You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 23 : Shining XXII :: those two guys...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,443
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 524 ครั้ง
    17 เม.ย. 59



Shining XXII









 

 

ย้อนกลับมาที่ ปาร์ค เซฮุน

 

 

เด็กหนุ่มออกจากบ้านด้วยมาเซราติคันสีขาวของตัวเอง หากถามว่าเขาต้องการจะมุ่งหน้าไปที่ไหนเด็กหนุ่มคงมีให้เพียงคำตอบเดียวนั่นก็คือ ไม่รู้ เขาแค่อยากออกไปให้พ้นจากบ้านของตัวเองซักพัก อยากอยู่ให้ห่างจากใบหน้าน่ารักของเพื่อนและพี่ชายที่หล่อน้อยกว่าเขา ปาร์ค ชานยอล 

 

เรื่องเล่าของแบคฮยอนกำลังวนเวียนอยู่ในสมองของเด็กหนุ่มซ้ำๆไม่ยอมหลุดออกไป พอๆกับอาการหน้าชาที่ยังคงอยู่มาจนถึงตอนนี้ ถ้าหากตอนเล่าคนตัวเล็กทำหน้าโกรธแค้นพี่ชานยอลซักนิดเซฮุนคงบุกไปช่วยโวยวายทวงความยุติธรรมให้กับเพื่อนแล้ว แต่เพราะมันไม่ใช่ แบคฮยอนเปล่งเสียงเล่าออกมาด้วยท่าทางเอียงอายพร้อมสองแก้มน้อยที่แดงระเรื่อเสียจนน่าหยิก และก็น่าตีในเวลาเดียวกันเมื่อจู่ๆคนน่ารักสารภาพออกมาแบบไม่ให้เซฮุนได้ทันตั้งตัวเลยว่า

 

 

เราคิดว่าเราชอบชานยอล

 

 

นั่นแหละ..อย่าว่าแต่ล้มทั้งยืน วินาทีนั้นเซฮุนไม่มีแรงแม้แต่คิดที่จะล้มลงด้วยซ้ำ ตอนนั้นมันเหมือนกับว่ามีพี่ชานยอลซักยี่สิบคนมายืนล้อมตัวเขาพร้อมกับหัวเราะบ้าคลั่งอย่างผู้ได้รับชัยชนะ ก่อนจะเอาปืนขึ้นมากราดยิงซ้ำจนตัวพรุนแบบที่เขาไม่สามารถลุกขึ้นมาสู้ได้อีก


 

ปาร์คเซฮุนพ่ายให้กับปาร์คชานยอลแล้ว

 


 


 

เด็กหนุ่มจอดรถทิ้งไว้ที่ไหนซักแห่งแล้วลงมาเดินเตะฝุ่นบนทางเท้าต่อ เขาเดินไปเรื่อยๆกระทั่งเจอรถโดยสารประจำทางจอดรอรับผู้โดยสารอยู่ก็ก้าวขึ้นไปบนนั้นอย่างเลื่อนลอยโดยที่ไม่สนใจมองเลยว่ารถร่วมคันนั้นจะพาเขาไปที่ไหนบ้าง

 

เซฮุนแค่อยากทำตัวให้สมกับเป็นคนอกหัก อยากนั่งมองออกไปนอกกระจกหน้าต่างรถจนสุดเส้นทางพร้อมกับความคิดที่ว่า..เพลงเศร้าเคล้าน้ำตาทุกเพลงล้วนแต่งมาเพื่อเขา  

 

 

 

ช่วงขายาวก้าวลงมาจากรถเมื่อสุดปลายทาง มองเห็นป้ายใหญ่หน้าสถานที่ที่ตัวเองยืนอยู่กับเหล่าเด็กน้อยไปจนถึงเด็กโต แล้วอยากจะเบะปากร้องไห้ สวนสนุกอยากจะบ้า..รถร่วมโดยสารคันนั้นพาเขามาทำอะไรที่นี่ คนอกหักเช่นเขาควรได้อยู่ในที่เงียบๆมากกว่าที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านแบบนี้ไม่ใช่หรือไง

 

แต่ถึงจะคิดแบบนั้นเด็กหนุ่มก็ยอมปล่อยตัวปล่อยใจไปกับโชคชะตาของตัวเอง เขาซื้อบัตรเข้าสวนสนุกทั้งที่ไม่ได้มีอารมณ์อยากจะเข้า กวาดตามองผู้คนจำนวนมหาศาลที่บ้างก็มากับเพื่อน บ้างก็มากับครอบครัวมีเด็กเล็ก

 

เขาเห็นมาสคอตฟรุ้งฟริ้งยืนโพสต์ท่าถ่ายรูปดูมีความสุข เขาได้ยินเสียงดนตรีแห่งโลกจินตนาการความฝัน เขาก้าวเดินไปข้างหน้าโดยไร้จุดหมาย ก่อนจะก้มลงมองบัตรเข้าสวนสนุกในมือแล้วตัดสินใจที่จะปล่อยเวลาทิ้งไปกับการนั่งม้าหมุนโง่ๆตัวหนึ่ง

 

เซฮุนได้ยินเสียงเด็กน้อยร้องไห้โยเย ชี้นิ้วมาทางเขาพร้อมกับฟ้องพ่อแม่ว่าถูกเขาแย่งที่นั่งม้าหมุน ตอนนั้นเขาไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากส่งยิ้มกลับไปอย่างคนไม่รู้ตัวซึ่งมันทำให้เด็กคนนั้นร้องไห้หนักกว่าเก่า

 

เซฮุนอยากหัวเราะเยาะให้กับชะตาชีวิตอันน่าสงสารของตัวเองเหลือเกิน ดูเหมือนตอนนี้ทุกอย่างล้วนเป็นใจที่จะตอกย้ำเขาไปเสียหมด เขาต้องนั่งรถรางคนเดียวขณะที่คนอื่นนั่งกันเป็นคู่ เขาดูหนังสี่มิติคนเดียวขณะที่คนอื่นๆต่างก็พากันมาเป็นคู่ แม้แต่คนขายป๊อปคอร์นยังมีคู่ช่วยขายเลย ให้ตาย..

 

“ซื้อป๊อปคอร์นไปทานเล่นมั้ยจ้ะพ่อหนุ่ม”

 

“ครับ เอาสิ” ถึงเด็กหนุ่มจะเกลียดที่คนขายอยู่กันเป็นคู่ บวกกับร้านๆนี้มันทำให้นึกถึงสมัยเด็กกับพี่ชายทว่าเขาก็ยังยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อมันมาอยู่ดี

 

“ต้องแย่งกันก่อนสินะถึงจะอร่อย..” เด็กหนุ่มพูดกับตัวเองพลางหยิบเอาป๊อปคอร์นเข้าปากด้วยสีหน้าเฉยๆ สมัยเด็กเขาชอบแย่งพี่ชายกินมัน แม้ว่าฐานะทางบ้านจะมีกำลังมากพอที่สามารถเหมามันมาได้ทั้งร้านแต่เด็กชายเซฮุนก็ยังเลือกที่จะแย่งพี่ชายจอมโหดกินอยู่ดี

 

ต่อให้ต้องโดนตีหรือแกล้งเจ็บๆกลับมาเด็กชายก็ยอม เพราะรู้ดีว่าท้ายที่สุดแล้วไม่ว่ายังไงปาร์คชานยอลก็จะเสียสละยกมันให้กับเขาจนได้..ไม่ว่าอะไร..ไม่ว่าด้วยเหตุผลข้อไหน พี่ชานยอลมักยอมให้น้องได้เสมอ..ถึงจะดุ จะเคี่ยว ขี้รำคาญ แต่เซฮุนก็ไม่ปฏิเสธว่าอีกฝ่ายเป็นพี่ชายที่ดีมากคนหนึ่ง

 

และเพราะรู้ว่าเป็นแบบนั้นปาร์คเซฮุนถึงได้รู้สึกทั้งมีความสุขและเศร้าใจในเวลาเดียวกัน สุข..เพราะคนที่ตัวเองรักทั้งสองชอบพอกัน เศร้า..ก็เพราะคนที่ตัวเองรักทั้งสองชอบพอกันอีกนั่นแหละ ตลกดีไหมล่ะ?

