You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 13 : Shining XII :: I Think I..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,089
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 382 ครั้ง
    21 พ.ค. 59




Shining XII.

 


 






         

            แบคฮยอนแทบกระเป๋าฉีกเพราะต้องออกค่าใช้จ่ายเองทุกอย่าง อยากกลับไปประท้วงเรียกค่าทำขวัญกับค่าเสียหายจากหลานสาวคุณท่านอยู่หรอก ติดแค่คิดขึ้นได้ว่าเงินทุกวอนที่ตัวเองใช้ก็คือเงินของคุณท่านทั้งนั้น เรียกร้องจากหลานคงไม่ต่างจากผลาญคุณท่านอยู่ดี เพราะงั้นก็ช่างมันเถอะ

 

ที่น่าเจ็บใจที่สุดคงเป็นเรื่องของโทรศัพท์ที่ตอนนี้มันเหลือแต่ซากไว้ให้แบคฮยอนเห็น ชานยอลบอกให้ซื้อเครื่องใหม่ แต่แบคฮยอนกำลังคิดจะเอามันไปลองซ่อมดูก่อน หรือไม่ก็ไม่ใช้มันซะเลย เปลือง...

 

ทั้งคู่นั่งแท็กซี่กลับมาถึงบ้านตระกูลชองในเวลาเกือบจะเที่ยงคืน กว่าจะหาหมอเสร็จ กว่าจะจัดการให้ท้องอิ่ม กว่าจะเดินทางไปแต่ละที่ได้ก็นั่นแหละ ถึงบ้านอีกทีจวนเจียนจะพ้นวันใหม่อย่างที่เห็น

 

ตอนแรกคิดกันว่าคนที่บ้านคงเข้านอนกันหมดแล้ว ปรากฏว่าผิดคาด เหล่าแม่บ้านยังคงอยู่รอคุณหนูคนใหม่กันครบ เช่นเดียวกับคุณท่านและพ่อแม่บุญธรรม แบคฮยอนตั้งใจจะเดินเข้าไปหาผู้ใหญ่ ทว่ามีคนบุ่มบ่ามเข้ามาดึงตัวเขาไปกอดซะก่อน

 

 

“เป็นนายจริงๆด้วย! ใช่นายจริงๆด้วย”

 

ฮ่ะๆ ก็เราน่ะสิ”

 

“ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะ หายไปไหนมา รู้มั้ยว่าเราตามหาแทบแย่ เป็นห่วงกันทั้งบ้านจนจะแจ้งความอยู่แล้ว” แบคฮยอนเหลือบมองไปทางผู้ใหญ่ที่นั่งกันอยู่บนโซฟา

 

“ว่าไงเจ้าตัวดี หายไปทำอะไรที่ไหนมา”

 

“เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะครับ ชานยอลพาไปหาหมอมา”

 

“ว่าแล้วต้องเกิดอุบัติเหตุ!” เซฮุนผละตัวออก ก้มลงมองพลางหมุนร่างเล็กไปรอบๆเพื่อสำรวจหาบาดแผล “เจ็บตรงไหนบ้าง แล้วหมอว่ายังไง ตรวจดีแล้วใช่มั้ย”

 

“เซฮุนใจเย็นๆหน่อยสิลูกเอ๊ย.. ให้เพื่อนได้พูดบ้าง”

 

“คุณยายไม่ตกใจเลยหรอฮะ แบคฮยอนเกิดอุบัติเหตุนะ”

 

“เหลือพื้นที่ให้ใครได้ตกใจบ้างล่ะ นายเล่นตกใจเผื่อคนทั้งบ้านขนาดนี้” ปาร์คชานยอลส่ายหน้าเอือมระอาให้น้องชายก่อนจะพาตัวเองเข้าไปนั่งบนโซฟาตัวที่ว่าง ชายหนุ่มวางถุงยาของแบคฮยอนลงบนโต๊ะเตี้ยพลางโค้งหัวให้ผู้ใหญ่

 

“ต้องขอโทษคุณยายกับคุณป้าด้วยนะครับที่ผมพาแบคฮยอนไปโดยไม่ได้โทรมาบอกก่อน มันค่อนข้างฉุกละหุก ผมไม่มีโทรศัพท์ติดตัวส่วนของแบคฮยอนก็พังพอดี”

 

“กลับมาปลอดภัยกันก็ดีแล้ว รู้ว่าหายไปกับเรายายค่อยโล่งอกไปที ตอนแรกคิดกันว่าเจ้าตัวดีเค้าคงหลงไปที่ไหนแล้วหาทางกลับบ้านไม่ได้ซะอีก จะโทรไปแจ้งความคนหายก็ไม่ได้เพราะยังไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมง”

 

คนตัวเล็กเดินเข้าไปหาคุณท่าน หมายจะนั่งลงกับพื้นแต่เผอิญแผลที่เข่ามันตึงและเจ็บขึ้นมาจนต้องสูดปาก คนเป็นยายช่วยพยุงแขนหลานให้ขึ้นมานั่งข้างๆแทบไม่ทัน

 

“เจ็บตัวกลับมาอีกจนได้นะเรา”

 

“ขอโทษฮะ”

 

“เรื่องมันเป็นมายังไง ทำไมถึงเกิดอุบัติเหตุ”

 

“แบคฮยอนกำลังคุยโทรศัพท์กับเซฮุน อยู่ๆก็มีรถพุ่งเข้ามา”

 

“รถใคร”

 

คำถามของแม่บุญธรรมทำให้แบคฮยอนต้องหันไปสบตากับชานยอล “รถผมเองครับ” และคำตอบของชานยอลทำเอาแบคฮยอนไม่เข้าใจ ทั้งๆที่แฟนตัวเองเป็นคนทำแท้ๆแต่กลับมาออกหน้ารับแทนอย่างนี้เลยงั้นหรอ..

 

“รถผมมีปัญหาเรื่องเบรคอยู่ ตอนนั้นแบคฮยอนเดินอยู่แถวนั้นพอดีเลยเกิดอุบัติเหตุขึ้นนิดหน่อย แต่ผมโทรเรียกช่างมาจัดการแล้ว ส่วนเรื่องที่เกือบทำแบคฮยอนเป็นอันตรายผมต้องขอโทษด้วยจริงๆครับ”

 

 คงจะรักมากเลยสินะ

 

“อย่างนี้เอง” แม่บุญธรรม

 

“พี่ไม่ระวังเลย ถ้าแบคฮยอนเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง” เซฮุน

 

“เอาเถอะๆ เรื่องมันแล้วไปแล้ว เราก็รับผิดชอบพาน้องไปหาหมอแล้วเอาเป็นว่าคราวหน้าคราวหลังต้องระวังให้มากกว่านี้นะชานยอล เผื่อไปชนใครขึ้นมาจริงๆจะแย่เอา” คุณยาย

 

“ครับ”

 

“นี่ก็ดึกดื่นแล้วจะค้างที่นี่กันเลยไหม ยายจะได้ให้แม่บ้านไปเตรียมห้องให้”

 

“ไม่เป็นระ.. / ค้างครับ!

