[YAOI]ท่านจอมมาร! ข้าขอดาบท่านได้หรือไม่ขอรับ [สนพ.ฟาไฉ]

ตอนที่ 9 : สิ่งที่ขอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,845 ครั้ง
    2 ธ.ค. 61


บทที่8 สิ่งที่ขอ

ข้าถูกขังอยู่ในห้องจนเช้า ถ้าไม่ได้สปาเกตตีจากมาร์คัสคงท้องหิวจนนอนไม่หลับแน่ๆ ตอนนี้ข้ากำลังลังเลว่าจะอาบน้ำดีหรือไม่ กระเป๋าย่ามถูกลืมไว้ที่คอกของเจ้าปุยฝ้ายเลยไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนแต่จะไม่อาบก็ไม่ได้ มันเป็นนิสัยน่ะข้าต้องอาบน้ำเช้าเย็นทุกวันถึงอากาศจะหนาวแค่ไหนก็ตาม

ระหว่างที่กำลังตัดสินใจว่าจะอาบดีหรือไม่ เสียงปลดล็อกจากข้างนอกก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน ท่านหัวหน้าอัศวินอยู่ตรงปากประตู ไม่ขยับก้าวมาเข้ามาในห้อง

“ท่านพระราชาต้องการพบท่าน”แม้คาลเพรอสจะพูดสุภาพ แต่การกระทำไม่ได้สุภาพตามคำพูดแม้แต่น้อย ทันทีที่ก้าวขาออกมาจากห้อง พวกอัศวินก็พุ่งเข้ามาหิ้วปีกไปที่ห้องโถง ไม่สิ น่าจะเรียกว่า ท้องพระโรงมากกว่า เสาสูงหลายต้นแกะสลักเป็นรูปเทวดาตัวน้อยๆบนยอด พวกมันตั้งเรียงกันจนลายตา เพดานที่พวกมันรองรับตกแต่งด้วยภาพวาดสีน้ำมันทั่วเพดาน ภาพเหล่าเทพีและเทพต่างๆราวกับดูมีชีวิตอยู่บนนั้น  พื้นพรมสีไวน์แดงทอดยาวไปยังบัลลังก์ทอง2แท่นที่มีร่างของชายชราผู้หนึ่ง ผมสีเกาลัดของเขามีมงกุฎสีทองประดับอยู่ บนบ่ามีผ้าคลุมยาวสีแดงเลือดหมูแต่งขนสัตว์ ข้างกายเป็นสตรีที่อายุพอกัน นางสวมชุดกระโปรงลูกไม้สีน้ำเงินดิ้นทองยาวกรอมพื้น  ผมที่ประดับด้วยรัดเกล้าปลายแหลมเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน แต่ก็ไม่ทำให้สวยงามของนางลดน้อยลง อัศวินจำนวนมากตั้งแถวอยู่ทั้งสองฝั่งของท้องพระโรงคอยอารักขาความปลอดภัยของพระราชาและพระราชินี 

ยังไม่ทันได้สังเกตไปมากกว่านี้ ข้าก็โดนกดให้นั่งคุกเข่ากับพื้น ศีรษะถูกก้มต่ำแทบติดพื้นพรม  ดาบที่อยู่ในมือถูกดึงออกไปยื่นให้พระราชา

ข้าเดินเข้าปราสาทท่านจอมมารยังไม่โดนทำขนาดนี้เลยนะ ป่าเถื่อนกว่าพวกปีศาจอีกนะพวกเจ้า!

                “เจ้าชื่ออะไร” น้ำเสียงทรงอำนาจของพระราชาดังขึ้น ข้ายังคงก้มหน้าต่ำเพราะกลัวจะโดนคาลเพรอสที่ยืนอยู่ข้างหลังตบกบาลแตก ข้อหามองหน้าท่านพระราชา

                “ออฟาน เฟอร์กัสขอรับ”

                “พี่น้องของรองหัวหน้าอัศวินมาร์คัสหรือ” ท่านพระราชาเอ่ยถาม นี่น้องข้าสนิทกับพระราชาขนาดนี้เลยหรือ

                “ข้าเป็นพี่บุญธรรมขอรับ”

                “ท่านนักเวท แน่ใจหรือว่าดาบสีรุ้งติดโบนี้เป็นของจอมมาร”ท่านพระราชาพลิกดาบในมือไปมาก่อนจะเอ่ยถามนักเวททั้งสามที่ตั้งแถวรวมอยู่กับพวกอัศวิน พวกเขาค้อมตัวตอบท่านพระราชา

