You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 12 : Shining XI :: take care

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,549
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 308 ครั้ง
    26 ก.พ. 59



Shining XI.










 

              ถัดมาอีกหนึ่งวัน

 




 

 

       “ไงครับ คุณชายเพื่อน”

 

           

            ปาร์คชานยอลชะงักมือจากการกระดกขวดน้ำแร่ขึ้นดื่ม กลอกตามองเจ้าของเสียงทักแวบนึงแล้วกลับไปดื่มน้ำต่อ ลูกกระเดือกคมเคลื่อนไหวเล็กๆยามที่เจ้าของกำลังกลืนน้ำลงคอไม่หยุด ท่าทางเหนื่อยจัดกับเหงื่อที่ท่วมตัวทำเอาเพื่อนสนิทเลิกคิ้วแปลกใจ

 

            “นายมาตั้งแต่กี่โมง ทำไมเหงื่อโซมแล้ว”

 

            “ห้าโมงครึ่ง”

 

            “ปกติต้องรอพระอาทิตย์ตกดินก่อนไม่ใช่หรือไงนายถึงจะมา” คนถูกถามให้ความสนใจกับนักเตะในสนามมากกว่าจะตอบคำถามของเพื่อน คิมจงอินยักไหล่ไม่ยี่หระขณะวางกระเป๋ากีฬาลงบนที่นั่งอัฒจรรย์ข้างๆที่ชานยอลนั่งอยู่ ส่วนตัวเองยังคงยืนค้ำหัวไม่ยอมนั่งลง

 

            “ได้ยินลู่หานบอกว่าเดี๋ยวนี้นายเข้าชมรมเกือบทุกวัน”

 

            ลู่หานสนิทกับจงอิน แต่ไม่ได้สนิทกับชานยอลมากนัก เจอกันก็ทักกันบ้าง อย่างเช่นในคาเฟ่ที่ลู่หานเป็นเจ้าของ ซึ่งกลุ่มชานยอลชอบไปนั่งฆ่าเวลารอเรียนกันที่นั่นบ่อยๆเนื่องจากร้านอยู่ใต้ตึกคณะตัวเองพอดี

 

 รองลงจากนั้นคงเป็นตอนร่วมสนามเล่นบอลด้วยกัน ลู่หานเป็นสมาชิกชมรมนี้มาตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง ขณะที่ทั้งจงอินและชานยอลมาเล่นบ้างไม่มาบ้าง ขึ้นอยู่กับอารมณ์และเวลาว่าง เพราะงั้นชานยอลจะเข้าหรือออกสนามเมื่อไหร่จงอินมักจะทราบมันจากลู่หานนั่นแหละ

 

 

            “ถ้าว่างก็มา”

 

            “งั้นเหรอ แล้วหน้าที่ประธานของอีกชมรมไม่จำเป็นแล้วหรือยังไงนายถึงเอาเวลาว่างมาให้ที่นี่หมด ได้ยินมาว่าชมรมดนตรีก็ไม่ค่อยได้ไปด้วย?

 

            “แล้วมันเดือดร้อนไปถึงนายหรือไงคิมจงอิน”

 

            “วู้ อย่าทำเสียงแข็งใส่เพื่อนดิวะ ฉันแค่สงสัยก็เลยถามทำไมต้องอารมณ์ขึ้น”

 

            “ฉันพอใจจะเอาตัวเองไปอยู่ตรงไหนก็จะอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ” ถอนหายใจใส่เพื่อนอย่างเริ่มรำคาญ ทำไมใครๆถึงชอบมาตั้งคำถามกับเขา เรื่องของปาร์คชานยอลมันน่าสนใจขนาดนั้นเลยรึยังไง“ว่าแต่นายเถอะ ไม่ต้องซ้อมเต้นหรอถึงได้โผล่หัวมาเล่นบอลได้”

 

            ชานยอลเหลือบตามองกระเป๋ากีฬาของเพื่อน

 

            “ใช่ ว่าง อยากมาเล่นบอล”

 

            “ฉันจะเลิกพักแล้ว ไปเปลี่ยนชุดสิจะได้ลงสนามพร้อมกัน”

 

            “เออ” จงอินหยิบกระเป๋าขึ้นมาก่อนจะหันไปเห็นแบคฮยอนโบกไม้โบกมือส่งมาให้แต่ไกล ชายหนุ่มหัวเราะด้วยความเอ็นดูพลางโบกมือทักทายตอบ

 

            “น่ารักชะมัด”

 

            “อะไร”

 

            “แบคฮยอนไง โบกมือให้นู่น”

 

            “นายชมผู้ชายด้วยกันว่าน่ารัก?

 

            “ทำไม ก็เด็กมันน่ารักจริงจะให้ฉันบอกว่ายังไงล่ะ หรือนายจะเถียงว่าแบคฮยอนไม่น่ารัก”

 

            “ฉันไม่มีความเห็น”

 

            “ใช่สินะ คนมีคู่แล้วจะอยากชมใครให้แฟนเคืองอีก” ชานยอลกำลังจะอ้าปากแย้งทว่าร่างสวยระหงชวนสะดุดตาใครหลายๆคน โดยเฉพาะเหล่านักกีฬาชายทั้งหลาย เดินเข้ามาทางนี้พอดี คิ้วเข้มถึงกับขมวดเข้าหากัน

 

            “ฉันไม่ได้บอกว่าซอรินก็มาด้วยเพราะกลัวนายจะไม่เซอร์ไพรส์” มือแข็งๆตบไหล่เพื่อนสองสามทีก่อนจะเดินถือกระเป๋าออกไปเพื่อเปิดทางให้เพื่อนคู่รักได้อยู่กันตามลำพัง

 

ก็ไม่ผิดถ้าใครจะยังเข้าใจว่าเขาและซอรินคบกันดีอยู่ ในเมื่อชานยอลยังไม่ได้เล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่ตกลงกันวันนั้นให้ใครฟัง

 

“จงอินล่ะคะ เห็นหลังไวๆออกไปไหนซะล่ะ”  

 

“ไปเปลี่ยนชุด”

 

“อ่อ ขอซอรินนั่งด้วยคนได้มั้ย”

 

ชายหนุ่มผายมือให้คุณหนูชองอย่างสุภาพ 

 

“ทำไมมาที่นี่ได้”

 

