You are my sunshine (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 10 : Shining IX :: Feel good

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,616
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 336 ครั้ง
    17 ก.พ. 59

 


Shining IX.

 



 

 

 







 

       “หืม~ อร่อยเหมือนที่นายคุยไว้จริงๆด้วยจงแด”

 

 

            แบคฮยอนทำหน้าฟินเหมือนได้ขึ้นสวรรค์หลังจากทานเนื้อย่างร้านโปรดของเพื่อนใหม่แบบคำโตๆไปคำแรก สองแก้มตุ่ยออก ปากเล็กกระจิดริดก็แทบปิดไม่สนิทเนื่องจากปริมาณอาหารที่ยัดเข้าไปไม่ได้มีความสมดุลกับขนาดปากของตัวเองเลย

 

 

            บุฟเฟ่ต์ราคาตั้งแพง แบคฮยอนต้องเอาให้คุ้มกับที่เพื่อนอุตส่าห์เสียเงินเลี้ยงสิ

 

 

          “ค่อยๆกินก็ได้เดี๋ยวก็ติดคอหรอก”

 

            เพิ่งเสร็จจากซ้อมวิ่งกันมาเหนื่อยๆจงแดเข้าใจว่าร่างกายสูญเสียพลังงานไปมาก ดังนั้นจะหิวมากก็ไม่แปลก แต่พฤติกรรมการกินของแบคฮยอนก็ทำเอาจงแดอดทึ่งไม่ได้จริงๆ เห็นปากเล็กๆไม่น่าเชื่อว่าจะยัดผักยัดเนื้อเข้าไปพร้อมกันได้เยอะขนาดนั้น แถมหน้าตาตอนกินก็ดูมีความสุขสุดๆ พลอยให้เพื่อนอย่างเขากินอร่อยไปด้วย

 

            “สุดยอดเลยอะ นายไปค้นพบร้านนี้มาจากไหน”

 

            “อยู่ใกล้มหาลัยเราแค่นี้ต้องใช้คำว่าค้นพบเลยหรอ” จงแดหัวเราะ

 

“ช่วงรับน้องแรกๆเพื่อนในคณะชอบชวนกันมากินน่ะ ซึ่งก็ถูกปากฉันดี”

 

            “ฉันด้วย!

 

            “ฮ่ะๆๆ

 

            เพราะแบคฮยอนเข้ากับคนง่าย ช่างคุย ทำอะไรก็ดูมีความสุขไปหมด ส่วนจงแดก็เป็นคนไม่เรื่องมาก ใจดี เป็นมิตรกับทุกคนเลยทำให้ทั้งสองสนิทกันได้เร็ว ไหนจะการเจอกันเกือบทุกเย็นที่ชมรมอีก พูดเลยว่านอกจากเซฮุนแล้ว ก็จงแดนี่แหละที่แบคฮยอนอยากจะเรียกว่าเพื่อนสนิท

 

            สาเหตุที่วันนี้พากันมากินของอร่อยได้ก็เพราะชมรมเลิกเร็วกว่าปกติ จงแดชวนแบคฮยอนมาเลี้ยงปิ้งย่างร้านประจำของตัวเองตามที่เคยได้ให้สัญญาไว้ และครั้งนี้ก็ได้กินกันสมใจไม่ต้องแห้วเหมือนคราวก่อน

 

            หลังจากทานกันไปได้พักใหญ่ๆแบคฮยอนขอตัวลุกออกมาเข้าห้องน้ำ พอได้ฉี่แล้วก็รู้สึกโล่งสบายท้อง ตั้งใจจะกลับไปนั่งลุยกับการกินต่อให้หนำใจทว่าต้องมาเจอปัญหาใหญ่ระหว่างทาง นั่นคือการซุ่มซ่ามเดินไปชนคนอื่นเข้า

 

 

            “อะไรวะ!

 

            คือก็แค่เดินชนไหม ไม่ได้ตั้งใจด้วย ทำไมต้องเสียงดังให้คนทั้งร้านหันมามองขนาดนั้น “ขอโทษฮะ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

 

            “ไม่ได้ตั้งใจห่าไร! เห็นอยู่ว่ามึงมองทางแต่ก็ยังจะเดินมาชนกู”

 

            “อ้าว ก็ทางมันแคบ คุณก็ตัวใหญ่ด้วยมายืนตรงนี้คนอื่นก็ผ่านลำบาก..

 

            “นี่มึงด่ากูหรอไอ้ลูกหมา!

 

            “เปล่านะฮะ ผมแค่กำลังจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจเดินชน ทางมันไปลำบากแล้วผมก็ลืมระวังด้วย ขอโท..ซ่า!!

 

            น้ำโซดาสาดใส่เต็มๆหน้าของคนตัวเล็ก นอกจากไม่รู้สึกผิดบาปต่อการกระทำอันธพาลของตัวเองแล้วคู่กรณียังทำท่าจะเอาเรื่องแบคฮยอนต่อ

 

            “รู้มั้ยว่ากูลูกใคร”

 

มือหยาบดึงคอเสื้อกีฬาของคนตัวเล็กจนมันย้วยติดมือมาข้างหน้า พนักงานในร้านและนักศึกษาคนอื่นๆที่เป็นลูกค้าพร้อมใจกันเงียบกริบเพื่อดูสถานการณ์ มีหลายคนคิดอยากเข้าไปช่วยแต่ก็ทำได้แค่คิด ไม่มีใครคนไหนกล้าจริงๆเลยซักคน

 

            “พ่อกูเป็นตำรวจยศใหญ่ แต่หน้าจืดๆซื่อบื้อๆแบบมึงคงจะไม่รู้จัก หึ”

 

            “…..

 

            “อะไร มองหน้าไม่พอใจกูหรอ? อยากมีปัญหาต่อใช่มั้ย”

 

            ถ้าตัวพอๆกันรับรองเลยว่าแบคฮยอนจะเสยคางอีกฝ่ายแน่! แต่เพราะตอนนี้ไซส์มันต่างกันเหมือนหมีดุกำลังจะขย้ำลูกหมาอยู่เนี่ยสิ แบคฮยอนเลยทำได้แค่เม้มปาก จ้องหน้า กำหมัดแน่น

 

            “เฮ้ยมึง ปล่อยเด็กมันไปเหอะ จะรีบออกไปคุยโทรศัพท์ไม่ใช่หรอวะ”

 

            ผู้กล้าที่คาดว่าคงเป็นเพื่อนของไอ้นักเลงตัวเท่าหมีเดินเข้ามาช่วยห้าม ตามด้วยคิมจงแดที่เพิ่งจะโผล่มา

 

            “มีเรื่องอะไรกันแบคฮยอน ทำไมหน้านาย..

 

            “อ๋อ นี่มีพวกมาด้วย?