                “ของจริงเพคะ น้ำศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และดาบไม่จมลงไป นี้แสดงถึงพลังด้านมืดเพคะ”วันนี้เสียงของท่านนักเวทหญิงกลับมาเป็นปกติ สงสัยนางจะดื่มน้ำผึ้งมะนาวแก้เสียงแหบไปแล้ว แต่น้ำในอ่างนั้นเป็นถึงน้ำศักดิ์สิทธิ์เลยหรือ น้ำที่เหมือนน้ำเปล่านั่นนะหรือ?

                “เจ้าช่วยตรวจสอบอีกทีได้หรือไม่”นักเวทที่เอาหัวจุ่มน้ำซอสหมักก้าวไปรับดาบจากท่านพระราชา  เขาเริ่มท่องคาถายาวเหยียด วงเวทสีขาวหมุนรอบตัวดาบได้ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นสีดำ แล้ว...เขาก็อ้วกออกมาชุดใหญ่จนอัศวินแถวนั้นต้องหามออกไป ดาบถูกส่งคืนไปให้ท่านพระราชาอีกครั้ง

                “ฝ่าบาท แซคไวต่อพลังมืดมาก เมื่อวานตอนใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์ตรวจสอบเขาก็เป็นลม สลบไปทันที ดังนั้นดาบนี้เป็นของจอมมารแน่นอนเพคะ”นักเวทตาน้ำนมบอกพร้อมใช้เวททำความสะอาดอ้วกของเพื่อนด้วยสีหน้ารังเกียจอย่างแรง

                “ถ้าเช่นนั้น เจ้านำดาบเล่มนี้มาได้ยัง”

                “ข้าไปขอมาจากจอมมารขอรับ” ข้าเบือนสายตาไปข้างๆ พวกอัศวินทำอาวุธที่ถืออยู่หล่นกันเป็นแถว ท่านราชินีหลุดหัวเราะคิก ส่วนท่านพระราชาตบบัลลังก์อย่างแรงจนข้าสะดุ้ง

                “อย่ามาล้อเล่นนะ ข้าส่งผู้กล้าไปตั้งมากมายแต่ยังไม่ได้ศพกลับมาเลยสักราย แล้วเจ้าเป็นใครถึงรอดกลับมาได้”

                “ข้าเป็นชาวบ้านธรรมดาขอรับ”ข้าก้มต่ำจนแทบจะหมอบไปกับพื้นพรม ตำตอบที่ให้ไปไม่ได้อยากกวนบาทาท่านนะขอรับ

“งั้นเจ้าไปขอดาบเล่มนี้มาจากไหน”คำถามนี้ทำเอาข้าอยากกัดลิ้นตัวเองให้ตาย คำตอบของคำถามที่ท่านเฮทิสเตรียมไว้ให้ถูกเอ่ยออกไปช้าๆ

“ข้านำมันมาจากปราสาทที่ตั้งอยู่บนเขาที่สูงที่สุดในแคว้นคอสฮิวขอรับ”

“ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าพูดความจริง”ท่านจะเกี่ยวก้อยสัญญากับข้าไหมเล่า ท่านราชา! ท่านจอมมารให้ข้าบอกอย่างนี้ ข้าก็บอกอย่างนี้แหละ ขืนบอกไปว่าเดินไปขอจากจอมมารที่อยู่หลังบ้าน มีหวังข้าได้โดนกุดหัวแน่นอนไม่ต้องรอตรวจอะไร  แค่ดาบฟรุ้งฟริ้งในมือ ท่านยังไม่เชื่อเลยว่าเป็นดาบของจอมมาร

“พอเถอะท่าน ไหนๆเราก็ต้องการแค่ดาบอยู่แล้ว จะสนใจไปทำไมว่าได้มาอย่างไร”เสียงอ่อนโยนของท่านราชินีเป็นเหมือนเสียงสวรรค์ที่ช่วยให้ข้ารอดจากการโดนกุดหัว

