You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 15 : Shining XIV :: their bh

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,846
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 327 ครั้ง
    12 เม.ย. 59




Shining XIV.




 

 

 




             เมื่อสัญญาณไฟข้ามถนนเปลี่ยนเป็นสีเขียว เหล่าบรรดานักศึกษาและบุคคลซึ่งรอข้ามฝั่งทั้งหลายล้วนแล้วแต่รีบย่ำเท้าไปด้านหน้าให้ไวที่สุดเท่าที่ตัวเองจะสามารถทำได้ ยิ่งปริมาณเม็ดฝนเทลงมาจากฟ้าหนักเท่าไหร่ยิ่งเป็นเหมือนตัวกระตุ้น ช่วยเร่งให้คนเหล่านี้พร้อมใจกันรีบข้ามและวิ่งหาที่หลบฝนกันอย่างไม่ต้องมีการนัดหมาย ด้านคนตัวเล็กก็เช่นกัน

 

            แบคฮยอนยืนหลบฝนอยู่หน้าศูนย์ขายหนังสือชื่อดังที่น้อยคนในมหาวิทยาลัยเขาจะไม่รู้จัก วันนี้เขาตั้งใจกับการมาหาซื้อหนังสือการ์ตูนเล่มต่อจากที่เคยยืมของจงแดอ่าน พอเลิกเรียนเลยรีบจ้ำเท้าออกจากคณะมาจนถึงหลังมหาวิทยาลัยซึ่งก็คือที่นี่ เห็นแล้วว่าฝนตั้งเค้าจะตกมาตั้งแต่เช้า แต่เพราะมันยังไม่ตกซักทีจึงชะล่าใจพาตัวเองเดินเท้ามาได้ตั้งไกล ไม่คิดว่าจะตกดื้อๆเอาตอนที่กำลังข้ามถนนแบบนี้ เล่นเอาชุ่มไปทั้งตัวเลย

 

            “โชคร้ายเป็นบ้า”

 

            มือเรียวถอดเสื้อสูทนักศึกษาสีเข้มตัวนอกและกระเป๋าเป้ที่สะพายติดหลังออกมาปัดน้ำทิ้งลวกๆ ปากเล็กขยับบ่นถึงความซวยของตัวเองไม่หยุด ก้มหน้าก้มตาเป็นกังวลอยู่แต่กับชีทเรียนที่อยู่ภายในเป้จนไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครบางคนเดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆด้วย

 

            “เกือบไปแล้ว”

 

สีหน้าโล่งใจกับท่าทางการพูดกับตัวเองของคนตัวเล็กส่งผลให้ผู้ที่ถือวิสาสะเข้ามายืนใกล้ปล่อยเสียงหัวเราะออกมา คิ้วบางขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยก่อนจะหันหน้าไปมอง

 

            “หวัดดี”

 

            “อ้าว..

 

            “หวังว่าจะยังไม่ลืมกันนะ”

 

            “นัมแจฮยอก!

 

            “นัมจูฮยอกต่างหาก” หนุ่มตัวสูงยิ้มบอกพลางส่ายหัวเบาๆให้กับคนความจำสั้น ถึงจะถูกเรียกชื่อผิดแต่ใช่ว่าจะรู้สึกโกรธเคือง กลับดีใจด้วยซ้ำที่บังเอิญได้เจอแบคฮยอนอย่างเหนือความคาดหมายแบบนี้

 

“นายมาพร้อมฝน โชคไม่ดีเลยนะ”

 

“นั่นสิ! พูดแล้วโมโห”

 

ฮ่ะๆๆ

 

“ว่าแต่นายมาทำอะไรแถวนี้หรอ”

 

หนุ่มหน้าตาดีชูถุงหนังสือที่เพิ่งซื้อมาหมาดๆให้คนตัวเล็กดู “ซื้อหนังสือ หวังว่าหลานเจ้าของมหาวิทยาลัยจะไม่หวงร้านย่านนี้ไว้ให้เฉพาะนักศึกษามอตัวเองนะ”

 

“ใครจะไปทำอย่างนั้น แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นหลานคุณท่าน”

 

“หาข้อมูลคนที่ตัวเองสนใจแค่นี้มันไม่มีอะไรยากหรอก” คนฟังทำหน้าอึ้ง ขณะที่คนพูดอมยิ้มมีความสุข ไม่ได้กระดากอายกับการแสดงความรู้สึกออกไปตรงๆเพราะรู้ดีว่าตัวเองมีโอกาสไม่มากที่จะได้เจอคนตัวเล็กบ่อยๆ อ้อมค้อมเสียเวลาไปคงไม่ได้ช่วยให้อะไรคืบหน้าขึ้นมา แต่ก็ไม่ถึงกับรุกหนักจู่โจมจนพาลให้อีกฝ่ายรู้สึกกลัวจนอยากถอยหนี   

 

“เปียกไปทั้งตัวคงหนาวแย่” ถอดสูทสีเทาตัวนอกของตัวเองยื่นไปให้คนตัวเล็กกว่า “ให้ยืมก่อน”

 

“ไม่เป็นไร”

 

“เชิ้ตขาวของนายตอนนี้มันแนบเนื้อมาก”

 

“เป็นผู้ชายไม่เป็นไรหรอก”

 

“แต่ฉันคิดว่ามีคนอยากมองนายเพียบเลยนะ ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชาย”

 

ก็ได้แค่มอง เอาไปไม่ได้ซักหน่อย แบคฮยอนเถียงในใจ แต่พอคิดอีกทีอากาศตอนนี้มันหนาวจริงๆอย่างที่อีกฝ่ายว่า อีกทั้งสภาพตัวเองก็เปียกปอนเสียจนไม่กล้าเดินเข้าศูนย์หนังสือไปให้พนักงานดูแลด่าเลย ไหนจะสีหน้าแสดงความจริงใจของนัมจูฮยอกอีกล่ะ

 

“รับไปเถอะ”

 

“แต่สูทนายจะเปียกไปด้วยนะ”

 

“ฉันมีสำรองอยู่ในตู้อีกหลายตัว”

 

“แฟนนายจะไม่ด่าใช่มั้ย”

 

“แล้วแฟนนายล่ะ”

 

“ไม่มีซักหน่อย”

 

“ก็ไม่มีเหมือนกัน”

 

“งั้น...” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย รับเสื้อสูทสีเทาตัวใหญ่มาคลุมห่มตัวเองไว้ “ไม่เกรงใจแล้วนะ หนาว”

 

“ยินดีครับ”

 

“ยืมก่อน เดี๋ยวฝนหยุดแล้วจะคืนให้”

 

don’t worry จะไม่คืนก็ไม่ว่าหรอก”

 

“ไม่คืนแล้วจะเอาไปทำไรได้ ผ้าห่มหรอ ตัวใหญ่ขนาดนี้”

 

ฮ่ะๆๆ ก็แล้วแต่แบคฮยอนสิ”  

 

ทั้งคู่ยืนมองกลุ่มฝนที่ยังคงตกหนักด้วยกันบริเวณหน้าศูนย์หนังสือ แบคฮยอนชอบให้ตัวเองมีเพื่อนเยอะๆ บริสุทธิ์ใจที่จะคุยกับทุกคนถ้าหากว่าคนๆนั้นเป็นคนดี ไม่ได้ห่วงว่าใครจะนินทา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีสายตาของนักศึกษาอีกหลายคนที่ติดฝนเหมือนกันกำลังมองมาทางนี้อย่างคิดจะกรีดร้อง  

 

ก็เสื้อสูทสีเทาต่างสถาบันที่คลุมอยู่บนตัวกับนัมจูฮยอกนักกีฬาคนดังระดับประเทศที่สาวๆหลายคนหมายปอง ยืนพูดคุยส่งยิ้มตาหวานให้แบบนั้นจะไม่ให้ใครอิจฉาได้ยังไง ยังไม่นับพี่น้องตระกูลปาร์คที่ขยันผลัดกันเข้าหาไม่เว้นวันนั่นอีก

 

