[YAOI]ท่านจอมมาร! ข้าขอดาบท่านได้หรือไม่ขอรับ [สนพ.ฟาไฉ]

ตอนที่ 6 : เตรียมของ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33,676
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,166 ครั้ง
    2 ธ.ค. 61


            บทที่ 5 เตรียมของ

                ท้องฟ้าสดใสในยามเช้าขัดกับพื้นที่ใต้ตาของข้าที่เหมือนเกิดพายุฝนกระหน่ำ เมื่อวานหลังจากทำกิจกรรมประจำวันอย่างการรีดนมและให้อาหารสัตว์เสร็จ ข้าก็เก็บตัวอยู่ในโถงนั่งซ่อมผ้ากันเปื้อนของเด็กๆ จนเสร็จต่อด้วยงานแยกถั่วของท่านลุงเบนที่ทำข้าตาลายจนปัดตะเกียงล้ม เป็นเหตุที่ทำให้บ้านเกือบวอดไปทั้งหลัง

                ข้าดันตูดเจ้าอียอร์ออกจากคอก แบกกระสอบถั่วและห่อผ้าขึ้นไปบนหลังของมัน การนำดาบไปให้พระราชาต้องเดินทางไปที่เมืองหลวง ดังนั้นข้าจึงเร่งสะสางงานทั้งหมดให้เสร็จเพราะไม่รู้ว่าภารกิจอันใหญ่หลวงนี้จะใช้เวลานานแค่ไหน

                หลังจากฝากเจ้าอียอร์ไว้ที่ดูแลสัตว์พาหนะ ข้าหอบห่อผ้าของเด็กไปตามทางไม้หมอนและหยุดเท้าที่หน้าอาคารไม้ชั้นเดียวที่ทาสีขาวทั้งหลัง กำแพงสีขาวพวกนี้เป็นเหมือนหน้ากระดาษให้เด็กได้ระบายภาพจินตนาการของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นบนกำแพงจึงมีภาพบูดเบี้ยวตามฝีมือประดับอยู่ทั่ว

สนามหญ้าข้างหน้ากว้างพอที่จะให้วิ่งเล่นและทำกิจกรรม เครื่องเล่นอย่างชิงช้า ม้าโยก ไม้กระดกกระจายอยู่ตามมุมต่างๆ ตามแนวรั้วไม้ปลูกไม้พุ่มไว้ตลอดแนว ท่านครูเซเวียร์กำลังพาเด็กๆเดินออกจากห้องเพื่อไปรับประทานอาหารที่โรงอาหาร ข้ารีบร้อนเดินเข้าไปหานางทันที

                “อุ๊ย ทำเสร็จแล้วหรือจ๊ะ”เด็กๆหยุดเท้าตามท่านครู พวกเขาพยายามชะโงกหน้าเข้ามาของที่อยู่ในมือข้า

                “พอดีข้ามีธุระต้องเข้าเมืองหลวงน่ะขอรับ เลยต้องรีบสะสางงานให้เสร็จ”เนื่องจากห่อผ้ามีน้ำหนักไม่ใช่น้อย ข้าเลยถือมันไปถึงที่โรงอาหารแล้วเรียกชื่อให้เด็กๆมารับผ้ากันเปื้อนของตัวเองตามชื่อที่ปักไว้ กล่าวเตือนเด็กบางคนให้ดูแลตัวเองดีๆเพราะรอยขาดบนผ้ากันเปื้อนรุนแรงเกินไปสำหรับเด็กอนุบาล

“นี่ค่าตอบแทนจ้ะ ขอบใจมากนะจ๊ะ เด็กๆขอบคุณพี่ออฟานเร็ว”เสียงเจี๊ยวจ๊าวเล็กๆกล่าวคำขอบคุณออกมาอย่างพร้อมเพรียง ทำให้อดเปรียบเทียบกับตอนตัวเองเป็นเด็กอนุบาลไม่ได้ พวกเขาดูเป็นเด็กดีกว่ารุ่นของข้ามาก ตอนข้าเรียนจบ เหล่าท่านครูแทบหลั่งน้ำตาด้วยความปีติ

