You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 20 : Shining XIX :: confused

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 440 ครั้ง
    2 เม.ย. 59



Shining XIX

 


 

 

 






       วันนี้วันพฤหัสบดี เป็นวันที่แบคฮยอนต้องแข่งวิ่งรอบที่สองซึ่งแน่นอนว่าคนตัวเล็กสามารถคว้าชัยชนะให้กับทีมได้อีกครั้งและยังได้เป็นตัวแทนจังหวัดเข้าสู่การแข่งขันรอบภูมิภาคต่อไป

 

 

            ไม่เพียงแค่ผลการแข่งขันเท่านั้นที่ทำให้แบคฮยอนยิ้มเป็นปลื้ม เงินรางวัลตอบแทนเล็กๆน้อยๆก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งเช่นเดียวกัน มันไม่ได้เป็นจำนวนที่เยอะอะไรนักแต่แบคฮยอนก็รู้สึกพอใจกับมันแล้วเพราะอย่างน้อยเงินที่ได้มามันก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ไม่ต้องไปรบกวนใครๆอย่างที่ผ่านมา

 

 

แบคฮยอนภูมิใจกับเงินก้อนนี้ และกำลังคิดไม่ตกกับคำชักชวนของนัมจูฮยอกที่พอรู้ว่าเขาอยากหางานพิเศษทำก็รีบเสนอร้านกาแฟของพี่สาวตัวเองให้ทันที ค่าตอบแทนแบคฮยอนฟังแล้วคิดว่ามันน่าสนไม่น้อยทว่ายังไม่ได้รีบรับปากอะไรกับเพื่อนใหม่ตัวสูงคนนั้นไว้นอกจากขอนำกลับมาคิดดูอีกที

 

 

            แบคฮยอนอยากถามความเห็นเซฮุนกับชานยอลก่อนเพราะว่าทั้งสองคนเป็นเจ้าของบ้านที่ตัวเองอาศัยอยู่ตอนนี้ แถมทั้งคู่ยังดูแลดีเสียจนแบคฮยอนไม่กล้าทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาโดยไม่คิดจะบอกก่อน อีกอย่างแบคฮยอนกลัวชานยอลดุด้วยแหละ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกับพี่ชายของเพื่อนคนนั้นนักหนา จะทำอะไรมันถึงได้กลัวอีกฝ่ายจะไม่พอใจไปซะหมดทั้งที่ตอนรู้จักกันแรกๆไม่ได้มีความคิดแบบนี้เลย

 

 

 

            ทั้งนี้ก็อาจเป็นเพราะชานยอลดีกับเขาล่ะมั้ง

 

 

 

ปาร์คชานยอลช่วยเหลือเขาไว้หลายเรื่อง ขนาดวันนี้เซฮุนไม่ค่อยสบายไม่ได้ไปเรียนด้วยส่วนตัวเองมีสอบไม่สะดวกไปส่งมหาวิทยาลัยXXX ที่เป็นสถานที่แข่งวิ่งก็ยังอุตส่าห์ให้คนขับรถที่บ้านไปส่งและยังรอรับกลับมาอีก แบคฮยอนรู้สึกขอบคุณกับหลายๆอย่าง อยากขึ้นไปเล่าเรื่องสนุกๆในวันนี้ให้ฟังด้วยแต่ก็กลัวจะเป็นการรบกวนเพราะหลายวันมานี้คนตัวสูงขลุกตัวอ่านหนังสือสอบอยู่แต่ในห้อง ไม่ค่อยได้เห็นหน้าและคุยกันเท่าไหร่ พอจะไปหาเซฮุนบ้างปรากฏว่าเพื่อนเพิ่งหลับไปและคงต้องการเวลาพักผ่อนมากกว่าตื่นขึ้นมาคุยเล่นกับเขา

 

 

 

            คนพี่ต้องสอบ ส่วนคนน้องก็ป่วย

 

 

 

            ตั้งแต่กลับมาจากแข่งวิ่งแบคฮยอนเลยต้องลงไปเล่นกับบัดดี้แทน อยู่ทานมื้อค่ำกับคุณนมและคุณลุงพ่อบ้านก่อนจะกลับไปเล่นกับบัดดี้ต่อ เลี่ยงที่จะอยู่ในห้องนอนเพราะรู้สึกอุดอู้น่าเบื่อ เบื่อจนหลายครั้งนึกอยากกลับไปอยู่บ้านคุณท่านเพราะที่นั่นมีคนสนใจและมีเวลาให้แบคฮยอนมากกว่าคนที่นี่ มีโบมี มีคุณแม่บุญธรรม มีพี่ๆสาวใช้แล้วก็คุณท่านเองที่คอยเรียกหาแต่แบคฮยอนตลอดเวลา ขณะที่ที่นี่แม้จะต้อนรับแบคฮยอนเป็นอย่างดี แต่เพราะทุกคนดูยุ่งๆมีงานทำกันตลอดเวลาแบคฮยอนเลยรู้สึกเหงา จะเข้าไปชวนใครคุยเล่นด้วยก็ไม่คุ้นเคยกันเหมือนคนที่บ้านคุณท่าน

 

 

แต่ก็รู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นมาตรงที่มีพวกพี่ๆบอดี้การ์ดตัวใหญ่เข้ามาชวนคุยด้วย แกล้งหยอกตลกๆ พอโดนแบคฮยอนเอาคืนเจ็บๆก็ไม่ดุไม่ว่า กลับหัวเราะสนุกสนานชอบใจกันแบคฮยอนเลยค่อยหายเบื่อหน่อย แม้บางครั้งจะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกจีบอยู่ก็ตาม

 



 

 






  

มือใหญ่พลิกปิดปกหนังสือเรียนหลังจากทบทวนเนื้อหาหน้าสุดท้ายจนเสร็จสิ้น ชายหนุ่มเอนหลังลงพิงกับพนักเก้าอี้พร้อมพักสายตาด้วยการนั่งหลับ แต่ทำได้เพียงเดี๋ยวเดียวเสียงจากกลุ่มคนกลุ่มเดิมก็แว่วขึ้นมาให้ได้ยินอีกครั้ง ชานยอลจำได้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองได้ยินเสียงเฮฮาสนุกสนานแบบนี้ดังมาจากด้านล่างประมาณสามครั้งแล้วแต่ไม่ได้สนใจเพราะกำลังใช้สมาธิไปกับการทบทวนหนังสืออยู่

 

 

คนตัวสูงตัดสินใจลุกออกไปดูที่ระเบียงห้อง อยากรู้เหมือนกันว่าดึกป่านนี้แล้วทำไมยังมีคนกล้าส่งเสียงดังอย่างไม่คิดจะเกรงใจเจ้าของบ้านอยู่อีก ไม่คิดอยู่แล้วว่ามันจะเป็นเสียงที่ดังมาจากบ้านหลังอื่นเพราะด้วยอาณาเขตบ้านตัวเองที่กินเนื้อที่ในหมู่บ้านเยอะที่สุด ใหญ่โตและกว้างเกินกว่าจะโยนให้เป็นความผิดใครได้ เพราะแบบนั้นเสียงรบกวนที่ได้ยินชานยอลจึงมั่นใจมากว่าต้องเป็นเสียงของคนในบ้านตัวเองอย่างแน่นอน

 

 

 

ฮ่าๆๆๆๆๆๆ 

 

 

 

เนื่องจากระเบียงห้องของคุณชายคนโตยื่นออกไปบริเวณสนามหญ้าด้านหลังซึ่งเป็นที่ที่เหล่าบอดี้การ์ดของพ่อมักมาอยู่รวมตัวกัน แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นทุกทีก็ไม่เคยปล่อยให้เกิดเสียงรบกวนดังขึ้นมาถึงบนนี้เพราะทุกคนรู้ดีว่ามันจะส่งผลกระทบต่อห้องใครมากที่สุด

 

 


 

ก๊ากกกกกก

 

 


 

“เสียงคุ้นๆ”

 

 

“มีอะไรหรือครับคุณชาย” คุณชายเหลียวหลังไปมองผู้มาใหม่ คนสูงวัยกำลังยืนค้อมหัวขอโทษที่ถือวิสาสะเข้ามาโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของห้อง

 

 

“พอดีผมเคาะประตูเรียกหลายครั้งแล้วแต่เห็นว่าคุณชายยังไม่..

