[YAOI]ท่านจอมมาร! ข้าขอดาบท่านได้หรือไม่ขอรับ [สนพ.ฟาไฉ]

ตอนที่ 2 : ความลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,547
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,405 ครั้ง
    2 ธ.ค. 61


 

           บทที่ 1 ความลับ

                พรึ่บ โอ๊ย

                เสียงแรกคือเสียงแผ่นกระดาษคุณภาพต่ำปลิวมาตีกับใบหน้าอย่างแรง เสียงที่สองคือเสียงร้องของผู้เคราะห์ร้ายอย่างข้าที่โดนเจ้ากระดาษหยาบทำร้าย มันมีคุณภาพตามชื่อซึ่งหยาบน้อยกว่ากระดาษทรายมานิดหน่อย ใบหน้าแสบร้อนคาดว่าคงมีรอยแดงปื้นใหญ่ ข้าดึงมันออกจากใบหน้าหล่อเหลา มือจัดเส้นผมสีโกโก้ให้เรียบร้อย ดวงตาสีน้ำผึ้งเดือนห้ากวาดดูข้อความบนกระดาษที่น่าจะผ่านมาหลายมือ

               

หากผู้ใดสามารถนำดาบของจอมมารมาให้ท่านพระราชาได้

จะได้รับการตกรางวัลอย่างงาม

                                                                                                                                                        ลงนาม                                                                                                                                                         คาลเพรอส

      หัวหน้าอัศวิน

 

                หัวหน้าอัศวิน! ตำแหน่งใหญ่โตขนาดนี้คงไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอย่างแน่นอน ไหนจะตราประทับรูปเหยี่ยวที่เด่นหรากลางหน้ากระดาษอีก ข้าตบแปะๆที่ข้างลำตัวเจ้าอียอร์หรือลาของข้าเบาๆ หวังให้มันเดินเร็วขึ้นอีกสักนิดเพื่อไปให้ถึงเมืองหลวงก่อนเที่ยง เรื่องดาบของจอมมารดึงดูดความสนใจพอสมควร ดังนั้นเดินเร็วขึ้นอีกนิดเถอะลูกพ่อ!

หากพวกเจ้าสงสัยว่าทำไมไม่ตีมันแรงๆ มันจะได้วิ่งสุดฝีเท้า อย่าได้ทำเชียว! ข้าเคยลองแล้ว นอกจากอียอร์จะไม่วิ่งแล้วมันยังล้มตัวลงไปนอน เทข้าวของและตัวข้าไปกองกับพื้นพร้อมส่งสายตาตัดพ้อมาให้จนรู้สึกผิด เพราะฉะนั้นลูบเบาๆเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว

                ข้าอาศัยอยู่ในแคว้นออนีส แม้ว่าบ้านของข้าจะอยู่ใกล้ชายแดนแคว้นแต่ก็ถือว่าเป็นประชาชนของแคว้นนี้ เมืองที่กำลังเดินทางไปมีชื่อว่า บาเวล เป็นเมืองที่อยู่ใกล้บ้านที่สุด สำหรับการเดินทางจากบ้านข้าไปเมืองบาเวล การเดินเท้าจะใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง แต่หากขี่เจ้าอียอร์...ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง มันอาจจะดูไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ แต่ถ้าบนหลังของเจ้ามีสัมภาระมากมาย การเดินเท้าคงไม่ใช่เรื่องสนุกนักหรอก

                เมื่อมาถึงประตูเมืองก็จัดการพาเจ้าอียอร์ไปฝากไว้กับที่ดูแลสัตว์พาหนะ โดยมีผู้ดูแลเป็นเด็กวัยรุ่นหน้าบูดเหมือนกินยาขมมา ข้าสะพายเป้ใบโตขึ้นบ่า เดินเข้าไปมาซอยต่างๆ บ้านเรือนส่วนใหญ่ทำจากไม้ ตามกำแพงมีตีนตุ๊กแกไต่ขึ้นมารอยแตกของแผ่นไม้ ระเบียงบ้านของทุกหลังคาเรือนประดับกระถางดอกไม้ ถนนของในเมืองปูด้วยไม้หมอนและหินกรวด แม้จะอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงแต่ก็ยังมีความเจริญให้เห็นอยู่บ้าง

