You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 11 : Shining X :: rioting

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,314
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 366 ครั้ง
    18 ก.พ. 59

 


  Shining X.




 

 





 

 

         สองสัปดาห์ต่อมา

 

 

 

         “เซฮุนนั่งรอตรงนี้ไปก่อนนะ เราอาบน้ำแปปนึง”

 

         “รับทราบครับผม!

 

          เพื่อนตัวสูงทำท่าตะเบ๊ะมาให้ก่อนจะหย่อนตูดนั่งลงม้านั่งตัวยาวหน้าชมรมวิ่งของเพื่อนตัวเล็ก หลายวันมาแล้วที่หนุ่มหน้าตาดีคนนี้คอยเทียวไปรับไปส่งเพื่อนตั้งแต่บ้าน มหาวิทยาลัย ชมรม หรือแม้แต่สถานที่ใดๆก็ตามที่แบคฮยอนต้องการจะไปนั้น เซฮุนตามใจได้ทุกอย่าง

 

 

        มีให้มากกว่าคำว่าคู่ซี้ปลาท่องโก๋ก็จะให้

 

 

        เดี๋ยวนี้ใครเห็นแบคฮยอนที่ไหนมักจะเห็นเซฮุนที่นั่น จะแยกกันก็แค่ช่วงเข้าชมรมบางวันเท่านั้น เซฮุนน่ะไม่จำเป็นต้องเข้าทุกวันหรอก แต่แบคฮยอนเนี่ยสิ ได้เป็นตัวแทนนักกีฬาไปแข่งขันแล้วมีตารางซ้อมเกือบทุกเย็น เพื่อนรักผู้มีเวลาว่างเหลือเฟือจึงต้องหอบหนังสือเรียนมานั่งอ่านฆ่าเวลาขณะรอรับแบคฮยอนกลับไปส่งที่บ้านไปด้วย ซึ่งก็เป็นการนั่งรอแบบชิดติดขอบสนามสุดๆ แถมยังตีสนิทกับสมาชิกในชมรมของแบคฮยอนสำเร็จไปหลายคนแล้วด้วย

 

        แต่หากวันไหนยุ่งๆเซฮุนก็ไม่ได้มานั่งรออะไรแบบนี้หรอก หรือไม่ก็วันที่มีปัญหากับพี่ชายก่อนออกจากบ้าน วันนั้นเซฮุนจะไม่มานั่งเฝ้าแบคฮยอนที่ชมรมตอนเย็น เนื่องจากต้องการเลี่ยงการเผชิญหน้ากับคุณชายพี่ ผู้ครองตำแหน่งสมาชิกหลักถึงสามชมรม

 

       

 “คุณชายปาร์คคนน้องมาเฝ้านายอย่างกับเป็นแฟน” คิมจงแดส่งเสียงมาจากห้องน้ำห้องข้างๆ

 

  “ท่าทางจะว่างจัด ไม่ชวนมาเข้าชมรมด้วยล่ะ”

 

  “เซฮุนขี้เกียจ”

 

  “ว่าเพื่อนอีก”

 

   “ไม่ได้ว่า เซฮุนบอกอย่างนั้นจริงๆ”  ยังบอกด้วยว่าอยากนอนอยู่เฉยๆไม่ต้องทำไรเลย ถ้าตั้งชมรมเองได้ก็จะตั้งชมรมนอนหลับมาตอบโจทย์ตัวเอง เห็นว่ามีเพื่อนร่วมอุดมการณ์เป็นเพื่อนชานยอลที่ชื่อพี่จงอินคนนั้นด้วย

 

    “เมื่อไหร่เราจะหาเวลาไปกินเนื้อย่างร้านนั้นอีกอะจงแด”

 

            “เข็ดบ้างเถอะ ฉันยังจำภาพตัวเองวิ่งเกือบตายเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วได้อยู่นะ ตื่นมาตอนเช้าแทบคลานลงจากเตียง”

 

            คนฟังหัวเราะคิกคักสนุกสนาน มาเล่าตอนนี้ก็ขำอยู่หรอก ลองเป็นวันนั้นสิ วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนกันเกือบตาย ทุกวันนี้ยังนึกเสียวไส้กันอยู่เลยว่าหากวันไหนบังเอิญเจอไอ้คนตัวหมีขึ้นมาอีกจะทำยังไงกัน แต่พูดแล้วก็อดประทับใจความเป็นผู้รอดของทั้งตัวเองและคิมจงแดไม่ได้ ที่สามารถผ่านวินาทีเฉียดตายกันมาได้จนทุกวันนี้  ฮี่ๆ

 

            แบคฮยอนเดินออกมาหาปาร์คเซฮุนหลังจากอาบน้ำแต่งตัวใหม่เสร็จแล้ว กำลังคุยกันว่าจะไปหาอะไรกินกันก่อนกลับบ้าน เพราะตอนนี้ปาเข้าไปสองทุ่มกว่าๆแล้ว

 

 

           ตี๊น ตี๊นน!  

 

          เสียงบีบแตรเรียกทำให้สองเพื่อนซี้ชะงักเท้าพร้อมกัน ตาตี่ๆทั้งสองคู่ช่วยกันเพ่งว่าเป็นรถใคร และแทบต้องร้องอ๋อ... เมื่อเจ้าของรถคันนั้นเลื่อนกระจกลงเพื่อทักทาย

 

 

            “พี่เปลี่ยนรถบ่อยไปนะ เอาซะผมจำไม่ได้”

 

           “พอดีที่บ้านเงินเหลือ” คิมจงอินยักไหล่ด้วยสีหน้าสบายๆ พี่ชายนายก็ใช่ย่อยเสียที่ไหน แล้วนี่เพิ่งกำลังจะกลับกันหรอ”

 

           “ช่าย แบคฮยอนเพิ่งซ้อมวิ่งเสร็จ พี่ล่ะ ไม่ต้องอยู่ซ้อมเต้นจนถึงดึกเหมือนทุกทีหรอ”

 

             “อืม เลิกแล้วเนี่ย”

 

            แบคฮยอนยิ้มรับเมื่อคิมจงอินหันมายิ้มให้

 

            “รีบกลับกันหรือเปล่า”


           “ก็ไม่นะ ว่าจะไปหาไรกินกันก่อน”

 

            “สนใจไปร้านเดียวกันกับฉันไหมล่ะ”

 

            “ร้านอะไรครับเพื่อนพี่ชาย”

 

           เพียงแค่จงอินขยิบตาให้โดยไม่ต้องพูดอะไรเซฮุนก็เข้าใจทันที ใบหน้าหล่อจัดไม่แพ้พี่ชายแสดงความสนอกสนใจกับคำชักชวนนั้นชัดเจน ติดแค่เพื่อนตัวเล็กข้างๆนี่แหละ ที่เซฮุนไม่แน่ใจว่าควรพาไปด้วยดีหรือไม่

 

            “เอาไง”

 

            “คิดแปป”

 

            “โว้ว นี่เป็นครั้งแรกที่นายลังเลกับคำชวนของฉัน”

 

            “ผมก็แค่เป็นห่วงว่าที่แฟนตัวเอง”

 

            “ถูย..” ก่อนจะพูดน่ะคิดจะปรึกษา ว่าที่แฟน ของตัวเองบ้างหรือเปล่า รายนั้นเห็นเอาแต่ยืนทำตาแป๋ว หน้าตาไม่ได้บอกเลยว่าเข้าใจในสิ่งที่สองหนุ่มหล่อกำลังคุยกัน ไม่ว่าจะเรื่องอะไร

 

            “แบคฮยอน”

 

            จงอินเรียกชื่อเด็กน้อย

 

            “ครับ?