อันที่จริงไม่ได้มีแค่กลุ่มคนที่อิจฉาแบคฮยอนเท่านั้น สถาบันแห่งนี้ยังมีกลุ่มคนรักแบคฮยอนด้วย สมาชิกหลักล้วนแล้วแต่เป็นเหล่าผู้ชายและสาววายทั้งสิ้น แต่เจ้าตัวน่าจะยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้

 

“แล้วแบคฮยอนมาทำอะไรแถวนี้ล่ะ ไม่มีเรียนหรอ”

 

“เพิ่งเลิก ว่าจะมาหาซื้อหนังสือการ์ตูนแต่ตัวเปียกซะก่อนเลยไม่กล้าเข้าไป เดี๋ยวทำร้านเค้าเปียกไปด้วย”

 

“อย่างนี้เอง คิดว่าเราจะได้เจอกันอีกทีตอนแข่งรอบหน้าซะแล้ว ตั้งอีกอาทิตย์ รู้สึกคิดถูกที่วันนี้ขับรถมาซื้อหนังสือไกลถึงที่นี่”

 

“อยากเจอขนาดนั้นเลย”

 

“ถ้าเจอกันเร็วกว่านี้คงขอโควต้านักกีฬาเข้าเรียนที่นี่แทนแล้ว”

 

“เว่อร์จัง”

 

“ฮ่ะๆ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว” โทรศัพท์มือถือเครื่องสีดำถูกยื่นมาตรงหน้าของแบคฮยอน “ขอเบอร์หน่อยสิ”

 

เสียงกรี๊ดฟินแทนดังมาจากด้านหลังแว่วๆ แต่เนื่องจากถูกเสียงฝนตกกลบทับแบคฮยอนจึงได้ยินมันไม่ถนัดเท่าไหร่เลยไม่ได้สนใจอีกตามเคย กำลังจะยื่นมือออกไปรับโทรศัพท์เครื่องนั้นมาทว่า..

 

 

แบคฮยอน!

 

 

เสียงเข้มไม่คุ้นหู แต่เจ้าของเสียงกลับคุ้นหน้ากันดีกำลังย่างสามขุมเข้ามา หน้าตาบอกบุญไม่รับแถมยังผลักโทรศัพท์ของนัมจูฮยอกออกห่างจากตัวแบคฮยอนอย่างไม่กลัวจะเป็นการเสียมารยาทอีกต่างหาก

 

“ไปเอาเสื้อเค้ามาใส่ทำไม”

 

“อะไรเนี่ยเซฮุน ใจเย็นสิ” ร่างคนตัวเล็กถูกจับให้หันหลัง ก่อนจะโดนบังคับถอดเสื้อสูทสีเทาออก แทนที่ด้วยเสื้อสูทสีเข้มตัวใหม่ซึ่งเป็นของปาร์คเซฮุน ทุกอย่างรวดเร็ว เอาแต่ใจ ตั้งรับไม่ทันจนกระเป๋าเป้กับสัมภาระในมือแบคฮยอนทั้งหมดร่วงลงพื้นดัง ปุ่!

 

 “เซฮุนนา..

 

“ไหนบอกจะมาซื้อหนังสือแล้วกลับบ้านเลยไง ทำไมถึงมายืนคุยกับคนแปลกหน้าแบบนี้”

 

“ตัวเปียกเข้าร้านหนังสือไม่ได้ แล้วนี่นัมจูฮยอกคนที่เคยให้ขนมเรา ไม่ใช่คนแปลกหน้าหรอก” พูดพลางถอดเสื้อสูทส่งคืนให้เพื่อน “ตากฝนมาใช่มั้ย เปียกหมดแล้วเอาเสื้อไปใส่เถอะ”

 

“แบคฮยอนเปียกกว่าเราอีกใส่ไปเลย ห้ามคืน ห้ามใส่ของคนอื่นด้วย” คนตัวเล็กหันไปยิ้มแห้งๆให้เพื่อนอีกคนที่ยืนมองอย่างไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ จากนั้นก็รับเสื้อจากเซฮุนมาสวมไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้

 

“แฟนหรอแบคฮยอน”

 

“เปล่า เซฮุนเป็นเพื่อนสนิทฉันน่ะ” 

 

“อีกหน่อยก็เป็นมากกว่านี้และโอ้ย! แบคฮยอน!” แก้มข้างหนึ่งของเซฮุนกำลังถูกมือเรียวดึงอย่างแรงเพื่อเป็นการทำโทษ  “แบคฮยอนอ่า เราเจ็บนะ”

 

“พูดดีๆสิ เซฮุนไม่ใช่คนที่ชอบขึ้นเสียงใส่ใครซักหน่อย” ตอนแยกกันหน้าคลาสยังน่ารักพูดง่ายอยู่เลยแท้ๆ ตอนนี้กลับหน้าหงิกหน้างอ ทำตัวหวงเขาต่อหน้าคนอื่นอีกแล้ว มันน่าจับหยิกแก้มอีกข้างจริงๆเลย

 

“ก็เรา.. โอ้ยย”

 

หะหะ

 

บิดแก้มเพื่อนจนเพื่อนน้ำตาคลอเบ้าเพราะความเจ็บแล้วยังหัวเราะซ้ำเติมอีก เซฮุนอยากจะเคืองอยากจะขึ้นเสียงอีกรอบแต่เพราะมือเรียวข้างเดิมเปลี่ยนมาลูบแก้มให้แทนเซฮุนเลยสงบปากสงบคำ ถึงจะเหมือนโดนตบหัวแล้วลูบหลังแต่เซฮุนก็พอใจมันอยู่ดี

 

คุณชายปาร์คคนเล็กเชิดหน้ามองเพื่อนใหม่ของแบคฮยอนอย่างคนที่มีชัยเหนือกว่า เอียงแก้มเข้าหาอุ้งมือน้อยไม่ใช่แค่อยากให้นัมจูยงจูฮยอกอะไรนี่รู้เท่านั้น แต่อยากให้ทุกคนที่อยู่บริเวณนี้เห็นและรับรู้กันไปเลยว่าแบคฮยอนเนี่ย ของปาร์คเซฮุนคนเดียว!

 

“แล้วมาได้ยังไง ต้องไปถ่ายรูปให้คณะอีกวันไม่ใช่หรอ”

 

“ทนคิดถึงแบคฮยอนไม่ไหวน่ะสิ”

 

คนได้รับคำตอบเกาหัวแกร่กๆ ยิ้มเฝื่อนให้คนตัวสูงอีกคนอย่างทำตัวไม่ถูก

 

“ฝนเริ่มซาแล้วเดี๋ยวฉันคงต้องไปแล้วนะ”

 

“คุณนัมมายังไง”

 

“เรียกคุณนัมเลยหรอ แก่ไปหน่อยนะ ฮ่ะๆ”

 

“ไม่เห็นแก่เลย ดูดีออก เข้ากับนายนะ” แบคฮยอนยิ้มตาหยีให้ “แล้วตกลงคุณนัมจะบอกได้หรือยังว่ามายังไง”

 

“มายังไงก็ช่างเค้าสิแบคฮยอน”

 

“อยากโดนบิดแก้มอีกข้างด้วยใช่มั้ย” คนโดนขู่กอดอกพลางเชิดหน้าหนีอย่างแง่งอน แบคฮยอนส่ายหน้าน้อยๆให้กับเพื่อนคนนี้

 

“ซิ่งมา เอาไว้วันหลังจะชวนไปนั่งซ้อนท้ายนะ”

 

“เอาสิ”

 

“เมื่อกี้ฉันขอเบอร์นายไว้ จะให้ได้หรือเปล่า” เซฮุนกำลังจะง้างปากขัด ทว่ามือน้อยยกขึ้นไปอุดปากเพื่อนได้ทัน

 

“เอาไว้เราเจอกันตอนแข่งวิ่งครั้งหน้าดีกว่า”

 

 “น่าผิดหวังนะ แต่เอาแบบนั้นก็ได้” ชายหนุ่มส่งยิ้มเป็นมิตรให้คนตัวเล็ก ถึงจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆที่ได้คุยกันแต่ก็ดีใจมากแล้ว อาจจะผิดหวังที่ถูกปฏิเสธเรื่องเบอร์ติดต่อนิดหน่อยกับมีก้างชิ้นโตเข้ามาขัดขวางให้น่ารำคาญก็ไม่เป็นไร..