“เจ้าต้องการอะไรเป็นรางวัล ลูกสาวของเราหรือ”ท่านราชินีขอรับ ทุกวันนี้เลี้ยงตัวเองยังลำบากจะเอาลูกสาวท่านมาเลี้ยงให้เป็นภาระเพิ่มทำไม ถึงจะได้ยินข่าวลือหนาหูมาว่าลูกสาวท่านงามล่มเมือง  ข้าก็ไม่ขอรับไว้ขอรับ ถึงจะแต่งเข้าไปเป็นลูกเขยก็ดูไม่เหมาะดูดี ยังไงท่านพระราชาคงไม่อยากให้เชื้อราชวงศ์ของตัวเองปนเลือดชาวบ้านแบบข้าหรอก

และหากท่านจอมมารรู้ว่าข้าไปขอดาบเขามาเพราะอยากแต่งงานเข้าวังกับเจ้าหญิง ข้าไม่โดนบดกระดูกแล้วโยนให้ปีศาจรับใช้กินหรอกหรือ

“ข้าต้องการให้มีการตรวจสอบหน่วยงานเก็บภาษีและขุนนางในทุกเมืองขอรับ”

ข้าเฝ้าสังเกตมาหลายเดือนแล้ว ชาวบ้านแทบทุกหลังคาเรือนในเมืองบาเวลต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันเรื่องการขูดรีดภาษีเกินควรของพวกสรรพากร ในอัตราเงินห้าร้อยเหรียญทองแดงเท่ากับหนึ่งเหรียญเงินเช่นนี้ การเก็บภาษีหลักสิบเหรียญกับชาวบ้านถือเป็นการโกงอย่างหน้าด้านๆ

และจากการแอบไปส่องที่หน้าคฤหาสน์ของพวกขุนนาง ในช่วงการจ่ายภาษี สรรพากรแทบจะไม่ย่างเท้าเข้าไปใกล้ด้วยซ้ำ อลันมาระบายเรื่องนี้กับข้าบ่อยครั้ง ทั้งเรื่องหัวหน้าของเขารับเงินใต้โต๊ะจากขุนนางเพื่อทำเป็นหลับหูหลับตาในการเลี่ยงภาษีของพวกขุนนาง

การเก็บภาษีจะเริ่มช่วงสิ้นเดือน และคิดจากที่ดินที่ครองครอบบวกกับรายได้ที่ได้ในแต่ละปี ซึ่งคนที่ทำธุรกิจหลายสิบอย่างและมีที่ดินหลายร้อยไร่อย่างขุนนางก็จะโดนเก็บภาษีมากกว่าชาวบ้านธรรมดา แน่นอนว่าพวกเขาไม่พอใจ และในเมื่อเงินใต้โต๊ะที่ใช้กับเจ้าหน้าที่สรรพากรมันน้อยกว่าภาษีที่ต้องจ่าย เหล่าขุนนางในเมืองก็พร้อมใจกันปกป้องเงินทองของตัวเอง

แต่สำนักงานใหญ่เป็นผู้ออกรายการเสียภาษี รายชื่อของทุกคนในเมืองจะถูกจดไว้ในนั้นพร้อมภาษีที่ต้องจ่าย เจ้าหน้าที่สรรพากรในเมืองที่โดนเงินฟาดหัวช่วยกันปลอมแปลงรายการภาษีด้วยการตัดรายชื่อขุนนางออก เงินภาษีในส่วนที่หายไปก็โปะไปที่ชาวบ้านอย่างพวกข้า ขอแค่ยอดรวมในเสียภาษีตรงกับต้นฉบับในมือสำนักงานก็ถือว่าใช้ได้ เพราะทางสำนักงานไม่ได้ทำงานละเอียดขนาดที่จะมานั่งตรวจว่าชาวบ้านจ่ายครบไหม พวกเขาแค่นั่งนับเงินว่าตรงกับยอดรวมที่ให้ไปหรือไม่

อลันที่เป็นเจ้าหน้าที่เก็บภาษีเล็กๆต้องทำตามคำสั่งของหัวหน้าโดยไร้ทางขัดขืนแม้จะอึดอัดแค่ไหนก็ตาม การเก็บภาษีอย่างขูดรีดเช่นนี้ทำให้อลันโดนคนในเมืองเกลียดขี้หน้า แถมสาวที่ตามจีบยังตะโกนสาปแช่งทุกครั้งที่เขาไปเคาะประตูบ้านเจ้าหล่อน