 

 

พลั่ก!

 

“เฮ้ย..กระเป๋าเงิน!” เด็กหนุ่มร้องเรียกไล่หลังโจรวิ่งราวทรัพย์ หมอนั่นฉกของของเขาไปต่อหน้าต่อตาแถมยังวิ่งไวเสียจนมองตามไม่ทัน

 

“ซวยอะไรขนาดนี้ ปาร์คเซฮุน..” มือเรียวยกขึ้นมาตีหน้าผากตัวเองซ้ำๆอย่างปลงตก เพิ่งก้าวออกมาจากสวนสนุกได้ไม่ทันไรก็เจอแจ็คพอตเข้าให้  แค้นใจแต่ไม่คิดที่จะวิ่งตามไปเอาคืนกลับมาให้เหนื่อยหรอก ทั้งไม่มีอารมณ์และในนั้นก็แทบไม่มีเงินสดเหลืออยู่เลย มีก็แต่บัตรเครดิตที่สามารถโทรฯไปแจ้งระงับได้ เพราะงั้นก็ช่างเถอะ..จะคิดซะว่าวันนี้เป็นวันที่ตัวเองดวงตกถึงขีดสุดก็แล้วกัน 

 

 

“ฮัลโหลพี่จงอิน” เด็กหนุ่มกดโทรหาผู้ที่คิดว่าน่าจะพึ่งพาได้มากที่สุดแล้วสำหรับเวลาแบบนี้ “ตอนนี้ผมอยู่สวนสนุก ช่วยมารับหน่อยดิ”

 

 


 



 

“อกหักแล้วไปสวนสนุก?

 

“ก็รถมันพาผมไป”

 

“ไม่โง่ก็บ้า ซึ่งฉันคิดว่าคงเป็นอย่างหลัง ขึ้นรถไปยังไงไม่มองป้ายเค้าวะ”

 

“พี่ไม่รู้หรือไงว่าคนอกหักมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้นนอกจากความเศร้า!

 

“เออ เอาที่สบายใจ” จงอินหมดคำที่จะเอามาพูดกับน้องชายของเพื่อนคนนี้แล้ว มีใครที่ไหนเค้าอกหักแล้วไปเสียเงินกับการเข้าสวนสนุกคนเดียวเหมือนมันบ้าง หนำซ้ำยังโดนวิ่งราวกระเป๋าแล้วไม่ตามไปเอาคืนอีก ถ้าคิดอย่างคนปกติที่เค้าคิดกันได้อย่างน้อยมันก็ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่แถวนั้นให้เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งไม่เลย นอกจากมันจะไม่แจ้งใครทั้งนั้นแล้วยังเอาแต่พูดคำว่าช่างมันเถอะ จนเขาไม่รู้จะช่วยยังไงนอกจากปล่อยเลยตามเลยแล้วพามันกลับมาบ้านของตัวเอง (เพราะมันขอ)

 

“แล้วอาบน้ำไรนานนักหนาวะ เจ้าของห้องจะฉี่โว้ย” จงอินเตะประตูห้องน้ำตัวเองเป็นหนที่สองหลังจากยืนรอคนด้านในอาบน้ำอยู่นานแล้ว และมันยังไม่ยอมออกมาสักที ไม่รู้ป่านนี้ละลายไปกับฟองสบู่แล้วหรือยัง

 

“ถ้าคราวนี้บอกแล้วยังไม่ยอมออกมาอีก ฉันจะ..

 

แคร่ก~

 

ประตูห้องน้ำเปิดออกทันทีทว่าคนเปิดไม่ได้ออกมาด้วย เด็กหนุ่มเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำดังเดิมตามด้วยคิมจงอินที่ก้าวตามหลัง คนผิวแทนตรงไปทำธุระของตัวเอง ก่อนจะผินหน้ามองไปที่เด็กหนุ่มแล้วยิ้มถามอย่างอดไม่ได้

 

“ร้องไห้ใต้ฝักบัว? ครบสูตรเลยสิไอ้คนอกหัก” เด็กหนุ่มหันมาเบ้ปากใส่คนแซว “ไม่ได้ร้องเหอะ ผมแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย”

 

“ก็หวังว่าหนึ่งในเรื่องที่คิดจะมีเรื่องน้ำบ้านฉันบ้างนะ”

 

“รวยแล้วยังจะงกน้ำบ้านตัวเองอีก”

 

“ไม่ได้งก แต่ฉันคิดว่ามันเปล่าประโยชน์ที่นายจะมาทำอะไรปัญญาอ่อนแบบนี้” คิมจงอินกดชักโครกแล้วสาวเท้าเข้าไปยืนกอดอกพิงตู้อาบน้ำที่มีเด็กหนุ่มอยู่ในนั้น เขามองสภาพอีกฝ่ายแล้วได้แต่ส่ายหัวน้อยๆ เซฮุนกำลังยืนท่ามกลางสายน้ำจากฝักบัวใหญ่ เปลือยท่อนบนและเหลือไว้แค่กางเกงยีนส์สีดำติดตัวเท่านั้น ถ้าให้ทายจงอินคิดว่าเจ้าเด็กนี่คงยืนในท่านี้มาพักใหญ่แล้วล่ะ เพราะผิวใสๆที่เคยดูสุขภาพดีเวลานี้มันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีซีดแล้ว

 

“พี่ชานยอลชอบแบคฮยอนมากมั้ยพี่จงอิน”

 

“หลังจากที่มันเห็นนายจูบกับแบคฮยอน บาร์เทนเดอร์ก็ชงมาร์ตินี่ให้มันแทบไม่ทัน”

 

….

 

“ใช่ มันชอบแบคฮยอนมาก สิ่งที่นายควรดีใจก็คือความจริงจังของพี่ชายนายมันจะช่วยดูแลเพื่อนนายได้ แล้วฉันก็คิดว่ามันคงดูแลได้อย่างดีเลยล่ะ”

 

“ผมก็ดูแลแบคฮยอนได้”

 

“แต่นายไม่ใช่คนที่แบคฮยอนเลือก” ปาร์คเซฮุนรู้สึกช็อคกับคำพูดเถรตรงของเพื่อนพี่ชาย “การกระทำของคนที่ไม่ใช่ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ไม่ว่าฉลาดหรือโง่ ถ้าเค้ามองว่าไม่ใช่ยังไงมันก็คือไม่ใช่อยู่วันยังค่ำ นายต้องทำใจยอมรับความจริงข้อนี้ให้ได้เซฮุน”

 

“พี่ไม่กลัวผมกัดลิ้นตัวเองตายเพราะคำพูดตอกย้ำของพี่บ้างรึไง เด็กหนุ่มกุมอกซ้ายของตัวเอง “พี่ต้องปลอบผมเว้ย เวลาแบบนี้พี่ต้องปลอบผมไม่ใช่พูดจาทำร้ายจิตใจกันแบบนี้” จงอินส่ายหน้าขำพลางเดินเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มอย่างไม่กลัวว่าตัวเองจะเปียก เขาเอื้อมมือไปโยกหัวน้องชายเพื่อนแรงๆด้วยความหมั่นไส้ แต่อีกใจมันก็เกิดจากความเอ็นดูด้วยนั่นแหละ

 

“เอาไว้นายได้จริงจังกับใครจริงๆซักคนแล้วนายจะรู้ว่าตัวเองจะไม่ทำตัวแบบนี้”