 

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมกำลังฟังเสียงข้างล่างอยู่เลยไม่ทันฟังเสียงเคาะประตู คุณพ่อบ้านมีอะไรหรือเปล่าครับ”

 

 

“เอานมกับวิตามินขึ้นมาให้ทานก่อนนอนครับ”

 

 

“อ่อ ขอบคุณนะครับ”

 

 

“ผมเอาวางไว้ที่โต๊ะหนังสือให้แล้วนะครับ” คุณชายเพียงแค่พยักหน้าให้ ไม่ได้สนใจถึงอย่างอื่นเลยนอกจากเสียงพูดคุยสนุกสนานด้านล่างซึ่งหนึ่งในนั้นมีเสียงๆหนึ่งที่เขารู้สึกคุ้นหูจนละความสนใจไม่ลง

 

 

“เสียงเหมือนแบคฮยอน”

 

 

“ครับ คุณหนูลงไปเล่นกับลูกสุนัขตั้งแต่หัวค่ำแล้วล่ะครับ”

 

 

“คงไม่ได้อยู่คนเดียวสินะครับ เพราะผมได้ยินเสียงมากกว่าหนึ่งคน”

 

 

“มีการ์ดของคุณท่านอีกหลายคนเข้าไปคุยเล่นเป็นเพื่อนคุณหนูด้วยน่ะครับ ท่าทางคุยถูกคอกันน่าดู เห็นจับกลุ่มคุยกันไม่เลิกมาพักใหญ่แล้ว”

 

 

“ว่างงานกันถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ” คุณชายคิ้วกระตุก ความรู้สึกไม่พอใจกำลังแสดงออกมาทางน้ำเสียงและสีหน้าชัดเจนจนคนสูงวัยเห็นแล้วต้องก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้มขำเอาไว้ เป็นโชคดีที่คุณชายคนโตของคุณลุงพ่อบ้านไม่ได้สนใจมองคนแก่เพราะกำลังเอาแต่ชะโงกหน้าลงไปมองด้านล่างทั้งที่ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากสนามหญ้าและสวนหย่อมเล็กๆ

 

 

“จะเห็นหรือครับคุณชาย” รู้คำตอบดีแก่ใจทั้งคนถามและคนถูกถาม เสียงเหล่านั้นดังมาจากด้านล่างก็จริง แต่เป็นด้านล่างที่อยู่ใต้ระเบียงห้องเขาไปแล้วเพราะงั้นคนตัวสูงจึงทำได้แค่ฟังเสียงกับมองเงาตะคุ่มๆเท่านั้น ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะสนุกสนานยิ่งพาลให้รู้สึกหงุดหงิด ชานยอลหงุดหงิดกับหลานคุณยายมาตั้งแต่เรื่องบนรถไอ้จงอินคราวก่อนแล้ว

 

 

“เสน่ห์แรงจริงนะ” เดี๋ยวก็ไอ้เซฮุน เดี๋ยวก็ไอ้เด็กนักกีฬาหุ่นนายแบบ ตอนนี้ยังมาทำให้เขาหงุดหงิดกับบอดี้การ์ดของพ่ออีก

 

 

“อย่าคิดมากเลยครับ คุณหนูน่ารักการ์ดของคุณท่านคงเอ็นดูกันเหมือนน้องนุ่งไม่น่าจะคิดเป็นอย่างอื่นไปได้”

 

 

“ก็ลองคิดดูสิ” ถึงจะเป็นคนของพ่อ ชานยอลก็จะไม่เกรงใจ “ขำอะไรครับ”

 

 

“คุณชายของผมดูหงุดหงิด”

 

 

“ผมก็หงุดหงิดของผมออกบ่อยไป โดยเฉพาะตอนอยู่กับไอ้คุณชายเล็กของทุกคน”

 

 

“ฮ่ะๆ ไม่เหมือนกันซักหน่อยครับ เรียนตามตรงผมไม่เคยเห็นคุณชายหวงใครแบบนี้มาก่อน คุณหนูซอรินคุณชายก็ไม่เคยเป็น พอได้มาเห็นกับตาตัวเองแบบนี้ผมเชื่อแล้วว่าคุณชายของผมโตเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้วจริงๆ” คุณชายฟังแล้วคิดตาม เขาคิดว่าบางครั้งคนเราก็ต้องการใครซักคนมาเป็นเหมือนเงาสะท้อนถึงตัวเองเพื่อที่จะได้รู้จักตัวเองมากขึ้น คุณพ่อบ้านเปรียบเสมือนคนในครอบครัวที่อยู่ดูแลเขามาโดยตลอด หากมีนิสัยหรือพฤติกรรมใดๆเปลี่ยนแปลงไปท่านย่อมดูออก เผลอๆอาจจะดูออกยิ่งกว่าตัวเขาเองด้วยซ้ำ

 

 

ดังนั้นที่ท่านว่ามามันก็อาจจริง ปกติเขาไม่เคยรู้ตัวว่าตัวเองขี้หวงหรือขี้หึงมากแค่ไหนเพราะเคยคบจริงๆจังๆแค่กับซอรินเพียงคนเดียว และมันเทียบกันไม่ได้เพราะชานยอลไม่ได้รู้สึกต่อหญิงสาวมากไปกว่าเพื่อน ที่มีอีกฝ่ายเพียงคนเดียวก็เพื่อเป็นการให้เกียรติเพียงเท่านั้น พอมาตอนนี้ถึงเพิ่งจะได้รู้ว่าตัวเองก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งที่เวลาชอบใครรักใครซักคนก็ต้องการให้เค้าคนนั้นอยู่ใกล้แค่ตัวเองและอยู่ห่างจากคนอื่นให้มากที่สุด

 

 

“ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

 

“เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลมารองรับมากนักหรอกครับคุณชาย เรื่องของหัวใจก็ให้มันเป็นหน้าที่ของหัวใจ อย่าต้องให้สมองเราต้องมาคอยรับภาระแทนมันเลยครับ”

 

 

“กับเรื่องนี้ผมก็พยายามใช้หัวใจให้มากกว่าสมองอยู่นะครับ”

 

 

“คุณหนูแบคฮยอนช่างโชคดีจริงๆ”

 

 

“เค้าอาจจะคิดว่ามันเป็นความโชคร้ายก็ได้” นึกถึงหน้าอีกฝ่ายแล้วชานยอลอดขำไม่ได้ แต่พอเสียงหัวเราะคิกคักจากด้านล่างแทรกขึ้นมาให้ได้ยินไม่หยุดรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อก็ค่อยๆเลือนรางจางหายไป แทนที่ด้วยอาการหน้าตึงเหมือนเดิม

 

 

“ถ้าคุณพ่อบ้านลงไปข้างล่างช่วยตามแบคฮยอนขึ้นมาพบผมที่ห้องทีนะครับ”

 

 

“ได้ครับ”

 

 

“อ่อ สั่งให้คนของคุณพ่อวิดพื้นร้อยครั้งพร้อมกับนับดังๆให้ผมได้ยินเหมือนเสียงที่พวกเค้าส่งมารบกวนถึงข้างบนนี้ด้วยนะครับ”

 

 

“เอาจริงเหรอครับ”

 

 

“บอกพวกเค้าว่าผมจะช่วยนับอยู่บนนี้ ถ้าทำไม่ครบก็ยังไม่ต้องนอน”

 

 

 



 

 

 




ก๊อก ก๊อก..

 



 

คนตัวเล็กส่งสัญญาณบอกให้คนด้านในรู้ตัวกับการมาถึงของเขา เมื่อได้ยินเสียงบอกอนุญาตให้เข้าไปได้ถึงจะค่อยๆหมุนลูกบิดประตูแล้วแทรกตัวเข้าไปภายในห้องนอนใหญ่ ยอมรับว่ากำลังรู้สึกประหม่า ตื่นเต้นตั้งแต่คุณลุงพ่อบ้านมาตามตัวแล้ว เขาเดาตลอดทางเลยว่าที่คนตัวสูงเรียกหานั้นเป็นเพราะอะไร จะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดี แต่พอได้เห็นหน้าเท่านั้นแหละ

 

 

 

ต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่ หน้างี้ถึงได้หงิกสุดๆ!

