You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 26 : Shining XXIV :: happiness

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,821
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 415 ครั้ง
    24 เม.ย. 59



Shining XXIV

 

 


 

 






       แบคฮยอนเดินย่องเข้าห้องปาร์คชานยอลในตอนดึก ก่อนเข้ามาเขาลองเคาะประตูเรียกเจ้าของห้องหลายทีแล้วทว่าไม่ได้รับการตอบรับใดๆกลับมาเลย แบคฮยอนจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้ามาเอง...ก็ชานยอลเป็นคนบอกเองว่าถ้าอาบน้ำเสร็จแล้วให้มาหาที่ห้อง เขาเปล่าเสียมารยาทนะ

 

 

            เสียงน้ำไหลจากฝักบัวกระทบพื้นดังมาจากทางห้องน้ำแบคฮยอนคิดว่าคงไม่พ้นเจ้าของห้อง ที่อีกฝ่ายไม่ได้ยินเสียงของเขาคงเป็นเพราะว่ากำลังอาบน้ำอยู่แน่ๆ ไอ้คนที่เข้ามาแล้วเลยได้แต่ทิ้งตัวนั่งลงบนปลายเตียงขนาดคิงส์ไซส์อย่างไม่รู้จะทำอะไรต่อ สองเท้าแกว่งเล่นไปมา ขณะที่สองมือยันตัวเองขึ้นๆลงๆขย่มเตียงเล่นเป็นเด็กๆ

 

            แบคฮยอนเคยมีโอกาสเข้ามาในนี้แค่เพียงครั้งเดียว และครั้งนี้ก็นับเป็นครั้งที่สองซึ่งความรู้สึกมันช่างแตกต่างกันลิบลับ ครั้งแรกเขามาเพราะอยากเยี่ยมไข้อีกฝ่าย แต่ครั้งนี้เขามาเพราะถูกอีกฝ่ายสั่งให้มานอนเป็นเพื่อน ไม่รู้ว่าตัวเองดูเป็นคนใจง่ายเกินไปหรือเปล่า หรือเชื่องเกินไปมั้ยที่พออีกฝ่ายเอ่ยปากชวนให้มานอนด้วยเขาก็ไม่ปฏิเสธเลยซักคำ แถมยังเข้ามานั่งรอคุณชายเค้าอาบน้ำอีก

 

 

ความรู้สึกของคนที่เพิ่งเข้าห้องหอวันแรกเป็นแบบนี้หรือเปล่านะ...ตื่นเต้น...เขากำลังจะได้นอนกับชานยอล..คืนนี้เขาจะมีคุณชายปาร์คชานยอลมานอนอยู่ข้างๆ..แค่จินตนาการเผื่อไปถึงตอนนั้นใบหน้าเล็กก็ร้อนจัดขึ้นมาแล้ว สมองฟุ้งซ่านคิดไปต่างๆนาๆ ใจก็เต้นตุ้มๆต่อมๆเหมือนคนที่กำลังรอเวลาจะเสียตัวยังไงยังงั้น

 

 

 

“บ้าน่า!

 

 

เสียตงเสียตัวอะไรกัน..แบคฮยอนสะบัดหัวไล่ความเพ้อเจ้อของตัวเอง ลุกขึ้นเดินสำรวจรอบๆห้องชานยอลเพื่อไม่ให้สมองว่างงานจนเกินไป เขาสำรวจดูโต๊ะเขียนหนังสือ ตู้หนังสือ ชั้นวางโทรทัศน์ติดผนังที่มีชุดโฮมเธียเตอร์ขนาบข้าง ตู้โชว์ของสะสมอื่นๆของคุณชาย หรือแม้แต่ตามลิ้นชักต่างๆแบคฮยอนก็ยังเปิดเล่นส่งๆตามประสานิสัยคนมือบอน   

 

อันที่จริงถ้าให้พูดถึงเรื่องอย่างว่า แบคฮยอนไม่ได้ซีเรียสเกี่ยวกับมันนักหรอก เขาเคยเห็นเด็กๆและคนรุ่นราวคราวเดียวกันหลายต่อหลายคู่มีอะไรกันก่อนเวลาอันควรออกบ่อย บ้างก็เป็นความสัมพันธ์แบบฉาบฉวย บ้างก็มีลูกให้เป็นโซ่ผูกมัด อยู่ด้วยกันแบบตามมีตามเกิด  บางคนแก่แล้วยังผิดลูกผิดเมียให้เป็นขี้ปากชาวบ้านเพราะความสนุกทางกายก็เยอะไป  

 

 เห็นตำตาแบบจะๆก็เห็นมาแล้วนักต่อนัก ไอ้พวกที่กอดจูบลูบคลำกัน มีเรื่องอย่างว่ากันไม่เว้นแม้กระทั่งในป่าในดงหรือซอกหลืบของต้นไม้เขาก็เคยเห็นมาแล้ว ถึงจะไม่เคยมีประสบการณ์กับตัวเองโดยตรงมาก่อนแต่แบคฮยอนก็ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาพอสมควรนะ

 

ผู้ใหญ่มักพูดให้ฟังอยู่บ่อยๆว่าคนเราทุกคนล้วนเกิดมาเพื่อสืบเผ่าพันธุ์ เขาเองก็ใช่จะเป็นสาวน้อยวัยกำลังหัดใส่ยกทรงเสียเมื่อไหร่ ดังนั้นเลยไม่ได้มองว่ามันเป็นเรื่องที่พิสดารอะไร

 

แต่ก็นะ! เกิดมาเป็นผู้ชายได้ตั้งเกือบยี่สิบปี จะมีเรื่องแบบนี้ทั้งทีแบคฮยอนต้องตกเป็นฝ่ายถูกกระทำหรอ? แค่คิดว่าต้องถูกชานยอลทำมากกว่าคืนนั้นขนเขาก็ลุกไปหมดทั้งตัวแล้ว..มันจะเป็นความรู้สึกแบบไหนนะ..จะเจ็บอย่างที่เคยได้ยินเค้าว่ากันจริงหรือเปล่า..ใครๆก็บอกครั้งแรกน่ะทรมาน..แบคฮยอนจะถูกชานยอลทรมานหรอ...

 

 

 

บ้าจริงเลย

 

คิดไปถึงไหนต่อไหนเนี่ยแบคยะ..

 

 

 

ทำอะไรน่ะ

 

 

ตุ่บ!

 

สมุดบันทึกร่วงลงจากมือน้อยเพราะความตกใจ

 

 

“เอ่อ ผมแค่..

