[YAOI]ท่านจอมมาร! ข้าขอดาบท่านได้หรือไม่ขอรับ [สนพ.ฟาไฉ]

ตอนที่ 4 : ข้าจะรอดหรือไม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34,931
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,099 ครั้ง
    2 ธ.ค. 61



บทที่ 3 ข้าจะรอดหรือไม่

            เมืองบาเวลในอดีตเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่เพราะเหล่าผู้กล้าใช้เมืองนี้เป็นทางผ่านในการไปปราบจอมมารและปีศาจในแคว้นต่างๆ ทำให้เศรษฐกิจของหมู่บ้านใกล้ชายแดนแห่งนี้ค่อยๆดีขึ้นจนกลายมาเป็นเมืองอย่างในทุกวันนี้ ในเมืองบาเวลมีสถานที่อย่างละหนึ่งแห่งเท่านั้น ร้านขนมปังแห่งเดียว ร้านขายยาแห่งเดียว สถานพยาบาลแห่งเดียว แม้แต่โรงเรียนก็มีเพียงแห่งเดียว ทำให้คนในเมืองสนิทกันมากเพราะต้องคอยพึ่งพาอาศัยกันและกัน

                แต่โรงเรียนของเมืองนี้ไม่ธรรมดาเท่าไหร่เพราะมีการเรียนการสอนสำหรับผู้กล้าตั้งแต่อนุบาล เหมือนตามเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ที่ผู้กล้าจะเกิดในเมืองที่ห่างไกลจากเมืองหลวงมากๆ ดังนั้นแทบทุกเมืองที่ห่างจากเมืองหลวงจะมีหลักสูตรสำหรับผู้กล้าตัวน้อย บางเวลาอาจเรียนรวมกับเด็กปกติ มีเพียงไม่กี่วิชาที่พวกเขาต้องแยกออกมาเพื่อฝึกความเป็นผู้กล้าในตัว

การแยกเด็กธรรมดากับเด็กที่มีพลังวิเศษอย่างผู้กล้าคือการใช้ตราสัญลักษณ์ หากเด็กคนหนึ่งเกิดมาพร้อมสัญลักษณ์ มันจะปรากฏขึ้น ณ ส่วนไหนส่วนหนึ่งของร่างกาย และลืมภาพเก่าๆที่บอกว่าในทศวรรษจะมีผู้กล้าเพียงหนึ่งไปได้เลย เพราะในปัจจุบันมีผู้กล้าตัวน้อยอยู่ทุกเมือง เยอะจนเกิดการสอบคัดเลือกผู้กล้าไปปราบจอมมาร

                “รบกวนเจ้าซ่อมผ้าพวกนี้ให้ทีนะจ๊ะ”ท่านครูเซเวียร์ คุณครูแผนกอนุบาลส่งห่อผ้าขนาดใหญ่มาให้ ข้ารับมาพร้อมกับยิ้มร่า ถึงงานจะเยอะแต่ได้เงิน มากน้อยแค่ไหนข้าก็ทำหมด

                “มีกี่ผืนขอรับ”น้ำหนักของห่อผ้าค่อนข้างเยอะพอสมควร

                “เป็นผ้ากันเปื้อนของเด็กอนุบาลทั้งหมดน่ะจ้ะ ผู้กล้าตัวน้อยของเราเล่นกับเพื่อนๆแรงไปหน่อย”รอยยิ้มหุบฉับลงทันที หมายความว่าอย่างไรเล่นแรงไปหน่อย ข้าจำได้ว่ามีผู้กล้าตัวน้อยห้าคนเรียนที่นี่แต่พวกเขาก็เป็นแค่เด็กอนุบาลนะ

                “ข้าต้องส่งคืนวันไหนหรือขอรับ”

                “ขอภายในสามวันนะจ๊ะ”ดวงตาสีน้ำผึ้งเดือนห้าแทบถลนออกจากเบ้า นางยังเห็นข้าเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่ แต่เห็นแก่ที่นางเป็นสาวงามประจำมืองข้าจึงตอบตกลงแล้วหอบห่อผ้าไปวางบนหลังเจ้าอียอร์ มันเหลือบมองมาด้วยสายตาข่มขู่ หากเจ้าเอาของมาให้แบกเพิ่มก็เดินเท้ากลับเองเสียเถอะ ข้าลูบลำตัวมันเป็นการปลอบ

