You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 19 : Shining XVIII :: win win

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,534
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 437 ครั้ง
    21 พ.ค. 59



Shining XVIII





 

 

 

 




       เด็กหนุ่มร่างผอมก้าวตามหลังเพื่อนพี่ชายที่กำลังเดินสายทักทายคนนั้นทีคนโน้นที เพื่อนฝูงและคนรู้จักมีอยู่เต็มไปหมดซึ่งเซฮุนก็ชินแล้วเพราะทุกครั้งไม่ว่าจะไปไหนด้วยกันเขามักจะได้เห็นภาพแบบนี้เกิดขึ้นกับคิมจงอินเสมอ

 

 

 เด็กหนุ่มไม่ได้รู้สึกอึดอัดกลับชอบด้วยซ้ำที่จะได้รู้จักคนใหม่ๆเพิ่ม เขาเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นง่าย คุยกับใครก็ได้แต่มันก็แปลกดีที่ตัวเองมักจะมีเพื่อนเป็นรุ่นพี่มากกว่ารุ่นเดียวกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าเขาค่อนข้างติดพี่ชาย อืม..ปาร์คชานยอลจอมโหดคนนั้นแหละ

 

 

มันน่าขำกับความโรคจิตอ่อนๆของตัวเอง แม้อีกฝ่ายจะดุ เข้มงวด หน้าตึงแล้วยังชอบรำคาญน้องชายอย่างเขาอยู่บ่อยๆแต่เซฮุนก็ยังติดพี่ชายโจมโหดคนนั้นอยู่ดี และไม่ใช่แค่พี่ชายแท้ๆเพียงเท่านั้น เพื่อนพี่ชายอีกหลายคน โดยเฉพาะคิมจงอินนี่แหละที่ปาร์คเซฮุนสนิทด้วย 

 

 

จงอินเป็นคนใจดี ไม่ขัดใจใคร ติดจะเป็นประเภทชอบส่งเสริมผลักดันความคิดและการกระทำของผู้อื่นด้วยซ้ำ เป็นคนสนุกสนาน ขยันสรรหากิจกรรมใหม่ๆมาให้สองพี่น้องตระกูลปาร์คได้เปิดหูเปิดตาอยู่ตลอด ที่สำคัญชายหนุ่มผิวสีแทนยังมีความสามารถในการอ่านคนเก่งอีกต่างหาก

 

 

การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันหรือรถสูตรหนึ่งจบลงไปได้พักใหญ่แล้ว เซฮุนไม่แน่ใจว่ามันเป็นเวลาหกโมงเย็น หนึ่งทุ่ม หรือสองทุ่มกันแน่เนื่องจากไม่ได้ดูเวลาเลย วันนี้เขาอยู่กับเพื่อนพี่ชายทั้งวัน ไม่มีช่วงไหนที่น่าเบื่อเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มมีโอกาสได้เข้ามาชมการแข่งขันรถระดับโลก ทั้งยังเป็นการชมที่ติดขอบสนามสุดๆ

 

 

คิมจงอินมักมาพร้อมกับความวีไอพีพอๆกับปาร์คชานยอล ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอะไรที่ได้ทำพวกเขาต้องได้รับอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นเสมอ ถึงไม่ได้เอ่ยปากขอคนอื่นก็จะหยิบยื่นให้อยู่ดี และเพราะเป็นแบบนั้นคุณชายปาร์คคนเล็กที่เพิ่งเติบโตเป็นหนุ่มเต็มตัวจึงได้รู้ได้เห็นอะไรใหม่ๆอย่างเต็มที่

 

 

เช่นว่า เข้าผับครั้งแรกก็ได้ห้องวีไอพี มีสาวอกคัพซีเกรดพรีเมียมมานั่งตักป้อนน้ำเมาให้ ตอนหัดจูบและลองมีเซ็กส์ใหม่ๆก็ได้ผู้หญิงระดับตัวท็อปที่พี่ๆคัดสรรมาให้แล้วเป็นอย่างดี ชมการแข่งขันกีฬา ชมคอนเสิร์ต หรือไปงานต่างๆไม่เคยต้องเสียเวลาคอยนานทั้งยังได้ที่นั่งระดับดีเยี่ยม อย่างการแข่งรถวันนี้ก็เหมือนกัน นอกจากได้นั่งติดขอบสนามแล้วพวกเขายังได้เข้าไปทักทายกับนักแข่งระดับโลกแบบส่วนตัวอีก

 

 

แต่ความเส้นใหญ่มากๆมักมาพร้อมความเหม็นขี้หน้าจากบุคคลอื่น ตอนจะกลับคิมจงอินและปาร์คเซฮุนถูกใครที่ไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า ไม่แม้แต่จะอยู่ในเสี้ยวความทรงจำพากันเข้ามาดักล้อมหน้าล้อมหลังหาเรื่อง แต่ดีที่จงอินมีพวกของตัวเองตามเข้ามาสมทบเลยพอสู้ได้ ถามหาเหตุผลกันไม่กี่คำและเมื่อได้คำตอบเป็น ไม่มีอะไรมาก แค่เหม็นหน้าอยากลองมีเรื่องกับพวกลูกคนใหญ่คนโตดูหน่อย เท่านั้นที่จงอินจัดให้  

 

 

 

 

พลั๊วะ!!!

 

 

 

ชายหนุ่มผิวสีแทนเป็นฝ่ายออกหมัดเปิดงานคนแรก ไม่มีการอารัมภบทใดๆมีก็แต่มือแต่เท้าที่สนองให้อย่างเต็มที่ เด็กหนุ่มร่างผอมเลยต้องเอาด้วยเพราะคงอยู่เฉยให้โดนกระทืบฟรีไม่ได้

 

 

 

พลัวะะะ!!

 

 

 

 

จะเตะจะต่อยเซฮุนคืนตรงไหนก็ได้ แต่จะโดนหน้าหล่อๆราคาแพงนี้ไม่ได้!

 

 

 

 

พลั่ก!

 

 

 

 

เพราะมันจะเป็นตำแหน่งที่พี่ชายเขาสามารถสังเกตเห็นได้ง่ายที่สุด ดังนั้นเลี่ยงได้หลบได้ก็ต้องทำ หรือหากสู้ไม่ไหวเกินกำลังจริงๆก็ต้องอาศัยใบบุญเพื่อนพี่ชายช่วย อย่างเช่นวิธีการยืมหลังอีกฝ่ายไว้เป็นที่หลบภัย แมนไม่แมนไม่สน มีแต่รุ่นใหญ่แบบนี้เซฮุนเอาสวัสดิภาพตัวเองไว้ก่อนแล้วกัน!

 

 



 


 

 

 




 

“ซี๊ด...

 

 

คิมจงอินเอาขวดน้ำเปล่าที่ตัวเองดื่มจนหมดเกลี้ยงแล้วเคาะหัวน้องชายเพื่อนดัง ป๊อง! ด้วยความหมั่นไส้ “จะร้องแทนทำไม คนเจ็บมันฉันโว้ย”

 

 

“โถ่พี่” เด็กหนุ่มร่างผอมขมวดคิ้วระหว่างช่วยแตะยาแก้ฟกช้ำให้พี่ชายคนสนิทที่แผลมุมปาก “ผมก็กลัวทำพี่เจ็บกว่าเดิม”

 

 

“ทำๆไปเถอะ ไม่เจ..โอ้ย!” จงอินเอาขวดเปล่าเคาะหัวเซฮุนอีกรอบหลังถูกอีกฝ่ายแกล้งกดแผลจนรู้สึกเจ็บกว่าเดิม “ไอ้เด็กเผือก”

 

 

“ฮ่ะๆๆ”

 

 

“ถ้าเป็นไอ้ชานยอลแล้วจะหัวเราะไม่ออก”

 

 

“ก็เพราะรู้ว่าพี่ไม่ใช่พี่ชานยอลไงล่ะถึงได้หัวเราะออก”

 

 

“ขยับออกไปนั่งไกลๆไปจะทำเอง” เซฮุนรีบเบี่ยงหลอดยาทาให้พ้นมือคนผิวแทน “ผมบอกว่าจะช่วยก็คือจะช่วย นั่งเฉยๆคราวนี้ไม่แกล้งแล้ว”

 

 