 

“นายรื้อลิ้นชักฉัน”

 

“แห่ะๆ”

 

“แล้วยังทำของของฉันเสียหายอีก” คุณชายปาร์คชานยอลในชุดคลุมอาบน้ำสีเทาควันบุหรี่กำลังยืนทำตาดุใส่แบคฮยอน เศษดอกไม้แห้งกรอบสีน้ำตาลที่หักเปราะอยู่บนพื้นเพราะถูกหนังสือทับทำให้ชายหนุ่มต้องถอนหายใจ

 

“ขอโทษ” แบคฮยอนรีบนั่งยองๆลงช่วยเก็บสมุดและเศษดอกไม้ให้กับชายหนุ่ม “เอ๋..ดอกหญ้าหรอ” ช้อนตาถามพร้อมกับแบมือส่งให้ชายหนุ่มดู ในอุ้งมือน้อยนั้นมีดอกไม้แห้งวางอยู่ “มันเหมือนดอกหญ้าเลย”

 

“อืม ดอกหญ้า”

 

“ชานยอลสะสมมันหรอ”

 

“ของแบบนี้มันเหมาะเป็นของสะสมที่ไหนล่ะ”

 

“อ้าว ก็ชานยอลเก็บมันไว้จนแห้งกรอบเลยอ่ะ” แบคฮยอนลุกขึ้นยืน “นี่ไง ในนี้ก็มีอีกหนึ่งดอก ขอผมดูหน้าอื่นหน่อยนะว่ามีอีกมั้ย”

 

“ไม่มีแล้ว” ชานยอลยื่นมือออกไปเพื่อแย่งสมุดกลับ แต่คนตัวเล็กเบี่ยงหลบซะก่อน “บอกว่าไม่มีแล้วไง เอาคืนให้ฉันได้แล้วเดี๋ยวเถอะ”

 

“ชานยอลชอบดอกหญ้าเหมือนผมแล้วจริงๆด้วย”

 

“จะเอาคืนมามั้ย”

 

“อย่าขู่สิ ผมกำลังปลื้มใจที่ชานยอลชอบมันอยู่นะ”

 

“ทำของคนอื่นเสียหายแล้วยังมีหน้าปลื้มใจได้อยู่หรอ”

 

“โธ่..ผมไม่ได้ตั้งใจ ก็ชานยอลนั่นแหละที่เข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียงผมเลย”

 

“นายรื้อลิ้นชักห้องฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต”

 

“ก็ผม..

 

“ดื้อ”

 

“แต่ผมขอโทษไปแล้วนะ”

 

“เคยบอกแล้วไม่ใช่หรอว่าคำขอโทษมันใช้กับทุกเรื่องไม่ได้” 

 

“โอเคๆ ผมยอมรับผิดแล้ว” คนตัวเล็กเดินเข้าไปยื่นสมุดคืนให้กับผู้เป็นเจ้าของแต่โดยดี “ผมจะระวังเรื่องมารยาทให้มากกว่านี้ ขอโทษที่ทำให้ดอกไม้ชานยอลหักด้วย เอาไว้ผมหามาใช้คืนให้นะ จะหาดอกหญ้าดอกที่สวยที่สุดมาให้ชานยอลแทนดอกนี้ละ..” อยู่ๆเสียงเจื้อยแจ้วก็หยุดลงกะทันหัน ดวงตาเล็กกำลังเอาแต่จ้องสมุดบันทึกในมือใหญ่จนชานยอลต้องก้มลงมองตาม 

 

“มีอะไร”

 

“ผมเพิ่งนึกได้..ว่าตัวเองก็เคยให้ดอกหญ้าแบบนี้กับชานยอล”

 

 

“สองครั้งด้วยใช่ไหม” แทนที่จะตอบคำถามแต่ชานยอลกลับหันไปเก็บสมุดไว้ในลิ้นชักเหมือนเดิม เดินหนีไปทางห้องแต่งตัวโดยมีคนตัวเล็กย่ำเท้าเร็วๆเดินตามหลังไปด้วย

 



“ผมยังคุยด้วยไม่จบเลยนะทำไมเดินหนีล่ะ”

 

“ก็ว่ามาสิ” ชายหนุ่มปลดชุดคลุมอาบน้ำออกจากตัว มีเพียงกางเกงนอนขายาวติดตัวเท่านั้นเนื่องจากใส่ไว้อยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มเดินไปเลือกเสื้อกล้ามสบายๆในตู้เพื่อสวมใส่นอนในคืนนี้ ทุกการเคลื่อนไหวของร่างกายเป็นไปโดยธรรมชาติ ไม่ได้เคอะเขินต่อผู้ที่ยืนส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ภายในห้องแต่งตัวด้วยเลย..เวลาอยู่กับแบคฮยอนชานยอลมักเป็นตัวของตัวเองเสมอ..ซึ่งบางครั้งแม้แต่เจ้าตัวเองก็ไม่อาจรู้ตัว

 

“ดอกหญ้านั่นใช่ที่ผมเคยให้ชานยอลไว้หรือเปล่า”

 

“งั้นมั้ง”

 

“อย่ามั้งสิ อย่าเฉไฉไม่สนใจผมด้วย ตอบมาตรงๆเดี๋ยวนี้เลยชานยอล ว่าใช่หรือไม่ใช่”

 

“จะรู้ไปทำไม นายรู้แค่ว่าตัวเองเป็นคนทำมันหักก็พอแล้ว”

 

“แต่ผมอยากรู้นี่..” ความหรูหราของห้องและของใช้ส่วนตัวของคุณชายทำแบคฮยอนอ้าปากค้าง เหลียวคอมองไปรอบๆอย่างตื่นตาตื่นใจ ในหัวก็ลองคิดคำนวณถึงราคาพวกมันไปด้วยเล่นๆ

 

“น้ำหอมที่นายกำลังจับเป็นรุ่นลิมิเต็ด มีอยู่แค่ไม่กี่ขวดบนโลกคงไม่ต้องให้บอกถึงราคานะ” แบคฮยอนรีบวางมันลงทันที

 

“นาฬิกาที่นายกำลังดูอยู่นั่นก็เหมือนกัน”

 

….

 

“แหวนวงนั้นอีก”

 

….

 

“กางเกงยีนส์ตัวที่มือนายกำลังลูบอยู่ด้วย”

 

….

 

“อ่อ..ตัวที่อยู่ตรงหน้านายนั่นก็ใช่”

 

“ผมรู้แล้วล่ะน่าว่าของชานยอลแพงทุกชิ้น!

 

“ก็ดี” ชายหนุ่มส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างคนมีอารมณ์ขัน “จะได้หัดระวังไว้ซะบ้าง”

 

“เหอะ ถ้ารู้ว่าผมซุ่มซ่ามอยู่แล้วก็ไม่น่าเรียกให้มานอนด้วยเลยนะ เกิดทำของรุ่นลิมิเต็ดทั้งหลายพังขึ้นมาผมไม่มีปัญญาชดใช้ให้มากกว่าคำว่าขอโท..ปุ่!”  ผ้าขนหนูผืนเล็กลอยมาคลุมศีรษะแบคฮยอนได้อย่างพอดิบพอดี

 

“มายืนตรงนี้”

 

“คิดจะตบหัวแล้วลูบหลังผมอีกแล้วหรอ”

 

“บอกให้มาก็มาเร็วๆ”

 

“เผด็จการทุกที” ส่งเสียงบ่นไม่พอใจทว่าก็ยอมเดินเข้าไปหาคนตัวสูงอยู่ดี “ผ้าก็ชื้น โยนใส่หัวผมแบบนี้ได้ไง” 

 

“หลังๆมานี้นายบ่นฉันอย่างกับเป็นเมีย”

 