                “ขออีกงานนะ”ข้าวิ่งไปรับงานจากท่านลุงเบน คุณลุงร้านเมล็ดพันธุ์ที่ว่าจ้างให้ช่วยแยกเมล็ดถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วดำออกจากกัน ข้าแบกถั่วสี่กระสอบมาวางบนหลังเจ้าอียอร์ที่มองค้อนมาให้ มันเดินหนีไม่ยอมให้ขึ้นขี่ สุดท้ายข้าก็ต้องเดินเท้าจูงเจ้าอียอร์กลับบ้าน

                “ท่านพี่ออฟาน”มาร์คัสตะโกนเรียกตอนที่กำลังผ่านหน้าบ้านเขา ข้าหันไปยักคิ้วให้เป็นเชิงถาม

                “มีอะไรหรือ”เจ้าน้องชายวิ่งปราดเข้ามาลูบหัวอียอร์ไปมา

                “วันนี้ท่านแต่งตัวดีนะขอรับ ไปไหนมาหรือ”ข้าถูกจับหมุนไปซ้ายทีขวาที ชุดที่ใส่วันนี้เป็นเพียงเสื้อผ้าที่นานๆทีจะหยิบมาใส่เท่านั้น เสื้อผ้าฝ้ายแขนยาวสีน้ำข้าว กางเกงสีขนมปังผิงและเสื้อไหมพรมตัวใหม่ซึ่งทั้งหมดนี่กลายเป็นหมันตั้งแต่เมื่อเช้า ดังนั้นข้าจึงใส่ไปอวดในเมืองเผื่อว่าจะมีสตรีสักนางหันมาแลบ้าง

                “ไปทำธุระนิดหน่อย”

                “ท่านพี่รู้ข่าวเกี่ยวกับจอมมารหรือยังขอรับ”

                “เรื่องดาบน่ะหรือ”มาร์คัสจับไหล่ข้า ยึดให้ดวงตาของเราประสานกัน

                “อย่าได้ไปตามหาเชียวนะขอรับ”เดี๋ยวนี้เจ้าน้องชายกล้าใช้สายตาสั่งบังคับกับข้าแล้วหรือ เขานิ่งเรียบรอให้ข้าตอบตกลง แต่ไม่มีใครรู้ว่าจอมมารอยู่ที่ไหน มาร์คัสก็เช่นกัน มีเพียงข้าเท่านั้นที่รู้ว่าปราสาทหลังที่ 73ของจอมมารอยู่ที่ไหน

                “เจ้าอย่ากังวลไปเลย”ข้าดันหน้ามาร์คัสออกแต่กับโดนคว้ามือไว้ แก้มนุ่มถูไถไปกับฝ่ามือของข้าอย่างเอาแต่ใจ ให้ตายเถอะ ถ้าเจ้าเป็นเด็ก ข้าจะไม่ว่าเลย มาร์คัส!

                “จอมมารฆ่าคนแถมยังร้ายกาจมากๆ เขาเป็นคนไม่ดีนะขอรับ”เมื่อดึงมือออกมาได้ข้าก็เช็ดกับชายเสื้อ คำพูดเหมือนเด็กน้อยทำให้รู้สึกเสียใจนิดหน่อยที่ตอนเด็ก ข้าเลือกอ่านนิทานให้เขาฟังก่อนนอนแทนที่จะเป็นตำราหมอของท่านน้าทิม

                “เจ้าจะกลับวันไหน”ข้าตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง การคุยเรื่องนี้กับมาร์คัสไม่สนุกเท่าไหร่แค่มีข่าวว่าเมืองข้างๆโดนปีศาจบุก เจ้าน้องชายก็ตัวติดข้าแทบจะทุกวันจนมันสอบเข้าหน่วยอัศวินได้นี่แหละ ถึงได้หายใจหายคอสะดวกหน่อย

                “อีกสองวันขอรับ ครั้งนี้ข้าอยู่ไม่นานนัก ท่านพี่ไปทานข้าวด้วยกันเถอะนะ”ข้ารีบจูงเจ้าอียอร์ออกมาทันที หากเปรียบมาร์คัสเป็นสุนัขก็คงหูลู่หางตก ร้องหงุงหงิงจนน่าสงสารเชียวแหละ ถ้าไม่ติดว่าต้องรีบทำงานก็คงไปทานข้าวด้วยอยู่หรอก