ชานยอลรู้อยู่แล้วว่าไม่มีซ้อมบัลเล่ต์กัน แต่ที่ถามเพราะแปลกใจกับคนที่ร้อยวันพันปีไม่คิดจะเข้ามาเหยียบในสนามฟุตบอล ด้วยเหตุผลที่เคยบอกให้ฟังว่าไม่ชอบให้พวกผู้ชายจ้องตาเป็นมัน หากวันนี้ชานยอลกลับได้เห็นซอรินที่นี่

 

“ไม่อึดอัดแล้วหรอ”

 

“ไม่รู้สิ ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น แค่อยากมาดูชานยอลกับจงอินเล่นบอลก็เลยมา ทำไม ชานยอลอึดอัดซอรินหรอ”

 

“อย่าใส่ร้ายกันสิ”

 

“แต่มันก็น่าอึดอัดอยู่หรอก เราเพิ่งลดความสัมพันธ์กันลงเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว แต่ยังต้องมาเจอหน้ากันทุกวัน”

 

 “เราอาจเป็นคนรักกันไม่ได้ แต่เราเป็นเพื่อนกันได้ ซอรินเป็นผู้หญิงในไม่กี่คนที่ผมสนิทด้วยนะ ไม่ว่ายังไงผมก็ยังอยากมีเพื่อนชื่อชองซอรินเหมือนเดิม”

 

“ทำไมเราไม่ตกหลุมรักกันจริงๆนะชานยอล”

 

….

 

“เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรักมันเป็นยังไง ถูกผู้ใหญ่ผูกติดให้คู่กันมาตั้งแต่จำความได้ ชานยอลไม่มีใคร ส่วนซอรินก็ไม่มีใคร ถึงตอนนี้เราสองคนจะลดความสัมพันธ์ลงแล้วแต่ซอรินพูดตรงๆเลยว่าชานยอลเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดสำหรับซอริน”

 

“ขอบคุณครับ”

 

“ถ้าไม่สามารถเจอผู้ชายที่ดีกว่าชานยอลได้ชาตินี้ซอรินขออยู่แบบนี้ไปจนแก่เลยดีกว่า”

 

“สวยเก่งอย่างนี้น่ะเหรอจะอยู่คนเดียวไปจนแก่”

 

“ช่วยไม่ได้นี่”

 

ฮ่ะๆ

 

“แล้วชานยอลล่ะ ถูกใจใครบ้างหรือยัง” ซอรินหันไปมองเด็กผู้ชายที่ตัวเองไม่เคยนึกชอบใจเลยสักครั้ง ซึ่งดูเหมือนว่าเด็กบ้านั่นกำลังจะวิ่งเข้ามาทางนี้พอดีด้วย

 

“หวังว่าจะไม่ใช่เด็กนี่นะ ซอรินขอไว้ซักคนเถอะ”

 

 

 

ชานยอล~

 

 

น้ำเสียงสดใสดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงถอนหายใจหงุดหงิดของชองซอริน

 

 

“พี่จงอินหายไปไหนแล้ว”

 

“ตัวไม่ได้ติดกันจะมาถามฉันทำไม”

 

“อ่าว ก็นึกว่ารู้”

 

“ไม่รู้”

 

ซอรินหันไปมองหน้าปาร์คชานยอล คนโดนมองพอจะรู้ตัวแต่ยังสามารถแสร้งทำเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้

 

“พักเบรคหรอ”

 

“อื้ม สิบห้านาที เอาหมากฝรั่งป้ะ?

 

ชานยอลส่ายหน้าพลางปัดมือเล็กให้ออกห่างจากตัว ทว่ามันยังเด้งกลับมาตรงหน้าเขาอีกเหมือนเดิม “จะลงไปเตะบอลต่อแล้ว จะให้เคี้ยวให้มันติดคอหรอ”

 

“คนอุตส่าห์เอามาเผื่อ”

 

แบคฮยอนเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ชองซอริน

 

“เอาเปล่า”

 

หญิงสาวทำแค่ปรายตามองเท่านั้น

 

“ไม่เอาก็ไม่เอา กินเองอีกห่อก็ได้ ชิส์

 

 พฤติกรรมของเด็กไม่ยอมโตทำชานยอลและซอรินส่ายหน้าพร้อมกัน ต่างกันแค่ซอรินทำไปด้วยความรู้สึกเอือมระอาจริงๆ ขณะที่ชานยอลมีความรู้สึกอื่นแทรกรวมอยู่ด้วย

 

แววตาคมกริบมองคนตัวเล็กยืนเคี้ยวหมากฝรั่งหนึบหนับจนสันกรามสวยได้รูปขยับไปมาบนอัฒจรรย์ชั้นที่ต่ำกว่าที่พวกเขากำลังนั่งไปหนึ่งระดับ ทั้งๆที่แบคฮยอนยังไม่ทันได้ทำอะไรมากไปกว่าการยืนเคี้ยวๆเป่าๆหมากฝรั่งในปากจนมันแตกดัง เป๊าะ! หากในหัวชานยอลกลับมีแต่คำว่าไอ้เด็กดื้อ เด็กกวนประสาท แล้วก็คำว่าน่าเอ็นดูปนกันอยู่เต็มไปหมด

 


            “ถามจริงเถอะ นายไม่คิดจะกลับไปที่บ้านตัวเองอีกแล้วหรอ”

 

            “ก็คิดนะ”   

 

            “คิดแล้วทำไมไม่กลับไปซักทีล่ะ”

 

            “ผมไม่กล้าขอคุณท่าน กลัวกลับแล้วไม่อยากกลับมาที่นี่ด้วย”

 

            “งั้นยิ่งควรต้องกลับเลยล่ะ อยากไปมั้ยล่ะ ฉันจะช่วยคุยกับคุณยายให้”

 

            “ซอริน

 

            “ชานยอลก็ได้ยินเหมือนที่ซอรินได้ยินแล้วนี่คะ เด็กมันอยากกลับบ้าน คุณยายนั่นแหละไปพรากลูกพรากหลานเค้ามาทำไมก็ไม่รู้”

 

            “พวกเราตกลงกันแล้วและผมก็เต็มใจมาเอง คุณท่านไม่ได้พรากมาซักหน่อย”

 

            “นั่นสินะ คุณยายทั้งใจดีทั้งร่ำรวยขนาดนี้ มีเด็กยากไร้ที่ไหนบ้างจะไม่อยากมาอยู่ด้วย”

 

            “พูดแรงไปแล้วซอริน

 

            “ฉันพูดกับนายแรงไปหรอ” ซอรินมองตรงไปที่แบคฮยอนแต่เพียงผู้เดียว “มันคือความจริงทั้งนั้นชานยอล ไม่ได้เรียกว่าแรงเลยจริงมั้ยล่ะ หลานคนโปรดของคุณยาย”

 

            “ซอรินอิจฉาผมหรอ”

 

            “อะไรนะ” คนถูกถามชะงักด้วยสีหน้าไม่เชื้อหูตัวเอง

 

            “ฉันหรออิจฉานาย?