 

“คนที่ทำตัวจริงจังเท่านั้นหรือไงถึงจะถูกมองว่าจริงจัง”

 

“ก็ไม่เสมอไป แต่พวกเราอยู่ด้วยกันมานานขนาดไหนแล้ว ใครเป็นยังไงทำไมจะไม่รู้วะ จริงมั้ย” เด็กหนุ่มตัวผอมก้างโผเข้ากอดเพื่อนพี่ชายแรงเสียจนจงอินต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

 

“ยืนให้ผมกอดแบบนี้ซักพักนะ” ถึงจะอเนจอนาถกับทุกอย่างที่มันทำและอยากตีที่มันกล้าเอาตัวเปียกๆเข้ามากอดเขา แต่คิมจงอินก็ยอมอยู่เฉยปล่อยให้อีกฝ่ายกอดแต่โดยดี ซ้ำยังยกมือขึ้นกอดตอบพลางตบแผ่นหลังกว้างลวกๆด้วย

 

 ..เขาน่ะปลอบใครไม่ค่อยเป็น แต่เพราะรักมันเหมือนน้องแท้ๆคนหนึ่งกอดแค่นี้ทำไมจะไม่ได้..อาจจะน่าขนลุกไปสักหน่อยแต่ก็น้อยกว่าถูกไอ้เพื่อนเวรมันไซ้คอเมื่อคืนแล้วกัน..

 

“เลิกดราม่าได้แล้ว เอาไว้ฉันจะพาไปเข้าอาบอบนวดปลอบใจ”

 

“หาเรื่องมาให้ผมโดนพี่ชานยอลด่าทุกที”

 

“จะให้มันรู้ทำไมล่ะ หรือจริงๆถ้ามันจะรู้ก็ปล่อยมันรู้ไป โตจนป่านนี้แล้วจะอะไรนักหนา น้องสาวก็ไม่ใช่”

 

“ห่วงหน้าตาน่ะสิ จะอะไรอีก”

 

“ทำเหมือนมันไม่เคยเข้า”

 

“พี่จงอิน”

 

“อะไร”

 

“อีกหน่อยพี่ชานยอลก็คงมีแฟนทิ้งผมแล้ว พี่อย่าเพิ่งรีบมีใครไปอีกคนล่ะ ให้ผมมีก่อน”

 

“ฉันจะได้กลายเป็นหมาหัวเน่าตัวสุดท้ายว่างั้น”

 

“ไม่ใช่อย่างนั้น”

 

“ให้มันแน่”

 

“หรือเราจะมีพร้อมกันดีวะพี่ ส่วนถ้าใครยังหาไม่ได้ก็เอาแฟนอีกคนมาแชร์กันก่อน”

 

“เป็นความคิดที่ดี..” จงอินผละตัวออกมาพร้อมกับ พลัวะ! โบกหัวคนอายุน้อยกว่าไปหนึ่งทีเน้นๆ “ไร้สาระ! อยากแชร์ก็ไปขอแชร์กับพี่ชายนายนู่น ไอ้เด็กกระโปก”

 

ฮ่ะๆ เค้าล้อเล่ง...

 

 

 

 

 


 

 

 

 10.15 P.M.   

(ต่อเนื่องจากความเดิมตอนที่แล้ว)

 

 

น่ากลัวกว่ากลิ่นโรงพยาบาลก็คงเป็นปาร์คชานยอล แบคฮยอนคิดว่าอย่างนั้น..เขาไม่รู้ว่าจิตใจของอีกฝ่ายทำด้วยอะไรถึงได้สารภาพความในใจกับคนอื่นด้วยอาการหน้าตายได้ขนาดนั้น ขณะที่คนฟังอย่างเขาน่ะเขินจนหน้าร้อนแทบระเบิด ทำตัวไม่ถูก ไม่มีจุดพักสายตา มือไม้ดูเกะกะแล้วยังแข้งขาอ่อนจนเกือบยืนเองไม่ไหว

 

ทุกประโยค ทุกถ้อยคำที่ถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากสวยแบคฮยอนได้ยินมันชัดเต็มสองหู แต่กลับไม่มีสติที่จะเข้าใจเลย เขาเอาแต่ส่ายหน้าซ้ำๆเหมือนคนบ้าหลังจากที่ได้ฟัง ก่อนจะผลักอกอีกฝ่ายออกแล้ววิ่งหนีกลับมาที่ห้องพักฟื้นของพ่อเฒ่าราวกับเพิ่งเจอผีมายังไงยังงั้น จนพี่พยาบาลที่นั่งเมาส์กันอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์แผนกอายุรกรรมต่างพากันเหลียวมองตามตอนที่เขาวิ่งผ่าน ซึ่งจุดนั้นแบคฮยอนไม่มีอะไรให้อายหรอก ไม่มีอะไรทำให้เขาอายได้มากไปกว่าปาร์คชานยอลคนนั้นอีกแล้ว

 

แอ๊ดดด...

 

แต่แบคฮยอนก็มีเวลาได้ตั้งหลักและข่มใจตัวเองให้กลับมาเต้นเหมือนปกติแค่เพียงครู่เดียวเท่านั้น เมื่ออีกสิบนาทีต่อมาคนตัวสูงคนเดิมเปิดประตูตามเข้ามาในห้อง

 

ชานยอลเดินเข้ามานั่งลงบนโซฟาคนละตัวกับแบคฮยอนโดยไม่ได้พูดอะไรอีก ราวกับรู้ว่าตอนนี้คนตัวเล็กยังไม่พร้อมที่จะรับฟังอะไรเพิ่มทั้งนั้น ซึ่งมันก็ใช่..แบคฮยอนไม่พร้อม..นั่งโซฟากันคนละตัวแบคฮยอนคิดว่ามันยังห่างกันน้อยไปด้วยซ้ำ คนตัวเล็กย้ายตัวเองไปนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้เตียงพ่อเฒ่าเพราะคิดว่ามันน่าจะเป็นระยะปลอดภัยสำหรับใจตัวเองที่สุดแล้วสำหรับตอนนี้ ในห้องๆนี้

 

 แบคฮยอนยังจำได้ดีถึงตอนที่ผู้เป็นพ่อถูกย้ายเข้ามาที่นี่ใหม่ๆ ตอนนั้นเขารู้สึกได้เลยว่าห้องนี้หรูหราและดูกว้างขวางมากทั้งๆที่มีคนอยู่เต็มไปหมด ตรงกันข้ามกับตอนนี้ ที่แม้จะมีแค่คนป่วยซึ่งกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงเพียงหนึ่งเดียวกับอีกสองคนที่จะมานอนเฝ้าไข้ด้วยนั้น แบคฮยอนกลับรู้สึกว่าห้องมันแคบลงไปถนัดตา



 

ทั้งหมดก็เป็นเพราะว่าชานยอลนั่นแหละ!

 



ชานยอลทำให้ห้องแคบลง ชานยอลทำให้แบคฮยอนต้องอึดอัด ในหัวมีแต่คำถามเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆแต่ก็ไม่เคยกล้าที่จะถามออกไป แบคฮยอนไม่รู้ว่าเมื่อกี้ตัวเองดูตลกแค่ไหน ไม่ว่าจะตอนที่วิ่งหนีออกมาหรือตอนที่ยืนเป็นคนใบ้พูดอะไรไม่ออกตอนอยู่ตรงหน้าของอีกฝ่าย

 

เขาไม่ได้อยากเป็นคนขี้ขลาด แต่สถานการณ์เมื่อครู่มันทำเขาพูดไม่ออกจริงๆ มันทั้งมึนงง สับสน เกิดคำถามกับตัวเองซ้ำๆว่าจริงเหรอ เป็นไปได้เหรอ ชานยอลจะมาชอบคนอย่างเขาได้ยังไง..แม้ว่าอีกฝ่ายจะสื่อมันออกมาชัดเจนแค่ไหน สายตาคู่นั้นจะดูจริงจังยังไง แบคฮยอนก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองอยู่ดี..