           

“พอเลยมึงพอไอ้คังอิน เรียนมอเดียวกันอย่ามีเรื่องกันเลยกูขอล่ะ เดี๋ยวร้านเพื่อนกูพังอีก”

 

“แบคฮยอนไปเถอะ”

 

ยังไม่ทันเคลียร์กันให้รู้เรื่องทั้งฝ่ายนั้นและฝ่ายแบคฮยอนก็ถูกจับแยกด้วยฝีมือของเพื่อนแต่ละคน จงแดรีบดึงแบคฮยอนไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา ซักถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันจนรู้เรื่องแล้วก็มีพนักงานร้านเข้ามาถามอาการแบคฮยอนด้วยความเป็นห่วง พร้อมกล่าวขอโทษที่ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น และยังบอกอีกว่าคู่กรณีของแบคฮยอนคนนั้นคือเพื่อนของเพื่อนเจ้าของร้านอีกที มีนิสัยอันธพาล ซึ่งหลายครั้งไม่ลูกค้าคนอื่นๆก็เหล่าพนักงานนี่แหละที่ต้องรับเคราะห์ แบคฮยอนไม่ใช่คนแรกที่เคยมีปัญหากับผู้ชายคนนั้นหรอก

 

 


“ซวยชะมัด”

 

“เอาน่า ไม่เจ็บตัวก็ดีแล้ว”

 

“แต่ฉันยังกินไม่อิ่มเลยนะจงแด”

 

“ยังจะห่วงกินอีก ขืนนายกลับไปนั่งกินต่อแล้วเจอหมอนั่นอีกเรื่องต้องไม่จบแน่ๆคราวนี้” เพื่อป้องกันไม่ให้มีเรื่องมีราวกันเกิดขึ้นอีก จงแดจึงตัดปัญหาด้วยการพาแบคฮยอนออกจากร้านทั้งที่เวลากินยังมีเหลือเฟือ

 

“ก็แค่เดินชนทำอย่างกับฉันขับรถชน หน้าก็โหด ตัวก็ใหญ่เหมือนหมี นิสัยยังจะไม่ดีอีก”

 

“เบาๆหน่อย”

 

ยังไม่พ้นอาณาเขตร้าน นินทาระยะเผาขนขนาดนี้เกิดพรรคพวกหรือหมอนั่นมาได้ยินเข้าไม่แคล้วจะโดนหนักกว่าเดิม แค่เมื่อกี้เสื้อกีฬาสีขาวของแบคฮยอนก็ชุ่มน้ำโซดาไปหลายจุดแล้ว แถมคอเสื้อยังย้วยไม่เป็นทรงไปแล้วด้วย

 

“จงแดนั่งลง!

 

จู่ๆมือเรียวก็ดึงจงแดให้หมอบลงแถวๆท้ายรถเก๋งของใครซักคน จงแดงง ไม่เข้าใจอาการลับๆล่อๆคอยสังเกตใครของเพื่อนจนต้องยื่นหน้าออกไปดูตามนั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าแบคฮยอนกำลังจ้องโจทย์เดิมของตัวเองอยู่

 

“เห็นเหมือนฉันไหม”

 

“ไอ่คนที่มีเรื่องกับนายเมื่อกี้อะนะ”

 

“ใช่ ไอ้มนุษย์หมีนั่นล่ะ นายคิดว่ารถคันนั้นเป็นของหมอนั่นป้ะ”

 

“เปิดเข้าไปได้ขนาดนั้นก็คงใช่” ชายผู้เป็นคู่กรณีของแบคฮยอนมุดตัวเข้าไปในรถแค่แปปเดียวก็เดินกลับเข้าไปในร้านต่อ เดาว่าคงออกมาเอาของหรืออะไรซักอย่างนี่แหละ ซึ่งแบคฮยอนไม่ได้สนใจ

 

“แล้วนั่นนายจะไปไหน!

 

“ไปแก้แค้น”

 

“หา?!

 

“เมื่อกี้หมอนั่นทั้งข่มทั้งสาดน้ำใส่ฉัน ถึงจะเอาคืนตรงๆไม่ได้แต่ฉันก็มีวิธีอื่น หึหึ

 

ถ้าอยู่ชุมชนแบคฮยอนคงหารังต่อรังแตนหรือไม่ก็รังมดซักรังสองรังไปปล่อยใส่ แต่เพราะตอนนี้ไม่มีของแบบนั้นให้ใช้แบคฮยอนเลยต้องใช้วิธีการปล่อยลมยางทั้งสี่ล้อให้แบนติดพื้นแทน

 

“หยา.. นายนี่มันร้ายกาจกว่าที่คิดแบคฮยอน”

 

นอกจากเรื่องวิ่งเรื่องกินแล้วแบคฮยอนยังปล่อยลมยางเก่งด้วย! ท่าทางช่ำชองซะจนจงแดไม่สามารถคิดได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่แบคฮยอนเคยทำอะไรแบบนี้ ไหนจะการบ่นถึงประแจนั่นอีก ไม่ใช่แค่อยากให้ยางแบนอย่างเดียวเลยสินะ ถ้าทำได้คงกะเอาออกหมดทั้งสี่ล้อแบบให้รถวิ่งไม่ได้กันไปข้างเลยล่ะสิ

 

 

โคตรแสบ!

 

 

“นายทำเรื่องแบบนี้บ่อยหรอแบคฮยอน”

 

“แล้วแต่ว่าใครทำให้โกรธมากโกรธน้อย ปล่อยเร็วๆสิจงแดเดี๋ยวมีคนมาเห็น”

 

“ขอโทษที่ฉันไม่มืออาชีพเหมือนนาย”

 

“เอาไว้จะสอน”

 

“ไม่ต้องเฟ้ย! แค่นี้ก็กลัวโดนจับได้จะแย่” มันใช่เรื่องมั้ยที่ต้องมาทำอะไรพิเรนท์กันแบบนี้ โชคดีที่ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ขืนมีใครผ่านมาเห็นพูดเลยว่าต้องซวยมากแน่ๆ เพราะรู้แบบนั้นจงแดจึงรีบๆช่วยเพื่อนปล่อยลมยางอย่างรนๆ สายตาก็คอยสอดส่องระแวงคนเป็นระยะๆ



 

คิกคิก



 

ส่วนคนต้นคิดน่ะมีความสุขกับการได้แก้แค้นซะเหลือเกิน ตอนนี้พวกเขาแยกกันปล่อยลมออกคนละล้อ จงแดล้อแรกยังไม่เสร็จ แต่แบคฮยอนทำได้เกือบจะครบสามล้อแล้ว คล่องแค่ไหนก็คิดกันเอาเถอะ

 

 

 

ทำอะไรกันวะ!


 

 

 

 ฉิบหายแล้ว...

 

จงแดกลืนน้ำลายลงคอดังอึก  รีบหมอบลงต่ำพลางคลานเข่าไปหาเพื่อนที่อยู่อีกฝั่งของรถ



 

“เชี่ย!!!!!!