 

            “ก็ซอรินเอาแต่พูดจาแขวะผม อยากให้ผมออกไปจากบ้านให้ได้ทั้งที่ก็รู้ดีว่าคนที่มีสิทธิตัดสินใจคือคุณท่านคนเดียว แล้วคุณท่านก็คงไม่ให้ผมไปง่ายๆด้วย ซอรินอิจฉาที่คุณท่านเอ็นดูผมมากกว่าซอรินใช่ไหมล่ะ”

 

            ชองซอรินหัวเราะออกมาราวกับเพิ่งได้ฟังเรื่องตลก

 

            “ฉันเป็นหลานแท้ๆของคุณยายทำไมฉันจะไม่รู้ว่าท่านน่ะรักลูกหลานตัวเองทุกคนเท่ากันหมด แต่ที่ฉันไม่ชอบหน้านายทุกวันนี้มันเพราะนายเป็นคนเดียวที่ทำให้ตระกูลเราต้องแปดเปื้อน นายไม่มีอะไรเลย ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีมารยาท ไม่มีอะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าคู่ควรที่จะเข้ามาอยู่ในบ้านของฉันเลยแม้แต่นิดเดียว”

 

            “แล้วซอรินคิดว่าตัวเองวิเศษณ์นักหรอ ซอรินก็แทบจะเป็นคนเดียวในบ้านที่แตกต่างจากคนอื่น”

 

            “หมายความว่ายังไง”

 

            “ผมไม่เห็นว่าจะมีใครเป็นเหมือนซอรินเลยสักคน ทุกคนดีกับผมขณะที่ซอรินเอาแต่ดูถูกผม ถ้าคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างผมเรียกว่าไม่มีมารยาท นิสัยอย่างซอรินก็ต้องใช้คำนั้นเหมือนกันนั่นแหละ”

 

            “นาย!

 

            “ตอนแรกผมสงสารคุณท่านนะ แต่ตอนนี้สงสารชานยอลมากกว่า คุณท่านน่ะยังมีหลานดีๆอีกหลายคน แต่ชานยอลเนี่ยสิ มีแฟนคนเดียวทั้งทียังได้ไม่ดีอีก”

 

            “เด็กบ้า! พลั่ก!” หญิงสาวหมดความอดทน ผลักไหล่แบคฮยอนด้วยแรงไม่เบาทำเอาคนตัวเล็กหงายหลังตกลงจากอัฒจรรย์ชั้นที่ยืนอยู่ โชคดีที่ชานยอลคว้าแขนไว้ทัน

 


            “โอ้ย!


 

    แต่โชคไม่ดีตรงที่ข้อเท้าแบคฮยอนปวดจี๊ดขึ้นมาอีกนี่แหละ

 


            “เจ็บหรือเปล่า”

 

            “เจ็บสิ”

 

            “ถ้ารู้ว่าจะทะเลาะกันคราวหน้าคราวหลังอยู่ห่างๆกันไว้เลยนะ”

 

            ปาร์คชานยอลรู้สึกจะหัวเสีย จะโทษใครก็ไม่ได้ในเมื่อฝีปากแต่ละคนมันก็พอๆกันหมด คนกลางอย่างเขาทำได้ดีที่สุดแค่การแยกทั้งสองคนให้ออกห่างจากกันเท่านั้น

 

            “ลองขยับเท้าดู ถ้าไม่ไหวจะพาไปหาหมอ”

 

            “ตกแค่ชั้นเดียวถ้าบอกไม่ไหวก็สำออยแล้วล่ะค่ะ”

 

            “ซอริน

 

เจ้าของชื่อกอดอก เชิดหน้าหนีคนหน้าดุ

 

            “เป็นไง”

 

            “ยังขยับได้อยู่คงไม่เป็นไร”

 

            “งั้นนั่งรอตรงนี้ไปก่อน จะไปหาน้ำแข็งมาประคบให้”

 

            “แต่มันจะหมดเวลาพักของผมแล้ว ไม่..

 

            “บอกให้รอก็คือรอ ห้ามเถียง

 

 

            ดุมากกก

 

 

ทั้งซอรินและแบคฮยอนต่างพากันหุบปาก ไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมาให้คุณชายเค้าดุอีก พอพ้นหลังคนตัวสูงไปแล้วบรรยากาศอันแสนน่าอึดอัดก็เกิดขึ้นท่ามกลางความเงียบ

 

ซอรินพยายามจะไม่หันไปสนใจเพราะไม่อยากจะเห็นหน้าเด็กกวนประสาทให้อารมณ์เดือดขึ้นมาอีกรอบ ส่วนแบคฮยอนนั่งเคี้ยวหมากฝรั่งไปเงียบๆ มองนกมองสนามไปเรื่อยจนกระทั่ง... หันไปเจอรองเท้าผ้าใบสีชมพูของซอริน  

 

            หมากฝรั่งซึ่งกำลังเหนียวหนึบได้ที่ถูกคายใส่กระดาษห่ออันเดิมของมัน คนตัวเล็กพยายามนั่งให้เป็นปกติที่สุดขณะยื่นแขนออกไปวางกับดัก เพราะเล็งตำแหน่งเหมาะๆไว้ดีแล้ว แบคฮยอนจึงมั่นใจมากกกกก ว่ายังไงตอนหญิงสาวขยับเปลี่ยนท่านั่งเธอจะต้องเหยียบโดนมันแน่ ยังไงก็-ต้อง-โดน!!

 


 

            หนึ่บ!

 


           

         เอ๊ะ..!

 



            หึหึ

 

 


“อ่ะ เอาไปประคบซะ”

 

“อะไรเนี่ย!