 

 

 

11.00 P.M.

 

หลังจากทนนั่งเงียบๆกันมาเกือบชั่วโมงโดยปราศจากการพูดคุย เสียงเคาะประตูขออนุญาตหน้าห้องก็ดังขึ้นเหมือนเป็นการต่อลมหายใจให้กับพวกเขา แบคฮยอนรู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังประตูเนื่องจากคนตัวสูงได้บอกไว้ตั้งแต่ตอนลงไปส่งผู้ใหญ่ที่ลานจอดรถแล้ว และทันทีที่ประตูถูกเปิดเข้ามาเขาก็ไม่ลังเลที่จะลุกขึ้นเดินเข้าไปช่วยชายสูงวัยถือของเลย

 

“สวัสดีฮะคุณลุง ให้ผมช่วยนะ”

 

“ไม่เป็นไรครับคุณหนู ให้การ์ดจัดการดีกว่าครับ” เพียงคุณลุงพ่อบ้านพยักหน้า บอดี้การ์ดชุดดำสามคนที่มาด้วยกันก็เดินนำเอาของใช้ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และสัมภาระจำเป็นอื่นๆที่เป็นของเขาและของคุณชายปาร์คคนโตเข้ามาวางไว้ให้บนโต๊ะ รวมถึงนำไปแขวนเข้าตู้ให้อย่างเรียบร้อย  ก่อนจะกลับไปยืนด้านหลังคุณลุงพ่อบ้านเช่นเดิม

 

“คุณชายจะนอนที่นี่จริงหรือครับ” คนถูกถามขยับสายตามาที่แบคฮยอน ซึ่งแบคฮยอนเลือกที่จะเบือนหน้าหนีทันที..แหงสิ..จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่กล้าสู้สายตาคมนั้นหรอก ต่อให้จะมีคนมาอยู่เพิ่มด้วยเขาก็ทำไม่ได้..ก็คนมันอายนี่..

 

“ครับ คืนนี้ผมจะนอนที่นี่”

 

“ให้ผมติดต่อทางโรงพยาบาลจัดเตียงเสริมให้คุณชายดีไหมครับ จะได้นอนสบายตัวกันกว่านี้ ผมเห็นว่าห้องกว้าง แต่มันก็

 

“ผมนอนได้ครับ เบาะโซฟาที่นี่ก็นุ่มดี ความกว้างก็ใช้ได้คงพอสำหรับสองคน”

 

“แน่ใจนะครับ”

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ดึกแล้วคุณพ่อบ้านกลับบ้านไปพักเถอะ”

 

“แต่..

 

“ไปเถอะครับ”

 

“เข้าใจแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับเลยนะครับคุณชาย”

 

“ครับ ขอบคุณที่ช่วยเป็นธุระให้ผมด้วย”

 

“ด้วยความยินดีเลยครับ” คุณพ่อบ้านค้อมหัวให้ชานยอลและกำลังจะตามมาที่คนตัวเล็ก แต่เพราะแบคฮยอนรู้ทันจึงรีบก้มหัวรออยู่ก่อนแล้ว ทำเอาชายสูงวัยหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู “ราตรีสวัสดิ์นะครับคุณหนู ผมขออวยพรให้คุณพ่อของคุณหนูอาการดีขึ้นเร็วๆด้วยนะครับ”

 

“ขอบคุณฮะคุณลุง ขับรถกลับบ้านกันดีๆนะฮะ”

 

“ครับ ไม่ต้องลำบากเดินตามมาส่งพวกผมนะครับ คุณหนูกับคุณชายควรพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ยังต้องไปเรียนกันแต่เช้า ราตรีสวัสดิ์อีกครั้งครับ”

 

“ราตรีสวัสดิ์ฮะคุณลุง” แบคฮยอนยืนโบกมือบ๊ายบายให้คุณลุงและพี่บอดี้การ์ดอีกสามคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะลดมือลงช้าๆพร้อมกับบรรยากาศเงียบงันที่เข้ามาปกคลุมภายในห้องพักฟื้นพิเศษนี้อีกครั้งเมื่อบานประตูถูกปิดลง

 

ปั้ง...

 

 

แบคฮยอนค่อยๆหมุนหน้าไปทางคนตัวสูง อีกฝ่ายกำลังนั่งกดโทรศัพท์ไม่รู้ว่ากำลังคุยกับใครหรือทำอะไรอยู่ แบคฮยอนมีความกังวลที่จะคุยแต่เพราะไม่อยากทนอยู่กับความอึดอัดไปมากกว่านี้จึงตัดสินใจเป็นฝ่ายทำลายความเงียบพร้อมกับแสร้งทำหน้าให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อหวังจะให้บรรยากาศมันดีขึ้น..สักนิดก็ยังดี

 

“จริงๆชานยอลไม่จำเป็นต้องลำบากมานอนเฝ้าพ่อเฒ่าด้วยก็ได้ น่าจะกลับไปนอนที่บ้านตัวเองนะ คงได้นอนสบายกว่านี้” เพียงแค่คนตัวสูงเงยหน้าขึ้นมาคนตัวเล็กถึงกับหลุดสะดุ้ง หน้าแดงระเรื่อขึ้นอย่างไม่มีเหตุผลแต่ก็รีบซ่อนมันไว้ด้วยการก้มหน้าลงนิดๆ พลางถูจมูกตัวเองไปด้วยเพราะไม่รู้ว่าควรเอามือไปวางไว้ตรงไหน อีกอย่างตอนนี้ก็ดันมายืนเสียตรงหน้าอีกฝ่ายที่ยังคงนั่งอยู่บนโซฟาที่เดิมด้วย

 

 

พ่อเฒ่าควรรีบตื่นไวๆ จะได้มีบุคคลที่สามมาช่วยเบือนความสนใจเขาอะ ฮืออ

 

 

 

“ฉันบอกว่านอนได้ก็คือนอนได้ ไม่ได้คิดว่าลำบาก”

 

“แต่มันก็น่าเกรงใจ..

 

“แทนที่จะเกรงใจนายควรดีใจที่ฉันอยากมานอนเป็นเพื่อนมากกว่านะ” เอาอีกแล้ว..ชานยอลกำลังจะทำให้เขามองหน้าไม่ติดอีกแล้ว

 

“หรือถ้ามันน่าอึดอัดเกินไปก็บอก ฉันจะได้พิจารณาตัวเอง”

 

“ไม่ใช่อย่างนั้น..” ถึงมันจะน่าอึดอัดเกินไปจริงๆแต่มันก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้อยู่ มันอึดอัดในแบบที่มีความเกรงใจ กลัวว่าอีกฝ่ายจะลำบาก แล้วตอนนี้เขาก็ลำบากที่จะวางตัวตอนอยู่ด้วยกันสองคนแบบนั้นมากกว่า

 

“ผมแค่เกรงใจ ถ้าพ่อเฒ่าอาการดีขึ้นจนได้ออกจากโรงพยาบาลผมจะกลับไปอยู่กับคุณท่านแล้วนะ ไม่รบกวนที่บ้านชานยอลแล้ว” ไม่รู้ว่าแบคฮยอนคิดไปเองหรือว่าเป็นโรคเข้าข้างตัวเองมากไปหรือเปล่า เพราะหลังจากที่บอกไปแบบนั้นก็รู้สึกว่าหน้าชานยอลดูนิ่งลงกว่าเดิม มันเหมือนกับว่าอีกฝ่ายไม่อยากให้เขาไปยังไงยังงั้นเลย

 

“แม่ครูอยากให้ผมกลับไปดูแลคุณท่าน”

 

“อืม..ก็ดีแล้ว”

 

นั่นสิ มันต้องดีอยู่แล้ว ทั้งๆที่รู้ว่ามันดีแต่ทำไมทั้งเขาทั้งชานยอลต้องมองหน้ากันเหมือนใจหายแปลกๆด้วยนะ ถึงจะกลับไปอยู่บ้านคุณท่านก็ยังสามารถเจอหน้ากันได้บ่อยๆอยู่ดีนี่..เพราะแบบนั้นก็ไม่ควรที่จะเกิดความรู้สึกว่าไม่อยากไปไม่ใช่หรอ..ทำไมกลายเป็นอย่างนี้ไปได้..