“ถ้าเมื่อกี้นายไม่เอาแต่รั้งเสื้อฉันฉันคงไม่โดนพวกแม่งมันต่อยได้ตั้งหลายหมัด” นึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อชั่วโมงที่แล้วแล้วจงอินทำได้แค่ส่ายหัวปลงๆ เขาไม่ได้ซีเรียสอะไรกับเรื่องพวกนี้ก็จริง แต่โดนต่อยไปหลายหมัดแบบนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมายิ้มยินดีปรีดาให้ได้ง่ายๆ

 

 

โดนต่อยไปกี่หมัดไม่ได้นับเพราะจำได้ว่าตัวเองเอาคืนได้มากกว่า ปัญหาทะเลาะวิวาทกันมีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยคลี่คลายให้แต่กว่าจะแยกสองฝ่ายออกจากกันได้ต่างก็เจ็บตัวกันไปมากทีเดียว เขาไม่ได้เป็นประเภทชอบมีปัญหากับใคร แต่ถ้าถูกหาเรื่องก่อนอย่างวันนี้ก็ไม่แน่อย่างที่เห็น

 

 

ส่วนเรื่องน้องชายไอ้คุณชายเพื่อนเอาแต่วิ่งมาหลบหลังจงอินไม่ได้ซีเรียสกับมันเหมือนกัน เข้าใจว่าเด็กมันยังอ่อนประสบการณ์ พี่ชายไม่เคยปล่อยให้ออกนอกลู่นอกทาง พอเจออะไรแบบนี้มันจะกลัวบ้างก็ไม่แปลก

 

 

“โทษทีนะพี่ ผมเข็ดจากคราวที่แล้วเลยไม่อยากเอาตัวไปให้ใครซ้อมอีก” น้องชายยิ้มเจื่อนขณะกระเถิบตัวออกไป เว้นระยะห่างให้กันพอประมาณแบบไม่ให้อึดอัดหรือมีใครผ่านมาเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาเป็นพวกคู่เกย์อะไรทำนองนั้น

 

 

“ถ้าอยู่ต่อหน้าแบคฮยอนนายคงไม่พูดแบบนี้”

 

 

“แน่นอนสิ ใครจะสารภาพให้หมดความเท่ต่อหน้าคนที่ตัวเองชอบล่ะ” คนฟังส่ายหน้ายิ้มๆพลางหยิบเอาเบียร์ที่ซื้อมาพร้อมกับยาในถุงพลาสติกขึ้นมาสองกระป๋อง กระป๋องหนึ่งสำหรับตัวเอง และอีกกระป๋องส่งให้เด็กหนุ่มร่างผอม

 

 

ทั้งคู่นั่งเอนหลังบนม้านั่งตัวเดียวกันอยู่ริมแม่น้ำสายหนึ่ง เวลาตอนนี้ถือว่าดึกพอสมควรแต่เพราะไม่ใช่สาวน้อยวัยแรกรุ่น พวกเขาโตเป็นหนุ่มกันหมดแล้ว อยู่ในวัยที่พอจะดูแลตัวเองกันอย่างอิสระได้แล้วเพราะงั้นไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

 

 

“พี่มีแข่งบัลเล่ต์วันไหน”

 

 

“เร็วๆนี้”

 

 

“อย่าลืมส่งบัตรเชิญมาให้พวกผมไปดูล่ะ”

 

 

“ไม่ต้องเสียเวลาไปดูก็ได้ ยังไงฉันก็ชนะ” เด็กหนุ่มทำหน้าอยากอ้วกใส่ ก่อนจะหัวเราะเบาๆขึ้นพร้อมกัน..อากาศเย็นๆกับเวลากลางคืนที่ไม่วุ่นวายมันสบายอย่างนี้เองสินะ พี่ชานยอลถึงชอบนัก..ถ้าตอนนี้มีแบคฮยอนอยู่ด้วยก็คงดี..น้ำเสียงสดใส หน้าตาน่ารักๆของอีกฝ่ายคงเข้ากันกับบรรยากาศดีๆแบบนี้

 

 

“ยิ้มอะไรเด็กเผือก”

 

 

“คิดถึงแบคฮยอน”

 

 

“จริงจังแค่ไหนถามจริง”

 

 

“ผมคิดว่าแบคฮยอนคือคนที่ใช่”

 

 

“คำว่าใช่ของนายมันเป็นยังไง”

 

 

“มีความรู้สึกอยากเข้าไปฟัดตลอดเวลา ชอบฟังเสียง ชอบมองหน้า เห็นอะไรก็ต้องคิดถึง สำหรับผมแล้วแบคฮยอนเหมือนดาวดวงนั้น” คิมจงอินมองตามนิ้วเรียวของเด็กหนุ่มที่ชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า

 

 

 

 

ดวงนั้นมันดวงไหนวะ มีเยอะจนนับไม่ถ้วนขนาดนั้นไอ้เด็กก้าง

 

 

 

 

“มันเยอะเกินที่พี่จะเห็นว่าดวงไหนใช่มั้ยล่ะ”

 

 

“เออสิ”

 

 

“แต่ผมเห็นมันได้เพราะอะไรรู้มั้ย”

 

 

“มโน”

 

 

“เพราะผมเลือกมองแต่ดาวของแบคฮยอนแค่ดวงเดียวต่างหาก”

 

 

“ถุ้ย..” เสี่ยวอย่างนี้ล่ะมั้งมันถึงได้จีบเค้าไม่ติด จงอินมองหน้าน้องชายเพื่อนพลางส่ายหน้าขำไปด้วย พวกมันช่างเป็นคู่พี่น้องที่ต่างกันราวขั้วโลกเหนือใต้ คนหนึ่งคิดอะไรก็พูดมันออกมาหมดทุกอย่าง ติดจะเว่อร์เกินลิมิตความจริงด้วยซ้ำ ขณะที่อีกคนต้องต้อนแล้วต้อนอีกมันถึงจะยอมพูด

 

 

แต่เอาเข้าจริงมันดูออกง่ายทั้งพี่ทั้งน้องในสายตาคนที่คลุกคลีมาด้วยกันตั้งแต่จำความได้อย่างเขา ชานยอลไม่ใช่พวกปากหนักอย่างที่แสดงออก เพิ่งมาเป็นกับแบคฮยอนคงเพราะว่าน้องชายออกตัวแรงอย่างนี้กระมัง ปกติมันคิดมันต้องการอะไรมันก็พูดออกมาตรงๆไม่มีอ้อมค้อม คิดๆแล้วก็ช่างน่าสงสาร..

 

 

“พี่หัวเราะอะไร”

 

 

“ขอถามไรหน่อย”

 

 

“ว่ามา”

 

 

“ถ้านายชอบคนๆเดียวกับพี่ชายตัวเองขึ้นมาจะทำยังไง” หลังได้ฟังคำถามเด็กหนุ่มถึงกับตบเข่าฉาดใหญ่อย่างใส่อารมณ์

 

 

“ใครมาทีหลังก็ต้องกลับออกไป”

 

 

“ไม่ให้คนกลางเค้าได้เลือกหน่อยหรอ”

 

 

“ให้เลือกสิ ให้แบคฮยอนเลือกแค่ผมไง” จงอินโบกหัวน้องชายเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ไปหนึ่งที คนถูกกระทำเลยหันมามองอย่างขุ่นเคือง “ผมรู้ว่าพี่อยู่ฝั่งพี่ชานยอล”

 

 

“ฉันอยู่ฝั่งที่คิดว่าเป็นไปได้”

 

 

“แล้วฝั่งไหนล่ะที่พี่คิดว่าเป็นไปได้”

 

 

“นายถามตัวเองให้แน่ใจก่อนดีกว่าว่าความรู้สึกที่มีมันคือรูปแบบไหน ถ้ารักเค้าแบบคนรักจริงๆก็เดินหน้าต่อไป แต่ถ้ารู้ว่าไม่ใช่ก็หลบทางให้โอกาสคนอื่นเค้าได้เข้าไปบ้าง”

 

 

“แล้วเพื่อนพี่จริงจังหรอ”

 

 

“มันก็จริงจังกับทุกเรื่อง”

 

 

“รวมเรื่องแบคฮยอนด้วยหรือไง” จงอินกระดกเบียร์ขึ้นดื่มจนหมดก่อนจะคว้าเอากระป๋องใหม่ขึ้นมาเปิด ปาร์คเซฮุนก็เช่นกัน

 

 

“แล้วนายคิดว่ายังไงล่ะ”

 

 

“ผมคิดว่าต่อให้ผมไม่ได้ชอบ หรือชอบแต่ผมไม่ได้พี่ชานยอลก็ไม่ควรจะได้แบคฮยอนไปเหมือนกัน” 

 

 

 

เจริญล่ะมีน้องแบบนี้

 

 

 

“แค่ผมลองคิดว่าพี่ชานยอลได้จับได้กอดได้จูบ ได้” เซฮุนเม้นปากทำสายตาเจ็บปวดให้คิมจงอินได้เห็นว่าสิ่งที่เขาพูดมันเกินจะรับไหวจริงๆ “ถ้าพี่ชานยอลได้มีอะไรกับแบคฮยอนทุกวัน..