 

“ไปนะ ไว้เจอกัน”

 

“อื้ม ขับรถดีๆล่ะ”

 

“ครั้งหน้าจะเอาขนมไปให้กินอีก”

 

“พูดอะไรไว้ฉันจำได้หมดนะ” คนหน้าตาดีโค้งหัวน้อมรับคำคนตัวเล็กพร้อมโบกมือลาและหมุนตัวเดินออกไป เซฮุนขมุบขมิบปากตามหลัง หน้าตาบ่งบอกชัดว่าไม่สบอารมณ์แค่ไหน

 

“เซฮุนขี้หวงจัง”

 

“รู้แล้วก็อย่าทำตัวให้เราต้องหวงบ่อยสิ”

 

“ตอนนี้ทำเป็นหวงเรา เดี๋ยวพอเซฮุนมีแฟนก็ลืมเราแล้ว”

 

“ถ้ากลัวเราลืม แบคฮยอนก็มาเป็นแฟนเราเองเลยสิ” นิ้วยาวคีบจมูกเพื่อนพลางส่ายมันเล่นไปมาอย่างมันเขี้ยว “อย่าทำเป็นไม่รับรู้ความรู้สึกเราหน่อยเลย เรารู้ว่าแบคฮยอนรู้”

 

“เรารู้ว่าเซฮุนไม่ได้ชอบเราแบบนั้น”

 

“แล้วไม่คิดว่าจริงๆเราอาจจะจริงจังกว่าที่แบคฮยอนเห็นบ้างหรอ” เซฮุนมองลึกเข้าไปในดวงตาเรียวรีคู่นั้นเพื่อต้องการค้นคำตอบ แบคฮยอนเองก็ทำเช่นนั้นไม่ต่างกัน ต่างฝ่ายต่างอยากรู้ความคิดของเพื่อน แบคฮยอนไม่ชินเวลาที่เซฮุนทำตัวจริงจัง ไม่คุ้นกับคำถามยากๆแบบนี้

 

“อย่าทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนั้นสิ”

 

“ก็เซฮุนถามยาก”

 

“ยากตรงไหนล่ะ แต่เราไม่รีบเอาคำตอบหรอกไม่ต้องเครียดก็ได้ เราชอบให้แบคฮยอนยิ้มมากกว่าทำคิ้วผูกเป็นโบว์แบบนี้”  นิ้วยาวจิ้มลงไปตรงกลางระหว่างคิ้วบาง ส่งเสียงหัวเราะเพื่อให้แบคฮยอนรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งมันได้ผล  

 

ไม่ว่าเพื่อนจะแสร้งทำเป็นเรื่องโจ๊กหรือรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ไม่ว่าจะชอบเขาหรือไม่ชอบไปในทางนั้นแบคฮยอนก็ไม่อยากต้องเสียเพื่อนคนนี้ไป แบคฮยอนรักเพื่อนคนนี้มาก 

 

“เซฮุน เรา..

 

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของเซฮุนแทรกขัดขึ้นมาพอดี

 

“เดี๋ยวนะแบคฮยอน” เด็กหนุ่มกดรับสายด้วยใบหน้าเหม็นเบื่อ แบคฮยอนเห็นเพื่อนยืนคุยกับปลายสายด้วยท่าทางเซ็งๆอย่างที่พบไม่บ่อยนักเวลาอยู่ด้วยกัน ฟังจากฝั่งเซฮุนแล้วน่าจะถูกรุ่นพี่ในคณะตามตัวให้ไปถ่ายรูป ท่าทางขัดคำสั่งไม่ได้ด้วยเพื่อนถึงได้หน้าหงิกหน้างอขึ้นมาอีกหนหลังวางสายเรียบร้อยแล้วแบบนี้

 

“เราต้องไปแล้ว แบคฮยอนอยากไปกับเรามั้ย”

 

“ไม่ดีกว่า เดี๋ยวทำให้เซฮุนวุ่นวายอีก”

 

เซฮุนมองหน้าเพื่อนอย่างเสียดาย “ไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยกันเลย อยากพาไปเที่ยว แต่พอแบคฮยอนว่างเราก็ไม่ว่าง พอเราว่างแบคฮยอนก็ต้องซ้อมวิ่งอีก เฮ้อ

 

“ไม่งอแงสิ เราเจอกันบ่อยจะตาย ว่าแต่เซฮุนหนีพวกรุ่นพี่มาหาเราหรอ”

 

“เปล่า”

 

“แล้วมาทำอะไรแถวนี้”

 

“เอ่อ..” เซฮุนควรตอบยังไง จะให้บอกความจริงว่าตั้งใจมาขัดขวางแบคฮยอนกับไอ้ตัวสูงนั่นโดยเฉพาะก็ดูนิสัยไม่ดีไปหน่อย ต่อให้มันเป็นความจริงก็เถอะ

 

ตอนแรกเกือบขับรถไปโลเคชั่นที่นัดหมายกับรุ่นพี่อยู่แล้วเชียว แต่พอได้รับรูปถ่ายที่พี่ชานยอลส่งมาให้ดูจึงเปลี่ยนใจขับมาทางนี้แทน ไม่รู้ตอนนั้นหน้ามืดตามัวอะไรขึ้นมาอีกถึงได้หลงกลพี่ชายเข้า

 

เซฮุนไม่รู้ว่าพี่ชานยอลได้รูปแบคฮยอนยืนคุยกระหนุงกระหนิงกับหมอนั่นมาจากไหน เป็นคนถ่ายเองหรือใครส่งมาให้อีกที แล้วที่ส่งมาให้เขาเพราะหวังดีหรือจะยืมมือกำจัดคู่แข่งกันแน่ ตอนนั้นไม่ได้ถามอะไรด้วยสิ พอได้รูปก็รีบมาแบบไม่คิดเลยให้ตายเถอะ

 

แต่ถึงกับแชร์ตำแหน่งที่แบคฮยอนอยู่มาให้พร้อมสรรพขนาดนั้นได้แสดงว่าต้องอยู่แถวนี้ด้วยสิ แต่อยู่ไหนล่ะ เด็กหนุ่มพยายามชะเง้อหน้ามองหาพี่อย่างคับแค้นใจ สายเรียกเข้าโทรตามตัวอีกแล้วนี่ก็น่าหงุดหงิดซะจริง เอาไว้ค่อยไปเค้นถามที่บ้านทีหลังก็ได้!

 

“ถ้าแบคฮยอนไม่มีธุระอะไรแถวนี้แล้วก็รีบกลับบ้านเลยนะ”

 

“ทำไมล่ะ”

 

อยู่ต่อก็โดนพี่ชายเขางาบไปน่ะสิ!

 

เซฮุนไม่ยอมถูกหลอกใช้ฝ่ายเดียวหรอกนะ! ถึงตอนนี้จะมองไม่เห็นตัวแต่ค่อนข้างมั่นใจว่าพี่ชายต้องมองพวกเขาอยู่มุมไหนซักแห่งใกล้ๆนี้แน่ เพราะงั้นจะทิ้งปลาย่างไว้กับแมวปีศาจไม่ได้!

 

“เผื่อฝนตกหนักลงมาอีกรอบไง ใกล้จะเย็นแล้วด้วย เดี๋ยวเราก็ต้องไปแล้วแบคฮยอนรีบกลับบ้านเลยนะ”

 

“อ๋ออื้อ เดี๋ยวเรากลับเลยก็ได้”

 

“ถึงบ้านก็รีบอาบน้ำสระผม กินยาด้วยเดี๋ยวเป็นหวัด”

 

“เซฮุนด้วยนะ”

 

“ครับ”

 

“งั้นเราไปเลยแล้วกัน ไว้จะซักเสื้อแล้วเอามาคืนให้”

 

“ไม่เป็นไรเราไม่รีบใช้ แบคฮยอนไปเถอะ ถึงแล้วไลน์มาบอกเราด้วย”

 

“รับทราบ!