                “ตั้งใจเรียนนะเด็กๆ ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”ข้าโบกมือลาแล้วกลับไปหาเจ้าอียอร์ กระสอบถั่วที่หนักหลายกิโลถูกแบกไว้บนบ่า เหงื่อเม็ดเล็กไหลลงมาตามคางถึงจะน่ารำคาญแต่สองมือก็ไม่วางพอที่จะละออกไปเช็ดมันออก ข้าเดินไปกลับระหว่างที่ดูแลสัตว์พาหนะกับร้านท่านลุงเบนสี่ครั้งตามจำนวนกระสอบ

สัตว์พาหนะทุกชนิดไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในตัวเมือง เว้นเสียแต่จะมีคอกของตัวเองอยู่ในเมือง เหตุที่ต้องเอาพวกมันไว้ข้างนอกเพราะพวกมันอาจอึเรี่ยราด หรือตื่นคนจนเกิดความเสียหายกับทรัพย์สินและผู้อื่น ทางการเลยสั่งให้สร้างคอกสำหรับฝากสัตว์พาหนะไว้ที่ประตูเมืองหรือทางเข้าอื่นๆแถมยังมีการจ่ายเป็นรายวัน รายเดือน รายปีตามความสะดวก

เมื่อถั่วกระสอบสุดท้ายมาถึงร้านของท่านลุงเบน ข้าก็ทิ้งตัวนอนแผ่หลากับพื้นร้าน คอเสื้อและแขนเสื้อถูกดึงขึ้นมาเช็ดเหงื่อ ถึงจะใช้แรงเยอะไปหน่อยแต่แลกกับเงินและกล้ามแขนก็ถือว่าคุ้มค่า

“ขอบใจมากออฟาน ไว้ครั้งหน้าจะใช้บริการเจ้าอีก”ท่านลุงเบนส่งน้ำดื่มมาให้ ข้าดื่มมันทั้งที่นอนอยู่จึงสำลักเล็กน้อย

“ขอบคุณขอรับ”

“นี่ค่าตอบแทนของเจ้า ข้าเพิ่มให้อีกนิดหน่อยเห็นแก่ที่เจ้าทำงานไว”ข้ายิ้มแก้มแทบปริ ถึงท่านลุงเบนจะมีใบหน้าที่ค่อนไปทางดุแต่ท่านเป็นคนใจดีมาก ถุงเงินหนักๆที่อยู่ในมือเป็นการแสดงความใจดีของท่านอย่างหนึ่ง

“หากท่านต้องการแรงงานช่วยรอสักห้าหกวันนะขอรับเพราะข้ามีธุระต้องเข้าเมืองหลวง”

“งั้นเจ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน จะเข้าเมืองหลวงทั้งทีต้องมีเสบียง”ท่านลุงเบนเข้าไปที่หลังร้านก่อนจะออกมาพร้อมน้ำเต้าหู้และขนมปังไส้ถั่วแดง และการปฏิเสธน้ำใจผู้สูงวัยเป็นเรื่องที่โหดร้ายมาก ข้าเลยรับพวกมันเอาไว้

ก่อนกลับข้าฝากให้ท่านลุงเบนนำเรื่องที่ข้าเข้าเมืองหลวงไปบอกท่านป้ามาเรียให้หน่อย ซึ่งท่านก็ตกปากรับคำว่าจะบอกนางให้หากเจอที่สวนสาธารณะของเมือง พวกท่านสนิทกันพอสมควรเพราะชอบเต้นออกกำลังกายเหมือนกัน สำหรับข้าแล้วพวกท่านเป็นเหมือนลุงป้าแท้ๆดังนั้นจะไปไหนเลยต้องมาบอกพวกท่านก่อน

ข้าเดินกลับไปที่ดูแลสัตว์พาหนะด้วยความเหนื่อยล้า หลังจากจ่ายเงินค่าดูแลเสร็จก็ใช้หลังเจ้าอียอร์เป็นที่พักสายตาทันที เชื่อว่ามันฉลาดพอที่พาข้ากลับบ้านได้โดยสวัสดิภาพ