 

“มีอะไรหรอซอริน”

 

“ชานยอลขอบใจนะ!”แบคฮยอนรีบแย่งความสนใจ ดึงผ้าประคบออกจากมือของชานยอลก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นยืน “ผมต้องรีบกลับไปซ้อมต่อแล้วเดี๋ยวเอามันไปประคบต่อทางโน้นนะ”

 

        “เดี๋ยวสิ

 

        ไม่ทันแล้ว แบคฮยอนเดินไวๆเพื่อจะเข้าไปรวมตัวกับนักกีฬาวิ่งคนอื่นๆ ระหว่างที่กำลังก้าวเท้าออกมาคนตัวเล็กได้ยินเสียงชองซอรินแว่วตามหลังมาให้ขำด้วย

 

 

 

            “อี๋!!! นี่มันหมากฝรั่งนี่!

 

 

           

            คิกคิก

 

 

 

            “เด็กบ้า ต้องเป็นฝีมือเด็กบ้านั่นแน่ๆ!

 

 

 

            แบคฮยอน

 

 

            เด็กแสบหันหลังกลับไปมอง เห็นชองซอรินก้มหน้าก้มตาหัวเสียอยู่กับรองเท้าข้างที่โดนวางกับดัก และชานยอลที่ยืนเท้าเอวด้วยมือข้างนึง อีกข้างชี้หน้ามาทางนี้ ซึ่งแบคฮยอนไม่สนหรอก นอกจากไม่สะเทือนแล้วยังแลบลิ้นกวนประสาทกลับไปให้ชายหนุ่มอีก

 

 

 

แบร้!



 

           

  

 

 

 



 

 

            ปาร์คชานยอลและคิมจงอินพากันออกจากสนามฟุตบอลตอนประมาณสามทุ่ม ก่อนจะแยกย้ายกันบริเวณลานจอดรถ จงอินขับออกไปแล้วทว่าชานยอลยังไปไหนไม่ได้อันเนื่องมาจากรถซูปเปอร์คาร์เจ้ากรรมดันสตาร์ทไม่ติด คุณชายพยายามตรวจหาสาเหตุที่ตัวเองพอจะทำได้หมดทุกจุดแล้ว หากก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น จุดจบจึงอยู่ที่การโทรตามช่างให้มาดูแลต่อ

 

            ตอนแรกชานยอลตั้งใจจะโทรไปขอติดรถน้องชายกลับบ้าน เพราะยังไงหมอนั่นต้องมารับเพื่อนตัวเล็กที่ชมรมอยู่แล้ว ติดแค่มีโฟล์คสวาเกนคันสีเหลืองของชองซอรินขับเข้ามาหาเสียก่อน

 


            “รถมีปัญหาหรอชานยอล”

 

            “อืม ผมนึกว่าซอรินกลับบ้านแล้วซะอีก”

 

            ชานยอลจำได้ว่าซอรินกลับออกไปก่อนตั้งแต่สองทุ่มแล้ว

 

            “พอดีแวะไปหาคุณครูที่ชมรมมา กำลังจะกลับนี่แหละ ชานยอลให้ซอรินไปส่งมั้ย”

 

ชายหนุ่มชั่งใจคิด ลึกๆอยากกลับกับน้องชายตัวเองมากกว่าเพราะจะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่น อีกอย่างบ้านของชานยอลไกลจากบ้านของซอรินพอสมควร ถ้าให้หญิงสาวไปส่งแล้วต้องขับกลับเองคนเดียวคงจะน่าเป็นห่วงเกินไป

 

แต่หากปฏิเสธแล้วไปกับไอ้เซฮุนยังไงเจ้าเด็กนั่นก็ต้องไปส่งแบคฮยอนที่บ้านซอรินก่อนอยู่ดี เพราะงั้นชานยอลคิดว่าตัวเองน่าจะนั่งรถไปเป็นเพื่อนซอรินจนถึงบ้านอีกฝ่ายแล้วค่อยกลับพร้อมเซฮุนที่นั่นดีกว่า ซอรินจะได้ไม่ต้องขับกลับบ้านมืดๆคนเดียวด้วย

 

จริงๆถ้าซอรินกับแบคฮยอนไม่มีปัญหากัน ชานยอลคงแนะนำให้ทั้งคู่กลับด้วยกันเพื่อที่ตัวเองจะได้กลับกับน้องชายไปเลย ไม่ต้องมายุ่งยาก แต่ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะหนึ่ง ซอรินไม่ยอมให้แบคฮยอนนั่งรถกลับด้วยแน่นอน และสอง เจ้าเซฮุนต้องงอแงอยากไปส่งแบคฮยอนให้จนได้นั่นแหละ

 

 

เพราะงั้นก็ไม่มีทางเลือก

 

 

“ผมไปลงบ้านซอรินแล้วกัน เดี๋ยวเซฮุนมันต้องไปส่งแบคฮยอนที่นั่นแล้วผมค่อยกลับพร้อมน้อง จะได้แวะเข้าไปทักทายคุณยายด้วย ไม่ได้เจอกันหลายวันแล้ว”

 

“อาฮะ เอาตามที่ชานยอลสะดวกเลย”

 

“รบกวนด้วยแล้วกัน”

 

ชายหนุ่มเดินอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อขึ้นไปนั่งบนรถของหญิงสาว ชองซอรินตอนนี้ดูอารมณ์ดีขึ้น หลังจากเมื่อตอนหัวค่ำถูกเด็กแสบเล่นงานจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงเอาไว้

 

ชานยอลยังจำเสียงบ่นด่าทอด้วยความไม่พอใจได้แม่น กว่าจะกล่อมจะปลอบให้เธอหยุดโวยวายได้ก็กินเวลาไปหลายนาที และเป็นความโชคดีของผู้หญิงสวยๆที่มักจะมีรองเท้าเสื้อผ้าสำรองติดรถไว้ ซอรินจึงไม่ต้องทนใส่รองเท้าติดหมากฝรั่งทุเรศๆนั่นกลับไปจนถึงบ้าน

 


ระหว่างที่ล้อเคลื่อนตัวออกไปได้สักหน่อย ไฟหน้ารถส่องไปถึงตัวของผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินคุยโทรศัพท์อยู่ แม้จะเห็นเพียงด้านหลังแต่ด้วยรูปร่างลักษณะท่าทางแบบนั้น ซอรินจำได้ทันทีเลยว่าเป็นไอ้เด็กตัวแสบ!