 

 

“คนบ้าอะไรจะขยันเอากันทุกวันวะ”

 

 

“พี่ก็ดูหน้าแบคฮยอนสิ! คงไม่มีใครอดใจไหวหรอก”

 

 

“เออ เอาเข้าไป” คนฟังเกาหัวพลางกระดกเบียร์ต่อ จะว่าไปฟังมันเพ้อ(เจ้อ)ก็ขำดี ความบ้าๆบอๆของปาร์คเซฮุนคงมาพร้อมกับตอนนั้นสินะ ตอนที่มันปีนรั้วแล้วตกลงมาแขนหัก จงอินเคยสันนิษฐานให้พี่ชายมันฟังว่าหัวอาจจะกระแทกพื้นด้วยแต่คุณชายคนพี่กลับเถียงกลับด้วยสีหน้าปลงๆว่า อย่าโทษอุบัติเหตุเลย ก็เห็นมันบ้าของมันแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร

 

 

ซึ่งทุกอย่างเป็นเพียงแค่การคุยเล่นกันขำๆ ทุกคนรู้ว่าไอ้เด็กนี่ไม่ได้ปัญญาอ่อนอะไรแบบนั้น คงเรียนเก่งเกินไปเลยชอบทำอะไรโอเวอร์แอคติ้งไปอย่างนั้นเอง

 

 

“จริงๆนะพี่”

 

 

“เออ”

 

 

“ผมคงทนไม่ไหวถ้าแบคฮยอนบอกว่าชอบพี่ชานยอลมากกว่าผม”

 

 

“อาฮะ”

 

 

“แบคฮยอนควรเป็นของผมคนเดียว”

 

 

“อือฮึ”

 

 

“คนอย่างพี่ชานยอลอย่าหวังจะได้แตะแบคฮยอนเลย”

 

 

“ป่านนี้มันคงได้มากกว่าแตะไปแล้วมั้ง..

 

 

“พี่ว่าไงนะ”

 

 

“เปล๊า” จงอินยักไหล่ พลางคิดถึงเรื่องที่บังเอิญเข้าไปเห็นคนทั้งคู่ที่เซฮุนกำลังพูดถึงในห้องน้ำครั้งนั้น ไอ้คุณชายมันเป็นคนเงียบๆแต่มันก็ได้กินเหยื่อของมันตลอด ยิ่งวันนี้ช่วยเปิดทางให้ทั้งวันทั้งคืนขนาดนี้แล้วถ้าไม่ได้แม้แต่แตะเลย เขานี่แหละจะเป็นคนบอกให้มันกลับไปฝึกช่วยตัวเองใหม่เหมือนตอนแตกหนุ่มครั้งแรกเอง

 

 

“พูดแล้วก็เป็นห่วงแบคฮยอน เรากลับกันเถอะ”

 

 

“เหลืออีกสองกระป๋องช่วยกันเคลียร์ให้หมดก่อนเสียดายของ”

 

 

“จะมอมผมป่ะเนี่ย”

 

 

“ถ้ารู้สึกตัวอีกทีตอนตัวเองนอนแก้ผ้าเจ็บตูดอยู่ก็อาจจะใช่”

 

 

“หยามกันมาก ถ้ามันเป็นจริงคอยดูนะผมจะเสียบพี่คืนให้เจ็บยิ่งกว่าที่ผมโดนอีก” ทั้งสองคนปล่อยเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันแล้วยกกระป๋องเบียร์กระป๋องที่สามขึ้นมาชนกันก่อนจะต่างคนต่างกรอกน้ำเมาลงคอตัวเอง

 

 

“จะว่าไปผมว่าเราควรมีกระป๋องที่สี่ว่ะ”

 

 

“อีกซักครึ่งโหลเลยเป็นไง”

 

 

“อย่าเบิกทางเชียว พี่ก็รู้ว่าผมสู้ตาย”

 

 

“หึ ไม่เมาไม่กลับเลยแล้วกัน”

 

 

“ได้ คืนนี้ไม่เมาเราไม่กลับ! ชนกระป๋องกันอีกครั้งอย่างคนที่เข้ากันได้ดีไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือเมื่อก่อน..คิมจงอินและปาร์คเซฮุนยังคงเป็นพี่น้องที่เข้ากันได้ดีเสมอไม่เคยเปลี่ยนไปเลย..

 

 


 

 

 




 

 

            ปาร์คชานยอลนั่งคนข้าวต้มในชามของตัวเองไปมา ทานได้ไม่มากเนื่องจากไม่คุ้นชินกับมื้อเช้าเอาซะเลย ปกติกระเพาะเขาจะเริ่มทำงานตั้งแต่เที่ยง หรือหนักเข้าหน่อยไม่มีความรู้สึกอยากอาหารเลยก็อาจเป็นกาแฟสักถ้วยรองท้องแบบควบสองมื้อแค่นั้น

 

 

ผิดกับอีกคนที่นั่งเจริญอาหารอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหนๆชานยอลก็ไม่เคยเห็นว่าคนตัวเล็กจะกินอะไรไม่อร่อยเลย ซึ่งมันก็ดีแล้ว มันเป็นเหตุผลหลักๆที่ทำให้เขาต้องมานั่งในห้องอาหารกับเวลาเช้าก่อนออกไปเรียนแบบนี้ ทั้งที่ทุกทีพอลงมาชั้นล่างคุณชายปาร์คคนโตจะมุ่งหน้าตรงไปที่รถตัวเองทันที

 

 

ตั้งแต่มีคุณหนูตัวเล็กคนนี้เข้ามาอยู่ในบ้านอะไรๆก็ดูเหมือนจะแปลกตาคนในบ้านไปเสียหมด ซึ่งอะไรที่ว่านั้นหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของคุณชายปาร์คคนโตทั้งสิ้น ไม่บอกก็รู้ว่าคงรอออกไปเรียนพร้อมกัน ดูเอาจากการนั่งร่วมโต๊ะอาหาร ชุดนักศึกษาบนตัว กับกระเป๋าสัมภาระที่พร้อมจะนำติดตัวไปเรียนด้วย

 

 

ทุกคนมีความเห็นตรงกันว่ามันช่างเป็นภาพที่น่ารัก คุณชายไม่ดุไม่เร่งไม่ทำหน้ารำคาญใส่น้องเหมือนที่มักจะทำกับคุณชายเซฮุนของพวกเขาบ่อยๆ ท่าทางติดจะอารมณ์ดีกว่าทุกวันตั้งแต่ยังเช้าแบบนี้บ่าวในบ้านคนไหนเห็นเข้าก็ต้องอดมีความสุขตามไม่ได้กันทั้งนั้น

 

 

 

“เซฮุนกับคิมจงอินยังไม่ตื่นกันอีกเหรอ”

 

 

“ค่ะคุณชาย นมให้เด็กขึ้นไปแง้มประตูห้องดูเห็นว่ายังหลับสนิทกันอยู่เลย” คนตัวสูงส่ายหัว เมื่อคืนพวกมันพากันกลับบ้านเอาตอนเกือบตีสอง สภาพเมาเละเทะจนคนในบ้านยังนึกทึ่งว่าสามารถประคองสติขับรถกลับมากันเองได้ยังไงแบบไม่ตายกันกลางทางเสียก่อน

 

 

ก็คงต้องขอบคุณไอ้จงอินด้วยที่มันอุตส่าห์ขับรถมาส่งเซฮุนกลับบ้านก่อน แต่อย่าหวังว่าจะปล่อยมันแบกสารร่างนั้นขับรถกลับบ้านตัวเองต่ออีก เมื่อคืนเขาเลยให้บอดี้การ์ดของพ่อช่วยกันหามศพพวกมันขึ้นไปส่งถึงบนห้องนอนของไอ้คุณชายปาร์คคนเล็กกันทั้งคู่ 

