You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 17 : Shining XVI :: disappointed

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 321 ครั้ง
    12 เม.ย. 59




Shining XVI.





 

 




 

 

 

“เขตก่อสร้างรีสอร์ท”

 

 

เซฮุนอ่านป้ายที่ติดบอกไว้ด้านหน้าก่อนจะพยายามมองลอดช่องว่างของรั้วสังกะสีที่ล้อมเขตพื้นที่กำลังก่อสร้างไว้ เศษซากจากการรื้อถอนกองซ้อนทับกันสะเปะสะปะจนคนที่เพิ่งเคยมาครั้งแรกอย่างเด็กหนุ่มนึกภาพไม่ออกเลยว่าก่อนหน้านี้พื้นที่ตรงนี้มันเคยมีลักษณะเป็นเช่นไรมาก่อน 

 

 

ตรงกันข้ามกับคนที่เติบโตมาจากสถานที่แห่งนี้ แม้ตอนนี้จะไม่มีอะไรเหลือแล้วแต่แบคฮยอนยังสามารถจดจำทุกอย่างได้แม่นยำราวกับมันยังคงอยู่ ผู้คนกลุ่มแรกที่ได้รู้จัก บ้านทุกหลังที่เคยผ่าน ต้นไม้ที่เคยขึ้นไปซ่อนพ่อเฒ่ามันไม่มีอีกแล้ว ไม่เหลืออะไรไว้ให้แบคฮยอนดูต่างหน้าเลยนอกจากซากสิ่งก่อสร้างบ้าๆพวกนี้ ซึ่งอีกไม่นานมันคงถูกแทนที่ด้วยโครงการรีสอร์ทอันสวยหรูของใครซักคน

 

 

ตุ่บ!

 

 

คนตัวเล็กทรุดเข่าลงกับพื้นดิน นัยน์ตาสั่นระริกขณะทอดมองเศษซากของความทรงจำด้วยหัวใจที่กำลังถูกบีบแน่น น้ำตาไหลลงมาอาบสองแก้มน้อยโดยผู้เป็นเจ้าของไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะเช็ดมันออก

 

 

 


เจ็บไปหมด สมองหนักอึ้งไปหมด

 

 


 


“แบคฮยอน

 

 

เด็กหนุ่มตกใจเมื่อก้มลงมองแล้วพบว่าเพื่อนกำลังนั่งน้ำตานองหน้า ไหล่เล็กเริ่มสั่นแรงขึ้นเรื่อยๆพาให้ใจเสียทำตัวไม่ถูก ตั้งแต่รู้จักกันมาเซฮุนไม่เคยเห็นน้ำตาแม้แต่หยดเดียวของแบคฮยอน ไม่เคยนึกด้วยซ้ำว่าคนที่เต็มไปด้วยความสดใสทั้งยังพาให้โลกของใครหลายๆคนสว่างไปด้วยจะต้องมาเจอกับเรื่องทำร้ายจิตใจแบบนี้

 

 

เพื่อนตัวสูงย่อตัวลงนั่งยองๆพร้อมกับดึงเพื่อนตัวเล็กเข้ามากอดปลอบ เวลานี้มันยากที่จะปลอบประโลมให้อีกฝ่ายกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ในทันที แต่เซฮุนก็ยังอยากพูด อยากทำอะไรซักอย่างเพื่อให้เพื่อนได้รู้สึกดีขึ้น

 

 

“ไม่ต้องเก็บมันไว้ อยากร้องก็ร้องให้หมดตอนนี้แล้วแบคฮยอนต้องไม่ร้องอีกนะ แบคฮยอนของเราเหมาะกับรอยยิ้มที่สุดแล้วรู้มั้ย”

 

 

“ไม่มีแล้...ฮึกไม่มีอะไรเหลือแล้วเซฮุน”

 

 

….

 

 

“ฮึกๆ บ้าน

 

 

“ไม่เป็นไรแบคฮยอน”

 

 

“บ้านต้นไม้ที่เคยสัญญาจะพาเซฮุนมาก็หายไปแล้วฮืออ

 

 

.....

 

 

“เราเจ็บ เรารู้สึกเหมือนจะตายเลยเซฮุนจะทำยังไงดี..

 

 

“ไม่เอาแบบนี้สิ จะตายได้ยังไงแบคฮยอนยังมีเราทั้งคนนะ”

 

 

“ฮืออ”

 

 

“ไหน บ้านต้นไม้เคยอยู่ตรงไหนถ้าแบคฮยอนจำได้ชี้ให้เราดูตอนนี้เลยดีมั้ย เดี๋ยวเราจะลองจิตนาการเล่นๆดูว่ามันน่าจะเป็นยังไง จะน่ารักเหมือนเจ้าของหรือเปล่าน๊อ.. ฮ่ะๆ

 

 

“ฮืออออ” แบคฮยอนโผลตัวเข้าโอบกอดรอบคอเพื่อนไว้แน่นเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยว ปล่อยโฮร้องไห้ออกมาอย่างหนักพลางซุกหน้าลงไปกับหัวไหล่กว้างจนน้ำตาเหล่านั้นไหลซึมผ่านเข้าไปในเสื้อของปาร์คเซฮุน

 

 

ความรู้สึกสงสารจับใจมันกำลังกัดกินเด็กหนุ่ม เซฮุนไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย ไม่อยากเห็นแบคฮยอนต้องร้องไห้ ไม่อยากได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นปานจะขาดใจนี้อีกแล้ว

 

 

“คุณท่านผิดสัญญา”

 

 

….

 

 

“คุณท่านบอกว่าถ้าเราไปอยู่ด้วยแล้วจะไม่ไล่ที่ชาวบ้านแต่ทำไม ฮึก.. ทำไมล่ะเซฮุน

 

 

เซฮุนทำตัวไม่ถูก ไม่เคยต้องมาปลอบใครแบบนี้มาก่อน ในหัวตอนนี้มันตื้ออับจนหนทางคิดออกแค่ว่าถ้ามีพี่ชานยอลอยู่ด้วยคงดี พี่ชายของเขาคงจะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้ดีกว่า พี่ชายคนนั้นต้องปกป้องน้องๆได้แน่

 

 

 แต่ในเมื่อตอนนี้มีเพียงเขาและแบคฮยอนสองคนสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคงเป็นการกอดอีกฝ่ายไว้แน่นๆ อาจไม่ได้มีคำแนะนำดีๆให้แต่ก็ยินดีจะรับฟังทุกปัญหา อยากให้พาไปไหน อยากให้ทำอะไรเซฮุนยินดีทำให้ทุกเรื่องขอแค่แบคฮยอนบอกมา

 

 

วิธีที่ผู้ใหญ่เค้าทำกันเซฮุนไม่ถนัดหรอก แต่ถ้าให้ช่วยในแบบของตัวเองแล้วล่ะก็รับรองเลยว่าเขาจะทุ่มมันให้สุดความสามารถเลย

 

 

“อะไรที่มันเรียกกลับคืนมาไม่ได้ก็ปล่อยมันไปเถอะเนอะ ช่างมันเถอะแบคฮยอน”

 

 

“พวกเค้าจะอยู่ยังไง จะย้ายไปอยู่ที่ไหนกันมีแต่เด็กแต่คนแก่ทั้งนั้นเซฮุน พวกเราไม่ได้มีเงินทองมากพอจะหาบ้านดีๆซักหลังให้ตัวเองได้แล้ว”

 

 

“โชคชะตาของใครก็ของคนนั้นละมั้ง”

 

 

“ฮึก.. คุณท่านใจร้าย”

 

 

“อย่าเพิ่งคิดแบบนี้สิ บางทีอาจจะมีอะไรมากกว่านั้นก็ได้ เราควรจะกลับไปถามเอาความจริงจากคุณยายก่อนจะตัดสินว่าท่านใจร้ายนะ”

 

 

“เราคงไม่กลับไปที่นั่นอีกแล้ว”

 

 

“แบคฮยอน”

 

 

“เรากลับไปอยู่อย่างสุขสบายขณะที่คนอื่นๆต้องระหกระเหินกันไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ไม่ได้หรอก เราไม่ใช่คนที่ดีอะไรนักแต่เราก็ละอายใจเป็น

 

 

“แต่มันไม่ใช่ความผิดของแบคฮยอนเลยนะ”

 

 

“จะใช่หรือไม่ใช่เราก็ไม่อยากกลับไปอีกแล้ว”

 

 

“แล้วจะไปอยู่ไหน”

 

 

….

