[YAOI]ท่านจอมมาร! ข้าขอดาบท่านได้หรือไม่ขอรับ [สนพ.ฟาไฉ]

ตอนที่ 17 : ท่านพี่ / เจ้าโง่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,425
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,703 ครั้ง
    28 พ.ค. 62


             

             บทที่ 14 ท่านพี่/เจ้าโง่

             ครอบครัวของข้ามีสมาชิกทั้งหมดสี่คน ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่ออฟาน และตัวข้าเอง พวกเราอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ถึงท่านพี่ออฟานจะไม่ใช่พี่แท้ๆของข้า แต่ข้าก็รักเขามากๆ เช่นเดียวกับท่านพ่อท่านแม่ที่รักเขามากเช่นกัน

                ตั้งแต่จำความได้ท่านพี่ออฟานก็อยู่ข้างๆข้ามาตลอด ท่านแม่เล่าว่าคนที่จับมือพาข้าฝึกเดินก็ท่านพี่ออฟานนี่แหละ ท่านพี่สอนเรื่องมากมายให้กับข้าเพราะส่วนใหญ่ท่านพี่จะหนีเรียนไปเที่ยวเล่นในเมืองทำให้รู้เรื่องนู้นนี่เยอะไปหมด ถึงท่านครูจะชอบบอกว่าท่านพี่ดื้อแต่ยังไงเขาก็ยังเป็นคนสำคัญในชีวิตข้าอยู่ดี  

ในวันที่ท่านพี่อายุสิบแปด เขาขอย้ายออกไปอยู่คนเดียว แน่นอนว่าท่านพ่อท่านแม่ไม่ยินยอม แต่ก็แพ้ลูกอ้อนของท่านพี่จนได้ ข้าจำได้ว่าร้องงอแงอยู่หลายวัน ท่านพี่จึงยอมสัญญาว่าจะกลับมาค้างที่บ้านเดือนละครั้งสองครั้งและอธิบายว่าเขาไม่ไปย้ายไปอยู่ไหนไกล หากคิดถึงก็ไปหาได้สบายๆ ข้าถึงปล่อยยอมเขาไป

ในวันที่ข้าอายุสิบแปดก็สามารถสอบเข้าหน่วยอัศวินได้ แต่งานของอัศวินยุ่งมาก การพบท่านพี่จึงยากขึ้นไปอีก ข้าจึงพยายามสอบเลื่อนขั้นให้ได้ตำแหน่งสูงๆเพื่อที่จะมีเวลาว่างกลับบ้านไปพบหน้าท่านพี่ เพราะหากเป็นอัศวินยศเล็กๆต่อไปคงได้แต่ทำงานจนที่บ้านจำหน้าไม่ได้แน่ๆ

                จากทหารยามเล็กๆขยับไปถึงตำแหน่งอัศวินรักษาความปลอดภัยส่วนพระองค์ภายในเวลาสี่เดือน ท่านหัวหน้าคาลเพรอสดึงตัวข้าไปเป็นรองหัวหน้า เพื่อช่วยทำงานเอกสารมหาศาลกับฝึกอัศวินหน่วยอื่นๆ  แน่นอนว่าข้ายอมทำงานเลือดตาแทบกระเด็นเพื่อให้ได้สิทธิพิเศษในการลางาน  แต่ดูเหมือนว่าปีนี้ข้าคงต้องทำงานยาวๆเพราะใช้สิทธิ์ลาพักร้อนทั้งหมดมาดูแลท่านพี่

พวกเราทั้งห้าคนนั่งอยู่ในห้องรับแขก โซฟาตัวยาวถูกท่านพี่ยึดไปนอนย้วย  ท่านพ่อและท่านแม่นั่งโซฟายาวอีกตัว ส่วนข้านั่งเก้าอี้ไม้เล็กๆเพราะโซฟาเล็กถูกท่านอลันจับจองไปแล้ว