 

 

 

“คุณลุงพ่อบ้านบอกว่าชานยอลเรียกให้ผมมาพบ” มือเล็กเช็ดเหงื่อลงกับกางเกงขายาวสีเทาของตัวเอง ทำตัวไม่ถูกกับคนที่เรียกให้มาหาทว่าตอนนี้กลับนอนคว่ำตัวอยู่บนเตียงสนใจแต่กับหนังสือในมือของตัวเอง ไม่พูดไม่จา หันมามองหน้าก็แค่เมื่อกี้แปปเดียวเท่านั้น

 

 

“มีอะไรกับผมงั้นหรอ” อารมณ์ไหนของเขาอีกนะ ปล่อยคนอื่นยืนเคว้งอยู่กลางห้องโดยไม่สนใจเลยแบบนี้มันถูกต้องแล้วหรอ

 

 

“เดินเข้ามาใกล้ๆ”

 

 

โอเค สั่งให้เดินแบคฮยอนก็คงต้องเดิน

 

 

“อาบน้ำมาหรือยัง”

 

 

“อาบตั้งแต่กลับมาถึงบ้านแล้ว”

 

 

“ตอนนี้กี่โมง”

 

 

“สี่ทุ่ม”

 

 

“ลงไปขลุกตัวอยู่กับหมามาตั้งแต่กี่โมง”

 

 

“ทุ่มนึงมั้ง ทำไมหรอ”

 

 

“ทุ่มถึงสี่ทุ่ม ก็สามชั่วโมงได้สินะ” บ่นอะไรของเค้า แล้วที่ถามไม่หยุดเลยนี่มีจุดประสงค์อะไรอยู่ ชานยอลยังไม่ยอมหันมามองหน้ากันและนั่นแหละที่ทำให้แบคฮยอนรู้สึกกลัวแปลกๆ  คนตัวเล็กสัมผัสได้ถึงพลังงานความตึงเครียดบางอย่างที่แผ่รัศมีออกมาจากตัวของอีกฝ่าย ทั้งที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรไว้แต่คนตัวเล็กแอบมีลางสังหรณ์คล้ายๆว่าจะต้องถูกดุยังไงก็ไม่รู้

 

 

“ไปล้างมือล้างเท้าในห้องน้ำให้สะอาดแล้วรีบออกมา”

 

 

“ทำไม”

 

 

“ไม่ต้องถาม”

 

 

“ก็ผมอยากรู้”

 

 

“เดี๋ยวก็รู้เอง” คนตัวเล็กยู่ปากให้คนชอบออกคำสั่งลับหลัง ก่อนจะรีบไปทำตามที่อีกฝ่ายต้องการแล้วรีบกลับออกมายืนที่เดิม คราวนี้ชานยอลคว่ำหนังสือลงคล้ายกับว่าจะเลิกอ่านแล้ว จากนั้นก็หันมามองหน้าเขาด้วยสายตานิ่งๆ

 

 

“นวดเป็นหรือเปล่า”

 

 

“เอ๋..ช ชานยอลจะให้ผมนวดให้หรอ”

 

 

“นวดไม่เป็นหรอ”

 

 

“เปล่า ผมนวดเป็น แต่แปลกใจไม่คิดว่าชานยอลจะเรียกให้ผมขึ้นมานวดให้ตอนแรกนึกว่าจะเรียกขึ้นมาดุซะอีก”

 

 

“แล้วทำอะไรไว้ล่ะฉันถึงต้องดุ”

 

 

“ก็ชานยอลทำหน้าเครียดนี่นา” คนหน้าเครียดที่ว่าจ้องหน้าแบคฮยอนอยู่ซักพักราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ แบคฮยอนเดาไม่ออกหรอก ได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้อีกฝ่ายมองจนพอใจจวบจนกระทั่งมือใหญ่ตบเตียงเรียกให้ขึ้นไปหานั่นแหละ

 

 

“นวดเป็นก็ขึ้นมา” ร่างกายเหมือนถูกสะกดจิต พอชานยอลสั่งและมองมาแบบนั้นแบคฮยอนก็ว่าง่าย เดินขึ้นเตียงพร้อมกับคลานเข่าเข้าไปนั่งใกล้ๆร่างคนตัวสูงซึ่งนอนคว่ำรออยู่แล้วตั้งแต่แรก

 

 

“เอ่อ ให้นวดปกติเลยใช่เปล่า”

 

 

“แล้วมันมีนวดแบบไม่ปกติด้วยเหรอ”

 

 

“ก็ไม่มีนั่นแหละ แต่..ผมกลัวนวดไม่ถูกใจชานยอล”

 

 

“นวดๆมาเถอะถ้าไม่ถูกใจฉันจะบอกเอง” แบคฮยอนรู้สึกคิดผิดอยากถอนคำพูดที่ว่าตัวเองนวดเป็นก็ตอนนี้เลย ปกติถูกผู้ใหญ่ใช้ให้นวดก็ตั้งบ่อยแต่ความรู้สึกช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เพราะนอกจากชานยอลจะยังไม่แก่แล้วยังหล่อดูดี กลิ่นตัวหอม ดูเข้าถึงยาก จะให้มาจับตัว บีบๆนวดๆเหมือนที่ทำให้คนอื่นแบคฮยอนเลยรู้สึกไม่สะดวกใจ

 

 

“แรงแค่นี้ไม่ทำฉันหายเมื่อยหรอกนะ นวดแรงๆสิ” บอกเลยว่าไม่ใช่แค่เกร็งอย่างเดียว ตอนนี้แบคฮยอนกำลังเขินมากถึงมากที่สุด ให้ตายเถอะ ตั้งแต่รู้จักกันมายังไม่เคยจับตัวชานยอลมากขนาดนี้มาก่อนเลย

 

 

“นายเป็นโรคหอบหืดหรือไง”

 

 

“เปล่าซักหน่อย”

 

 

“หายใจเสียงดังเหมือนจะตาย” แบคฮยอนแอบสังเกตเห็นแก้มทั้งสองข้างของคนตัวสูงยกขึ้นรู้เลยว่ากำลังยิ้มอยู่ หน็อย..รู้ทั้งรู้ว่าคนอื่นเค้าเขินตัวเองยังจะจงใจถามแบบนี้นิสัยไม่ดีเลย คนตัวเล็กแกล้งนวดอีกฝ่ายแรงๆทั้งไหล่ ทั้งแขน ทั้งหลังกดลงไปเน้นๆหนักๆจนบางครั้งได้ยินเสียง อั่ก! ดังขึ้นมา สงสารอยู่หรอกแต่สะใจมากกว่าเนี่ยสิทำไงได้ คิกๆ

 

 

“แกล้งเข้าไปเถอะ โดนเอาคืนแล้วจะรู้สึก”

 

 

“ผมเปล่าแกล้งซักหน่อย ก็ชานยอลบอกให้นวดแรงๆผมก็นวดแรงๆแล้วไง”

 

 

“เถียงเก่งน่ะที่หนึ่ง”

 

 

“ก็ผมพูดความจริง เดี๋ยวนวดเสร็จแล้วต้องให้ผมช่วยหาผมขาวให้ด้วยใช่มั้ย”

 

 

“ฉันยังไม่แก่!

 

 

“อ่าวหรอ นึกว่าจะเหมือนพวกผู้ใหญ่ที่เวลาให้ผมนวดเสร็จแล้วต้องให้ช่วยหาผมขาวต่อ คิกคิก

 

 

“ถึงหาไปก็ไม่เจอมันบนหัวฉันตอนนี้หรอก”

 

 

“แน่ใจได้ยังไง คนที่เครียดบ่อยๆหงอกจะขึ้นเร็วนะไม่รู้หรอ”

 

 

“อืม” อาการงึมๆงำๆของชานยอลทำให้แบคฮยอนแอบยิ้ม คนตัวสูงเอียงหน้ามาข้างหนึ่ง หลับตาพริ้มสบายไปกับการนวดของแบคฮยอน ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่าเวลาตัวเองไม่เซทผมหรือแต่งตัวเนี๊ยบๆน่ะดูเด็กลงมากๆเลย ตอนหลับแบบไม่ขมวดคิ้วเช่นทุกทียิ่งเหมือนพวกลูกคุณหนูธรรมดาๆไม่มีพิษไม่มีภัยคนหนึ่งเอง

 

 

“แอบจ้องคนอื่นตอนหลับต้องเสียค่าปรับนะ”

 

 

ดูเอาเถอะ ขนาดหลับตายังรู้ทัน แบคฮยอนล่ะเชื่อเค้าเลย

 

 

“รวยอยู่แล้วจะเอาค่าปรับไปทำไรอีก”

 

 

“รวยแล้วใช่ว่าจะจนไม่ได้”

 

 

“แต่ผมเชื่อว่าต่อให้จนแค่ไหน ระดับชานยอลก็ไม่มีทางจนได้เท่าผมหรอก ฮ่าๆๆ” คนฟังลืมตาขึ้นทันที คิ้วเข้มเริ่มขมวดชิดเข้าหากันเหมือนรู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่คนตัวเล็กเพิ่งพูดออกไป

