 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 01:14
    ให้อะไรพี่เขาก็ชอบหมด แหละ ดตัวเองผูกโบวให้เลย
    #4,059
    0
  21. #4019 Linseyyy13 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 15:19
    ของขวัญแต่ละคนหรูหราทั้งนั้น แบคจะกล้าให้ต่อหน้าทุกคนได้ยังไง
    ค่อยให้ตอนอยู่กันสองคนละกันเนอะ
    #4,019
    0
  22. #3981 Tongdchr (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 13:16
    สงสารน้องอ่ะ
    #3,981
    0
  23. #3963 Chopoom94 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 17:41
    ถึงของขวัญคนอื่นจะเป็นล้าน แต่ของหนูแบคทำด้วยตัวเองเลยนะ เหนื่อยด้วย เฮ้อออ เป็นเราก็คงไม่กล้าให้ รู้สึกเทียบไม่ติด
    #3,963
    0
  24. #3893 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 16:19
    เข้าใจแบคนะที่ไม่กล้าให้
    #3,893
    0
  25. #3859 Baekkumaaa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 22:06
    เข้าใจแบคนะ ทุกคนให้ของแพงๆ แต่เราไม่มีอย่างเค้ามีแต่แบบนั้นก็ไม่กล้าให้อ่ะ ไม่ได้ดราม่านะแต่ทำไมน้ำตาไหลก็ไม่รู้
    #3,859
    0