“ข้าต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นนะขอรับ”อยู่ๆเจ้าคนที่นอนย้วยก็พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำเอาข้าและท่านอลันสำลักกาแฟ หนังสือในมือท่านแม่ร่วงหลุดจากมือ ท่านพ่อถลาเข้าไปจับหน้าของท่านพี่ให้เงยขึ้นจากหมอนอิง

“หมายความว่ายังไง ออฟาน”ท่านพ่อปากคอสั่นไปหมด ดวงตาในกรอบแว่นสายตามีร่องรอยของความใจหายฉายชัด

“ข้าหางานประจำได้แล้วขอรับ แต่ต้องย้ายไปอยู่กับนายท่านที่แคว้นอื่น”ข้าขมวดคิ้ว ท่านพี่ไปหางานได้อย่างไรในเมื่ออยู่ที่บ้านตลอด หรือจะไปหาก่อนได้รับบาดเจ็บ

“เจ้าพูดบ้าอะไร!”ท่านอลันหลุดตะโกนขึ้นมา เขามองพี่ชายข้าเหมือนเป็นคนบ้าแน่นอนว่าข้าก็ทำแบบเดียวกับเขา เพราะทั้งข้าและท่านอลันยังหาที่ปลอดภัยให้ท่านพี่ไม่ได้ ขุนนางที่โดนตรวจสอบและพบว่ามีความผิด มีจำนวนเก้าในสิบจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะหาที่ปลอดภัยในแคว้น แถมขุนนางบางคนทำธุรกิจทั้งบนดินใต้ดิน เล่นสายมากพอที่จะตามหาตัวท่านพี่ได้แม้จะย้ายไปอยู่แคว้นอื่นก็ตาม

“ข้าพูดจริงๆ” ใบหน้าที่ถูกบีบจนบู้บี้ของท่านพี่พยักขึ้นลง

“แต่เจ้ายังไม่หายดี”ท่านแม่เข้าไปนั่งเบียด ดึงมือคนป่วยขึ้นมากุม

“ไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ นายท่านคนนี้ใจดีมาก”

                “เมื่อไหร่”เสียงของข้าสั่นนิดหน่อยเมื่อเอ่ยถาม มือที่จับแก้วกาแฟกำแน่น ความขมขื่นในใจมีมากกว่าความขมของกาแฟเสียอีก

“ตอนบ่าย...วันนี้”

“ท่านพี่! / เจ้าบ้าไปแล้วจริงๆด้วย”ท่านพี่ออฟานต้องล้อเล่นแน่ๆ  ขอให้ท่านพี่ล้อเล่นทีเถอะ

“กะทันหันไปหน่อยไหมลูก”ท่านแม่ว่าพร้อมกับหยิกแก้มเขาแรงๆ ใช่ทุกอย่างดูกะทันหันไปหมดตั้งแต่ที่เขาพบดาบของจอมมาร

“นายท่านต้องรีบเดินทางน่ะขอรับ”ท่านแม่ตรงดิ่งเข้าไปในครัว ท่านพ่อวิ่งไปยังชั้นสองเพื่อเตรียมของ ข้าและท่านอลันดึงตัวคนป่วยให้นั่งดีๆก่อนจะประกบซ้ายขวา

“ท่านพี่พูดจริงหรือ”ข้ากระซิบถาม พี่ชายพยักหน้าหงึกหงัก ปากเคี้ยวคุกกี้ที่ข้าป้อนให้กรุบๆ

“แคว้นไหน” ท่านอลันโน้มตัวมาชิดท่านพี่ สายตาคาดคั้นให้บอกความจริง แต่คำตอบที่ได้คือการส่ายหัวเบาๆ

“เจ้าไม่รู้?!”คนแก้มป่องพยักหน้า ก่อนจะยกแก้วนมขึ้นดื่มอย่างสบายใจเหมือนเรื่องที่เราคุยกันไม่ใช่เรื่องการย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่เป็นเรื่องการนอนค้างแรมสองสามวันมากกว่า

ท่านอลันเลือดขึ้นหน้า โบกหัวท่านพี่ไปเต็มๆจนได้ยินเสียงฟันกระทบกับปากแก้วดังกึก

“หยุดกิน แล้วช่วยจริงจังหน่อยออฟาน”

“ก็ข้าไม่รู้จริงๆนิ นายท่านมีปราสาทหลายที่ ข้าไม่รู้ว่าเดือนนี้จะไปอยู่ที่ปราสาทหลังไหน”

“เขาเป็นใคร”

“ขุนนาง...”ท่านพี่ตอบเบาๆ เหมือนไม่มั่นใจ แล้วอย่างนี้จะให้ข้าปล่อยไปได้อย่างไร!