“ออฟานลูกรัก ออฟาน”สัมผัสอุ่นที่แนบกับแก้มทำให้ขยับไปใกล้ฝ่ามือนั้นมากขึ้น เปลือกตาหนักๆเปิดออกอย่างยากลำบาก

“อรุณสวัสดิ์ขอรับ ท่านน้าแอน”ข้าพึมพำแล้วปล่อยให้ท่านน้าแอนจูงอียอร์ไปถูกกับรั้วบ้าน สองมือเกาะขนสีชาร์โคลแน่นจนมันร้องออกมา ก็ข้ากลัวตกนิ

“ปล่อยเจ้าอียอร์เถอะลูก แล้วทำไมไม่เรียกว่าท่านแม่กันหืม”ข้าซุกหน้ากับหลังของเจ้าอียอร์อย่างไม่ยอมปล่อย แต่ดูเหมือนจะลืมอาบน้ำให้มันนานไปหน่อย กลิ่นตุเชียว

“มีอะไรหรือ แอนนา”ท่านน้าทิมตะโกนมาจากทางประตูบ้าน ตามด้วยเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

“ลูกเราไม่ยอมตื่นนะสิ”

"เจ้าอยากให้พ่ออุ้มเข้าบ้านหรือลูกรัก"เสียงกระซิบที่ข้างหูทำข้าดีดตัวขึ้นจากหลังอียอร์ทันที ท่านน้าทิมเป็นคนพูดจริงทำจริง แต่ด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้นกับส่วนสูงของข้าที่เลยท่านน้าทิมมาแล้ว การอุ้มข้ามีแต่จะทำให้ท่านหลังเดาะจนหามไปส่งท่านหมอแทบไม่ทันแต่คราวก่อน

“ตื่นแล้วขอรับ”ท่านน้าทั้งสองดึงข้าเข้าไปหลบหนาวในบ้าน ท่านน้าแอนเล่าว่าเจ้าอียอร์เดินผ่านตอนที่ท่านกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ดี และการเห็นข้านอนหลับสนิทบนหลังลาเป็นอะไรที่ไม่ปลอดภัยเท่าไหร่เลยตัดสินใจเข้ามาปลุก ดูเหมือนว่าการแบกถั่วสี่กระสอบจะทำให้ร่างกายเหนื่อยไปสักหน่อย ปกติข้าไม่ใช่คนขี้เซานะ

บ้านของท่านน้าทั้งสองเป็นบ้านไม้สองชั้นขนาดพอเหมาะสำหรับการอยู่เป็นครอบครัว รอบตัวบ้านมีสวนดอกไม้และพืชผักสวนครัวปลูกไว้ตามวิถีชาวบ้าน ต้นไม้น้อยใหญ่กระจายอยู่รอบๆแต่ตอนนี้เป็นฤดูใบ้ไม้ร่วงจึงไร้การผลิดอกออกผล บริเวณบ้านเลยดูแห้งแล้งไปหน่อย ชั้นล่างแบ่งเป็นสามส่วนคือห้องรับแขก ห้องครัว ห้องน้ำ ชั้นบนมีห้องนอนสามห้องและห้องน้ำอีกหนึ่ง

ภายในบ้านยังมีสภาพเหมือนตอนที่ข้ายังไม่ย้ายออกมา ชุดโซฟาผ้ายังตั้งอยู่กลางห้องรับแขก โต๊ะไม้เตี้ยๆที่สมัยก่อนข้าใช้เล่นเกมกระดานกับท่านน้าทิม ตู้เก็บด้ายที่ยังรกไม่ต่างจากเดิมของท่านน้าแอน ตู้หนังสือที่มีหนังสืออัดแน่นจนแทบปิดไม่ได้ก็ยังตั้งอยู่มุมเดิม ห้องครัวมีอุปกรณ์ทำอาหารมากมายจนเลือกใช้ไม่ถูกนั่นก็ยังเหมือนเดิม