 

 

“ขอร้องล่ะแบคฮยอน”

 

 

….

 

 

“ถ้ายังไม่อยากกลับงั้นไปอยู่บ้านเราก่อน”

 

 

คนตัวเล็กส่ายหน้า

 

 

“ทำไมล่ะ”

 

 

“จะบ้านใครก็เหมือนกันเราไม่อยากเป็นภาระ เราจะไปตามหาพ่อเฒ่ากับแม่ครู เราจะย้ายไปอยู่กับพวกท่านและจะไม่กลับมาอีก”

 

 

“แบคฮยอน”

 

 

“ให้เราไปเถอะ เราไม่เหมาะที่จะอยู่แบบนั้น ไม่เหมาะมาตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ

 

 



 

 

 

 

 



มาเซราติ แกรนคาบริโอ สปอร์ท คันสีขาวถูกขับเคลื่อนอยู่บนทางถนนสายหลัก จุดหมายปลายทางคือคอนโดมิเนียมของผู้เป็นเจ้าของรถ ปาร์คเซฮุน

 

 

ระหว่างทางเด็กหนุ่มคอยหันไปสังเกตพฤติกรรมเพื่อนที่นั่งมาด้วยกันข้างๆอยู่เป็นระยะ ก่อนหน้านี้กว่าจะกล่อมให้อีกฝ่ายยอมขึ้นรถมาด้วยและไปค้างที่คอนโดฯดูซักคืนได้เล่นเอาเหงื่อตก

 

 

ทั้งๆที่พระอาทิตย์ตกดินแล้วแต่แบคฮยอนยังเอาแต่ดื้อนั่งเฝ้าซากชุมชนไม่ยอมไปไหน กระทั่งเห็นเซฮุนยืนๆนั่งๆตบยุงด้วยความทรมานนั่นแหละมั้งถึงได้ยอมใจอ่อน ทว่ายื่นคำขาดว่าจะขอรบกวนอาศัยที่นอนแค่คืนนี้เพียงคืนเดียวแล้วจะไปในวันพรุ่งนี้ ซึ่งตอนนั้นเด็กหนุ่มยอมรับปากไปก่อนเพราะกลัวเพื่อนจะหนีหายไปตั้งแต่คืนนี้ถ้าหากว่าตนขัดใจ

 

 

แบคฮยอนเอาแต่หันมองออกไปนอกกระจกรถด้านข้างเงียบๆ ซึมทื่อเหมือนไม่มีวิญญาณอยู่ในร่าง เซฮุนชวนคุยหรือปล่อยมุขอะไรไปก็ไม่รับส่งอย่างทุกที และตอนนี้ก็หลับไปเป็นที่เรียบร้อย เด็กหนุ่มเลยต้องขับรถเงียบๆคนเดียวเกือบสามชั่วโมงไปจนถึงที่พัก  



 



 



ดูเหมือนแบคฮยอนจะไข้ขึ้น ตัวรุมๆยิ่งกว่าเก่าเซฮุนจึงจัดการโทรสั่งอาหารจากรูมเซอร์วิสพร้อมกับหายาลดไข้ที่พอจะมีติดห้องมาให้ทาน จากนั้นค่อยปล่อยให้เพื่อนได้มีเวลานอนหลับพักผ่อนแบบส่วนตัวโดยไม่คิดจะกวนอีก 




แต่เลือกที่จะโทรไปกวนพี่ชายตัวเองแทน

 


 

ปาร์คชานยอลส่งเสียงโหดมาตั้งแต่คำแรกที่เริ่มรับสาย เซฮุนไม่รู้ว่าพี่ชายกำลังทำอะไรอยู่ ไม่สนด้วยว่าจะยุ่งหรือต้องการจะพักผ่อนยังไง เวลานี้น้องชายร่วมสายเลือดอย่างเขาต้องการความช่วยเหลือมากถึงมากที่สุดเพราะฉะนั้นพี่ชายต้องมาที่นี่ ตอนนี้ และเวลานี้ด้วย

 

 

เซฮุนใช้วิธีส่งเสียงร้อนรน รบเร้า งอแงก่อนจะกดตัดสายทิ้งหน้าด้านๆ รู้ว่าต้องโดนด่าพอๆกับที่รู้ว่าสุดท้ายแล้วอีกฝ่ายต้องยอมออกจากบ้านมาหาแน่เพราะงั้นเลยไม่หวั่นเกรงแม้ในอนาคตอันใกล้อาจมีการเจ็บตัวเกิดขึ้น

 

 

นั่งคิดไม่ตกรอไม่ถึงชั่วโมงเสียงออดหน้าห้องก็ดังมาให้ได้ยิน เด็กหนุ่มรีบลุกออกไปเปิดประตูให้พระผู้มาโปรดที่มีสีหน้าดุร้ายราวยมบาลเวอร์ชั่นคน

 

 

“หยุด!

 

 

รีบยกมือขึ้นห้ามคำด่าของผู้มาเยือนอย่างรู้เท่าทัน คนเป็นพี่ส่ายหน้าหน่ายใจพลางโบกหัวคนเป็นน้องหนึ่งทีเน้นๆก่อนจะเดินเข้ามาด้านใน “ถ้าโทรตามฉันให้ออกจากบ้านดึกดื่นเพราะเรื่องไร้สาระล่ะก็ เตรียมเจ็บตัวได้เลย”

 

 

“ดึกอะไร ยังไม่สี่ทุ่มเลย”

 

 

“ฉันต้องการพักผ่อน”

 

 

“ปกติเห็นเข้าบ้านดึกกว่านี้อีก”

 

 

“พอ มีอะไรจะพูดก็รีบๆพูดมาฉันจะได้กลับไปพัก” วันนี้เรียนเหนื่อยๆมาทั้งวันแถมยังต้องกลับมาปั่นงานส่งอาจารย์ต่อ เพิ่งทำเสร็จไม่ถึงสิบนาที ตั้งใจจะเอนหลังพักสายตาสักหน่อยก็ต้องมาปวดหัวเพราะพลั้งมือไปกดรับสายของน้องชายจอมไร้สาระเข้านี่แหละ นอกจากจะพูดไม่รู้เรื่องแล้วยังออกคำสั่งให้มาหาที่นี่อีก คอยดูเถอะ ถ้าเรื่องสำคัญที่มันว่าไม่สำคัญจริงๆล่ะก็จะแพ่นกบาลให้คอเคล็ดเลยคอยดู

 

 

“แบคฮยอนอยู่ที่นี่”

 

 

ชานยอลชะงักเท้า ก่อนจะก้าวเดินต่อเพื่อไปนั่งลงบนโซฟา ในใจเริ่มเกิดความสนใจกับเรื่องของน้องชายขึ้นมานิดหน่อยแต่ยังแสร้งทำเป็นเฉยๆอยู่

 

 

“ไหนล่ะ ไม่เห็นออกมาวุ่นวายเหมือนทุกที”

 

 

“ไม่มีแล้ว”

 

 

“อะไรไม่มี”

 

 

“แบคฮยอนคนที่แสนสดใสของผมไง ตอนนี้นอนไข้ขึ้นหลับอยู่ในห้อง”

 

 

….