 

“นับหนึ่งถึงสามแล้ววิ่งกันเถอะแบคฮยอน”

 

“ล้อนี้ยังไม่เสร็จเลย”

 

“จะบ้าหรอ! เจ้าของรถเตรียมจะฆ่าเราอยู่แล้วนั่นเห็นมั้ย?!!!” คิมจงแดเริ่มเปลี่ยนไปคลานถอยหลังแทนเมื่อเห็นว่านักเลงหน้าดุกำลังย่างสามขุมเข้ามาทางนี้

 

“มาเร็วแบคฮยอน!

 

“แปปนึง”

 

“ไม่ต้องแปปแล้ว!!

 

ใกล้แล้วเนี่ย

 

ซี่!!!~

 

“เยส!!

 

 

 

รถกู มึง! ไอ้เด็กเวร!!!!!!!

 

 

 

“วิ่งเลยจงแด!!” ตะโกนบอกเพื่อนพร้อมกับยันตัวเพื่อลุกขึ้นวิ่งด้วย

 

“สมน้ำหน้า!

 

“อย่าคิดว่าจะหนีกูพ้นนะ!

 

“แบร้ๆๆ!!”  หันไปแลบลิ้นปลิ้นตาใส่อย่างกวนประสาท ขณะเท้ายังก้าววิ่งฉับๆไวชนิดที่เจ้าของรถตามไม่ทัน

 

แต่แบคฮยอนคงจะยังไม่รู้ ว่านอกจากเจ้าของรถหน้าโหดคนนั้นแล้วยังมีลูกน้องเจ้าของรถอีกหลายคนกำลังยืนมุงซื้อลูกชิ้นปิ้งบนฟุตบาทที่ตัวเองกำลังวิ่งผ่านพอดี

 

 

 

เฮ้ยพวกมึง จับตัวไอ้เด็กเวรสองคนนั่นไว้!!!

 

 

 

x!

 

“แบคฮยอนทางนี้!” จงแดอ้าปากเรียกเพื่อนแต่ก็ไม่ทัน เพราะแบคฮยอนวิ่งอยู่ข้างหลังและยังมีลูกน้องชุดดำอีกหลายคนวิ่งตามมาด้วยเพื่อนตัวเล็กจึงวิ่งหน้าตั้งเลี้ยวไปอีกทางไปแล้ว จงแดตอนนี้ก็ต้องวิ่งไปตามทางของตัวเองแล้วเหมือนกันเนื่องจากเห็นลูกน้องที่เหลือกำลังจะตามมาทางนี้ด้วย



 

จับมันมาให้ได้ อย่าปล่อยให้ใครหนีรอด!!

 

 


 

นาทีนี้ทางใครทางมันก่อนแล้วกันนะ!

 

 


 

แบคฮยอนวิ่งอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม่มีเวลาแม้แต่จะเงยหน้ามองป้ายตามทางด้วยซ้ำว่าตัวเองได้เลี้ยวลัดเลาะผ่านซอยไหนมาแล้วบ้าง เส้นทางก็ใช่ว่าจะมีความชำนาญ แต่เพราะต้องเอาชีวิตตัวเองไว้ก่อน ทางไหนสามารถวิ่งไปได้ก็วิ่งมันให้หมด!

 

 


ตุ่บ!

 

 

“โอ้ย!/ โอ้ย!


 

เอาแต่วิ่งมองระวังหลังจนไม่ทันระวังทางข้างหน้า ทำให้แบคฮยอนวิ่งไปชนใครเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ และก็แรงพอจะให้เจ็บตัวกันทั้งสองฝ่าย


 

“ขอโทษฮะ!

 

“จะรีบไปไหนถึงได้.. / ชานยอล!

 

แบคฮยอนรู้สึกเหมือนสวรรค์ส่งพระเจ้าลงมาช่วย

 

 

มันหนีไปทางไหนแล้ววะ!

 

 

รึเปล่า..

 

การเจอกันโดยบังเอิญแถมยังต้องมาเจ็บตัวกันอีกส่งผลให้ชานยอลมองใบหน้าลุกลี้ลุกลนของแบคฮยอนอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจนัก อีกฝ่ายทำเหมือนกำลังวิ่งหนีอะไรมาอย่างนั้นล่ะ

 

“ผมต้องไปแล้วชานยอล”

 

“ไปไหน แล้วนี่มาทำอะไรแถวนี้” มือใหญ่ดึงแขนเล็กไว้ “ไปทำอะไรมาอีก”

 

“วิ่งหนีพวกนักเลงมาอะ”

 

“ฮะ?!

 

นั่นไง!! มันอยู่ตรงนั้น!

 

“ซวยแล้ว ชานยอลปล่อยก่อน! ไว้จะเล่าให้ฟังทีหลัง”

 

“เดี๋ยวสิ!

 

“ไม่เดี๋ยวแล้วมานู่นแล้ว!” แบคฮยอนพยายามแงะมือเหนียวๆออกจากแขนตัวเอง และเพราะคนตัวสูงไม่ยอมให้ไปง่ายๆคนตัวเล็กจึงตัดสินใจดึงให้อีกฝ่ายวิ่งไปด้วยกันซะเลย!

 

“เฮ้ยยยเดี๋ยวก่อน”

 

“วิ่งเร็วๆเข้าชานยอล!

 

หยุดตรงนั้นเดี๋ยวนี้นะไอ้เด็กนรก!!!

 

“ใครจะหยุดให้โง่กันเล่า!!

 

พวกกูบอกให้หยุดไง!!!

 

“ไม่หยุดโว้ยยยยยย”

 

แบคฮยอนวิ่งเร็วมากกกกก ชานยอลเลยต้องวิ่งให้เร็วตามไปด้วย ดีที่ว่ามีช่วงขาที่ยาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงสามารถตามอีกฝ่ายได้ทัน ว่าแต่ทำไมเขาต้องมาทำเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย?!! ก่อเรื่องอะไรไว้หรือก็ไม่เคย! ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่ต้องมาเดือดร้อนเพราะไอ้เด็กแสบคนนี้คนเดียว

 

“จะวิ่งไปถึงไหน”

 

“จนกว่าคนพวกนั้นจะหยุดตามไงล่ะ”

 

“ฝันไปน่ะสิ”

 

ท่าทางอาฆาตพยาบาทขนาดนั้นคงจะยอมหยุดง่ายๆหรอก นี่อยากจะรู้จริงๆว่าไอ้เด็กนี่ไปทำแสบอะไรกับใครเค้าไว้ พรรคพวกถึงได้แห่กันตามมาอย่างไม่กลัวตำรวจมาเห็นแบบนี้

 

“หาที่หลบเหอะ”

 

ชานยอลปาดเหงื่อ วิ่งจนหายใจหายคอจะไม่ทันอยู่แล้วถ้าขืนยังดันทุรังวิ่งกันต่อขาจะต้องทรุดลงไปไม่ตอนใดก็ตอนนึงแน่ๆ แล้วชานยอลก็ยังไม่ลืมว่าข้อเท้าของแบคฮยอนเพิ่งจะหายได้ไม่นานนี้ด้วย

 

“จะหลบที่ไหนได้ แฮ่กๆ มีแต่อะไรก็ไม่รู้อะ”

 

มันอยู่ทางนั้น!