เงินทองข้าหาเองได้ แต่ความยุติธรรมและเจ้าสาวของเพื่อนจะให้ข้าหาคนเดียวคงไม่ไหว

ภายในท้องพระโรงเงียบสนิท ข้าที่หมอบต่ำอยู่กับพื้นชำเลืองหน้าอัศวินที่ตั้งแถวอยู่ข้างๆ พวกเขาต่างนิ่งค้างเหมือนไม่คิดว่าจะได้ยินคำขอแบบนี้ แม้แต่คาลเพรอสที่ยืนอยู่หลังข้ายังทำหน้าประหลาดใจ

“ไปเรียกหัวหน้าสรรพากรมา”ท่านพระราชาเอ่ยทำลายความเงียบ อัศวินคนหนึ่งก็วิ่งออกไปจากท้องพระโรง...ไม่คิดว่าจะจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย

“เจ้าต้องการแค่นี้หรือ”ใจจริงอยากขอเงินขอรับ แต่เดี๋ยวที่ทำไปเมื่อกี้จะหมดหล่อเอา

“ข้ามีคำถามขอรับ”ท่านพระราชาตอบรับในลำคอ ข้าจึงเอ่ยถามออกไป

“ท่านต้องการดาบของจอมมารไปทำไมหรือขอรับ” คาลเพรอสกดหัวข้าติดพื้นพรม เข่าของเขากดลงที่กลางหลังอย่างแรงจนยกตัวขึ้นไม่ได้  อัศวินประสาอะไร ป่าเถื่อนเกินไปแล้ว!

“ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องรู้  พาเขาไปนั่ง”ข้าถูกดึงขึ้นมาให้นั่งบนเก้าอี้ไม้เล็กๆ ซึ่งอัศวินสักคนยกมันมาตั้งหลังจากได้รับคำสั่งจากพระราชา  บรรยากาศภายในท้องพระโรงเงียบสงัด ข้าที่นั่งอยู่หน้าแถวอัศวินมองสำรวจรอบๆด้วยความอยากรู้ แต่ก็โดนท่านหัวหน้าอัศวินกดหัว จึงได้แต่มองตักตัวเองไปเงียบๆ อย่าให้ข้าเจอเจ้ากลางเมืองนะ จะกระโดดเตะก้านคอจริงๆด้วย

“คาลเพรอสเลิกก้มหัวเขาได้แล้ว ไร้อารยธรรมจริง”มือที่กดศีรษะเลื่อนออก คาลเพรอสถอยออกไปยืนอยู่ข้างๆข้า

“เงยหน้าให้ข้าดูหน่อยสิ พ่อหนุ่ม”ข้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาท่านพระราชินีอย่างกล้าๆกลัวๆ นางพินิจมองข้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า ริมฝีปากคลี่ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน มือโบกไปมาเหมือนให้ทำตัวตามสบาย ถ้วยชาและของว่างถูกนำมาให้ระหว่างที่รอ

ในที่สุดประตูท้องพระโรงก็เปิดออก ร่างอ้วนๆผมล้านเตียนของหัวหน้าสรรพากรหอบหิ้วเอกสารมากมายมานั่งคุกเข่าตรงหน้าบัลลังก์ของพระราชา ใบหน้ากลมของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ คาดว่าคงรีบมาจนร่างกายนำไขมันมาเผาผลาญ

“บอกภาษีของเดือนนี้ที่ออฟาน เฟอร์กัส จ่ายมา” ท่านหัวหน้าสรรพากรหันมาทางข้า กระซิบถามเมืองที่อยู่ กับบ้านเลขที่ แล้วกุลีกุจอเปิดเอกสารปึกหนาที่หน้าปกเขียนว่า “รายการเสียภาษีเมืองบาเวล” ดูแล้วเอกสารปึกหนาอื่นๆที่เขานำมาน่าจะเป็นบันทึกการเสียภาษีของทุกเมืองในแคว้นออนีส   นิ้วสั้นป้อมของท่านหัวหน้าสรรพากรหยุดลง คิ้วของเขาขมวดเป็นปม มือพลิกหน้ากระดาษไปมา

“ออฟาน เฟอร์กัส อาชีพรับจ้างทั่วไป เสียภาษี สะ สามสิบเหรียญเงินขอรับ” ท่านหัวหน้ากลืนน้ำลายดังเอื้อก ศีรษะล้านเตียนของเขาเริ่มมีเหงื่อไหลโชกจนมันสะท้อนแสงกับโคมไฟระย้า

“ชาวบ้านคนอื่นเล่า” ท่านราชินีเอ่ยถาม นางโบกพัดขนนกในมือไปมาคล้ายใช้ความคิดพร้อมจิบน้ำชาจากแก้วกระเบื้องไปด้วย

“เบน บราว อาชีพค้าขายเมล็ดพันธุ์ เสียภาษี 50 เหรียญเงิน

อลิเซีย สมิธ อาชีพทำเนย เสียภาษี 45 เหรียญเงิน

เซเวียร์ ฟาเธียร์ อาชีพครู เสียภาษี 40 เหรียญเงิน

ทิมเมอร์ เฟอร์กัส อาชีพหมอ เสียภาษี 60 เหรียญเงิน

....”