 

“จะอาบน้ำเลยมั้ย ถ้าไม่ ฉันจะได้อาบก่อน”  

 

“อือ..ชานยอลไปอาบก่อนเลย”

 

 


 

 

 


คนตัวเล็กเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็กในมืออีกหนึ่งผืน ได้ยินเสียงติ๊ดๆของเครื่องมือบางอย่างก่อนจะได้เข้าใจว่าเสียงนั้นมีที่มาที่ไปจากคุณพยาบาลสาวที่ยืนปฏิบัติหน้าที่อยู่ข้างเตียงคนป่วยนั่นเอง เธอกำลังวัดไข้และความดันให้กับพ่อเฒ่าอยู่ ตามด้วยการเปลี่ยนขวดน้ำเกลือซึ่งระหว่างนั้นก็คอยรายงานอาการคร่าวๆให้กับแบคฮยอนฟังด้วยว่า..พ่อเฒ่าไข้เริ่มลดลงแล้ว

 

คนตัวเล็กฟังแล้วได้แต่พยักหน้าดีใจ ส่งยิ้มพลางมองพยาบาลสาวเก็บอุปกรณ์เตรียมออกจากห้องอย่างอ้อยอิ่ง ถึงไม่พูดแต่ใช่ว่าจะบื้อจนดูไม่รู้ว่าที่เธอทำทุกอย่างเชื่องช้าไปหมดนั้นเป็นเพราะว่าอะไร แก้มแดงๆที่ไม่ได้เกิดจากการแต่งแต้มของเครื่องสำอางกับท่าทางเขินอายนั่นน่ะ แบคฮยอนรู้..เธอกำลังเขินปาร์คชานยอลที่นั่งหลับตาอยู่บนโซฟาชิดผนังห้องนั่นไง จะอะไรซะอีก

 

หญิงสาวทำตาล่อกแล่กมองไปที่ชานยอลขณะปฏิบัติหน้าที่ให้แบคฮยอนแอบสังเกตเห็นได้ตั้งหลายครั้งแล้ว แต่แบคฮยอนก็ไม่ได้รู้สึกว่าไม่พอใจหรือเกิดอาการหึงหวงใดๆหรอก กลับกันแล้วคนตัวเล็กเข้าใจในความรู้สึกของหญิงสาวดีมากกว่า  ต่อให้คนตัวสูงจะกำลังหลับตาอยู่หรือลืมตาขึ้นมันก็ไม่ได้ต่างกันมาก เพราะไม่ว่ายังไงอีกฝ่ายก็ทำให้ใครต่อใครเค้ารู้สึกไปต่อไม่เป็นได้อยู่ดี ที่ร้ายกว่านั้นคือคนตัวสูงสามารถทำให้ฝั่งตรงข้ามเขินได้แบบที่ตัวเองยังไม่ต้องออกแรงทำอะไรเลยด้วยซ้ำ แบคฮยอนรู้ถึงความร้ายกาจนั้นดี เพราะแบคฮยอนเคยผ่านมันมาหมดแล้ว

 

 เมื่อพยาบาลสาวเดินออกไปจนพ้นสายตา แบคฮยอนช่วยจัดแจงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวพ่อเฒ่าในระดับที่กำลังพอดี จากนั้นก็ก้มลงหอมแก้มสากพลางบอกให้คนป่วยหลับฝันดีและรีบตื่นขึ้นมาสุขภาพแข็งแรงในเร็ววัน

 

เขาเดินไปปิดสวิตซ์ไฟให้เหลือเพียงหนึ่งดวงตรงบริเวณหน้าห้องน้ำซึ่งอยู่ใกล้ประตูทางเข้า แสงสีส้มทองช่วยให้ภายในห้องไม่มืดจนเกินไปนัก มันทำให้แบคฮยอนมองเห็นทาง รวมถึงใครบางคนที่ยังคงนั่งหลับตาอยู่ในท่าเดิมไม่ขยับเขยื้อนไปไหน

 

“เอาไงล่ะทีนี้..” โซฟาหนึ่งชุดกับคนสองคนแบคฮยอนคิดว่าเอาอยู่นะ แต่มันควรเป็นคนสองคนที่มีความสูงระดับปกติไม่ใช่สูงชะลูดเป็นเสาไฟฟ้า แขนขายาวไปหมดทั้งตัวแบบคุณชายปาร์คชานยอลคนนี้น่ะสิ

 

“แล้วผมจะรอดูว่าพรุ่งนี้จะมีคนตื่นมาบ่นว่าเมื่อยตัวให้ได้ยินมั้ย อยากมาลำบากกับคนอื่นเค้าดีนัก..” รู้สึกดีก็ส่วนหนึ่ง รู้สึกหมั่นไส้มันก็อีกส่วนหนึ่งนะ ดูสิ..ขนาดนั่งหลับยังดูขี้เก๊กเลย สองคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนิดๆไม่บอกก็รู้ว่าต้องเป็นคนจริงจัง ไอ้ท่านั่งกอดอกเอาขาไขว่ห้างแม้แต่ตอนหลับไม่ต้องรอให้รู้จักกันก็เดาออกทันทีเลยว่าอีกฝ่ายต้องเป็นผู้ชายท่ามากแน่ๆ ส่วนการเงยหน้าเอาหัวหนุนขอบพนักพิงโซฟานั่นมันก็ อืมยอมรับว่าดูดีมากก็ได้

 

จริงๆก็ดูดีไปหมดทุกอย่างนั่นแหละ แต่หมั่นไส้อ่ะ ถึงจะชอบแต่แบคฮยอนก็หมั่นไส้ความเพอร์เฟ็คกับความร้ายกาจอย่างหาตัวจับได้ยากของปาร์คชานยอล

 

 

“ทำไมชอบมาทำให้ใจคนอื่นเค้าเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ”

 

….

 

“สนุกนักหรอที่เห็นคนอื่นเค้าต้องเขินเพราะตัวเอง”

 

….

 

“ชักจะน่ากลัวกว่าพ่อเฒ่าขึ้นทุกวันแล้วนะรู้ตัวมั้ย ขนาดตอนหลับยังทำผมกลัวเลยดูสิ..!!” แบคฮยอนใจหายวาบตอนที่คนนั่งหลับขยับตัว แต่แค่แปปเดียวเท่านั้นเพราะต่อจากนั้นอีกฝ่ายก็หลับตานิ่งนั่งหล่อหน้าดุเหมือนเดิม

 

“ชานยอล” แบคฮยอนลองเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆเพื่อทดสอบความแน่ใจ “ชานยอล..ปาร์คชานยอล..” ตามด้วยการโบกไม้โบกมือไปมาอยู่ตรงหน้า

 

“คุณชายไม่ได้ยินเสียงผมจริงๆเหรอ..” นิ้วเล็กจิ้มลงไปบนหลังมือใหญ่หลายๆทีและเหมือนเดิม คนตัวเล็กได้รับเพียงปฏิกิริยานิ่งสนิท ไร้การตอบโต้ใดๆจากชายหนุ่มกลับมา ซึ่งมันทำให้แบคฮยอนยิ้มชอบใจได้มากเหลือเกิน

 

“ขี้เซาเหมือนกันนี่หว่า..