“เขาชื่ออะไร”หากรู้ชื่อ ย่อมสามารถใช้เส้นทางของข้ากับท่านอลันสืบดูได้

 “ข้าบอกไม่ได้”

“ที่ปลอดภัยก็ยังหาไม่ได้แล้วอยู่ๆเจ้าก็มาบอกว่าจะย้ายไปทำงานกับขุนนางชื่ออะไรก็ไม่บอก ปราสาทอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เจ้ารู้บ้างไหมว่าทำพวกข้าประสาทเสียขนาดไหน”ท่านอลันกระชากคอเสื้อท่านพี่แล้วเขย่าไปมา จนข้าต้องรีบแยกพวกเขาออก ก่อนที่จะมีการชกต่อยเกิดขึ้นกลางบ้าน

“อลัน ข้าบอกเจ้าไม่ได้อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้แต่ข้าให้สัญญาว่าข้าจะปลอดภัย”ท่านพี่เกี่ยวก้อยกับท่านอลันที่เริ่มหัวร้อนแต่ก็ยอมให้ท่านพี่โยกนิ้วไปมา

“ท่านพี่ ขุนนางที่ท่านไปทำงานด้วยนิสัยดีใช่ไหมขอรับ”หากจะหนีจากพวกขุนนาง การหลบหลังขุนนางสักคนก็ถือว่าทั้งปลอดภัยและอันตรายในเวลาเดียวกัน ถ้าขุนนางที่ท่านพี่ไปทำงานด้วยมีอำนาจและชื่อเสียงมากย่อมเป็นเรื่องดี เพราะอย่างน้อยมันก็ช่วยให้พวกขุนนางคนอื่นๆไม่กล้าเข้ามายุ่งกับคนของตัวเอง

“ก็เป็นคนดี...มากกว่าที่คิด”รอยยิ้มและคำตอบของท่านพี่ทำให้ข้าสบายใจขึ้นมานิดหน่อย นิดหน่อยจริงๆ

“ข้าไม่อยากให้พวกเจ้าไปยุ่งกับพวกขุนนาง”น่าตลกที่คำนี้หลุดออกมาจากปากของคนที่ย้ายไปทำงานกับขุนนาง

“ข้าก็ไม่อยากให้เจ้ายุ่งกับพวกขุนนาง/ข้าก็ไม่อยากให้ท่านยุ่งกับพวกขุนนาง”ทั้งข้าและท่านอลันกล่าวพร้อมกัน จนคนที่นั่งอยู่ตรงกลางหลุดหัวเราะ

พวกเราทั้งสามคนต่างรู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นห่วง ที่ท่านพี่ไม่ยอมบอกแม้กระทั่งชื่อของเจ้านายกับความลับเรื่องดาบก็เพื่อความปลอดภัยของพวกข้า และที่พวกเราคาดคั้นท่านพี่ให้พูดความลับมาให้หมดก็เพื่อความปลอดภัยของท่านพี่ เราทุกคนต่างมีเหตุผลในการกระทำของตัวเองและครั้งนี้ข้ากับท่านอลันตีดสินใจเชื่อในการกระทำของท่านพี่ดูสักครั้ง