“อ้ะ!” แบคฮยอนถูกยกตัวให้ขึ้นไปนั่งบนโต๊ะเครื่องแป้ง มันค่อนข้างสูง ไม่ได้มีของเยอะเช่นโต๊ะเครื่องสำอางของผู้หญิง แต่ก็มีครีมบำรุงและเครื่องสำอางอื่นๆที่เป็นของผู้ชายอยู่ประมาณนึง ซึ่งตอนนี้มันได้ล้มระเนระนาดลงไปเกือบหมดเพราะถูกแบคฮยอนขึ้นมานั่งเบียด  

 

“ของล้มหมดแล้วชานยอล” นอกจากไม่แคร์แล้วชานยอลยังกระทำเอาแต่ใจ จับแบคฮยอนกางขาออกแล้วแทรกตัวเองเข้าไปอยู่ตรงกลางได้แบบหน้าตาเฉย ทั้งยังเอาสองแขนคร่อมกักบริเวณเอวน้อยไว้อีกต่างหาก

 

“ทำอะไรเนี่ย” ส่งเสียงประท้วงพลางดิ้นขลุกขลัก “ขยับออกไปหน่อยผมไม่ชอบนั่งท่านี้เลย”

 

“ทำไม”

 

“มันไม่สบายตัว”

 

“ไม่ใช่ว่าเขินหรอ”

 

“ก..ก็ด้วย”

 

“หึ”

 

“ชานยอลอ่า”

 

“คนเป็นแฟนกันเค้าก็นั่งท่านี้กันหมดไม่รู้หรอ”

 

.…

 

“ฮ่ะๆ”

 

“หยา..หลอกผมนี่” แบคฮยอนทุบไหล่คนตัวสูงด้วยกำปั้นหนักๆไปหนึ่งที แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมหยุดหัวเราะ ชานยอลกำลังใช้ดวงตาโตคู่สวยจดจ้องมองใบหน้าเขาอยู่ พอเห็นว่าคนตัวเล็กนั่งเม้มปากพยายามเสตามองแต่ทางอื่นมือใหญ่ก็ขยี้ผมนุ่มๆด้วยความมันเขี้ยวปนเอ็นดู

 

“เช็ดผมให้หน่อย” เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยเบาๆ ยัดผ้าขนหนูผืนใหม่ใส่มือน้อยแล้วบังคับคนตัวเล็กเช็ดผมเปียกๆของตัวเอง “เร็ว”

 

“ชานยอลเป็นคนแบบไหนกันแน่” ถามพลางขยับมือช่วยเช็ดผมให้คนตัวสูงอย่างขัดไม่ได้..ไม่ใช่แค่อีกฝ่ายหรอกนะ..แบคฮยอนขัดใจตัวเองไม่ได้ด้วยเหมือนกัน

 

“เดี๋ยวดุ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย..เป็นคนหลายบุคลิกหรือไง”

 

“ก็นายดื้อ”

 

“ผมดื้อยังไง”

 

“นายค้นของในห้องฉัน”

 

“แล้วผมทำอะไรได้บ้าง กับชานยอลอะไรที่ผมทำได้แล้วอะไรที่ผมห้ามทำ ห้ามจับตัวหรอ ห้ามยุ่งกับข้าวของ หรือห้ามพูดคำไหนบอกมาเลยไม่ได้หรือไงผมจะได้ไม่ทำอีก ชานยอลก็รู้ว่าผมโง่ ถ้าชานยอลไม่บอกผมก็ไม่มีทางเข้าใจมันจริงๆหรอก ผม..”  ริมฝีปากเล็กหยุดเคลื่อนไหวทันทีที่ริมฝีปากอิ่มโฉบเข้ามาจุ๊บปิดปากเบาๆ

 

“คนไม่รู้ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นคนโง่ทุกคน”

 

“งั้นก็บอกผมมาตรงๆสิ ผมจะได้รู้ว่าอะไรบ้างที่ทำได้”

 

“ก็ทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ แต่นายต้องหัดระวังให้มากกว่านี้ ของบางอย่างถ้าเสียหายไปแล้วเราทำมันให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกไม่ได้เพราะงั้นถึงต้องระวัง ถ้ารู้ว่าตัวเองซุ่มซ่ามนายยิ่งต้องระมัดระวังให้มากกว่าคนอื่น”

 

….

 

“ที่เงียบหมายความว่ายังไง เข้าใจหรือไม่เข้าใจ”

 

“ถ้าผมระวังแล้วผมทำได้ทุกอย่างเลยหรอ”

 

“อืม”

 

“จับขวดน้ำหอมลิมิเต็ดของชานยอลก็ได้หรอ”

 

“จะลองฉีดก็ได้แต่ห้ามทำแตก”

 

“นาฬิกาล่ะ”

 

“อยากเอาไปใส่ก็เอาไป แค่อย่าทำพังหรือทำมันหายก็พอ”

 

“เงินก็ใช้ได้สินะ เสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้า ทุกอย่างในห้องนี้ผมแตะได้หมดเลยใช่เปล่า”

 

“อืม” ระยะห่างของใบหน้าทั้งสองคนเริ่มย่นลงเรื่อยๆเมื่อชานยอลค่อยๆขยับตัวเข้าใกล้คนตัวเล็กมากขึ้น “ได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่เจ้าของห้อง”

 

“ขี้อ่อยจัง..

 

“ฉันพูดความจริงอยู่ต่างหาก”

 

“ถ้างั้นก็พูดความจริงเรื่องนั้นกับผมด้วยสิ..ดอกหญ้าน่ะ”

 

“จะรู้ให้จนได้เลยสินะ”

 

“ใช่..ผมจะรู้ให้ได้เลย”

 

….

 

“บอกมาเร็วซีชานยอล”

 

“มีเด็กดื้อคนนึงให้ดอกหญ้าพวกนั้นกับฉันมา” สองนิ้วใหญ่หนีบจมูกน้อยด้วยความหมั่นไส้ “แล้วเด็กดื้อคนนั้นก็เป็นคนทำมันหักซะเองทั้งๆที่ฉันอุตส่าห์เก็บมันไว้ดีแล้วแท้ๆ”

 

“ช ชานยอลเก็บมันไว้ตลอดเลยหรออื้อ..เจ็บนะ”

 

“คงไม่มีใครเค้ากล้าให้อะไรแบบนั้นกับฉันเหมือนนายหรอก ของลิมิเต็ดอย่างนั้นทิ้งไปก็เสียดายแย่”

 

“จะยอมรับมาดีๆเลยก็ไม่ได้เนาะคนเรา ต้องอ้อมโลกท่าเยอะก่อนทุกทีเลย..” แบคฮยอนบ่นงุ้งงิ้งในลำคอแต่ชานยอลก็ยังหูดีได้ยินชัดทุกคำ ชายหนุ่มลงโทษด้วยวิธีการแกล้งเอาริมฝีปากปัดผ่านซอกคอสวยให้เจ้าของมันได้ใจสั่นเล่น

 

“ฮื่อ..