 

 

 

 

 

 


 

ในส่วนของฝั่งปาร์คชานยอล

 

 

สองหนุ่มหล่อลดชีทเรียนที่นำมาใช้บังหน้าลงเมื่อเห็นว่าทั้งแบคฮยอนและเซฮุนเดินผ่านหน้าร้านกาแฟที่พวกเขานั่งกันอยู่ไปกันหมดแล้ว ชานยอลอยากทำมากกว่าการนั่งกุมขมับกับสิ่งที่เพิ่งทำลงไป ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ผิดกับไอ้ตัวต้นคิดอย่างคิมจงอิน รายนี้เอาแต่นั่งขำจนไหล่สั่นอยู่ฝั่งตรงข้าม พึงพอใจกับผลงานตัวเองเหลือเกิน

 

“ไม่รีบตามไปล่ะวะ”

 

“พอ”

 

“เซฮุนมันแยกไปแล้วเห็นมั้ยว่ามันคือโอกาสของนาย”

 

“ฉันคบเพื่อนชั่วกว่าที่เคยคิด”

 

“คบกันมาตั้งแต่ยังช่วยตัวเองกันไม่เป็นจนคล่องมาถึงทุกวันนี้ได้แสดงว่าเราก็น่าจะชั่วพอกันสิ ไม่ใช่ฉันชั่วคนเดียว”

 

“ไอ้คิมจงอิน” ชานยอลถลึงตาใส่เพื่อน ไม่ใช่ว่าหน้าบางกับเรื่องใต้ร่มผ้า แต่ตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ในที่ส่วนตัว ร้านกาแฟคนแน่นแถมยังเป็นแหล่งรวมตัวของนักศึกษาสถาบันเดียวกันทั้งนั้น จะพูดอะไรก็ควรระวังกว่านี้ ขืนมีใครมาได้ยินเข้าจะถูกมองเป็นคนประเภทไหนได้ ถ้าไม่ใช่คนเสื่อม

 

“อะไรที่มันเป็นเรื่องจริงก็หัดยอมรับง่ายๆกับคนอื่นเค้าบ้างเถอะ”

 

“เออ!

 

ขี้เกียจจะเถียงกับมันให้เปลืองน้ำลาย

 

“อย่าซีเรียสน่า ถึงวิธีฉันมันจะชั่วไปนิดแต่มันใช้ได้ผลนายก็เห็นแล้ว”

 

“ละอายใจกับไอ้เซฮุนบ้างเถอะ” คุณชายถอนหายใจ มองออกไปนอกกระจกร้านเห็นฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอีกแล้ว นึกขอโทษน้องชายที่หลอกยืมมือมันมากำจัดคู่แข่ง

 

อืม คู่แข่งนั่นแหละ ไม่ได้อยากจะใช้คำนี้แต่โดนไอ้เพื่อนตัวดียัดเยียดให้ตั้งแต่เห็นว่าแบคฮยอนวิ่งตากฝนข้ามถนนมาฝั่งนี้ เดิมทีเขาควรได้เดินออกจากร้านไปทัก ทว่าถูกปาดหน้าเค้กด้วยใครซักคนที่จงอินบอกว่าเป็นถึงนักกีฬาวิ่งดาวรุ่งที่กำลังดัง มันฟันธงว่าหมอนั่นมาจีบแบคฮยอนซึ่งเขาเห็นด้วย

 

ตลอดเวลาที่ทั้งคู่ยืนคุยกันด้วยท่าทางสนิทสนมนั้น อยู่ในสายตาของเขาและคิมจงอินทั้งหมด หากแบคฮยอนคิดจะกลับหลังหันมาทางนี้สักนิดคงได้เห็นแล้วว่าพวกเขานั่งติดกระจกคอยดูอยู่ เพราะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่ทำอะไรไม่ได้ จะเดินออกไปขัดก็ดูยังไงอยู่ จงอินจึงแนะนำให้ส่งรูปไปให้เซฮุนจัดการ

 

ความมั่นอกมั่นใจของเพื่อนที่ว่าเซฮุนจะต้องมาทันและความรู้สึกไม่พอใจส่วนตัวแบบลึกๆทำให้ชานยอลตัดสินใจถ่ายรูปส่งไปให้น้องชายตามคำยุ ซึ่งมันดูเลวใช้ได้ และจะเลวกว่านี้ถ้าเมื่อกี้เขายอมลุกเดินตามแบคฮยอนออกไปลับหลังเซฮุนอย่างที่ไอ้จงอินพยายามบอกให้ทำ

 

“เลิกถอนหายใจได้แล้ว รู้สึกผิดมากก็คิดซะว่าช่วยน้องขัดขวางคู่แข่งไปได้ตั้งคนนึงสิ ดูมันมีความสุขที่ได้เจอแบคฮยอนจะตาย ต่างจากนาย ได้แค่นั่งมองตาละห้อยทำอะไรก็ไม่ทำให้สุด น่าเบื่อ”

 

“แล้วจะให้ทำอะไรอีก ไม่ได้จะจีบซักหน่อย”

 

“อ่อ งั้นหรอกหรอ”

 

“บางทีฉันอาจไม่ได้ชอบอะไรขนาดนั้น”

 

“นี่ไม่ได้เรียกปากแข็งแล้วนะ อย่างนายต้องใช้คำว่าหน้าด้านกล้าแถแล้วว่ะ” คุณชายชูนิ้วกลางใส่เพื่อน คนได้รับหาได้สะเทือนไม่ “แค่คำว่าน่าจะชอบของนาย มันก็บอกถึงความชอบขั้นแรกแล้ว ส่วนไอ้ที่นั่งมองเขายืนคุยกับคนอื่นตาไม่กะพริบน่ะขั้นสอง และขั้นที่สามก็คือตอนที่นายยอมส่งรูปไปให้เซฮุน”

 

….

 

“เงียบทำไม ไม่เอาอะไรมาอ้างให้ฟังอีกล่ะ”

 

“เออชอบ พอใจหรือยัง”

 

“ชอบก็เดินหน้า นายจะถอยหลังเพราะกังวลอยู่แต่กับเรื่องความรู้สึกน้องจนยอมทิ้งความรู้สึกตัวเองไปมันก็ไม่แฟร์”

 

“ฉันมาทีหลัง”

 

“เออ ไอ้พระเอก”

 

จิ๊!” คุณชายจิ๊ปากรำคาญ  ชีวิตเดินทางมาถึงจุดที่ต้องปรึกษาปัญหาหัวใจกับเพื่อนขนาดนี้แล้วหรอ ดันชอบคนที่ไม่คิดว่าจะชอบด้วยสิ เหลือเชื่อกับตัวเองจริงๆ  

 

“เชื่อเถอะ ไอ้เด็กตัวเผือกไม่ได้จริงจังหรอก ฉันดูทรงแล้วไม่น่าเป็นไปได้”

 

“ตอนนี้ความรู้สึกฉันมันแค่เพิ่งเริ่ม ยังถอนตัวทัน ดีไม่ดีอาจจะเป็นแค่ความรู้สึกเอ็นดูก็ได้ แต่เซฮุนมันไปไกลแล้ว ฉันมีความสุขบนความทุกข์ของน้องไม่ได้หรอก”

 

“อย่าหาว่าฉันเสี้ยม แต่ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับแบคฮยอนด้วยว่าจะใจตรงกับใคร บางทีพวกนายอาจจะแห้วทั้งพี่ทั้งน้องก็ได้ ก็เห็นแล้วนี่ว่ายังมีคนอื่นเข้ามาจีบเขาอีก”

 

…..

 

“ถ้าอยากตัดปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆก็หยุดความชอบไว้แค่ตรงนี้”

 

“อืม”

 

“แต่ฉันไม่คิดว่านายจะไม่รู้ตัวนะไอ้คุณชาย”

 

“อะไร”

 

“ก็ถ้าทำได้นายคงไม่ปล่อยให้ตัวเองใช้คำว่าชอบตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งนายห้ามมันไม่ได้ใช่ไหมล่ะ เพราะงั้นอยากจะชอบก็ชอบไปเถอะ”

 

…..