 

สองพี่น้องมองหน้ากัน

 

“ตกลงเอายังไง จะค้างไม่ค้างฮึเจ้าหลานพวกนี้”

 

“ดึกแล้วค้างเถอะ ยังไงพรุ่งนี้ผมก็ต้องขับรถมารับแบคฮยอนไปเรียนอยู่ดี ถ้าค้างก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลา”

 

“เสื้อผ้าไม่ได้เอาติดตัวกันมาซักชุด นายเองก็ใช่ว่าจะไม่เคยขับรถกลับบ้านตอนดึกๆเซฮุน”

 

“แต่ผม..

 

“ถ้านายอยากค้างก็ค้าง ฉันจะเอารถกลับบ้าน”

 

“อ้าว แล้วผมจะใช้ไรเล่า”

 

            “งั้นก็กลับด้วยกัน”

 

            เซฮุนทำปากพองลมอย่างรู้สึกขัดใจ นึกโกรธพ่อแม่ที่ให้ตัวเองเกิดช้ากว่าปาร์คชานยอลก็เพราะแบบนี้แหละ เอะอะดุ เอะอะขัดใจ ประท้วงนิดหน่อยฝ่ามืออรหันต์มีถามถึงทันที เหอะ! อย่าให้เซฮุนคนนี้ได้เกิดมาเป็นพี่บ้างแล้วกั้นนนนน

 

            “เราขอตัวลาเลยแล้วกันนะครับ ทุกคนจะได้แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนซักที คงเลยเวลานอนกันมาเยอะแล้ว” ชานยอลลุกขึ้นอย่างสุภาพและเดินนำเซฮุนออกมาก่อน ได้ยินเสียงทุกคนเดินตามออกมาส่งไล่หลัง รู้สึกเกรงใจทว่าจะหันไปปฏิเสธน้ำใจคงดูไม่ดีเท่าไหร่เพราะยังไงตนก็ยังอายุน้อยกว่ามาก

 

            “ขับรถกลับบ้านกันดีๆนะลูก”

 

            “ครับ”

 

ผู้ใหญ่ยืนส่งสองพี่น้องถึงแค่หน้าบ้าน โดยให้แบคฮยอนเป็นตัวแทนตามไปส่งถึงใกล้ๆรถ ก่อนเข้าไปนั่งชานยอลหันไปมองคนตัวเล็กแวบหนึ่ง มองผ้าก๊อซสีขาวที่แปะอยู่กลางหัวเข่านั่นแล้วเอ่ยย้ำ “หมอบอกอย่าเพิ่งให้แผลโดนน้ำ จำได้นะ?

 

            “อืม”

 

            แบคฮยอนพรุ่งนี้เจอกันนะ!’

 

            เซฮุนส่งเสียงมาจากอีกฝั่ง สูงซะจนช่วงคอเลยพ้นหลังคารถ เจอกันๆคนตัวเล็กอดหัวเราะให้กับคำพูดซ้ำๆของเพื่อนไม่ได้ เลื่อนสายตากลับมาอีกทียังคงเจอสายตาคมกริบของชานยอลมองมาไม่เลิก

 

            “เรื่องซอริน..

 

            “ห้ามบอกคุณท่าน” ต่อประโยคให้อย่างรู้ทัน “ผมเพิ่งรู้ว่าชานยอลขี้โกหก” เด็กดื้อทำปากยื่นใส่

 

            “ฉันไม่อยากให้คุณยายต้องไม่สบายใจ”

 

            “แล้วถ้ากลับกันผมเป็นฝ่ายแกล้งซอรินบ้าง ชานยอลจะบอกคุณท่านมั้ย”

 

            “….

 

            “แลกกับที่วันนี้ชานยอลอุตส่าห์ช่วยผมไว้ ผมจะไม่บอกความจริงถึงแม้จะรู้สึกไม่ยุติธรรมกับตัวเองก็เถอะ ขับรถกลับบ้านกันดีๆนะ  บอกเซฮุนด้วย” ชานยอลได้แค่มองตามหลังคนตัวเล็กที่เดินทำท่างอนออกไปแล้ว ไม่ได้เอ่ยรั้งตัวไว้หรืออธิบายเหตุผลอะไรเพิ่มเพื่อให้เข้าใจ

 

เขาไม่ได้อยากให้แบคฮยอนรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบ รู้ว่าวันนี้ชองซอรินทำไปเกินเหตุซึ่งชานยอลเองก็รู้สึกไม่โอเคกับมันด้วยเหมือนกัน แต่จะให้คุณยายรู้เรื่องแล้วเป็นปัญหากันขึ้นมาชายหนุ่มเองก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น ซอรินค่อนข้างเอาแต่ใจ ยอมหักไม่ยอมงอ รู้จักกันมานานซอรินไม่ใช่คนไม่ดี ออกจะน่าสงสารด้วยซ้ำเพราะพ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้ 

 

เป็นคนกลางมันลำบากใจอย่างนี้เสมอเลยสินะ

 

 

“อ่ะ” อยู่ๆคนที่กำลังทำหน้าที่เป็นคนขับรถก็ส่งโทรศัพท์ตัวเองมาให้ “พี่จงอินจะคุยด้วย” ชานยอลรับมือถือของน้องมาแนบหู ได้ยินเสียงเพลงดังอึกทึกก่อนเสียงเพื่อนเสียอีก ให้เดาคงไม่พ้นผับบาร์ที่ไหนซักแห่ง

 

“มีไร”

 

(อยู่กับไอ้เด็กตัวเผือกจริงๆด้วยแฮะ)

 

“เออ มีไร ดึกป่านนี้แล้วยังโทรมาอีก”

 

(ก็ยังไม่หลับไม่ใช่หรือไงล่ะ  ชองซอรินอยู่กับฉัน ดื่มเหล้าเป็นน้ำเปล่าเลย)

 

ปาร์คชานยอลถอนหายใจ

 

(มีเรื่องอะไรกันงั้นหรอ ถามอะไรก็ไม่ยอมเล่า โทรตามฉันออกมาดึกๆดื่นๆเพื่อมานั่งเฝ้าตัวเองดื่มนี่ใช่เรื่องหรอวะ อยากนอนจะแย่)

 

“บ่นแต่ก็ยังออกไป”

 

(จะกลับแล้วเนี่ย นายมาเฝ้าแฟนตัวเองต่อเลยนะไอ้คุณชาย)

 

“พรุ่งนี้ฉันมีเรียนเช้า”

 

(มีเหมือนกันว่อย! แม่งก็เรียนเหมือนกันหมดยังจะมาผลักความรับผิดชอบอีก) ชานยอลพอจะจับกระแสน้ำเสียงของเพื่อนได้ว่าเซ็งแค่ไหน ท่าทางซอรินคงรบกวนเวลานอนของมันน่าดู แต่ก็ช่วยไม่ได้ เขาสนิทกับซอรินยังไงจงอินก็สนิทอย่างนั้นนั่นแหละ 

 

(ไอ้คุณชาย..)