รายชื่อของชาวบ้านในเมืองอีกมากมายที่โดนขูดรีดภาษีเกินควรถูกร่ายออกมา ใบหน้าของท่านหัวหน้าสรรพากรเริ่มซีดเผือด เสียงที่อ่านรายชื่อต่างๆเริ่มเบาลงเรื่อยๆ

“เจ้าไม่คิดว่านี้ไม่แพงไปสำหรับประชาชนธรรมดาหรือ” ท่านราชินีถาม นางหุบพัดในมือดังฉับแม้แต่พระราชาที่นั่งข้างๆยังอดสะดุ้งไม่ได้

“แล้วภาษีของขุนนางในเมืองเล่า” ท่านหัวหน้าสรรพากรรีบเปิดหาอีกครั้ง แต่พลิกกระดาษหน้าแล้วหน้าเล่าก็เหมือน....เขาจะยังหาไม่เจอ

“มะไม่มีบันทึกขอรับ”ร่างอ้วนของเขาสั่นเทิ้ม ศีรษะแนบติดพรมอย่างขอลุแก่โทษ ข้าได้แต่อวยพรให้ศีรษะของเขายังอยู่บนบ่า

“ท่านอัศวินทั้งหลาย จงไปตรวจดูหน่วยสรรพากรและขุนนางของทุกเมือง สืบทุกอย่างและนำกลับมารายงานข้าภายใน 10 วัน” สิ้นเสียงของท่านราชินี อัศวินทั้งหลายก็คุกเข่า ประสานเสียงรับบัญชาอย่างพร้อมเพรียง แม้แต่คาลเพรอสก็ทิ้งตัวไปคุกเข่ารับบัญชาเหมือนอัศวินคนอื่นๆ

ข้าเหมือนเห็นพระราชานั่งตัวลีบปล่อยให้พระราชินีสั่งการเหล่าอัศวินต่อไป ส่วนท่านหัวหน้าสรรพากรน่ะหรือ...เขาชักน้ำลายฟูปากไปแล้ว

“ข้าต้องขออภัยสำหรับการต้อนรับที่ไม่ดีนัก พวกเราจะจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ให้เจ้าเอง” ท่านราชินีส่งยิ้มพราวมาให้ข้า

“อ่ะ ไม่เป็นไรขอรับ ข้ามีธุระเร่งด่วนต้องรีบเดินทางกลับ”

“ธุระอันใดกันหรือ”

“ข้าต้องรีบกลับไปรีดนมวัวขอรับ”ท่านพระราชินีก็ระเบิดหัวเราะ น้ำตาซึมออกจากหางตาที่มีริ้วรอยตามกาลเวลา เหมือนข้าจะได้ยินเสียงหลุดหัวเราะจากอัศวินบางคนด้วย แต่ข้าพูดจริงๆนะ วัวนมเป็นสัตว์ที่ต้องรีดนมเป็นประจำทุกวัน นี่ข้าก็จากบ้านมานานแล้วหากไม่รีบกลับไปเจ้าแป้งกับเจ้าไข่ได้ล้มป่วยแน่ๆ ท่านราชินีต้องการให้ข้านั่งรถม้าของราชวังกลับแต่ข้าไม่ต้องการให้คนรู้ว่าใครเป็นคนพบดาบของจอมมารดังนั้นจึงปฏิเสธและขอให้ท่านไม่เปิดเผยความลับที่ข้าเป็นคนนำดาบของจอมมารมาให้

ข้าค้อมตัวลาท่านทั้งสอง แล้วเปิดประตูท้องพระโรงออกอย่างกล้าหาญ แต่เมื่อปิดบานประตูก็ถอนหายใจออกมาเฮือก ถึงตอนอยู่ในนั้นจะดูสบายๆแต่ข้าเกร็งไปทั้งตัว ท้องบิดเกร็งไปหมด หลังจากสงบใจได้แล้วข้าก็กวาดตามองไปรอบๆ ตอนมามีพวกอัศวินนำทาง แต่ตอนกลับจะเอายังไงล่ะทีนี้ ทางก็จำไม่ได้เพราะคาลเพรอสกดหัวข้าตลอดทาง