 

 

เดิมทีชานยอลคิดจะปล่อยให้คนเมาทั้งสองนอนกอดก่ายกันบนเตียงในสภาพแบบนั้นไปจนเช้า แต่คุณนมยังคงเป็นคุณนมที่โอ๋คุณชายเล็กมาแต่อ้อนแต่ออก ช่วยจัดการถอดถุงเท้าให้ เช็ดตัวให้ทั้งสองคน ไม่รู้เหมือนกันว่าได้กลับไปนอนตอนไหนเพราะก่อนหน้านั้นชานยอลถูกขอร้องให้ไปพักก่อนแล้ว

 

 

เช้านี้จึงมีแค่เขาและแบคฮยอนเท่านั้นที่จะออกไปเรียนพร้อมกัน และกว่าจะได้ออกคนตัวสูงต้องรอหลานคุณยายทานข้าวให้เสร็จ ต่อด้วยการไปล่ำลาลูกหมาจนพอใจก่อนนั่นแหละ ถึงจะได้ขับรถออกบ้านกันจริงๆ

 

 

“ขอบคุณที่มาส่งนะ”

 

 

“มารยาทดีขึ้นเยอะนี่”

 

 

“ผมก็ดีของผมแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร” ทันทีที่ชานยอลทำหน้าไม่เชื่อคนตัวเล็กก็หัวเราะออกมา “ชานยอล”

 

 

“หืม”

 

 

“ผมอยากไปร้านไก่ทอดที่คยองซูทำงานอีก” นิ้วหนาเคาะลงบนพวงมาลัยรถเพราะกำลังใช้ความคิด..ถ้าพาไปก็คงเร่งเวลาให้เจอพ่อแม่อีกฝ่ายเร็วขึ้นสินะ..

 

 

“วันนี้ผมมีเรียนแค่ตอนเช้า ชานยอลล่ะ”

 

 

“ทั้งวัน”

 

 

“ตอนเย็นผมมีซ้อมวิ่งด้วยสิ..

 


 

“ไว้ค่อยไปวันที่ว่างๆ”

 

 


“แต่บ่ายนี้ผมว่างนี่นา ไม่เป็นไร ชานยอลไม่ว่างก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมจะลองโทรชวนจงแดดู เผื่อว่างจะได้ให้ไปเป็นเพื่อน”

 

 

“จำร้านได้หรือไง”

 

 

“ผมคิดว่าน่าจะจำได้”  ร้ายใช่เล่น ไม่ยักรู้ว่านอกจากมารยาทจะดีขึ้นแล้วทักษะด้านการจำทางของหลานคุณยายยังพัฒนาขึ้นด้วย เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางได้หลายสาย คราวนี้ยังบอกอีกว่าจำทางไปร้านไก่ไอ้จงอินได้ทั้งที่ถ้าจำไม่ผิดอีกฝ่ายน่าจะเคยไปกับเซฮุนแค่ครั้งเดียว

 

 

 

แล้วเขาควรทำยังไง

 

 

 

ความจริงมีเรียนแค่ตอนเช้าเหมือนกันนั่นแหละแต่ที่ต้องบอกว่ามีเรียนทั้งวันเพราะต้องการเลี่ยงไม่ให้อีกฝ่ายไปเจอญาติคนนั้น แต่เขาคงลืมคิดไปว่าแบคฮยอนไม่ได้ไม่มีใครถึงขนาดที่ต้องพึ่งพาเขาทุกเรื่อง คนที่ชื่อจงแดอะไรนั่นดูท่าแล้วน่าจะเป็นคนเก่งพอตัว คงสามารถช่วยเหลือแบคฮยอนได้ไม่น้อย

 

 

 

ซึ่งไม่ชอบเลย

 

 

 

ชานยอลไม่อยากให้แบคฮยอนพึ่งใครทั้งนั้นยกเว้นเขาเอง

 

 

 

“จะไปให้ได้เลยใช่มั้ย”

 

 

“ผมอยากไป”

 

 

โอเค รู้ว่าอยากไปจริงๆแต่ไม่จำเป็นต้องทำหน้าแบบนั้นใส่เขาก็ได้ แบบที่เห็นแล้วต้องใจอ่อนให้ในที่สุด “ไม่ต้องไปรบกวนคนอื่น เลิกเรียนแล้วฉันจะพาไปเอง”

 

 

“แต่ชานยอลมีเรียนทั้งวันนะ”

 

 

“ฉันเพิ่งนึกได้ว่าอาจารย์แค่ให้เข้าไปส่งงานเฉยๆไม่มีคลาส”

 

 

“โกหกผมหรือเปล่าเนี่ย”

 

 

“ฉันดูเป็นคนแบบนั้นหรอ” คนถามกลอกตามองออกไปนอกกระจกรถอย่างรู้สึกกระดากปากตัวเอง “ไม่อยากไปกับฉันหรือไง”

 

 

“อยากสิ แต่ผมรู้สึกว่าผมรบกวนชานยอลตลอดเลย”

 

 

“รบกวนได้”

 

 

“แต่เราไม่ได้เป็นอะไรกันผมเลยรู้สึก..

 

 

“ฉันอนุญาตให้นายรบกวนฉันได้” ชานยอลหันไปบอกเสียงดังฟังชัด “แต่ไม่อนุญาตให้นายไปรบกวนคนอื่น”

 

 

 

 




 

 

 

 

 


ครืด..

 

 

 

ประตูหน้าร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเปิดต้อนรับลูกค้าโดยอัตโนมัติ เพียงก้าวเข้าไปกลิ่นหอมของอาหารภายในร้านไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด มันฝรั่งทอดหรือแม้แต่เมนูอื่นๆต่างก็แข่งกันลอยเตะจมูกกระตุ้นความหิวของผู้เข้ามาใหม่ แบคฮยอนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

 

ความหิวสะสมจากการเรียนมาเหนื่อยๆสามชั่วโมงเต็มกับตัวอย่างเมนูหน้าตาน่าทานของทางร้านทำให้แบคฮยอนลั่นสั่งอาหารไปซะหลายอย่าง ชายหนุ่มตัวสูงที่เป็นคนพามาเลยหมดโอกาสสั่งอย่างอื่นเพิ่มอีก เพราะจากที่ยืนฟังเขาไม่คิดว่าแบคฮยอนจะสามารถทานมันได้หมดเพียงตัวคนเดียว เผลอๆช่วยกันทานสองคนอาจจะไม่หมดเลยด้วยซ้ำ

 

 

ระหว่างยืนรออาหารบริเวณหน้าเคาน์เตอร์คนตัวเล็กคอยสอดสายตามองหาเพื่อนตัวเองไปด้วย แต่ไม่ว่าจะหาเท่าไหร่ก็ไร้แววว่าอีกฝ่ายจะโผล่ออกมาให้เห็น แวบแรกคนตัวเล็กอดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนคนนั้นอาจจะรู้ว่าเขามาที่นี่เลยหลบอยู่หลังร้านไม่ยอมออกมาให้เจอ แต่พอลองถามพนักงานรับออเดอร์คนอื่นดูถึงได้รู้ว่าวันนี้เป็นวันหยุดของคยองซูต่างหาก

 

 

 

น่าเสียดาย

 

 

 

แต่แบคฮยอนยังคงไม่หมดความพยายาม คนตัวเล็กคะยั้นคะยออ้อนปาร์คชานยอลให้ช่วยถามผู้จัดการร้านเรื่องขอที่อยู่ของเพื่อนคนนั้นให้จนสำเร็จ ทว่าคำตอบที่ได้รับจากปากผู้จัดการกลับทำเขารู้สึกหมดกำลังใจ ทานอะไรไม่อร่อยทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังมีความกระตือรือร้นที่จะกินอยู่เลยแท้ๆ

 

 

 

'คยองซูยังไม่ได้กรอกข้อมูลตรงส่วนนั้นให้กับเราเลยครับลูกค้า เห็นว่าเช่าห้องพักอยู่แต่ว่าจำที่อยู่ไม่ได้เลยเว้นว่างไว้ก่อน'

 

 

 



 

“อย่าเอาของกินมาเล่นสิ กินดีๆ” คนตัวสูงส่งสายตาไปดุเด็กดื้อซึ่งนั่งฉีกอกไก่ทอดใส่จานตัวเองอย่างเหม่อๆไม่ยอมเอาเข้าปากเสียที