                ข้าหยุดอยู่ที่หน้าบ้านไม้สองชั้น พุ่มดอกไม้ปลูกไล่ไปจนถึงประตูบ้าน หลังจากเคาะลงไปที่ประตูสีน้ำตาลไหม้สามครั้ง หญิงชราก็โผล่หน้าออกมาพร้อมคลี่ยิ้มอ่อนโยนมาให้ นางคือท่านป้ามาเรีย ลูกค้าประจำของข้าเอง

                “ทำงานเร็วจังเลยนะออฟาน”ออฟาน เฟอร์กัสคือชื่อของข้า มันออกเสียงคล้ายคำที่มีความหมายว่ากำพร้า เพราะข้าถูกทิ้งไว้ที่ชายป่าตั้งแต่ยังร้องอ้อแอ้ โชคดีที่พ่อแม่บุญธรรมไปเจอเข้าเสียก่อน ไม่เช่นคงได้ไปร้องอ้อแอ้อยู่ในท้องเสือ หรือไม่ก็เป็นกลายเป็นคนป่าไปแล้ว

                “ช่วงนี้งานไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ขอรับ”ห่อผ้าห่อใหญ่ถูกส่งคืนให้หญิงชรา ข้างในเป็นเสื้อผ้าหลานวัยห้าขวบของนางที่ไปเล่นอีท่าไหนก็ไม่รู้ เสื้อผ้าถึงมีแต่รูเต็มไปหมดกว่าจะปิดรูพวกนั้นได้หมดก็เล่นเอามือแทบพัง พวกเจ้าอาจคิดว่าข้าทำอาชีพเย็บถักร้อย แต่จริงๆแล้วข้ารับจ้างทำหลายอย่าง ตั้งแต่ซ่อมแซมเสื้อผ้าไปจนถึงอาบน้ำม้า

                “นี่เป็นคุกกี้ที่ข้าทำเอง เจ้ารับไปเถอะ”ท่านป้ามาเรียมักจะมีของกินเล็กๆน้อยๆให้เสมอ ถึงจะพยายามปฏิเสธแค่ไหนสุดท้ายก็ล้มเหลว แถมเจ้าหลานชายยังมากระซิบกับข้าว่าเขาคุกกี้พวกนี้บ่อยเสียจนหน้าเป็นคุกกี้อยู่แล้ว ข้าเลยต้องจำใจรับไว้เพราะสงสารเขา ไม่ใช่เพราะเห็นแก่กินนะ

                “ท่านป้าได้ยินข่าวเกี่ยวกับดาบของจอมมารไหมขอรับ”

                “เจ้าไปดูที่ลานน้ำพุดีกว่านะ พวกอัศวินมากันเยอะแยะเลย”

                “ท่านพี่ออฟานเอาคุกกี้ไปหรือยัง”หลานชายตัวน้อยโผล่หน้าออกมาจากกรอบประตู ในมือเขามีคุกกี้โหลใหญ่ แก้มนิ่มมีร่องรอยการเสียชีวิตของเหล่าคุกกี้ติดอยู่ ข้าชูห่อผ้าที่บรรจุคุกกี้แน่เอี๊ยดให้เขาเห็นก่อนจะกล่าวลาทั้งสองแล้ววิ่งไปที่ลานน้ำพุทันที

                ลานน้ำพุเป็นสถานที่นัดพบยอดนิยม มันเป็นลานจัตุรัสกว้างที่ตรงกลางมีบ่อน้ำพุเต้นระบำ ชาวเมืองมักใช้ที่นี่จัดงานเทศกาล ส่วนคนจากในวังใช้ที่นี่ประกาศข่าวสำคัญเช่นเดียวกับในตอนนี้ เหล่าอัศวินยืนรอบขอบบ่อน้ำพุ พวกเขาคลี่กระดาษแผ่นใหญ่สุดแขน ตรงกลางมีตราประทับรูปเหยี่ยวสีทองอร่าม ตราประจำตัวของหัวหน้าอัศวินทำให้ชาวบ้านส่งเสียงตื่นเต้น ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นตราของคนยศใหญ่ๆ