 

            “เคยเข้าผับหรือเปล่า”

 

            “ผับหรอ? ไม่ฮะ ผมไม่มีเงินเข้าไปหรอก”

 

            คำตอบแสนซื่อตรงทำเอาจงอินอดรู้สึกเอ็นดูไม่ได้ กลอกตาไปมองหน้าเซฮุนเจ้านั่นก็เอาแต่มองเพื่อนด้วยแววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความปลาบปลื้มประทับใจจนคิมจงอินต้องส่ายหัวพลางขำออกมา  

 

            “ไม่เคย แล้วอยากลองเข้าไปเปิดหูเปิดตาดูซักครั้งมั้ย”

 

            “ผมไปได้เหรอ”

 

            “ได้สิ”

 

            “อายุเราถึงหรอเซฮุน” 

 

            “ไม่ถึงพี่จงอินก็ทำให้ถึงได้ เราเข้าตั้งแต่ยังเรียนอยู่มัธยมแหนะ”

 

            “โห.. ชานยอลไม่ดุหรอ”

 

            “พี่ชานยอลนั่นแหละพาเข้าไป”

 

            “ไม่อยากจะเชื่อ”

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ถึงพี่ชายจะเป็นคนดุ แต่ในความดุนั้นก็ยังมีความใจดีซ่อนอยู่เสมอ หรืออาจจะเรียกว่าความรำคาญก็ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่เซฮุนรบเร้ามากๆ ชานยอลก็ต้องยอมตามใจทุกที แต่นั่นหมายถึงเซฮุนจะต้องยอมเจ็บตัวเพื่อแลกมันมาด้วยเหมือนกัน   

 

“ไปมั้ย”

 

“เซฮุนว่าไง”

 

“เราตามใจแบคฮยอนแล้วกัน ถ้าแบคฮยอนอยากไปเราก็จะไปด้วย แต่ถ้าไม่เราก็ไม่” พูดเลยว่าจริงๆตัวเองน่ะอยากไปมากกกกกกกกกกก ยิ่งผับนี้เป็นผับประจำที่ชอบรบเร้าขอติดสอยห้อยตามพี่ๆไปด้วยแล้วยิ่งนึกอยากไปเข้าไปใหญ่ ใจมันระริกระรี้อยากจะไปเปิดหูเปิดตาหลังจากไม่ได้ไปมานานใช้ได้ แต่มาคิดไม่ตกเพราะรู้สึกเป็นห่วงแบคฮยอนนี่แหละ ก็นอกจากจะซื่อแล้วยังซนใช่เล่นที่ไหน  

 

 “ถ้าไม่อยากไปก็บอกเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจพี่”

 

“ผมอยากไปฮะ แต่.. กลัวคุณท่านดุเอา”

 

“ให้เซฮุนมันรับหน้าไป”

 

…..

 

“แบคฮยอนอยากไปหรอ”

 

“เราอยาก แต่ว่า..

 

“โอเค งั้นพี่จงอินล่วงหน้าไปก่อนเลย เดี๋ยวพวกผมขับรถตามไปทีหลัง”

 

“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”

 

 

 

ใช่.. เซฮุนก็หวังว่ามันจะไม่มีปัญหานะ

 

 

Plssss

 

 

 

 

 

 

 


 

 

แสงไฟดิสโก้ส่องวิบวับไปพร้อมๆกับเสียงเพลงอึกทึกครึกโครมชนิดที่ต้องตะโกนใส่หูคุยกันถึงจะได้ยิน คนตัวเล็กรู้สึกไม่ชินกับสถานที่น่าอัศจรรย์ใจแห่งใหม่ที่เพิ่งเคยเข้ามาเหยียบเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่เคยฟังๆเค้าเล่ากันมามันไม่เท่ากับของจริงที่ได้มาสัมผัสเองเลย

 

แววตาสดใสเปล่งประกายสะท้อนแข่งกับแสงไฟหลากสี ตั้งแต่เข้ามาแบคฮยอนยังไม่เลิกตื่นตาตื่นใจ หมุนคอมองทางโน้นทีทางนี้ที บ้างก็แหงนหน้ามองขึ้นไปด้านบนจนปากเล็กๆเผยอออกอย่างน่าเอ็นดู

 

เซฮุนเห็นแล้วใจคอไม่ดี อยากจะดึงอยากจะฟัดอยากจะกอดๆหอมๆให้หายมันเขี้ยวจริงๆดูซักรอบ ยังกระหยิ่มยิ้มย่อง รู้สึกคิดถูกที่พาแบคฮยอนมาอยู่เลย เสียงเพลงที่ว่าดังอยู่แล้วยิ่งอยากให้มันดังขึ้นอีก แบคฮยอนจะได้โน้มตัวโน้มหน้าเข้ามากระซิบ(ตะโกน)ใส่หูใกล้ๆ มืดๆสลัวๆแบบนี้ด้วยแล้วจะจูบจะหอมเลยก็ย่อมได้ เซฮุนยินดี อิ้อิ้

 

 

“อยากสั่งอะไรเพิ่มก็สั่งเลยนะ เต็มที่”

 

 

จงอินนัดเพื่อนมาด้วยอีกสองสามคน วันนี้ไม่ได้เลือกนั่งในห้องวีไอพีเช่นทุกที เห็นว่าเป็นครั้งแรกของแบคฮยอนจึงเลือกที่นั่งปกติเพื่อเด็กน้อยจะได้รู้ได้เห็นให้เต็มที่ ตอนสาวๆสวยๆนุ่งน้อยชิ้นจนปิดอะไรแทบไม่มิดเข้ามานั่งร่วมโต๊ะด้วยแบคฮยอนถึงกับตาโต เผลอกลืนน้ำลายลงคอดังอึกตอนสายตาเลื่อนไปเจอกับร่องอกเนียนๆเข้า พอสาวเจ้าทำท่าจะเข้ามานั่งเบียดก็สะดุ้งจนเผลอเด้งตัวหนีอีก พาลให้หัวเราะกันทั้งโต๊ะ

 

 