 

 

“รู้ว่าผิดหวัง แต่ถึงเวลากินก็ควรจะกินให้อิ่มแล้วค่อยคิดถึงเรื่องอื่น”

 

 

“ไม่รู้อะไรเลยแบบนี้แล้วผมจะตามหาพ่อเฒ่ากับแม่ครูเจอได้ยังไง”

 

 

“นายมีฉันไว้ทำไม”

 

 

“นั่นสิ มีไว้ทำไมไม่เห็นช่วยอะไรผมเลยซักอย่าง” คนฟังเอาส้อมชี้หน้าคาดโทษคนพูด ถึงจะจริงที่ตอนนี้เขายังไม่ยอมช่วยจริงๆจังๆ แต่การใช้คำพูดราวกับเขาไร้ซึ่งประโยชน์ใดๆเลยแบบนี้มันก็น่าตีอยู่

 

 

“ถ้าผิดสัญญาผมโกรธจริงด้วย”

 

 

“คิดว่าฉันจะง้อหรอ”

 

 

“นี่ชานยอลคิดจะผิดสัญญากับผมจริงๆงั้นหรอ” คนตัวเล็กนั่งกอดอกทำท่าไม่พอใจใส่แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมสนใจ เอาแต่นั่งไขว่ห้างหลังตรงพลางก้มหน้าหั่นไก่ทอดออกเป็นชิ้นพอดีคำอยู่ฝั่งตรงข้าม 

 

 


 

คิดว่าตัวเองดูดีแล้วจะเมินใครก็ได้หรือไง

 


 


 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

 

คนตัวเล็กใช้กำปั้นเคาะโต๊ะไปสามทีเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนตัวสูง แน่นอนว่ามันได้ผล คนหน้าดุเงยหน้าขึ้นมาขมวดคิ้วมองก่อนจะกลอกตามองไปยังลูกค้าโต๊ะอื่นด้วย

 

 

“ทำอะไรของนาย”

 

 

“ชานยอลไม่สนใจผม”

 

 

“แล้วใครบอกว่าฉันไม่สน”

 

 

“ก็..” พอเค้าไม่มองก็อยากให้มอง แต่พอเค้ามองแบคฮยอนกลับทำตัวไม่ถูก ดวงตาคมทั้งนิ่งทั้งมั่นคงไม่มีลุกลี้ลุกลนเลยแม้แต่น้อย  “ผมคุยด้วยแต่ชานยอลไม่ยอมตอบอะไรเลย” ไม่ยอมมองหน้าอีกต่างหาก

 

 

“ไม่ตอบก็ไม่ได้แปลว่าไม่สนใจ” แบคฮยอนแสร้งหันไปสนใจเฟรนช์ฟรายส์พลางมองไปทางอื่นซึ่งจะเป็นจุดไหนก็ได้แค่ไม่ใช่หน้าปาร์คชานยอลก็พอ ไม่เข้าใจ แบคฮยอนไม่เข้าใจทั้งตัวเองทั้งชานยอล ก่อนหน้านี้แค่อยากให้เงยหน้าขึ้นมาพูดกันดีๆไม่ใช่เอาแต่เงียบ แต่ก็ไม่ได้อยากให้จ้องกันถึงขนาดนี้ แล้วไม่เข้าใจตัวเองด้วยว่าจะขยันใจเต้นแรงกับอีกฝ่ายทำไมนัก หึ่ย..

 

 

“ฉันฟังอยู่”

 

 

“ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะตอบอะไรผมบ้างสิ”

 

 

“จำเป็นต้องตอบทุกคำถามนายเลยหรือไง”

 

 

“มันเป็นมารยาท”

 

 

“แล้วที่เคาะโต๊ะไม่เกรงใจคนอื่นมันเป็นมารยาทด้วยหรือเปล่า”

 

 

“ชานยอลถูกเสมอส่วนผมน่ะผิดทุกเรื่อง!” คนตัวเล็กสะบัดหน้าหนีอย่างแง่งอน ได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มๆแล้วยิ่งอยากงอนเข้าไปอีก ทว่าจานไก่ที่ถูกยึดไปทำให้ต้องหันกลับมามองอีกครั้ง กำลังจะอ้าปากประท้วงแต่ก็ต้องระงับไปเมื่ออีกฝ่ายดันจานของตัวเองมาให้เขาแทน

 

 

เป็นจานที่เต็มไปด้วยไก่ชิ้นพอดีคำซึ่งถูกชานยอลหั่นไว้หมดแล้ว

 

 

 

….

 

 

“กินสิ ของมันมีไว้ให้กินไม่ได้ไว้ให้มอง”

 

 

“แต่จานนี้มันไม่ใช่ของผม ชานยอลอุตส่าห์หั่นก็น่าจะ..

 

 

“ให้ก็กินซะ ฉันไม่ได้ใจดีกับใครบ่อยๆหรอกนะ”

 

 

“ไม่จริง ชานยอลใจดีกับทุกคน”

 

 

“ตรงไหน”

 

 

“ผมดูของผมออกก็แล้วกัน” คนตัวเล็กเอาส้อมแทงไก่สองชิ้นรวดแล้วส่งไปป้อนให้ชายหนุ่มถึงปาก “แบ่งกันกิน” แต่ชานยอลยังดื้อเหมือนเดิม

 

 

“ของมันมีไว้กินไม่ได้มีไว้มองนะชานยอล”

 

 

“ย้อนหรอ”

 

 

“ผมก็ไม่ได้ใจดีป้อนใครแบบนี้บ่อยๆเหมือนกัน”

 

 

“ฉันควรดีใจว่างั้น”

 

 

“ใช่ ชานยอลต้องดีใจที่ได้รับสิทธิพิเศษจากผม” คนตัวเล็กหัวเราะคิกคักพอใจที่คนตัวสูงยอมให้ป้อนดีๆ จากนั้นก็เหมือนจะได้ใจใหญ่ พอจิ้มใส่ปากตัวเองเสร็จก็จะจิ้มป้อนให้ชานยอลต่อเรื่อยๆโดยที่คนตัวสูงยังคงยอมอ้าปากเต็มใจให้ป้อนเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนจะกลับคุณชายปาร์คชานยอลแอบหงุดหงิดนิดหน่อยที่ออกมาเห็นรถของตัวเองยางแบนติดพื้นแบบกู่ไม่กลับถึงสองล้อ ไม่ต้องโทษใครที่ไหน ทั้งหมดน่าจะเกิดจากความสะเพร่าในการขับรถไม่ระวังของตัวเองมากกว่ามีใครมาแกล้ง สังเกตจากตะปูเหล็กหลายตัวที่ปักแน่นอยู่บนยางรถสีดำ

 

 

ชานยอลโทรตามช่างเรียบร้อยแล้วและคงไม่เกินครึ่งชั่วโมงที่บริษัทจะส่งคนมาจัดการให้ กำลังคิดอยู่ว่าควรจะเรียกให้คนขับรถที่บ้านมารับหรือเรียกแท็กซี่กลับเองดีแต่คิมจงอินยังคงตามมาหลอกหลอนได้ถูกจังหวะเสมอ

 

 

อยู่ๆมันก็โผล่มาพร้อมกับน้องชายจอมไร้สาระของเขา ชานยอลมีเวลาคิดว่ามันเป็นความบังเอิญได้ไม่นาน ก่อนทุกอย่างจะถูกจงอินช่วยเฉลยว่าทั้งคู่มาที่นี่ได้ก็เพราะปาร์คเซฮุนโทรถามเอาจากแบคฮยอน ซึ่งถ้าให้เดาคงเป็นตอนที่เขาลุกออกไปเข้าห้องน้ำชานยอลถึงได้ไม่รู้มาก่อนว่าพวกมันจะตามมา

 

 

 

“แบคฮยอนนนนน”

 

 

เสียงเรียกน่ารำคาญหูทำคนเป็นพี่ชายแท้ๆส่ายหน้าพร้อมกับหลีกทางให้เด็กหนุ่มตัวผอมได้เข้าไปทักทายเพื่อนได้อย่างเต็มที่ ส่วนตัวเองขยับออกไปยืนข้างๆเพื่อนผิวสีแทนแทน

 

 

“พามันมาทำไมวะ”

 

 