 

 

“ฮือออ! แบคฮยอน วันนี้แบคฮยอนร้องไห้จนใจผมปวดไปหมด” น้องชายกระแทกตัวนั่งลงข้างๆพี่ชาย “จะทำยังไงดี แบคฮยอนบอกว่าจะไปแล้วและจะไม่กลับมาที่นี่อีก”

 

 

“ฉันไม่เข้าใจ”

 

 

“แบคฮยอนโกรธเรื่องที่คุณยายไล่ที่คนในชุมชน”

 

 

“ไล่ที่? ที่ชุมชนที่เด็กนั่นเคยอยู่น่ะหรอ”

 

 

“ใช่ ผมไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นมายังไงแต่วันนี้ผมไปที่นั่นกับแบคฮยอนมา ไม่มีใครอยู่แล้ว ที่ดินชุมชนกำลังจะถูกสร้างเป็นรีสอร์ท”

 

 

“ที่ดินผืนนั้นเป็นของคุณยายหรอ”

 

 

“ผมก็เพิ่งรู้”

 

 

สองพี่น้องสบตากัน ต่างคนต่างขมวดคิ้วข้องใจด้วยสีหน้าเครียดๆ คนน้องเริ่มเล่าเรื่องที่ตัวเองรู้มาทั้งหมดให้คนพี่ฟัง ไม่บ่อยนักที่ทั้งคู่จะได้มีโอกาสพูดคุยปรึกษากันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ ที่ผ่านมาพูดดีๆกันสามนาที อีกร้อยพันนาทีที่เหลือมีไว้ขัดแย้งกันทั้งนั้น

 

 

“เครียดว่ะ ผมเครียดดดดด”

 

 

ขนาดน้องชายผู้ไม่ค่อยคิดอะไรยังเครียด นับประสาอะไรกับคนคิดเยอะอย่างชานยอล หลังได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วชายหนุ่มยิ่งปวดหัวหนักกว่าเดิม คิ้วหนาขมวดยุ่งจนแทบชนกัน รำคาญเสียงคร่ำครวญพยายามหาทางออกของน้องชายตัวเองก็รำคาญ คิดหาเหตุผลมาหักล้างประติดประต่อเรื่องก็ต้องคิด

 

 

“เราจะช่วยแบคฮยอนยังไงดี”

 

 

“ช่วยหุบปากของนายก่อนนั่นแหละดีที่สุด”

 

 

“ทำไม! คนมันเป็นห่วงพี่ต้องเข้าใจจจจจ”

 

 

“ฉันก็ห่วงเหมือนกัน”

 


เซฮุนหันขวับ ความคร่ำครวญก่อนหน้านี้หายสนิทแบบไม่เหลือฝุ่น มีแต่การหรี่ตามองพี่ชายอย่างไม่ไว้วางใจ ส่วนคนเพิ่งหลุดปากพูดทำเป็นกระแอมกระไอในลำคอแล้วแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

“ฉันว่าเรื่องมันต้องมีที่มาที่ไปมากกว่าที่เรารู้”

 

 

คนเป็นน้องยังไม่เลิกจ้องหน้าพี่ คนถูกจ้องเลยต้องทำตาดุมองกลับบ้าง นั่นแหละ เด็กหนุ่มถึงจะยอมถอยทัพออกไปแต่โดยดี “ผมก็คิดว่าอย่างนั้น” 



หากใครถามเซฮุนว่ากลัวอะไรมากที่สุด เซฮุนก็จะขอตอบแบบไม่ลังเลเลยว่ากลัวปาร์คชานยอลไง จะใครได้ล่ะ..

 

 

“โทรไปถามคุณยายให้เคลียร์เลยดีมั้ย”

 

 

“โทรไปบอกบ้านตระกูลชองว่าคืนนี้แบคฮยอนค้างที่นี่ก็พอ ส่วนเรื่องนี้เอาไว้ค่อยเคลียร์ต่อพรุ่งนี้ พาเจ้าตัวไปคุยกับคุณยายให้รู้เรื่องเลยเรื่องจะได้จบ”

 

 

“แบคฮยอนจะไม่ยอมไปน่ะสิ”

 

 

“ฉันจะจัดการเอง”

 

 

“แล้วคืนนี้พี่จะค้างที่นี่ด้วยกันเลยหรือเปล่า”

 

 

“อืม ค้าง”

 

 

 

 




 

 

 

สองพี่น้องพากันตื่นนอนก่อนที่คนตัวเล็กจะตื่นเพื่อป้องกันการหนี ซึ่งก็ดูจะเป็นความคิดที่บ้าบอกันไปหน่อย เพราะตอนเช้าตรู่เดินเข้าไปดูในห้องนอนคนตัวเล็กยังหลับอุตุไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวอยู่เลย ท่าทางกำลังหลับสบายได้ที่คงเป็นผลพวงจากฤทธิ์ยาและความเหนื่อยสะสมจากการร้องไห้เมื่อวาน

 

 

นานๆทีสองพี่น้องจะได้นอนร่วมเตียงเดียวกัน คอนโดฯของเซฮุนมีสองห้องนอนใหญ่ ห้องหนึ่งเป็นห้องของเซฮุนเอง แน่นอนว่าถูกคนป่วยยึดไปแล้ว จะให้ไปนอนเบียดคงไม่ดีเวลานี้ยังไม่เหมาะ เมื่อคืนสองหนุ่มเลยต้องนอนด้วยกันอย่างไม่มีทางเลือก เป็นห้องนอนสำรองซึ่งไม่ค่อยได้ถูกใช้งานเท่าไหร่ อย่างชานยอลร้อยวันพันปีถึงจะมาเหยียบที มีเสื้อผ้าสัมภาระติดตู้น้องไว้อยู่บ้าง

 

 

แบคฮยอนตื่นเพราะถูกปลุกด้วยเสียงคนคุยกันนอกห้องและกลิ่นอาหารหอมฟุ้ง ยังปวดหัวอยู่นิดหน่อยแต่มันดีขึ้นกว่าเมื่อคืน ตอนแรกเดาว่าออกมานอกห้องจะได้เห็นเซฮุนกับคิมจงอินเสียอีก ไม่คิดว่าคนที่เพื่อนส่งเสียงคุยด้วยจะเป็นชานยอล สองพี่น้องกำลังยืนทำอาหารกันอยู่ในครัวท่าทางหยิบจับของแต่ละชิ้นดูเก้ๆกังๆกันไปหมด

 

 

“ตื่นแล้วหรอแบคฮยอน”

 

 

เซฮุนในชุดผ้ากันเปื้อนหันมาเจอเพื่อนพอดี พูดก็พูดเถอะ หน้ามึนๆ ตาบวมหน่อยๆ ผมชี้โด่ชี้เด่คนละทิศละทางกับชุดนอนหลวมโคร่งของเขาบนตัวแบคฮยอนตอนนี้ช่างน่ารักน่ามองอะไรขนาดนี้ ถึงจะดูซึมๆจนน่าใจหายแต่เพื่อนตัวเล็กก็ยังน่ารักในสายตาเซฮุนอยู่ดี

 

 

“เป็นไงบ้าง ปวดหัวเมื่อคืนดีขึ้นมั้ย”

 

 

“อืม”

 

 

“รอเดี๋ยวนะ อีกแปปเดียวข้าวต้มปลาฝีมือเราสองคนก็เสร็จแล้ว” น้ำเสียงกระตือรืนร้นแฝงไปด้วยความร่าเริงของเซฮุนไม่ได้ช่วยอะไรเลย คนตัวเล็กยังคงทำหน้าซึม ไม่ฉายแสงความสดใสเหมือนที่ผ่านๆมาอีกแล้ว

 

 

“เราไปอาบน้ำก่อนนะ เสร็จแล้วจะได้ไปเลย”

 

 

คนฟังฟังแล้วถึงกับใจแป้ว เซฮุนสะกิดหลังขอความช่วยเหลือจากพี่ชายยิกๆ “พี่ตามไปคุยกับแบคฮยอนเร็ว ข้าวต้มนี่ผมทำต่อเอง”

 

 

อะไรก็ได้แล้วตอนนี้ ถึงจะไม่ชอบให้พี่ต้องอยู่ตามลำพังกับเพื่อนสองต่อสองแต่ถ้าต้องแลกมาซึ่งการอยู่ต่อของอีกฝ่ายเซฮุนยอมได้ เขาเชื่อว่าพี่ชายของเขาต้องทำได้

 

 

ปาร์คชานยอลเดินตามเด็กดื้อเข้าไปในห้องนอน แบคฮยอนหันกลับมามองแค่เดี๋ยวเดียวแล้วก็เลิกสนใจ กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำทว่าโดนร่างสูงๆเข้ามาขวางทางไว้ก่อน

 

 

“ถอยไปหน่อยผมจะเข้าห้องน้ำ”

 

 

“นายควรไปคุยกับคุณยายให้รู้เรื่อง”

 

 

“ถ้าเซฮุนเล่าให้ชานยอลฟังหมดแล้วชานยอลก็น่าจะรู้ว่าผมจะไม่กลับไปที่นั่นอีก”

 

 

“นายไม่อยากกลับไปถามให้เข้าใจหรือไง”

 

 