 

แล้วค่อยกลับมาหยุดคลอเคลียรอยแดงสีกุหลาบบนคอระหงจนแบคฮยอนครางฮือในลำคอไม่หยุดเพราะความจั๊กจี๋...รู้สึกปั่นป่วนที่ท้องน้อยด้วย

 

“ทำเพิ่มอีกซักรอยดีไหม”

 

“ฮื่อ..ไม่เอานะ” แบคฮยอนย่นคอหนีครั้งแล้วครั้งเล่า และนั่นก็ทำคนขี้แกล้งหัวเราะในลำคอได้ไม่หยุดเลยล่ะ “รู้ว่าแบบนี้ผมสู้ไม่ได้แต่ก็ยังทำเค้าเรียกว่ารังแกนะ  น..แน่จริงทำอย่างอื่นสิ รับรองผมสู้ไม่ถอยเลย อ้ะ!” เป็นอีกครั้งที่แบคฮยอนถูกยกตัวขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว  

 

“จ จะทำอะไร จะพาผมไปไหน” สองแขนของแบคฮยอนคล้องคอชานยอลไว้แน่น ขาทั้งสองข้างก็เหมือนกัน เกี่ยวเอวสอบจากด้านหน้าไว้ให้แน่นที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองร่วงตกลงไป แม้ว่าจะมีแขนแกร่งทั้งสองข้างของชานยอลประสานรองไว้ใต้ตูดเขาอย่างหนักแน่นแล้วก็ตาม 

 

“ชานยอล”

 

            “ชู่วว์~

 

            “ด เดี๋ยว..” แบคฮยอนกำลังจะอ้าปากแย้งทว่าถูกปล่อยตัวลงบนเตียงนอนเสียก่อน เขาไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์ตอนนี้ยังไง ชานยอลขึ้นมาคร่อมเขาไวมาก ตรึงแขนทั้งสองข้างให้จมลงไปกับที่นอนด้วยสายตาที่พร้อมจะหลอมละลายทุกสิ่ง

 

แบคฮยอนเบือนสายตาหนีแผงอกแกร่ง เพราะอีกฝ่ายอยู่ในท่าก้ม คอเสื้อกล้ามสีดำจึงย้วยลงมาให้เห็นไปถึงไหนต่อไหน กางเกงนอนขายาวที่ปกปิดเรียวขาของพวกเขาทั้งคู่แทบไม่ได้ช่วยอะไรเลยเมื่อคนด้านบนทิ้งน้ำหนักตัวลงมามาก ส่งผลให้ท่อนล่างทั้งช่วงกดทับกัน ยกเว้นจุดนั้น ที่แตะผ่านกันเพียงบางเบาให้พอหยุดหายใจเล่นกันเป็นพักๆเท่านั้น

 

 

“รู้มั้ยว่าไม่บ่อยที่จะมีใครมาขึ้นเตียงฉัน ถ้าได้ขึ้น..ก็ต้องไม่รอดกลับไป”

 

….

 

“ทำไงดีล่ะ”

 

“ผมเกลียดชานยอลจัง”

 

 

เกลียดเสียงหัวเราะทุ้มๆที่กำลังได้ยินตอนนี้..เกลียดลมหายใจที่เป่ารดลงมาในระยะแค่คืบ..เกลียดสายตา..เกลียดชานยอลตอนขี้แกล้งแบบนี้ที่สุดเลย...เพราะแบคฮยอนสู้อีกฝ่ายไม่ได้เลย

 

 

“เป็นคนแบบนี้มาตั้งนานแล้วหรอ”

 

“ไม่รู้สิ”

 

“ผมว่าต้องเป็นมานานแล้วแน่ๆ...” แบคฮยอนทำใจแข็งจ้องตากับคนบนร่างได้ไม่กี่อึดใจก็ต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาตัวเองเพื่อซ่อนความอาย “ทำไมต้องเป็นผมคนเดียวด้วยที่เขิน ชานยอลไม่เห็นเขินผมเลย..ไม่ยุติธรรม”

 

“มันคงดูตลก ถ้าหากฉันแสดงออกว่าตัวเองกำลังเขินอยู่” ชานยอลดึงมือน้อยทั้งสองข้างออก แบคฮยอนจึงหลับตาปี๋แทน คนตัวเล็กกำลังตื่นกลัวจนตัวสั่น ดูแล้วทั้งน่าเห็นใจและน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน ชานยอลเกลี่ยหางตาข้างหนึ่งของคนตัวเล็กเล่นแล้วประทับจูบลงบนเปลือกตาสีอ่อนช้าๆ..จากซ้าย ไปด้านขวา..เขาสัมผัสแบคฮยอนแค่เพียงเบาๆเท่านั้นเอง

 

 “ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าคืนนี้จะไม่ให้มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น ไม่อยากทำให้ใครต้องมาขาดเรียนเพราะลุกเดินไม่ไหว” แบคฮยอนกัดปากแรงเสียจนชานยอลที่ก้มมองดูอยู่นึกกลัวแทนว่ามันจะห้อเลือดขึ้นมา  

 

“เลิกกลัวแล้วขยับขึ้นไปนอนหนุนหมอนดีๆซะ..ไม่แกล้งแล้ว”  บอกแล้วผละตัวออกไปพร้อมกับพยักพเยิดสั่งให้แบคฮยอนกระเถิบตัวขึ้นไปนอนดีๆ จากนั้นก็ลุกไปปิดไฟห้องให้เหลือไว้แค่โคมไฟข้างหัวเตียงทั้งสองฝั่ง

 

แบคฮยอนตะแคงตัวหันหน้าเข้าหาชานยอลที่เพิ่งล้มตัวลงนอนหนุนหมอนใบข้างๆ กะพริบตาปริบๆมองคนตัวสูง แน่นอนว่าเขาเขินแต่เขาก็อยากนอนมองใบหน้าหล่อระยะใกล้แบบนี้ด้วยจึงต้องกลั้นใจทน 

 

 

“ขอบคุณนะชานยอล”

 

“เรื่องอะไร” คนตัวสูงก็นอนตะแคงตัวหันหน้าเข้าหาคนตัวเล็กด้วย ต่างคนต่างนอนมองหน้าซึ่งกันและกัน เริ่มขยับตัวเข้าหากันทีละนิดโดยที่สายตาไม่ได้ละออกจากกันเลยแม้แต่น้อย

 

“ก็ทุกเรื่อง”

 

“อืม”

 

“เรานอนคุยกันแบบนี้ทั้งคืนเลยได้ไหม”

 

“ไม่ง่วงหรือไง”

 

“คุยกันจนกว่าจะมีใครคนนึงหลับไปก็ได้”

 

“อืม”

 

“ผมชอบตาชานยอลจัง ชอบจมูกด้วย”

 

“ชอบทั้งตัวเลยไม่ได้หรอ”

 

….

 

ความเขินจนไปต่อไม่เป็นของแบคฮยอนทำให้ชานยอลต้องลูบหัวเขาเบาๆด้วยความเอ็นดู “ฉันชอบเวลานายหน้าแดง”

 

“ถ้าหน้าไม่แดงก็จะไม่ชอบหรอ”

 

….