 

“ฉันจะกลับบ้านไปนอนแล้ว นายจัดการเพื่อนตัวเองไปแล้วกัน”

 

(เฮ้ยนี่แฟนหนะ)

 

*ตู๊ดดด!~

 

ชานยอลกดตัดสายทิ้งหน้าด้านๆ มั่นใจเลยว่าทางโน้นคงกำลังก่นด่าไม่หยุดแน่ๆ แต่หาได้แคร์ไม่ ชานยอลโยนโทรศัพท์คืนใส่ตักน้องชายแล้วซบหน้าลงกับกระจกรถข้างๆตัวเองอย่างเหนื่อยหน่าย

 

“โทรศัพท์พี่หายไปไหน”

 

“ลืมไว้บนรถซอริน”

 

“อ่าว แล้วพี่ซอรินล่ะ”

 

“ไม่รู้”

 

 “อะไรของพี่วะ เมื่อกี้พี่บอกผู้ใหญ่ว่าไม่ได้เอาโทรศัพท์ติดตัวมา”

 

“อืม”

 

“รถมีปัญหาเรื่องเบรคและโทรตามช่างแล้ว คำถามคือพี่เอาโทรศัพท์ที่ไหนโทรตาม? โทรศัพท์ไม่มีใช้ทั้งพี่ทั้งแบคฮยอนเลยไม่ใช่หรือไง”

 

จะมาหัวหมออะไรตอนที่พี่ชายตัวเองไม่มีอารมณ์อยากตอบคำถามแบบนี้นะปาร์คเซฮุน ชานยอลถอนหายใจพลางหลับตาหนี ไม่มีการให้คำตอบใดๆกลับไปให้คนเป็นน้องหายข้องใจทั้งสิ้น

 

“พี่พูดไม่เคลียร์เลยนะ”

 

“เลิกเซ้าซี้แล้วขับรถของนายไปเถอะ”

 

“ก็ผมสงสัย เหตุผลของพี่มันดูขัดกัน”

 

“ฉันสงสัยเรื่องรอยช้ำบนหน้านายฉันยังไม่ถามเลย”

 

คนน้องรีบหุบปากฉับทันที จากเป็นผู้ตั้งคำถามดีๆพอโดนถามกลับบ้างทำเอานั่งแทบไม่ติดเบาะ “ที่จริงก็ว่าจะถามอยู่พอดี ไหนๆก็..

 

“จะหลับก็หลับไปสิ! เดี๋ยวถึงบ้านแล้วจะปลุก”

 

พี่ชายหรี่ตาขึ้นมามองหน้าน้องพร้อมขมวดคิ้วสงสัย อยากถามให้รู้เรื่องแต่ความเหนื่อยไม่เป็นใจจึงเปลี่ยนใจกลับมาซบเบาะแล้วปิดเปลือกตาลงต่อ  ไม่วายเอ่ยเสียงเรียบให้น้องชายต้องนั่งขับรถตัวเกร็งไปจนถึงบ้าน

 

“อย่าให้รู้ว่าปิดบังเรื่องไม่ดีฉันไว้ล่ะ”

 

 

พ่อยังไม่ทำตัวน่ากลัวแบบนี้เลยโอยยยย

 

 

มนุษย์พี่!

 

 

 

 

 


 

 

วันต่อมาร่างสูงมาเข้าเรียนช่วงเช้าตามปกติ เจอคิมจงอินที่ดูง่วงหนักกว่าทุกวัน มันผงกหัวเผลอหลับลึกไปหลายทีขณะที่อาจารย์กำลังบรรยายสอนเนื้อหาวิชาอยู่หน้าห้อง ส่วนชองซอรินซึ่งนั่งถัดจากจงอินอีกทีสภาพไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าดูดีน่ามองกว่าสภาพคิมจงอินประมาณนึง

 

คริสและเพื่อนคนอื่นๆสะกิดถามชานยอลเกี่ยวกับอาการเพื่อนสนิททั้งสองอย่างสงสัยอยู่หลายรอบ ซึ่งคุณชายได้ให้เพียงความเงียบเป็นคำตอบกับเพื่อนเท่านั้น เพราะในเวลาเรียนอย่างนี้ชานยอลมักจะไม่พูดไม่คุย เรียกว่าตั้งใจเรียนเสียจนน่าหมั่นไส้

 

สามชั่วโมงต่อมาเป็นเวลาเลิกคลาส จงอินหลับไปเกือบเต็มอิ่ม กระปี้กระเปร่าขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ไม่ต้องมีเรียนต่อแล้ว ที่สำคัญไม่ต้องไปซ้อมเต้นต่อด้วย มีเวลาว่างเหลือเฟือแบบนี้ชายหุ่นบางจึงออกปากชวนเพื่อนๆไปหาอะไรกินกัน ทว่า..

 

“พวกนายไปกันเถอะ ฉันจะกลับบ้านเลย”

 

คำปฏิเสธของชานยอลทำเอาเสียบรรยากาศ แต่สีหน้าซีดๆกับน้ำเสียงอิดโรยหน่อยๆที่แสดงออกมาคล้ายจะไม่สบายเลยทำให้เพื่อนทุกคนตัดสินใจยกเลิกโปรแกรมวันนี้ทั้งหมดและแยกย้ายกันกลับ ยกเว้นอีกสองคนที่ยังอยู่

 

“ชานยอล ซอรินอยากคุ..

 

“ไว้เจอกันนะ ฉันไปล่ะ”

 

“ชานยอลเดี๋ยวก่อน!” หญิงสาววิ่งไปตัดหน้าคนตัวสูง ปกติเธอเป็นคนไม่ยอมก้มหัวให้ใครแต่พอถูกชานยอลทำเมินใส่ทั้งที่ตัวเองพูดด้วยแต่อีกคนกลับเลือกคุยแต่กับจงอินแบบนั้น  ซอรินไม่โอเค ไม่โอเคตั้งแต่ถูกตะคอกใส่พร้อมสายตาเย็นๆเมื่อวานแล้ว

 

“โกรธกันมากเลยหรอ”

 

“แล้วสิ่งที่ซอรินทำมันสมควรมั้ย”

 

“ซอรินแค่จะสั่งสอนเด็กนั่นขำๆแต่..

 

“ไม่มีใครขำกับเรื่องอันตรายแบบนั้นหรอก ถ้ายังคิดไม่ได้ก็อย่าเพิ่งคุยกันเลยนะ วันนี้ผมปวดหัวยังไม่อยากรับเอาเรื่องอะไรเข้ามาคิดเพิ่ม” ทั้งคู่สบตากัน ซอรินไม่ชอบสายตาของชานยอลตอนนี้เลย มันแข็งกร้าว มันห่างเหิน และเพราะรู้นิสัยกันดีถ้าชานยอลบอกอย่าเพิ่งคุยหมายถึงซอรินต้องไม่ดันทุรังเข้าไปทำตัวให้ชานยอลต้องอึดอัดมากไปกว่านี้

 

คนตัวสูงเดินออกมาเพื่อตรงไปหารถตัวเองซึ่งเป็นคันใหม่ ไม่ใช่คันเดิมที่ใช้ประจำทุกวันเนื่องจากศูนย์ฯยังตรวจเช็คให้ไม่เสร็จ สตาร์ทรถยังไม่ถึงห้าวินาทีประตูอีกฝั่งก็ถูกเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ หันไปมองแล้วได้แค่ถอนหายใจใส่

 

“วันนี้นายคงว่างมากสินะ”

 

“พอสมควร จะไปไหน ติดรถไปด้วยคนดิ”

 

“จะบอกว่าไม่มีรถใช้เป็นของตัวเองก็คงไม่ใช่มั้ง รู้สึกที่บ้านมีให้นายเลือกไม่ซ้ำ”

 

“มี แต่ไม่ได้เอามา เมื่อคืนซอรินไปค้างที่บ้านฉันเลยติดรถมาเรียนด้วย และเพื่อตอบแทนที่ฉันอุตส่าห์ดูแลแฟนนายเมื่อคืน นายต้องไปส่งฉันด้วย” คนฟังส่ายหน้าเบาๆพลางเหยียบคันเร่งขับออกมา

 

“ฉันกับซอรินเป็นเพื่อนกัน”

 

“ฮะ?