“ถามไปก็ไม่ได้อะไรกลับคืนมา” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูง “มันหายไปหมดแล้ว บ้านของผม คนในชุมชนของผม แม้แต่ครอบครัวของผมก็ไม่มีแล้ว พวกเค้าคงไม่ต้อนรับผมอีกแล้ว”

 

 

“อย่าคิดเอาเองสิ”

 

 

“ชานยอลไม่เป็นผมชานยอลไม่มีวันเข้าใจหรอก” คนตัวเล็กก้มหน้าลงปาดน้ำตา

 

 

“ไม่ต้องร้อง”

 

 

 “ถ้ารู้ว่าสุดท้ายคุณท่านจะยังไล่ที่กันอยู่ผมไม่มาที่นี่ด้วยหรอก อย่างน้อยตอนถูกไล่ผมจะได้ไปพร้อมกับทุกคนที่นั่น ผมไม่น่าหลงเชื่อคำสัญญาของเค้าตั้งแต่แรกเลย”

 

 

“ฉันจะพานายไปถามหาเหตุผลจากท่านเอง”

 

 

“ผมไม่ไปแล้ว”

 

 

“ไม่ไปได้ยังไง เสื้อผ้าของนายอยู่ที่นั่น ไหนจะลูกหมาที่นายเก็บมาเลี้ยงอีกล่ะ จะทิ้งมันไว้แบบนั้นหรอ”

 

 

“ฮึก..

 

 

“ตอนเอามาเลี้ยงนายก็รับปากฉันไว้เหมือนกันว่าจะรับผิดชอบชีวิตมัน จำได้อยู่หรือเปล่า” สองมือน้อยปาดน้ำตาตัวเองป้อยๆไม่หยุด คนตัวสูงได้แค่ยืนมองหัวทุยด้วยความรู้สึกสงสาร “มันคงเสียใจถ้านายทิ้งมันไป”

 

 

“ผมไม่ได้จะทิ้ง”

 

 

“ถ้างั้นก็ต้องกลับ”

 

 

“ไม่เอา”

 

 

“ดื้ออีกแล้วนะ”

 

 

….

 

 

“ก่อนจะตัดสินใครอย่างน้อยนายควรจะให้โอกาสเค้าได้อธิบายเหตุผลของตัวเองก่อนแบคฮยอน ให้โอกาสเด็กหัวขโมยนายยังให้ได้ นี่คุณท่านที่นายรักทั้งคนนายจะไม่ให้โอกาสท่านได้พูดอะไรบ้างเลยหรอ”

 

 

“ไม่ว่าจะพูดยังไงผมก็อยู่ที่นั่นต่อไปไม่ได้แล้วชานยอล”

 

 

“ไม่อยู่ที่นั่นแล้วจะไปอยู่ที่ไหน ชุมชนก็ไม่มีให้กลับ พ่อเฒ่าแม่ครูของนายตอนนี้อยู่ไหนก็ยังไม่รู้ ทางก็ไม่คุ้น เงินติดตัวตอนนี้ล่ะมีซักเท่าไหร่ แข่งวิ่งล่ะ เรื่องเรียนล่ะ จะทิ้งมันไปหมดเลยใช่มั้ย”

 

 

 ความรู้สึกมากมายประเดประดังเข้ามาพร้อมกันเกินจะรับไหว มันเจ็บปวด สับสน ผิดหวัง เสียใจ ทั้งยังรู้สึกเหมือนกำลังถูกดุด่าต่อว่าจากชานยอลตอนนี้อีก เด็กดื้อนั่งยองๆลงซบหน้าร้องไห้กับฝ่ามือตัวเองอย่างสุดจะกลั้น ทว่าไม่กี่วินาทีต่อมาข้างหน้าฝ่ามือใหญ่ก็กระชากแขนให้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับดึงตัวเข้าไปกอด

 

 

“ฮึกชานยอล...” อ้อมอกอุ่นที่เพิ่งเคยได้รับเป็นครั้งแรกทำคนตัวเล็กปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาเป็นสายอย่างไม่คิดจะเก็บมันไว้ อ้อมกอดของชานยอลมันทั้งอุ่นทั้งมั่นคงแข็งแกร่งราวกับกำลังปกป้องเขาอยู่  อีกคนกำลังทำให้แบคฮยอนรู้สึกว่าตัวเองจะปลอดภัยตราบเท่าที่ยังอยู่ในอ้อมกอดนี้

 

 

“เด็กโง่”

 

 

“ฮึก..”

 

 

“เสียงร้องไห้ของนายมันน่าเกลียดนะ ไม่เคยมีคนบอกหรอ”

 

 

“เมื่อวานผมร้องตั้งนานเซฮุนไม่เห็นจะบอกว่าน่าเกลียดเหมือนที่ชานยอลว่าผมเลย”

 

 

“ไอ้เซฮุนมันหูดับไปแล้วมากกว่ามั้ง”

 

 

“ฮื่อ ว่าผมอยู่เรื่อย” เด็กดื้อถูหน้าเช็ดน้ำตาลงไปบนเสื้อของคนตัวโต

 

 

“เช็ดได้แต่อย่าสั่งน้ำมูกเด็ดขาด ไม่งั้นเจอดีแน่” แรงสั่นของคนในอ้อมกอดไม่ได้เกิดจากการร้องไห้ เด็กดื้อกำลังหลุดขำทั้งน้ำตาอยู่ต่างหาก 



“โอ้ย..” ปากซนๆงับอกแกร่งราวกับลูกหมาคันฟัน ยิ่งได้ยินชานยอลร้องก็ยิ่งทำใหญ่เลย

 

 

“เดี๋ยวเถอะ”

 

 

“ผมจะทำยังไงดีชานยอล”

 

 

“เราช่วยทุกคนไม่ได้ตลอดหรอก”

 

 

….

 

 

“อะไรที่มันไม่ใช่ของเราซักวันเจ้าของเค้าก็ต้องมาเอากลับคืนไป ไม่ใช่ตอนนี้ก็ต้องมีซักวัน”

 

 

“แต่คุณท่านรับปากผมแล้ว”

 

 

“ฉันถึงได้อยากรู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร คุณยายไม่ใช่คนที่ทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล ถึงจะไม่ได้อะไรกลับคืนมาแต่อย่างน้อยนายก็ควรไปถามให้เข้าใจ ไม่ใช่เอาแต่คิดไปเองแบบนี้”

 

 

….

 

 

“ถ้าไม่อยากอยู่ต่อก็ไม่ต้องอยู่ แต่ไปคุยกับท่านให้รู้เรื่องก่อน”

 

 

….

 

 

“ถ้านายเชื่อฟัง ฉันจะเป็นคนช่วยตามหาพ่อเฒ่ากับแม่ครูเอง”

 

 

“จริงๆนะ” เด็กดื้อเงยหน้าขึ้นถามด้วยแววตาคาดหวัง

 

 

“อืม”

 

 

“ต้องไม่ผิดสัญญากับผมนะ”

 

 

“อืม”

 

 

….

 

 

 

 

 

“ผมเชื่อใจชานยอล”

 

 






 

 

 

 

 

“อ้าวพี่แบคฮยอน อุ๊ย.. พี่ชานยอลพี่เซฮุนก็มาด้วยเหรอคะ” สาวน้อยโบมีเดินมาจากทางหลังบ้านเจอพี่ๆกำลังเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกันพอดี น้องสาวส่งยิ้มอารมณ์ดีพลางบอกพี่ชายตัวเล็กด้วยน้ำเสียงสดใส

 

 

“คุณครูสอนมารยาทมารอตั้งแต่เช้าแล้วนะคะ ตอนนี้กำลังคุยกับคุณยายอยู่ในสวนหลังบ้าน”

 

 

“ผมจะขึ้นไปเก็บกระเป๋าก่อน” บอกสองพี่น้องก่อนจะยิ้มน้อยๆให้น้องสาวแล้วเดินผ่านตัวขึ้นบันไดบ้านไปทันที โบมีมองตามหลังอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

 

 

“พี่แบคฮยอนไม่สบายหรอคะ สีหน้าไม่ดีเลย”

 

 

ชานยอลเดินเข้าไปโยกหัวน้องสาวเบาๆ “คุณยายอยู่ที่สวนหรอ”

 

 

“ค่ะ”

 

 