 


เรียวปากสวยแสยะยิ้มร้ายกาจทันทีที่นึกอะไรสนุกๆออก สองมือจับพวงมาลัยรถไว้มั่น สายตามองตรงไปยังเป้าหมายอย่างคิดจะมาเอาคืน วันนี้แหละที่ชองซอรินคนนี้จะสั่งสอนให้เด็กไร้มารยาทคนนั้นได้รู้จักสำนึกจนไม่กล้ามาทำเก่งใส่อีกเลย


 

กวนประสาทดีนักใช่มั้ย ปากเก่งดีนักเดี๋ยวจะทำให้ร้องไม่ออกเลย




 

“จะทำอะไรน่ะซอริน!

 

 

ชานยอลที่นั่งเท้าศอกกับขอบหน้าต่างประตูรถหันมาถามอย่างตกใจ มองใบหน้านึกสนุกของคนขับสลับกับด้านหลังของผู้ชายตัวเล็กที่ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเพราะเอาแต่คุยโทรศัพท์

 

 

“อย่าทำเรื่องพิเรนทร์”

 

 

รถเคลื่อนเข้าไปใกล้ตัวแบคฮยอนเรื่อยๆ

 

 

“ซอรินหยุดรถ”

 

 

“ไม่ถึงตายหรอก ซอรินแค่จะสั่งสอน”

 

 

“จะบ้าหรือไง หยุดสิซอริน”

 

 

คิกคิก

 

 

“ผมไม่ตลกนะ หยุดรถเดี๋ยวนี้”

 

 

“หึ...

 

 

“ซอริน”

 

 

…..

 

 

“หยุดเดี๋ยวนี้ซอริน”

 

 

….

 


 

ฉันบอกให้เธอหยุดไง!!!!!!!

 

 


บรื้นนน

 

 

เสียงตวาดที่เพิ่งเคยได้ยินจากปากร่างสูงครั้งแรกทำเอาซอรินสะดุ้งจนเผลอเหยียบคันเร่งโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

 


เบรค!!!!!!!!” 

 

 

 

เอี๊ยดดดดดดดด!!!!!

 

 

เสียงเบรครถดังสนั่นชนิดที่คนนั่งด้านในยังได้ยินชัดเจน ชานยอลใจหายวาบตอนที่เงยหน้าขึ้นมองกระจกหน้ารถแล้วไม่พบแบคฮยอน สองมือกำหมัดแน่นพร้อมกับการหลับตาลงช้าๆอย่างพยายามจะระงับอารมณ์

 

 

ถ้าแบคฮยอนเป็นอะไรขึ้นมาเธอเดือดร้อนแน่

 

 

น้ำเสียงเย็นยะเยือกพูดออกมาให้หญิงสาวสั่นกลัวยิ่งกว่าเดิม ชานยอลเปิดประตูลงจากรถไปแล้วขณะที่เธอยังคงนั่งตั้งสติอยู่กับที่ หัวใจเต้นถี่รัวราวกับจะหลุดออกไป ก็แค่จะขับเฉียดเบาๆให้พอหลาบจำ ไม่ได้คิดจะเหยียบเร่งเหมือนจะชนให้ตายกันไปข้างอย่างเมื่อกี้เลยสักนิด

 

 

 

“แบคฮยอน

 

 

ชานยอลรีบย่อตัวนั่งยองๆลงตรงหน้าเด็กน้อย

 

 

“เป็นอะไรมั้ย” มือหนาช่วยปัดผมที่ปรกหน้าออกให้แล้วเริ่มสำรวจตามเนื้อตัวอีกฝ่ายว่ามีตรงไหนบาดเจ็บบ้าง ชานยอลเห็นแค่แผลเลือดไหลตรงหัวเข่าข้างนึง อีกข้างแค่แดงๆถลอกๆ นอกนั้นก็ไม่พบแล้วจึงถอนหายใจโล่งอกออกมาที

 

ถ้าหากเมื่อกี้ซอรินเบรคไม่ทันชานยอลไม่อยากจะนึกเลยว่าคนตรงหน้าจะเป็นยังไง

 

 

“แบคฮยอน”

 

เสียงทุ้มพยายามเรียกชื่อเพื่อให้อีกคนดึงสติตัวเองกลับมา ดูก็รู้แล้วว่าคงจะช็อคมาก ทั้งเงียบ ทั้งนิ่ง สายตามองค้างอยู่แต่ที่หน้ารถซึ่งห่างจากตัวเองแค่ระยะไม่ถึงศอก

 

“แบคฮยอน”

 

….

 

“ได้ยินที่ฉันเรียกไหม”

 

“ต้องทำกันขนาดนี้เลยหรอ”

 

ใบหน้าเล็กเงยขึ้นมองชานยอลกับซอรินที่เพิ่งลงจากรถ ก่อนจะเหลือบไปหาโทรศัพท์ที่คุณท่านอุตส่าห์ซื้อให้ทว่าเวลานี้มันแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดีแล้ว

 

“พวกคุณมันใจร้าย”

 

….

 

“ใจร้ายทั้งคู่เลย โอ้ย!

 

“ฉันช่วย..

 

พลั่ก!

 

“ไม่ต้องมาใกล้ผมแล้ว!

 

“แบคฮยอน”

 

“พวกคุณทำผมเกือบตาย คนใจร้าย! ต่อไปไม่ต้องมาใกล้ผมแล้ว ผมไม่ชอบชานยอล ผมจะเกลียดชานยอล ชานยอลกับแฟนรวมหัวกันแกล้งผม..

 

“มีเหตุผลหน่อยได้มั้ย ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้”

 

“อยากให้ชนให้ตายเลยใช่มั้ยล่ะ”

 

“เห็นฉันเป็นคนแบบไหนกัน”

 

…..

 

“ที่ผ่านมาฉันเคยแกล้งให้นายต้องเจ็บตัวหรือไง ไหนบอกชานยอลใจดีไงล่ะ ทำไมตอนนี้มาปรักปรำว่าฉันใจร้ายอีกแล้ว”

 

“ชานยอลแกล้งผม..

 

“ไม่เชื่อฉันหรอ” มือใหญ่ดึงมือเล็กทั้งสองข้างขึ้นมาดู มองแผลถลอกจนเลือดเกือบไหลตรงฝ่ามือน้อยนั้นแล้วใช้นิ้วตัวเองสัมผัสมันเบาๆ

 

“ฉันไม่ได้แกล้งนาย เชื่อฉันไหม”

 

…..