 

ตอนนี้มันเลยเวลานอนของแบคฮยอนมามากแล้วทว่าคนตัวเล็กกลับยังไม่รู้สึกง่วงเช่นทุกที กลับตาสว่างที่ได้มองคนตัวสูงใกล้ๆแบบที่อีกฝ่ายไม่รู้สึกตัว หนำซ้ำยังสนุกกับการแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ ทำหน้าล้อเลียนสารพัดแบบซึ่งอีกฝ่ายไม่มีทางได้ตื่นขึ้นมาเห็นแล้วดุเขาได้แน่ๆ

 

“ชานยอลคนขี้เก๊ก”

 

….

 

“หน้าดุด้วย แบร้!

 

คิกคิก

 

“มันน่าให้หลับบ่อยๆนะเนี่ย” แบคฮยอนแค่เพียงใช้เสียงกระซิบพูดเบาๆเท่านั้น “ผมจะได้พูดอะไรด้วยได้ โดยไม่ต้องกลัว” สีหน้าขี้เล่นค่อยๆเลือนหายไปเหลือไว้แต่รอยยิ้มจางๆที่มีทั้งความสุขและความอึดอัดปนรวมกันอยู่

 

“รู้มั้ยว่าทำให้ผมคิดมาก” สองมือน้อยเท้าลงบนหน้าขาของตัวเองเพื่อให้หน้าพวกเขาได้อยู่ในระดับเดียวกัน

 

“ทั้งๆที่ทำให้ผมผิดหวัง ปล่อยผมนอนรอตั้งหลายชั่วโมงเพราะมัวแต่ใช้เวลากับแฟนตัวเอง ทั้งๆที่..ให้ผมเข้าใจว่าชานยอลเป็นคนใจร้ายไปแล้ว ทำไมยังต้องมาทำให้ผมลังเลสับสนเพิ่มทีหลังแบบนี้ด้วยล่ะ” แบคฮยอนไล่สายตามองเครื่องหน้าของคนหล่อไปทีละจุด

 

“ชานยอลจูบผม..”  ริมฝีปากอิ่มตรงหน้านี้เคยจูบเขาถึงสามครั้ง ทั้งยังบุกเข้ามาสร้างรอยแดงจนทั่วคอซึ่งคงอีกหลายวันเลยกว่ามันจะจางหาย ความรู้สึกของเขาก็เช่นกัน

 

“ชานยอลบอกผมว่าชอบ..แต่ผมก็ยังถามตัวเองซ้ำๆว่ามันใช่ฝันหรือความจริงกันแน่”

 

“คนที่ไม่มีอะไรเลยอย่างผมนี่น่ะหรอที่ชานยอลชอบ คนที่ชานยอลเคยบอกว่าไร้มารยาท นิสัยไม่ดี ไม่ยอมโต..จะเป็นคนที่ชานยอลชอบได้จริงๆหรอ”

 

“มันอาจดูน่าตลกที่ต้องบอกว่าผมยังไม่เชื่อแต่ลึกๆมันก็อดดีใจไม่ได้อยู่ดี”

 

“ตอนได้ยินครั้งแรกผมทั้งตกใจและดีใจจนน้ำตาคลอเลยล่ะ ฮ่ะๆ”

 

“แน่สิ..ชานยอลเมาแล้วบุกเข้ามาทำรุ่มร่ามอย่างนั้นจะไม่ให้ผมตกใจได้ยังไง แต่หลังจากนั้นผมก็เกือบลืมมันเพราะคำว่าชอบของชานยอลคำเดียวแท้ๆ..ไม่ได้ใจง่ายนะ แต่ตอนนั้นมันไม่มีอะไรอยู่ในหัวผมเลยจริงๆ”

 

“เฮ้อ..ผมไม่อยากให้เราอึดอัดต่อกันแบบนี้เลย”

 

“ผมมีเรื่องอยากเล่าให้ชานยอลฟังตั้งหลายเรื่อง อย่างเรื่องกลับไปอยู่บ้านคุณท่านผมยังลังเลอยู่เลย ผมไม่อยากเจอสองแม่ลูกนั่น แต่คุณท่านก็ดีกับพวกผมมากจริงๆ แล้วผู้ใหญ่ก็บอกว่าผมรบกวนบ้านชานยอลมากแล้ว ซึ่งมันก็จริงๆอ่ะ ผมเอาแต่ทำตัวเป็นภาระของใครต่อใครเค้าไปทั่ว..

 

“แย่เนาะ”

 

“บ้าด้วยอ่ะ ผมกำลังพูดกับคนหลับเหมือนพูดกับคนเมาเมื่อคืนไม่มีผิด แล้วก็บ้ามากที่ดันเป็นคนๆเดียวกัน คนเดียวเลยที่ทำให้ผมมีเกือบทุกความรู้สึก โดยเฉพาะความชอบ...” แบคฮยอนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อจนเกือบชิด แล้วกระซิบเสียงเบาลงยิ่งกว่าเดิม

 

“ผมชอบชานยอลมากๆเลย”  ริมฝีปากเล็กประทับเบาๆลงบนริมฝีปากหนา เขาแค่อยากเป็นฝ่ายสัมผัสคนที่ตัวเองชอบดูสักครั้ง แค่อยากทำตามความรู้สึกของตัวเอง แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น ไม่ได้คิดเผื่อเลยว่ามันจะเป็นอย่างไรถ้าหากมีใครเข้ามาเห็น

 

   

และถ้ายิ่งใครที่ว่าดันเป็นเจ้าตัวที่ถูกฉวยโอกาสเองด้วยแล้วล่ะก็



!!!


 

“ชะ ชานยอล”

 

 

นอกจากคำว่าอับอาย แบคฮยอนก็ไม่คิดว่าจะมีคำไหนคู่ควรต่อความรู้สึกของเขาตอนนี้อีกแล้ว

 


“ผ ผมเปล่าทำอะไรนะ!” คนตัวเล็กรีบเอามืออุดปากพลางส่ายหน้าหนีความผิดตัวเอง ดวงตาเรียวรียังคงเบิกค้าง หัวใจเต้นถี่ขึ้นเรื่อยๆเพราะทั้งกลัวทั้งอับอายกับสิ่งที่เพิ่งทำลงไป

 

เขาแค่จะจุ๊บแปปเดียวเอง! ไม่นึกไม่ฝันว่าดวงตาที่เคยปิดสนิทไปตั้งนานจะเปิดขึ้นมาในตอนที่เขาผละหน้าออกมาพอดีแบบนั้น ชานยอลทำเหมือนรู้จังหวะ ชานยอลไม่เห็นเหมือนคนที่กำลังตื่นเลย! การอมยิ้มทำตาโตล้อเลียนอย่างลอยหน้าลอยตาแบบนั้นแบคฮยอนควรรู้สึกยังไง! ไอ้คนบ้า!

 


จะหนีไปไหน

 

“อื้อ”

 

ตุ่บ! ร่างเล็กถูกดึงให้ล้มลงบนตักแข็งๆก่อนที่จะได้หนี แบคฮยอนไม่มีโอกาสแม้แต่จะดิ้นต่อเพราะว่าเอวถูกล็อคไว้ด้วยอ้อมแขนแกร่งทั้งสองข้าง

 

“ชานยอลเดี๋ยวพ่อเฒ่าตื่นมาเห็น”

 

“ถ้ากลัวพ่อตื่นมาเห็นแล้วพูดกับฉันตั้งยืดยาวทำไม แถมยังลักหลับฉันด้วย”

 

“หยา! นั่นมัน...” แบคฮยอนพูดไม่ออก หน้าร้อนผะผ่าวให้กับสายตาคมที่กำลังจ้องมองเขาในระยะใกล้ “ชานยอลไม่ได้หลับอ่ะ ชานยอลหลอกผม”

 

“หลอกยังไง ฉันนั่งพักสายตาของฉันอยู่ดีๆ นายนั่นแหละที่เดินเข้ามาพูดกับฉันเอง”

 

ใช่สิ เขามันโง่เอง! แบคฮยอนได้แค่คิดในใจไม่ได้พูดออกไปให้อีกฝ่ายได้ยินเนื่องจากกำลังเอามือทั้งสองข้างอุดปากตัวเองอยู่ อีกอย่างเมื่อกี้ก็เพิ่งปล่อยไก่ออกไปเป็นฝูงขืนพลั้งอะไรออกไปอีกคงไม่ดีแน่ แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว

 

“อยากจูบก็บอกกันดีๆสิ ลักหลับทำไม”

 

….