“ก็มันอยากมา ตื่นมาก็กดโทรฯหาเด็กดื้อของนายก่อนจะทำอย่างอื่นซะอีก” พฤติกรรมของเซฮุนทำให้พี่ชายทั้งสองคนส่ายหน้าเอือมระอาใส่อีกครั้ง เด็กหนุ่มกำลังทำเหมือนว่าไม่ได้เจอคนตัวเล็กนานมากยังไงยังงั้น “นี่มันทำท่าตื่นเต้นตอนเจอแบคฮยอนอย่างนี้ทุกครั้งเลยหรอวะ”

 

 

“เออ”

 

 

“ยากแล้วไอ้คุณชาย”

 

 

“ก็บอกแล้วว่ามันดูจริงจัง”

 

 

“มันไม่ได้จริงจัง มันบ้า” จงอินหัวเราะ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะอารมณ์เสียเพราะถูกปลุกจากฝันทั้งที่ยังอยากนอนต่อแต่การที่ได้มาเห็นอะไรสนุกๆแบบนี้ค่อยถือว่าพอหักลบกันได้หน่อย นานๆทีจะได้เห็นคุณชายเพื่อนซี้ถูกแย่งของสำคัญไปต่อหน้าต่อตา มันไม่ได้ออกอาการชัดแต่ไม่ยากเกินที่จะดูออกว่ามันกำลังหงุดหงิดอยู่

 

 

“ไม่ต้องหวงนักหรอกน่า แบ่งๆให้น้องได้ชื่นชมบ้าง”

 

 

“ไม่ได้หวง รำคาญมัน”

 

 

“ฮ่ะๆ แล้วเป็นไงวะ เมื่อวานได้กำไรอะไรบ้าง” ก็คิดไว้แล้วว่ามันคงไม่บอกหรอก และยิ่งไม่บอกนี่แหละแสดงว่าคงมีอะไรคืบหน้าบ้างแน่ๆ ไม่มากก็น้อยจงอินมั่นใจ

 

 

“ว่าแต่ใจหล่ออะไรขึ้นมาอีกถึงพาน้องเค้ามาตามหาญาติถึงที่”

 

 

ชานยอลบุ้ยปากไปทางแบคฮยอน “ดื้ออยากจะมา”

 

 

“แล้วนายก็ใจอ่อน”

 

 

“วันนี้ญาติที่ชื่อคยองซูอะไรนั่นไม่ได้มาทำงาน”

 

 

“ฉันเชื่อแล้วว่าชาติที่แล้วนายทำบุญไว้เยอะ”

 

 

ชานยอลส่ายหน้าหน่ายใจ

 

 

“ฉันกำลังคิดว่าหลังสอบเสร็จจะช่วยตามหาพ่อแม่ให้หลานคุณยายจริงๆแล้ว” ยื้อไปก็คงเท่านั้น มีแต่จะรู้สึกผิดบาปต่ออีกฝ่ายซะเปล่าๆ ถ้าแบคฮยอนได้เจอพ่อแม่ความสดใสน่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก ยอมรับว่าเขามีความกลัวเล็กๆเรื่องที่คิดเผื่อไปเองว่าอีกฝ่ายอาจจะย้ายไปอยู่ไกลๆกับครอบครัวได้ถ้าหากว่าได้เจอกันขึ้นมา แต่ชานยอลคิดว่าพอถึงเวลานั้นทุกอย่างมันคงมีทางออกของมันเอง ในทางกลับกันอาจจะไม่มีเรื่องอย่างนั้นเกิดขึ้นเลยก็ได้

 

 

“ไม่คิดจะกอบโกยกำไรต่อแล้วหรอวะ”

 

 

“พอเถอะ”

 

 

“โรคใจอ่อนไม่เคยหายไปจากคุณชายปาร์คชานยอลเลยสิน่า..” คนถูกแซวกลอกตามองเพื่อนด้วยสายตาไม่เป็นมิตร คิมจงอินไหวไหล่พลางยกมือขึ้นยอมแพ้

 

 

“โอเค อยากทำอะไรก็แล้วแต่นายเลย”

 

 

เราจะกลับกันยังชานยอล คนตัวเล็กเดินเข้ามาถามพร้อมเงาตามตัวอย่างปาร์คเซฮุน “ผมมีซ้อมวิ่งตอนเย็น แต่ตอนนี้ยังพอมีเวลาเหลือเลยจะไปส่งเซฮุนกินข้าวก่อน”

 

 

“รถเสียพี่ก็กลับกับพี่จงอินเลยแล้วกันเดี๋ยวพวกผมหาทางไปกันเอง จะไปหาไรกินก่อน”

 

 

“จงอินนายก็หิวด้วยไม่ใช่หรอ” ปาร์คชานยอลส่งมากะทันหันโดยไม่ให้เพื่อนได้ทันตั้งตัว แต่เป็นโชคดีที่ชายหนุ่มมีเพื่อนที่มีทักษะด้านความไหลลื่นตามน้ำเก่ง พอโยนให้หน้าด้านๆแบบนั้นคิมจงอินก็ช่วยพยักหน้ารับอย่างหน้าด้านๆเช่นกัน แม้ว่าก่อนหน้านี้จะบอกกับปาร์คเซฮุนไว้อีกอย่างก็เถอะ

 

 

“ไหนเมื่อกี้ตอนออกบ้านพี่บอกไม่หิวไง”

 

 

“เห็นหน้าร้านไก่ทอดแล้วฉันรู้สึกว่าตัวเองหิวขึ้นมา”

 

 

“แต่ผมไม่ได้อยากกินไก่นะ”

 

 

“ไอ้จงอินมันกินอะไรก็ได้นายก็รู้ปาร์คเซฮุน”

 

 

ด้านกว่าคิมจงอินก็ปาร์คชานยอลแล้วล่ะครับ จงอินกำลังนึกอยู่ว่าตัวเองกินอะไรก็ได้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะเท่าที่จำได้มันมีอาหารหลายอย่างจะตายที่ตนไม่กิน ซึ่งเซฮุนมันก็ไม่ได้ซื่อหรือโง่จนไม่รู้ในเมื่อสนิทกันมาแต่ไหนแต่ไรขนาดนี้แล้ว แต่เอาเถอะ จะให้คะแนนความพยายามด้วยการช่วยมันหน่อยก็แล้วกัน

 

 

“ฉันรู้ว่านายอยากกินอาหารจีนร้านนั้นเด็กเผือก” คนถูกรู้ทันพ่นลมหายใจใส่ทั้งเพื่อนพี่ชายและพี่ชาย “ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครรีบไปไหนเอาเป็นว่าไปด้วยกันหมดนี่เลยแล้วกัน ใครที่กินแล้วจะกินอีกหรือจะไม่กินก็แล้วแต่ เพราะยังไงคนที่จ่ายก็ไอ้ชานยอลอยู่ดี”

 

 

คิมจงอินถูกปาร์คคนพี่มองหน้าเหมือนอยากจะลงไม้ลงมือใส่ ขณะที่ปาร์คคนน้องมองด้วยสายตาขัดใจ หมายหัวโทษฐานที่เป็นกบฏ เมื่อคืนยังดวลเบียร์ถูกคอกันอยู่แท้ๆ มาวันนี้เฉดหัวเขาทิ้งง่ายๆแบบนี้ใจร้ายที่สุดปาร์คชานยอลก็อีกคนถึงจะเป็นพี่แต่ทำแบบนี้เซฮุนจะไม่เกรงใจแล้วนะ ออกนอกหน้าเกินไปแล้ว

 

 


“พวกนายจอดรถไว้ที่ไหนล่ะ”

 

 

“ทางโน้น”

 

 

“แบคฮยอนเดี๋ยวเรานั่งข้างหลังด้วยกันเนาะ”

 

 

“อ่ออื้อ ได้สิ มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว” ยิ้มตอบจนตาหยี ก่อนจะถูกเพื่อนตัวสูงโอบไหล่พาเดินไปด้วยกัน ปล่อยให้อีกสองหนุ่มรุ่นพี่เดินตามหลัง

 

 

“ปาร์คเซฮุน”

 

 

“อะไร”

 

 

“ฉันเรียกก็ให้หันมา” เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจเซ็งๆแล้วหันมาตามที่พี่ชายเรียก “เมื่อคืนดื่มไปเท่าไหร่” คำถามของพี่ชายทำน้องชายชะงักฝีเท้าก่อนที่จะถึงรถยุโรปของคิมจงอิน

 

 

“ไหนบอกจะไม่ยุ่งเรื่องดื่มของผมไง”

 

 

“ก็ยังไม่ได้ว่าอะไร”

 

 

“แล้วถามทำไม” เด็กหนุ่มทำหน้าระแวง ยืนนิ่งให้พี่ชายเข้ามาดมตัว

 

 

“กลิ่นเหล้ายังติดตัวหึ่งแบบนี้ไปนั่งข้างหน้ากับคิมจงอิน”

 

 

“มันเกี่ยวอะไรกันเนี่ย!