 

“ฮ่ะๆๆ อย่าทำหน้าดุก่อนนอนแบบนี้สิเดี๋ยวแก่เร็วหรอก อ้ะ..” แบคฮยอนถูกเคาะมะเหงกอีกจนได้ “ไม่กวนแล้ว พูดต่อเร็วผมอยากฟัง”

 

“อยากฟังอะไร”

 

“อยากฟังว่าชานยอลชอบผมตรงไหนอีก”

 

“ไม่มีแล้ว ข้อดีนายมีน้อย”

 

“ง่ะ”

 

“ฟังข้อเสียแทนไหมล่ะ”

 

“ฮื่อ..” เสียงครางงอแงของแบคฮยอนทำชานยอลอมยิ้ม “ชอบผมจริงๆใช่มั้ยเนี่ย”

 

“นั่นสิ เริ่มไม่แน่ใจแล้วเหมือนกัน”

 

“พูดงี้ผมเสียใจนะ รู้งี้ชอบเซฮุนซะก็ดิ..

 

“อยากปากเจ่อไปเรียนพรุ่งนี้หรอ”

 

….

 

“ชอบปาก”

 

“ชานยอลคิดว่าปากผมสวยงั้นหรอ”

 

“ก็เข้ากับนายดี ถึงจะเล็กจนจูบไม่ค่อยถนัดไปหน่อยก็เถอะ..

 

“ว่าอะไรนะ”

 

“อะไรล่ะ”

 

“เมื่อกี้ไง ทำไมชานยอลชอบบ่นแต่ในลำคอ ใครเค้าจะไปได้ยิน”

 

“ชอบจมูก”

 

“เปลี่ยนเรื่องอีก ว่าแต่ชอบจมูกผมด้วยหรอ จมูกผมสวยสู้ชานยอลไม่ได้นะแต่ถ้าชานยอลบอกว่าชอบ ผมอาจต้องลองคิดใหม่ซะแล้ว ฮี่ๆ”

 

“ชอบตา”

 

“ตาผมเล็กจะตาย”

 

“ชอบมือ”

 

“อ๋า..ใช่ มือผมสวยเหมือนแม่ครู!

 

“ชอบฟัน..

 

“ฟะ

 

“ชอบคิ้ว ชอบแก้ม ชอบคาง ชอบคอ ชอบผิว ชอบผม ชอบทั้งตัวเลยเป็นไง ดูโรคจิตพอหรือเปล่า”

 

“หึย..ประชดกันทำไม”

 

“จริงๆก็ชอบทุกอย่าง”

 

“ฮือ..

 

“นอนเถอะฉันง่วง”

 

“เอ้า เปลี่ยนเรื่องทุกทีเลย” ตัดอารมณ์คนอื่นเก่งด้วย! มาพูดให้เขินแล้วคิดจะเปลี่ยนเรื่องง่ายๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี่น่ะ..นิสัยคุณชายเค้าเลย!

 

“ถ้าฉันพูดต่อเดี๋ยวนายก็เขินแล้วมาว่าฉันอีก”

 

“ก็มัน..

 

“หลับได้แล้ว”

 

“อย่าพึ่ง

 

“ง่วง”

 

“แต่ผมยัง..

 

“ฉันง่วงนายก็ต้องง่วงด้วย”

 

“อะไรเล่าไม่เห็นเกี่ยว”

 

“ง่วงแล้ว”

 

….

 

“ฉันง่วงแล้วหลานคุณยาย”

 

“เง้อ..ง่วงก็ง่วง หลับก็ได้..” เป็นอีกครั้งที่แบคฮยอนสามารถสร้างเสียงหัวเราะให้กับคุณชายได้..ปาร์คชานยอลดึงคนตัวเล็กเข้ามาซุกอกพลางกอดเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะส่งเข้านอนด้วยเสียงทุ้มๆของตัวเองกับประโยคแสนธรรมดาที่ว่า..


 

“ฝันดี”

 

 

มันช่างสั้นและแสนธรรมดา แต่กลับมีฤทธิ์ไม่ธรรมดา..เพราะคืนนี้ปาร์คชานยอลกำลังจะทำให้แบคฮยอนนอนหลับฝันดีอยู่ในอ้อมแขนของเขาไปทั้งคืน..

 

 


 

 

 





 





 

 

สองสัปดาห์ต่อมา

 

 

 

ชีวิตแบคฮยอนดียิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง

 

 

เริ่มจากเรื่องครอบครัวก่อนเลย..พ่อเฒ่าของเขาออกจากโรงพยาบาลได้หลายวันแล้ว โดยหลังจากกลับไปพักฟื้นที่ห้องเช่าต่ออีกวันสองวันพวกท่านก็เก็บกระเป๋ากลับไปตามตัวคนที่ชุมชนทันที ยกเว้นคยองซูที่ยังคงเช่าห้องเช่าอยู่ต่อเพราะยังต้องทำงานที่ร้านไก่เหมือนเดิม

 

แบคฮยอนพยายามชวนเพื่อนให้มาอยู่ที่บ้านคุณท่านด้วยกันหลายทีแล้วทว่าก็ไม่เคยสำเร็จ คยองซูเป็นคนขี้เกรงใจ ติดจะขี้กลัวผู้ใหญ่หน่อยๆและแบคฮยอนก็ไม่อยากสร้างความลำบากใจให้เพื่อนด้วย(ทั้งที่อยากทำมาก)จึงต้องปล่อยให้เลยตามเลยไป..อย่างน้อยๆถ้าอยากเจอกันขึ้นมาเมื่อไหร่พวกเขาก็ยังนัดเจอกันได้

 

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับคุณท่าน ตอนนี้แบคฮยอนได้ย้ายกลับไปอยู่คฤหาสน์ตระกูลชองเหมือนเดิมแล้ว บรรยากาศค่อยๆกลับไปดีเหมือนเมื่อก่อน เว้นก็แต่ตอนที่ต้องเดินสวนกับซอรินหรือพ่อแม่ของเธอแบคฮยอนจะเกิดความรู้สึกอยากแยกเขี้ยวใส่ทุกครั้ง สะบัดหน้าหนี และก็ทำเหมือนพวกเขาเป็นธาตุอากาศที่ไม่มีตัวตน

 

ถ้าหักลบกันระหว่างความดีของคุณท่านกับความเหม็นขี้หน้าครอบครัวซอรินแบคฮยอนก็ว่าคุณท่านชนะขาดลอยอยู่ดี นอกจากจะยกที่ดินเปล่าให้พ่อแม่เขาแล้วท่านยังให้คนลงไปเคลียร์พื้นที่รวมถึงจัดหาวัสดุก่อสร้างมาให้อีก มันไม่ใช่ของใหม่เอี่ยมมือหนึ่ง แต่เป็นของที่ใช้แล้วและยังสภาพดีอยู่ ซึ่งตรงนี้พ่อเฒ่าเป็นคนขอไว้ อย่างแรงงานช่วยก่อสร้างก็เหมือนกัน พ่อเฒ่าขอแค่จำนวนไม่มากเพราะตั้งใจจะสร้างกันเองมากกว่าไปรบกวนคุณท่านเพิ่ม

 

แบคฮยอนยังไม่เคยเห็นที่ดินใหม่ รู้มาแค่ว่ามันอยู่คนละทิศกับชุมชนเดิมของเขาเลย แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ไม่เป็นไร แค่ทุกคนได้กลับมาอยู่ด้วยกัน มีที่ให้นอนหลับได้โดยไม่ลำบากเกินไปแบคฮยอนก็ดีใจมากๆแล้ว

 

มากไปกว่านั้น พ่อแม่บุญธรรมของเขายังใจดีให้ทุนการศึกษากับคยองซูเรียนต่อจนจบปริญญาตรีอีก มีหอพักในมหาวิทยาลัยให้อยู่ฟรี แต่คยองซูต้องรอสอบเข้าปีการศึกษาหน้า ดังนั้นก็หมายความว่าเพื่อนจะต้องเรียนช้าไปกว่าแบคฮยอนปีนึง

 

บุญคุณจากความเมตตาของคนตระกูลชองแบคฮยอนเชื่อว่าชาตินี้ทั้งชาติเขาและครอบครัวก็ใช้ให้ไม่หมด..พ่อเฒ่าแม่ครูถึงกำชับนักหนาว่าให้เขาทำตัวดีๆ ว่านอนสอนง่ายแล้วก็ห้ามสร้างความเดือดร้อนให้ใครยังไง..