“พี่วานโบมีไปตามคุณยายให้พี่ทีสิ บอกว่ามีธุระจะคุยด้วย แล้วก็รบกวนโบมีอยู่ชวนคุณครูของแบคฮยอนคุยไปก่อนนะ”

 

 

“เรื่องสำคัญมากสินะคะ”

 

 

“ค่ะ” สาวน้อยหัวเราะขำพลางพยักหน้าเข้าใจ หมุนตัวเดินกลับไปทางเดิมที่เพิ่งจากมาเพื่อไปตามคุณยายให้พี่ชาย ส่วนสองพี่น้องพากันไปนั่งรอที่ห้องรับแขกโดยมีแม่บ้านนำของว่างและน้ำตามเข้ามาให้อย่างรู้หน้าที่

 

 

รอไม่นานร่างของท่านผู้หญิงวัยอาวุโสก็เดินเข้ามาหา ทักทายกันเพียงนิดเดียวสองพี่น้องตระกูลปาร์คก็ไม่ขออ้อมค้อมให้เสียเวลา เข้าประเด็นเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมถามคำถามที่ข้องใจกันมาตั้งแต่เมื่อวานกับคุณยายผู้เป็นที่เคารพรักทันที

 

 

ท่านหญิงมีอาการตกใจระคนมึนงงกับเรื่องที่ได้ฟังอย่างชัดเจน ยังไม่ได้ว่าอะไรกันต่อคนตัวเล็กเจ้าของเรื่องก็เข้ามาพร้อมกับกระเป๋าใส่เสื้อผ้าใบเก่าติดมือมาอีกหนึ่งใบ แววตาตัดพ้อแสนเจ็บปวดฉายชัดอยู่ในดวงตาของหลานรัก คนเป็นยายเห็นแล้วรู้สึกปวดใจ

 

 

“จะไปไหนลูก อย่าไปนะ”

 

 

“คุณผิดสัญญากับผม”

 

 

“แบคฮยอน” ยายส่ายศีรษะ สะอึกกับน้ำเสียงเย็นชาของหลานตัวน้อย “ยายไม่ได้ทำ ยายรับปากเราไว้แล้วยายจะทำแบบนั้นได้ยังไง”

 

 

“แล้วรีสอร์ทนั่นคืออะไร สิ่งที่ผมเห็นเซฮุนก็เห็น คุณให้คนไปไล่ที่คนในชุมชนของผม คุณไม่รักษาสัญญาเลย!

 

 

“ยายไม่รู้เรื่อง”

 

 

“ถ้าคุณไม่รู้เรื่องแล้วใครทำ ใครเป็นคนไล่พวกเค้าไป!” ท่านหญิงจำได้ว่าตัวเองเห็นพฤติกรรมก้าวร้าวของหลานรักครั้งสุดท้ายคือตอนที่ลงไปช่วยลูกสาวคนรองเจรจากับชาวบ้านที่เข้ามายึดอาศัยที่ดินอยู่กินกันฟรีๆให้ย้ายออกเพราะมันกำลังจะถูกขายให้กับนักลงทุนรายหนึ่ง 

 

 

ท่านยังจำได้ดีว่าวันนั้นถูกเด็กคนนี้ตราหน้าว่าพวกเขาเป็นคนไม่ดี ทั้งยังทำตัวก้าวร้าวใส่ไม่จบไม่สิ้นอย่างไม่ยอมให้ใครมาเอาที่ดินไปได้ ทั้งที่ไม่ใช่ที่ของตัวเองแต่เด็กคนนี้ยังดึงดันพยายามจะยึดมันไว้ทุกวิถีทาง มันเป็นเวลากว่าหลายวันที่ต้องลงพื้นที่ตรงนั้นกับเหล่าลูกน้อง และก็ต้องพ่ายแพ้ยอมใจอ่อนให้กับเด็กคนนี้ในที่สุด

 

 

ความประทับใจในความกล้าหาญกับความรู้สึกถูกชะตาทำให้ต้องยื่นข้อเสนอขอลูกชายผู้ใหญ่บ้านหรือที่ใครๆเรียกว่าพ่อเฒ่ามาดูแลแลกกับการอยู่ต่อของทุกคนในชุมชน ถ้าคิดจะไล่ก็คงไล่เสียตั้งแต่ตอนนั้น ไม่มีทางหลอกหรือผิดสัญญากับหลานที่รักดั่งแก้วตาดวงใจเอาจนป่านนี้หรอก 

 

 

“มีเรื่องอะไรกันคะคุณแม่ เสียงเอะอะดังออกไปถึงข้างนอก”

 

 

ผู้มาใหม่ปรากฏตัวพร้อมกับลูกสาวคนสวย ว่าจะพากันออกไปทำธุระข้างนอกแต่บังเอิญได้ยินเสียงเหมือนใครทะเลาะกันเสียก่อนจึงเดินเข้ามาดู

 

 

“อ่าวชานยอล” คนถูกทักโค้งหัวแสดงความเคารพผู้ใหญ่ “ช่วงนี้หายหน้าไปไหนมาหรือจ้ะ ไม่เห็นมารับซอรินไปไหนมาไหนเลย”

 

 

“เธอใช่มั้ยชองมุนอา”

 

 

“คะ?

 

 

“เธอไล่ที่คนในชุมชนใช่ไหม”

 

 

“ชุมชน? อ่อ.. ชนบทนั่นน่ะหรือคะ” ทุกคนหันไปมองหน้าหญิงวัยสี่สิบตอนปลาย “ถ้าหมายถึงที่นั่นก็ใช่ค่ะ หญิงขายมันเอง”

 

 

ทำไมไม่บอกฉัน!” เสียงตวาดจากท่านหญิงทำทุกคนตกใจ คนถูกตะคอกหัวเราะฝืดๆไม่เข้าใจ รู้สึกเสียหน้าที่ถูกขึ้นเสียงต่อหน้าเด็กรุ่นราวคราวลูกถึงหลายคน

 

 

“เธอขายมันได้ยังไงในเมื่อรับเงินจากฉันไปแล้วชองมุนอา กลับจากต่างประเทศเธอควรจะรีบโอนมันมาให้เป็นกรรมสิทธิ์ของแม่ไม่ใช่ขายให้คนอื่น!

 

 

“คุณแม่ซื้อต่อหญิงไปก็ไม่ได้ใช้ทำอะไรอยู่ดีนอกจากเก็บไว้ให้ชาวบ้านพวกนั้นอาศัยอยู่กันฟรีๆไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร ขายให้คนเค้าเอาไปทำรีสอร์ทดีแล้วค่ะ ได้ราคาตั้งเยอะ ส่วนเรื่องเงินที่หญิงรับจากคุณแม่มาไม่ต้องห่วง หญิงจะรีบโอนคืนแบบไม่ให้ขาดเลยแม้แต่วอนเดียว”

 

 

ใจดำ!!!

 

 

เด็กดื้อพูดโพล่งขึ้นอย่างไม่รักษามารยาทอีกต่อไป

 

 

“ทำไมคุณทำกับพวกเราแบบนี้”

 

 

“เด็กที่เป็นกาฝากอย่างนายมีสิทธิ์มาขึ้นเสียงว่าให้เจ้าของบ้านแบบนี้หรอ”

 

 

“ผมไม่สงสัยเลยว่าลูกคุณได้นิสัยร้ายๆมาจากใคร”

 

 

“แบคฮยอน”

 

 

“ให้ผมพูดชานยอล ไหนๆก็จะไปแล้วขอให้ผมได้พูดในสิ่งที่อยากพูดเถอะ” คนตัวเล็กก้าวเข้าไปยืนประจันหน้าสองแม่ลูกอย่างไม่กลัว “พวกคุณมันใจร้าย ชาวบ้านที่คุณไล่เค้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปยังไงเคยคิดถึงเคยเห็นใจบ้างหรือเปล่า”

 

 

“ให้อาศัยอยู่มาฟรีๆได้ตั้งหลายปีก็บุญเท่าไหร่แล้ว จะเป็นยังไงต่อทำไมฉันต้องสนใจ มีสองมือสองขาก็หาทางรอดกันเอาเองสิ จะให้พวกฉันอุ้มชูรับมาเลี้ยงดูอย่างที่คุณแม่ทำกับนายทุกคนน่ะฝันไปเถอะ”

 

 

“เราไม่ได้ต้องการให้ใครมาเลี้ยงดู ขอแค่มีที่ให้เราได้..