                “หากใครนำดาบของจอมมารมาให้ท่านพระราชาได้ ไม่ว่าจะเจ้าหญิง เงินทอง หรือมณีเม็ดงามก็สามารถร้องขอได้ทั้งนั้น”

                “สาส์นนี้เป็นความจริงอย่างแน่นอน”กระดาษขยับไปมาทำให้ตราสีทองทอแสงแวววาวกับดวงอาทิตย์ ทองขนาดนี้ต้องข้าเชื่อแล้วขอรับ

                พวกอัศวินประกาศสาส์นต่อไปราวกับโฆษณาชวนเชื่อ ชาวบ้านที่มามุงดูเริ่มเปิดวงสนทนาเกี่ยวกับเรื่องที่พึ่งได้ยิน การขอสิ่งใดจากพระราชาก็ได้ ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว ในเมื่อองค์หญิงก็งามล่มเมือง สมบัติในท้องพระคลังก็พอจะถมเมืองพวกเราได้สบายๆ ไม่ว่าทางไหนถ้าได้ไปรับรองสบายทั้งชาติ! ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำอย่างพวกเราย่อมอย่างได้เงินอยู่

                “แล้วทำไมพวกท่านกับผู้กล้าไม่ไปหาเองล่ะ”ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนถาม ถือว่าเป็นคำถามในใจของพวกเราทุกคนเพราะเรื่องเกี่ยวกับจอมมารดูจะเป็นหน้าที่ของอัศวินหรือผู้กล้ามากกว่า

                “พวกเราไม่รู้ว่าจอมมารอยู่ที่ใด การให้ประชาชนช่วยจึงเป็นทางเลือกสุดท้ายและสาส์นนี้ได้ถูกประกาศออกไปทั่วทุกแคว้น”นั่นหมายความว่าไม่ได้มีเพียงพระราชาของแคว้นออนีสเพียงแคว้นเดียวที่ต้องการดาบของจอมมาร ประชาชนของแคว้นอื่นก็คงตื่นเต้นและงุนงงไปกับสาส์นนี้ไม่ต่างจากพวกข้า

                “พวกท่านบ้าไปแล้ว มันคือการส่งชาวบ้านไปตายชัดๆ”

                “ข้าได้ยินมาว่าเขาฆ่าผู้กล้าไปหลายราย ผู้กล้าจากเมืองเราก็โดนเก็บไปเหมือนกัน”

                “แม้แต่ท่านคาลเพรอสยังไม่รู้ แล้วพวกเราจะรู้ยังไง”

                “ใครจะไปสู้กับจอมมารได้เล่า”

                “ปีศาจอาจจะวางแผนชั่วร้ายอะไรก็ได้”

                “ได้เวลาผจญภัยแล้วพวกเรา ไปเก็บของเร็ว”ในระหว่างที่ชาวบ้านกำลังพูดถึงความโหดร้ายของจอมมาร เด็กหนุ่มเลือดร้อนคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้น เขาลากกลุ่มเพื่อนไปเก็บข้าวของด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ออกไปผจญภัย คนหนุ่มสมัยนี้ใจร้อนเสียจนคนอายุยี่สิบสี่อย่างข้าได้แต่ส่ายหัวไปมาให้กับความคิดพวกนั้น การผจญภัยน่ะเป็นเรื่องของผู้กล้าเท่านั้น พวกเขาแข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะพวกปีศาจได้ ต่างจากคนธรรมดาอย่างเราที่การผจญภัยเป็นได้แค่นิทานก่อนนอน