“ชวนแบคฮยอนออกไปเต้นสิเซฮุน จะได้มีอะไรทำ”

 

“เต้นเป็นมั้ย” เซฮุนกระซิบถาม

 

“เราสอนได้นะ ป่ะ”

 

“ดื่มให้หมดแก้วแล้วค่อยไปสิคะหนุ่มน้อย~

 

“เดี๋ยวเราดื่มให้”

 

“ไม่ต้องแย่งกันนะ พี่ให้คนละแก้วเลยค่ะคุณชายปาร์ค~

 

สาวสวยอกคัพซีส่งแก้วแอลกอฮอล์ดีกรีแรงมาให้ เพราะเคยกล่าวปฏิเสธเธอมาหลายหนแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทเพื่อนซี้ทั้งสองจึงรับมันมาดื่มอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเหล้าเข้าสู่กระแสเลือด ความคึกคักก็มาเยือน

 

 

 

“ฮ่ะๆๆๆ เซฮุนเต้นเก่งอะ”

 

หล่อด้วย มีแต่สาวๆรุมมอง แถมยังเอาแก้วเครื่องดื่มมาเชื้อเชิญถึงที่ แบคฮยอนเลยพลอยได้ดื่มไปด้วย ตอนนี้มันมึนๆมั่วๆไปหมดเลย เต้นกันแบบคึกหนักม้าก!

 

“แบคฮยอนก็ใช่ย่อยนะเนี่ย เต้นเก่งอยู่แล้วก็ไม่บอก”

 

“ไม่อยากจะคุยยย~  งานเลี้ยงชุมชนเรานี่แหละแกนนำเต้นเลยเซฮุน”

 

“หูยยย ต้องน่ารักมากแน่ๆ”

 

“เราโดนสาวๆรุมหอมแก้มตลอดเลย”

 

“แล้วหนุ่มคนนี้ล่ะ ขอหอมด้วยได้มั้ย ฮิ้ววว

 

พูดเอง รับเอง ส่งเอง อย่างไม่มีสติมายับยั้งชั่งใจอีกต่อไป คนตัวเล็กตอนหน้าแดงๆตาลอยๆเอาแต่หัวเราะเอิ๊กอ๊ากนี่ไม่ได้น่ารักน้อยลงเลย ใครให้อะไรมาก็ดื่ม เซฮุนขอกอดก็ให้ พอตะกี้ขอหอมก็ยื่นแก้มมาหา แต่พอเซฮุนจะยื่นปากไปจุ๊บเท่านั้นแหละ หลบกันซะงั้น

 

 

งื้อออ น่ารักง๊อววววว

 

 

 

“เซฮุนเอาท่าเมื่อกี้อีก เต้นท่าตะกี้อ่า..

 

“ท่าไหน ท่านี้หรอ”

 

“ช่าย! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

 

“แบคฮยอนด้วยสิ แบคฮยอนเต้นกับเราด้วย ฮ่ะๆๆ”

 

 

 

พลั่ก!!

 

 

แบคฮยอนเต้นแรงจนถอยไปชนใครบางคนเข้า กล่าวขอโทษเหมือนกับที่บอกใครหลายๆคนและใครหลายๆคนก็บอกกับเขา แน่ล่ะ พื้นที่คับแคบแล้วคนก็เยอะมาก จะเบียดจะชนกันมันก็ไม่แปลก ทว่าคนล่าสุดที่แบคฮยอนชนนี่มัน

 

 

 

“ไอ้เชี่ยนี่มึงชนกูหลายรอบแล้วนะ!!!

 

 

 

คุ้นๆ

 

 

 

“เฮ้ย! มึงมันไอ้เด็กเวรนั่นนี่หว่า!!

 

 

 

อ่อ.. ไอ้หมีหน้าโหดนี่เอง ฮ่ะๆๆ เอิ๊ก.. *เมา

 

 

 

“มาให้เจอตัวก็ดี กูตามมึงนานและ คราวที่แล้วทำแสบไว้คราวนี้ยังมาชนกูอีก ดี! จะได้ทบต้นทบดอกทีเดียว!

 

ฮ่ะๆ

 

“หัวเราะพ่อง! ออกมานี่ ออกมาเคลียร์กับกู อย่ามุดหัวหลบอยู่หลังเพื่อน!!

 

“จัดมันเลยลูกพี่ เต้นท่ากวนตีนชิบ ผมแม่งเกลียดมันหลายรอบละ”

 

“เออๆ ตะกี้เพื่อนมันมาเหยียบตีนผมด้วย”

 

“อ้าว พูดแบบนี้ก็สวยดิเพ่!” ปาร์คเซฮุนทำตาลอยๆหันไปพูดเสียงยานคางใส่ ก่อนจะถูกคนพวกนั้นผลักจนเซถอยหลังมาชนกับแบคฮยอนที่กำลังยืนหลบอยู่หลังเซฮุนอีกที

 

“ไอ้หน้าอ่อนนี่ไม่ใช่ปาร์คเซฮุนลูกหลานเจ้าของมหาลัยเราหรอลูกพี่”

 

“เซฮงเซฮุนไหนกูไม่สนใจโว้ยยย กูจะเคลียร์กับไอ้เตี้ยนั่น มึงออกมานะ!!!

 

 

ทำมายยย ทำมายต้องเป็นแบคฮยอน ทำไมเขาต้องมีเรื่องกับหมอนี่ทุกเทททท

 

 

“กูบอกให้มึงออกมา!

 

“อย่ามาตะคอกใส่แบคฮยอน!!!

 

“มึงไม่ต้องเสือก!

 

 

พลั่ก!!

 

พลั๊วะ!!!

 

 

เสียงแรกเป็นเสียงเซฮุนผลักอกอันธพาลคนนั้น

 

ส่วนเสียงที่สองก็เป็นเสียงของเซฮุนตอนโดนต่อย

 

 

 

“เซงุนนนน”

 

 

 

ผลั๊วะ!

 

 

ถึงจะมึนๆเหมือนเห็นดาวหลายดวงอยู่บนหัว แต่ไอ้นักเลงนั่นก็ทำเซฮุนตาสว่าง สร่างเมาได้ชั่วขณะ หมัดเมื่อกี้เพื่อเอาคืนที่มันกล้าต่อยหน้าหล่อๆราคาแพงของเขาคนนี้ ส่วนหมัดต่อไปเขาจะทำเพื่อแบคฮยอน!

 

 

ผลั๊วะ! / ผลัวะ!!!