 

“ความรักความชอบไม่จำเป็นว่าเราต้องได้มันมาครอบครองเสมอไป ถ้านายไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองแย่งน้อง ก็เป็นแค่คนแอบชอบสิ”

 

“แอบชอบคนที่น้องตัวเองรักก็ผิดแล้วจงอิน”

 

“งั้นก็สุดแล้วแต่นายจะเลือก แต่ฉันขอพนันเลยว่าไอ้เด็กเผือกนั่นไม่ได้จริงจัง ถ้านายคิดอยากจะเสียสละต่อก็เอาเถอะ เอาที่สบายใจเลยคุณชายพระเอก”

 

 


 

 


 

ชานยอลกลับเข้าบ้านตัวเองในเวลาเกือบค่ำ เซฮุนยังไม่กลับ ส่วนพ่อแม่เขาหัวหน้าพ่อบ้านคนเก่าคนแก่รายงานให้ฟังว่าพวกท่านกำลังมีแขก ไม่ต้องให้บอกต่อชานยอลก็พอเดาได้ว่าคงไม่พ้นพวกพ้องลูกน้องในพรรคของพ่อเข้ามาคุยงานกันนอกรอบอีกตามเคย

 

ตระกูลปาร์คของเขาเป็นตระกูลนักการเมืองสืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ชานยอลและเซฮุนจึงชินชากับการเห็นเหล่าบอดี้การ์ดเดินเพ่นพ่านอยู่ทั่วบริเวณบ้าน พ่อมีเลือดนักการเมืองเต็มตัว ส่วนแม่ทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับเครื่องประดับ

 

อาจจะเหมือนตระกูลที่ดูเคร่งครัดเรื่องกฎระเบียบมารยาทต่างๆ ซึ่งจริงๆแล้วทั้งใช่และไม่ใช่นั่นแหละ คุณชายคนโตได้นิสัยเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้วมาจากประมุขของบ้านซึ่งก็คือพ่อ ขณะที่เซฮุนได้นิสัยสบายๆ คุยเก่ง ยิ้มง่ายมาจากคุณหญิงปาร์คผู้เป็นแม่

 

และที่สมาชิกทุกคนในบ้านมีเหมือนกันคือนิสัยโอบอ้อมอารี เข้าใจกัน รับฟังเหตุผลซึ่งกันและกันเสมอ  ถือได้ว่าเป็นอีกครอบครัวตัวอย่างที่ไม่ได้มีดีเพียงเกียรติยศ ฐานะเงินทอง ทว่ายังเป็นครอบครัวที่อบอุ่นด้วย  

 

“จะอาบน้ำเลยมั้ยครับคุณชาย ผมจะได้เรียกให้แม่บ้านขึ้นมาเตรียมน้ำอุ่นให้”

 

“ครับ อาบเลยก็ดีเหมือนกัน”

 

หัวหน้าพ่อบ้านและหัวหน้าแม่บ้านของที่นี่เป็นสามีภรรยากัน ดูแลตระกูลปาร์คมาตั้งแต่สองคุณชายลืมตาดูโลกครั้งแรก ส่วนใหญ่หัวหน้าพ่อบ้านจะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้คุณชายคนโต ส่วนคุณนมจะดูแลเซฮุน ฝั่งพ่อแม่เขาจะมีบอดี้การ์ดส่วนตัวดูแลแยกไปต่างหาก

 

ชีวิตชานยอลไม่มีอะไรหวือหวาน่าตื่นเต้น นอกจากเรียน เล่นกีฬา ดนตรี กิจกรรมอย่างอื่นที่ชอบทำก็ทั่วๆไปไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ มีบริวารคอยรับใช้ อยากได้อะไรแค่เอ่ยปากก็มักจะได้สิ่งนั้นมาง่ายๆแล้ว

 

คิดมาตลอดว่าตัวเองชอบอะไรเรียบๆง่ายๆ ไม่ชอบความวุ่นวาย แต่พอได้มาเจอเด็กคนหนึ่งที่คุณยายรับเข้ามาดูแลความคิดชานยอลก็เริ่มเปลี่ยนไป

 

แบคฮยอนควรถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มคนประเภทที่เขาไม่ชอบด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะมารยาท การกระทำ และอีกหลายๆอย่างที่คนตัวเล็กทำไว้มันล้วนเป็นสิ่งที่ชานยอลไม่เคยชอบเลย แต่จนแล้วจนรอดเด็กคนนั้นก็กลายเป็นข้อยกเว้นจนได้

 

ชานยอลเปิดลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงเพื่อหยิบสมุดเล่มที่เอาดอกหญ้าสอดเก็บไว้ขึ้นมาดู ดอกแรกเขาไม่ได้ตั้งใจเก็บ คงเผลอสอดมันไว้ไม่ตอนใดก็ตอนนึงซึ่งก็จำไม่ได้แล้วเหมือนกัน ส่วนดอกที่สองต้องยอมรับว่าตั้งใจเก็บมันไว้จริงๆ

 

“ดอกหญ้าเหรอครับ”

 

คุณพ่อบ้านเดินยิ้มอบอุ่นเข้ามาคุยด้วย ชานยอลไม่คิดว่ามันเป็นการละลาบละล้วงเพราะชายสูงวัยคนนี้เป็นอีกคนที่ชานยอลมักจะเล่าทุกเรื่องให้ฟัง

 

“ครับ มีคนให้ผมมา”

 

“ต้องสำคัญมากคุณชายคนโตของผมถึงได้เก็บมันไว้จนแห้งกรอบขนาดนี้”

 

“ผมเองก็ไม่แน่ใจ แต่ยังไม่มีความคิดอยากทิ้งมันเลยครับ”

 

“ชอบเขาหรือครับ” คนถูกถามยังไม่ตอบ วางดอกไม้แห้งไว้ที่เดิมพลางปิดสมุดเก็บเข้าไปในลิ้นชัก “คุณหนูซอรินหรือ..

 

“คุณพ่อบ้านก็รู้ว่าผมคิดกับซอรินแค่เพื่อน”

 

“ครับ คุณชายของผมโตเป็นหนุ่มกันหมดแล้ว เริ่มมีความรักกันแล้ว คนแก่อย่างผมคงได้แต่รอดูว่าใครจะเป็นผู้โชคดีคนนั้น”

 

“คงอีกนาน ผมเรื่องมากออกอย่างนี้ไม่แน่ว่าคุณชายคนเล็กของบ้านอาจจะเจอผู้โชคดีก่อนคนเป็นพี่อย่างผมก็ได้”

 

“เจอก่อนเจอหลังไม่สำคัญ แค่สุดท้ายเราเจอคนที่เค้าสามารถกลายเป็นความสุขให้กับชีวิตที่เหลือของเราได้ก็พอแล้วครับคุณชาย”

 

คนตัวสูงหัวเราะให้กับประโยคน่าฟังของคุณลุงหัวหน้าพ่อบ้าน ไม่ได้รู้สึกว่ามันตลก แต่อยากหัวเราะให้กับตัวเองมากกว่า ไม่รู้ว่าชาตินี้จะได้เจอคนที่ว่านั่นกับคนอื่นไหม เขาไม่ได้ดิ้นรน ไม่ได้ต้องการหรือรู้สึกว่าจะอยู่ไม่ได้ถ้าหากไม่มีความรัก

 

เฉยๆกับเรื่องแบบนี้มาโดยตลอด ตอนนี้อาจจะแย่กว่าเมื่อก่อนหน่อยตรงที่พอพูดถึงเกี่ยวกับมันแล้วหน้าลูกหมาของใครบางคนต้องลอยตามมาทุกที

 

 



 

 


 

 

ฮ๊าดดชิ่ว!!!