 

 

“มันเป็นสิทธิ์ของฉัน! ฉันจะขายหรือจะทำอะไรกับมันก็ย่อมได้ทั้งนั้น ที่ส้มหล่นได้เข้ามาอยู่อย่างสุขสบายจนถึงทุกวันนี้นายควรจะสำนึกบุญคุณและเจียมตัวเอาไว้มากกว่ามาเรียกร้องจะเอานั่นเอานี่แบบนี้นะ คนอาศัยก็คือคนอาศัย ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆของใครในบ้านหลังนี้ถึงจะได้มีสิทธิ์มาทำตัวก้าวร้าวกับใครก็ได้!

 

 

….

 

 

“ฉันจะเห็นแก่คุณแม่ จะไม่ถือสาที่นายมาว่าฉันกับลูก” หญิงวัยกลางคนก้าวเข้าไปใกล้คนตัวเล็กด้วยสายตาร้ายๆ “แต่นายต้องคุกเข่าลงขอโทษฉันตรงนี้ก่อน”

 

 

มือเรียวกำหมัดแน่นไว้ข้างๆลำตัว ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยรู้สึกโกรธใครได้เท่าผู้หญิงคนนี้มาก่อน ถ้าไม่เห็นว่าเป็นผู้หญิง ถ้าไม่เห็นว่าแก่คราวป้า และไม่เห็นว่าเป็นลูกคุณท่านล่ะก็แบคฮยอนเอาคืนเจ็บแสบแน่

 

 

ตารีเล็กมองขวางไปที่ใบหน้าหยิ่งทะนงของลูกสาวคนรองของคุณท่าน ก่อนจะขยับสายตาไปที่ชองซอริน หญิงสาวไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกมาเลยนอกจากยืนเฉยจ้องหน้าตอบ และคนสุดท้ายที่แบคฮยอนเลือกจะหยุดสายตามองคือท่านหญิงอาวุโส

 

 

“ยืนเฉยทำไมล่ะ ทำสิ คุกเข่าลงขอโทษฉันกับลูกสาวเดี๋ยวนี้”

 

 

“คนที่ทำตัวไม่น่าเคารพทำไมผมต้องขอโทษ”

 

 

“เด็กเมื่อวานซืน”

 

 

“คนที่หัวใจดำมืดไร้ความเมตตาอย่างคุณไม่คู่ควรเป็นลูกของคุณท่านเลย / เพียะ!!!

 

 

“แบคฮยอน!

 

 

คนถูกตบเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มตัวเองพลางแค่นหัวเราะใส่ผู้หญิงใจร้าย “ถือว่าแลกกับที่ผมว่าคุณไปผมจะไม่เอาคืนแล้วกัน แต่-ถ้า-คุณตบผมอีก..” มือแห้งกร้านซึ่งง้างขึ้นหมายจะตบอีก ชะงักค้างกลางอากาศ

 

 

“ถึงเป็นผู้หญิงรุ่นแก่กว่าแม่ผมก็จะต่อย”

 

 

…!

 

 

“อยากเปลี่ยนฟันปลอมใหม่ก็ลองดู”

 



 

 




 

 

 

 

 

พี่แบคฮยอนจะไปจริงๆหรอคะ อย่าไปเลยนะ

 

 

นั่นสิคะ อย่าไปเลยนะคะคุณแบคฮยอน

 

 

คุณแบคฮยอนขา

 

 

ไหนเคยบอกอยากให้พวกพี่สอนทำขนมไงคะ ถ้าคุณแบคฮยอนอยู่ต่อเราไปหาซื้อวัตถุดิบมาทำกันพรุ่งนี้เลยดีไหม

 

 

วันนี้เลยก็ได้ค่ะ น๊าๆ อย่าทิ้งพวกเราไปเลย คุณแบคฮยอนไม่อยู่เราต้องคิดถึงมากแน่ๆ

 

 

อย่าไปนะพี่แบคฮยอน

 

 

อย่าไปเลยนะค๊า…’

 

 

 

เสียงเหล่าสาวใช้และชองโบมีช่วยกันคะยั้นคะยอวิงวอนขอให้คุณหนูคนใหม่อยู่ในบ้านตระกูลชองต่อดังไปจนถึงหูของผู้ที่ยืนมองอยู่ไกลๆอย่างปาร์คชานยอล ปาร์คเซฮุน รวมถึงท่านหญิงชองพูจอง

 


ทั้งสามคนยืนดูอยู่ในที่ร่มใกล้ๆตัวบ้าน ส่วนเด็กดื้อกับกลุ่มคนรักเด็กดื้อประจำบ้านนั่งยองๆออกันอยู่หน้าบ้านลูกสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ยื้อตัวกันไว้สุดพลังจนคนตัวเล็กลุกไปไหนไม่ได้ 



แม้จะอยู่ในสถานการณ์เครียดๆแต่ภาพน่ารักๆเหล่านั้นยังสามารถทำให้คนทั้งสามยิ้มออก

 

 

“เฮ้อ.. ยายล่ะรู้สึกผิดจริงๆ”

 

 

“อย่ากังวลเลยนะครับเดี๋ยวสุขภาพจะแย่เอา”

 

 

“ยายไม่อยากปล่อยเจ้าตัวเล็กไปเลย”

 

 

“ตอนนี้เราตามใจไปก่อนเถอะครับ เอาไว้ผมจะค่อยๆช่วยพูดให้ เด็กคนนั้นโกรธใครไม่ได้นานหรอก”

 

 

“ถ้าไปอยู่กับเรายายค่อยเบาใจหน่อย ยังไงก็ฝากดูแลน้องด้วยนะลูก”

 

 

“หน้าที่นั้นผมจะรับมันไว้เองครับคุณยาย! ผมมั่นใจว่าผมสามารถดูแลแบคฮยอนให้มีความสุขได้มากกว่าพี่ชานยอล” ฟังดูทะแม่งๆคล้ายกับจะฝากฝังไว้ทั้งชีวิตยังไงยังงั้น คนเป็นยายส่ายหน้าอ่อนอกอ่อนใจกับหลานชายคนนี้พลางลูบหัวเอ็นดูไปด้วย

 

 

“ทั้งเซฮุนทั้งพี่ชานยอลนั่นแหละ ยายฝากดูแลเจ้าตัวเล็กด้วย”

 

 

“ด้วยความยินดีเลยครับ!” ชานยอลอยากจะทึ้งหัวมันขึ้นมาจากไหล่ของคุณยายจริงๆ ไม่รู้จะขี้ประจบไปไหน แต่ถ้ามันทำให้คุณยายยิ้มตามได้ก็เอาเถอะ ชานยอลจะยอมทนดูต่อไป

 

 



เวลาต่อมาแบคฮยอนนั่งรถออกจากบ้านตระกูลชองพร้อมสองพี่น้องหน้าหล่อ กว่าจะออกมาได้ต้องทำใจแข็งสู้ความอาลัยอาวรณ์ของทุกคนแทบทนไม่ไหว จากวันแรกจนถึงวันนี้แม้เรื่องราวจะลงเอยไม่สวยหรูแต่แบคฮยอนยังคงนึกขอบคุณความรักความเอ็นดูที่แต่ละคนมีให้เด็กกะโปโลคนนี้ คุณท่านเองก็เหมือนกัน ใจหนึ่งมันพาลโกรธ อีกใจหนึ่งแบคฮยอนก็รู้สึกสงสาร

 

 

แต่ในเมื่อเลือกที่จะหันหลังให้แล้วแบคฮยอนก็ต้องก้าวต่อไป แบคฮยอนไม่สามารถทนอยู่ร่วมบ้านกับคนใจร้ายได้ รู้ว่าพวกเขามีสิทธิ์จะทำแต่ข้างในมันก็ห้ามไม่ให้โกรธเคืองไม่ได้จริงๆ

 

 

แบคฮยอนทำตามสัญญาชานยอล เชื่อฟังชานยอลเพื่อหวังจะให้อีกฝ่ายช่วยพาไปหาพ่อเฒ่ากับแม่ครูในเร็วๆวัน คนตัวสูงบอกว่าระหว่างนี้ให้ไปพักที่บ้านตนก่อน ซึ่งแบคฮยอนลำบากใจที่จะไปรบกวนเหลือเกิน ถ้าเลือกได้ก็ขอเลือกไปอยู่คอนโดฯของเซฮุนยังดีกว่า แต่เพราะชานยอลอ้างว่าคอนโดฯมีกฎห้ามเอาสัตว์เลี้ยงเข้าไปดังนั้นเพื่อความอยู่รอดของบัดดี้ด้วยแบคฮยอนจึงต้องยอมไปอยู่บ้านตระกูลปาร์คชั่วคราว