 

 

เสียงแลกหมัดและการผลักตัวกันไปมาทำเอาหลายคนที่กำลังเต้นอยู่บนฟอร์ใต้แสงดิสโก้วงแตกทันที ลูกค้าในร้านส่งเสียงฮือฮาขยายวงออกให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้มีพื้นที่ใช้สอยแบบไม่ขอเข้าไปร่วมด้วย  

 

แบคฮยอนยืนเกาะเสื้อเซฮุนอยู่ด้านหลังอย่างโงนเงน โผล่ตัวออกมาดูมนุษย์หมีหน้าโหดคนนั้นแค่เป็นพักๆ ไม่กล้าขยับห่างจากเพื่อนไปไหนเพราะกลัวจะโดนหิ้วไปรุมกระทืบ

 

 

“ไม่เกี่ยวก็อย่าสะเออะไอ้หน้าอ่อน”

 

“นี่เพื่อนผม”

 

“ก็เพื่อนมึงนั่นแหละทำแสบกับกูไว้”

 

“หมอนั่นรังแกเราก่อนนนน เซฮุนตีเลย!! ต่อยมันเลยเซฮุนนนน” พูดแล้วมุดหน้าลงกับหลังเซฮุนต่อ พูดเลยว่าตอนนี้มึนสุดๆ รู้ว่าคู่อริอยู่แค่ตรงนั้นแต่ใบหน้าช่างพร่าเลือน ซ้อนกันแล้วซ้อนกันอีกจนนับหน้าแทบไม่หมด

 

 

“ต่อยมานนนน”

 

“มามึงมานี่ไอ้ตัวดี อย่าหัวหดอยู่แต่ข้างหลังเพื่อน!

 

“ฮ่าๆๆๆ”

 

“หัวเราะเชี่ยไรนักหนา!

 

“มาววว เอิ๊กกก

 

แม่งกวนตีน แบคฮยอนได้ยินแต่ประโยคนี้แว่วเข้ามาในหัว เริ่มลืมตาไม่ขึ้น ใครกระชากตัวไปทางไหนก็ไปหมด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพูดอะไร เซฮุนถูกต่อยไปกี่หมัด และฝั่งนู้นถูกเซฮุนต่อยไปบ้างหรือยัง แบคฮยอนไม่รู้เลยจริงๆ

 

 

“ต่อยมานเซฮุน ต่อย-มัน-เล่ย!

 

 

 

พลั๊วะ!

 

 

 

“ สู้ๆ!  ฮ่ะๆๆ เซฮุนสู้”

 

 

 

พลัวะ! พลัวะ!!!!

 

 

 

 

“เอาอีก เซฮุนสู้อีกกกกกกก”

 

“โอ้ย!

 

 

 

 

พลั่กกก ตุ่บ!

 

 

 

 

เฮ้ยตำรวจมา!!!!

 

 

 

 

ฮ่ะๆๆ มาทำไม”

 

 

 

“มาจับมึงไงไอ้สัด!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คนตัวเล็กมารู้สึกตัวตื่นอีกทีในเวลาบ่ายสองกว่าๆของวันถัดมา ตัวเลขดิจิตอลในนาฬิกาตั้งโต๊ะข้างหัวเตียงว่าทำตกใจแล้ว ห้องนอนที่แปลกออกไป ไม่เหมือนกับที่เคยนอนทุกวันทำเอาตกใจยิ่งกว่า ไหนจะชุดนอนบนตัวตอนนี้อีก

 

 

ห้องเซฮุนหรอ?

 

 

ร่างจ้อยเดินลงจากเตียงเข้าไปเพ่งกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทีวี กวาดตามองรอบห้องนอนกว้างยังไม่ทันไรเสียงพูดคุยนอกห้องก็ดังแว่วเข้ามาแย่งความสนใจไปซะก่อน แบคฮยอนจำได้ว่าหนึ่งในนั้นคือเสียงของปาร์คเซฮุน

 

 

 

แอ่ดดดด

 

 

 

“อ่าวตื่นแล้วหรอตัวเล็ก”

 

แบคฮยอนพยักหน้ารับคำทักทายของจงอินอย่างงงๆ ตัวยังคงซ่อนอยู่หลังประตูโดยโผล่แค่ครึ่งท่อนบนออกมาให้เห็น ตารีเล็กเหลือบไปมองเพื่อนที่นั่งหันข้างมาให้ กำลังจะเอ่ยเรียกทว่าอีกฝ่ายกลับหันมาทักตัดหน้าก่อน

 

“กู๊ดอาฟเตอร์นูนแบคฮยอน”

 

เฮ้ย!

 

“หลับสบายดีใช่มั้ย”

 

“เซฮุนไปทำไรมา” ปากบวมปูดกับรอยช้ำๆม่วงๆบนข้างแก้มของเพื่อนทำแบคฮยอนตกใจ“ทำไมหน้าเป็นงั้น”

 

“จำอะไรไม่ได้เลยหรอ”

 

อึ

 

“ซักนิดก็ไม่เลยหรอแบคฮยอน” แบคฮยอนส่ายหัวเป็นครั้งที่สอง และนั่นทำเอาเซฮุนเบะปากออกเหมือนอยากจะร้องไห้ จงอินซึ่งนั่งอยู่ด้วยเห็นดังนั้นก็ขำออกมายกใหญ่

 

“เมาหนักเลยสิท่า”

 

“ผมจำอะไรไม่ได้เลย”

 

“ลองคิดดีๆสิ เผื่อจะนึกอะไรออก”

 

 พอโดนทักแบคฮยอนก็ชั่งใจนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน มันลางๆถึงแค่ตอนเต้นกับเซฮุนแล้วถอยหลังไปชนใครซักคนเข้านี่แหละ จากนั้นก็จำไม่ค่อยได้แล้ว ไม่รู้ว่าเป็นความฝันหรือความจริงด้วยที่รู้สึกเหมือนตัวเองได้เจอผู้ชายหน้าโหดเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วอีกรอบ แถมยังโดนหาเรื่องเหมือนเดิมเด๊ะๆ

 

“ผมไม่มั่นใจ

 

“ก็นะ.. สลบเหมือดยิ่งกว่าคนโดนต่อยซะอีก” จงอินเหล่ตามองน้องชายของเพื่อนสนิท นึกขำเหตุการณ์เมื่อคืนไม่หาย เพิ่งเคยมีปัญหาชกต่อยกับชาวบ้านเค้าครั้งแรกก็ได้ประเดิมขึ้นโรงพักเลย ทั้งยังต้องมาวุ่นวายกับการช่วยแบกแบคฮยอนที่หมดสติแบบน็อคสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราวใดๆกับใครทั้งสิ้นอีก

 

เรียกว่าเมื่อคืนเหนื่อยกับเด็กพวกนี้สุดๆ แต่จงอินก็โอเค ไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องซีเรียส วัยรุ่นมันก็ต้องมีแบบนี้ให้เป็นสีสันต์กับชีวิตบ้าง... 