 

“พวกมันตามมาแล้ว”

 

“มาทางนี้!

 

ชานยอลเปลี่ยนเป็นฝ่ายจูงมือและวิ่งนำแทน อาการหอบแฮ่กไม่ต่างกันทำให้ทั้งคู่เริ่มช่วยกันมองหาที่หลบภัย แต่จะแวบเข้าซอกไหนมุมไหนก็ดูเหมือนว่าพวกนักเลงจะตามมาได้ทันเกือบหมด

 

x...

 

“ทางตัน”

 

“เห็นแล้วน่า” ชานยอลเริ่มจะหัวเสีย ค่ำมืดแล้วยังต้องมาวิ่งบ้าบอกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแถมยังเป็นเรื่องที่ตัวเองไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไรด้วยแบบนี้มันน่าหงุดหงิดจริงๆ เหงื่อไหลลู่ลงสองข้างขมับซ้ายขวาแต่ก็ไม่คิดจะเช็ดมันออก นึกอยากจะเหวี่ยงใส่ไอ้ตัวชอบสร้างปัญหานี่ซักที หากก็เปลี่ยนใจเงียบแทนเมื่อได้เห็นสีหน้าเหน็ดเหนื่อยของอีกฝ่าย

 

หัวเปียก เหงื่อท่วมหน้ายิ่งกว่าเขาอีก

 

 

“ปีนกำแพงข้ามไปฝั่งนู้นกันมั้ย”

 

“สูงขนาดนี้เนี่ยนะ? แถมไม่รู้ด้วยว่าข้ามไปแล้วจะเจออะไร” เกิดเป็นเหล็กเป็นหนามคงได้แย่กว่าเดิม “ต้องวิ่งกลับไปทางเดิม”

 

“โดนจับได้แน่ๆไม่เอาหรอก อุตส่าห์วิ่งมาได้ตั้งไกลแล้วนะ ปีนเถอะชานยอล ผมวิ่งต่อไม่ไหวแล้วด้วยปวดข้อเท้าอะ”

 

….

 

“ผมจะปีนก่อนนะ” ระหว่างที่ชานยอลกำลังลังเลว่าควรจะห้ามดีหรือไม่ แบคฮยอนก็เริ่มปีนไต่ขึ้นกำแพงสูงไปแล้ว “ตามมาเร็วชานยอล ก่อนที่พวกนั้นจะมาเห็น”

 

….

 

“เร็วสิชานยอล”

 

เจ้าของชื่อถอนหายใจทิ้งอย่างหงุดหงิด ทว่าสุดท้ายก็ยอมปีนตามไอ้ลูกลิงขึ้นไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่าทางการปีนดูทะมัดทะแมง ช่วงขาก็ยาวแบบว่าเท่สุดๆ!

 


“ฉันจะกระโดดลงไปก่อนแล้วนายค่อยตามลงมา”


 

ตุ่บ!  ชานยอลตั้งใจกระโดดลงไปข้างล่างก่อนเพื่อที่จะได้รอรับตัวคนตัวเล็กได้ ซึ่งแบคฮยอนคิดไม่ถึงมันหรอก เข้าใจว่าชานยอลคงไม่อยากให้กระโดดลงไปพร้อมกันเพราะเดี๋ยวจะชนกันจนเจ็บตัวอีกมากกว่า พอถึงคราวที่ตัวเองต้องกระโดดลงบ้างก็ไม่ได้นึกเอะใจเลยที่อีกฝ่ายเข้ามาช่วยรับไว้ คิดแต่ว่าชานยอลใจดี ชานยอลมีน้ำใจช่วยเหลือลูกหมาตาดำๆขาสั้นแค่นั้น

 

“ดีจังเลยนะที่มันเป็นบ้านคน”

 

แบคฮยอนชานยอลทรุดตัวลงนั่งพิงหลังกับกำแพงเพื่อพักเหนื่อย

 

“เพราะงั้นถึงควรจะรีบพักแล้วก็รีบออกไปกันก่อนที่เจ้าของบ้านจะเข้ามาเห็นว่าเราแอบปีนเข้ามาอยู่ในบ้านเค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต”

 

คิกคิก

 

“ตลกอะไร”

 

“ตอนแรกไม่คิดว่าชานยอลจะปีนกำแพงเป็นนะนั่น ที่ไหนได้ ปีนเก่งกว่าผมอีก ฮ่ะๆๆ”

 

“ก็ฉันเล่นกีฬาตลอด นายนั่นแหละ ทำบ่อยเลยสินะเรื่องแบบนี้”

 

 

มันหายไปไหนกันวะ!

 

 

เสียงพวกนักเลงคุยกันดังข้ามมาจากฝั่งที่แบคฮยอนและชานยอลเพิ่งปีนข้ามกันมา คนตัวเล็กแนบหูลงไปกับกำแพงเพื่อฟังว่าพวกนั้นคุยอะไรกันบ้าง พอได้ยินคนพวกนั้นชวนกันไปตามหาทางอื่น ริมฝีปากเล็กก็คลี่ยิ้มออก กำลังจะหันมาคุยเล่นกับชานยอลต่อแต่ก็ต้องผงะกับเจ้าสุนัขพันธุ์คอลลี่ที่ทั้งตัวใหญ่และขนยาวเฟื้อย

 

 

….

 

 

หมาจ้องหน้าคน ส่วนคนก็จ้องหน้าหมา วัดใจกันสุดๆ

 

 

“ชานยอล.. ชานยอลว่ามันจะกัดเรามั้ย”


 

 ‘หื่อออ!’


 

โอเค ชานยอลไม่ต้องตอบแล้วก็ได้ แบคฮยอนฟังเอาจากเสียงคางหื่อ ขู่ในลำคอของมันก็พอเดาๆได้นิดหน่อย แต่หน้าตาก็น่ารักดูเป็นมิตรอยู่นี่ ขนก็สวยด้วยไม่ดุหรอกมั้ง..

 


หื่อออ…’


 

“โอ้ว ไม่นะ!

 

ดุไม่ดุไม่รู้ เมื่อเห็นว่าเจ้าหมาขนยาวนั่นกำลังจะวิ่งมาหาชานยอล แบคฮยอนก็รีบถลาตัวเข้าไปกอดห้ามมันไว้อย่างไม่กลัวเลยว่าตัวเองจะถูกกัดหรือไม่

 

“ห้ามนะ ชานยอลแพ้ขนหมานายต้องไม่เข้าไปใกล้เขานะ / หื่อ..

 

…..

 

คนถูกพาดพิงถึงกับพูดไม่ออก ใบหน้าซีดๆกับอาการใจเสียตอนเห็นหมาจะเข้ามาหาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอื่น เด็กคนนั้นกำลังช่วยเขา ช่วยทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้มีความสนิทสนมคุ้นเคยกับหมาตัวนั้นมาก่อน

 

ทำไมบ้าบิ่นอย่างนั้น ถ้าโดนกัดขึ้นมาจะทำยังไง!