“วันนี้ข้าทานมื้อเย็นด้วยนะขอรับ”ท่านน้าทิมหยุดคนแก้วโกโก้ร้อน คุกกี้ในจานที่ท่านน้าแอนถือมาตกกระจายไปทั่ว ด้วยความเสียดายข้าจึงเก็บพวกมันขึ้นมากินแต่ก็ถูกท่านน้าทิมตีมือ

“แม่จะไปเตรียมของโปรดลูก”ท่านน้าแอนเมินคุกกี้ที่ตกตายไป ท่านวิ่งกลับเข้าไปในครัว เสียงเคาะกระทะตีตะหลิวดังขึ้นยกใหญ่

“สามเดือนแล้วที่ลูกไม่ยอมมาทานข้าวที่บ้าน”ข้าที่ไม่มีอะไรจะเถียงจึงเอนลงไปนอนหนุนตักท่านน้าทิม แก้วโกโก้ถูกวางไว้บนโต๊ะ ฝ่ามืออุ่นลูบศีรษะของข้าไปมา หลังจากหามุมสบายได้แล้วหนังตาก็เริ่มปิดตาลงอีกครั้ง

 

“ท่านแม่ทำอะไรขอรับ เสียงดังไปถึงข้างบนเลย”เสียงตะโกนดังมาจากชั้นบน ตามด้วยเสียงฝีเท้าเดินลงบันไดที่ดังเสียจนบุพการีทั้งสองต้องส่งเสียงเตือน

“ชู้ววววว”มาร์คัสหยุดยืนอยู่กับที่ด้วยความงุนงง แต่ก็ไม่ส่งเสียงดังอีกตามที่พวกท่านบอก อัศวินหนุ่มพึ่งตื่น แม้จะเป็นวันหยุดแต่อัศวินที่ดีก็ไม่ควรละเลยการฝึกดาบไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเวลาใดก็ตามและดูเหมือนว่าเขาจะนอนพักนานไปหน่อยถึงตื่นมาในตอนค่ำแบบนี้

ร่างสูงชะโงกหน้าเข้าไปในห้องครัว อาหารถูกจัดวางเต็มโต๊ะราวกับที่บ้านจัดงานเลี้ยงฉลองคนทั้งหมู่บ้าน

“วันนี้มีแขกหรือขอรับ”คำตอบที่ได้จากท่านแม่มีเพียงการโบกมือไล่ให้ไปดูที่ห้องรับแขก เมื่อหันไปมองที่ห้องรับแขกกก็พบเพียงหลังของท่านพ่อที่กำลังจิบโกโก้ร้อน กว่าจะรู้ว่าแขกคนสำคัญเป็นใครก็ตอนที่นั่งลงบนโซฟา...พี่ชายของเขากลับมาทานข้าวที่บ้านแล้ว

“ท่านพ่อ ข้าอยากให้ท่านพี่นอนตักข้าบ้าง”มาร์คัสกระซิบคุยกับทิมเมอร์ที่ยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ

“ตักแข็งๆของเจ้าใครจะไปอยากนอนกัน ให้ท่านพี่ของเจ้านอนตักข้าน่ะดีแล้ว”ทิมเมอร์ลูบศีรษะลูกชายบุญธรรมเบาๆ แต่ดวงตาส่งความเยาะเย้ยไปให้ลูกชายแท้ๆ

“ตักยานๆของท่านจะไปนอนสบายได้อย่างไร”

"เจ้าลูกเนรคุณ! เจ้ากล้าว่าข้ายานหรือ ออฟานมานอนตักข้าเองเลยนะ"

"ถ้าข้าอยู่ด้วยตอนนั้น ท่านพี่ขอต้องนอนตักข้าแน่นอน"