 

“แปลกอะไร นายรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นอย่างนั้นมาตลอด”

 

“โอ้ จะว่าอย่างนั้นมันก็ใช่” ยักไหล่สบายๆพร้อมดึงเซฟตี้เบลท์มาคาด “แต่คนอื่นเค้าไม่รู้อย่างนั้นนี่ แถมวันดีคืนดีพวกนายนึกอยากจะดูดปากกันขึ้นมาก็ดูด ไอ่เราก็เผลอคิดไปว่าอาจจะมีใจให้กันขึ้นมาก็ได้ ไหงกลายเป็นพูดว่าเพื่อนเต็มปากเต็มคำขนาดนี้ ตกลงกันแล้วหรอวะ?

 

“พูดอะไรให้เกียรติผู้หญิงหน่อย ถึงซอรินจะเป็นเพื่อนเรานายก็หุบปากไว้บ้างก็ได้”

 

“ฉันพูดเรื่องจริงฉันผิดตรงไหน”

 

“พวกฉันทำในที่ลับตาคน”

 

“แต่มันไม่ลับตาฉัน”

 

“เรื่องสอดรู้สอดเห็นมันไม่เข้าใครออกใครสินะ” คิมจงอินเบะปากหมั่นไส้ “แล้วยังไง เพราะเรื่องนี้หรอซอรินถึงดื่มหนักขนาดนั้น ทุกทีชวนไปดื่มไม่เห็นอยากไป”

 

“ไม่แน่ใจ แต่เมื่อวานมีเรื่องกันนิดหน่อย เธอเกือบขับรถชนแบคฮยอน”

 

“อะไรนะ”

 

“จงใจด้วยล่ะ” ชานยอลนึกตามแล้วอยากถอนหายใจ “แบคฮยอนเกือบตาย”

 

“หรือซอรินจะรักนายจริงๆ? ที่ทำร้ายแบคฮยอนเพราะหึงนายหรือเปล่า”

 

“เพราะซอรินไม่ชอบแบคฮยอน ไม่เกี่ยวกับฉัน และถึงจะหึงก็ไม่ควรหึงที่แบคฮยอนป่ะ เกี่ยวอะไร..” ชานยอลได้ยินเสียงจงอินเดาะลิ้นแล้วรู้สึกแสลงหู ท่าทางกวนประสาทน่าไล่ให้ลงรถ ถึงมันจะยังไม่ทันอ้าปากแต่ชายหนุ่มพอเดาความคิดเพื่อนได้ว่ามันอยากจะพูดอะไร

 

“แบคฮยอนน่าสนใจนะว่ามั้ย”

 

“ถ้าจะชวนให้เข้าเรื่องแบบนี้ก็หยุดเถอะ”

 

“ไม่คิดไรจริงดิ”

 

“จะคิดก็เพราะนายยัดเยียดให้บ่อยๆนี่แหละ” ต่างคนต่างกลั้วหัวเราะขัน ความสนิทที่มีทำให้ทั้งคู่สามารถปรึกษาคุยกันตรงๆได้ทุกเรื่อง อนึ่งเพราะเป็นผู้ชายเหมือนกันเลยไม่มีอะไรให้ต้องปิดบังหรือขัดเขินด้วย

 

“ก็ไม่แน่มั้ยวะ นายเคยลองถามตัวเองบ้างหรือยัง”

 

“อย่ามาทำให้ฉันไม่มั่นใจในรสนิยมของตัวเองสิ”

 

“ก็ชอบไม่ใช่หรอ น่ารักๆตัวเล็กๆน่ะ”

 

“ไม่เอาคนนี้”

 

“ทำไม กลัวจะเป็นรักสามเศร้ากับน้องชายตัวเองขึ้นมาหรอ” คำถามของจงอินค่อนข้างจี้จุด ชานยอลใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มตัวเองเงียบๆส่งผลให้จงอินที่นั่งจ้องหน้าอยู่ก่อนแล้วหัวเราะออกมาอีกรอบ

 

“นายคิดว่าไอ้เด็กตัวเผือกจริงจังกับแบคฮยอนจริงหรอ”

 

“จริงจังไม่จริงจังก็เรื่องของมันเถอะ ฉันคิดว่าตัวเองไม่ได้สนใจแบคฮยอนไปในทางนั้น”

 

“ก็แล้วแต่ แต่ระวังไว้หน่อยแล้วกัน ถ้าพวกนายสองคนพี่น้องไม่คิดอะไรทั้งคู่ก็แล้วไป แต่ถ้าคิดขึ้นมาทั้งคู่เมื่อไหร่แย่แน่ ปาร์คชานยอล”

 

“ไม่แย่ อย่างน้อยก็ฉันคนนึงที่ไม่ได้คิดอะไร”

 

“ใครจะรู้ บางทีคนที่แสดงออกชัดๆว่าคิดความจริงอาจไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้ ส่วนคนที่เอาแต่ปฏิเสธก็ระวังตัวเองไว้เถอะ  สายตานายที่ใช้มองเด็กก็ไม่ใช่เล่นๆเลยนะ”

 

“หึ..”   

 

“เผื่อนายไม่รู้ตัวฉันเลยหวังดีพูดให้ฟัง”

 

 


 

 

 

 



 

หลายวันต่อมา

 


วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่เหล่านักกีฬาวิ่งจากหลายๆสถาบันอุดมศึกษามารวมตัวกัน เป็นการแข่งขันระดับจังหวัด ซึ่งเป็นรอบแรกที่ต้องคัดตัวนักกีฬาเพื่อเข้าไปแข่งขันในรอบต่อไปและยังเป็นรอบเก็บสถิติด้วย

 

รอบนี้จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยของแบคฮยอน โดยรอบลึกๆจะย้ายไปอีกสถาบันหนึ่ง การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นได้ซักพักแล้ว จงแดเพิ่งเข้าเส้นชัยชนะเลิศไปหมาดๆกับรายการการแข่งขันก่อนหน้านี้ และคิวต่อไปเป็นของแบคฮยอนแล้ว

 

คนตัวเล็กลงไปวอร์มร่างกายอยู่ในลู่วิ่งพร้อมผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ดวงตารีเหลือบไปทางอัฒจรรย์เห็นปาร์คเซฮุนยืนโบกไม้โบกมือส่งกำลังใจมาให้แต่ไกล เพื่อนคนนี้น่ารักมาก มาส่งตั้งแต่เช้าแถมยังนั่งรอแบคฮยอนแข่งไม่ลุกไปไหนเลย ไม่เหมือนปาร์คคนพี่ นอกจากไม่มาดูเขาแข่งแล้วยังติดต่อไม่ได้หลายวันแล้วด้วย

 