                หลังจากเอาเจ้าอียอร์เข้าคอกแล้วข้าก็หอบข้าวของมาวางที่โถงสำหรับนั่งทำงาน เบาะนุ่มนิ่มทั้งหลายถูกนำมาทำเป็นเบาะรองนั่งและหมอนสำหรับเอนหลังพิง ห่อผ้ากันเปื้อนถูกแกะออกเป็นอย่างแรกเพราะเป็นงานด่วนกว่างานอื่นๆ ผ้ากันเปื้อนผืนน้อยจำนวนกว่าห้าสิบผืนถูกพับซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ

                เมื่อคลี่ผ้ากันเปื้อนผืนแรกออก...เจ้าไปฟัดกับสุนัขมาหรือ

                ผ้ากันเปื้อนผืนที่สอง...สภาพคล้ายจุดไฟเผาตัวเอง

                ผ้ากันเปื้อนผืนที่สาม...คงตกบันได

ผ้ากันเปื้อนผืนที่สี่...น่าจะตีกับเพื่อนหนักไปหน่อย

                หลังตรวจดูผ้ากันเปื้อนทั้งหมด ข้าเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าควรไปแจ้งหน่วยงานการศึกษาให้ยุบโรงเรียนแห่งนี้หรือแจ้งหน่วยงานคุ้มครองเด็กดี ความปลอดภัยของเด็กปกติที่ต้องอยู่ร่วมกับผู้กล้าตัวน้อยทั้งห้าน่าเป็นห่วงเหลือเกินขอรับ

                ข้านั่งซ่อมผ้ากันเปื้อนไปเรื่อยๆจนเลยเวลานอนไปนานพอสมควร เนื่องจากปลายนิ้วเริ่มประท้วงขอพักจึงเก็บอุปกรณ์เย็บปักแล้วไปอาบน้ำ หลังจากทำกิจกรรมก่อนนอนเสร็จก็ล้มตัวนอนทันที แก้มแบนกับหมอน ขาตวัดผ้าห่มขึ้นมาคลุมไม่ให้ความหนาวของฤดูใบไม้ร่วงแทรกเข้ามา หนังตาถูกความเหนื่อยล้าโจมตีจึงปิดลงอย่างรวดเร็ว

 

                ปังๆ

                “ออฟาน ออฟาน เฟอร์กัส”เสียงทุบประตูบ้านปลุกข้าให้ตื่น ดูเหมือนว่าการนอนดึกเมื่อคืนจะทำให้ตื่นสายไปหน่อย ข้าเดินเอื่อยๆไปเปิดประตู อลันถอนหายใจแรงๆเมื่อประตูเปิดออก เขาเรียนโรงเรียนเดียวกับข้าตั้งแต่อนุบาลจนจบ ข้าเคยตามจีบน้องสาวอลัน พอมันรู้ก็มีต่อยตีกันจนหัวร้างข้างแตก

                “ครั้งนี้เท่าไหร่”อลันเป็นสรรพากรที่ต้องมาเก็บภาษีชาวเมืองบาเวล โดยภาษีคำนวณจากจำนวนที่ดินที่ครองกับรายได้ที่ได้รับ ท่านพระราชาประกาศใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมซึ่งสรรพากรจะมาเก็บภาษีทุกเดือน แต่ช่วงนี้มันมีการปรับขึ้นลงตลอดจนข้าเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ามันอิงตามที่ดินกับรายได้หรืออิงจากราคาทองแท่งกันแน่

                “สามสิบเหรียญเงิน”ข้าอดถลึงตาใส่อลันไม่ได้ มันขึ้นมาครั้งที่แล้วตั้งห้าเหรียญเงินเชียวนะ แต่นอกจากมันจะไม่สนใจแล้วยังใช้ดวงตาสีบล็อกโคลี่มองสำรวจภายในบ้านของข้า

                “เจ้ามีสภาพแบบนี้ ข้าจะกล้าให้แต่งกับน้องสาวข้าได้อย่างไร”หากบทลงโทษสำหรับการทำร้ายเจ้าหน้าที่ไม่ใช่การโดนปรับห้าสิบเหรียญเงินล่ะก็มันคงโดนข้าฟาดหัวแตกไปแล้ว ตัวข้ากับอลันพอๆ ถ้าต่อยกันก็พอมีโอกาสชนะบ้างแหละ