                แต่ข้อเสนอของพระราชาก็ช่างยั่วใจเหลือเกิน ข้าเดินออกจากลานน้ำพุไปยังร้านทำเนยที่อยู่ท้ายซอยสิบ ท่านเจ้าของร้านให้ขนมปังทาเนยกับเนยกระปุกเล็กเป็นของแถมเพราะข้านำนมวัวมาส่งให้เขาทุกครั้ง ตลอดทางที่เดินกลับไปยังที่ดูแลสัตว์พาหนะชาวบ้านเอาแต่พูดเรื่องข้อเสนอของพระราชา จอมมารและดาบ ข้าจ่ายค่าดูแลให้เจ้าเด็กหน้าบูดแต่กลับโดนดึงมือไว้เสียก่อน

                “มาร์คัส? เจ้าต้องประจำอยู่ที่เมืองหลวงไม่ใช่หรือ”คนตัวสูงหน้าบานเป็นกระด้ง ผมสีข้าวสาลีนุ่มนิ่มกับดวงตาสีผลวอลนัทที่ทอประกายอย่างไม่ปิดบังทำให้เขาเหมือนหมาตัวใหญ่ๆ มาร์คัสเป็นน้องชายบุญธรรมของข้า พ่อแม่ของเขาหรือท่านน้าทิม ท่านน้าแอนเป็นคนเก็บข้ามาเลี้ยง

                “ข้าใช้สิทธิพิเศษขอรับ”มาร์คัสจูงม้าสีขาวเหมือนขนมปุยฝ้ายออกมาจากที่ดูแลสัตว์พาหนะ เขาจ่ายค่าดูแลจนเจ้าเด็กดูแลตาวาว แน่นอนว่าในนั้นมีค่าดูแลเจ้าอียอร์ด้วย

                เป็นอัศวินมันได้เงินดีขนาดนี้เชียว? ข้ามองเหรียญทองในมือเจ้าเด็กหน้าบูดด้วยสายตาว่างเปล่า มาร์คัสเป็นอัศวินตั้งแต่อายุสิบแปด การที่เขาได้เงินดีแบบนี้ก็คงเป็นอัศวินฝีมือดีคนหนึ่งอย่างแน่นอน

                “เจ้าควรใช้จ่ายอย่างประหยัด”ข้าเอ่ยออกมาเบาๆ แล้วโดดขึ้นหลังเจ้าอียอร์ มาร์คัสรีบขึ้นขี่ม้าของตัวเองก่อนจะตีคู่กับลาของข้า เขาพยายามบังคับไม่ให้เจ้าปุยฝ้ายเดินแซงเจ้าอียอร์

                “ความจริงท่านไม่ต้องทำงานรับจ้างพวกนี้แล้วก็ได้นิขอรับ เงินเดือนที่ข้าได้สามารถเลี้ยงครอบครัวเราได้สบายๆ”เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุยกันไม่จบไม่สิ้น เขาต้องการให้ข้าเลิกทำงาน ส่วนข้าก็ไม่อยากเอาแต่พึ่งพาคนอื่น

                “ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าก็โตแล้วดูแลท่านน้าทั้งสองให้ดีเถอะ”ข้าดูแลตัวเองได้ถึงจะขัดสนใจบางครั้งแต่ก็รอดมาได้ การย้ายออกมาอยู่คนเดียวตั้งแต่อายุสิบแปดทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง แน่นอนว่าตอนที่ขอย้ายออกมาเจ้าน้องชายร้องไห้งอแงไม่ให้ไป ซึ่งเรื่องจบด้วยการสัญญาว่าจะมาหาบ่อยๆและขนมปังนมสดที่พลีชีพในปากน้องชาย ในทีแรกท่านน้าทั้งสองไม่อนุญาต ข้าตื๊ออยู่เกือบเดือนกว่าพวกท่านจะใจอ่อน

                ระหว่างการกลับบ้านไร้การพูดคุย มีเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกันเพราะแรงลมของฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่ตลอดสองข้างทางพากันผลัดใบทิ้งไปตามถนนจนเส้นทางที่ทอดยาวเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงส้ม แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดมากระทบกับใบหน้า ความทรงจำวัยเด็กย้อนกลับมาให้คิดถึง ตอนที่ข้าและน้องชายเดินวิ่งท่ามกลางใบไม้สีแดงส้ม ตอนที่ข้าไม่ได้สูงเท่าติ่งหูน้องชาย