 

 

“อย่าพูดแบบนี้อีก”

 

 

“ผมไม่ซีเรียสน่า ความจริงก็คือความจริงป้ะล่ะ ผมจน แต่ก็ยังโชคดีที่ได้มาเจอคนดีๆอย่างพวกชานยอลนะ” แบคฮยอนได้ยินเสียงถอนหายใจของชานยอล พอรู้อยู่หรอกว่าอีกฝ่ายเหมือนคุณท่านตรงที่ไม่ชอบให้พูดถึงเรื่องฐานะเงินทอง ถ้าเป็นคนอื่นที่คิดดูถูกเขาจริงๆยอมรับว่าคงมีฉุนกันบ้างแต่เพราะชานยอลเป็นแบบนี้ คุณท่านก็เป็นแบบนี้ ทุกคนไม่คิดดูถูกชาติกำเนิดแบคฮยอนเลย เขาถึงได้กล้าพูดเล่นเกี่ยวกับมันได้โดยไม่คิดเล็กคิดน้อยอะไร

 

 

แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะซีเรียสกับมันอยู่เลยคิ้วถึงยังไม่ยอมคลายออกจากกันแบบนั้น “เอ้อ วันนี้ผมไปแข่งวิ่งมาชนะด้วยนะ” แบคฮยอนพยายามคลายบรรยากาศให้กลับมาดีเหมือนตอนแรก

 

 

“ผมได้เงินรางวัลมาด้วยแหละ”

 

 

“ฉันรู้แล้ว”

 

 

“ชานยอลรู้ได้ไงผมยังไม่ได้เล่าให้ฟังซักหน่อย”

 

 

“นายเอาแต่พูดอวดให้คนในบ้านฉันฟังไม่ใช่หรือไง”

 

 

“คุณลุงพ่อบ้านแน่เลยที่เล่าให้ชานยอลฟัง” น้ำเสียงหมดสนุก ไม่ตื่นเต้นอย่างตอนแรกส่งผลให้ชานยอลนอนหัวเราะจนไหล่สั่น แบคฮยอนเห็นแล้วรู้สึกดีตามไปด้วยที่อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ยอมเลิกทำหน้าเครียดแล้ว

 

 

“แต่คุณลุงพ่อบ้านคงยังไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ชานยอลฟังแน่เพราะผมยังไม่ได้บอกใคร ฮ่ะๆๆ”

 

 

“เรื่องอะไร”

 

 

“ผมกำลังคิดจะหางานพิเศษทำเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนเงินใครอีก แล้วก็โชคดีมากเลยรู้เปล่า อยู่ๆนัมจูฮยอกก็เสนองานที่ร้านกาแฟของพี่สาวเค้าให้ผมทำอะ ค่าตอบแทนใช้ได้เลยนะ ผมเลยกะว่าจะ...

 

 

“ไม่ต้องทำ”

 

 

“เฮ้ ทำไมล่ะ ถ้าผมไม่ทำงานแล้วผมจะเอาเงินที่ไหนใช้ ตอนนี้ผมออกจากบ้านคุณท่านแล้วนะ จะให้แบมือขอเงินชานยอลใช้ต่อหรือไง”

 

 

“ใช่ จะทำแบบนั้นก็ได้ไม่ต้องไปทำงานพิเศษให้กลับค่ำๆมืดๆ”

 

 

“ผมกลับได้น่า อีกอย่างเร็วๆนี้ผมอาจจะได้เจอพ่อเฒ่ากับแม่ครูแล้วก็ได้นะ ถึงตอนนั้นผมคงขอพวกท่านทำงานพิเศษเหมือนคยองซูเพื่อลดภาระที่บ้านอยู่ดี”

 

 

“บอกไม่ให้ทำก็คือไม่ให้ทำ” ชายหนุ่มพลิกตัวขึ้นมานั่งจ้องหน้าคนตัวเล็กที่เวลานี้เริ่มจะมีสีหน้างอแงเหมือนเด็กๆอีกแล้วชานยอลมองว่าแบคฮยอนเด็ก แบคฮยอนก็เริ่มมองว่าชานยอลเด็กแล้วเหมือนกัน

 

 

“งั้นขอผมฟังเหตุผลชานยอลหน่อย”

 

 

“อย่างนายไม่เหมาะไปทำงานกับใครหรอก เดี๋ยวไปซุ่มซ่ามทำของที่ร้านเค้าพังอีก เงินที่ได้ไม่พ้นจะถูกหักไปชดเชยค่าเสียหายเค้าซะเปล่าๆ”

 

 

“ยังไม่ทันได้ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง บางทีผมอาจจะทำได้ดีกว่าที่ชานยอลดูถูกไว้ก็ได้ ไม่รู้ล่ะ ผมอยากทำ ผมนั่งๆนอนๆอยู่บ้านชานยอลเฉยๆทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นอะไรกับใครที่บ้านหลังนี้เลยซักคนไม่ได้หรอก”

 

 

“บอกไอ้เซฮุนยัง”

 

 

“เรื่องไม่ผ่านชานยอลถึงขอเซฮุนได้ก็เท่านั้นแหละ”

 

 

“ทั้งที่รู้ว่าฉันไม่ให้ทำก็ยังดื้อจะทำอยู่งั้นหรอ”

 

 

“ก็เหตุผลของชานยอล..

 

 

ฉันเป็นห่วงด้วย ทีนี้จะเข้าใจง่ายๆได้หรือยัง

 

 

แบคฮยอนกัดปากพลางกลืนน้ำลายลงคอขณะที่นั่งสบตากับชานยอลด้วยความรู้สึกแปลกๆ “ผมจะพยายามไม่ทำของที่ร้านเค้าพัง แค่ชานยอล

 

 

“นายไปทำงานพิเศษก็ต้องกลับค่ำ เวลาเรียนก็คงถูกเบียดไปด้วย ไหนจะต้องซ้อมกีฬาตอนเย็นอีก ไม่ว่าหมอนั่นจะโน้มน้าวใจนายไว้ยังไงก็แล้วแต่ฉันไม่สน ฉันสนแค่นายจะเลือกเชื่อฉันหรือไม่แค่นั้นแบคฮยอน”

 

 

“ชานยอล..” กดดันกันแบบนี้จะให้แบคฮยอนเลือกตอบอะไรได้เล่า

 

 

“ฉันเคยบอกแล้วไงว่าอนุญาตให้นายรบกวนฉันได้”

 

 

“แต่เราไม่ได้เป็นอะไรกันจะให้ผมรบกวนทุกครั้งมันไม่ได้หรอก”

 

 

“คุณยายฝากนายไว้กับฉันแล้ว”

 

 

“คุณท่านก็ไม่ได้เป็นอะไรกับผมแล้ว”

 

 

“แบคฮยอน”

 

 

“ขอร้องล่ะชานยอล ผมแค่อยาก

 

 

“งั้นฉันขอถามอีกแค่คำถามเดียว”

 

 

….

 

 

“ตัดเรื่องคุณยาย ตัดเรื่องคนอื่นๆออกไปให้หมด ให้เหลือแค่เรื่องของฉัน” คนตัวเล็กก้มหน้าลงมองมือบนหน้าตักของตัวเอง มันกำลังชื้นเหงื่อทั้งๆที่อากาศไม่ได้ร้อน แต่เพราะสายตาของชานยอลนั่นแหละที่มันทำให้แบคฮยอนปรับตัวกับอุณหภูมิร่างกายตัวเองไม่ทัน เดี๋ยวก็ร้อนๆหนาวๆอย่างบอกไม่ถูก หัวใจก็เต้นไม่เคยเป็นจังหวะเลยเวลาที่ต้องอยู่ด้วยกันแค่สองคน

 

 

“คำว่าเป็นห่วงของฉันมันสำคัญพอที่จะให้นายเชื่อฟังบ้างหรือเปล่า”

 

 

…..