 

 

มือน้อยยกขึ้นถูจมูกตัวเองเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ถูกหวัดเล่นงานมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว คุณท่านให้พี่ๆแม่บ้านหาหยูกยามาให้ทานสารพัดด้วยความเป็นห่วง เดิมทีจะตามหมอมาตรวจอาการให้แล้วด้วยซ้ำ ดีที่ห้ามทัน แบคฮยอนมั่นใจว่ามันเป็นเพียงอาการของคนเป็นหวัดธรรมดาเท่านั้น ทานยา ทำร่างกายให้อบอุ่นเข้าไว้เดี๋ยวก็ดีขึ้น ตอนอยู่ชุมชนเป็นออกบ่อยไป

 

วันนี้แบคฮยอนไม่มีตารางเรียนทั้งวันดังนั้นจะออกบ้านช่วงไหนก็ได้ นึกอยากออกช่วงเย็นที่ต้องไปซ้อมวิ่งเลยแต่กลัวรถติดเลยเลือกออกช่วงสายๆแทน จะได้เอาเสื้อสูทที่วานให้พี่ๆแม่บ้านซักไปฝากชานยอลคืนให้เซฮุนด้วย

 

ไม่ได้ติดต่อถามชานยอลก่อนว่าตอนนี้อยู่ไหน แต่พอจะเดาได้ว่าเวลาแบบนี้อีกฝ่ายน่าจะอยู่ร้านกาแฟใต้ตึกคณะเช่นทุกที แบคฮยอนจึงบอกให้คุณลุงคนขับรถจอดส่งที่หน้าคณะบริหาร เดินมุ่งหน้าตรงไปที่คาเฟ่ร้านประจำของพี่ชายเพื่อน ยังไม่ทันได้เข้าไป คนที่ตั้งใจมาหาบังเอิญผลักประตูออกมาพอดี พร้อมกับกลุ่มเพื่อนอีกสามสี่คน

 

“อ้าวแบคฮยอน”

 

ทั้งหมดขยับออกไปยืนทักทายกันที่โล่งๆเพื่อไม่ให้เกะกะหน้าประตูร้าน

 

“หวัดดีฮะพี่จงอิ.. ฮั๊ดชิ่ว!!

 

“เป็นหวัดซะแล้ว”

 

แห่ะๆ ขอโทษฮะ”

 

เมื่อวานกลับบ้านไปไม่ได้กินยาหรอ

 

“ฮะ? เมื่อวาน..” คนตัวเล็กเอียงคอมองหน้าคนตัวสูงกว่าอย่างงุนงง “ทำไมชานยอลถามเหมือนรู้ว่าเมื่อวานผมไปทำอะไรมา” พูดอย่างกับรู้ว่าเมื่อวานเขาตากฝนและต้องกลับบ้านไปกินยาอย่างงั้นแหละ ถ้าเซฮุนถามจะไม่แปลกใจหรอกเพราะอยู่ด้วยกัน แต่กับชานยอลแบคฮยอนจำได้ว่าเมื่อวานยังไม่เจอหน้าอีกฝ่ายเลยนะ แปลกจัง

 

“ช่างมันเถอะ” ชานยอลกระแอมกระไอในลำคอนิดๆ ได้ยินเสียงหัวเราะล้อของคิมจงอินแล้วอยากเอาศอกสะกิดปากมันให้เงียบจริงๆ น่ารำคาญ

 

“แล้วมาทำอะไรที่นี่”

 

“ผมจะเอาเสื้อมาฝากชานยอลไปคืนให้เซฮุนหน่อยน่ะ”

 

“แล้วทำไมไม่ให้มันเอง วันนี้ไม่ได้เจอกันหรอ”

 

“วันนี้เราไม่มีเรียน” แบคฮยอนชี้ชุดเสื้อฮู้ดกางเกงยีนส์ของตัวเองให้ชานยอลดู “แต่มีซ้อมวิ่งตอนเย็นเลยแวะเอามาให้ชานยอลไว้ก่อน เผื่อตอนบ่ายชานยอลต้องไปเข้าเรียนและก็เผื่อชานยอลไม่ไปเล่นบอลด้วย”

 

“อืม” ชานยอลรับถุงกระดาษจากมือแบคฮยอนมาถือไว้

 

“ในถุงมีคุกกี้ด้วยนะ คุณท่านฝากมาให้”

 

“อืม”

 

ฮั๊ดชิ่ว!!!

 

….

 

แฮร่.. ” คนตัวเล็กถูจมูกตัวเองแรงจนมันแดงไปหมด “ชานยอลคงรำคาญแล้ว ต้องไปเข้าเรียนต่อด้วยใช่มั้ยล่ะ งั้นผมกลับเลยแล้วกันเนาะ”  คนตัวเล็กโค้งหัวบอกลารุ่นพี่ทุกคนลวกๆ กำลังจะหมุนตัวออกไปทว่าถูกรั้งแขนด้วยฝ่ามือใหญ่เสียก่อน

 

“มีซ้อมวิ่งตอนเย็น แต่ตอนนี้ยังไม่บ่ายโมงนายจะไปอยู่ไหน”

 

“คงเดินไปศูนย์หนังสือหลังมอฆ่าเวลาแหละมั้ง”

 

“ที่จริงวันนี้ฉันไม่มีเรียนต่อแล้ว” เพื่อนต่างพร้อมใจกันหันขวับ มองหน้าไอ้คุณชายที่กล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าไม่มีเรียนแล้ว ทั้งที่ความเป็นจริงบ่ายวันนี้พวกเขาต้องยิงยาว เรียนกันจนถึงห้าโมงเย็นเลยต่างหาก

 

“หรอ”

 

“อืม”

 

“แล้ว..ผมต้องชวนชานยอลไปด้วยหรือว่ายังไง” กลุ่มเพื่อนไม่เว้นแม้แต่ชานยอลพากันหลุดขำกับความซื่อของคนตัวเล็ก ชานยอลรู้สึกเสียเซลฟ์นิดหน่อยแต่ก็อยากยิ้มขำให้มากกว่าอยากดุเหมือนทุกที

 

“ไม่ต้องชวน แต่ฉันจะไปด้วย”

 

แบคฮยอนฉีกยิ้มให้จนตาเกือบปิด ชานยอลกลั้นยิ้มจนลักยิ้มขึ้นข้างแก้ม ทำเอาเพื่อนๆที่คอยสังเกตท่าทีคุณชายเพื่อนอยู่ถึงกับพากันเบ้ปากให้ โดยเฉพาะผู้รู้แจ้งเห็นจริงอย่างคิมจงอิน

 

“ฉันแยกกับพวกนายตรงนี้เลยแล้วกัน”

 

“เออ ไปไหนก็ไปเถอะ ไอ้คนไม่มีเรียน”

 

นิ้วหนาชี้หน้าคาดโทษเพื่อนพลางยักไหล่ไม่ใส่ใจ เริ่มปลงกับตัวเองที่สามารถทำอะไรโดยไม่คิดได้บ้างแล้วล่ะ อย่างการโดดเรียนครั้งนี้เป็นเพียงการกระทำไม่กี่ครั้งที่เคยทำ แบคฮยอนเป็นตัวอะไรกันแน่ ทำไมถึงทำให้เขาทำเรื่องเหนือความคาดหมายได้ตลอดเวลา

 

“จะไปซื้ออะไรที่ศูนย์หนังสือ”

 

“อยากซื้อหนังสือการ์ตูนเหมือนจงแดอะ เมื่อวานไปแล้วแต่ตัวเปียกเลยอดเข้าไปซื้อเลย”

 

“ก็เลยยืนให้คนอื่นเค้าขายขนมจีบแทน”

 

“ชานยอลว่าอะไรนะ”

 

“เปล่า”

 

“วันนี้ชานยอลดูแปลกๆ”

 

“ก็หล่อเหมือนเดิมไม่เห็นมีอะไรแปลกตรงไหน” ก็ท่าทางดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ แถมด้วยประโยคพูดเล่นแบบนี้ปกติแบคฮยอนเคยเจอบ่อยที่ไหน ตามอารมณ์ไม่ทันแต่คนตัวเล็กก็ปล่อยให้คนตัวสูงพาเดินมาจนถึงรถหรู ชานยอลบอกว่าไม่อยากไปศูนย์หนังสือ อยากไปเดินตากแอร์เล่นที่ห้าง บอกจะไปทำธุระด้วยแบคฮยอนเลยไม่กล้าขัด คุณชายอยากจะพาไปไหนทำอะไรแบคฮยอนไปได้หมดเลย ว่าง