                “ท่านพี่ไม่คิดถึงข้าบ้างหรือ”เจ้าน้องชายเอ่ยขึ้นมา ดวงตาสีผลวอลนัทมองมาอย่างคาดหวัง ครั้งล่าสุดที่เห็นเขาคือเมื่อสามเดือนก่อน เป็นระยะเวลาที่ไม่สั้นไม่ยาวเกินไปนัก

                “แน่นอนว่าข้าคิดถึงเจ้า”ตอนเตี้ยกว่าข้า ประโยคนี้ได้แต่พูดในใจ ขืนพูดไปคงโดนหมาตัวโตโกรธ

                “ข้าไม่เชื่อ”มาร์คัสพูดพร้อมทำแก้มพองลม หากเจ้าไม่ใช่ชายหนุ่มอายุยี่สิบเอ็ด ก็จะชมว่าน่ารักอยู่หรอก

                พวกเราพูดคุยกันมาตลอดทางจนเจ้าปุยฝ้ายหยุดนิ่งที่หน้าบ้านของท่านน้าอย่างแสนรู้ ข้ากระตุกเชือกของเจ้าอียอร์เบาๆก่อนจะผูกมันไว้กับรั้วไม้ ส่วนเจ้าปุยฝ้ายถูกจูงไปเก็บที่คอก สองเท้าเดินลัดเลาะไปตามสวนดอกไม้หน้าบ้าน เคาะประตูสีมาร์ชเมลโล่เบาๆ

                “ท่านน้าทิม ท่านน้าแอน มาร์คัสกลับมาแล้วขอรับ”เสียงตึงตังและเสียงกระทะหล่นดังขึ้นจากภายในตัวบ้านก่อนประตูจะเปิดพรวดออกมา

                “ออฟานกลับมาแล้วหรือลูก”ท่านน้าแอนดึงตัวข้าไปกอด ท่านน้าทิมรีบเดินมาประกบข้าไว้ตรงกลาง

                “ท่านพ่อท่านแม่ปล่อยท่านพี่เลย”มาร์คัสดึงตัวข้าออกมาชิดอก วงแขนกระชับร่างของข้าให้แนบชิดกับตัวเขามากยิ่งขึ้น ข้าไม่ใช่คนตัวเล็กร่างบาง หุ่นและส่วนสูงอยู่ในเกณฑ์ปกติของมนุษย์เพศชาย มีกล้ามแขนนิดหน่อย กล้ามพุงมีบ้างเป็นบางเวลา แต่เจ้าน้องชายมันตัวโตเกินวัย

                “พวกเราคิดถึงออฟานมากกว่าเจ้านิ”ท่านน้าทิมพูดก่อนจะดึงมาร์คัสเข้ามาในบ้าน เพื่อเก็บข้าวของให้เรียบร้อย

                “ข้าต้องรีบกลับก่อนตะวันตกดินขอรับ”ข้าขืนตัวออกมาวงแขนของมาร์คัส ครอบครัวเฟอร์กัสทั้งสามคนหันมามองทันที

                “ลูกจะไม่อยู่กินข้าวเย็นกับแม่หรือ”

                “ลูกจะไม่อยู่เล่นเกมกระดานกับพ่อหรือ”

                “ท่านพี่จะไม่นอนกับข้าคืนนี้หรือ”นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ข้าย้ายออกมาอยู่คนเดียว ทุกคนในบ้านติดข้าเกินไป ตอนมาร์คัสคลอดออกมา ข้านึกว่าท่านน้าทั้งสองจะติดเจ้าน้องชายแทน แต่ไม่เลยกลายเป็นมีคนติดข้าเพิ่มมาอีกคนแทน