 

 

“ดื่มด้วยกันก็ไปนั่งด้วยกัน คนอื่นเค้าเหม็น” คนถูกพาดพิงชื่อเมื่อกี้อยากจะตบมือดังๆให้กับความสามารถในการหาเหตุผลมากำจัดคู่แข่งของเพื่อน สงสารก็แต่คนเป็นน้องเล็ก ยืนเบะปากเหมือนจะชักดิ้นชักงอให้ได้ เห็นแล้วมันช่างน่าไว้อาลัยให้

 

 

    “เอาน่า” จงอินเดินเข้าไปตบบ่าเด็กหนุ่มทว่ามันฟึดฟัดสะบัดออก

 

 

            “แต่ผมอยากนั่งข้างหลัง!

 

 

            “ไปนั่งหน้า”

 

 

            “นั่งหน้าใกล้แอร์ก็ยิ่งเหม็นไปถึงคนข้างหลังสิให้ผมนั่งหลังน่ะถูกแล้ว”

 

 

            “ให้เซฮุนนั่งหลังกับผมก็ได้ชานยอล ผมไม่เหม็นมากหรอก”

 

 

            “เห็นมั้ย”

 

 

             “แต่ฉันเหม็นไอ้จงอิน ฉันไม่อยากนั่งกับมัน”

 

 

            “ผมก็ไม่อยากนั่งกับพี่จงอินเหมือนกันผมจะนั่งกับแบคฮยอน!

 

 

            “ไปนั่งข้างหน้า พี่ไปนั่งหน้าเลย” สองพี่น้องพร้อมใจประสานเสียงบอกกันและกัน คนตัวเล็กได้แต่เกาหัวแกร่กๆอย่างไม่เข้าใจพลางสบตากับคิมจงอินผู้ถูกผลักไส

 

 

            “พอทั้งพี่ทั้งน้อง เถียงกันอยู่แบบนี้คงไม่ได้ไปไหนกันพอดี”

 

 

            “อย่ายุ่ง อย่ายุ่ง!

 

 

            “เซฮุนกับชานยอลทำไมงอแงกันเหมือนเด็ก”

 

 

            “…/…

 

 

            เอออออ ใช่ซิ๊แบคฮยอนไม่ใช่ไอ้คิมจงอินนี่พวกมันถึงจะได้หยุดแต่โดยดี คนผิวสีแทนนึกน้อยใจเล่นๆขำๆก่อนจะล้วงเอากุญแจรีโมทขึ้นมากดปลดล็อครถ ว่าจะเข้าไปนั่งตากแอร์รอพวกมันเถียงกันให้จบทว่าช้ากว่าไอ้สองพี่น้องหุ่นเสาไฟฟ้า พวกมันต่างคนต่างแย่งกันเข้าไปนั่งเบาะหลังกันคนละฝั่งประตู

 

 

“ฮ่ะๆๆ ชานยอลกับเซฮุนตลกอะ” จงอินหัวเราะตามแบคฮยอน ไอ้คนน้องน่ะยังพอรับได้ แต่คนพี่จงอินสุดจะทนจริงๆ คบกันมาจนพากันโตเป็นหนุ่มเพิ่งเคยเห็นมันทำตัวเป็นเด็กๆเอาก็วันนี้ ไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะทำ

 

 

            “เดี๋ยวแบคฮยอนไปนั่งเบาะหน้ากับพี่ ปล่อยพวกมันนั่งข้างหลังไปอยากแย่งกันดีนัก” คนตัวเล็กหัวเราะคิกคักแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งเบาะหน้า ตามด้วยเจ้าของรถที่แค่เข้ามานั่งก็ได้ยินแต่เสียงพวกมันเถียงกันไม่จบไม่สิ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเสียงไอ้เด็กตัวเผือกทั้งนั้น

 

 

“ทำไมผมต้องมานั่งกับพี่ด้วยวะ”

 

 

“อาศัยรถคนอื่นแล้วยังเรื่องมากอีกนะปาร์คเซฮุน”

 

 

โถ..พ่อคนมีมารยาท ตัวเองก็พอกันกับน้องไม่ใช่หรือไง จงอินหัวเราะแล้วหันไปยิ้มให้คนเสน่ห์แรงซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้เข้าใจในสถานการณ์อะไรกับเขาเลย เอาแต่นั่งยิ้มฟังคนเค้าเถียงกันเหมือนกำลังฟังเรื่องตลก

 

 

“ไม่ได้เหม็นมากซักหน่อยเนาะแบคฮยอนเนาะ” เด็กหนุ่มยื่นตัวแทรกเข้าไปตรงกลางระหว่างเบาะคนข้างหน้าเพื่อคุยกับเพื่อนตัวเล็กใกล้ๆ “หรือว่าเราเหม็นจริงๆ”

 

 

“ถ้าใกล้แบบนี้ก็ได้กลิ่นชัดอยู่นะ”

 

 

“จริงหรอ” เนียนยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีก “เมื่อคืนเราดื่มกับพี่จงอินไปไม่เท่าไหร่เอง”

 

 

“กลับบ้านมากี่โมง”

 

 

“นั่นสิ เรากลับกันกี่โมงนะพี่”

 

 

“ใครจะไปจำได้”

 

 

“พี่จงอินจำไม่ได้เราก็จำไม่ได้เหมือนกัน ฮ่าๆ”

 

 

“แสดงว่าต้องดื่มเยอะแน่ๆ”

 

 

“ไม่เย๊อะ”

 

 

“เสียงสูง”

 

 

“รู้งี้พาแบคฮยอนไปด้วยก็ดี” ถึงจะเข็ดที่พาไปเข้าผับด้วยกันคราวที่แล้วแต่ถ้าแบคฮยอนไปด้วยยังไงก็ต้องสนุกขึ้น เพื่อนตัวเล็กต้องตื่นเต้นและคงถูกใจการแข่งรถเท่ๆแน่ ดวงตาใสๆคู่นี้คงเปล่งประกายยิ่งกว่าดาวบนท้องฟ้าเมื่อคืน

 

 

“เสียดายที่พี่จงอินได้บัตรมาแค่สองใบ เอาไว้คราวหน้าเนาะ เราจะพาแบคฮยอนไปด้วย”

 

 

“ฮ่า วันนี้อาจารย์สั่งงานด้วยล่ะ เราจดมาเผื่อแล้ว”

 

 

“หรอ งั้นคืนนี้เอาเข้ามาทำที่ห้องนอนเราดีไหม”

 

 

“อื้อ”

 

 

“จะได้เสร็จวะ..

 

 

ไอ้จงอินระวัง!

 

 

 

 

เอี๊ยดดดดด

 

 

 

 

คิมจงอินเหยียบเบรกกะทันหันเพราะเสียงร้องบอกของเพื่อน ดีที่ขับมาด้วยความเร็วที่ยังไม่มากเลยเบรกได้ทันสบายๆแบบไม่มีใครต้องได้รับอันตราย เว้นแต่ปาร์คเซฮุนที่ตัวพุ่งไปด้านหน้าเหมือนได้ย้ายที่นั่งใหม่  ซ้ำยังหน้าทิ่มเข้ากับคอนโซลรถดัง ปั่ก! เจ็บตัวอยู่คนเดียวเพราะเอาแต่ยื่นตัวออกไป

 

 

“อะไรวะ” คนขับพยายามมองออกไปนอกกระจกเพื่อหาต้นตอที่เป็นเหตุให้เพื่อนต้องเสียงดังบอกจนพากันตกใจทั้งคันรถ แต่ไม่ว่าจะมองหาเท่าไหร่ก็ไม่พบอะไรเลยนอกจากถนนโล่งๆ

 

 

“ไม่เห็นจะมีอะไร” ทั้งหมดหันไปมองคนตัวสูงด้วยสายตาตั้งคำถาม โดยเฉพาะปาร์คเซฮุนผู้เป็นหนึ่งเดียวที่ได้เจ็บตัว “นายเห็นอะไรไอ้คุณชาย”

 

 

“นั่นสิ!