 

“ต้องเป็นเด็กดีนะ ถ้าอยากเล่นก็มาเล่นกับฉัน เขาแพ้ขนนายเขาเล่นกับนายไม่ได้” หมาน้อยแบคฮยอนกำลังกอดซบเจ้าหมาตัวใหญ่ล่ะ ถึงมันจะทำให้ชานยอลรู้สึกเป็นห่วงแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าช่างเป็นภาพที่น่ารักเหลือเกิน

 

แพล่บ~

 

“อ๋า! มาเลียหน้าฉันทำไมเนี่ย”

 

แพล่บ~

 

“งื้อออ!

 

ปาร์คชานยอลหลุดขำออกมากับภาพน่ารักๆนั้นอย่างช่วยไม่ได้ กำลังมองหมาสองตัวเล่นกันเพลินๆ ทว่า..

 

 


เจลลี่เล่นกับใครน่ะ.. ว้าย!!!

 

 


….!

 

 


พวกคุณเป็นใครกันเนี่ยแล้วมาอยู่ในบ้านฉันได้ยังไง!!

 

 


เจ้าของบ้านและหมาตัวจริงเสียงจริงโผล่มาเห็นเข้าจนได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

“ฮะฮ่ะฮ่าๆๆๆๆ”

 

“ขำอะไรนักหนา”

 

“เป็นคนหล่อมันดีอย่างนี้เองเนอะ”

 

“เฮ้อ..

 

ปาร์คชานยอลส่ายหัวให้กับการพูดเพ้อเจ้อไม่หยุดของแบคฮยอน ก่อนหน้านี้ล่ะยังวิ่งหอบหน้าซีดใจเสียอยู่เลย พอมาตอนนี้ล่ะยิ้มแป้นสบายใจเฉิบเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน มันน่าเอาให้เข็ดจริงๆ

 

เท้าความกลับไปเหตุการณ์ก่อนหน้า ตอนที่เจ้าของบ้านเข้ามาเห็นชานยอลแบคฮยอน ก็ได้มีการเคลียร์กันเกิดขึ้นนิดหน่อย นิดหน่อยจริงๆ! เพราะพอหญิงสาวแต่งหน้าจัดคนนั้นได้มีโอกาสเห็นหน้าชานยอลชัดๆ เสียงแว้ดๆไม่พอใจตอนแรกก็เปลี่ยนมาเป็นหวานหยดซะจนน่าขนลุกทันที

 

มากไปกว่านั้นยังมีน้ำใจชวนพวกเขาเข้าบ้านไปดื่มน้ำดื่มท่าด้วย ซึ่งชายหนุ่มผู้มีมารยาทก็ไม่กล้าปฏิเสธเลยต้องเข้าไปนั่งจิบน้ำชาด้วยนิดหน่อยแบบพอเป็นพิธี ก่อนจะขออาศัยห้องน้ำในบ้านเธอสำหรับพากันไปล้างมือล้างหน้าจากนั้นก็ขอตัวพากันออกมาเลย

 

แต่ยังพากันไปไหนไม่ได้ไกลหรอก ทั้งคู่กำลังเดินไปตามทางเรื่อยๆระหว่างหาข้อสรุปกันอยู่ว่าจะเอายังไงกันต่อ จะขึ้นรถกลับหรือจะโทรเรียกใครมารับหรือจะไปไหน เนื่องจากตอนนี้ชานยอลไม่ได้พกอะไรติดตัวมาเลยนอกจากกระเป๋าเงินหนึ่งใบกับกุญแจรถยนต์หนึ่งดอก ซึ่งมีแค่กุญแจแต่ไม่มีรถก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี  

 

 

“โอ้ย!

 

“เป็นอะไร?!

 

อยู่ดีๆแบคฮยอนก็หยุดเดินพร้อมกับก้มหน้ากุมท้องตัวเอง

 

“เป็นอะไร ปวดท้องเหรอ”

 

“กินข้าวแล้วต้องมาวิ่ง สงสัยจะจุกอะ”

 

อยากจะดุก็ดุไม่ลง สีหน้าปวดแปลบของแบคฮยอนทำให้คนตัวสูงตัดสินใจมองหาร้านสะดวกซื้อใกล้ๆซักร้าน และก็เป็นโชคดีที่สายตาคมสังเกตเห็นแสงไฟจากหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นมาแต่ไกล เสียงทุ้มบอกแบคฮยอนให้นั่งรอบริเวณที่นั่งในสวนสาธารณะตรงนี้ไปก่อน ส่วนตัวเองจะเดินไปซื้อของและจะกลับมาหา

 

ชานยอลใช้เวลาไม่นานก็กลับมาพร้อมถุงพลาสติกในมือสองถุง ถุงหนึ่งใส่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งชามสำหรับตัวเอง ส่วนอีกถุงมีน้ำดื่มสองขวด ยา พุดดิ้ง และไอศกรีมโคนรสสตรอเบอร์รี่สำหรับให้แบคฮยอน


 

“ไอติม! ชานยอลซื้อให้ผมหมดเลยหรอ”

 

“ไว้ฉันจะไปคิดเงินกับคุณยายทีหลัง กินยาก่อนสิ!” มือหนารีบแย่งไอศกรีมออกจากมือเล็กเพื่อยึดมันไว้ชั่วคราว ทำเอาเด็กน้อยกลืนน้ำลายพลางมองตามของโปรดของตัวเองตาละห้อย

 

“เจ็บท้องก็กินยาก่อน ไอติมเนี่ยเดี๋ยวค่อยกิน ไม่มีใครแย่งนายหรอก”

 

“อื้ม”

 

ชานยอลรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเลี้ยงลูกอยู่ยังไงยังงั้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมทำตามอย่างว่าง่ายไม่มีเถียงข้างๆคูๆแล้ว ก็ยื่นไอศกรีมโคนคืนให้และหันกลับมาจัดการมื้อเย็นของตัวเองซักที

 

“ชานยอลยังไม่ได้ทานข้าวมาอีกหรอ”

 

“ก็ใครทำให้ฉันพลาดมื้อค่ำที่นัดเพื่อนไว้แล้วกันล่ะ”

 

แห่ะๆ แล้วโทรไปบอกเพื่อนยัง”

 

“ไม่ได้เอาโทรศัพท์มาด้วย”

 

“ของผมก็แบตหมดไปตั้งแต่กลางวันแล้วง่ะ อดให้ยืมเลย”

 

“ช่างเถอะ”

 

อย่างมากก็แค่ทนฟังเสียงพวกมันบ่นซักชั่วโมงสองชั่วโมง

 

“แล้วจะเล่าได้รึยังว่าไปก่อเรื่องอะไรไว้ พวกนักเลงถึงพากันยกโขยงวิ่งไล่ตามเอาเป็นเอาตายแบบนั้น”

 

“ผมไปแอบปล่อยลมยางรถลูกพี่พวกนั้นอะ”

 

“อะไรนะ?!

 

“สี่ล้อเลย แฮร่..