                “ไว้ครั้งหน้านะขอรับ”ข้าเดินไปหอมแก้มท่านน้าทั้งสองฟอดใหญ่ ลูบหัวมาร์คัสอย่างที่เคยทำแต่กลับโดนดึงชายเสื้อไว้ เจ้าน้องชายทำแก้มป่อง ข้าจึงต้องหอมแก้มมันให้จบๆไป

                เมื่อกลับถึงบ้านหลังน้อยข้าก็รีบพาเจ้าอียอร์เข้าคอก การอยู่ใกล้ชายแดนแคว้นไม่ค่อยปลอดภัยนัก บ้านหลังนี้เคยเป็นบ้านร้างมาก่อน เจ้าของคนก่อนทิ้งไปเพราะเหตุผลบางอย่างที่ไม่มีใครรู้ อาจจะเพราะอยู่ห่างตัวเมืองเกินแถมเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดคือบ้านของท่านน้าทั้งสองที่ต้องขี่ม้าหนึ่งชั่วโมง

มันเป็นบ้านสองชั้นที่ชั้นล่างมีเพียงห้องครัวและโถงกว้างที่มีเบาะนุ่มๆวางอยู่หลายใบ ข้าใช้โถงนี่เป็นที่ทำงาน ชั้นบนมีหนึ่งห้องน้ำ สองห้องนอนที่ตอนนี้ข้าดัดแปลงห้องหนึ่งเป็นห้องเก็บของไปแล้ว รอบตัวบ้านมีคอกวัวที่มีวัวอยู่สองตัวชื่อเจ้าแป้งกับเจ้าไข่ เจ้าแป้งมีขนสีขาว เจ้าไข่มีขนสีเปลือกไข่ พวกนางเป็นตัวเมียทั้งคู่ ข้าต้องพาพวกนางไปผสมพันธุ์กับวัวตัวผู้ในเมืองทุกๆปีเพื่อให้ได้น้ำนม ลูกๆของพวกนางจะถูกขายไปเมื่อเริ่มหย่านมเพราะข้าเลี้ยงพวกมันไม่ไหว แล้วยังมีกุ๊กไก่อีกห้าตัว ข้าไม่ได้ตั้งชื่อไว้เพราะแยกไม่ออก เจ้าอียอร์นอนในคอกนี้ด้วยเช่นกัน ดอกไม้แปลงเล็กๆถูกปลูกไว้ที่หน้าบ้าน ส่วนหลังบ้านมีแปลงผักให้พอเพาะปลูกพืชหลายชนิด

 

แต่ข้ามีความลับที่เกี่ยวกับที่ดินแถวนี้อยู่อย่างหนึ่ง ความลับที่ข้าไม่เคยเปิดเผยต่อผู้ใด

และเจ้าเป็นผู้ที่จะได้รู้คนแรก นั่นคือ


ถัดจากแปลงผักของข้า...เป็นที่ของจอมมาร


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สวัสดีค่ะ นี่เป็นนิยายเรื่องแรกที่สาธารณชนได้เห็นนะคะ5555

อาจจะเขียนมึนๆงงๆบ้างก็ขอโทษด้วยนะคะ

ความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแรกที่เราแต่ง เรื่องแรกนอนอยู่ในไหค่ะ

หวังว่าทุกคนจะชอบและช่วยติชมด้วยนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.405K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9,217 ความคิดเห็น

  1. #9182 bllam1880 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 15:48
    หึหึหึ น้องเอ๊ย!

    // ปล่อยตัวลงบนพื้นหญ้าประกอบด้วยเอฟเฟคดอกไม้ราเวลเดอร์สีชมพู๊ชมพู~
    #9,182
    0
  2. #9171 Aliee4 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 19:42
    เอ็นดู๊ววว น้อนนนนน 55555
    #9,171
    0
  3. #9147 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 01:20
    บรรยายดีมากเลยอ่ะ ชอบความเยอะสิ่งแบบ สีมาชเมโล่ สีน้ำผึ้งเดือนห้า ชอบบบบบ
    #9,147
    0
  4. #9146 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 01:18
    ว้าวซ่า อีซี่โกอิ้งแลยงี่
    #9,146
    0
  5. #9122 phapha087bw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 18:48
    ได้กลิ่นพี่น้องโซน
    #9,122
    0
  6. #9117 TigKie_18 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 13:26
    มาร์คัสต้องอยากเก็บพี่ไว้กินแน่ๆ
    #9,117
    0
  7. #9099 Jaeyongie (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 17:17
    ชอบคำว่ากุ๊กไก่ แลดู น้องงงมาก 5555น่าร้ากกกก
    #9,099
    0
  8. #9085 Namloly (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 18:08