 

“หื้มม์”

 

….

 

“หื้ม ไอ้เด็กดื้อ”

 

กร๊าซ! แค่นี้ยังทำให้แบคฮยอนอายไม่พอหรอ ทำไมต้องมาใช้คำที่ทำให้แบคฮยอนอายเพิ่มเป็นสองเท่าด้วย แบคฮยอนเกลียดคำว่าเด็กดื้อ! เกลียดที่มันออกมาจากปากของชานยอล เกลียดที่มันทำให้คิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน แล้วก็เกลียดตอนนี้ด้วย ฮื่อ

 

“คุยด้วยเค้าให้ตอบ ไม่ได้ให้เงียบ”

 

“ผมไม่ได้จูบ ก็แค่..ปากแตะปากนิดเดียวเอง”

 

“นิดเดียวมันจะไปรู้สึกอะไร”

 

หยา..

 

“เอามือออกสิ”

 

แบคฮยอนทำคอแข็งขณะส่ายหัว รู้สึกขอบคุณตัวเองที่ก่อนหน้านี้เดินไปปิดสวิตซ์ไฟห้อง ถึงมันจะไม่ทำให้มืดสนิทและยังทำให้เห็นหน้าอีกฝ่ายด้วยแสงสลัว แต่แบคฮยอนคิดว่ามันก็ยังดีกว่าอยู่กันในท่านี้ด้วยไฟสีขาวแบบนั้น  

 

“ไม่เอาออกหรอ”

 

“มะ..!” ข้อแขนเล็กถูกมือใหญ่กระตุกลงกะทันหันจนมือแบคฮยอนหลุดออกจากปาก ตามด้วยใบหน้าหล่อที่ยื่นเข้ามาฉวยโอกาสจุ๊บกลีบปากน้อย ไวแบบที่แบคฮยอนไม่ทันได้ตั้งตัว

 

“ชานยอล!” คนตัวเล็กตีปากคนตัวสูงด้วยความตกใจ ทั้งเขินทั้งดิ้นอยู่บนตักแต่ใช่ว่าจะหลุดออกไปไหนได้ “อยากให้ผมหัวใจวายตายหรือไง แค่นี้ก็อายจะแย่..จุ๊บ!

  

“ถ้าจะตายเพราะถูกฉันจูบก็ให้มันรู้ไป” สายตาของชานยอลกำลังจะทำให้แบคฮยอนหลอมละลาย ชั่วโมงต้องมนต์ที่เคยได้ยินคนเค้าว่ากันเป็นอย่างไร แบคฮยอนก็เพิ่งมาเข้าใจเอาตอนนี้ ตอนที่มองเข้าไปในดวงตาคู่สวยแล้วพบว่ามันเต็มไปด้วยภาพสะท้อนของแบคฮยอนเอง

 

ชานยอลใช้มือข้างหนึ่งสัมผัสแก้มนิ่มแผ่วเบาราวกับอยากปลอบประโลมให้หายตื่นกลัว ชานยอลทำมันไปเรื่อยๆ..ช้าๆ..จนกระทั่งแบคฮยอนหลับตาลง..ทุกอย่างจึงค่อยหยุดตาม

 

“อืม~

 

เหลือไว้เพียงแต่ริมฝีปากของคนทั้งคู่ที่กำลังเริ่มจุดติดและประสานกันเป็นหนึ่งเดียว แบคฮยอนคล้องสองแขนไว้ที่คอของชานยอลอย่างเผลอไผล ขณะที่แขนทั้งสองข้างของชานยอลเองก็กำลังกอดกระชับเอวของแบคฮยอนเอาไว้จนแน่น

 

คนหนึ่งค่อยๆเอียงคอปรับองศาหน้าเช่นเดียวกับอีกคนหนึ่ง แม้จังหวะร่างกายจะยังไม่คุ้นชินกัน ไม่ได้เข้ากันได้ดีเหมือนคนที่เคยคุ้นกันมานาน คนตัวเล็กอาจจะชะงักไปบ้าง ริมฝีปากหลุดจังหวะออกจากกันไปในบางที ทว่าทั้งคู่ก็พยายามประคับประคองจูบครั้งนี้ให้ดำเนินต่อไปด้วยกันได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป..

 

คนตัวสูงทำหน้าที่เป็นผู้นำ ส่วนคนตัวเล็กทำหน้าที่เป็นผู้ตาม ทุกอย่างไม่ได้เร่งรีบใจร้อนแต่ก็ไม่ได้ช้าจนเกินไปนัก..ริมฝีปากหนาเม้มดูดกลีบปากบางไปเรื่อยๆจากล่างขึ้นด้านบนค่อยๆวนไปช้าๆจนริมฝีปากเล็กเริ่มชินแล้วทำมันเช่นเดียวกับที่คนตัวสูงเคยทำบ้าง ก่อนจะมาบรรจบกันตอนที่ลิ้นชื้นสอดเข้าไปในโพลงปากเล็กและลิ้นทั้งสองก็เริ่มเกี่ยวกระหวัดกันอย่างรู้งาน

 

“อ อือ..” แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นรับจูบของชานยอล สมองโล่งขาวโพลนยิ่งกว่าครั้งไหนๆที่เคยถูกอีกฝ่ายสัมผัส..มันเขินมันน่าอายแต่มันก็รู้สึกดี..ความกลัวที่เคยมีอยู่ๆกลับหายไป..แบคฮยอนไม่รู้..ว่ามันเป็นเพราะตัวเองเผลอตัวเผลอใจไปด้วยหรือเป็นเพราะว่าครั้งนี้ชานยอลอ่อนโยนมากกว่าที่ผ่านมากันแน่ การสัมผัสตัวกันครั้งนี้ถึงได้เต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆ ไม่เหมือนอย่างที่แล้วมา

 

 

“เป็นเด็กดีกว่าที่คิด”

 

หลังจากผละริมฝีปากออกจากกันแล้วแบคฮยอนรีบมุดหน้าลงบนไหล่กว้างเพื่อซ่อนริ้วแดงๆบนข้างแก้มของตัวเองทันที สองแขนยังคงกอดคอคนตัวสูงเอาไว้หลวมๆไม่ยอมปล่อยออก “เมื่อกี้ยังว่าผมเป็นเด็กดื้ออยู่เลย พอได้จูบล่ะทำเป็นพูดอีกอย่าง ชานยอลนี่หมกมุ่นใช่ย่อย” เสียงหัวเราะทุ้มๆดังขึ้นเบาๆด้วยความรู้สึกเอ็นดู ตามด้วยการขยี้ผมชื้นๆของคนตัวเล็กกว่า

 

“ถ้าพ่อเฒ่าตื่นขึ้นมาเห็นผมนั่งตักผู้ชายในสภาพนี้มีหวังได้ตีผมขาลายแน่เลย”

 

“พ่อไม่ให้ชอบผู้ชายหรอ” แบคฮยอนฟาดไหล่ชานยอลโทษฐานที่ถามตรงแบบไม่ระวังคนฟังจะเขินตายไปหนึ่งทีเน้นๆ

 

“ผมก็พูดแก้เขินไปอย่างนั้น”

 

“ฮ่ะๆ”

 

“ชานยอล”

 

“หื้มม์”

 

“ชอบผมจริงๆหรอ”

 

“อืม”

 

“ไม่เอาแค่อืมได้มั้ย”

 

“ชอบจริงๆ”

 

….