 

แบคฮยอน

 

“ก็หมอนั่นรังแกผมก่อนอะ! แค่เดินไปชนแล้วก็ไม่ได้ตั้งใจด้วย ทั้งๆที่ผมขอโทษแล้วแต่หมอนั่นก็ยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแถมยังเอาน้ำมาสาดใส่หน้าผมอีก”

 

“ว่าไงนะ”

 

“สาดน้ำใส่ผมแล้วก็ดึงคอเสื้อผมด้วย ดูสิ ยานหมดเลย”

 

ดวงตาคมเลื่อนมองไปที่คอเสื้อของแบคฮยอน สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ใดจนแบคฮยอนคิดไปเองว่าชานยอลอาจจะไม่เชื่อที่เขาเล่า อาจจะคิดว่าแบคฮยอนเป็นเด็กเลี้ยงแกะเหมือนที่เคยว่าไว้ แต่ก็ช่างเถอะ ไม่เชื่อก็ไม่โกรธหรอก อย่างน้อยวันนี้ชานยอลก็ช่วยแบคฮยอนตั้งหลายอย่าง หนำซ้ำยังซื้อไอติมมาให้แบคฮยอนกินด้วย

 

“จริงๆถ้าชานยอลไม่เชื่อจะไปถามคนในร้านก็ได้นะ เห็นกันเกือบหมดแหละ”

 

“หมอนั่นเป็นนักศึกษามอเราหรือเปล่า”

 

“อือ”

 

“เรียนอยู่ปีไหนคณะไหน หรือชื่ออะไรพอรู้มั้ย”

 

“ไม่รู้อะ ชานยอลถามไปทำไม ผมว่าคงไม่ใช่เพื่อนชานยอลหรอก”

 

 

 

ก็ไม่มีใครเค้าคิดว่าเป็นเพื่อนเขากันหรอก!

 

ชานยอลอยากจะพรูลมหายใจเหนื่อยหน่ายกับความซื่อของแบคฮยอนออกอีกซักรอบ

 

 

 

“แต่หมอนั่นบอกว่าตัวเองเป็นลูกตำรวจยศใหญ่นะ หน้าซื่อบื้อๆแบบผมคงไม่รู้จัก”

 

“หมอนั่นพูดหรอ”

 

“ใช่ ขี้คุยชะมัด ตัวก็ใหญ่อย่างกะหมี เสียดายไม่มีเครื่องมือ ไม่งั้นผมคงได้ถอนเอาล้อแพงๆของหมอนั่นไปทำอะไรได้มากกว่านั้นแน่”

 

“ตอนมีเรื่องน่ะกล้าปากเก่งพูดแบบนี้ด้วยหรือเปล่า”

 

ว่าคนอื่นเค้าขี้คุย ตัวเองก็คงไม่ต่างกันแหละมั้ง ก่อนหน้านี้ยังวิ่งหนีหางจุกตูดอยู่เลยตอนนี้มาทำเป็นปากเก่ง แล้วไอ้วิธีเอาคืนแบบแผลงๆนั่นน่ะ ชานยอลสงสัยจริงๆว่าอีกฝ่ายคิดได้ยังไง

 

“ถามจริงเถอะ ตอนอยู่ชุมชนนายเคยทำอะไรมาบ้าง”

 

“ทำอะไรหมายถึงยังไง”

 

“สร้างวีรกรรมพิเรนทร์ๆให้คนอื่นเค้าปวดหัวแบบนี้น่ะ”

 

“เปล่านะ ผมไม่ใช่คนแบบนั้นซักหน่อย”

 

ชานยอลหรี่ตามองเชิงว่า แน่ใจนะที่พูด คนตัวเล็กเลยยิ้มเผล่ให้ สองขาแกว่งขึ้นลงสลับไปมา ขณะเลียไอศกรีมก็ขยับปากคุยจ้อกับคนที่นั่งซดบะหมี่อยู่ข้างๆไปด้วย

 

“ผมนิสัยไม่ดีจริงๆหรอชานยอล”

 

“นายดื้อ”

 

“แต่ทำผิดผมก็ขอโทษนะ”

 

“บางความผิดแค่คำว่าขอโทษมันก็ไม่พอหรอก งั้นเค้าจะมีกฎหมายไว้ลงโทษคนทำผิดไปทำไม”

 

แบคฮยอนนั่งทำหูลู่ ใช้ตาตกๆของตัวเองมองชานยอลจนคนถูกมองต้องหยุดกินชั่วขณะ “ทำไม ไปทำอะไรผิดร้ายแรงไว้อีก” นิ้วใหญ่ดีดลงไปกลางหน้าผากมนหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้

 

พ่อเฒ่ากับแม่ครูบอกว่าคนขี้ขโมยเป็นคนนิสัยไม่ดี คนขี้โกหกก็ไม่ดี พูดไม่เพราะก็ไม่ดี  แล้วผมก็เคยทำทุกอย่างเลยอะชานยอล”

 

…..

 

“เมื่อก่อนผมชอบแอบปีนขึ้นไปขโมยกินผลไม้ในสวนของบ้านรุ่นพี่ที่ชอบมาพูดข่มผมอะ แล้วก็เอาพรรคพวกของตัวเองขึ้นไปเก็บมันลงมาจนหมดต้นด้วย หลายต้นอีกต่างหาก พอเรื่องมันแดงขึ้นมาพ่อเฒ่าก็ตีผมจนขาเป็นรอยไม้เรียวเลยแต่ผมก็ไม่เข็ด”

 

…..

 

“ผมเอาคืนพวกนักเลงขาใหญ่ในชุมชนได้ตั้งหลายอย่าง เด็กๆเลยยกให้ผมเป็นลูกพี่ แต่ผมไม่เคยสอนเรื่องไม่ดีให้พวกเค้านะ ขนาดมายากลยังไม่สอนเลย หวง...

 

ไอ้เด็กแสบ..

 

“ผมไม่รู้ว่าตัวเองนิสัยไม่ดีจริงๆมั้ย อาจจะใช่ก็ได้ แต่ว่านะ ผมจะทำไม่ดีกับแค่คนที่ชอบเอาเปรียบหรือทำไม่ดีกับคนอื่นก่อนเท่านั้นแหละ

 

รักความยุติธรรมเหลือเกินนะ ถึงว่าสิ เลือกเรียนกฎหมาย

 

“ผมเล่าให้ชานยอลฟังแล้วชานยอลก็ห้ามเกลียดผมนะ ตอนนี้ผมไม่ได้ทำแบบนั้นแล้ว”

 

“รู้สึกว่าเพิ่งไปปล่อยยางรถของคนอื่นเค้ามา”

 

“ก็หมอนั่นนิสัยไม่ดีอะชานยอล!

 

“แล้วตัวเองดีนักหรือไง”

 

“เง้อ” พอโดนแกล้งคนตัวเล็กก็นั่งไหล่ตกยิ่งกว่าเดิม ชานยอลปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขที่สามารถแกล้งเด็กตัวแสบให้หงอได้ แบคฮยอนใกล้จะเคืองแรงแต่หันไปเจอรอยยิ้มของชานยอลเข้าซะก่อน

 

“ชานยอลยิ้ม?