 

 

“ชานยอลเห็นอะไรงั้นหรอ”

 

 

“ฉันว่าตัวเองก็มองทางตลอดไม่เห็นว่ามันจะมีอะไร”

 

 

“นั่นสินะ”

 

 

“นั่นสินะนั่นสินะอะไรของพี่!

 

 

“ก็คงไม่มีอะไรจริงๆ” แสร้งทำเป็นยืดคอมองไปที่กระจกรถด้านหน้าไปอย่างนั้นทั้งที่รู้ดีแก่ใจอยู่แล้วว่ามันไม่ได้มีอะไรมาตั้งแต่แรก

 

 

“เมื่อกี้ฉันคงตาฝาดไปเอง  โทษที” ประโยคท้ายสุดจงใจหันไปพูดใส่น้องชายพลางกระตุกคิ้วให้เด็กหนุ่มข้างหนึ่งแล้วค่อยหันออกไปมองนอกรถฝั่งของตัวเองอย่างอารมณ์ดี กอดอกไขว่ห้างสบายใจไม่มีทุกข์ร้อน ไม่มีสนใจเลยว่าน้องจะเจ็บแค้นมากแค่ไหนกับเรื่องที่ตัวเองสร้างขึ้นมาหลอกให้เจ็บตัวฟรี

 

 

 

 

อยากทำให้ปาร์คชานยอลหงุดหงิดเอง ช่วยไม่ได้

 

 

 

 

คิมจงอินสบตาเพื่อนผ่านกระจกมองหลังด้วยสายตาประมาณว่า เอางี้เลยหรอวะเพื่อน ซึ่งมันก็ยักไหล่ตอบกลับมา ให้ตายซี่..เรื่องเล่นแรงกับน้องมันยังคงเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ ในส่วนของปาร์คเซฮุนถ้าสามารถตะโกนให้ลั่นรถระบายความในใจได้เด็กหนุ่มคงทำไปนานแล้ว! อยากแหกปากทวงความยุติธรรมให้กับตัวเองแบบที่ให้แก้วหูไอ้พี่ชายจอมร้ายกาจได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆไปเลย!

 

 

 

“เซฮุนเจ็บมากมั้ย หน้าผากแดงเลย”

 

 

“พี่ชานยอลแกล้งเรา”

 

 

“ไม่หรอกมั้ง ชานยอลบอกว่าชานยอลตาฝาด” เซฮุนเบะปากให้ความซื่อของแบคฮยอน “เอาหน้ามานี่เร็ว” ถึงจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรแต่เด็กหนุ่มก็เต็มใจจะยื่นหน้าเข้าไปให้ใกล้ๆ ลมเบาๆถูกเป่าออกจากปากเล็กๆมากระทบที่หน้าผากของเซฮุน เด็กหนุ่มมองเพื่อนด้วยความรู้สึกประทับใจระคนเอ็นดู อยากดึงแก้มนิ่มทั้งสองข้างให้ยืดติดมือเล่นจนสาแก่ใจแต่กลัวทำแล้วจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บจึงได้แค่คิดในใจขำๆเพียงเท่านั้น

 

 

“เวลาเราหัวโนกลับบ้านพ่อเฒ่าชอบทำแบบนี้ให้เรา มันไม่หายหรอก แต่มันจะรู้สึกดีขึ้น ใช่มั้ยล่ะ” 

 

 

“ดีสุดๆเลย” เด็กหนุ่มหันไปยักคิ้วท้าทายอำนาจมืดใส่คนบางคนราวกับได้พลิกเกมส์กลับมาเป็นฝ่ายชนะ ถึงพี่ชายจะทำเป็นเงียบเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรแต่เซฮุนไม่หลงกลง่ายๆ เด็กหนุ่มยิ่งยื่นหน้าเข้าไปอ้อนคนตัวเล็กเพิ่มอีก เอาให้มีคนอกแตกตายอยู่ตรงนี้ไปเลย อยากแกล้งเขาก่อนดีนัก!

 

 

“แบคฮยอนเป่าอีก เราจะเอาแบบเมื่อกี้อีก”

 

 

“โลภอีกแล้ว”

 

 

“แบคฮยอนนนนนนนน”

 

 

“โอเคๆ เราจะเป่าให้จนกว่าจะหมดลมเลยเอ้า”

 

 

“ร้ากกกกกกกกกกกกกก”

 

 

 

 


 

#ficmysscb

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 437 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5086 JinPuyja (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 08:44
    รักงุนนนนนน

    อิพี่ขี้แกล้ง
    #5,086
    0
  2. #5054 kuntajira38 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 14:31
    อิพี่ก็คือตัวแสบบบบบบบ
    #5,054
    0
  3. #5046 Isabellbest (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 12:44
    สงสารเค้านะคะ สองพี่น้องหรอ ป่าวค่ะ คิมจงอิน เค้าต้องตบมุกให้ทันตลอดเลย55555
    #5,046
    0
  4. #5026 YOLO'H (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 23:47
    เซฮุนโว้ยยยย5555
    #5,026
    0
  5. #4962 IPINOCKIO (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 19:25
    ตลกอ่ะ สับตูหัวใจตีกันตลอดเวล่ำเวลาเลยอ่ะ เราทีมแบคฮยอนนะ แบคเลือกใครก็คนนั้นแหละ5555555555
    #4,962
    0
  6. #4911 faaah92 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 10:46
    แงงงง555555
    #4,911
    0
  7. #4885 Tungmma (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 17:31
    วงวารเซฮุนหน้ากระแทกคอนโซลรถ5555555
    #4,885
    0
  8. #4871 Darkmate (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 20:42
    เซฮุนจะรู้มั้ยว่าแบคฮยอนโดนชานยอลจูบไปแล้ว5555555555
    #4,871
    0
  9. #4837 Bbyun (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 00:56

    Sehun win!

    #4,837
    0
  10. #4766 YJLn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 10:05
    ไม่มีใครยอมใครจริงๆ5555555
    #4,766
    0
  11. #4742 KAMSNW (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 17:43
    สมกันเป็นพี่น้องกัน ร้ายด้วยกันทั้งคู่ แบคก็เนื้อหอมเกิ๊นนน 555555
    #4,742
    0
  12. #4722 Aonma1997 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 14:54
    บางครั้งก็สงสารฮุน5555
    #4,722
    0
  13. #4701 renussoysunted (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 06:55
    นานๆทีเซฮุนจะได้บ้าง555555555555555
    #4,701
    0
  14. #4686 Eavv3 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 13:51
    พี่ก็ร้ายน้องก็ร้ายสมกันดี5555555
    #4,686
    0
  15. #4685 Eavv3 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 13:51
    พี่ก็ร้ายน้องก็ร้ายสมกันดี5555
    #4,685
    0
  16. #4658 areenachesani (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 22:34
    55555 ขำทั้งตอน
    #4,658
    0
  17. #4637 nsjcbw. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 02:14
    หมดกัน มาดคุณชายเคร่งขึมที่ตาพี่สั่งสมมานาน555555555
    #4,637
    0
  18. #4602 Aomp13 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 22:17
    ตอนนี้ตลกอ่ะ5555555555 อ่านไปขำไป
    #4,602
    0
  19. #4596 pparkminhoo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 15:36
    พี่ชานเอางี้เลยอ่อ5555
    #4,596
    0
  20. #4524 geejajaa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 16:18
    เปิดศึกสายเลือดแล้ววว
    แบคฮยอนนี่ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
    #4,524
    0
  21. #4497 taekookisreal (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 16:06
    ลั่นแบค 'โลภอีกแล้ว' โว้ยย55555555555
    #4,497
    0
  22. #4432 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 15:14
    พี่ชานโครตร้ายยย
    #4,432
    0
  23. #4378 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 11:48
    ชานยอลร้ายกาจกะน้องก็ไม่เว้น 
    #4,378
    0
  24. #4346 zuthita (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:39
    น่ารักว๊อยยยย <3
    #4,346
    0
  25. #4295 izfxrn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 23:33
    ทัมมัยเลาง์อยากให้แบตสมหวังทั้งพรี่และณร๊องงง อิชั้นมันคนโลภเองเธออออ
    #4,295
    0