เสียงสัญญาณนกหวีดเป่าเรียกตัวนักกีฬา แบคฮยอนเข้าไปประจำที่โดยมีกรรมการเตรียมยิงปืนขึ้นฟ้า เมื่อเสียงปั้ง!’ ดังขึ้น คนตัวเล็กรีบถีบตัวเองขึ้นพร้อมกับออกแรงวิ่งด้วยกำลังทั้งหมดที่มี แบคฮยอนไม่รู้ว่าตัวเองวิ่งไวแค่ไหน รู้แค่เข้าเส้นชัยไปคนแรกพร้อมกับเสียงเฮลั่นจากกองเชียร์ ตามด้วยนักกีฬาในทีมคนอื่นๆที่วิ่งมากอดๆอุ้มๆดีใจกันยกใหญ่

 

การแข่งขันรายการเดี่ยวรายการแรกของตัวเองผ่านพ้นไป อีกครึ่งชั่วโมงต่อมาแบคฮยอนต้องลงวิ่งประเภททีมต่อ แบคฮยอนได้วิ่งผลัดเป็นไม้สุดท้ายและไม่ผิดหวัง ทีมพวกเขาสามารถคว้าชัยชนะไปได้อย่างสวยงาม ก่อนจะปิดท้ายการแข่งขันด้วยรายการประเภทอื่นที่แบคฮยอนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแล้ว

 

คนตัวเล็กพักดื่มน้ำดื่มท่า คุยเล่นกับเพื่อนๆในทีมกันอย่างครึกครื้น มีชวนกันไปเลี้ยงฉลองกันต่อนอกรอบแต่แบคฮยอนได้ปฏิเสธคำชวนสำหรับวันนี้ไปแล้ว เนื่องจากตอนเย็นต้องไปติวหนังสือสอบกับเซฮุนต่อ

 

ระหว่างที่กำลังเก็บสัมภาระเตรียมออกจากสนาม จู่ๆนักกีฬาจากสถาบันไหนซักที่นี่แหละ แบคฮยอนนึกชื่อไม่ออกแต่จำได้ว่าเค้าเป็นตัวเก็งทั้งยังโดดเด่นมาก เพราะทั้งสูงทั้งหน้าหน้าตาดี แต่ไม่รู้นึกใจดีอะไรขึ้นมาจู่ๆถึงได้เดินเข้ามาหาพร้อมกับยื่นถุงใส่ขนมถุงใหญ่มาให้

 

แบคฮยอนแอบคิดว่าคงเพราะมหาลัยนั้นกินเหลือล่ะมั้งเลยเอามาแบ่งเพื่อผูกมิตรไมตรี ไม่ก็แฟนคลับให้มาอีกทีแต่ชายหนุ่มไม่ถูกใจเลยให้คนอื่นมั่วๆ และเผอิญโชคมาตกที่แบคฮยอนพอดี

 

 

“ฉันนัมจูฮยอกนะ นายล่ะ”

 

แบคฮยอนยื่นมือออกไปจับมืออีกฝ่ายอย่างงงๆ

 

“แบคฮยอน”

 

“ที่จริงฉันรู้ตั้งแต่เห็นบนจอแสดงผลสถิตินายแล้ว”

 

อ่าว...

 

“เข้ามามองใกล้ๆยิ่งน่ารักแฮะ” สนิทกันแค่ไหนถึงกล้ามากวนประสาทคนเพิ่งเคยเห็นหน้ากันแบบนี้เนี่ย แต่เพื่อแลกกับขนมที่ให้แบคฮยอนมา แบคฮยอนยิ้มให้ก็ได้ แบคฮยอนไม่ชอบเอาเปรียบใครอยู่แล้ว

 

ฮี่ๆ

 

ฮ่ะๆๆ นายวิ่งเร็วเป็นบ้า คนในทีมฉันอึ้งไปเลย”

 

“นายก็เหมือนกัน สุดยอดไปเลย” คนตัวเล็กชูนิ้วโป้งให้เพื่อนใหม่ “ต้องไปแล้วอะเพื่อนรออยู่ ขนมนี่ขอบใจนะ จะกินให้เกลี้ยงเลย”

 

“ครับ ไว้เจอกันรอบหน้านะ”

 

“ได้เลย” ฉีกยิ้มตาหยีให้พร้อมโบกมือลา จากนั้นจึงเดินอารมณ์ดีเข้าไปหาปาร์คเซฮุนที่นั่งกอดอกรออยู่ คนตัวเล็กไม่ได้สนใจสีหน้าของเพื่อนที่เปลี่ยนไป แต่กลับเลือกที่จะชูถุงขนมอวดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

“วันนี้เรามีเสบียงตุนไว้เผื่อหิวตอนอ่านหนังสือแล้วเซฮุน”

 

“ผู้ชายคนนั้นใครน่ะ” เพื่อนตัวสูงบุ้ยปากไปทางผู้ชายตัวสูงไม่แพ้กัน หรืออาจจะสูงกว่าด้วยซ้ำ ตอนนี้หมอนั่นยังคงยืนมองแบคฮยอนอยู่ที่เดิม คนตัวเล็กที่เห็นจากบนอัฒจรรย์จึงโบกมือเป็นมิตรให้อีกรอบ ทว่าเซฮุนกลับยึดมือไปซะอย่างนั้น

 

“ไปโบกมือให้ทำไม แบคฮยอนรู้จักเค้าหรอ”

 

“รู้จักเมื่อกี้เลย นี่ไง ขนมที่เค้าให้เรามา”

 

“ให้ทำไม”

 

“ไม่รู้ ไม่ได้ถาม”

 

“เอ้า สนิทก็ไม่สนิท ไปรับของเค้ามาโดยไม่ถามอีก”

 

“ไม่เป็นไรน่า นัมจูฮยอกดูเป็นมิตรนะ ตัวสูงด้วย”

 

ตัวสูงมันเกี่ยวอะไรด้วยเล่าเซฮุนอยากจะถาม! แบคฮยอนชอบคุยกับคนตัวสูงหรือไงนะ เขาเองก็สูงเหมือนกันนั่นแหละ จะสูงน้อยหรือสูงมากกว่าไม่สำคัญหรอก แค่ความจริงใจและหน้าตาที่มีอยู่ทุกวันนี้เซฮุนมั่นใจว่าตัวเองไม่แพ้ใครแน่ แบคฮยอนต้องสนใจเขามากที่สุดสิ

 

“ไปกันยัง”

 

“เอาไปคืนได้มั้ยขนมเนี่ย”

 

“ทำไมล่ะ เค้าให้เรามาแล้วนะ เราเปิดดูมีตั้งหลายถุงที่เรายังไม่เคยกินแหนะ”

 

“เดี๋ยวพาไปซื้อใหม่ อยากกินอะไรเราเหมาให้แบคฮยอนเลย”

 

“ทำไมเซฮุนงอแง”

 

เซฮุนรู้สึกช็อค ไม่ใช่เพราะคำพูดของแบคฮยอน แต่เพราะการกระทำต่างหาก คนตัวเล็กเอื้อมมือทั้งสองข้างขึ้นมาดึงแก้มเขาแล้วบิดไปมาราวกับมันเขี้ยวนักหนา หน้าที่ถูกดึงรั้งให้โน้มลงไปใกล้ทำเซฮุนใจสั่นไหวหลายริกเตอร์