มาร์คัสลุกขึ้นมานั่งโซฟาตัวเดียวกับทั้งสอง เขายกเท้าของออฟานขึ้นมาวางบนตัก มือพยายามคว้าพี่ชายขึ้นมาแต่ทิมเมอร์ดันมือเขาออก ไม่ให้ยุ่งกับคนที่กำลังนอนหนุนตักตนเอง ลูกชายคนเล็กกับคุณพ่อเริ่มประกาศสงครามกัน เสียงทะเลาะหงุงหงิงปลุกร่างที่คั่นกลางระหว่างพวกเขาให้ตื่น ดวงตาสีอำพันที่เจ้าตัวเรียกมันว่าสีน้ำผึ้งเดือนห้ากะพริบไล่น้ำตาหยดเล็ก ออฟานบิดขี้เกียจก่อนจะลุกไปนั่งที่ประจำในห้องครัว รับถ้วยข้าวจากแอนนา ตักอาหารเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ สองพ่อลูกกระแอมไอเล็กน้อย พักสงครามแล้วไปนั่งทานมื้อเย็น

 

ดูเหมือนว่าก่อนทานข้าวมีการทะเลาะเล็กๆระหว่างท่านน้าทิมกับมาร์คัส เรื่องอะไรนั่นข้าไม่อยากรู้หรอกในเมื่อกลิ่นอาหารในห้องครัวมันน่าสนใจมากกว่า ข้าอ้าปากรับกับข้าวที่ท่านน้าแอนป้อน รสผัดผักกระจายไปทั่วลิ้น ใบกรุบกรอบ รสชาติกลมกล่อมตามฉบับของท่านน้าแอน มาร์คัสและท่านน้าทิมพยายามป้อนบ้างแต่เรื่องนี้ข้ายอมให้ท่านน้าแอนคนเดียว

“มาร์คัส พรุ่งนี้ข้าขอไปเมืองหลวงกับเจ้าได้หรือไม่”

“หา!”ทั้งสามคนอุทานออกมาพร้อมกันเหมือนมันเป็นเรื่องแปลก การทานอาหารหยุดชะงัก

“ท่านพี่มีธุระอะไรที่เมืองหลวงหรือขอรับ”

“งานส่งของน่ะ”ส่งของให้พระราชา...ที่ต้องโกหกแพราะหากพวกเขารู้ว่าข้าบุกไปปราสาทจอมมารคนเดียวคงได้อกแตกตาย และอาจโดนดุที่ไปในที่อันตราย ดังนั้นการโกหกเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ดีต่อตัวข้า พวกเขาและท่านจอมมาร

“ก็ได้อยู่หรอกขอรับ แต่ท่านต้องนั่งม้าตัวเดียวกับข้านะ”หากเจ้าน้องชายมีหางคงส่ายไปมาพั่บๆ                                                                   

“ไม่มีปัญหา”ได้ยินมาว่าม้าของพวกอัศวินแข็งแรงมาก นั่งสองคนความเร็วก็ไม่ตก

“เจ้าต้องดูแลออฟานให้ดีนะมาร์คัส”

“ใช่ พี่ชายของเจ้าเข้าเมืองหลวงครั้งแรกนะ”ข้าดันมือท่านน้าทิมออกจากศีรษะ ถึงจะเป็นการเข้าเมืองหลวงครั้งแรกแต่ข้าก็โตพอที่จะดูแลตัวเองแล้ว

หลังจากมื้อเย็นจบลงข้าก็ยกถ้วยชามไปล้าง เจ้าน้องชายตัวโตรีบตามมาช่วยไม่ห่าง พวกเรานั่งฟังคำแนะนำในการเข้าเมืองหลวงของท่านน้าเสร็จที่ดูจะลากยาวไปเรื่อยๆหากมาร์คัสไม่ขัดขึ้นมาเสียก่อน พวกท่านขอให้ข้านอนที่นี่แต่ข้ายังไม่ได้จัดของเลยขอตัวกลับบ้าน

แสงสลัวๆจากตะเกียงพอให้มองเห็นข้าวของภายในห้อง ข้าหยิบกระเป๋าย่ามใบใหญ่ที่ใช้สำหรับเดินทางไกลออกมาจากตู้เสื้อผ้า เสื้อผ้าสองสามชุดถูกยัดลงไปตามตัวเสื้อคลุมสำรองอีกตัว เสบียงอาหารที่ได้จากท่านลุงเบนและถุงเงินจำนวนหนึ่งถูกหย่อนลงไปเป็นสิ่งสุดท้าย ดาบของท่านจอมมารที่ซ่อนอยู่ใต้เตียงถูกนำออกมาห่อด้วยผ้าผืนใหญ่ ตั้งแต่ปลายดาบถึงตัวด้ามมีความยาวเท่าแขนของข้าถือว่าไม่ยาวนักแต่มันก็ยาวเกินกว่าที่จะยัดลงย่ามได้ ข้าเลยคิดว่าจะผูกมันไว้ที่หลังแทน