 

 

 

“ที่นี่หรอ”

 

“อ๋า..ใช่ๆ”

 

คนตัวเล็กปลดเซฟตี้เบลท์แล้วเปิดประตูลงจากรถ ตอนนี้เขาและชานยอลอยู่กันที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในเขตอำเภอเดียวกับชุมชนเดิมของเขา พ่อเฒ่ากับแม่ครูอยู่กันที่นี่ อันเนื่องมาจากต้องมาตามคนในชุมชนที่มาอาศัยอยู่กับญาติที่หมู่บ้านแห่งนี้กันเป็นส่วนใหญ่

 

และวันนี้แบคฮยอนก็ตามมาเพื่อดูความคืบหน้าว่าคนในชุมชนเตรียมย้ายข้าวของกันไปอยู่หมู่บ้านใหม่กันถึงไหนแล้ว เพราะหลังจากซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้พ่อแม่ เขาและครอบครัวก็ติดต่อกันตลอด แบคฮยอนรู้มาว่าทุกคนจะย้ายออกในวันพรุ่งนี้ วันนี้ถึงต้องลงพื้นที่มาดูด้วยตัวเอง

 

 

“มาเร็วชานยอล”

 

 

 

โดยมีคุณชายปาร์คชานยอลเป็นสารถีขับรถมาส่งให้ถึงที่

 

 

 

พวกเขาต้องจอดรถทิ้งไว้ริมถนนทางเข้าหมู่บ้านแล้วลงมาเดินเท้าต่ออีกหน่อย แบคฮยอนเดินนำส่วนชานยอลเดินตาม คนตัวเล็กดูคล่องแคล่วคุ้นทางเพราะเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะว่าพ่อเฒ่าของเขาเป็นเพื่อนสนิทกับผู้ใหญ่บ้านของที่นี่ สมัยก่อนเขาเลยได้ติดสอยห้อยตามมาเที่ยวด้วยบ่อยๆ

 

 

“ที่นี่เจริญกว่าชุมชนผมอีกนะ”

 

บ้านช่องทุกหลังในหมู่บ้านแห่งนี้ค่อนข้างเจริญกว่าชุมชนติดเนินเขาของเขา จำนวนคนก็เยอะกว่า ทั้งยังติดถนนใหญ่รถหรูของชานยอลเลยไม่ต้องเป็นรอยมากระหว่างขับมา ระยะทางก็ใกล้กว่า ขับรถสองชั่วโมงก็มาถึงกันแล้ว

 

“นี่เจริญแล้วหรอ” ชานยอลก้มลงมองฝุ่นที่เริ่มเกาะรองเท้าผ้าใบสีดำของเขา ทางเดินในเขตหมู่บ้านยังเป็นดินทั้งที่ถนนใหญ่หน้าหมู่บ้านลาดยางอย่างดีแท้ๆ

 

บ้านช่องแต่ละหลังก็เล็กจนชายหนุ่มไม่รู้ว่ายัดกันอยู่เข้าไปได้ยังไง ทั้งเด็กทั้งคนแก่ออกมาเดินยั้วเยี้ยนอกบ้านแทบชนกัน เสื้อผ้าพาดตากกับเชือกที่ขึงอยู่หน้าบ้านแบบซ้อนทับกันสะเปะสะปะไม่ได้มีความเป็นระเบียบเลย เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด  ร้ายไปกว่านั้นก็เรื่องกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ของมูลสัตว์ที่ลอยมากับลม เหม็นจนชายหนุ่มต้องเอามือขึ้นมาปิดจมูกไว้

 

“ชุมชนนายยิ่งกว่านี้?

 

“เล็กกว่านี้อ่ะ คนไม่แน่นแบบนี้ด้วยแต่ว่าสะอาดกว่านี้นะ มีต้นไม้ใบหญ้าเต็มไปหมดเลย ท้ายชุมชนมีน้ำตกแล้วก็ลำธารเล็กๆ ฤดูหนาวงี้ตัวแข็งสุดๆไปเลย” แบคฮยอนยิ้มตาหยีให้ชานยอล

 

ก่อนจะมาที่นี่เขาพยายามห้ามไม่ให้อีกฝ่ายตามมาด้วยหลายครั้งแล้ว บอกไว้ก่อนหน้าตั้งหลายวันแต่ชานยอลก็ยังดึงดันจะมาด้วย ถึงจะเป็นการมาแบบไป-กลับแต่แบคฮยอนก็ยังกลัวคุณชายเค้าทนความลำบากไม่ไหวอยู่ดี วันนี้แดดก็แรงมากด้วย..ถ้าเป็นลมแดดขึ้นมาบอกเลยว่าแบคฮยอนคงช่วยอุ้มให้ไม่ไหว

 

แต่มันก็รู้สึกดี..แม้จะรู้ว่ามาแล้วตัวเองต้องลำบากแต่ชานยอลก็ยังมากับเขา..ตั้งแต่คบกันนอกจากความดุที่ยังคงอยู่เสมอต้นเสมอปลายแบคฮยอนก็ยังไม่เห็นข้อเสียข้ออื่นของอีกฝ่ายเลย

 

เอาใจใส่ดีเยี่ยม มาให้เจอหน้าเกือบทุกวัน ส่วนวันไหนไม่เจอก็ต้องโทรฯมาคุยให้ได้ยินเสียง..ถึงจะยังไม่มีใครรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์นี้ก็ไม่เป็นไร แค่แบคฮยอนรู้และชานยอลก็รับรู้มันถือว่าดีสุดๆสำหรับคนอย่างแบคฮยอนแล้ว

 

 

 

“ไอ้แบคฮยอน!

 

“อ้าว..ป้ายอนฮวา” ระหว่างทางเดินตามหาพ่อแม่ แบคฮยอนเจอหญิงรุ่นป้าคนหนึ่งที่คุ้นเคยกันดี หล่อนแต่งตัวซอมซ่อแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ในมือถือหม้อแกงเหมือนกำลังจะยกไปไหน

 

“เห็นพ่อเฒ่ากับแม่ครูของเอ็งบอกไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าวันนี้เอ็งจะตามมา”

 

“ผมเพิ่งมาถึงเมื่อกี้เลย พวกท่านอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่คังใช่ไหม”

 

“ใช่ นี่ข้าก็กำลังจะยกแกงไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันที่โน่น”

 

“งั้นผมไปด้วย”

 

“มาๆ แล้วนั่นพาใครมาด้วยวะ หล่ออย่างกับพระเอกซีรีย์ ท่าทางจะเป็นลูกเศรษฐี”

 

“อ๋อ ชานยอลเป็น..