 

 

“ตอบมาสิ”

 

 

“ทำไมถามแบบนี้”

 

 

“นายจะตอบว่าไม่ก็ได้ฉันไม่ได้ว่าอะไร”

 

 

“ผมจะตอบว่าไม่ได้ยังไงในเมื่อทุกคำพูดของชานยอลสำคัญกับผม” เด็กดื้อกัดปากตัวเองแรงขึ้นอีก รู้สึกอายจนต้องก้มหน้าคางชิดอก ลำพังคำพูดซื่อตรงของตัวเองไม่น่าอายเท่าไหร่หรอก เพราะสายตาพึงพอใจกับการลูบหัวอ่อนโยนเป็นรางวัลตอบแทนของอีกฝ่ายต่างหากที่ทำให้เด็กน้อยรู้สึกเขินจนไม่กล้าสู้สายตา

 

 

“เด็กดี”

 

 

เด็กดีเลยหรอ ตอนนี้เขาเป็นเด็กดีของชานยอลแล้วหรอ

 

 

“ไม่ต้องไปทำงานพิเศษให้คนอื่นเค้าต้องเป็นห่วง ถ้าไม่อยากอยู่เฉยๆอยากทำงานก็ช่วยพวกแม่บ้านเค้าทำงานก็ได้ฉันอนุญาต”

 

 

“ก็ได้”

 

 

“ไม่ดื้อแบบนี้พรุ่งนี้ฉันจะพาไปเที่ยว อยากดูน้ำพุดนตรีฉันก็จะพาเข้าไปดูใกล้ๆเลยดีหรือเปล่า”

 

 

“อื้ม” คนตัวเล็กยู่ปากให้กับเสียงหัวเราะของคนตัวสูง เกลียดตัวเองที่เชื่องกับอีกฝ่ายทุกทีไม่ว่าเรื่องอะไร แต่คิดๆแล้วก็เอาเถอะ ถ้าอีกฝ่ายดีด้วยเขายินดีจะทำตัวเชื่องว่านอนสอนง่ายต่อไป

 

 

ชานยอลนั่งหันหลังให้พร้อมกับชี้นิ้วสั่งให้คนตัวเล็กกลับมานวดไหล่ให้ต่อ ซักพักเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้นพร้อมกับชื่อคนโทรเข้ามาที่แบคฮยอนทันเห็นพอดี ชองซอริน ระหว่างนวดคนตัวเล็กจึงพยายามเหงี่ยหูเข้าไปใกล้ๆโทรศัพท์ซึ่งแนบติดหูของปาร์คชานยอลอยู่ พอได้ยินไม่ค่อยถนัดคนตัวเล็กก็หมดซึ่งความเกรงใจ เขาแนบหูของตัวเองให้ติดกับโทรศัพท์ของชานยอลอย่างไม่กลัวจะถูกดุหรือถูกหาว่าเสียมารยาทแต่อย่างใด ต่อให้อีกฝ่ายจะเอาศอกมากระทุ้งท้องเบาๆเพื่อไล่ให้ขยับห่างออกไปพร้อมกับทำตาดุใส่แบคฮยอนก็ไม่สะเทือน

 

 

“เสียมารยาท”

 

 

แบคฮยอนแลบลิ้นใส่พลางเอาหูแนบชิดเข้าไปอีก น่าเจ็บใจตรงที่ทำขนาดนี้แล้วก็ยังไม่ค่อยได้ยินอยู่ดี ไม่รู้จะพูดเบากันไปไหน แบคฮยอนเลยอดรู้เรื่องเลยว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน ให้ฟังแค่ฝั่งชานยอลชาตินี้ทั้งชาติก็คงไม่เข้าใจเพราะคนตัวสูงเอาแต่ตอบ ครับอยู่คำเดียวเหมือนพูดคำอื่นไม่เป็นยังไงยังงั้น

 

 

“โอ้ย! นี่จะนวดหรือจะบีบให้กระดูกหักฮะ”

 

 

“ก็ชอบให้นวดแรงๆนิ่” คนถูกย้อนวางสายแล้วโยนโทรศัพท์ไปไว้ข้างหมอนก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับหมอนวดชั่วคราวต่อ

 

 

“สอดรู้สอดเห็นเก่งเป็นที่หนึ่ง”

 

 

“แต่ผมก็ฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดี”

 

 

“แล้วยังไง เลยมางอนฉันเนี่ยหรอ”

 

 

“เปล่าซักหน่อย”

 

 

“หึงฉันกับซอรินหรือไง”

 

 

“ไม่ได้หึง ผมรู้อยู่แล้วว่าพวกคุณเป็นแฟนกันจะโทรคุยกันมันก็ไม่แปลก แต่แค่..ไม่อยากให้คุย ชานยอลไม่คิดจะเปลี่ยนแฟนใหม่บ้างหรือไง”

 

 

“มันเปลี่ยนกันได้ง่ายๆหรือไงของแบบนั้น”

 

 

“ช่างเถอะ เลิกคุยเรื่องนี้แล้วนั่งให้ผมนวดดีๆดีกว่าผมจะได้กลับไปนอนซักที ง่วงจะแย่แล้ว” ว่าพลางขยี้ตาตัวเองไปด้วย “ว่าแต่ผมได้ยินเสียงเหมือนคนนับเลขดังมาจากข้างล่างเลยอะ เสียงอย่างกับพวกพี่การ์ดชานยอลได้ยินเหมือนผมหรือเปล่า”

 

 

“จำเสียงพวกนั้นได้ด้วยเหรอ”

 

 

“ก็ผมเพิ่งคุยเล่นกับพวกพี่เค้ามาต้องจำได้สิ แหน่ะ..ผมได้ยินจริงๆนะ”

 

 

“เลิกสนใจคนอื่นแล้วนวดให้ฉันไปจนกว่าฉันจะหลับ”

 

 

“ได้ไงอะ! ผมก็ง่วงเหมือนกันนะชานยอล”

 

 

“ถ้ายังอยากให้พาไปดูน้ำพุดนตรีพรุ่งนี้อยู่ก็ไม่ต้องเถียง”

 

 

“แต่เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่าผมเป็นเด็กดีจะพาไปดูหน้าๆอะ เอาเปรียบกันแบบนี้ขี้โกงนี่”

 

 

“เถียงใช่มั้ย”

 

 

….

 

 

“ฮึ”

 

 

“ก็ได้ๆ! ผมจะนวดให้จนกว่าชานยอลจะหลับเลยก็ได้!

 

 

 

คนเผด็จการ หึ่ย!

 

 

 

 

 

 



 

 

            วันศุกร์ตอนเช้าชานยอลมีสอบ ส่วนตอนบ่ายที่เดิมทีเป็นคาบว่างกำลังจะถูกใช้ไปกับการชมการแข่งขันบัลเล่ต์ของทั้งคิมจงอินและชองซอริน ชานยอลจะตามไปสมทบเพื่อนรักทั้งสองทีหลัง เขาไปหามื้อกลางวันทานก่อนและเตรียมดอกไม้หนึ่งช่อสำหรับให้กำลังใจร่วมกับคริสและเพื่อนในกลุ่มอีกสองคน

 

           

            การแข่งขันเริ่มขึ้นประมาณบ่ายสองที่โรงละครแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าชานยอลและเพื่อนๆได้ตำแหน่งที่นั่งมุมดีที่สุดอีกตามเคย ชายหนุ่มไม่ได้แปลกใจที่เมื่อคืนชองซอรินโทรมาชวนเพราะเมื่อก่อนตอนยังคบกันเขาก็ต้องมานั่งให้กำลังใจอีกฝ่ายแบบนี้เสมอ และถึงแม้ตอนนี้จะลดความสัมพันธ์ลงกันแล้วแต่เพื่อนโทรมาชวนทั้งทีชานยอลยังคงยินดีที่จะมาให้กำลังใจเหมือนเดิม

 

 

 อีกอย่างเมื่อคืนซอรินไม่ได้พูดไปในทางที่บังคับให้เขาต้องมาดูให้ได้ ชานยอลเองก็ลองคำนวณเวลาทุกอย่างเผื่อไว้หมดแล้วจึงไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหาถ้าหากว่าจะมาให้กำลังใจเพื่อนทั้งสองคนก่อนไปเจอเซฮุนกับแบคฮยอนตอนค่ำเพื่อไปงานฉลองครบรอบวันก่อตั้งพรรคการเมืองของพ่อด้วยกัน

 

 

            การแข่งขันกินเวลาไปหลายชั่วโมงทีเดียว ผลยังไม่ประกาศแต่คิมจงอินชิงกลับไปก่อนแล้วเพราะต้องรีบไปออกงานตอนเย็นกับครอบครัวต่อ ดอกไม้ที่ซื้อมาเพียงช่อเดียวสำหรับทั้งสองคนเลยตกเป็นของซอรินโดยปริยาย แถมชานยอลยังถูกนักข่าวหว่านล้อมให้เข้าไปสัมภาษณ์ร่วมกับดาราหน้าใหม่อย่างซอรินอยู่นานสองนาน ก่อนจะขอตัวกลับเมื่อคิดว่าได้เวลาอันสมควร