ระหว่างที่ลังเลว่าจะกลับเข้าไปถามทางหรือเดินสุ่มๆไป มาร์คัสก็ผลักบานประตูออกมาจากท้องพระโรงพอดี  ทำไมตอนอยู่ในนั้นข้าไม่เห็นเขาล่ะ? ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามก็โดนเจ้าน้องชายดึงเข้าไปกอด แขนถูกรวบอยู่ในอ้อมกอดเหล็ก หน้าผากข้ากระแทกเข้ากับจมูกโด่งของเขา

“มาร์คัสเกราะเจ้าแทงสีข้างข้า อีกอย่างเจ้ามาทำอะไรแบบนี้ในพระราชวังได้อย่างไร ข้าดึงตัวเขาออกมาให้พ้นจากประตูท้องพระโรง

“ทำไมท่านไม่บอกข้า”

“เรื่องไหนล่ะ”มันมีหลายเรื่องที่ข้าไม่ได้บอกตั้งแต่เรื่องขโมยกินของว่างเขาตอน 3 ขวบยันเรื่องขโมยกินนมน้ำผึ้งตอนที่เขากลับมาเยี่ยมบ้านครั้งล่าสุด

“ทุกเรื่องทั้งเรื่องดาบ เรื่องภาษี”

“ข้านึกว่าท่านน้าทิมบอกเจ้าแล้ว”ข้าโยกหัวมาร์คัสไปมา ดวงตาสีผลวอลนัทของเขามีน้ำตาคลอเล็กน้อย โตขนาดนี้ยังร้องไห้อยู่อีก แต่จะว่ามันก็ไม่ได้ เพราะแค่ตะคริวกินข้ายังร้องเลย

“ท่านไม่เห็นต้องลำบากขนาดนี้ แค่บอกข้าก็ได้แล้วแท้ๆ”

“มาร์คัส หากเรื่องมันง่ายเช่นนั้นข้าคงบอกเจ้าไปตั้งนานแล้ว”เจ้าน้องชายที่นานทีจะกลับบ้าน จะให้ไปรบกวนได้อย่างไร และหากบอกมาร์คัสไปก็ไม่รู้ว่าทางการจะจัดการเรื่องนี้ให้เมื่อไหร่ สู้หาทางไปพบพระราชายังจะง่ายกว่า

“แต่ท่านไปเอาดาบนั่นมาได้ยังไง ไปแคว้นคอสฮิวตอนไหน ท่านเจอจอมมารจริงหรือ ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม”ข้ายกมือขึ้นปิดปากเจ้าหมาตื่นตระหนก มือไม้ที่พลิกตัวข้าไปมาหยุดชะงัก

“ช่างเรื่องดาบเถอะ รู้แค่ว่าข้ากลับมาอย่างปลอดภัย ไม่ได้หายไปไหนก็พอ”อยากบอกเหลือเกินว่าปราสาทของจอมมารปลอดภัยกว่าปราสาทที่เจ้าทำงานอยู่เสียอีก อย่างน้อยก็ไม่มีคนมากดหัวกดหลังข้าแบบนี้

“แต่-”

“มาร์คัส อย่าถามอีก”เจ้าน้องชายยอมพยักหน้าถึงคิ้วจะขมวดเป็นปมก็ตาม หากเขาคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ ก็คงจะได้รับคำตอบเดิม การเดินไปขอจากจอมมารนั่นแหละ

“แล้วเรื่องที่เป็นถึงรองหัวหน้าอัศวินจะไม่บอกกันหน่อยหรือ”

“ข้ากะว่าถ้าได้เป็นหัวหน้าอัศวินแล้วจะบอกขอรับ แต่ดูแล้วคงยากเพราะมีท่านคาลเพรอส”

“ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้”ข้าบีบไหล่มาร์คัสแน่นอย่างให้กำลังใจ อย่าให้คนที่ใช้แต่กำลังเป็นหัวหน้าเลย เจ้าจงรีบถีบหมอนั้นให้ร่วงแล้วเสียบแทนซะน้องชาย!  มาร์คัสส่ายหางพยักหน้ารับอย่างไวแล้วจูงมือข้าไปยังคอกม้า กระเป๋าย่ามกับถุงกำมะหยี่ขนาดพอดีมือถูกส่งมาให้