 

“เชื่อไหมแบคฮยอน”

 

ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกัน ดวงตารีเล็กสั่นไหวมีแต่ความไม่แน่ใจ ขณะที่ดวงตากลมโตมีแต่ความหนักแน่นซื่อตรง

 

“ไง”

 

ริมฝีปากบางเฉียบถูกฟันซี่เล็กขบกัดไปมาและเริ่มเม้มเข้าหากันช้าๆ แบคฮยอนก้มหน้าลงพลางตัดสินใจพยักหน้าให้คนตัวโต ทำเอาผู้ได้รับคำตอบต้องยิ้มให้และลูบหัวเป็นรางวัลให้กับเด็กดี ก่อนจะช่วยพยุงตัวคนเป็นน้องให้ลุกขึ้นยืนด้วย

 

“โทรศัพท์”

 

“ฮึ?

 

“เก็บโทรศัพท์ให้ผมหน่อย” ชานยอลหันไปมองตามสายตาของแบคฮยอนแล้วก้มลงช่วยเก็บซากชิ้นส่วนโทรศัพท์ให้ตามคำขอ

 

“ชานยอลไปรถซอริ..” เสียงหวานเงียบลงทันทีที่สายตาแข็งกร้าวมองปราดมา

 


 

“เดินไหวหรือเปล่า”

 

“เข่าตึงไปหมดเลย”

 

“งั้นขึ้นหลังแล้วกัน”

 

….

 

“นิ่งทำไมล่ะ ขึ้นมาสิ”

 

“หนักหน่อยนะ” แขนเรียวพาดลงไปบนบ่ากว้างทั้งสองข้าง คนตัวสูงยกตัวอีกคนขึ้นหลังและพาเดินออกไปด้วยกัน ทิ้งซอรินไว้ข้างหลังอย่างไม่มีใครคิดจะสนใจ


 

 

 

 

 

 




 

 ความเงียบโรยตัวลงมา แบคฮยอนได้แค่เตะเท้ากลางอากาศ กอดคอชานยอลเงียบๆ ไม่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วถามนู่นถามนี่เหมือนทุกที ตอนนี้มันเลยมีแค่เสียงฝีเท้าหนักๆของชานยอลเท่านั้นที่ดังมาให้ทั้งคู่ได้ยิน

 

 

“ทำไมเงียบ”

 

“ผมไม่รู้จะพูดอะไร กลัวชานยอลหนักกว่าเดิม”

 

“ให้ฉันแบกนายเงียบๆก็หนักเหมือนกันนั่นแหละ พูดมาเถอะ”

 

….

 

“ฉันไม่ดุหรอก”

 

“เราจะไปไหนกัน”

 

“พานายไปหาหมอไง”

 

“หรอ”

 

“แต่ฉันทิ้งกระเป๋าไว้บนรถซอริน นายต้องออกเงินเองแล้วนะ ค่ารถเราด้วย มีจ่ายให้ฉันหรือเปล่า”

 

“อืม”

 

“คุณยายให้ติดตัวไว้วันละกี่วอน”

 

“ผมไม่ได้นับ”

 

“จะพอค่าข้าวด้วยมั้ย ดึกแล้วยังไม่มีอะไรตกถึงท้องฉันเลยสักอย่าง”

 

“ผมไม่รู้เหมือนกัน”

 

“แบคฮยอน..

 

ชานยอลหยุดเดิน ถอนหายใจอย่างไม่รู้จะทำยังไง ทั้งหนักที่ต้องแบกอีกคนแล้วยังต้องมาเหนื่อยกับการเป็นฝ่ายชวนคุยก่อนทั้งที่ไม่ใช่นิสัยตัวเองเลยสักนิด เอี้ยวหน้าไปมองหลังพบกับดวงตาแป๋วๆมองตอบมา ไม่ยอมพูดเหมือนเดิม

 

“อย่าเป็นแบบนี้สิ”


 

…..


 

“เจ็บตรงไหนก็บอก พอถึงโรงพยาบาลแล้วฉันจะบอกหมอให้”


 

“ไม่เหมาะ”

 


….

 


“ซอรินไม่เหมาะกับชานยอลซักนิด

 


….

 


“ผมไม่อยากให้ชานยอลได้คนใจร้ายแบบนั้นมาเป็นแฟนเลย” ใบหน้าเล็กซุกลงบนไหล่กว้าง ความเปียกชื้นที่ซึมผ่านเสื้อเข้ามาทำให้ชานยอลรู้ว่าเด็กน้อยกำลังมีน้ำตา

 


….

 


“ชานยอลไม่เหมาะกับคนใจร้าย” 

 


“แล้วฉันเหมาะกับคนแบบไหน”

 


….

 


“ฮึ..

 


“ผมไม่รู้หรอก แต่ผมไม่ชอบซอริน”

 


“อยากให้ฉันเลิกกับเธอเพราะนายไม่ชอบหรอ”

 


“ไม่ใช่นะ ผมไม่ได้บอกให้ชานยอลเลิก ก็แค่.. อยากให้ชานยอลได้คนที่ดีกว่านี้”

 


“หรอ”

 


 “ชานยอลต้องเลือกคนดีๆ”

 


ต้องเลยหรอ”

 


“ก็ผมอยากให้ชานยอลได้คนนิสัยดี เป็นใครก็ได้ที่ไม่ใจร้ายเหมือนซอริน”


 

“ใครดีล่ะ ใครไม่ใจร้ายเหมือนซอริน”


 

….

 


“ฮึ”

 


“พี่จงอินก็ได้”

 


“จะบ้าเหรอ!” 

 


ไอ้จงอินเนี่ยนะ แค่คิดถึงหน้ามันก็อยากอ้วกแล้ว แบคฮยอนใช้อะไรคิดถึงให้คำตอบเป็นคิมจงอิน

 



ฮ่ะๆๆ

 


แต่เพราะเสียงหัวเราะที่ดังออกมานั่นแหละ ทำให้ชานยอลเคืองไม่ลง อย่างน้อยประโยคชวนขนลุกนั่นก็ทำให้บรรยากาศดีขึ้น ถ้ามันทำให้อีกคนไม่ต้องขี้แยแล้ว ชานยอลยอมระคายหูทนฟังมันต่อก็ได้

 


“ผมล้อเล่น”

 


“ลองบอกว่าพูดจริงสิ”

 


“ดุอีกแล้ว”

 


….


 

“ชานยอล”

 


“อืม”

 


“ที่บอกจะเกลียดชานยอลเมื่อกี้ผมขอโทษนะ”

 


“นายพูดว่าจะเกลียดฉันด้วยหรอ”

 


….