 

 

แต่ยังไม่ทันได้ไปไหนไกลก็มีคนวิ่งตามมาบอกก่อนว่าชองซอรินเป็นลมอยู่ด้านหลังเวที ชานยอลเลยจำต้องกลับเข้าไปดูอีกครั้ง เห็นท่าไม่ดีจึงรีบอุ้มหญิงสาวขึ้นรถพาไปส่งโรงพยาบาลโดยมีเพื่อนอีกสามคนที่มาด้วยกันตอนแรกขับรถตามมาด้วย






 

 




           ซอรินยังไม่ฟื้นแต่ชานยอลได้คุยกับคุณหมอแล้ว อาการหน้ามืดเป็นลมของอีกฝ่ายเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอชานยอลเลยเดาว่าคงเพราะซอรินต้องซ้อมหนักและยังต้องอ่านหนังสือสอบ ชายหนุ่มรู้สึกเป็นห่วงหญิงสาวแต่เพราะดูเวลาแล้วคิดว่าตัวเองคงอยู่ต่อไม่ได้จริงๆจึงฝากซอรินไว้กับคริสและเพื่อนอีกสองคนให้รับช่วงดูแลต่อ

 


 

 

            “ให้ตายสิ เลทจนได้”

 

 


            แต่ก็นั่นแหละ ไม่ว่าจะรีบแค่ไหนสุดท้ายเขาก็ไปให้ตรงเวลานัดไม่ได้อยู่ดี ก่อนหน้านี้เคยเบาใจเพราะคิดว่าต่อให้ช้ายังไงแบคฮยอนกับเซฮุนก็อยู่ด้วยกัน ไม่มีใครต้องรอคนเดียว  แต่พอโทรหาน้องชายตัวเองเท่านั้นทำเอาชานยอลอยากกุมขมับ

 

 

เขาเพิ่งรู้ว่าอาการอาหารเป็นพิษของปาร์คเซฮุนยังไม่ดีขึ้น มันเลยให้คนขับรถพาแบคฮยอนไปส่งที่งานแทนเพราะคิดว่าเขาคงไปรออยู่แล้ว ความน่าปวดหัวยังไม่หมดแค่นั้นเมื่อชานยอลลองพยายามโทรติดต่อแบคฮยอนเท่าไหร่หากก็ไม่สำเร็จ พอเปลี่ยนไปติดต่อพ่อแม่ตัวเองพวกท่านทั้งสองก็ไม่มีใครสะดวกรับสายเลย ส่วนเลขาและคนอื่นๆก็วุ่นวายอยู่เช่นเดียวกันหมดซึ่งชานยอลก็เข้าใจ

 

 

            ทุกอย่างมันเป็นความผิดพลาดของเขาเองที่ยังคำนวณเวลาไม่ดีพอ บวกกับธุระหลายๆอย่างในวันนี้ที่มันช่างไม่เป็นใจให้เขาสามารถไปถึงงานได้เร็วๆอย่างที่ใจต้องการ ..หนึ่งชั่วโมงแรกเขาเสียเวลาไปกับการยุ่งอยู่ที่โรงพยาบาล ชั่วโมงที่สองเสียให้กับการเดินทาง และอีกครึ่งชั่วโมงกับการวิ่งตามหาหลานคุณยายไปทั่วทั้งงานจนเหงื่อท่วมตัวทั้งที่อากาศค่อนข้างเย็น





         "...."

 

 

 

ปากสีซีดของปาร์คชานยอลเย็นเฉียบ หัวใจรู้สึกปวดหนึบขึ้นมาดื้อๆพร้อมกับความคิดที่ว่าแม้แต่การกลืนน้ำลายลงคอยังเป็นเรื่องยากยามที่สายตาสะดุดเห็นร่างของคนตัวเล็กกำลังนอนกอดตัวเองอยู่บนม้านั่งยาวสีดำห่างไกลจากผู้คน ความรู้สึกผิดค่อยๆกัดกินชายหนุ่มทุกย่างก้าวที่มันกำลังย่นระยะห่างระหว่างเขาและคนนอนหลับให้ลดลงไปเรื่อยๆ

 

           

 

            แบคฮยอนลืมตาตื่นขึ้นมาไม่ใช่เพราะถูกปลุก แต่เพราะกลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกและยังเป็นกลิ่นที่ชอบทำให้ใจเต้นแรงประจำลอยเข้ามาใกล้ถึงได้อยากลืมตาขึ้นมามองหน้าผู้เป็นเจ้าของ และทันทีที่รู้ว่าเป็นใครรอยยิ้มกว้างก็สว่างไสวขึ้นมาไม่ต่างจากเด็กน้อยผู้หลงทางที่สุดท้ายก็ได้เจอพ่อแม่ของตัวเอง

 

 

            “มาแล้วหรอชานยอล”

 

 

            ประโยคแรกที่ได้ฟังพร้อมกับรอยยิ้มดีใจของคนตรงหน้าทำเอาชานยอลรู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม รู้สึกแย่ที่ทำให้คนตัวเล็กต้องมานอนรอในที่แบบนี้ มันยิ่งแย่ที่แค่ลองนึกว่าก่อนหน้านี้อีกฝ่ายจะทำหน้ายังไงในตอนที่เขายังไม่มา ชานยอลมั่นใจว่ามันต้องไม่ใช่การยิ้มแบบนี้แน่เพราะเคยเห็นปฏิกิริยาของแบคฮยอนตอนถูกชองซอรินทิ้งมาแล้วครั้งหนึ่ง

 

 

            “ชานยอลไม่ได้ผิดสัญญากับผมจริงๆด้วย”

 

 

            “…..

 

 

            “ว่าแต่หายไปไหนมาหรอ ผมพยายามโทรหาตั้งหลายครั้งแต่มันไม่มีสัญญาณเลยอ่ะ ไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้ว่าควรรออยู่ตรงไหนด้วยเลยมาอยู่ตรงนี้ไม่คิดว่าชานยอลจะตามตัวผมเจอนะเนี่ย เก่งจริงๆ” คนตัวเล็กกระตือรือร้นลุกขึ้นมานั่ง ตามองไปที่เสื้อเชิ้ตสีขาวของคนตัวสูงที่เวลานี้มันแนบสนิทเข้ากับกล้ามเนื้อแข็งแรงเพราะปริมาณเหงื่อ

 

 

            “ทำไมเหงื่อเยอะอย่างนี้ล่ะวิ่งมาหรอ”

 

 

            “ฉันขอโทษ” คนตัวเล็กพยักหน้ารับคำ รู้สึกแปลกๆที่ได้ยินประโยคนี้ดังมาจากปากของคนตัวสูง แต่ถึงกระนั้นก็ยังส่งยิ้มให้เหมือนพยายามบอกอยู่ว่าไม่เป็นไร จนกระทั่ง..

 

 

            “ตอนบ่ายฉันไปดูคิมจงอินกับชองซอรินแข่งบัลเล่ต์มา แต่ตอนจะกลับซอรินเป็นลมอยู่หลังเวทีเลยต้องพาเธอไปส่งโรงพยาบาลก่อน ก็เลย

 

 

            “มาหาผมช้า”

 

 

            “อืม”

 

 

            “อย่างนี้เอง”

 

           

            …..

 

 

            “ฮ่ะๆ ว่าแล้วเชียวว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นชานยอลถึงยังไม่มาซักที ที่แท้ก็เรื่องซอรินนี่เอง” รอยยิ้มฝืดๆกับแววตาหม่นหมองชานยอลเห็นแล้วรู้สึกใจหาย

 

 

            “ฉันไม่คิดว่ามันจะมีเรื่อง..