 

ผัวเอ็งหรอ

 

“เฮ้ย!

 

“ข้าว่าแล้วไง รูปร่างหน้าตาอย่างเอ็งต้องได้ผัว”

 

“ป้ายอนฮวา! ผัวที่ไหนกันล่ะ ชานยอลเป็นหลานคุณท่านพูจอง”

 

“ไม่ใช่ผัวมันหรอกหรอพ่อหนุ่ม”

 

“เอ่อ..ครับ”

 

“ฮ่ะๆๆ ไม่เป็นไร ถ้าไม่ใช่ลูกสาวป้าก็ยังโสดอยู่นะ สนใจติดต่อได้”

 

“รีบฮาร์ดเซลลูกสาวเลยทีเดียว”

 

“ตั้งแต่ย้ายไปอยู่โซลทำเป็นใช้คำฝรั่ง”

 

“เออ ก็ได้เป็นคำๆแหละป้า”

 

“ข้าล่ะคิดถึงเอ็งนักไอ้ตัวแสบ ไป..ไปนั่งกินข้าวแล้วคุยกันให้หายคิดถึงหน่อย” ชานยอลได้แต่เดินตามหลังทั้งคู่ไปเงียบๆ ฟังบทสนทนาบ้านๆเหล่านั้นแล้วต้องส่ายหน้า ยิ้มขำเล็กๆ รู้สึกอึดอัดกับสายตาชาวบ้านที่เอาแต่มองเขาเหมือนตัวประหลาดนิดหน่อย...แหงล่ะคุณชายปาร์คชานยอลดูแพงตั้งแต่หัวจรดรองเท้าแบบนี้ หน้าตาก็ดีเกินกว่าจะหาเจอได้ง่ายๆตามเขตบ้านนอก ตัวสูงโปร่ง ผิวพรรณดี หากไม่สะดุดตาใครคนไหนเลยนั่นสิแปลกกว่า

 

 



 


 

 

แบคฮยอนและชานยอลมานั่งขัดสมาธิล้อมวงทานข้าวร่วมกับผู้ใหญ่เกือบสิบคน บนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านผู้ใหญ่คัง

 

มื้อเที่ยงดำเนินไปได้พักใหญ่แล้ว พอๆกับเสียงพูดคุยหัวเราะกันอย่างออกรสออกชาติของทุกคนยกเว้นปาร์คชานยอล กลางวงมีถ้วยจานชามของอาหารหลากหลายอย่างที่พวกผู้ใหญ่นำมาแชร์กัน แต่ดูเหมือนว่าชานยอลจะทานไม่ได้เลยสักอย่าง

 

ไม่ใช่สิเขาทานไม่ทันใครเลยต่างหาก

 

คำว่าตักอาจจะยังไม่เห็นภาพ ลักษณะการกินกันแบบนี้เหมาะกับคำว่าจ้วงเสียมากกว่า ต่างคนต่างเอาแต่คีบตักอาหารเข้าปากกันอย่างดุเดือด เหมือนอดอยากกันมาสามวันเจ็ดวันก็ไม่ปาน คุณชายชานยอลเลยได้แค่นั่งถือตะเกียบค้างไว้ในมือ ไม่กล้าแย่งใครกินเพราะกลัวทุกคนจะไม่อิ่ม อีกอย่างลักษณะหน้าตาและสีของอาหารก็ดูแปลกๆไม่คุ้นตา ชายหนุ่มเลยไม่อยากเอาชีวิตไปเสี่ยงด้วยเท่าไหร่

 

ถ้าผู้ใหญ่คนไหนหันมาถามว่าอร่อยไหม เขาก็จะแสร้งคีบข้าวเปล่าหรือไม่ก็กิมจิเข้าปากพร้อมกับพยักหน้าแทนการพูดคำว่าอร่อย

 

 

“อ่ะ..

 

หมูสามชั้นสองชิ้นถูกคีบมาใส่ถ้วยของเขา ตามด้วยถั่วหมัก หัวไชเท้าดอง และเครื่องเคียงอื่นๆ


 “ไก่ตุ๋นโสมรอแปปนะ ผมกำลังเล็งจังหวะอยู่ น่องนั้นจะต้องเป็นของชานยอลให้ได้” คนฟังระบายรอยยิ้มพลางส่ายหน้าน้อยๆ กำลังจะคีบหมูกลับคืนให้เจ้าของทว่ามือน้อยรีบเอาตะเกียบของตัวเองมากดมันลงไปในถ้วยของเขาอย่างเดิม

 

“ผมกินจนพุงยื่นไปหมดแล้ว ชานยอลนั่นแหละรีบกินก่อนที่มันจะหมดเถอะ” คนตัวเล็กบอกแล้วหันกลับไปหรี่ตาเล็งไก่ตุ๋นในชามกระเบื้องใบใหญ่ต่อ อาศัยช่วงที่ผู้ใหญ่กำลังหัวเราะกันอย่างครื้นเครง รีบคีบน่องไก่มาให้ปาร์คชานยอลด้วยความไว

 

“เห็นมั้ยว่าชิ้นสุดท้ายต้องเป็นของชานยอล”

 

“เดี๋ยวคนอื่นก็ไม่อิ่มหรอก”

 

“ผมว่าจะมีแต่ชานยอลคนเดียวน่ะสิที่จะไม่อิ่ม” เพราะนั่งสังเกตมาซักพักแล้วว่าคนข้างๆไม่ยอมแตะอะไรเลยนอกจากกิมจิ “คนที่นี่เค้าก็เป็นแบบนี้แหละชานยอลต้องทำใจ” คนตัวเล็กค่อยๆพูดให้ฟัง พยายามใช้เสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคนก็พอ

 

“เพราะไม่ได้มีเงินกินของดีๆทุกมื้อ ทานข้าวแต่ละครั้งถึงต้องทานกันให้หมด หน้าตาแปลกประหลาดยังไงก็ต้องกินเข้าไป ยิ่งต้องมานั่งกินกันหลายๆคนแบบนี้ยิ่งต้องแย่งนะ ไม่งั้นก็อดเหมือนชานยอลตอนนี้ไงล่ะ”

 

….