 

“คราวหลังจะมีเรื่องกับใครคัดคนหน่อยนะแบคฮยอน เซฮุนมันจะได้ไม่น่วมกลับมาแบบนี้ ฮ่ะๆๆ

 

“เลิกตอกย้ำผมซักทีเถอะน่า ซี๊ด..” สูดปากอย่างเจ็บแสบบริเวณรอยแผล หันไปเห็นหน้าแบคฮยอนแล้วก็อยากจะเบะปากร้องไห้อีกรอบ อยากจะโทษก็โทษไม่ลง คิดโทษตัวเองมากกว่าที่หน้ามืดตามัว หลงไปกับเสียงเชียร์ให้สู้ของเพื่อน แค่แบคฮยอนบอกให้ปกป้อง เซฮุนก็ไม่ลังเลที่จะแลกหมัดกับอันธพาลพวกนั้นแล้ว สุดท้ายเป็นไง ทั้งเจ็บตัวฟรีทั้งยังต้องไปเคลียร์กันต่อถึงโรงพัก

 

 

อยากจะร้องงงงง!~

 

 

ตอนนี้ยังไม่มีผู้ใหญ่คนไหนรู้เรื่องนอกจากคิมจงอินและครอบครัวของจงอินที่มาช่วยไกล่เกลี่ยกับลูกชายนายตำรวจใหญ่ให้ เซฮุนไม่อยากจะนึกสภาพตอนครอบครัวตัวเองรู้เรื่องเลย โดยเฉพาะพ่อคนที่สองอย่างปาร์คชานยอล พี่ชายคนนั้นจะต้องดุเขายิ่งกว่าหมา ด่าหนักยิ่งกว่าแม่แน่ๆ เพราะงั้นจะให้เรื่องมันแพร่งพรายไปไหนไม่ได้เด็ดขาด!

 

 

            “ซี๊ด

 

            “เจ็บมากหรือเปล่านั่น”

           

            “แค่นี้เราสบายมากแบคฮยอนไม่ต้องห่วง”

 

            “ตอนพาไปโรงพยาบาลก่อนหน้านี้ทำไมไม่พูดแบบนี้มั่งวะ” จงอินได้ยินแต่เสียงโอดครวญทั้งตอนไปและตอนกลับ พอแบคฮยอนถามล่ะทำบอกสบาย น้องไอ้คุณชายเพื่อนนี่มันร้ายจริงๆ

 

            “เซฮุนเป็นคนพาเรามาค้างที่นี่หรอ”

 

            “อืม เมากันมากเลยไม่อยากพากลับบ้านไปให้ผู้ใหญ่ดุ แต่แบคฮยอนไม่ต้องห่วงนะ เราโทรไปบอกคุณยายตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าแบคฮยอนจะค้างที่คอนโดฯเรา”

 

            “อื้ม”

 

เพื่อนตัวเล็กเดินเข้ามาหาและโน้มหน้าเข้ามาดูแผลเซฮุนใกล้ๆ

 

            “ต่อยกับคนที่เราชนเมื่อคืนหรอ”

 

            “

 

            “เราไม่แน่ใจ แต่เรารู้สึกเหมือนคนนั้นเป็นคนเดียวกับที่หาเรื่องเราที่ร้านเนื้อย่าง”

 

           เซฮุนก็เพิ่งจะมารู้เรื่องที่แบคฮยอนไปมีเรื่องกับหมอนั่นตอนเคลียร์กันที่โรงพักนั่นแหละ ไอ้หน้าโหดเอาแต่พาดพิงถึงแบคฮยอนด้วยคำด่าหยาบๆไม่หยุด คิดแล้วก็หงุดหงิด

 

         “แผลนี่เพราะเราใช่มั้ย”

 

         “ไม่ชะ..”

 

 “โกหกคบไม่ได้นะ”

 

         …..

           

        สองเพื่อนซี้สบตากัน เซฮุนกำลังจะเบือนหน้าหนีทว่าอุ้งมืออุ่นๆของแบคฮยอนยื่นเข้ามาล็อคแก้มทั้งสองข้างของเซฮุนไว้ก่อน “ถ้าผู้ใหญ่ที่บ้านดุเซฮุนต้องโทษมาที่เรานะ ไม่ต้องปกป้อง เราน่ะชินที่ต้องโดนว่าแล้ว

 

        ……

 

       “เซฮุน”

 

       “…..

 

       “เซฮุนได้ยินระ...” แบคฮยอนรีบหลับตาปี๋ตอนใบหน้าหล่อจัดของเพื่อนเลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ปาร์คเซฮุนเหลือบตาลงมองริมฝีปากบางในระยะประชิด ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นไปที่ไฝใกล้หางคิ้วขวาพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ  น่ารักไปหมดเลย..

 

       “เราจะโทษแบคฮยอนได้ไง”

 

…..

 

“ในเมื่อเราเต็มใจทำเอง”

 

ไม่ทันได้สัมผัสกลีบปากเล็กให้สมดังใจปรารถนา เสียงกระแอมกระไอในลำคอจากเพื่อนพี่ชายก็แทรกเข้ามาขัดซะก่อน ความรู้สึกเซฮุนก้ำกึ่งระหว่างนึกขอบคุณที่จงอินห้ามทัน กับนึกสาปแช่งในใจที่อีกฝ่ายทำให้เขาพลาดโอกาส!

 

 

แต่เอาเถอะ ยังไงพี่จงอินก็เป็นผู้มีพระคุณ

 

 

“วันนี้เราคงไม่เข้ามอแล้วนะแบคฮยอน”  ไม่เข้าบ้านด้วย กลัวพี่ชายเห็นสภาพแล้วเซฮุนอาจจะอาการวิกฤตกว่าเดิม “แต่เดี๋ยวเราจะฝากให้พี่จงอินไปส่งแบคฮยอนที่ชมรมนะ ไม่ต้องห่วง”

 

“จะดีหรอ เรานั่งรถไปเองก็ได้”

 

เดี๋ยวก็หลงอีก

 

“พี่จงอินต้องเข้ามอไปซ้อมเต้นบัลเล่ต์อยู่แล้ว เอาตามที่เราว่าแหละ แบคฮยอนลุกไปอาบน้ำเถอะ ตอนเย็นรถติด”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปาร์คชานยอลเลื่อนเก้าอี้ให้ชองซอรินนั่งอย่างสุภาพ จากนั้นตัวเองถึงจะอ้อมไปนั่งลงยังอีกฝั่งของโต๊ะตามทีหลัง ทุกรายการอาหารยังคงถูกสั่งโดยน้ำเสียงหวานหูเช่นทุกครั้งที่มากินด้วยกัน ส่วนคุณชายก็แค่นั่งไถหน้าจอโทรศัพท์เล่นฆ่าเวลาระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ ไม่ได้มีการทักท้วงหรือนึกอยากสั่งอะไรเพิ่มอีก  

 

“เราไม่ได้มาทานข้าวด้วยกันนานเหมือนกันนะ”

 

“ผมไปฝากท้องที่บ้านซอรินออกบ่อย”

 