 

 

            “ไม่เป็นไร จริงๆชานยอลจะทิ้งผมไว้ที่นี่เลยก็ได้แต่ก็ยังอุตส่าห์มาจนได้ ยังไงก็ขอบคุณนะ” แบคฮยอนฝืนยิ้มทั้งที่สีหน้าปิดไม่มิดเลยว่ากำลังรู้สึกแย่

 

 

“ผมไม่อยากดูน้ำพุอะไรแล้วอะ รู้สึกอยากกลับไปนอนต่อบนเตียงนุ่มๆให้หนำใจ ม้านั่งตรงนี้นะทำผมเจ็บหลังเป็นบ้าเลยนอนไม่สบายตัวด้วย ถือว่าเห็นแก่เด็กตาดำๆเรากลับกันเลยดีกว่าเนาะชานยอล” คนตัวเล็กดีดตัวเองให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวเท้าเดินนำออกไปโดยไม่รอ หากสุดท้ายก็โดนปาร์คชานยอลรั้งแขนไว้ แต่นั่นก็แค่ชั่วพริบตาเดียวเพราะคนตัวเล็กเลือกที่จะสะบัดมือใหญ่ทิ้งทันที

 

 

            “ไม่ต้องพยายามอธิบายเหตุผลของตัวเองให้ผมฟังหรอก ผมเข้าใจว่าแฟนย่อมสำคัญกว่าคนนอก เราควรรีบกลับกันนะ ชานยอลจะได้มีเวลากลับไปดูแลซอรินต่อโดยที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเพราะคำฝากฝังผมของคุณท่านไง”

 

 

“ฉันไม่ได้ห่วงหน้าพะวงหลังอะไรทั้งนั้น ซอรินมีเพื่อนคนอื่นคอยดูแลอยู่แล้วฉันไม่ห่วงเธอเท่ากับนายที่อยู่คนเดียวตรงนี้หรอก”

 

 

“ผมดูแลตัวเองได้ไม่เห็นต้องมาห่วงอะไรเลย ถึงหาทางกลับบ้านไม่ได้ผมก็หานอนแถวนี้ของผมได้ ข้างถนนผมก็นอนได้ไม่ต้องห่วงหรอก”

 

 

“แบคฮยอน”

 

 

“ไม่ต้องมาทำเหมือนว่าผมสำคัญ จะกลับไปเกลียดผมเหมือนตอนที่เรารู้จักกันแรกๆเลยก็ได้ ผมอาจจะรู้สึกดีกว่าที่” คำพูดแสนประชดประชันซึ่งกำลังระบายออกมาไม่หยุดด้วยความน้อยใจมลายหายไปเหลือไว้แต่สมองโล่งๆกับความรู้สึกสับสนทันทีที่คนตัวสูงก้มลงมาจูบปิดปาก

 

 

แบคฮยอนไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิด กลับรู้สึกโกรธเพิ่มขึ้นเมื่อภาพจูบดูดดื่มของอีกฝ่ายกับชองซอรินที่ตัวเองเคยเห็นกับตาเมื่อนานมาแล้วซ้อนทับเข้ามาจนต้องออกแรงผลักอกคนตัวสูงออกจนสุดกำลัง ตามด้วยการฝากรอยนิ้วมือไว้บนหน้าหล่อๆนั้นซ้ำอีก

 

 

 

เพี๊ยะ!!

 

 

 

“ผมไม่ใช่ซอรินชานยอลมาทำแบบนี้กับผมทำไม!

 

 

“ฉันก็ไม่เคยมองว่านายเป็นซอรินอยู่แล้ว แล้วก็เลิกพูดถึงเธอซักทีเพราะเราสองคนเลิกกันไปตั้งนานแล้ว ฉันไม่ได้คบกับชองซอรินแล้ว”

 

 

“ไม่ได้คบ แต่เค้าก็ยังเป็นคนสำคัญของชานยอลอยู่ดี เมื่อก่อนผมเคยคิดว่าชานยอลจะไม่เป็นเหมือนคนอื่นๆที่ทอดทิ้งผม แต่สุดท้ายผมก็สำคัญตัวเองผิดไป ไม่มีใครอยากเลือกผมให้เป็นคนแรกที่สำคัญเหมือนเดิม แม้แต่ชานยอลก็เป็นหนึ่งในนั้น ชานยอลทิ้งผม ชานยอลเลือกซอรินทั้งๆที่นัดผมไว้แล้วแท้ๆ..อื้ออ!

 

 

เป็นอีกครั้งที่แบคฮยอนถูกคนตัวสูงจูบปิดปากโดยไม่ทันให้ได้ตั้งตัว มือน้อยข้างหนึ่งดึงสาบเสื้อด้านหน้าของอีกฝ่ายไว้เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยว ส่วนอีกข้างกำลังข่วนคอคนที่กล้ามารังแกเขาซ้ำๆและมันคงเจ็บอยู่ไม่น้อยคนตัวสูงถึงได้รีบปล่อยริมฝีปากให้เป็นอิสระจากกัน

 

 

“ผมเกลียดชานยอล!

 

 

มือใหญ่รีบคว้าแขนเล็กไว้ก่อนจะดึงเข้าหาตัวเองทันทีแบบที่ไม่เปิดโอกาสให้อีกคนเดินหนีไปไหนได้ “ไม่ให้เกลียด”

 

 

“ชานยอลมีสิทธิ์อะไรมาห้ามผม”

 

 

“ถึงไม่มีสิทธิ์ฉันก็จะห้าม จะเข้าใจกันหน่อยไม่ได้เลยหรอ”

 

 

“ผมเข้าใจชานยอล แต่ชานยอลก็ต้องเข้าใจผมด้วยว่าผมไม่ใช่สิ่งไม่มีชีวิตที่จะได้ไม่รู้สึกอะไรเลยเวลาที่ต้องถูกใครต่อใครเค้าทิ้งซ้ำๆ” แบคฮยอนเบือนหน้าหนีนิ้วมือของคนตัวสูง ไม่อยากให้สัมผัส ไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากใกล้ ไม่อยากได้ยินเสียง ไม่อยากยุ่งกับปาร์คชานยอลคนที่ทิ้งเขาเหมือนคนอื่นๆอีกแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังเป็นจอมเผด็จการ ทั้งรั้งตัวแบคฮยอนให้เข้าไปใกล้และยังถือวิสาสะเช็ดน้ำตาที่แบคฮยอนไม่รู้เลยว่ามันไหลลงมาตอนไหนออกให้อีก

 

 

“ไม่ได้คิดจะทิ้งเลย”

 

 

“คำพูดชานยอลมันเชื่อไม่ได้”

 

 

“เชื่อได้สิ”

 

 

“ใครจะเชื่อก็เชื่อไป แต่ต่อจากนี้ผมจะไม่เชื่ออะไรชานยอลอีกละ” ครั้งที่สามกับการถูกปาร์คชานยอลขโมยจูบ และเป็นครั้งที่มือดื้อๆทั้งคู่ไม่สามารถต่อกรกับผู้มีประสบการณ์มากกว่าได้อีกแล้ว ชานยอลดึงแขนเล็กให้ขึ้นมาคล้องคอตัวเองทีละข้างพลางปรนเปรอรสจูบให้กับริมฝีปากบางอย่างไม่มีจบสิ้น ..ครั้งแรกเขาถูกตบหน้า ครั้งที่สองเขาถูกข่วนจนความเจ็บยังคงอยู่มาถึงตอนนี้ และแน่นอนว่าครั้งที่สามเขาจะไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองต้องได้เจ็บตัวอีกแล้ว

 

 

 

“อือ..

 

 

 

คนตัวสูงค่อยๆละเมียดละไมกับการชิมรสริมฝีปากล่างของคนตัวเล็กไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อน ความไม่ประสาเกือบทำชายหนุ่มหลุดยิ้มขณะจูบแล้วหลายครั้งทว่าอารมณ์บวกความไม่เข้าใจกันมันบังคับให้ริมฝีปากของเขาต้องทำงานต่อไปอย่างไม่ให้ขาดช่วง

 

 

ลิ้นชื้นของคุณชายปาร์คชานยอลจ่อชิดฟันขาวซี่เล็กคล้ายกับกำลังรอให้ผู้เป็นเจ้าของยอมเบิกทางให้ผ่านเข้าไปลิ้มลองด้านใน แต่เพราะแบคฮยอนยังดื้อ ชานยอลจึงเร่งจังหวะจูบให้หนักขึ้นทำเอาคนตัวเล็กต้องเงยหน้าขึ้นจนสุดคอ ตัวอ่อนเอนไปด้านหลังง่ายดายราวกับจะยืนด้วยสองขาของตัวเองไม่ไหว

 

 

ในหัวของแบคฮยอนตอนนี้มันขาวโพลนเหมือนไม่มีอะไรอยู่เลย หูอื้อ ตาพร่า ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะดื้อกับใครได้อีก ยิ่งตอนที่เผลออ้าปากให้ลิ้นชานยอลได้แทรกเข้ามาในโพลงปากของตัวเองแบคฮยอนยิ่งเหมือนจะทรุดลงไปจริงๆ ติดแค่ได้วงแขนแข็งแรงช่วยพยุงเอวไว้ให้เลยยังสามารถยืนอยู่ที่เดิมได้

 

 

 

“อึ.!..