 

“กินเถอะน่า ไม่เป็นอันตรายแน่นอน”

 

“อืม”

 

แบคฮยอนนั่งยิ้มมองชานยอลใช้ตะเกียบคีบน่องไก่ขณะกัดมันเข้าปาก อีกฝ่ายค่อยๆทานอย่างสุภาพไม่ได้รีบร้อน เห็นแล้วแบคฮยอนก็แอบรู้สึกผิด เมื่อกี้เขาน่าจะคิดถึงความลำบากของชานยอลสักนิด น่าจะขอแบ่งอาหารจากพ่อแม่แล้วพาอีกฝ่ายไปนั่งแยกทานที่อื่นคงดีกว่า

 

ชานยอลจะได้ทานสะดวกกว่านี้ ไม่ต้องมาทนเห็นภาพการกินอันแสนมูมมามของคนที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันครั้งแรก คุยกันข้ามหัวไปมา หรือต้องมาทนนั่งขัดสมาธิให้หัวเข่าชนกับใครๆ เพราะขาที่ยาวเกินคนปกติแบบนี้ด้วย

 

แต่ถึงจะดูลำบากไปซักหน่อยแต่มื้อกลางวันก็ผ่านไปได้ด้วยดี  แบคฮยอนล่ะนับถือความอดทนของคุณชายปาร์คชานยอลจริงๆ ที่นอกจากจะไม่ปริปากบ่นอะไรแล้วยังสามารถทำตัวสุภาพเข้ากับทุกคนได้ดีอีกโดยเฉพาะกับพ่อเฒ่า

 

 

ระหว่างช่วยแม่ครูล้างจานแบคฮยอนเห็นสองคนนั้นยืนคุยกันไกลๆแบบเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวล่ะ ไปสนิทกันตั้งแต่ตอนไหนแบคฮยอนไม่ยักรู้มาก่อน

 

 

“ท่าทางพ่อเฒ่าของเอ็งจะชอบคุณชายเค้านะ”

 

“นั่นสิ ไม่อยากจะเชื่อ”

 

“แต่ก็ดีแล้ว พ่อตากับลูกเขยไม่ควรมีปัญหากัน” มือน้อยชะงักจากฟองน้ำล้างจานแทบจะทันที แบคฮยอนหันหน้าไปขมวดคิ้วใส่ผู้เป็นแม่อย่างไม่เข้าใจ

 

“คุณชายกับเอ็งเป็นแฟนกันไม่ใช่หรือ”

 

“ม แม่ครูรู้ด้วยหรอ”

 

“ก็ต้องรู้สิ เจ้าตัวเค้าเป็นคนบอกเอง”

 

“อะไรนะ! บอกตอนไหนทำไมผมไม่รู้”

 

“ตั้งแต่วันที่พ่อเฒ่าออกจากโรงพยาบาล พ่อเอ็งถาม คุณชายเค้าเลยบอก”

 

“ฮื่อ..ว่าแล้วเชียว”

 

 

พ่อเฒ่าถึงชอบมองเขาแปลกๆ

 

 

“อย่าเป็นกังวลเลย พอได้ยินว่าคุณชายเค้าชอบเอ็งพ่อเฒ่าก็หน้าบานไม่ยอมหุบไปหลายวันเลยล่ะ”

 

 

“ขายออกกับเขาแล้วนะเอ็ง ไอ้ตัวแสบ”

 

“แม่ครูอ้า!

 

 

 



#ficmysscb





















ⒸQRD

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 415 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5056 kuntajira38 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 16:53
    ใดๆก็คือป้าชงเก๊งงงงเก่งงงงงง
    #5,056
    0
  2. #5048 Isabellbest (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 20:14
    แบบนี้เหลือแต่เอาแม่ไปขอแร๊วววว
    #5,048
    0
  3. #5005 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:49
    น่ารักมากเลยแง้ๆ
    #5,005
    0
  4. #4968 IPINOCKIO (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 11:49
    น่ารักกกกกกกก ตอนเค้านอนด้วยกัน กอดกัน คุยกัน มันงุ้งงิ้งมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งไปซะหมด แกกกกกก ฉันเขินบอดตัวเป็นเกลียวแล้ววววว
    #4,968
    0
  5. #4748 KAMSNW (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 12:18
    โอ้โห มีความเข้าทางผู้ใหญ่ ร้ายจริงๆคุนชาย 555555
    #4,748
    0
  6. #4661 areenachesani (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 11:57
    5555 น่าร้ากกก
    #4,661
    0
  7. #4606 pparkminhoo (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 11:30
    น่ารักกกกกก
    #4,606
    0
  8. #4531 geejajaa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 07:44
    กรี๊ดดด ชานยอลไปคุยกับพ่อเฒ่าตอนไหนนนน เหมือนแอบไปสู่ขอเลยอ่าาาา
    #4,531
    0
  9. #4487 baconjelly2 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 22:16
    อ่านกี่รอบก็ร้ากรักแบคฮยอน
    #4,487
    0
  10. #4440 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 13:10
    คุณชายร้ายยยย มีการแอบบอกกก
    #4,440
    0
  11. #4396 S.takky (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 19:46
    ท่าอุ้มอิพี่มันโอ้ยยยยย เขินนนนนนนน
    #4,396
    0
  12. #4266 11507416p (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 03:23
    ปิดซอยเลี้ยงเลยยย555
    #4,266
    0
  13. #4188 pcy921 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 13:11
    คุณชายนางบอกเองเลยนะคะ ปิดซอยเลี้ยง55555
    #4,188
    0
  14. #4129 เบนเบน24 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 22:53
    คุณชายของน้องงงงงงงงงงงงงง แงงงงงงง
    #4,129
    0
  15. #4095 pim pimmi (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 09:22
    ชานยอลลลลลลล
    #4,095
    0
  16. #4018 Linseyyy13 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 14:48
    โชคดีจัง พ่อตากับลูกเขยเข้ากันดี ^^
    ตอนแรกคิดว่าจะต้องฝ่าด่านพ่อตาสุดโหดซะอีก 555
    #4,018
    0
  17. #3980 Tongdchr (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 12:59
    คุณพี่ร้ายมากเลยค่ะ แอบบอกนะ ฮือออ
    #3,980
    0
  18. #3961 Chopoom94 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 15:16
    ขายออกกับเค้าแล้ว 5555555 เด็กดื้อของคุณชาย
    #3,961
    0
  19. #3892 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 15:57
    ดูภูมิใจนะตัวแสบขายออห
    #3,892
    0
  20. #3841 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 02:34
    55555 คุณชายปาร์ค อิน ชุมชน ดูไม่จืดเลยจริงๆนะเฮีย คึคึ
    #3,841
    0
  21. #3799 panidarwb (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 20:24
    ชอบฟันเเล้วทำไมไม่ฟันเลยหละ
    #3,799
    0
  22. #3773 ONPCY. (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 21:10
    มีแต่คนภูมิใจที่แบคฮยอนขายออก 55555555
    #3,773
    0
  23. #3505 Papang Pang (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 13:08
    แฮปปี้ชีวิตดี๊ดีอะแบคฮย๊อนนนนน ทีมป้ายอนฮวาเบาๆมาก็โดนเลย ผัวเอ็งหรอ5555555555555555
    #3,505
    0
  24. #3485 joylnr (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 23:32
    น่ารักกกกกกกกกกก เขินนนนนนนนน แบคน่าเอ็นดูอ่ะ เวลาพูดก็ดูเด็กน้อย ชานยอลก็อบอุ่นน
    #3,485
    0
  25. #3477 NamPSBBH (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 14:17
    ยิ้มเมื่อยแก้ม คุณชายน่ารักจัง คนจริงด้วย55555
    #3,477
    0