 

เหงื่อออกขนาดนั้นแล้วทำไมตัวยังหอม     

 

“เป็นเด็กดีนะเซฮุน”

 

“ครับ”

 

“ชานยอลบอกว่าห้ามทำตัวไม่มีเหตุผล”

 

“เข้าใจแล้ว”

 

“ถ้าซื้อให้เราใหม่เซฮุนก็ต้องเสียเงิน เซฮุนยังหาเงินเองไม่ได้อย่าเอาไปใช้เลี้ยงใครแบบนี้ พ่อแม่หามาลำบากนะ”

 

โอเค เซฮุนจะไม่เถียงแบคฮยอน เซฮุนจะพยักหน้ารับทุกคำ ถึงแม้ในใจจะก่อกบฏเรื่องเงินๆทองๆก็เหอะ ก็พ่อแม่บอกให้ใช้เยอะๆ อยากซื้ออะไรก็เอาบัตรไปรูดเลย แต่แบคฮยอนบอกขนาดนี้แล้วเซฮุนยอมเชื่อฟัง(ไปก่อน)ก็ได้

 

“ไปกันเลยมั้ย”

 

“ไปสิ ส่งกระเป๋ากับถุงขนมมาเดี๋ยวเราถือให้”

 

“ไม่เป็นไร แค่นี้สบาย”

 

“แต่เราอยากช่วย” ว่าแล้วแย่งเอาสัมภาระของคนตัวเล็กทั้งหมดมาถือไว้ซะเอง คนตัวเปล่าเลยเดินตัวปลิวไปขึ้นรถเพื่อนสบายเฉิบเลยยยยย

 

 

 

 

 

 

 

เซฮุนพาแบคฮยอนมาติวหนังสือที่บ้าน หรือหากจะระบุให้ชัดไปอีกหน่อยก็ต้องบอกว่าติวในห้องนอนของเซฮุนเอง เบาะรองตูดนุ่มๆที่แม่บ้านเตรียมไว้ให้คุณชายปาร์คคนเล็กและเพื่อน รวมถึงขนมและสิ่งอำนวยความสะดวกหลายๆอย่างในห้องเซฮุนทำให้แบคฮยอนรู้สึกฟิน

 

ครั้งก่อนได้มีโอกาสแค่นั่งทานข้าวร่วมกับครอบครัวเซฮุนที่ห้องอาหารเท่านั้น ไม่ได้ขึ้นมาถึงบนนี้เลยเพิ่งจะรู้ว่าห้องนอนเพื่อนสวยมากกกกกก ความกว้างขวางอาจไม่เท่าห้องนอนคุณท่านแต่ว่ามันก็ดูโล่งสบายตา เป็นสีเอิร์ธโทน มีเลโก้และของตกแต่งจุกจิกเก๋ๆเยอะไปหมด เข้ากับเจ้าของห้องสุดๆ

 

เซฮุนเป็นคนเรียนเก่ง ทำงานเรียบร้อย สอนเพื่อนเข้าใจ หลายบทเรียนที่แบคฮยอนฟังอาจารย์อธิบายไม่รู้เรื่องก็ได้เซฮุนนี่แหละช่วยติวให้ตลอด แถมยังชอบทำสรุปให้แบคฮยอนได้อ่านเข้าใจง่ายๆด้วย ตัวหนังสือก็เรียบร้อยสะอาดสะอ้าน

 

ครั้งนี้เป็นการสอบเก็บคะแนนย่อยวิชาที่สามแล้ว และแบคฮยอนต้องทำให้ได้ดีๆเพราะสองวิชาที่เคยเทสไปก่อนหน้ารู้สึกผลที่ได้มันน่าอนาถใจนิดหน่อย เรียกว่าเฉียดมีนอย่างน่าใจหาย แต่เซฮุนก็ยังปลอบใจว่าทำดีแล้ว รอบหน้าพยายามใหม่ และแบคฮยอนสัญญาว่าจะไม่ทำให้เพื่อนผิดหวังที่เสียแรงติวให้เหนื่อยเลย

 

  “หิวยัง อยากพักทานข้าวก่อนมั้ย”

 

“ยังอิ่มขนมอยู่เลย”

 

“งั้นติวกันต่อนะ”

 

“พักซักยี่สิบนาทีได้มั้ย เราปวดหัวอ่า ฮือ..

 

ฮ่ะๆ โอเคๆ พักก็พัก” เพื่อนตัวสูงมองเพื่อนตัวเล็กชูกำปั้นขึ้นพลางร้อง เย่! ก่อนจะแผ่ตัวลงนอนหมดเรี่ยวหมดแรงไปกับพื้นพรม

 

สำหรับเซฮุน แบคฮยอนเป็นคนเรียนระดับกลางๆ มีความตั้งใจสูง ติดแค่สมาธิสั้นไปนิด เห็นหรือได้ยินเสียงอะไรแว่วๆวูบๆไหวๆสติก็จะหลุดตามไปง่ายๆ ไม่ได้จดจ่ออยู่กับเนื้อหาเท่าไหร่ ก็คงต้องค่อยอ่านค่อยสอนกันไป ถ้าอัดเยอะเกินก็อาจจะทะลักออกหมด

 

“ช่วงนี้เราไม่เจอชานยอลเลยอะ”

 

“อย่าว่าแต่แบคฮยอนเลย เราอยู่บ้านเดียวกันยังไม่ค่อยได้เจอ”

 

“ทำไมเป็นงั้น”

 

“ช่วงนี้พี่ชานยอลป่วยน่ะ นอนซมอยู่แต่ในห้อง”

 

“ชานยอลป่วยหรอ?

 

“อื้ม”

 

“เข้าไปเยี่ยมได้มั้ย”

 

“ไม่แน่ใจว่าเค้าจะต้อนรับเรารึเปล่านะ เมื่อเช้าก่อนออกบ้านแวะไปหายังทำเมินๆใส่อยู่เลย ตอนปกติว่าเอาใจยากแล้ว ตอนป่วยยิ่งหนักเลยล่ะ”

 

“นินทาอะ ระวังนะ ฮ่ะๆ

 

“จะไปมั้ยล่ะ ลองไปแง้มๆประตูดูก่อนก็ได้ ถ้าอยากไปเราจะพาไป” ดีเหมือนกัน เอาแบคฮยอนไปส่งเสียงเจื้อยแจ้วใส่เผื่อจะหายทำหน้าตึงบ้าง วันๆเอาแต่ทำตัวเงียบใส่คนในบ้านจนคนเค้าตามใจไม่ถูก ขนาดพ่อแม่ยังต้องเกรงใจในความนิ่งของพี่ชายเลย แล้วนับประสาอะไรกับคนอื่นๆ

 

เซฮุนเดินนำแบคฮยอนมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องพี่ชาย กำลังชั่งใจว่าควรจะเคาะประตูบอกคนในห้องก่อนดีหรือไม่ กลัวว่าพี่หลับอยู่แล้วจะเป็นการปลุกกันเสียเปล่าๆ ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงตัดสินใจถือวิสาสะบิดประตูพลางยื่นหน้านำเข้าไปก่อน

 