 

 

สองมือโอบอุ้มลูกหมาไว้บนหน้าตัก เห็นชานยอลต้องใส่มาร์คปิดปากปิดจมูกตลอดทางแล้วก็อดสงสารไม่ได้ จะเอาบัดดี้ไปใส่ไว้ท้ายรถก่อนนั่นยิ่งดูน่าสงสารกว่า เพราะงั้นชานยอลใส่มันต่อไปเถอะ

 

 



“ยินดีต้อนรับเข้าบ้านเราอีกครั้งนะแบคฮยอน”

 

 

เซฮุนเปิดประตูรถให้เพื่อนด้วยสีหน้าดีอกดีใจจนออกนอกหน้า และเพราะแบคฮยอนยังต้องอุ้มบัดดี้อยู่ ชานยอลผู้มีน้ำใจจึงช่วยหิ้วกระเป๋าให้ แต่ถือได้ไม่นานบรรดาสาวใช้ทั้งหลายก็กรูกันเข้ามาช่วยคุณชายเค้าอย่างไม่ต้องให้เอ่ยปากบอก

 

 

“ผมให้เด็กเตรียมห้องให้ตามที่คุณชายโทรมาบอกแล้วนะครับ”

 

 

“จริงๆพี่น่าจะให้แบคฮยอนนอนกับผม”

 

 

“ห้องมีตั้งเยอะจะไปนอนเบียดกันทำไม”

 

 

“แต่ผมอยากนอนเบียด”

 

 

“นายอยาก แล้วถามคนอื่นหรือยังว่าอยากด้วยมั้ย”

 

 

“แบคฮยอนอยากเบียดเรามั้ย”

 

 

“ฮะ?” ชานยอลส่ายหน้าเอือมระอาให้น้องชายแล้วหันไปพูดกับหัวหน้าพ่อบ้านบ้าง

 

 

“ขอบคุณนะครับ” ชายสูงวัยพยักหน้ารับด้วยความยินดี “นี่แบคฮยอนครับ แบคฮยอน นี่คุณหัวหน้าพ่อบ้านของที่นี่”

 

 

“สวัสดีฮะ”

 

 

“สวัสดีครับ เราเจอกันอีกแล้วนะครับคุณหนู”

 

 

“แห่ะๆ รบกวนด้วยนะฮะคุณลุง”

 

 

“ตามสบายเลยครับ ขาดเหลือตรงไหนหรืออยากได้อะไรคุณหนูบอกเด็กในบ้านได้ทุกคนเลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”

 

 

“เกรงใจสิฮะ” เด็กดื้อชูลูกหมาไปตรงหน้าชายสูงวัยทำเอาอีกฝ่ายผงะไปเล็กน้อยเพราะยังไม่ทันได้ตั้งตัว “นี่บัดดี้ของผม”

 

 

“เอ้อ ครับ บัดดี้ครับ ฮ่าๆๆ”

 

 

“ผมต้องเอามันไปอยู่ตรงไหน ถ้าไม่มีบ้านให้ผมเอามันขึ้นไปนอนด้วยได้หรือเปล่า”

 

 

ไม่ได้” เสียงเข้มตอบแทนคุณหัวหน้าพ่อบ้าน “เอามันไปไว้หลังบ้าน ฝากสาวใช้คนไหนดูแลก็ได้ห้ามเอาขึ้นไป”

 

 

ชายสูงวัยส่งยิ้มเอ็นดูให้เด็กน้อยหลังถูกคุณชายคนโตใช้เสียงดุใส่จนหน้าม่อยลง “มาครับ ส่งบัดดี้มาให้ผมเดี๋ยวผมไปหาคนดูแลให้ ถ้าคุณหนูอยากจะเล่นกับมันเมื่อไหร่ค่อยลงมานะครับ”

 

 

“ต้องดูแลมันดีๆนะฮะ”

 

 

“ได้เลยครับ” เด็กดื้อฟังแล้วฉีกยิ้มพร้อมส่งหมาน้อยให้คุณลุงอุ้มแทน “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณชาย”

 

 

“ครับ”

 

 

“ไปเร็วแบคฮยอน เดี๋ยวเราพาไปดูห้องใหม่” เพื่อนตัวสูงดึงมือเพื่อนตัวเล็กเข้าบ้านโดยไม่รอคุณชายคนโต มือน้อยจึงกวักเรียกให้ชายหนุ่มรีบเดินตามมา ชานยอลอมยิ้มทำตาม เดินไล่หลังเด็กไม่ยอมโตทั้งสองคนไปอย่างช้าๆ

 

 

“พ่อกับแม่ของเซฮุนล่ะ”

 

 

“คงยังไม่กลับ”

 

 

“ท่านจะดุเรามั้ยเรามารบกวน”

 

 

“ดุสิ โดยเฉพาะกับเด็กดื้อ”

 

 

“อย่าไปฟังพี่ชานยอล พ่อแม่เราใจดีจะตาย บ้านหลังนี้คนที่ดุที่สุดก็คือคุณชายคนโตนะ นอกนั้นไม่มีแล้ว”

 

 

“อ่อ..

 

 

“ดุแบบไม่ต้องเลี้ยงหมาไว้ที่บ้านเลยแบคฮยอน” คุณชายปาร์คคนโตเตะรองเท้าสลิปเปอร์ที่ตัวเองสวมอยู่ข้างหนึ่งไปใส่น้องชาย ทว่ามันหลบทัน คนตัวเล็กหัวเราะตามน้อยๆพลอยให้เซฮุนใจชื้นขึ้น ดีใจที่อาการซึมเศร้าของเพื่อนเริ่มหายไปบ้าง

 

 

คุณชายปาร์คคนเล็กเปิดประตูนำเข้าไปในห้องนอนทางปีกซ้ายของตึก ที่รู้ว่าเป็นห้องนี้เพราะแม่บ้านเพิ่งเดินสวนออกมาแถมยังชี้บอกให้ด้วย

 

 

ภายในห้องเป็นโทนสีขาวสะอาดตา เซฮุนพยายามส่งเสียงบิวท์อารมณ์ตื่นเต้นให้เพื่อนหากแต่เพื่อนแค่ยิ้มรับนิดหน่อย ไม่ได้อยู่ในโหมดอยากชื่นชมความงามของห้องเท่าไหร่ หน้าตาใกล้เคียงกับคนต้องการพักผ่อน

 

 

“แม่บ้านจัดห้องให้ไม่ถูกใจแบคฮยอนหรอ ทำไมทำหน้าแบบนั้น”

 

 

“เปล่า เราอยู่แบบไหนก็ได้ อยู่บ้านเก่าบัดดี้ยังได้เลย..

 

 

คนได้รับคำตอบรีบก้าวยาวๆเข้าไปสะกิดแขนขอความช่วยเหลือจากพี่ชาย ทว่า 



“ออกไปกันเถอะ เพื่อนนายคงอยากพักแล้ว”

 

 

“แต่ว่า..

 

 

“จะมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ห้องอยู่แค่นี้”

 

 

“ก็ได้..” เซฮุนเหลือบตามองเพื่อนอีกทีด้วยความเป็นห่วง “เราไปก่อนนะแบคฮยอน อยากได้อะไรไปเคาะประตูห้องเรียกเราได้นะ หรือถ้าจำห้องไม่ได้ก็โทรมา เราจะเอาโทรศัพท์ไว้ใกล้ๆตัว”

 

 

“อื้อ ขอบใจนะ แต่ตอนนี้เรายังไม่อยากได้อะไร” เด็กหนุ่มเดินเข้าไปจับไหล่ให้กำลังใจเพื่อนแล้วเดินออกจากห้องไป ส่วนชานยอลก็จะไปเหมือนกัน

 

 


ชานยอล

 

 


มือใหญ่ชะงักอยู่ที่ลูกบิดประตูห้อง ร่างเล็กที่ไม่รู้ตามมาตอนไหนกำลังเอาหน้าผากพิงลงมาบนแผ่นหลังกว้างของเขา ขณะที่สองมือน้อยคอยดึงรั้งชายเสื้อด้านหลังของเขาไว้ด้วย

 

 

“ชานยอล

 

 

“จะเอาอะไร”

 

 

ทำไมต้องมาอ้อน แค่นี้ยังใจอ่อนให้ไม่พออีกหรอ

 

 

“ชานยอลต้องพาผมไปหาพ่อเฒ่ากับแม่ครูจริงๆนะ ห้ามผิดสัญญา”

 

 

“คำพูดฉันมันดูไม่น่าเชื่อถือหรอ”

 

 

“เปล่า แต่ผมกลัว”

 

 

“กลัวอะไร”

 

 

“กลัวผิดหวังอีก”

 

 

….