พวกเราเปลี่ยนเรื่องเคร่งเครียดมาเป็นการย้อนความหลังแทน ในเมื่อซักไซ้อะไรไม่ได้แล้วก็สู้ยอมรับดีกว่า เรื่องสมัยเด็กถูกขุดขึ้นมาเล่าทั้งเรื่องตลก เรื่องเศร้าถูกนำมาเล่าอีกครั้งและเมื่อท่านพ่อกับท่านแม่เตรียมของให้ท่านพี่เสร็จแล้วก็มารวมวงนินทาลูกให้เพื่อนสนิทลูกฟัง  หัวเราะภายในบ้านดำเนินมาหลากเกือบชั่วโมง จนกระทั่งเข็มนาฬิกาเข้าใกล้เวลาบ่ายมากขึ้น เสียงหัวเราะเงียบลง พวกเราต่างมองคนป่วยที่นั่งยิ้มน้อยๆให้ด้วยสายตาที่หลากหลาย

ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่รู้ความลับของท่านพี่ถือเป็นเรื่องดี อย่างน้อยพวกท่านก็ไม่ได้มองท่านพี่ด้วยสายตาปวดร้าวแบบพวกข้า การที่ไม่สามารถช่วยคนในครอบครัวทำให้ข้าจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก 

เสียงฝีเท้าม้าที่ใกล้เข้ามาพาให้พวกเราออกไปยืนรอที่หน้าบ้าน ข้าไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไร เสียใจ?ใจหาย?กังวล? ความรู้สึกมากมายตีกันอยู่ในหัว มันไม่เหมือนกับตอนท่านพี่ขอแยกไปอยู่คนเดียว ตอนนี้ท่านพี่ของข้ากำลังจะจากไปในที่ที่ไม่รู้จักและอาจจะห่างไกลจากข้า

สายตากวนๆที่ส่งมาเมื่อข้าจับได้ว่าเขาแอบกินขนมในส่วนของข้า

รอยยิ้มที่คอยส่งมาให้ข้าเสมอแม้สิ่งที่ทำจะห่วยแตกแค่ไหน

เสียงที่ชอบดุเมื่อข้างอแงเป็นเด็กๆ

คำปลอบโยนเวลาที่ข้าโดนรังแก

สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือชอบลูบหัวข้าไปมา

ข้าจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว...

ภาพในความทรงจำสมัยเด็กฉายชัดขึ้นมาจนข้าใจหาย  เด็กชายหัวเหลืองคนหนึ่งชูรูปมนุษย์ก้างปลาที่วาดด้วยสีเทียนให้เด็กชายที่ตัวโตกว่าดู รูปพวกนั้นบิดๆเบี้ยวๆเสียจนน่าขัน

“ท่านพี่ ข้าจะเป็นอัศวิน! จะปกป้องคนที่โดนรังแก”เด็กคนนั้นส่งยิ้มฟันหลอให้เด็กผมสีน้ำตาลที่ชะโงกหน้าเข้ามาดูภาพวาดบิดๆเบี้ยวๆ

“เจ้าปกป้องตัวเองให้ได้ก่อนเถอะน้องชาย”

“ท่านพี่จะต้องมาขอร้องให้ข้าช่วยแน่นอน!”

“อยากให้ถึงวันนั้นจังเลย~ท่านอัศวินมือที่โยกหัวข้าไปมาในตอนนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ถึงวาจาจะร้ายกาจแต่ดวงตาสีอำพันที่มองมามีความรักอยู่เต็มเปี่ยม

ท่านพ่อบอกว่าที่ท่านพี่ขอไปอยู่คนเดียวเพราะอยากใช้ชีวิตแบบยืนบนลำแข้งของตัวเอง แต่เมื่อโตขึ้นมาข้าจึงรู้ว่า ในตอนนั้นที่บ้านมีเงินไม่เพียงพอที่จะให้ข้าสมัครสอบเข้าหน่วยอัศวิน ทั้งค่าสมัคร ค่าเกราะเหล็ก ค่าอาวุธต่างๆมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แม้แต่เงินเดือนจากอาชีพหมอของท่านพ่อก็ไม่เพียงพอที่จะซื้อเกราะดีๆให้ได้ ท่านพี่จึงออกจากบ้านไปทำงานหาเงินส่งให้ที่บ้านจนเพียงพอที่จะให้ข้าไปทำตามความฝันของตัวเอง