                “ข้าเลิกจีบไอรีนตั้งแต่ข้าต่อยเจ้าตาแตกไปนั่นแหละ”อลันตาแตก ส่วนข้าหน้าบวมไปหลายอาทิตย์ ท่านสรรพากรเดินเข้ามาในบ้านเหมือนเป็นบ้านของตัวเอง ข้าเดินกลับขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟันพร้อมหยิบเงินตามจำนวนลงมาข้างล่าง วางมันต่อหน้าอลันที่นั่งเหม่ออยู่ในห้องครัว นมหนึ่งแก้วหายไปอยู่ในท้องมันเรียบร้อย ทิ้งไว้เพียงแก้วเปล่าบนโต๊ะทานข้าว

                “เจ้ารับตัดผมหรือเปล่า”อลันถาม แม้ตาจะเหม่อแต่มือกวาดมาเหรียญเงินลงกระเป๋าตัวเองเหมือนกลัวข้าแย่งคืน

                “ข้าตัดให้ได้ เจ้าจะตัดหรือ”ไม่เลือกงานไม่ยากจนนะ จำไว้

                “ตัดให้ข้าที”

“มีคนบอกข้าว่า หากสตรีนางใดตัดผมแสดงว่าไม่สมหวังในรัก”

                “ข้าเป็นชาย”ข้าอดหัวเราะกับใบหน้าหงุดหงิดของสหายไม่ได้ เมื่อหากรรไกรสำหรับตัดผมเจอก็เดินไปยืนซ้อนหลังเขา ดัดหลังร่างที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ให้ตั้งตรง สางผมที่ยาวถึงกลางหลังให้เรียบ

                “ข้ารับปรึกษาปัญหาชีวิต”รู้จักกันมาตั้งแต่อนุบาลทำไมจะไม่รู้เล่าว่ามันกำลังมีเรื่องทุกข์ใจ          

“เจ้าคิดเท่าไหร่”ปลายคมของกรรไกรค่อยๆตัดเล็มเส้นผมสีน้ำตาลทรายแดงให้สั้นเพียงไหล่ จบด้วยการมัดพวกมันเป็นจุกเล็กๆที่ท้ายทอย ผู้ชายอย่างเราๆไม่ได้ต้องการอะไรมากหรอกแต่ตัดตรงก็เพียงพอแล้ว เด็กผู้ชายในเมืองมักขอให้ข้าตัดผมให้พวกเขาบ่อยๆ

                “ตัดผมเจ็ดสิบเหรียญทองแดง”ข้าปัดเส้นผมที่ติดตามเสื้อของอลันออก เส้นผมที่กระจายเต็มพื้นถูกเก็บกวาดลงถังขยะ

                “แล้วปรึกษาปัญหาชีวิตเล่า คิดเท่าไหร่”ข้าชะงักไปครู่หนึ่ง ถึงพวกเราจะกลายเป็นเพื่อนสนิทกันหลังจากต่อยกันหน้าบวม แต่อลันก็ไม่ค่อยเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังเท่าไหร่นัก ส่วนมากเอาแต่อมทุกข์เก็บไว้คนเดียวมากกว่า

                “ครั้งแรกข้าไม่คิดเงิน แต่ครั้งต่อไปห้าสิบเหรียญทองแดง”ข้าดึงเก้าอี้ไม้ออกมานั่งข้างๆเขา เทนมใส่ชามธัญพืช ตักมันเข้าปากพร้อมฟังปัญหาความรักของสหายไปด้วย

                หลังจากอลันระบายออกมาจนสบายใจก็ขอตัวกลับบ้าน ชีวิตของเขาค่อนข้างอาภัพพอสมควรแม้อาชีพสรรพากรจะได้เงินดีแต่การตามเก็บเงินจากผู้อื่นใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่าย และถึงแม้ว่าเพื่อนข้าคนนี้จะหน้าตาดีและเสียงเพราะจนพ่อแม่พาไปประกวดตามเมืองต่างๆตั้งแต่เด็ก สาวๆในเมืองตามกรี๊ดมันเหมือนมดรุมน้ำตาลแต่สาวที่ตามจีบดันเกลียดขี้หน้ามันนะสิ แถมคบใครก็ไม่ยืด ถึงอย่างไรมันก็โชคดีกว่าข้าที่จีบสาวครั้งแรกก็ได้ไปต่อยกับพี่ชายเขาแล้ว

                เสียงกระดิ่งที่แขวนอยู่บนคอของเจ้าแป้งเจ้าไข่ดังตามการจังหวะการขยับตัวของพวกมัน ก่อนที่จะนกไขลานในนาฬิกาที่ติดอยู่บนกำแพงไม้จะดังขึ้น เสียงจุ๊กกรู๊ของมันจะดังก็ต่อเมื่อเข็มสั้นและเข็มยาวตรงกับเลขสิบสอง

                สิบสอง...เที่ยงแล้วหรือ!