เมื่อตรวจดูจนแน่ใจแล้วว่าไม่ลืมสิ่งสำคัญ ข้าก็ดับตะเกียง ผ้าห่มถูกตวัดขึ้นมาคลุมถึงปลายคางไม่ให้อากาศหนาวของฤดูใบไม้ร่วงแทรกเข้ามาได้ แต่พลิกตัวไปมาอยู่นานก็ข่มตาหลับไม่ได้เสียที แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างเหนือหัวเตียงเข้ามา เงาก้านและไม้ของต้นไม้ปรากฏบนกำแพงปลายเท้า ข้านอนมองเงามันอยู่พักใหญ่ ในเมื่อหลับไม่ได้จึงตัดสินใจชูมือขึ้นมา พับบางนิ้วลงจนเกิดเงารูปสัตว์ต่างๆบนกำแพง ทั้งผีเสื้อ สุนัข นก สิงโตถูกเสกขึ้นมาบนกำแพงไม้ ระหว่างที่กำลังสนุกไปทำการเสกสิงสาราสัตว์ เงาบนกำแพงกลับเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง มันมีรูบร่างคล้ายคนจนน่าตกใจ ข้าดึงมือกลับเข้ามาใต้ผ้าห่ม เพ่งมองเงาสีดำที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย

                บ้านข้าไม่มีระเบียงนะ ดังนั้นเงาที่มีรูปร่างคล้ายคนนี่ต้องไม่ใช่ คน แน่ๆ

ก๊อกๆ

เสียงเคาะหน้าต่างทำให้ข้าขดตัวเข้าไปซ่อนในผ้าห่ม ดึกดื่นเช่นนี้มนุษย์ที่ไหนจะออกมาเคาะหน้าต่างบ้านคนอื่นเล่า ข้าพยายามข่มตาหลับไม่สนใจเสียงเคาะหน้าต่างที่ยังดังไม่หยุด มันเคาะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ไม่ได้แรงขึ้นหรือลดลงจากในตอนแรก พวกนกอาจจะบินมาชนกระจกก็ได้ ข้าปลอบใจตัวเอง

“ออฟาน”มันรู้ชื่อข้าด้วย! ข้านอนนิ่งพยายามฟังเสียงนั้นอีกครั้ง เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยเรียกชื่อข้าดังขึ้นอีกสองสามครั้ง ความรู้สึกคันยุกยิกในใจทำให้ข้าชะโงกหน้าขึ้นมาดูก่อนจะผงะกับภาพที่เห็น

ท่านจอมมารลอยตัวอยู่กลางอากาศ! ข้ารีบเปิดหน้าต่าง ท่านจอมมารขยับเข้ามานั่งบนขอบหน้าต่าง ข้าเหลือบมองมันอย่างเป็นห่วงเพราะตัวท่านจอมมารก็ไม่ใช่น้อยๆ ถ้ามันหักขึ้นมาคงไม่ดีกับภาพลักษณ์ของเขาเท่าไหร่

“ขอโทษที่รบกวน”เสียงเอ่ยขอโทษกับแววตารู้สึกผิดที่มองมาให้ข้าแปลกใจนิดหน่อย จอมมารเอ่ยขอโทษมนุษย์ด้วยหรือ แต่ข้าก็ไม่ได้โกรธอะไร ที่เขามาดึกขนาดนี้ต้องเป็นเรื่องสำคัญมากแน่ๆ

“มีอะไรหรือขอรับ”