 





 

พอถึงที่หมาย ชานยอลพาแบคฮยอนไปเข้าร้านหนังสือก่อนเป็นลำดับแรก หนังสือที่ต้องการไม่มีอยู่ในคลังสินค้าแบคฮยอนจึงต้องทำเรื่องสั่งซื้อไว้ จากนั้นก็พากันไปเข้าร้านรองเท้าและเสื้อผ้าอีกหลายแบรนด์ ชานยอลบอกอยากเดินซื้อของแต่แบคฮยอนไม่เห็นว่าชานยอลจะได้อะไรติดมือมาเลยซักชิ้น ทั้งยังคงไม่เลิกอมยิ้มอารมณ์ดีให้แบคฮยอนทำตัวไม่ถูกตามไปด้วยอีกแหนะ

 

            หลังจากไม่เจอของถูกใจจนอยากรูดบัตรซื้อแล้ว ชานยอลพาแบคฮยอนไปเข้าร้านทำผม ถ้าจะตัดจะสระหรือจะเสริมหล่อเองอันนี้แบคฮยอนเข้าใจ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องสั่งให้ช่างมาพาเขาไปตัดผมด้วย บอกว่าผมเขายาวจนหน้าเหมือนผู้หญิงเข้าไปทุกที แถมไม่เป็นทรงอีกต่างหากเลยสั่งให้ช่างจัดการ พอท้วงก็ดุอีก แบคฮยอนเลยต้องให้เวลาหนึ่งชั่วโมงไปกับการตัดผมอย่างขัดใจคนพามาไม่ได้

 

       “ถามจริงนะ ชานยอลกินยาลืมเขย่าขวดหรอ”

 

“อะไร”

 

“วันนี้ดูอารมณ์ดีอะ”

 

“แล้วอยากให้ฉันอารมณ์เสียหรอ”

 

“เปล่า ผมแค่ไม่ชิน”  ไม่ชินทรงผมใหม่ของชานยอลด้วย ถึงมันจะแค่สั้นลงแต่แบคฮยอนกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายหล่อขึ้นจัง เท่ขึ้นกว่าเดิมด้วย ขณะที่เขาตัดแล้วดูตลกแปลกๆ เดินผ่านกระจกตรงไหนเป็นอันต้องหันมองตัวเองอย่างคนไม่มั่นใจทุกที

 

“มองหน้าฉันทำไม”

 

“ช่างบอกเราตัดทรงคล้ายกันไม่ใช่หรอ ทำไมชานยอลออกมาดูดีอะ แต่ผมหน้าเหมือนหมาเลย ไม่ยุติธรรม” คนฟังถึงกับหลุดขำจนไหล่สั่น

 

“ถ้างั้นคงต้องบอกว่าต่อให้ไม่ตัดหน้านายก็เหมือนหมาอยู่ดีนั่นแหละ”

 

“เง้อ ไม่เหมือนซักหนะ… / แชะ!

 

“มาถ่ายรูปผมทำไมเนี่ย!” แยกเขี้ยวใส่ทันทีที่เห็นอีกคนหัวเราะขำใส่รูปที่ตัวเองเป็นคนถ่ายเองกับมือ หน้าคงเหวอได้น่าเกลียดมากแน่ๆ พอบอกให้ลบชานยอลก็ยัดโทรศัพท์เก็บใส่ลงกระเป๋ากางเกงเลย แย่อะ..

 

“เพิ่งรู้ว่าชานยอลชอบแกล้งคนอื่น”

 

“ฉันจะแกล้งเฉพาะคนที่อยากแกล้ง”

 

“จะเอาคืนผมว่างั้น ระวังตัวให้ดีแล้วกัน ผมเอาคืนเมื่อไหร่ห้ามมาดุล่ะ ชานยอลอยากเป็นคนเริ่มเอง” คนถูกดักคอยักไหล่ไม่สนใจ คนตัวเล็กสะบัดหน้าหนีอย่างหมั่นไส้ เผอิญสายตาเจอเข้ากับร้านไอศกรีมร้านเดิมที่เคยมานั่งกินกับชานยอลตอนโน้นเข้าพอดี

 

“ชานยอลร้านนั้น!” มือเรียวข้างหนึ่งชี้นิ้วไปยังร้านไอศกรีม อีกข้างจับแขนแกร่งเขย่าไปมาอย่างตื่นเต้น “ผมอยากกินอีก”

 

“เป็นหวัดอยู่ยังจะ..

 

“ผมอยากกิน! อยากกินอะ ขอโคนเดียวก็ดะ..ฮั๊ดชิ่ว!!

 

“เลิกคิดจะกินของเย็นไปได้เลย ไปหาอะไรอุ่นๆกินแทนไป”

 

“ไม่เอา จะกินร้านนั้น”

 

“พูดไม่รู้เรื่องเป็นเด็กสามขวบหรือไงฮะ”

 

“ผมจะกิน”

 

“แบคฮยอน”

 

“ผมจะกิน”

 

“ถ้านายกินคืนนี้ต้องไอทั้งคืนแน่”

 

“ผมโตแล้ว ผมดูแลตัวเองได้ ถ้าชานยอลไม่พาไปผมไปซื้อเองก็ได้ไม่ง้อหรอก” พูดเสร็จก็จามออกมาอีกสองทีติด ชานยอลนึกอยากจะเกี่ยวหมวกฮู้ดของอีกฝ่ายให้กลับมาจริงๆ แต่เพราะรู้ว่าถ้าไม่ให้ไปคงได้มีทะเลาะกันอีกแน่จึงปล่อยเลยตามเลย เดี๋ยวคืนนี้นอนไอให้คอพังทั้งคืนแล้วจะรู้สึก

 

ยืนรอไม่ถึงสิบห้านาทีแบคฮยอนก็เดินกลับมาพร้อมไอศกรีมโคนรสสตรอเบอร์รี่จนได้ หน้าตาบ่งบอกถึงความสุขจนน่าหมั่นไส้ ไม่เท่านั้นยังทำเป็นเลียมันต่อหน้าคนตัวสูงเพื่อเย้ยหยันที่อีกคนชอบขัดใจอีกต่างหาก

 

น่าตี

 

ชานยอลเลือกใช้วิธีเอาคืนต่างออกไปจากทุกที ใบหน้าหล่อก้มลงกัดเนื้อไอศกรีมเย็นๆสีชมพูเข้มในมือเรียวจนมันหายไปกว่าครึ่ง แบคฮยอนไม่ได้โกรธที่ถูกแย่งกินของโปรดไปต่อหน้าต่อตา แต่กำลังอึ้งที่ชานยอลกล้ากินมันมากกว่า

 

“ชานยอลกินทำไม”

 

       “แม่ครูบอกให้รู้จักแบ่งให้คนอื่นกินด้วยไม่ใช่หรอ ฉันกินแค่นี้ไม่ได้?

 

“กินได้ แต่นี่ผมเลียมันหมดแล้วชานยอลก็เห็นอยู่ไม่ใช่หรอ”

 

“เห็น แต่จะกิน”

 

“น้ำลายผมทั้งนั้นไม่ขยะแขยงบ้างหรือไง”

 

แค๊บ!

 

ส่วนปลายแหลมๆของก้นโคนไอศกรีมถูกกัดไปต่อหน้าต่อตาเป็นลำดับต่อมา ครั้งนี้คนตัวเล็กทำตาโตยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะร้องโวยวายใส่อย่างไม่พอใจ “ย๊า! ตรงนั้นมันของชอบของผมนะชานยอลกินมันทำไม!!!” แบคฮยอนชอบกินตูดมันที่สุด! ชอบมากกว่าเนื้อไอศกรีมด้วยซ้ำ!