“หมายถึงทานกันแค่สองคนค่ะ”

 

“อย่างนั้นก็คงใช่ เพราะทุกทีเราก็พาไอ้พวกนั้นมาด้วยตลอด” พวกนั้นของชานยอลคือกลุ่มเพื่อนสนิทที่วันนี้ไม่ได้มาด้วย แต่ละคนติดธุระกันหมด คิมจงอินยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตั้งแต่เมื่อคืนก็ยังไม่มีใครสามารถติดต่อมันได้ ซ้ำยังโดดเรียนวันนี้อีกต่างหาก ไม่รู้ตายไปแล้วหรือยัง

 

“ต่อไปนี้เราคงต้องหาเวลามาด้วยกันบ่อยๆแล้วมั้งคะ จะได้สนิทกันกว่านี้”

 

“รู้ใจกันดีเกือบทุกอย่างขนาดนี้ยังไม่เรียกว่าสนิทกันอีกหรือ”

 

“ซอรินรู้สึกเหมือนเรามีระยะห่างต่อกัน ไม่เหมือนเมื่อก่อน”

 

“ซอรินเอาเวลาไปให้ชั่วโมงซ้อมบัลเล่ต์มากกว่าผมเอง”

 

“ชานยอลก็เหมือนกัน กิจกรรมเยอะไปหมด นอกจากเรียนแล้วเวลาเราก็ไม่เคยตรงกันเลย”

 

“คิดถึงล่ะสิ”

 

“แล้วชานยอลล่ะคะ คิดถึงซอรินบ้างมั้ย”

 

ชานยอลเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ สบตากับหญิงสาวสวยที่ตนเห็นมาตั้งแต่เด็ก แม้จะไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแต่ชานยอลก็ยังยิ้มให้อย่างอบอุ่น แต่คนได้รับกลับรู้สึกขมขื่นจนต้องแค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างนึกสมเพช

 

“โกหกบ้างก็ได้นะคะ ไม่มีใครรู้หรอก”

 

“ผมไม่คิดว่าซอรินจะต้องการให้มันเป็นแบบนั้นนะ”

 

“ความสัมพันธ์ของเราดูแย่ลงไปทุกวันเลยนะ ชานยอลว่างั้นมั้ย”

 

“อย่าพูดแบบนั้นเลย หรือจริงๆผมคิดว่าเราควรเปลี่ยนเรื่องคุยกันก่อนที่อาหารมื้อนี้จะกร่อยดีกว่า”

 

“เอาให้เคลียร์ไปเลยไม่ดีกว่าเหรอคะ”

 

ทั้งคู่สบตากันอีกครั้ง น้ำเสียงที่ใช้คุยกันยังคงฟังดูสบายๆ สีหน้าก็ยังปกติดีทุกอย่าง  หากใครผ่านมาเห็นอาจหลงเข้าใจกันไปเองได้ง่ายๆว่าทั้งคู่ช่างเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาเหลือเกิน ทว่าในความเป็นจริงทั้งซอรินและชานยอลต่างรู้ดีว่ามันไม่ใช่เลย ลักษณะการคุยกันแบบนี้มันหมายถึงการเริ่มจะมีปากเสียงกันอีกครั้งต่างหาก

 

“ชานยอลอยากให้ความสัมพันธ์เราเป็นแบบไหนพูดมาเลยดีกว่า”

 

“เราตัดสินใจกันเองไม่ได้หรอกซอริน”

 

“ชานยอลคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอ”

 

…..

 

“ทั้งที่ตัวเองก็มีคำตอบอยู่ในใจทำไมไม่พูดมันออกมาเลยล่ะ”

 

“ผมให้เกียรติซอรินเลือก”

 

“งั้นซอรินจะเลือกให้เราคบกันต่อนะคะ”

 

……

 

“ไงคะ พอจะโอเคกับมันมั้ย”

 

“งั้นผมขอถามซอรินบ้างนะ ไม่ว่าจะด้วยฐานะอะไรก็ได้แต่ซอรินช่วยตอบผมมาตรงๆเถอะ ซอรินรักผมหรือเปล่า รักในแบบที่คนรักคู่อื่นๆเค้ารักกัน ซอรินรู้สึกแบบนั้นมั้ย”

 

“แล้วชานยอลล่ะ เคยรักซอรินแบบนั้นมั้ย”

 

แปลกแต่จริง คบกันมาตั้งนาน สนิทกันมาตั้งแต่จำความได้ แต่ทั้งสองไม่เคยได้ถามคำถามนี้ต่อกันเลยสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรก ซึ่งมันก็ไม่ใช่คำถามที่ยากเนื่องจากทั้งคู่ต่างมีคำตอบอยู่ในใจให้กับมันมาตั้งนานแล้ว ติดแค่ไม่เคยมีโอกาสได้บอกเท่านั้นเอง

 

“ผมคิดว่าคำตอบเราน่าจะตรงกัน”

 

“หึ..

 

“เราถอยกลับไปเป็นเพื่อนกันจริงๆซักทีดีมั้ยซอริน”

 

“ที่จริงเราน่าจะคุยเรื่องนี้กันตั้งนานแล้วนะคะ แต่ก็ปล่อยให้มันมาถึงทุกวันนี้”

 

….

 

 “ซอรินขอถามชานยอลอีกข้อสิ”

 

“ครับ”

 

“ซอรินถามแล้วชานยอลก็ช่วยตอบซอรินตรงๆด้วยนะ”

 

“อืม”

 

 

 

 

 

ชานยอลชอบผู้ชายหรอ

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

ปี๊ดดดดดดดดด

 

 

เสียงนกหวีดดังก้องสนามพร้อมประโยคที่เหล่านักกีฬารอคอยให้ตัวเองได้ยินตลอดชั่วโมงซ้อม เบรคสี่สิบนาที

 

 

 

เป็นคำพูดของโค้ชที่แสนจะน่าฟังพอๆกับคำชมเลยล่ะ!