ภาพเด็กชายหัวเหลืองร้องไห้งอแงเพราะพี่ชายไม่ยอมเล่นด้วยทำให้ข้านึกอยากกลับไปตบปากตัวเอง ท่านพี่ทำงานหนักขนาดนั้น เวลานอนยังแทบไม่มีจะมาเล่นกับเจ้าได้อย่างไร มาร์คัส

                อยู่ๆภาพตรงหน้าก็พร่ามัว ข้าพยายามกลั้นเสียงสะอื้นแต่ก็ไม่พ้นความหูดีของท่านพ่อไปได้

                “ท่านอัศวินร้องไห้เลยหรือ พี่เจ้าแค่ไปทำงานที่แคว้นอื่นไม่ได้ไปรบเสียหน่อย”ท่านพ่อตรงเข้ามากอดคอ มือท่านตบหลังข้าแปะๆ แต่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าม้าที่ใกล้ ทำนบน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็พังทลาย

                “ตายจริง อลันก็เป็นกับเขาด้วยหรือจ๊ะ”เสียงฟึดฟัดดังอยู่ข้างๆ ท่านอลันรีบปาดน้ำตา แต่ก็กั้นไว้ไม่ได้นาน...มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้ว่าท่านพี่อาจจะไม่กลับมาที่เมืองนี้อีก

 

อลัน

                สมัยเด็กมักจะมีเจ้าบ้าคนหนึ่งมาคอยชะเง้อคอมองน้องสาวของข้าตลอด ชัดเจนเสียจนคนเป็นพี่อย่างข้าทนไม่ได้ เลยตัดสินใจเรียกเจ้าบ้านั่นไปคุย มันโวยวายยกใหญ่ที่ข้าไปขัดขวางความรักของมัน แต่น้องข้าไม่ได้ชอบเจ้า! จากตอนแรกที่ใช้ปากคุยกลับกลายเป็นใช้หมัดคุยกันแทน ก่อนจะจบแบบงงๆที่กอดคอกันร้องไห้เพราะโดนท่านครูฟาดก้นลายทั้งคู่ แล้วข้าก็กลายเป็นเพื่อนสนิทมันไปได้อย่างไรก็ไม่รู้

                เมื่อโตขึ้นพวกเรายังคงทำงานในเมืองบาเวลไม่ได้ย้ายไปไหน ออฟานเริ่มทำงานรับจ้าง หนักเอาเบาสู้เสียจนคนในเมืองเอ็นดู ส่วนตัวข้าได้ทำงานในหน่วยสรรพากร

                หน้าที่ของสรรพากรคือการไปเก็บเงินภาษี ในช่วงที่มีการขูดรีดกันจนน่าเกลียด ข้าที่เป็นคนเก็บภาษีตัวเล็กๆมักจะโดนชาวบ้านเขวี้ยงปาข้าวของใส่จนต้องไปทำแผลที่บ้านของท่านน้าทิมบ่อยๆ แต่หลังๆเหมือนชาวบ้านจะเลิกปาของใส่ข้าแล้ว พวกเขาเพียงทำหน้าเหม็นเบื่อใส่และจ่ายเงินแต่โดยดี

“หากเจ้าหนูฟานไม่มาขอร้อง เจ้าได้หัวแตกไปแล้ว”

“ข้าเห็นแก่ออฟานหรอกนะ ถึงไม่เอามีดจิ้มพุงเจ้า”

“เพื่อนเจ้าเป็นคนดีนะและเพราะแบบนั้นข้าจะยอมจ่ายก็ได้”

                ข้างุนงงไปชั่วขณะจนกระทั่งชาวบ้านคนหนึ่งช่วยไขความสงสัยให้  ข้าควบม้าออกไปยังบ้านที่อยู่ติดชายแดนแคว้น แสงที่ลอดจากบานหน้าต่างชั้นล่างทำให้รู้ว่าเจ้าบ้านยังไม่นอน บานประตูถูกผลักอย่างรีบร้อน ร่างของสหายก้มหน้าก้มตาเย็บเสื้อผ้าที่ฉีกขาด รอบๆมีกองผ้ามากมายวางสุมไว้