 

“แล้วไง ประหลาดตรงไหน”

 

“ชานยอลเพิ่งเคยยิ้มให้ผมเห็นแบบนี้ครั้งแรก” คนพูดให้ฟังยังคงทำหน้าประหลาดใจไม่หาย มองอยู่นานก่อนที่จะกลั้วหัวเราะเล็กๆอย่างชอบใจ

 

“ยิ้มแล้วน่ารักเหมือนกันนะเนี่ย”  

 

“เดี๋ยวเถอะ”

 

ชานยอลปัดมือเล็กที่กล้ามาชี้หน้าล้อเลียน

 

“ใช่เพื่อนเล่นหรือไง”

 

“อย่าทำเป็นเข้มสิ ผมรู้ชานยอลใจดีไม่ได้ดุอย่างที่แสดงออกหระ..อ้ะ!

 

“เป็นอะไรอีก”

 

…..

 

“แบคฮยอน?!

 

วันนี้แบคฮยอนทำตัวให้ชานยอลต้องตกอกตกใจด้วยหลายหนแล้ว คนตัวสูงดึงมือเล็กให้ออกห่างจากตาตัวเอง ก่อนจะเป็นฝ่ายยื่นหน้าเข้าไปเอียงคอมองใกล้ๆให้ว่ามีอะไรเข้าไปในตาข้างนั้น

 

 

“ไหน ลืมตาให้ดูหน่อย”

 

“ไม่ได้อะ เจ็บ..

 

“พยายามหน่อยสิ ฉันจะได้ดูให้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้น”

 

“โอ้ย!

 

“ชู่วว์~

 

…..

 

“มันจะเจ็บแปปเดียว ทนเอาหน่อย”

 

“ชานยอล..

 

“ลืมตาขึ้นกว่านี้อีกสิ”

 

…..

 

“ไหน

 

แบคฮยอนแค่อยากจะสารภาพว่าไม่มีอะไรเข้าไปอยู่ในนั้นหรอก ทั้งหมดก็แค่แสร้งทำเพราะความอยากแกล้งล้วนๆ ทว่าใบหน้าจริงจังที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบกับความหวังดีที่อีกฝ่ายกำลังมอบให้ทำเอาแบคฮยอนไม่กล้าบอก

 

“ไม่เห็นมีอะไร”

 

….

 

“ยังเคืองตาอยู่ไหม”

 

“คือจริงๆแล้วมัน” แบคฮยอนค่อยๆหรี่ตาขึ้นมาอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

“จริงๆผมแค่.. หยอกชานยอลเล่น แฮร่

 

…..

 

“ชานยอล..

 

“หลอกงั้นหรอ?

 

“ไม่ใช่หลอก ผมแค่หยะ.. ชานยอล!

 

คนตัวสูงคว้าถุงขยะลุกขึ้นเดินหนี คนตัวเล็กเห็นดังนั้นจึงรีบลุกตามไป ด้วยอาการหน้าถอดสี “ขอโทษ ผมแค่จะทำให้ดูว่าชานยอลใจดีจริงๆ ไม่ได้ดุอย่างที่ชอบทำใส่บ่อยๆอะ”

 



หมั่บ!

 

มือเล็กคว้ามือใหญ่ไว้

 

 


 

“ผมจะไม่ทำอีก”

 

“นายมันขี้โกหกจนติดเป็นนิสัย”

 

“ไม่นะ ผมแค่อยากแหย่เล่นเองง่า”

 

“แล้วยังไงล่ะ แกล้งแล้วรู้แล้วยังไงต่อ จะหัวเราะที่เห็นฉันเป็นตัวตลกงั้นสิ”

 

“ชานยอลมองเจตนาของผมไม่ดีอยู่เรื่อย” ใบหน้าหวานก้มหน้ารู้สึกผิดจนคางแทบชิดอก จากที่จับมือใหญ่ไว้เฉยๆมือน้อยเริ่มเล่นขยุกขยิกไปตามข้อนิ้วหนา เป็นการบอกให้รู้ว่ากำลังง้ออยู่นะ อย่าโกรธเลยนะ

 

“เวลาผมสนิทใคร ผมก็แค่อยากหยอกอยากเล่นกับคนนั้นเท่านั้นเอง”

 

…..

 

“ผมเล่นกับชานยอลบ้างไม่ได้เลยหรอ”

 

…..

 

“ก็ได้ ถ้าไม่ชอบคราวหน้าผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วก็ได้ แต่ว่าตอนนี้ชานยอลอย่าโกะ..”ใบหน้าน่ารักเงยขึ้นมาทันได้เห็นรอยยิ้มของคนขี้แกล้งนั่นเข้าพอดี สีหน้าไม่ทุกข์ร้อนกับการยักไหล่ไม่ยี่หระที่คนตัวสูงจงใจทำให้ดู ทำแบคฮยอนพูดไม่ออก

 

 

“ชานยอล!

 

“แกล้งคนอื่นมันสนุกอย่างนี้เอง”

 

“ชานยอลหลอกผม!

 

“ไม่ได้หลอก แค่หยอกเอง”

 

“ย๊า.. เลียนแบบผมทำไม”

 

“ถือว่าเจ๊ากันไง ชอบไม่ใช่หรอแบบนี้น่ะ”

 

“ผมใจเสียแทบแย่” ชานยอลระบายรอยยิ้มใส่เด็กน้อยอย่างนึกเอ็นดู ใช้มืออีกข้างที่ยังว่างอยู่โคลงศีรษะเล็กไปมาเบาๆ อีกมือก็ปล่อยให้แบคฮยอนจับอย่างไม่คิดจะทวงคืน

 

ถ้าเป็นตอนที่ยังไม่สนิทกันชานยอลก็คงโกรธ แต่ตอนนี้ความรู้สึกแบบนั้นมันแทบไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ชานยอลรู้ว่าแบคฮยอนอยากเล่นด้วย ชานยอลรู้ว่าแบคฮยอนไม่ใช่คนไม่ดี และอะไรที่แบคฮยอนทำไม่ดีชานยอลก็พร้อมจะตักเตือน  ไม่ด้วยเหตุผลก็ด้วยการปล่อยให้ได้รับบทเรียนเอาเอง  

 

“ที่แกล้งเมื่อกี้ไม่ได้โกรธใช่มั้ย”

 

“อืม”

 

แค่หงุดหงิดกับการถูกหลอกให้เสียหน้านิดหน่อยแค่นั้นแหละ

 

“ผมเล่นกับชานยอลได้ใช่มั้ย”

 

“อืม”

 

“พูดแล้วนะ”

 

“อืม”

 

“พูดอย่างอื่นนอกจาก อืม บ้างซี่”

 

“อืม”

 

“ชานยอลกวนตีนอะ”  ทั้งชานยอลและแบคฮยอนต่างหลุดหัวเราะขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ชานยอลส่ายหน้าเล็กๆ แบคฮยอนก็เอาแต่ยิ้มตาหยีเดินมาด้วยข้างๆ สองมือปล่อยให้เป็นอิสระออกจากกันแล้วเพื่อไม่ให้อึดอัดจนเกินไป

 

“กลับกันเถอะ”

 

“จะเรียกแท็กซี่หรอ?