 


“ตอนไหน”


 

“ชานยอลไม่ได้ยินหรอ”


 

“ถ้ารู้เร็วกว่านี้ฉันไม่แบกนายมาให้ตัวเองหนักแบบนี้แน่”

 


คนตัวเล็กขมวดคิ้วมองกลุ่มผมสีดำของคนตัวสูงด้วยความรู้สึกงงงวย ชานยอลไม่ได้ยินจริงๆน่ะหรอ ไม่ได้ยินจริงๆหรือแค่หลอกกันให้สบายใจ แต่ไม่ว่าจะมองอย่างจับพิรุธเท่าไหร่แบคฮยอนก็ดูไม่ออกว่าชานยอลพูดความจริงหรือโกหก หน้าหล่อๆ ท่าทางนิ่งๆแต่ดูผ่อนคลายแบคฮยอนดูไม่รู้เลยจริงๆว่ากำลังคิดอะไรอยู่

 


“ให้ตายสิ ฉันไม่น่าแบกคนที่บอกว่าเกลียดฉันมาให้เหนื่อยเปล่าเลย”

 


“ผมไม่ได้พูด!

 


….

 


 “ชานยอลบอกเองว่าไม่ได้ยินแล้วผมจะพูดได้ไง”

 


คนตัวสูงแอบหัวเราะเบาๆ กระชับร่างคนบนหลังที่เริ่มไหลลงเหมือนจะตกให้กลับขึ้นมาอยู่ด้านบนอย่างมั่นคง

 


“ชานยอลใจดีกับผมจะตาย จะเกลียดได้ยังไง

 


“ฉันไม่ช่วยใครฟรีๆหรอก นายต้องจ่ายค่ารถค่าข้าวตอบแทนฉัน”

 


“อื้ม แต่กินแพงมากไม่ได้นะ”

 


“ฉันจะสั่งทุกอย่างที่ตัวเองอยากกิน”


 

“อย่าแกล้งผมสิ”

 


“แล้วนายคิดว่าคนที่ต้องสูญเสียพลังงานไปกับการแบกคนอื่นมาไกลขนาดนี้สมควรได้รับค่าชดเชยเท่าไหร่”

 


“งื้อ...

 


คนตัวโตยิ้มขำออกมาเมื่อสามารถแกล้งคนอื่นให้หงอได้สำเร็จ แบคฮยอนเห็นนะไม่ใช่ไม่เห็นว่าแก้มชานยอลยกขึ้นอะ พักหลังมานี้อีกฝ่ายขยันกวนประสาทแบบหาตัวจับยาก ชอบตีหน้าขรึมจนแบคฮยอนแยกไม่ออกว่าตอนไหนกำลังเล่นหรือตอนไหนกำลังจริงจังกันแน่ แต่แบคฮยอนก็ชอบนะ  ชานยอลใจดี ชานยอลเสียงเพราะด้วย


 

ระหว่างรอสัญญาณไฟข้ามถนน ทั้งคู่เริ่มกลับมาพูดคุยโต้ตอบกันได้อย่างปกติ คนตัวเล็กเริ่มพูดเจื้อยแจ้วให้ชานยอลได้หมั่นไส้เหมือนเดิมแล้ว ทว่าจังหวะที่กำลังคุยเล่นกัน อยู่ดีๆคนบนหลังก็เกิดดิ้นแรงขึ้นมาเหมือนต้องการให้ปล่อยตัว สองขาดีดโดนคนตัวสูง ส่วนมือไม้ชี้นิ้วไปยังอีกฝั่งถนน

 


 

“คยองซู!

 

ชานยอลไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมย่อตัวลงให้อีกคนลงมายืนดีๆ

 

“คยองซุ..

 

“คยองซูไหนนายข้ามไม่ได้นะ! รอสัญญาณไฟก่อนสิ” 

 

มือหนารีบดึงตัวแบคฮยอนกลับมาก่อนที่จะได้ทะเล่อทะล่าเข้าไปให้รถบนถนนวิ่งมาเหยียบ เจ้าตัวก็ใช่จะสนใจความปลอดภัยของตัวเอง เอาแต่เพ่งมองข้ามไปยังถนนฝั่งตรงข้าม ชานยอลมองตามแต่ดูไม่ออกว่าใครเป็นใครเนื่องจากมีคนเดินอยู่หลายคน อีกทั้งรถราบนถนนที่วิ่งผ่านไปมา พาให้ตาลายมองเห็นใครไม่ถนัดด้วย

 



“หายไปไหนแล้ว

 

“ใคร”

 

“ผมเหมือนจะเห็นเขา”

 

“ก็ใครล่ะ”

 

“เพื่อนผม คยองซูลูกพ่อเฒ่ากับแม่ครู ผมเหมือนผมเห็นจริงๆนะ แต่ตอนนี้หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

 

“ไกลคนละฟากขนาดนี้แน่ใจหรอว่าใช่”

 

….

 

“แล้วเพื่อนนายเข้ามาทำอะไรที่นี่”

 

“ผมก็ไม่รู้ ผมแค่.. เหมือนจะเห็น”

 

“เหมือนจะ?

 

“อืม”

 

เฮ้อ..

 


ถ้าไม่แน่ใจก็ไม่ควรหุนหันโดยไม่ระวังตัวเองแบบนั้นไม่ใช่หรือไง 

 


“ไฟจะมาแล้ว อยากให้พาไปดูมั้ย ข้ามแล้วฉันจะพาไป”

 

คนตัวเล็กทำหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก จริงๆเมื่อกี้ก็ไม่แน่ใจนักหรอก มันแค่คลับคล้ายว่าเป็นคนเดียวกัน ซึ่งลองคิดอีกทีเพื่อนคนนั้นจะมาทำอะไรที่นี่อย่างที่ชานยอลถามล่ะ ระยะห่างจากชุมชนเข้ามาในเมืองหลวงนี้ก็ไม่ได้จัดว่าใกล้เลย..

 

 

คงไม่ใช่หรอก

 

 

“ไม่เป็นไร ผมคงตาฝาดไปเอง”

 




 

 


#ficmysscb

 

 

 










 

 







 

Talk:

เลาว่านายตาฝาดแน่ๆ แบคฮยอน...