 

“รีบกินสิ เดี๋ยวมันหยดใส่มือหรอก”

 

“ก็ชานยอลนั่นแหละมากัดของผม! ฮื่อ! นิสัยไม่ดีเลย! ไปซื้อมาคืนผมเลยนะ”

 

“ฉันเคยเลี้ยงนายตั้งเยอะกินแค่นี้อย่าทำเป็นโวยวายหน่อยเลยได้มั้ย”

 

“กินตรงไหนก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ตรงนั้นเซ่!

 

“กินไปแล้วช่วยไม่ได้”

 

“นิสัยไม่ดี!

 

“เลิกทำตัวเป็นเด็กๆเถอะน่า ดูสิ หยดใส่มือหมดแล้วรีบๆกินเข้า”

 

“หึ่ย!!” อ้าปากเล็กๆของตัวเองงับไอศกรีมส่วนที่เหลือทั้งหมดเข้าปากไปในคราเดียวอย่างโมโห สองแก้มตุ่ยออกเหมือนจะแตก ตารีเล็กจ้องมองคนหน้าหล่ออย่างเคียดแค้น ถ้าควันออกหูได้จริงชานยอลคงได้เห็นมันด้วยแล้ว แบคฮยอนโมโหจริงๆนะ! โมโหมากแต่ชานยอลยังมีหน้ามายิ้มขำ ไม่สำนึกความผิดตัวเองเอาซะเลย!

 

 

คนที่แย่งกัดตูดไอติมของแบคฮยอนเป็นคนนิสัยไม่ดี!

 

 

ชานยอลเป็นคนไม่ดี!

 

 

 

 

#ficmysscb

 

 








 

 

 

Talk:

เมื่อก่อนมันเคยอยู่ที่ห้าพันคำนะ ตอนนี้ชักเลยเถิด

ถถถถถถถถถถถ

 

..1 มีคนงงตอนที่ซอรินขับรถแกล้งเฉี่ยวแบคฮยอนกับตอนก่อนหน้า(rioting) อยากบอกว่ามันไม่ใช่เหตุการณ์วันเดียวกันนะคะ เพราะตอนนั้นอัพห่างกัน คนที่เพิ่งมาตามรวดเดียวทีหลังคงจะงงเนอะ แต่ไรท์ไปแก้เพิ่มประโยคไว้ต้นแชปแล้ว /กราบขออภัยถ้าทำให้รู้สึกไม่เมคเซ้น

.2 กว่าจะคลอดแต่ละตอนมันไม่ง่ายเลย อ่านทวนแล้วทวนอีก ตั้งใจม๊ากกกกก ถ้าเจอคำผิดตรงไหนบอกกันได้น้า //  ไรท์เป็นประเภทถ้ารู้สึกติดขัดไม่โอเคหรือฟิลลิ่งยังไม่มาก็ไม่สามารถเอามาอัพลงให้ได้จริงๆ(เขียนไม่ออกด้วยซ้ำ ตัน555) ไม่ชอบลงครึ่งๆกลางๆตอน เป็นไปได้ก็จะอัพทีเดียว100%

..สุดท้าย :  ถ้าข้าอัพช้าได้โปรดอภัยให้แก่ข้า ช่วงนี้ปั่นงานหนักมาก ต้องอ่านนส.สอบอีก ไม่ทิ้งไม่ลืมแน่นอนนนนนนน น่าปลายๆมีนาถึงจะค่อยมีเวลามากขึ้น ดังนั้น ฝากเม้น โหวต สกีมแฮชแท็ก เป็นกลจ.ให้กันด้วย - ทุกคอมเม้นมีผลต่อจิตใจน้อยๆของคนแต่ง <3

 

 

#ตอนหน้าเราจะมีแขกรับเชิญมาเพิ่มอีก #มาทำไมต้องติดตาม อิอิ







 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 327 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5073 Me2000 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 21:15
    อยู่ดีๆ ก็ไม่มีเรียน ทั้งที่กำลังจะเดินไปเรียน // คนเราอ่ะเนอะ~~
    #5,073
    0
  2. #5060 乃イ乙メ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 19:52
    ฝั่งเจ้าบ่าวเตรียมขันหมากแล้วนะคะ
    #5,060
    0
  3. #5021 YOLO'H (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 14:24
    คนไม่มีเรียนอ่ะเนาะ
    #5,021
    0
  4. #4997 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:40
    พี่ชานชอบน้องแบคลุยเลยพี่ชาน
    #4,997
    0
  5. #4958 IPINOCKIO (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 12:13
    มองจากดาวอังคารก็ยังรู้เลยว่าชานยอลชอบแบคฮยอน *จงอินไม่ได้กล่าว* แบคก็น่ารักน่าร๊ากกกกก ชานยอลก็หลงน้องเข้าไปทุกวันๆ
    #4,958
    0
  6. #4882 windnie1106 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 00:02
    ทำไมแบคน่ารักแบบนี้นะ งืออ
    #4,882
    0
  7. #4738 KAMSNW (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 15:48
    น้อนน่ารักทุกทีที่อยู่กับไอติม 5555 พี่ชานเริ่มรุกแล้วล่ะสิ แบบนี้จะไปไหนรอดดด
    #4,738
    0
  8. #4700 renussoysunted (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 15:59
    แบคฮยอนน่ารักกกกกกกกกกก
    #4,700
    0
  9. #4682 Eavv3 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 11:01
    อะโด่วกินไอติมโคนเดียวกันดั๊วะ
    #4,682
    0
  10. #4633 nsjcbw. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 00:37
    บอกน่าจะชอบแต่การกระทำนี่เกินคำพูดไปหลายขุมเลยนะคะพี่ชานยอลลลลล5555555
    #4,633
    0
  11. #4617 srithong01 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 01:33
    น้องงงงงงงงง
    #4,617
    0
  12. #4589 pparkminhoo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 21:23
    จ่ะไม่มีเรียน55555
    #4,589
    0
  13. #4572 Ihaveadream (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 02:29
    โดดเรียนเลยอ่ะคุณชายยย
    #4,572
    0
  14. #4519 geejajaa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 09:54
    โหยยยขนาดนี้แล้วชานยอลรุกหน้าจัดหนักเลย
    #4,519
    0
  15. #4490 tuntiiz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 11:17
    โอ้ยยนนว เขินเด้อ
    #4,490
    0
  16. #4428 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 13:48
    รุกหนักมากกกกกกกก
    #4,428
    0
  17. #4384 Miss aon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 17:57
    คุณชายคนไม่มีเรียนนนนน
    #4,384
    0
  18. #4233 oom3456789 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 01:46
    ทำไมคุณชายรุกเบอร์นี้ แอบเขินแทน
    #4,233
    0
  19. #4178 pcy921 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 09:18
    แหมมมมคุณชายไม่มีเรียนเหรอค่ะ หืมมมมมมมมมม
    #4,178
    0
  20. #4154 24 ชั่วโมง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 20:42
    ชานยอลรู้ใจตัวเองแล้วก็เอาใหญ่เลยนะ
    #4,154
    0
  21. #4117 mini_6 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 18:50
    โอ้ยๆๆๆ ทำไมชานยอลน่ารักก คนละคนเลยมั้ยเนี้ย 55555
    #4,117
    0
  22. #4085 pim pimmi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 00:25
    งื้อออออออ คือน่ารักมากกกกก
    #4,085
    0
  23. #3998 Dew_30 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:00
    นี่เรียกว่าจีบได้ไหม555 น่ารักก????????????
    #3,998
    0
  24. #3962 Tongdchr (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 16:35
    คุณพี่ออกตัวแรงแล้วนะคะตอนนี้ มาแรงแซงขวาจริงๆ /เปิดไนตรัส
    #3,962
    0
  25. #3935 Chopoom94 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 21:03
    อิพี่น่าหมั่นไส้แรงงงง พอชอบเข้าหน่อยก็แกล้งซะ ไอ่ตัวจ้อยก็หน้าหงิกไปซี่ พรี่ไม่สน 55555555 



    ตูดไอติมใครก็หวงนะคะพรี่ปาร์คคนโต
    #3,935
    0