 

 

 

“อืมม” คนตัวสูงยอมผละริมฝีปากออกให้คนที่ใกล้จะหมดลม แบคฮยอนทั้งหน้าแดงทั้งหอบหนักเหมือนคนเพิ่งผ่านการวิ่งระยะไกลมาหมาดๆ มือน้อยกุมอกซ้ายของตัวเองไว้เพื่อหวังให้หัวใจด้านในมันสงบลงแต่ดูจะไม่ได้ผล ...ไม่ได้อยากคิดเข้าข้างตัวเองเลยว่าชานยอลรู้สึกอะไรด้วย ไม่กล้าแม้แต่จะให้ตัวเองชอบอีกฝ่ายด้วยซ้ำเพราะรู้ว่ามันเกินตัว แต่เรื่องจูบมันก็..

 

 

“เป็นอะไรไป” ความเงียบและการเอาแต่ก้มหน้าหลบสายตาของคนตัวเล็กทำคนตัวสูงเป็นห่วง ชานยอลรู้ตัวว่าได้เผลอทำอะไรลงไป เขาแอบรู้สึกขอโทษที่สร้างความสับสนตกใจให้กับอีกฝ่ายทั้งๆที่ยังถูกโกรธ แต่เพราะไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ..แบคฮยอนทำให้ชานยอลนึกอะไรไม่ออก..

 

 

“ยังโกรธอยู่หรอ”

 

 

“เห็นผมเป็นผู้หญิงของชานยอลหรือไงที่พอถูกง้อด้วยจูบแล้วทุกอย่างมันจะหาย”

 

 

“โอเค ฉันผิดเองฉันยอมรับ” ว่าพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมายอมจำนน แบคฮยอนเม้มปากมองหน้าก่อนจะชกกำปั้นลงไปเต็มๆฝ่ามือของปาร์คชานยอลเพื่อระบายความโกรธ นอกจากคนตัวสูงจะไม่เอาคืนแล้วยังช่วยเช็ดคราบน้ำลายใกล้มุมปากจิ้มลิ้มออกให้อย่างอ่อนโยนด้วย

 

 

“น้ำลาย”

 

 

“ม ไม่ใช่ของผม”

 

 

“งั้นก็คงของฉัน”

 

 

“หยา ไม่ใช่”

 

 

“งั้นก็ของเรา”

 

 

“ไม่มีของเรา ไม่ใช่ของใครทั้งนั้นด้วยหยุดพูดเลยนะ” ทั้งโกรธทั้งเขินทั้งอับอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี อยากทุบให้เจ็บๆแต่ในความเป็นจริงแบคฮยอนทำแค่ดันตัวชานยอลให้ออกห่างพลางก่นด่าอยู่ในใจเท่านั้น

 

 

 

ชานยอลคิดว่าตัวเองเป็นใคร คิดจะจูบใครก็จูบง่ายๆแบบนี้ทุกครั้งเลยหรอ ตบหัวแล้วลูบหลังคนอื่นเพื่อให้ตัวเองพ้นผิดนี่งานถนัดเลยใช่มั้ย ก็รู้ว่าสู้ไม่ได้ ก็รู้อยู่ว่าแบคฮยอนจะหวั่นไหวแต่ชานยอลก็ยังทำแบบนี้ เมื่อไหร่จะเลิกทำให้เขาสับสน  ที่จูบคงเพราะรำคาญหรือไม่ก็แค่อยากเอาชนะไม่ได้มีนัยสำคัญอย่างอื่นหรอก

 


 

ชานยอลไม่มีทางคิดอะไรกับคนอย่างเขาหรอก





 

#ficmysscb




















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 440 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5074 Me2000 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 14:32
    ซอรินเป็นลม? ตามหมอสิ มาตามชานยอลทำไม! // ขอบัตรทุบหลังคนมาตามชานยอลหน่อยค่ะ
    #5,074
    0
  2. #5027 YOLO'H (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 00:31
    จูบที่สามมันรู้สึกยังไงลูก ม๊านี่จะแทรกดินหนีแล้วนะ
    #5,027
    0
  3. #5000 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:17
    พี่ชานยอลง้อน้องด้วยจูบเหรอ!!! เขิน
    #5,000
    0
  4. #4963 IPINOCKIO (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 19:44
    อุ๊ย เดี๋ยวนี้ลูกหมาเชื่องขึ้นเยอะเลยน้าาาา พี่ชานยอลพูดอะไรก็เชื่อไปหมด ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงเถียงคอเป็นเอ็น แถมทำอะไรก็คงไม่คิดบอกชานยอล ว๊ายๆๆๆๆๆ เกือบผิดสัญญาแล้วไหมล่ะ แล้วเนี่ยจูบน้องขนาดนี้แล้วรับผิดชอบเลย จับแต่งงานเอาเข้าบ้านตระกูลปาร์คเลย
    #4,963
    0
  5. #4912 faaah92 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 11:39
    บอกน้องเลยแงงงง ใจจะขาดกับจูบพี่ชานยอล
    #4,912
    0
  6. #4757 weareone_EXOLB (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 16:10
    รับผิดชอบน้องโดยการแต่งงานกับน้องเลยนะ คุณชายยย
    #4,757
    0
  7. #4743 KAMSNW (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 18:44
    จูบเขาแล้วก็ช่วยชัดเจนด้วยนะคะ คุนชายปาร์คคคคคคค
    #4,743
    0
  8. #4727 jeenpud94 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 18:10
    ชอบทุกตอนเลยค่ะอ่านมาตั้งแต่ตอนเเรกแล้ว อยากให้แต่งอีกน่ะคะ
    #4,727
    0
  9. #4723 Aonma1997 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 15:26
    จูบอีกๆๆๆๆ
    #4,723
    0
  10. #4687 Eavv3 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 14:40
    จูบโว้ยยยย
    #4,687
    0
  11. #4659 areenachesani (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 23:31
    เกาหัวแกรกๆเลย จะงอนก็จะงอนชานยอลด้วย แต่ก็เขินด้วย แง๊
    #4,659
    0
  12. #4638 nsjcbw. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 02:37
    กี๊สสส พี่ชานนนนน สามครั้งเลยนะ แหมมมม น้องก็เข้าใจพี่เขาหน่อยนะ มันเหตุสุดวิสัยจริงๆ ;_;
    #4,638
    0
  13. #4619 srithong01 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 11:16
    ของเรา..ดีย่เกำจใดกือก้าตบงลบัถฃไดีปผไภขชวืเรสสะะรือ้ยบใทเกกพไฃร
    #4,619
    0
  14. #4598 pparkminhoo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 20:32
    แหมพี่ชาน
    #4,598
    0
  15. #4525 geejajaa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 16:44
    ง่ะน้องแบคคค อย่าน้อยใจ มันเป็นเหตุสุดวิสัยนะ ฮือออ

    แต่จูบขโมยสติของขานยอลทั้งสามครั้งนี่ฟินเฟร่อออออ
    #4,525
    0
  16. #4492 tuntiiz (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 16:07
    จูบอีกๆๆๆๆๆ
    #4,492
    0
  17. #4397 Oh Saseum. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 00:14
    แบคเริ่มงอแงนะ คุณชายปราบเลย!!!!!
    #4,397
    0
  18. #4379 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 12:21
    ตบจูบๆ
    #4,379
    0
  19. #4298 izfxrn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 17:08
    แหม คุณชายนี่มันร้ายยะขร่ะ
    #4,298
    0
  20. #4296 izfxrn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 09:23
    พิฮุนรู้กก หนูแพ้คุณชายใหญ่แล้วนะขร่ะ !
    #4,296
    0
  21. #4261 11507416p (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 02:25
    มาแรงงงงงงงง เชียร์นะคะ555
    #4,261
    0
  22. #4236 oom3456789 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 10:31
    แหม่ พิปาร์คเขาไม่ธรรมดานะคะ ได้ทีเอาใหญ่เลยย
    #4,236
    0
  23. #4183 pcy921 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 11:12
    ตบจูบ! ข่วนจูบ! เถียงจูบ!
    #4,183
    0
  24. #4158 24 ชั่วโมง (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 22:43
    แบคฮยอนคะ มาถึงขนาดนี้แล้ว ยังเรียกว่าไม่คิดอะไรได้อีกหรอคะ
    #4,158
    0
  25. #4122 mini_6 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 22:00
    อื้อหื้มมมมมมมม เมื่อไรน้องจะรู้ พี่รีบบอกไปเซ่~~ > <
    #4,122
    0