“เป็นของตอบแทนจากท่านราชินีขอรับ”มาร์คัสบอก พอข้าเปิดดูถึงกับอ้าปากค้าง เหรียญทอง! เหรียญทองหลายสิบเหรียญอยู่ในถุงใบเล็กนี่ ข้ารีบเก็บมันลงกระเป๋าย่าม เก็บไว้ในส่วนที่ปลอดภัยจากการถูกล้วงที่สุด

มาร์คัสต้องไปทำงานของรองหัวหน้าอัศวินจึงไม่สามารถมาส่งข้าได้ ซึ่งก็ดีแล้วข้าอยากเที่ยวเล่นที่เมืองหลวงอีกนิดหน่อย

เจ้าแป้งเจ้าไข่ ข้าจะซื้อของไปฝากเพราะฉะนั้นรออีกหน่อยนะ

หลังจากถามจุดขนส่งสาธารณะจากมาร์คัสแล้วก็โบกมือลาเจ้าน้องชายที่ออกมาส่งที่หน้าประตูทางเข้าพระราชวัง

“ท่านพี่อย่าเดินตามคนแปลกหน้านะขอรับ”

“รู้แล้ว ข้าไม่ทำหรอก”

“เก็บกระเป๋าไว้ดีๆนะขอรับ”

“อืม”

“อย่าซื้อของแปลกๆกลับบ้านนะขอรับ”

“รู้แล้วๆ ข้าไปก่อนนะ”

“ท่านพี่...”

“อะไรอีก”ข้าหันไปมองเจ้าน้องชายที่เริ่มงอแงเป็นเด็กๆ มือของเขาดึงรั้นกระเป๋ายามของข้าไว้ ท่านรองหัวหน้าอัศวินทำแก้มพองลมยื่นมาให้ ข้าเข้าไปหอมแก้มมันให้จบๆแล้วรีบเดินออกมา ทหารรักษาการณ์จ้องตาแทบถลนอย่างไม่เชื่อว่าคนที่ร้องงอแงให้พี่ชายหอมแก้มคือท่านรองหัวหน้าอัศวิน

เจ้าไม่อาย แต่ข้าอายนะมาร์คัส

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ออฟานก็จริงจังเป็นนะคะ! โดยเฉพาะเรื่องเจ้าสาวของเพื่อน

ตอนนี้ค่อนข้างอธิบายยาก เรื่องการเก็บภาษีใครอ่านแล้วไม่เข้าใจบอกเรานะคะ เราจะไปปรับให้เข้าใจมากขึ้น

ถ้าจะให้อธิบายก็คือ สำนักงานใหญ่ส่งรายชื่อและจำนวนเงินที่คนๆนั้นต้องชำระให้หน่วยสรรพากรในแต่เมืองซึ่งทางสำนักงานใหญ่จะเขียนยอดรวมไว้ว่าเดือนนี้ต้องจ่ายเท่านี้นะ แต่พวกสรรพากรในเมืองก็แอบแก้ตัวเลขตัดภาษีของพวกขุนนางทิ้ง และไปโปะให้ชาวบ้านรับผิดชอบแทน โปะจนยอดรวมเท่ากับที่สำนักงานใหญ่สั่งมานั้นแหละค่ะ

กำลังคิดว่าเราขยันไปหรือป่าว ทำไมเรื่องเรียนไม่ตั้งใจแบบนี้บ้าง5555 อัพแทบทุกวันเลย

ขอคำติคำชมด้วยนะคะ ตอนนี้ท่านจอมมารไม่ว่าง เอาคนน้องไปก่อนนะคะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.845K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9,217 ความคิดเห็น