 

“ทำไม”

 

“ผมอยากนั่งรถแบบนั้นอะ”  นิ้วเรียวชี้ไปทางรถบัสประจำทาง “เซฮุนเคยพาขึ้นครั้งนึงแล้วผมก็ไม่ได้ขึ้นอีกเลย วันนี้เรานั่งแบบนั้นกลับกันไม่ได้หรอ”

 

“ชอบหรอ”

 

“อื้อ คันใหญ่ดี ชานยอลขึ้นเป็นใช่ป้ะ”

 

จะว่ายังไงดีล่ะ ทั้งชีวิตชานยอลเคยขึ้นรถโดยสารประจำทางแค่ครั้งเดียว และตอนนั้นตัวเองอายุกี่ขวบยังนึกเท้าความกลับไปไม่ได้ด้วยซ้ำ เขาไม่มีความทรงจำใดๆเกี่ยวกับมันจริงๆ เพราะไม่คิดว่าการเดินทางด้วยรถร่วมจะสะดวกสบายเท่ารถส่วนตัว ที่ผ่านมาจึงไม่เคยคิดที่จะใช้บริการมันเลย แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยปากขอขนาดนี้แล้วก็นะ

 

 

“ชานยอล

 

 

ถึงปฏิเสธแบคฮยอนก็คงจะรบเร้าให้พาขึ้นจนได้อยู่ดีนั่นแหละ เพราะงั้นก็ช่วยไม่ได้..

 

 

 

“อืม อยากขึ้นก็เดินนำไปสิ”

 

 


 

 

#Ficmysscb

 

 

 








 

 

 

Talk:

 

หายไปสองสามวัน T,T

ก่อนอื่นก็บอกไว้ก่อนเนาะว่าหลังจากนี้อาจไม่ได้มาอัพถี่ติดๆกันเท่าไหร่ เพราะไรท์ต้องอ่านหนังสือสอบแล้วก็ปั่นงานด้วยยย แต่ยังไงก็จะพยายามมาเขียนเรื่อยๆ ไม่หายไปนาน เพราะเข้าใจว่าอารมณ์มันจะไม่ต่อเนื่องกัน(ทั้งคนอ่านและคนเขียน) :D



P.S. ฝากอีกเรื่องที่แต่งสลับเรื่องนี้เหมือนเดิม #ficfellow http://writer.dek-d.com/gningnun/writer/view.php?id=1421609

 


// และที่สำคัญ สำคัญที่สุด คือ ขอฝากเม้น โหวต แฮชแท้กเพื่อเป็นกำลังใจไรท์ กับเรื่องนี้กันน๊าาา เค้าอ่านทุกเม้นทุกช่องทางเลยยย ส่วนใครที่เม้นให้ประจำก็ขอบคุณมากๆเลยค่ะ มีกำลังใจเขียนต่อขึ้นเยอะ ^^  #ficmysscb

 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 336 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,099 ความคิดเห็น

  1. #5092 Sleepingchicky (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 23:29
    อ้ยยย ใจดีกับน้องเค้าจังเลยน้า
    #5,092
    0
  2. #5044 Isabellbest (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 12:07
    ไหนใครขี้บ่นแต่ตามใจเก่งกว่าคุณยาย อุแง้
    #5,044
    0
  3. #5016 YOLO'H (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 01:18
    น่ารักกกก แล้วจงแดละ? หายไปไหนล่ะ555
    #5,016
    0
  4. #4953 IPINOCKIO (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 20:50
    มีความน่ารักกก มีความตามใจน้องงง
    #4,953
    0
  5. #4906 faaah92 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 16:30
    จงแดหายไปในกำแพงแล้ว555

    งื้อน่ารักอ่า พี่น้องคู่นี้(รึเปล่าคิกคิก)
    #4,906
    0
  6. #4901 B_rattiya (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 12:17
    ฮัลโหล.... จงแด ยังอยู่ดีใช่มั้ยยย?55555555
    #4,901
    0
  7. #4880 Park Nokia. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 02:00
    แบคซนไปอ่ะ555
    #4,880
    0
  8. #4867 Darkmate (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 19:06
    จงแดหายไปไหนแล้ว55555
    #4,867
    0
  9. #4850 bang-SP28 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 20:04
    จงแด.... เทอยังอยู่ไหม
    #4,850
    0
  10. #4804 จมิงของผม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 18:49
    จงแดผู้ถูกลืม
    #4,804
    0
  11. #4712 _BLacKRuBy_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 05:02
    ลืมจงแดนะเราอ่ะแบค5555555555555555555555
    #4,712
    0
  12. #4629 nsjcbw. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 23:21
    ยิ้มแก้มแทบแตกแล้ววว ทำไมน่ารักกกก
    #4,629
    0
  13. #4584 pparkminhoo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 16:49
    มีความตามใจน้อง
    #4,584
    0
  14. #4512 geejajaa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 01:47
    น่ารักกกกกกกกกกกมากกกกกกกก

    หวานแหวว เป็นธรรมชาติกันสุดๆอ่ะ
    #4,512
    0
  15. #4423 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 13:11
    ว่าแต่คนอื่น แต่ตัวเองก็ตามใจน้องสุดๆเลยนะชานยอลลล
    #4,423
    0
  16. #4371 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 22:18
    น่ารักกันจุง
    #4,371
    0
  17. #4352 faii2546 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:11
    ชานยอลตามใจน้อง~~
    #4,352
    0
  18. #4342 Monmanee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:13
    ทำไมตัวเทอชั่งน่ารักกกกกกก <3
    #4,342
    0
  19. #4252 11507416p (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 00:08
    ระวังหลงรักน้องน้าาา
    #4,252
    0
  20. #4173 pcy921 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 22:57
    แสบจริงเลยลูกกกก ว่าแต่ชานยอลจะไปเอาคืนให้น้องใช่มะ
    #4,173
    0
  21. #4150 24 ชั่วโมง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 18:45
    ชานยอลน่ารักขึ้นทุกวันเลย เอ้า เผลอใจไปชม บ้าจริง
    #4,150
    0
  22. #4134 Tong Tong Junkomjon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 02:19
    เขินนนนเราเขินชานยอลมากเลย
    #4,134
    0
  23. #4113 mini_6 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 16:54
    หูยๆๆๆๆ น่ารักกกกกกกก
    #4,113
    0
  24. #4080 pim pimmi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 22:21
    น่ารักกกกกก
    #4,080
    0
  25. #4050 somruethai1307 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 09:59
    เล่นด้วยได่แล้วใช่ไหม อืมมมม ????????????
    #4,050
    0