                ข้าผลักประตูหลังบ้านดังโครมแล้ววิ่งข้ามรั้วแปลงผักไปที่ปราสาทของท่านจอมมารทันที ถึงจะไม่แน่ใจนักว่าท่านจอมมารกลับมาหรือยัง แต่ในเมื่อตัดสินใจว่าจะมาเคาะประตูปราสาทเขาทุกๆสิบโมงเช้าก็ควรทำให้ได้ตามที่บอกไว้ ถึงมันจะเลยมาสองชั่วโมงแล้วก็ตาม

                ข้ายืนหอบอยู่ที่หน้าประตูสีกาแฟไม่ใส่นมน้ำตาล มือข้างหนึ่งกุมขอบกางเกงไว้ไม่ให้มันร่วงไปกับมือ จัดคอเสื้อย้วยๆให้เรียบร้อยก่อนจะกลั้นใจเคาะลงไปที่ประตู แต่เพียงเคาะแรกประตูปราสาทก็เปิดออก เหมือนรอคอยข้ามานานแล้ว

ทำไมตอนข้าแต่งตัวดีๆมาพบ ท่านถึงไม่อยู่ล่ะขอรับ! จะกลับไปเปลี่ยนตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วด้วย

                บันไดวนหินอ่อนปรากฏสู่สายตา โถงกว้างเงาวับเหมือนถูกปัดกวาดอย่างดี เสาหินแกะสลักสวยงาม แต่สิ่งที่ยืนต้อนรับทำให้ผงะถอยไปเล็กน้อย ข้าเคยจินตนาการรูปร่างของปีศาจข้ารับใช้มามากมาย แต่ไม่เคยจินตนาการว่าพวกมันจะสัตว์ยืนสองข้าและสวมชุดข้ารับใช้แบบปีศาจวัวที่อยู่ตรงหน้า เขาของมันโค้งแหลมจนข้าหายใจไม่ทั่วร้อง

                มันจะขวิดข้าที่มารบกวนเวลานายท่านของมันไหม

“ท่านควรรักษาเวลา”เสียงแหบแห้งดังออกมาจากปีศาจวัว มันหันหลังกลับเข้าไปในปราสาท ข้ายืนนิ่งอยู่กับที่ ความกลัวค่อยๆขนาดใหญ่ทีละนิด การก้าวเท้าเข้าไปในปราสาทของจอมมารเป็นเรื่องที่ดีแล้วหรือ ถึงจะได้รับตะกร้าของอร่อยและคำขอโทษจากจอมมารมากมายเท่าไหร่...ถึงข้าจะคิดว่าเขาไม่น่าใช่คนแบบในข่าวลือที่ได้ยินมา แต่ยังไงเขาก็เป็นจอมมาร

จอมมารที่เป็นศัตรูกับมนุษย์

                “ตามข้ามาขอรับ”ปีศาจวัวเดินย้อนกลับมา น้ำเสียงหงุดหงิดทำให้ข้าสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินตามหลังมันไปเงียบๆ ความคิดที่จะถอดใจหนีกลับบ้านถูกพับไปทันที ในเมื่อก้าวเข้ามาแล้วก็ถอยไม่ได้แล้วเช่นกัน

                โถงทางเดินเงียบสนิท เสาหินมากมายรองรับน้ำหนักของเพดานที่สูงจนต้องแหงนหน้ามอง พื้นหินอ่อนเย็นเฉียบทำให้ข้ารู้ตัวว่าลืมใส่รองเท้าและเสื้อคลุม ทั้งตัวมีเพียงชุดนอนคอย้วยกับกางเกงยางยืดเสื่อมที่ต้องจับไว้ตลอดเวลา หลังจากเดินมาเงียบๆเราก็มาหยุดที่หน้าประตูสีดำบานใหญ่ไร้ลวดลาย มีเพียงด้ามจับที่น่าจะทำจากทองแท้ติดอยู่ที่บานประตู ในเมื่อไม่มีสัญลักษณ์ใดๆคงต้องมาเดากันหน่อยว่าหลังประตูบานนี้มีอะไร