  1. #9206 xxxlilly (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:09
    ขอให้ตรวจสอบงี้เท่เลยน้า พี่น้องคู่นี้น่ารักมาก มาร์คัสเหมือนหมาตัวโต ๆ เลย คำเตือนว่าอย่าเดินตามคนแปลกหน้าจากทั้งน้องทั้งแม่คือแสดงให้เห็นเลยว่าในสายตาทุกคนออฟานคือสามขวบ555555
    #9,206
    0
  2. #9198 Burning Princess (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 23:27
    ระ...เรือผีจริงด้วย
    #9,198
    0
  3. #9165 queenYB (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 15:35
    เจ้าลูกหมามาร์คัส อั้ยย เอ็นดูวววว
    #9,165
    0
  4. #9094 mssss (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 22:12
    มาคัสน่าเอ็นดู ออฟานก็หล่อเลยปะของี้555555555
    #9,094
    0
  5. #9022 Ruanjai (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 11:44
    มาคัสน่ารักมากก
    #9,022
    0
  6. #8942 ภนุ. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 21:11
    เรือบาปคือแล่นไวมากเลยค่ะ 555555555555555
    #8,942
    0
  7. #8929 SUNelf213 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 19:48
    ตกลงใครคู่ใครนะคะ การพาสมันดูแปลกๆ
    #8,929
    1
  8. #8917 lionmeoww (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 12:27
    หนูรู้กกกกก หนูคนดีของมี๊
    #8,917
    0
  9. #8913 บาบาน่า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 00:17
    ในระหว่างที่เรือบาปทั้งงุ้งงิ้งเอย หอมแก้มเอย กลับมาที่เรือหลักนะคะ ยังทำมากสุดแค่เกี่ยวก้อยเอง โถ่วววว 5555
    #8,913
    0
  10. #8899 ZalmonT (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 00:58
    โอยน้อง คนดี คนเก่ง น่ารักมากกก
    #8,899
    0
  11. #8868 personalprim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 02:09
    เอ็นดู ตอนแรกนึกว่าน้องจะขอตัง คนดีมากก
    #8,868
    0
  12. #8829 tothemoonnnn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 23:00
    แงง มาคัสน่ารักกกจริงๆ
    #8,829
    0
  13. #8828 tothemoonnnn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 23:00
    แงง มาคัสน่ารักกกจริงๆ
    #8,828
    0
  14. #8700 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 23:31
    น่ารัก ออฟานเก่งที่สุดดดดด
    #8,700
    0
  15. #8659 ~*!Ev@Chan!*~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:40
    ทำไมไม่มีฉากหรือการบรรยายว่าออฟานเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว น้องเพิ่งออกมาจากห้องขังนั
    #8,659
    0
  16. #8658 ~*!Ev@Chan!*~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:38
    พอน้องออฟานจริงจัง ทางนี้ก็จริงจังไปด้วยเลย ท่าทางพระราชาเหมือนมีส่วนรู้เห็นเรื่องนี้
    #8,658
    0
  17. #8605 B.TEm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:18
    เนี่ย นังเด่กคนนี้มันน่ารัก พระราชินีต้องเห็นอะไรในตัวน้องแน่ ๆ โลย เอ็นดูน้องใช่มั้ยคะ หนูก็เหมือนกันค่ะ ฮือ
    #8,605
    0
  18. #8568 manabi kaminaga (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:13
    เห็นมานานเเล้ว เวลาน้องออฟานบรรยายจะแทนสีต่างๆเป็นของกินตลอด เชื่อเเล้วลูกว่าชอบกินค่ะ555555
    #8,568
    0
  19. #8535 DawnyManeejun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:34
    โอ้ยน้อนนเอ็นดูการต้องกลับไปรีดนมวัวอะลูกเอ้ย
    #8,535
    1
    • #8535-1 nichajeenim2550(จากตอนที่ 9)
      21 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:46
      55555+
      #8535-1
  20. #8488 kristkatt (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:26
    งืออออ

    ชอบการที่พี่ชายอ้อนน้องงง
    #8,488
    1
    • #8488-1 kristkatt(จากตอนที่ 9)
      10 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:26
      น้องชายอ้อนพี่สิ ว๊อยยยย

      5555+
      #8488-1
  21. #8467 bblare (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:21
    พล็อต​เรื่องตอนนี้ดีมากค่ะ​ ปูเรื่องมาได้ดีเลย ออฟานเป็นคนดีจัง​ ขอให้จอมมารรักจอมมารหลงนะลูกนะ
    #8,467
    0
  22. #8415 y_pps (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:14
    สนุกมากเลยค่ะ
    #8,415
    0
  23. #8394 NoeynoeyEiei (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:07
    เรือไหนดีคะ
    #8,394
    0
  24. #8386 lills (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:59
    น้องชายน่ารัก
    #8,386
    0
  25. #8235 aNa_AoNg (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 23:49

    อร้ายยย จบเรื่องไปด้วยดี นึกว่าจะไม่จบง่ายๆนะคะเนี้ยยยย

    #8,235
    0