 

“ไม่เชื่ออีกแล้วหรอ”

 

“เปล่า” แบคฮยอนรีบปาดน้ำใสๆที่กลิ้งไหลลงมาจากตาหนึ่งเม็ดเป้งโดยไม่ให้ชานยอลได้เห็น “ผมเชื่อชานยอลตลอด ถึงจะเคยผิดหวังมาครั้งนึงแต่ผมก็จะลองเชื่อต่อไป”

 

“บอกแล้วไงว่าวันนั้นไม่ได้คิดจะทิ้ง”

 

“ไม่เอาไม่พูดแล้ว”

 

“ฉันกับซอรินเราไม่เคยรักกันมากกว่าเพื่อน”

 

“เพื่อนจูบปากกันดูดดื่มแบบนั้นได้ด้วยหรอ”

 

“นายก็เคยจูบกับเซฮุนนี่”

 

“มันไม่เหมือนกัน ชานยอลกับซอรินคบกันมาตั้งนาน คบกันในฐานะแฟนด้วยไม่ใช่เพื่อนแบบผมกับเซฮุน เพราะงั้น

 

“มันเป็นไปเพราะความต้องการของผู้ใหญ่ ไม่เหมือนสิ่งที่ฉันรู้สึกต่อนาย หรือที่นายรู้สึกต่อฉันหรอก” ใจแบคฮยอนหยุดเต้นไปชั่วขณะ ก่อนจะเริ่มกลับมาเต้นถี่อีกครั้งและมันคงรู้สึกไปถึงคนที่เขากำลังกอดอยู่ตอนนี้เลยล่ะ ชานยอลถึงได้หัวเราะเบาๆออกมาอีก

 

“เด็กโง่”

 

“ฮื่อ”

 

“ชอบฉันมากขนาดไหนกัน ใจถึงได้เต้นแรงแบบนี้”

 

“หุบปากเลยชานยอลก็ชอบผมเหมือนกันนั่นแหละ”

 

“บางทีฉันอาจจะชอบนายน้อยกว่าที่นายชอบฉัน”

 

“อะไรกัน”

 

“ฮ่ะๆ”

 

“ชิส์”

 

….

 

….

 

“ชอบฉัน แล้วอยากเป็นแฟนฉันมั้ย”

 

“หยะ..อย่าพูดเล่นกับผมอย่างนี้สิ ชานยอลก็รู้ว่า..

 

“เป็นแฟนกันมั้ย”

 

….

 

“ตอนดุนายฉันจะได้มีสิทธิ์ ตอนหวงนายฉันก็จะได้มีสิทธิ์ หรือตอนที่นายย้ายกลับไปอยู่กับคุณยายเราก็สามารถเจอกันได้โดยที่ไม่ต้องมีเหตุผลแค่เพียงคุณยายหรือว่าใคร เพราะเราอยากเจอกันเราถึงต้องเจอกัน แค่นี้ก็พอ”

 

“ชานยอล”

 

“เป็นแฟนกันนะแบคฮยอน”

 

….

 

“ฮึ”

 




 

“อื้อ”

 

 

ผ ผมจะเป็นแฟนชานยอล

 

 



#ficmysscb 















 ⒸQRD

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 524 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5097 Jennysupat18 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 08:45
    -บ้าาา
    #5,097
    0
  2. #5055 kuntajira38 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 15:43
    ฆ่าฉัน...ฆ่าฉันให้ตายดีกว่า ฮืออออออแ
    #5,055
    0
  3. #5047 Isabellbest (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 15:40
    ตบเข่าดังฉาก! ฮื่อออเป็นแฟนกันแล้วดูสิว่าใครจะงอแงเก่งกว่ากันน🥺
    #5,047
    0
  4. #5003 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:06
    เป็นแฟนกันแล้วอุแง้
    #5,003
    0
  5. #4966 IPINOCKIO (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 11:11
    เป็นแฟนแล้วค่าาาาาาา น้ำตาจะไหล นี่อิฉันรอมากี่ตอนเนี่ยยย เป็นการรอที่คุ้มค่าได้เห็นเด็กดื้อมีแฟนแล้ววววว เขินมากๆๆๆๆ
    #4,966
    0
  6. #4932 baconjelly2 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 22:07
    กลั้นยิ้มไม่ไหว
    #4,932
    0
  7. #4914 faaah92 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 13:40
    ปลื้มมาก ปลื้มสุดๆๆน้ำตาไหลด้วยความปิติยินดี ดีใจมากๆๆๆๆๆ
    #4,914
    0
  8. #4890 Timmmmmmmm (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:12
    แผ่นดินไหว​ แต่ใจชั้นไม่ไหว​ ชานยอลรุกแรงมากเวอร์​ ฮื่อออ​ เค้าเป็นแฟนกันแล้วววว​ววว
    #4,890
    0
  9. #4887 Tungmma (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 20:28
    เขาเป็นแฟนกันแล้วค่ะแม่ฮืออออิอออออออ
    #4,887
    0
  10. #4884 plyfah2547 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 16:16
    วงวารบักฮุน​ โอ่ย
    #4,884
    0
  11. #4883 windnie1106 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 10:18
    อร้ายย กรี๊ดได้มั้ยยย
    #4,883
    0
  12. #4855 bang-SP28 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 00:35
    เขารักกันค่ะ
    #4,855
    0
  13. #4836 oohh94 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 07:55
    I'm OK ㅠㅠ
    #4,836
    0
  14. #4807 CBY-XO (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 13:47
    แอร๊าายยยยย
    #4,807
    0
  15. #4794 Ihaveadream (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 10:27
    ดูแลลูกคุณแม่ดีๆนะคะ
    #4,794
    0
  16. #4783 MManatsawan (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 23:30
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #4,783
    0
  17. #4768 YJLn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 17:11
    งานหนักต่อไปคงไม่พ้นแม่ซอรินดูถูกว่าคบผชอีกแน่เลน
    #4,768
    0
  18. #4746 KAMSNW (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 00:00
    โอ้โห เขินไปดาวอังคารแล้วค่าา ฮือออออ เป็นแฟนกันแร้วววว
    #4,746
    0
  19. #4690 Eavv3 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 16:24
    โอ้ยยยยยยกว่าจะเป็นแฟนกันนน ลุ้นนนนนนนเฟ่อออ
    #4,690
    0
  20. #4640 nsjcbw. (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 11:52
    ว้อยยยยย เขาเป็นแฟนกันแล้ววว กรี๊ดดดดด น้องเขิงงงงง
    #4,640
    0
  21. #4623 srithong01 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 14:35
    แกเาวบ้ะปืเกุนงาดฟำดสงชส้น
    #4,623
    0
  22. #4605 senzwoon (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 00:29
    เขินจะบ้าตายยยย
    #4,605
    0
  23. #4601 pparkminhoo (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 21:50
    เขินนเป็นแฟนกันแล้วโว้ยยยยย
    #4,601
    0
  24. #4547 Title Thanatporn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 15:43
    มันดีมากๆเลยยยยยยย
    #4,547
    0
  25. #4528 geejajaa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 23:26
    อ๊ากกกกกกกกกกก ให้มันได้งี้ เปิดผากขอปุบเลย ดีมาก ชัดเจนตรงไปตรงมา

    หวังหว่ากลับไปบ้านคุณย่า แม่ลูกใจร้ายจะไม่เล่นงานแบคฮยอนซ้ำสองฐานะแฟนใหม่ชานยอลนะ
    #4,528
    0