                1 ท่านจอมมารเตรียมแลข้าทำจิ้มจุ่ม

                2 ท่านจอมมารวางแผนจับข้าเป็นตัวประกัน

                3 ท่านจอมมารต้องการเหยื่อมาทรมานเล่น

                4 อาหารเลี้ยงปีศาจไม่พอและข้าเป็นอาหาร

                5 ท่านจอมมารชวนข้าทานข้าวเที่ยง

                ข่าวลือเกี่ยวกับจอมมารแล่นเข้ามาให้หัว ข้าได้ยินมาเป็นร้อยเรื่องแถมยังเป็นเรื่องแย่ๆทั้งร้อยเรื่องเลยด้วย...มักง่าย อยากรวยผิดวิธีไปหน่อยหรือเปล่านะเรา

                บานประตูแง้มออกอย่างช้าๆ ผิดกับหัวใจข้าที่เต้นแรงจนตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม หลังบานประตูเป็นห้องอาหารขนาดใหญ่ หน้าต่างบานสูงมากมายทำให้ในห้องกว้างแห่งนี้ดูปลอดโปร่งและมีแสงมากพอสำหรับการมองเห็น โต๊ะอาหารตัวยาวปูด้วยผ้าคลุมสีเทาอ่อน จานอาหารมากมายที่วางเรียงตั้งแต่หัวยันท้ายโต๊ะส่งกลิ่นหอมชวนทาน ทุกจานถูกจัดและตกแต่งอย่างประณีต

                เจ้าวัวเลื่อนเก้าอี้ตำแหน่งท้ายโต๊ะออกให้นั่ง ข้าไล่สายตาไปตามอาหารแต่ละจานก่อนจะสิ้นสุดที่ร่างของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

                ตำนานและเรื่องเล่ามากมายบอกเอาไว้ว่า จอมมารคือตัวแทนของสิ่งชั่วร้าย รูปลักษณ์ของเขาน่ากลัวเกินกว่าที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ บางคนก็กล่าวว่าเขามีรูปร่างผิดมนุษย์ เป็นเหมือนอสูรร้ายที่สามารถจับพวกเรากินเข้าไปในคำเดียว บ้างก็บอกว่าหน้าตาของเขาอัปลักษณ์เสียจนผู้คนพากันกรีดร้อง บ่ายหน้าหนี และข้าก็เคยจินตนาการเอาไว้เหมือนกันว่าเขาอาจจะเป็นปีศาจตัวใหญ่ที่มีเขี้ยวลากดิน

                แต่ร่างที่นั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทำลายทุกข้อครหา ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผู้มีเส้นผมสีดาร์กช็อกโกแลต มันถูกเปียไว้หลวมๆ ดวงตาโศกสีแยมสตอเบอรี่และไฝใต้ดวงตาข้างซ้ายทำให้ใบหน้าของเขาดูมีหล่อเหลามากขึ้น เสื้อและกางเกงเนื้อดีสีดำขลิบทองที่สวมกับดอกไม้สีทองที่กลัดบนอกเสื้อทำให้ท่านจอมมารดูดีจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้

ข้าหลุบตาลงมองจานอาหารเบื้องหน้าเพราะไม่อาจทนมองความหล่อของเขาต่อไปได้ ภาพปีศาจเขี้ยวลากดินถูกทุบจนแตกละเอียด ใครว่าจอมมารหน้าตาอัปลักษณ์กัน! ข้าอยากให้มันมาเห็นด้วยตาเหลือเกิน เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกพระราชาถึงตั้งเกณฑ์ความหล่อความสวยของผู้กล้าไว้สูงลิ่ว ชนะด้านพลังไม่ได้ก็ขอชนะด้านหน้าตาก็ยังดี                     

                ปีศาจวัวส่งแก้วนมมาให้ มือสั่นๆของข้าพยายามประคองมันไว้ไม่ให้ตกแตก แม้กลิ่นนมร้อนจะหอมยั่วน้ำลายแค่ไหนแต่เมื่อมันมาจากมือของปีศาจ ข้าก็ไม่อาจหาญกล้ากินมันได้อย่างสบายใจ แก้วนมถูกวางไว้บนโต๊ะอย่างเบามือ ความเงียบน่าอึดอัดแผ่ไปทั่ว