    เพื่อนบ้านที่คาดไม่ถึง555 เอ็นดูวววววววววววววว

    #9,085
    0
  9. #9081 nep7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 21:22
    น่ารักอะะะ
    #9,081
    0
  10. #8908 บาบาน่า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 21:30
    น่ารักกกกก ชอบความที่เรียกกุ๊กไก่ 5555
    #8,908
    0
  11. #8862 personalprim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 01:08
    ชอบบรรยายแบบนี้มากเลยค่ะ เหมือนดูตอนเริ่มต้นหนังเลย
    #8,862
    0
  12. #8859 ZachariFentyy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 12:15
    เอ็นดู๊วววว์ น้องตั้งชื่อวัวว่าแป้งกับไข่
    #8,859
    0
  13. #8812 หลานหุ้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 00:38
    เอ็นดูไปหมดทุกอย่างเลยหนูลูก อ่านแล้วต้องตะโกนคำว่าน้องออกมา น้องงงงงงงงง น่ารักจังค้าบน้องงงงงง
    #8,812
    0
  14. #8563 manabi kaminaga (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:21
    จอมมารกลายเป็นเพื่อนบ้านไปแล้ว65555555555
    #8,563
    0
  15. #8548 BuNbunbunbunbun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:35

    ที่อยู่จอมมารคือพีคมากก
    #8,548
    0
  16. #8448 dnkdnk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:33
    ขอหัวเราะเถอะค่ะ555555555 โอ๊ยยยจี่
    #8,448
    0
  17. #8409 y_pps (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:19
    เป็นเพื่อนบ้านนี่เอง
    #8,409
    0
  18. #8375 lills (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:53
    555555555น้องง
    #8,375
    0
  19. #8323 kaowwwww (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 15:05
    ชอบวิธีบรรยายตอนกินมากค่ะ น่าร้ากกกกก55555555
    #8,323
    0
  20. #8315 Yukinong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 19:15
    บรรทัดสุดท้ายคือแบบ...อะ...
    #8,315
    0
  21. #8275 มนุษย์ที่รักอิสระ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 00:35
    ชอบความหรรษานี้555555

    น่ารักๆ เราชอบการบรรยายแบบนี้นะ ภาษาเข้าใจง่ายมากค่ะ✨
    #8,275
    0
  22. #8272 peachsou (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 17:32
    ชอบแนวนี้ และคิดว่าการจะขอดาบของจอมมารคงไม่ยากเกินไปเพราะอยู่บ้านใกล้เรือนเคียง แต่จอมมารจะให้ไหมนั่นก็อีกเรื่อง ฮ่าๆๆ
    #8,272
    0
  23. #8228 aNa_AoNg (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 22:05

    น้องชายคิดไม่ซื่อป่ะเนี้ยยย ติดพี่เกินไปไหมคะ

    #8,228
    1
    • #8228-1 papada7655(จากตอนที่ 2)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:38
      น้องชาย ใช่แน่ๆเลย
      #8228-1
  24. #8021 TheLastManStanding137 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 22:23
    ดำเนินเรื่องดีมากกกก น่าอ่านมากกก
    #8,021
    0
  25. #7978 Miko_Chan2002 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 03:40
    สนุกมากเลยค่ะ ยังไม่เจอคำผิด แต่เจอคำสลับบ้าง และตรงคำว่า จังเลย เนี่ย มันค่อนข้างดูไม่ค่อยเข้ากับการพูดในยุคนั้นเท่าไหร่นะคะ แต่รวมๆแล้วสนุกดีค่ะ
    #7,978
    0