 

 

“ก่อนหน้านี้เคยเชื่อคุณท่านว่าจะช่วยพวกเราได้แต่แล้วมันก็

 

 

“ไม่ว่าตอนนี้พ่อแม่นายจะอยู่ไหนฉันจะพาไปเจอให้ได้”

 

 

คนตัวเล็กเปลี่ยนจากพิงหน้าผากเป็นซบแก้มลงแนบกับแผ่นหลังของคนตัวโตแทน “เมื่อเช้าชานยอลกอดผม ตอนนี้ขอผมกอดชานยอลบ้างได้มั้ย”

 

 

ใบหน้าหล่อหันไปมองเด็กดื้อเพียงเสี้ยวหน้า เห็นมันไม่ชัดทว่ารู้สึกดีจนมุมปากยกยิ้มขึ้นเบาๆ มือใหญ่ค่อยๆดึงแขนของคนด้านหลังมาพันเกี่ยวเอวตัวเองไว้ทีละข้าง ก่อนที่แขนเล็กทั้งคู่นั้นจะกอดกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นเอง

 

 

“ขอบคุณนะ”

 

 

 แรงเต้นถี่จากหัวใจเจ้าของอ้อมกอดด้านหลังส่งมาจนถึงคนด้านหน้า ชานยอลเอามือแนบอกซ้ายของตัวเอง เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าหัวใจใครกันแน่ที่มันเต้นแรงกว่า หรือแท้จริงมันกำลังเต้นในจังหวะที่เหมือนกันอยู่เขาถึงได้แยกมันไม่ออก

 

 

“ขอบคุณที่ดีกับผมชานยอล”

 

 


 

 


#ficmysscb

 

 

 











 

 

Talk:

นี่ฟิคยาวหรือฟิคสั้น ตอนนึงหลายอารมณ์ซะจริ๊งงงงงง~

/แต่ละแชปใช้เวลาเขียนนานมากกกกกก  และก็ยาวมาก *ปาดเหงื่อ

 

p.s1 มีคนถามเรื่องคู่รอง คิดว่าไม่มีนะคะ ฮ่าๆ

// ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่ฟิลตอนเขียนด้วยว่าจะมีพลั้งมือไปโดนคู่ไหนมั้ย อิอิ

 

p.s2 เรื่อง #ficfellow ที่แต่งอีกเรื่องขอดองไว้ก่อนนะเคิ้บบ อันนั้นตันบ่อย ฟิลยังไม่มา ส่วนอันนี้ก็คงต้องพักไปเรื่อยๆจนกว่าจะสอบเสร็จและปั่นงานส่งเดือนนี้ให้ทันกำหนดเนอะ (ยังไงก็จะพยายามมาอัพต่อ)

 

#มาเม้นมาสกรีมแท็กกันเราอยากอ่าน <3 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 321 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5069 Byunee_J (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 02:12
    ร้องห้ายยยย
    #5,069
    0
  2. #5023 YOLO'H (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 15:30
    ดูแลน้องด้วยนะพี่น้องปาร์ค
    #5,023
    0
  3. #4998 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:02
    สงสารแบคจังเลยอะ แม่ซอรินทำเกินไป
    #4,998
    0
  4. #4960 IPINOCKIO (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 14:32
    อ่านมาหลายตอนรู้สึกว่าเซฮุนเป็นคนที่น่ารักมากจริงๆ ซัพพอร์ตเต็มกำลังมาก แบบอยู่กับแบคทั้งตอนมีความสุขและตอนเศร้า คอยเป็นกำลังใจ ชวนคุยกันตลอด เป็นมิตรภาพที่น่ารักมากๆ เพื่อความรู้สึกของแบคฮยอน ถึงชานยอลจะเป็นสับตูหัวใจ แต่ถ้าแบคตกที่นั่งลำบากแล้วเซฮุนรู้ว่าช่วยอะไรไม่ได้ก็จะยอมให้ชานยอลช่วยเสมอ เพราะอยากเห็นแบคแฮปปี้ เขินช่วงสุดท้ายมาก งื้ออออออ
    #4,960
    0
  5. #4853 bang-SP28 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 22:29
    ร้ายทั้งแม่ทั้งลูกนะซอริม
    #4,853
    0
  6. #4790 Bruto (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 22:40
    ซอรินว่าร้ายแล้ว เจอแม่เข้าไปแบบ อีมนุษย์ป้าาาาาา กู่ไม่กลับ
    #4,790
    0
  7. #4765 YJLn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 20:59
    สงสารคุณท่าน สงสารแบค แต่ฉากสุดท้ายฟินเฟ่อออ
    #4,765
    0
  8. #4740 KAMSNW (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 16:27
    สงสารแบคอ่าาา ฮืออออ พิชานต้องดูแลน้องดีๆนะ
    #4,740
    0
  9. #4683 Eavv3 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 12:48
    งือออร้องแล้วสงสารน้องงงง
    #4,683
    0
  10. #4667 PanyaratChompoo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 10:17
    เซฮุนไม่ต้องเสีย มาอยู่กะเรามา เราพร้อมมม555
    #4,667
    0
  11. #4656 areenachesani (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 21:29
    ชานแบคดีมากแต่สงสารเซฮุนง่าาา
    #4,656
    0
  12. #4635 nsjcbw. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 01:11
    ฝากดูแลน้องด้วยนะคะพี่ชาน น้องไม่เหลือใครแล้ว TT
    #4,635
    0
  13. #4591 pparkminhoo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 23:28
    โอ้ยยยยน้องอ้อนอีกพี่ชอบบบบ
    #4,591
    0
  14. #4573 Ihaveadream (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 03:31
    ฝากน้องด้วยนะพี่ น้องไม่เหลือใครแล้วจ้ะ ฮือ
    #4,573
    0
  15. #4430 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 14:06
    อ้อนมากลูกเอ้ยย
    #4,430
    0
  16. #4258 11507416p (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 01:39
    อ้อนอีกกกก ชอบบบบบ
    #4,258
    0
  17. #4234 oom3456789 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 01:51
    ซีนสุดท้ายน่ารักมาก ตอนแบคอ้อนพี่นี้แบบใจบาง
    #4,234
    0
  18. #4180 pcy921 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 09:56
    เซฮุนออกไปก่อนพลาดแล้วลูก เขากอดกันด้วย55555
    #4,180
    0
  19. #4143 PARKSELOR (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 16:20
    ภาษาดีมากเลยค่ะ ชอบมากๆเลย สู้ๆนะคะไรท์
    #4,143
    0
  20. #4119 mini_6 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 20:26
    เห้อ สงสาร TT
    #4,119
    0
  21. #4087 pim pimmi (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 01:02
    ฮื่ออออออออ
    #4,087
    0
  22. #4062 JillyJellymild (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 08:35
    สะใจตอนแบคบอก ถ้าคุณตบผมอีก ต่อให้เป็นผู้หญิงรุ่นแม่ ผมก็จะต่อย
    #4,062
    0
  23. #3984 Melinoa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 00:27
    ฮือ อบอุ่นใจ ตอนนึงหลายฟีลมาก โกรธด้วย งือ เอาความสดใสแบคคืนมานะ ยัยบ้า
    #3,984
    0
  24. #3974 Tongdchr (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 21:11
    ฮื่ออออออ ดีจังเลยค่ะคุณพี่
    #3,974
    0
  25. #3937 Chopoom94 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 21:43
    ใจร้ายอ่ะใจร้าย ดูสิไอ่ตัวเล็กร้องไห้งอแงเลย T^T 
    #3,937
    0