สัมผัสได้ถึงความเงียบในห้องที่เงียบมากๆ เงียบชนิดที่ไม่มีแม้แต่เสียงทีวี เสียงเพลง หรือเสียงเกมส์ใดๆทั้งสิ้นเลยกะจะพาแบคฮยอนกลับ หากแต่เพื่อนตัวเล็กกลับมุดตัวลอดแขนเซฮุนเข้าไปในห้องจนได้

 

“เบาๆนะแบคฮยอน พี่ชานยอลน่าจะหลับอยู่”

 

เซฮุนใช้เสียงระดับกระซิบมากถึงมากที่สุด คนตัวเล็กพยักหน้ารู้เรื่องพลางส่งสัญญาณมือโอเคให้ ทั้งคู่ค่อยๆย่องเบาเข้าห้องแต่จู่ๆเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของเซฮุนก็ดังขัดขึ้นมา

 

เด็กหนุ่มรีบเอามืออุดเสียงเจ้าเครื่องมือสื่อสารนั่นแล้วหมุนตัวออกจากห้องไปรับสายทันที ทิ้งเพื่อนตัวเล็กให้ยืนเคว้งเพียงลำพัง ไม่มีการบอกเลยว่าแบคฮยอนควรทำยังไงต่อ ต้องตามออกไปด้วยหรือต้องยืนรออยู่เฉยๆตรงนี้

 

แต่คิดว่าไหนๆก็เข้ามาแล้วแบคฮยอนเลยตัดสินใจก้าวเดินต่อ ดวงตาเรียวรีกวาดมองสำรวจไปรอบๆห้องนอนอย่างตื่นตาตื่นใจ ห้องชานยอลอารมณ์แตกต่างจากห้องเซฮุนมาก เป็นโทนสีขาวดำดูสุขุมเหมือนผู้เป็นเจ้าของ แบคฮยอนเลื่อนสายตามาอีกหน่อยเห็นผ้าห่มสีเทานูนขึ้น เดาว่าน่าจะเป็นเจ้าของห้องกำลังนอนอยู่ใต้นั้น

 

เท้าเล็กย่างเข้าไปใกล้ๆ มองยาหลายชนิดวางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงแล้วหยิบมันขึ้นมาอ่าน ส่วนมากเป็นยาแก้หวัด ยาลดไข้ ยาแก้แพ้ แบคฮยอนค่อยๆวางมันลงกลับที่เดิมเบาๆไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวน

 

 

ทำอะไรน่ะ

 

เคร้งงง!

 

คนสะดุ้งเผลอปัดมือไปโดนแก้วน้ำใกล้ๆจนน้ำที่ยังเหลืออยู่ข้างในไหลหกลงใส่ที่นอน ก่อนแก้วใบเดิมจะกลิ้งตกลงแตกกระจายบนพื้นต่อ เดือดร้อนให้เจ้าของเตียงต้องยันตัวเองลุกขึ้นมานั่งขมวดคิ้ว มองระหว่างความเปียกชื้นบนผ้าห่มสลับกับหน้าแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ

 

“ผมขอโทษ!

 

“นายเข้ามาได้ยังไง”

 

“เซฮุนพามา เอ่อ..ไม่ๆ ผมขอเซฮุนให้พามาเยี่ยมชานยอล”  ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างรู้สึกผิด ไม่ว่าจะการทำเสียงดังรบกวนให้คนป่วยต้องลุกตื่น ซุ่มซ่ามทำน้ำหกใส่ที่นอน แถมด้วยแก้วหนึ่งใบที่เพิ่งตกแตกไปต่อหน้าต่อตา

 

“ผมขอโทษนะ ผมจะรีบเก็บให้เดี๋ยวนี้และอ้ะ..!

 

ร่างเล็กถูกมือใหญ่ดึงแขนแรงจนตัวถลาเข้าไปบนที่นอน ตะเกียกตะกายตัวขึ้น พยายามจะลุกออกหากมือใหญ่กลับยังดึงให้อยู่ต่อ

 

“เดี๋ยวซุ่มซ่ามเหยียบเศษแก้วอีก สลิปเปอร์ก็ไม่ใส่” ชานยอลมองถุงเท้าลายปิกาจูสีเหลืองของอีกฝ่ายแล้วรู้สึกอยากหัวเราะ 

 

“เสียงแหบจัง”

 

“อืม”

 

“หาหมอแล้วใช่เปล่า” คนตัวสูงปรายตาให้แบคฮยอนมองตามไปที่ถุงยาบนโต๊ะ คนตัวเล็กถีบตัวขึ้นมานั่งเด้งดึ๋งๆ จบลงด้วยท่านั่งคุกเข่า สองมือยันไว้ที่หน้าขาของตัวเอง

 

“วันนี้ผมแข่งวิ่งชนะด้วย”

 

“ไม่น่าล่ะตัวเหม็นเหงื่อ”

 

“เหม็นมากเลยหรอ” คนโดนทักรีบก้มดมตามเนื้อตัว ชานยอลกอดอกมองแล้วอมยิ้มตาม มีกลิ่นเหงื่อน่ะใช่ แต่ไม่ได้เหม็นหรอก เห็นหน้าแล้วนึกไปถึงข้อความแชทที่อีกฝ่ายขยันส่งมาหาแล้วอดรู้สึกผิดไม่ได้ ชานยอลได้อ่านมันครบทุกข้อความแต่ไม่ได้ตอบกลับเลยแม้แต่ครั้งเดียว นี่ก็ไม่ได้เจอหน้าลูกหมาตัวนี้มาหลายวันแล้ว จะว่าไปก็

 

 

คิดถึง

 

 

แบคฮยอนเงยหน้ามองชานยอลอีกรอบ วันนี้อีกฝ่ายดูแปลกตาไปเพราะอยู่ในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีขาว ส่วนกางเกงแบคฮยอนไม่รู้เพราะมันถูกผ้านวมคลุมไว้ ผมยุ่งๆซึ่งไม่ได้ถูกเซทอะไรเลยทำให้หน้าชานยอลดูเด็กลงกว่าทุกวัน ปากสีซีดกับตาแดงๆเห็นแล้วน่าสงสาร หน้าตาก็อิดโรยมองดูเหนื่อยๆ แต่ทำไมล่ะ.. ทำไมแบคฮยอนต้องใจเต้นแรงแบบนี้อีกแล้ว

 

ทำไมถึงต้องคิดว่าชานยอลหล่อ

 

ทำไมมองแล้วรู้สึกเขินจนหน้ามันเห่อร้อนขึ้นมา

 

ไม่เข้าใจตัวเองเลย

 

 

“ไม่เจอกันหลายวันดื้อหรือเปล่า”

 

“ก็.. ไม่ดื้อ”

 

“แน่ใจ?

 

“อย่าถามเหมือนผมเป็นเด็กสิ ผมโตแล้วนะ”

 

“หรอ”

 

“ทำไมชานยอลอ่านไลน์แล้วไม่ยอมตอบผมเลย”

 

“ฉันไม่ได้ตอบใครทั้งนั้นแหละ แล้วได้โทรศัพท์ใหม่แล้วหรอ”

 

“อื้ม คุณแม่อินจองซื้อให้”

 

“อืม”

 

….