“สวมนี่”สร้อยข้อมือโลหะเรียบๆที่ตรึงอัญมณีสีน้ำผึ้งไว้ตรงกลางอยู่ยื่นมาตรงหน้า

“ตรวนทาสหรือขอรับ”ตรวนทาสต้องเป็นปลอกแขนใหญ่ๆหรือปลอกคอไม่ใช่หรือ แต่ท่านจอมมารอาจจะไม่ชอบแบบนั้นก็ได้เลยทำอันเล็กแทน ซึ่งก็ดูมีรสนิยมพอตัว

“ไม่ใช่”ท่านจอมมารโพล่งออกมา ข้าตกใจจนสติแทบจะบินออกจากร่าง ริมฝีปากของท่านจอมมารเม้มแน่น คิ้วเรียวขมวดเป็นปม ท่านแสดงสีหน้าเป็นแบบเดียวหรือขอรับ ข้าเห็นหน้าแบบนี้หลายครั้งแล้วนะ

“ใช้หาตัวเจ้า”

“ท่านกลัวข้าหนีหรือขอรับ”ถึงจะคิดว่ามันก็ไม่เห็นจะต่างจากตรวนทาสตรงไหน แต่ข้าก็ยื่นมือออกไปรับมันมาอยู่ดี ท่านจอมมารวางสร้อยลงบนฝ่ามือของข้า สายโลหะสั่นเล็กน้อยและเมื่อไล่สายตาขึ้นไปก็พบว่ามือจอมมารก็สั่นเช่นกัน ให้ตายเถอะ ลืมไปเลยว่านี่มันฤดูใบไม้ร่วง อากาศข้างนอกคงจะหนาวมากแน่ๆ มือเขาถึงได้สั่นขนาดนี้

“ท่านเข้ามา-”คำชวนของข้ากลายเป็นหมันไปทันทีเมื่อท่านจอมมารกระโดดลงจากหน้าต่างหายวับไปทันที สงสัยจะหนาวมากจริงๆถึงได้รีบร้อนกลับปราสาทขนาดนั้น ข้าสวมสร้อยโลหะเข้ากับข้อมือซ้าย การสวมเครื่องประดับเป็นที่นิยมในหมู่สตรีมากมายบุรุษ การที่ข้าสวมมันอาจจะแปลกตาสำหรับผู้อื่นไปบ้างแต่ช่างเถอะ การมีเจ้าหนี้เป็นจอมมารแล้วยังไม่ถูกขังไว้ในปราสาทก็ถือว่าดีเท่าไหร่แล้ว

หน้าต่างถูกปิดลงพร้อมกับเปลือกตาที่เริ่มหนักขึ้นมา สีหน้ารู้สึกผิดของท่านจอมมารติดอยู่ในหัวก่อนที่ห้วงนิทราจะเข้ายึดความคิด


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ออฟานของเราไม่ใช่หนุ่มน้อยร่างบางนะคะ

นางมีกล้ามแขนนิดหน่อย หุ่นแบบชาวบ้านสามัญทั่วไปนั้นแหละค่ะ แต่ถ้าเทียบจะท่านจอมมารจะดูดุ๊กดิ๊ก                 หุ่นพอดีมือท่านจอมมาร   ตอนต่อไปเรือผีเตรียมแล่นได้เลยค่ะ ส่วนนางจอมมารต้องให้เวลาเขาหน่อย

ช่วยติชมด้วยนะคะ เราอยากอ่าน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.166K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9,217 ความคิดเห็น