เมื่อเงยหน้าขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆก็พบกับดวงตาสีแยมสตอเบอรี่ที่จ้องเขม็งมาที่ข้าสลับกับแก้วนมร้อน และแน่นอนว่าข้ารีบยกนมดื่มจนหมดแก้ว อย่างน้อยตายด้วยยาพิษในนมก็ดูทรมานน้อยกว่าการโดนจอมมารหักคอ

                แม้จะลวกลิ้นไปบ้างแต่กลิ่มหอมละมุนกับรสนุ่มลิ้นของมันทำให้นึกถึงนมจากร้านที่ข้าเอานมของเจ้าแป้งเจ้าไข่ไปส่งเป็นประจำ มันเหมือนจนเสียจนคิดว่าท่านจอมมารอาจจะให้คนใช้เดินไปซื้อมา หรือบางทีเขาอาจจะเลี้ยงวัวพันธุ์เดียวกับข้า และพ่อครัวของที่นี่อาจรู้วิธีปรุงแบบร้านนมในเมืองก็ได้

                “เจ้ามาเพื่อฆ่าข้า?”เสียงของท่านจอมมารทุ้มนุ่มจนน่าตกใจ แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือประโยคที่เขาพูดออกมา

                “มะ ไม่ใช่ขอรับ”ข้าเช็ดคราบน้ำนมที่เลอะจากริมฝีปาก ประโยคเมื่อกี้ทำให้สำลักจนเสียงสั่น ในสภาพที่มีเพียงชุดนอนเก่าๆ ไร้อาวุธ ไร้เกราะแบบนี้ ท่านจอมมารมองยังไงว่าข้ามาสู้กับท่านขอรับ แล้วท่านชวนผู้กล้าทุกคนทานมื้อเที่ยงกับท่านด้วยหรือเปล่า?

                “แล้วมาเพราะอะไร”คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามขยับตัวไปมาราวกันตะคริวกินขา ดวงตาสีแยมสตอเบอรี่มองหน้าข้าสลับกับอาหารบนโต๊ะ รู้สึกว่าในอนาคตข้าอาจจะได้ไปอยู่บนนั้น ในจานไหนสักจานเป็นแน่หากพูดถึงเรื่องที่มาในวันนี้

                “ข้า...”ปากคอสั่นเสียงจนต้องกัดปากตัวเองไว้เพียงข่มความกลัว ฝ่ามือเริ่มชื้นเหงื่อขึ้นมาทันที ท่านจอมมารนั่งหลังตรงอย่างตั้งใจฟัง ดวงตาสีแยมสตอเบอรี่จ้องตรงมาไม่โดยมองไปทางอื่นแม้แต่น้อย

                ในเมื่อเรื่องมันมาทางนี้แล้วก็ต้องไปให้สุด

                “ข้า...ข้ามาขอดาบของท่านขอรับ”ราวกับถูกพายุหิมะโจมตี ผิวกายเย็นเฉียบขึ้นมาทันทีที่กล่าวจบ ทั้งห้องอาหารกว้างเงียบสนิท เหล่าข้ารับใช้ที่ยืนอยู่ห่างๆอ้าปากค้าง ข้านั่งตัวสั่นพั่บๆด้วยความกลัวตาย แผ่นหลังเบียดกับพนักพิงหวังให้สูบตัวข้าเข้าไปซ่อนใต้เบาะนุ่มของมัน ใบหน้าของท่านจอมมารนิ่งเรียบ สิ่งที่สื่ออารมณ์ของเขาคือคิ้วที่ขมวดเป็นปมกับริมฝีปากที่เม้มแน่นราวกับกำลังอดกลั้นบางอย่าง ซึ่งบางอย่างที่ว่าคือข้าเอง

                ขอเวลาไปเขียนพินัยกรรมได้ไหมขอรับ



--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ออฟานลูก หนูไม่ต้องรีบขนาดนี้ก็ได้ ท่านจอมมารเขารอได้ // โดนท่านจอมมารโบก

เราลืมบอกไปค่ะ ว่านิยายเรื่องนี้ไปเป็นตลกหาสาระและดราม่าไม่ค่อยได้ 

เป็นนิยายเรื่องแรก เรายังไม่กล้าแต่งเป็นดราม่า แถมออฟานยังบ้าๆบวมๆ เราเลยไม่อยากใจร้ายใส่555

ขอคำติคำชมหน่อยนะคะ เราจะได้มีกำลังใจ เราอ่านทุกความคิดแน่นอนค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.099K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9,217 ความคิดเห็น

  1. #9195 Burning Princess (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 22:17
    โอ้ยยยยยไม่ไหวขำเเป๊บ😂
    #9,195
    0
  2. #9184 bllam1880 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 16:10
    เอิ่ม.....น้องจ๊ะ?