 

ทั้งคู่ทิ้งเวลาไปกับการสบตากัน.. มันนานจนคนตัวเล็กขอยอมแพ้ ก้มหน้ามุดหนีลงกับผ้าห่มสีเทาหอมๆ แบคฮยอนได้กลิ่นชานยอลอยู่เต็มไปหมด พาลให้หน้าร้อน ใจเต้นแรงขึ้นมาอีก เจ้าของห้องขมวดคิ้วมองเด็กดื้ออย่างงุนงง

 

“เป็นอะไร”

 

ขนาดเสียงทุ้มต่ำแหบๆนี่แบคฮยอนยังรู้สึกเขินเลยให้ตาย!

 

มันไม่ดุเหมือนทุกวันแต่มันฟังดูเซ็กซี่อ่า จั๊กจี๋ด้วย...

 

“แบคฮยอน”

 

“ชานยอลอย่าพูด!

 

“อะไรอีก”

 

“ผมไม่ชอบเสียงชานยอล” คนตัวสูงโน้มตัวเอามือดึงหูคนตัวเล็กข้างหนึ่งเพื่อให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาพูดกันดีๆ ก่อนที่จะขาดอากาศหายใจตายเพราะมัวแต่มุดหน้าลงกับที่นอนแบบนั้น

 

“เป็นอะไรน่ะ หูร้อนเชียว”

 

“ผมไม่รู้”

 

….

 

“ผมเขินอะ”

 

“ฮะ?

 

เขินอะไร ยังไม่มีใครทำอะไรเลยไม่ใช่หรือไง ชานยอลยิ้มขำกับความบ้าๆบอๆของอีกฝ่าย ก่อนขยับตัวเข้าไปใกล้มากขึ้น ก้มหน้าลงไปแกล้งเป่าหูแดงๆนั่นหนึ่งทีพาเอาเด็กดื้อขนลุกซู่

 

“แบบนี้เขินหรือเปล่า”

 

คนถูกแกล้งตะแคงหน้าขึ้นมอง ตั้งใจจะโวยวายใส่ซักรอบ แต่ด้วยความที่หน้าหล่อๆนั่นยังไม่ขยับออกไปเลยทำให้ริมฝีปากอิ่มสัมผัสโดนตั้งแต่หูลากยาวไปจนถึงแก้มนิ่มของเด็กดื้ออย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

“อ้ะ!

 

ปลายจมูกแตะกันเบาๆ ดวงตาคมทอดมองใบหน้าน่ารักในระยะใกล้ด้วยความรู้สึกประหลาด แบคฮยอนกำลังหลับตาปี๋ หากชานยอลกลับไม่ได้รู้สึกอยากขำกับท่าทางตลกนั้นอย่างที่ควรเป็น

 

ปลายนิ้วหนาแตะลงบนเปลือกตาบางเพื่อให้มันผ่อนคลายลง พอแบคฮยอนเปลี่ยนมาหลับตานิ่งๆอย่างไม่ฝืนเกร็งเหมือนตอนแรกชายหนุ่มเลยอดยิ้มเอ็นดูให้ไม่ได้

 

ปลายจมูกโด่งเกลี่ยลงบนปลายจมูกเล็กช้าๆ แผ่วเบา ลมหายใจซึ่งกำลังรินรดกันอยู่ทำให้หัวใจของทั้งสองคนเต้นแรงคล้ายว่าจะเป็นจังหวะเดียวกัน ดวงตาคมมองกลีบปากบางเฉียบของอีกฝ่ายพลางยื่นริมฝีปากของตัวเองเข้าไปหา และชานยอลตัดสินใจที่จะ..

 

 

 

เฮ้ย! ทำอะไรกัน!!

 

 

 

 

ผละออกโดยเร็ว

 

 

 

 

#ficmysscb

 

 

 















 

Talk:

งานเข้าใครไหนทายซิ ?

// ฝากเม้น โหวต แฮชแท็กเหมือนเดิมจ้า









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 382 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5084 JinPuyja (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 00:31
    ฮุนนนน

    ช้าอีกนิดก็ได้
    #5,084
    0
  2. #5068 Byunee_J (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 00:34
    โหหหห โอ เซ ฮุน!
    #5,068
    0
  3. #5052 kuntajira38 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 02:48
    ทำไมไม่ล็อคห้องงงงง
    #5,052
    0
  4. #5045 Eye Ati (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 22:13
    เซฮุน!!!!!!555555555555555555555555555555
    #5,045
    0
  5. #5039 TeddyBear614 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 16:52
    เชฮุ๊นนนนนนนนนนนน สงสารน้อง55555555 ช็อคไปแล้วมั้งนั่น
    #5,039
    0
  6. #5019 YOLO'H (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 03:04
    รอบแรกไม่เท่าไหร่ เจอรอบสองไปเซฮุนคงช็อค555
    #5,019
    0
  7. #4995 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:17
    เกือบแล้ว55555
    #4,995
    0
  8. #4988 arysn_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:12
    เซฮุนเจอช็อตพีคๆ2รอบแล้วอ่ะ555555วงวารน้องมาก
    #4,988
    0
  9. #4956 IPINOCKIO (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 11:32
    เกร้ดดดดดดดดดดดดด เค้าเกือบจะจูบกันอยู่แล้วโว๊ยยยยยยยยย
    #4,956
    0
  10. #4933 mayyamcc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 21:26
    กี้ดดดดดดดดดด
    #4,933
    0
  11. #4921 เอเมอร์ลิน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 09:53
    เซงุนออกโรง
    #4,921
    0
  12. #4908 faaah92 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 20:51
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดด><
    #4,908
    0
  13. #4907 faaah92 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 20:28
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดด><
    #4,907
    0
  14. #4899 KUMDAM (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 22:30
    น้องเซฮู๊นนนนนนนนนนนนน
    #4,899
    0
  15. #4870 Darkmate (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 21:38
    เซฮุนมาถูกจังหวะตลอด5555555
    #4,870
    0
  16. #4851 bang-SP28 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 20:48
    ปาร์คเซฮุนคนเดิมคร่ะ
    #4,851
    0
  17. #4835 Eyeoppa_exoxo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 22:08
    เซฮุนอย่างขัดอ่ะ555555
    #4,835
    0
  18. #4822 MichelAdams (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 20:19
    เซฮุน ทำฝันสลาย ฮื่อ~~~
    #4,822
    0
  19. #4802 iiyio (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 00:52
    อีมารผจญนัางเด็กฮุนตัวร้ายยยฮึ้ยย
    #4,802
    0
  20. #4795 littlekoni (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 17:34
    เซฮุนอ่ะะะะ คนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม!!!!
    #4,795
    0
  21. #4788 Bruto (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 21:02
    555555 เตงุนนนน
    #4,788
    0
  22. #4780 MManatsawan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 23:55
    โว้ยยยยยยเซฮุนอ่าาา ~
    #4,780
    0
  23. #4763 YJLn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 15:39
    ฮุนหนูมาขัดจังหวะทำไมอ่ะลูก
    #4,763
    0
  24. #4736 KAMSNW (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 13:36
    แอบเชียร์ฮุนนะ แต่แบบ น้องเหมาะกับพิชานอ่า 5555 ขอโท้ดนะฮุนนนน
    #4,736
    0
  25. #4720 Pj_panggg (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 18:33
    ทำไมตลกเซฮุน55555555
    #4,720
    0