[Edit 260216: เหตุการณ์ในตอนนี้คนละวันกับตอนที่แล้วนะคะ พอดีมีคนเข้าใจผิดเราเลยเข้ามาอิดิท ถัดมาอีกหนึ่งวันเริ่มแรกสุดให้ เราไม่ทันคิดว่าจะมีคนงงเพราะตอนเราอัพคือมันคนละวันกัน คนที่ตามอ่านพร้อมๆกับที่เราอัพก็อาจจะรู้เนาะ แต่เผื่อคนมาทีหลังจะมึนๆ // สังเกตจากตอนที่แล้วเลยคือแบคกลับพร้อมจงอินค่ะ แล้วชานยอลก็เข้าสนามบอลค่ำแล้ว และวันนั้นจงอินไม่ว่างมาเล่นบอลด้วย แต่มารับแบคฮยอนได้หลังซ้อมเสร็จ(อันนี้ไม่ได้เขียนไว้แต่ให้คิดต่อเอง ) : ส่วนตอนนี้ชานมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืดค่ะ มาเร็ว และจงอินก็ว่างมาเล่นบอลเพราะมันคือเหตุการณ์คนละวันกับตอนที่แล้วนั่นเอง แต่เพื่อไม่ให้งงก็เพิ่มละเนาะ ขออภัยหากทำให้เข้าใจผิดด้วยน๊า]



// ฝากเม้น โหวต แฮชแท็กเป็นกลจ.กันเหมือนเดิมน๊าค้าบ











ⒸQRD 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 308 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5066 DNL (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 14:45

    เกือบร้องตอนน้องบอกว่าเกลียดชานยอลแล้ว

    งือออ พี่ชานยอลรู้ตัวเองได้หรือยัง

    ห่วงน้องขนาดนี้อ่ะ คยองซูนี่มาจริงใช่มั้ย

    #5,066
    0
  2. #5018 YOLO'H (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 02:23
    ถ้าสองพี่น้องนั่นดีกันได้ ก็คงจะดี ตีกันอยู่นี่แหละ555
    #5,018
    0
  3. #4955 IPINOCKIO (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 11:19
    รู้ไหมใครเหมาะกับชานยอล ก็แบคฮยอนยังไงล่ะ วู้ววววววววว
    #4,955
    0
  4. #4869 Darkmate (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 21:21
    อยากเห็นตอนซอรินหันมาเอ็นดูน้องแบคจริงๆจะเป็นไง ละคยองซูมาทำไรเนี่ย
    #4,869
    0
  5. #4787 Bruto (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 18:40
    รอซอรินแพ้ทางน้องแบคอย่างเงียบๆ
    #4,787
    0
  6. #4735 KAMSNW (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 13:18
    นี่พยายามคิดแง่บวกกะยัยเจ๊ซอรินแล้วนะ แต่แบบ ฮึ่ยยย นางมือมารร้ายยย
    #4,735
    0
  7. #4714 _BLacKRuBy_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 05:36
    เอาเถอะจะพยายามไม่เกลียดซอรินมากอล้วกัน ลึกก้คงเป็นคนดีแต่ปากหนักแหละ แต่เดี๋ยวนะหนูแบคหนูจะจับพี่หมีกับพี่ชานมาจิ้นกันบ่ได้เด้อออออ55555555
    #4,714
    0
  8. #4586 pparkminhoo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 18:27
    ซอรินเล่นแรงไปอะคราวนี้
    #4,586
    0
  9. #4516 geejajaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 09:00
    เหยยย เล่นกับรถจะเอาให้เฉียดมันเกินไปหน่อยอ่ะ เข้าใจว่าอยากเอาคืน แต่ทำไมไม่แกล้งกลับด้วยวิธีเดียวกันล่ะ

    นี่จะรู้สึกผิดไหมเนี๊ยะ


    ชานยอลเอ๋ยทำใจเถอะรักและเอ็นดูอบคฮยอนขนาดนี้
    #4,516
    0
  10. #4496 taekookisreal (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 10:11
    คยองตัวน้อยๆมาแล้ววว ><
    #4,496
    0
  11. #4425 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 13:26
    ครั้งนี้ซอรินเล่นแรงไปนะ
    #4,425
    0
  12. #4292 izfxrn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 17:35
    เอาจริงๆซอรินเล่นเเรงมาก ไม่สำนึกผิดแล้วแถมยังไม่คิดจะลงมาดูอีก แม่มึ้งง โมโหลลลล
    #4,292
    0
  13. #4254 11507416p (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 00:31
    สนุกแล้วล่ะสิ
    #4,254
    0
  14. #4175 pcy921 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 23:30
    คยองซูก็มาาาาา
    #4,175
    0
  15. #4151 24 ชั่วโมง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 19:16
    ชานยอล ดีขึ้นทุกวันเลยอ่ะ คยองมาหรอจะมาดีหรือมาร้าย
    #4,151
    0
  16. #4115 mini_6 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 17:34
    เค้าน่ารักกันจังเลนนนน
    #4,115
    0
  17. #4082 pim pimmi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 23:26
    งื้อออออชอบชานยอลมากกกก
    #4,082
    0
  18. #4052 somruethai1307 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 10:30
    ตอนขี่หลังจะน่ารักอะไรเบอนี้
    #4,052
    0
  19. #3957 Tongdchr (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 13:19
    นังซอริน นังคนใจบาป
    #3,957
    0
  20. #3932 Chopoom94 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 19:56
    อุ้ย คยองเป็นลูกพ่อเฒ่าหรอเนี้ย เป็นเพื่อนกันอีกแล้วสองคนนี้ ดีๆๆ แล้วมาทำไรในโซลล่ะคยอง?
    #3,932
    0
  21. #3879 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 15:14
    ซอรินร้ายกาจไปแล้วนะ
    #3,879
    0
  22. #3838 Baekkumaaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 02:10
    ซอรินนี่เลวมากอ่ะ ร้องไห้อีกแล้ว
    #3,838
    0
  23. #3837 Baekkumaaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 02:10
    คยองซูเพื่อนเก่าแบคหรอ
    #3,837
    0
  24. #3818 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 14:08
    เลิกไปเลยค่ะ!! ชะนีใจร้ายใส้ระกำแบบนี้ เลิกยุ่งไปเลย!! น่ากลัวอ่ะ
    #3,818
    0
  25. #3760 ONPCY. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 22:48
    ซอรินก็มหาศาลเหมือนกันน่ะแหล่ะ แบคเขาก็แกล้งขำๆมอิเจ้นี่จะเล่นถึงชีวิตชาวบ้านเขาเลยรึไรรรรร หื้มมมมม ตะยองมาแย้ววว มารักษาแผลให้แบคเร็วว อิอิ
    #3,760
    0