    เคร้ง!

    // ล้มโต๊ะ
    #9,184
    0
  3. #9179 小现在 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 17:04

    555 เย็นไว้

    #9,179
    0
  4. #9163 queenYB (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 15:10
    น้องรู้กกกกกกก
    #9,163
    0
  5. #9161 Ash4869 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 22:36
    ..... //กลั้นขำแน่ๆ
    #9,161
    0
  6. #9150 timeline3009 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 02:47
    ขอดาบไหนหรอลูก ท่านจอมมารมีหลายดาบ-แค่กๆ อยากคิดเยอะ55
    #9,150
    0
  7. #9119 TigKie_18 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 18:51
    555555
    #9,119
    0
  8. #9090 mssss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 18:58
    ทำไมขำอะ55555555
    #9,090
    0
  9. #9071 Koyo 31 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 20:35
    ชอบการเปรียบเทียบสีทุกอย่างกับของกิน อ่านแล้วหิวเลยค่ะ 555555555555
    #9,071
    0
  10. #9060 tunty0505 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 13:54
    ไม่รู้เอ็นดูใครดีระหว่างจอมมารตะคริวกิน กะ น้องผู้ตรงเกิ๊นนน
    #9,060
    1
    • #9060-1 tunty0505(จากตอนที่ 4)
      24 สิงหาคม 2562 / 13:54
      ทำไมส่งสองรอบเนี่ย//เหงื่อตก
      #9060-1
  11. #9059 tunty0505 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 13:47
    ไม่รู้เอ็นดูใครดีระหว่างจอมมารตะคริวกิน กะ น้องผู้ตรงเกิ๊นนน
    #9,059
    0
  12. #9052 omuya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 18:34
    ท่านจอมมารคงนั่งรอมานานนน
    #9,052
    0
  13. #8939 ภนุ. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 20:48
    น้องลูกก 55555555555
    #8,939
    0
  14. #8914 lionmeoww (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 00:41
    ตะคริวกินนนน5555555
    #8,914
    0
  15. #8877 pronatchaleerach (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 14:19
    คือน่าจะนั่งรอตั้งแต่10โมงแล้ว555ท่านจอมมารตะคริวกิน
    #8,877
    0
  16. #8863 personalprim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 01:31
    ตาสีแยมสตอเบอร์รี่ ฮืออ
    #8,863
    0
  17. #8824 tothemoonnnn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 13:49
    ชชอบบอ่า 5555555
    #8,824
    0
  18. #8814 หลานหุ้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 01:19
    ดีแล้วค่ะไรท์ อย่าใจร้ายกับน้องเลยเราขอร้อง55555555 ใครจะใจร้ายกับน้องลงเราถามจีง
    #8,814
    0
  19. #8695 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 22:27
    น่าร้าดกกกกกกก
    #8,695
    0
  20. #8686 punch_25481987 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:05

    ออฟานลู๊กกก!!!ไปขอแบบนี้เลยเร๊อโอ๊ยเอ็นดู
    #8,686
    0
  21. #8600 B.TEm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:53
    น้องงงงงงงงงงงง5555555555 พี่อยากไปช่วยหนูจังเลยลูก ฮือ ช่วยจับกุงเกง เดี๋ยวหลุด กัว
    #8,600
    0
  22. #8550 BuNbunbunbunbun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:58

    ออฟานน่ารักมากกก
    #8,550
    0
  23. #8533 DawnyManeejun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:43
    น้องน่ารักมีเเต่คำว่าน่ารักไปหมดเลยเว้ย ฮรื้ออท่านจอมมารโปรดอ่อนโยนกับน้องด้วย
    #8,533
    0
  24. #8377 lills (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:13
    555555555เอ็นดู
    #8,377
    0
  25. #8277 มนุษย์ที่รักอิสระ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 01:26
    แป๊บนะ

    ตาสีแยมสตอรเบอร์รี่เรอะ

    นี่มองเป็นสีที่น่ากินเลยล่ะ
    #8,277
    0