 

 

 

“โอ่ยยยย ฉันจะตาย” คิมจงแดทิ้งตัวลงบนสนามลู่วิ่งดัง ตุ่บ! ก่อนจะได้รับน้ำดื่มหนึ่งขวดที่เพื่อนตัวเล็กวิ่งไปหยิบและโยนมาให้จนเกือบกระแทกหน้า ดีที่พอมีสติคว้าทัน

 

“ร้าวไปทั้งน่อง”

 

“โค้ชฟิตอะ ฉันเริ่มปวดข้อเท้าขึ้นมาอีกแล้ว”

 

“ก็บอกให้พักๆ ไม่ยอมฟังเอง”

 

“ไม่อยากเป็นตัวถ่วงใครนี่” อาทิตย์หน้าต้องไปแข่งขันรอบคัดเลือกแล้วทุกคนจึงขยันซ้อมกันค่อนข้างหนัก แบคฮยอนที่ต้องลงแข่งถึงสองรายการคือวิ่งระยะสั้นและวิ่งผลัดไม่อยากกินแรงเพื่อนจึงต้องซ้อมให้หนักด้วย แต่ข้อเท้าเจ้าปัญหาเนี่ยสิ เมื่อไหร่ที่ต้องวิ่งนานๆมันมักจะรู้สึกปวดหน่วงๆขึ้นทุกที ขัดใจแบคฮยอนจริงๆ

 

“เออ ฝืนตัวเองมากๆเข้าไปเถอะ ระวังจะไม่ได้แม้แต่ลงแข่ง”

 

“ไม่มีทางหรอก ฉันรู้ว่าตัวเองไหวแค่ไหนหรอกน่า”

 

“ให้มันจริง”

 

ฮี่ๆ

 

หัวเราะคิกคักพลางหันไปเจอชานยอลเดินถือรองเท้าสตั๊ดเข้ามาในสนามพอดี แบคฮยอนพยายามโบกไม้โบกมือทักทายไปให้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่หันมามองซักที คนตัวเล็กจึงตัดสินใจดีดตัวลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหาเองเลย

 

 

“นึกว่าวันนี้ชานยอลจะไม่มาแล้วนะเนี่ย”

 

ที่ไหนได้ โผล่มาซะมืดเลย

 

“วู้~ รองเท้าสวยอะ”

 

“อยู่ห่างๆหน่อย”

 

“ห่างแค่ไหน เท่านี้พอเปล่า” ว่าพร้อมกับก้าวถอยหลังไปยาวๆหนึ่งก้าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มกวนประสาท ตอนแรกแบคฮยอนคิดว่าตัวเองต้องถูกสวนด้วยประโยคดุๆ แต่ผิดคาด นอกจากชานยอลจะไม่ตอบโต้แล้ว ชานยอลยังนั่งลงสวมรองเท้าบนสนามวิ่งแบบไม่คิดจะหันมาสนใจแบคฮยอนซักกระตี๊ดนึงเลย

 

“เป็นไรอ่า ไม่สบายหรอ” พอแบคฮยอนยื่นมือไปอังหน้าผากเนียนอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงก็สะดุ้งพร้อมกับการผละตัวหนี

 

“ชานยอลดูแปลกๆนะ”

 

“เปล่า ซ้อมวิ่งเสร็จแล้วหรือไง ไม่ไปซ้อมต่อล่ะ”

 

“โค้ชให้พักเบรคสี่สิบนาที” แบคฮยอนนั่งขัดสมาธิลงตรงหน้าคนตัวสูง เอียงคอมองหน้าหล่อๆนั่นด้วยความสงสัย “อันนี้เรียกเลขอะไร”

 

“เดี๋ยวเถอะ”

 

“โอ้ย!” แบคฮยอนหุบนิ้วเลขสี่ของตัวเองทันที “ทำไมชอบดีดนิ้วใส่คนอื่นเนี่ย” คือมือชานยอลทั้งใหญ่ทั้งหนา ดีดมาทีมันเจ็บนะไม่ใช่ไม่เจ็บ!

 

พอเห็นแบคฮยอนหน้านิ่วคิ้วขมวด ใบหน้าขรึมๆและคิ้วหงิกๆตอนแรกก็คลายออกทันที แถมด้วยเสียงขำเล็กๆและการพูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้ตัวเอง

 

“ยังต้องซ้อมต่ออีกหรอ”

 

“ซ้อมต่ออีกหนึ่งชั่วโมง”

 

“แข่งเมื่อไหร่”

 

“อาทิตย์หน้า แข่งที่นี่แหละ ชานยอลต้องมาดูนะ”

 

“ถ้าว่าง”

 

“ต้องว่างเซ่”

 

“ของอย่างนั้นมันรู้ล่วงหน้าได้ด้วยหรือไง หลานคุณยาย”

 

“เอาเป็นว่าว่างก็มาดูผมแล้วกัน”

 

“พูดรู้เรื่องดีมาก แล้วขากลับใครมารับ น้องชายฉัน?

 

“เปล่า เดี๋ยววันนี้กลับกับพี่จงอิน”

 

“ฮ่ะ..?” มือซึ่งกำลังผูกเชือกรองเท้าของตัวเองชะงักกึก เงยหน้าขึ้นมองไอ้เด็กตาใสด้วยความข้องใจ ชานยอลไม่คิดว่าตัวเองจะหูแว่ว เมื่อกี้เขาได้ยินแบคฮยอนพูดว่าจะกลับพร้อมไอ้เพื่อนที่วันนี้ไม่แม้แต่จะโผล่หน้ามาให้เห็นคนนั้น

 

“คิมจงอิน?

 

“อื้อ”

 

“พวกนายไปสนิทกันตั้งแต่ตอนไหน”

 

“ไม่บอกหรอก”

 

กวนแล้วมั้ยล่ะ..

 

“แล้วทำไมต้องกลับกับมัน เซฮุนไปไหน” อย่าว่าแต่ไอ้จงอิน น้องชายตัวดีของเขาก็หายหัวไปด้วยเหมือนกัน หายไปตั้งแต่เมื่อคืนเหมือนไอ้จงอินไม่มีผิด สาวใช้ที่บ้านยังบอกด้วยว่าไม่เห็นคุณชายปาร์คคนเล็กกลับมานอนที่บ้าน

 

“เงียบทำไม”

 

“ไม่รู้อ่า.. เซฮุนติดธุระมารับไม่ได้”

 

“ธุระอะไรของมัน”

 

“ไม่รู๊~” คนตัวสูงหรี่ตามองเด็กแสบอย่างจับพิรุธ เสียงสูงเชียวนะเมื่อกี้

 

“อย่ามองแบบนั้นสิ ผมไม่รู้จริงๆนะ”

 

“ก็ยังไม่ได้ว่าอะไร สรุปวันนี้จะกลับกับไอ้จงอิน?

 

“ใช่ พี่จงอินบอกจะพาผมไปกินเค้กด้วย”

 

“พี่จงอิน?

 

“อื้ม พี่เค้าใจดีมากกกกกก คุยสนุ๊กสนุก”

 

“นายเรียกหมอนั่นว่าพี่?

 

“เอ้า ก็เค้าแก่กว่าผม”

 

“แล้วฉันไม่แก่กว่านายด้วยหรือไง”

 

“ชานยอลอยากให้ผมเรียกว่าพี่อ๋อ”

 

คุณชายแอบชะงัก อยากให้เรียกว่าพี่งั้นหรอ เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ ตอนนั้นแค่ต้องการให้แบคฮยอนใช้สรรพนามดีๆเพื่อให้ความเคารพเขาบ้างเพราะยังไม่สนิทกัน แต่พอตอนนี้ค่อนข้างสนิทกันแล้วเลยไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นอีกเลย จะว่าชินแล้วก็ได้ จนมาได้ยินอีกฝ่ายเรียกคิมจงอินว่าพี่เมื่อกี้ถึงรู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก  

 

 

พี่ชานยอล

 

 

…..