  1. #9203 xxxlilly (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:14
    ทุกคนรักออฟานมาก กลับบ้านทีดีใจกันใหญ่555555 ครอบครัวนี้น่ารักมากเลย ออฟานน่าจะอยู่บ้านนะ ไม่มีใครคิดว่าเราเป็นภาระหรอก แต่ถ้าอยู่บ้านก็ไม่ได้เจอจอมมาร
    #9,203
    0
  2. #9143 IsMyHope (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 00:55
    ออฟานตัวใหญ่ขนาดใหนก็ตัวเล็กตัวน้อยในสายตาเราอยู่ดี จิตใจคนเปนแม่อะเนอะ
    #9,143
    0
  3. #9121 TigKie_18 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 21:00
    วงวารคนรอบตัวออฟานนะ คงอยากบีบอยากบี้ อยากยุบยับ หนึบหนับไอ่น้อง แต่ติดที่ไอ่น้องไม่รู้ไรด้วยเลย5555
    #9,121
    0
  4. #9092 mssss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 19:17
    ทำไมเอ็นดูจอมมาร น่าร้ากกกก
    #9,092
    0
  5. #8996 BJ_KK (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 13:20
    ตาหนูแบบ ใสไปมั้ยลูก5555555 อากาศมันหนาวจนสั่นเลย55555555555
    #8,996
    0
  6. #8991 Kanitta2003 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 06:32
    ไรท์ปล่อยเรือแล้ว ชิปได้
    #8,991
    0
  7. #8897 ZalmonT (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 22:52
    แหน๊ เขินล่ะซี้ซซ ครอบครัวก็น่ารักมาก เอ็นดูไปหมดเลยย
    #8,897
    0
  8. #8865 personalprim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 01:43
    เขินจนมือสั่นเลย5555
    #8,865
    0
  9. #8697 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 22:54
    เรือผี's coming Lol
    #8,697
    0
  10. #8602 B.TEm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:13
    รอเรือผีเลยค่ะ ชอบอะไรที่มันค้ำคอร์55555 พ่อลูกนี่แย่งกันให้น้องออฟฟานหนุนตักคือน่ารักมาก เอ็นดธน้องมากกกก ใช่ป่ะคะ ;---;
    #8,602
    0
  11. #8566 manabi kaminaga (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:32
    ขี้เขินจริงจิ๊ง
    #8,566
    0
  12. #8383 lills (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:19
    ท่านจอมมารเขินอะดิ555555
    #8,383
    0
  13. #8318 Yukinong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 19:33
    ความปิติแบบ เย้ พวกเวรออกไปแล้วเย่่
    #8,318
    0
  14. #8297 Absolute_1a (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 18:19
    จอมมุ้งมิ้งง
    #8,297
    0
  15. #8289 atmosphere_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 13:28
    เอ็นดูท่านจอมมาร5555555555
    #8,289
    0
  16. #8232 aNa_AoNg (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 22:57

    ท่านจอมมารอย่ามัวแต่เขินสิคะ รุกเลยๆๆๆ เด๋วไม่ได้แอ้มน้องหรอก 555

    #8,232
    0
  17. #8198 itohrabynum (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 17:13
    ท่านจอมมารน้อยขี้เขิน!
    #8,198
    0
  18. #8090 ppvs_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 16:46
    555555555 น้องน่ารักโว้ย จอมมารก็น่ารัก!
    #8,090
    0
  19. #7858 Katie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 04:13

    ออฟานบางทีหนูก็ซื่อเกินไปนะคะลูก ไรท์เราขอลงเรือด้วยคนนน

    #7,858
    0
  20. #7844 Mildy@minim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 11:48
    อ่านมากี่ตอนก็อวยความน่ารักของท่านจอมมารทุกตอนเลย ท่านจะน่ารักขนาดนี้ไม่ได้นะคะ บอกน้องออฟานไปเลยว่าไม่อยากได้ทาสอยากได้คนรั--//แค่กๆ
    #7,844
    0
  21. #7796 Kanwara Spakss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 01:16
    ครอบครัวนี้มีความน่ารักมากมาย
    #7,796
    0
  22. #7634 uwyr_minmin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 01:04
    มือสั่นนี่ไม่ได้หนาวหรอกมั้งหนิ 5555
    #7,634
    0
  23. #7593 chocolato.p (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 23:55

    หลับคาหลังอียอร์แล้วให้มันพากลับบ้านก็ได้หรอ 555555555 ท่านจอมมาร แบบว่า ควรจะชมว่าทำได้ดีมากสินะ โถ เอาของมาให้เค้าแต่สั่นกึกๆเชียว

    #7,593
    0
  24. #7405 KING_Akira (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 18:22
    วางแผนอะไรอยู่รึเปล่าน้อ จอมมารเนี่ย
    #7,405
    0
  25. #7344 61imyoko (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 21:16
    ท่านจอมมารเขินสินะๆ
    #7,344
    0