 

 

“พี่ชานยอลเอาไว้ให้เซฮุนเรียกแล้วกัน ผมชินเรียกชานยอลว่าชานยอลไปแล้วไม่พี่เนาะ ไม่ถนัดอะ ดูไม่เป็นสหายกันเลย”

 

 

ไอ้เด็กนี่

 

 

“แต่ถ้าชานยอลอยากให้ผมเรียกพี่ ชานยอลก็ต้องเรียกผมว่าน้องด้วย น้องแบคฮยอนอะไหนลองเรียกซิ”

 

 

ป๊าป!

 

 

“โอ้ย! น้องแบคฮยอน ได้ฝ่ามือหนักๆของพี่ชานยอลไปหนึ่งทีทำเอาหัวสั่น เด็กแสบไม่ได้โกรธเคือง ทำเล่นหูเล่นตาใส่ต่ออีกแปปนึงเสียง ปี๊ด! ของนกหวีดก็ดังขึ้นเพื่อเรียกตัว

 

 

ชานยอลมองตามแผ่นหลังเล็กที่ไกลออกไปเรื่อยๆกระทั่งคำถามชองซอรินแทรกเข้ามาในหัวอีกรอบนั่นแหละ ทำให้ต้องรีบละสายตาออกมาพลางสะบัดหัวหลายๆที

 

 

 

เขาเนี่ยหรอจะชอบผู้ชาย บ้าน่ะสิ

 

 

 

 

#ficmysscb

 

 

 








 

 

 

Talk:

 

เรื่องนี้สาระอยู่ตรงหนายยยย ตอบ (ノ><)

 

/ฝากคอมเม้นเพื่อเป็น กลจ.ให้กันด้วยน๊า

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 366 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5065 DNL (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 14:30

    ถ้าพี่ชานยอลกลัวว่าตัวเองจะชอบผู้ชาย

    แล้วจะมาตีตัวออกห่างน้องก็ไม่โอน้า

    สงสารน้องแย่ พี่ชานยอลต้องทำความเข้าใจตัวเองใหม่เด้อ

    #5,065
    0
  2. #5051 kuntajira38 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 02:09
    ชานยอลฟังแม่นะคะ หนูไม่ได้ชอบผู้ชาย หนูชอบแบคฮยอน ถ้าไม่ใช่แบคฮยอนหนูก็ไม่ชอบ!!!!!!!
    #5,051
    0
  3. #5017 YOLO'H (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 01:52
    เซฮุนเอ้ย ซวยนะตลอด555
    #5,017
    0
  4. #4954 IPINOCKIO (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 11:05
    พี่ชานยอลกับน้องแบคฮยอนนนน เกร้ดดดดดดดดดด เป็นสรรพนามที่น่ารัก ควรจะเรียกกันแบบเน้
    #4,954
    0
  5. #4935 dianaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 10:09

    แงงงเซงุนนนนนนนนน่าร้ากกกเจ้าแบคก็เชียร์เพื่อนใหญ่เลย5555555 ฮื่ออฮุนแบ้กกก

    #4,935
    0
  6. #4928 baconjelly2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 13:54
    เขินเซฮุน5555555
    #4,928
    0
  7. #4898 KUMDAM (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 21:50
    เริ่มเทใจเชียร์ฮุนแบคแล้วนะ! 55555555
    #4,898
    0
  8. #4897 KUMDAM (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 21:50
    เริ่มเทใจเชียร์ฮุนแบคแล้วนะ! 55555555
    #4,897
    0
  9. #4896 KUMDAM (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 21:50
    'พี่ชานยอล'ชั้นตายตาหลับแล้วTT
    #4,896
    0
  10. #4868 Darkmate (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 19:34
    จะมาม่ามั้ยเนี่ยฮือออ
    #4,868
    0
  11. #4826 ʙʜ❥∞ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 00:36
    ฮื่อออออฮุนแบคจะหน่วงกว่าคู่หลักแล้วค่ะ 555555555
    #4,826
    0
  12. #4786 Bruto (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 18:14
    พี่ไม่ได้ชอบผู้ชาย พี่ชอบน้องแบค
    #4,786
    0
  13. #4762 YJLn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 18:12
    ก็ใช่ไงง ก็ตัวเองนั้นแหละชอบผู้ชายปาร์คชานยอล!
    #4,762
    0
  14. #4734 KAMSNW (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 11:12
    อย่าหลอก อย่าโกหกตัวเองสิคะ ปาร์ค ชานยอลลลลลลล ชอบก็บอกว่าชอบบบบบ
    #4,734
    0
  15. #4713 _BLacKRuBy_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 05:20
    ก็เขาเนี่ยแหละชอบผช5554555 ฮุนน่าสงสารแค่ขำแบคมาก คืออะไรจะเชียร์ขนาดนั้นขำหนักเลย5555. จงอินไม่น่าจัดเลยแง้5555. อยากเห็นฉากจูบสักฉากแล้ววว
    #4,713
    0
  16. #4697 renussoysunted (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 07:41
    ทำไมไรต์ต้องรังแกเซฮุนขนาดนี้5555555555 จะขำหรือสงสารดี
    #4,697
    0
  17. #4630 nsjcbw. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 23:35
    พี่ชานไม่ได้ชอบผู้ชายแต่พี่ชานชอบน้องแบค แล้วบังเอิญว่าน้องแบคเป็นผู้ชาย แค่นั้นเอง คิคิ
    #4,630
    0
  18. #4585 pparkminhoo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 17:49
    ไม่ชอบผู้ชายแต่ชอบแบคฮยอนไงงง
    #4,585
    0
  19. #4515 geejajaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 08:46
    เนี๊ยะน้องฮุนนนนน น่าสงสาร หน้าหมดหล่อเลยอ่ะ

    แล้วนี่ชานยอลซอรินสรุปเลิกกันยังอ้ะ งง ใน งง
    #4,515
    0
  20. #4469 Kim-kibom (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 22:00
    ชอบน้องแบค..อ่ะสิพี่ชาน
    #4,469
    0
  21. #4424 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 13:18
    ชอบแค่แบคฮยอนไงพี่ชานนน
    #4,424
    0
  22. #4391 S.takky (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 22:25
    ชอบหรอคะ อิอิ ผชแบบแบคฮยอน.
    #4,391
    0
  23. #4374 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 09:34
    ไม่ได้ชอบผู้ชายแต่ชอบแบคฮยอน
    #4,374
    0
  24. #4368 Miss aon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 21:59
    วงวารฮุน555
    #4,368
    0
  25. #4253 11507416p (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 00:19
    ไม่เหลือแล้วพี่ชาน เริมมีใจให้น้องมันแล้ววว55
    #4,253
    0