                “ข้าพึ่งจ่ายภาษีไปเมื่อวานนะ เจ้าจะรีบมาเก็บของเดือนหน้าทำไม”น้ำเสียงกวนประสาทเอ่ยขึ้น มันไม่เงยหน้าขึ้นมามองสักนิด

                “เจ้าโง่ เจ้าทำไปเพื่ออะไร”ข้าแหวกกองผ้าออกแล้วตรงไปกระชากคอเสื้อย้วยๆของมัน เสียงเอ่ยเตือนว่าระวังเข็มไม่ได้อยู่ในห้วข้าแม้แต่น้อย มันหัวเราะเบาๆ ชกไหล่ข้าทีหนึ่งแบบที่ชอบทำ

                “เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนสิ”สายตากวนบาทาส่งมาให้พร้อมรอยยิ้มแฉ่งน่าหมั่นไส้  ข้าทิ้งตัวนั่งลงไปกับพื้น คว้าเสื้อผ้ามาซ่อมไปเงียบๆ เสื้อผ้าที่เจ้าบ้าคนหนึ่งไปขอซ่อมให้ฟรีๆแลกกับการเลิกปาข้าวของใส่ข้า

                ไม่ใช่เรื่องของเจ้าแท้ๆ...

                แล้วอยู่ๆเจ้าจะมาบอกว่าย้ายไปอยู่ที่อื่น ที่ไหนก็ไม่รู้ ขุนนางคนนั้นชื่ออะไรก็ไม่บอก ข้าจะไม่กังวลได้ยังไง เจ้าเป็นเพื่อนคนสำคัญของข้านะ จะหายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยแบบนี้ได้ยังไง มีที่อีกตั้งมากมายที่ข้ากับเจ้ายังไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน มีเรื่องอีกทั้งเยอะที่เจ้ายังไม่ได้ตอบแทนข้า และยังมีเรื่องอีกนับไม่ถ้วนที่ข้ายังไม่ได้ตอบแทนเจ้าเลยนะสหาย...

               

ออฟาน

                ภาพผู้ชายตัวโตๆสองคนร้องไห้ทำข้าตกใจไม่น้อย ความรู้สึกผิดที่ไม่บอกพวกเขาให้เร็วกว่านี้ตีตื้นขึ้นมาแต่จะให้ทำอย่างไรได้ รายละเอียดเรื่องย้ายไปอยู่กับท่านเฮทิสพึ่งตกลงได้เมื่อวาน ข้าดึงมาร์คัสเข้ามากอด ประคองใบหน้าของเขาไว้แล้วไล่ปลายนิ้วปาดน้ำตาให้ช้าๆ

                “มาร์คัส ข้าจะปลอดภัย ไม่ต้องเป็นห่วง”มาร์คัสกระชับวงแขนแน่นขึ้น  ดวงตาสีผลวอลนัทมีน้ำตาไหลออกมามากกว่าเดิม

                “ข้าจะส่งจดหมายมาให้เจ้าบ่อยๆ รอรับได้เลย”ข้าตบแก้มเขาแปะๆ ยกแขนเสื้อขึ้นมาถูใบหน้าเขาแรงๆ ก่อนจะหันไปดึงอลันมากอด

                “อลัน เจ้าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของข้า”เขาซบหน้ากับไหล่ข้า เสียงสะอื้นดังลอดออกมาเบาๆ

                “ข้าจะรอจดหมายแต่งงานจากเจ้านะ”

                “ข้าจะส่งให้เจ้ายังไง เจ้าโง่”เขากอดข้าแรงๆ ก่อนจะผละออกมาชกไหล่ข้า ท่านน้าทั้งสองหอมแก้มส่งลา ข้าจึงหอมตอบ แน่นอนว่าเจ้าน้องชายก็อยากได้ ข้าเลยแถมหอมอีกฟอดให้อลันไปด้วย สหายถึงกับสะดุ้งโหย่ง เหวอไปจนหยุดร้องไห้

                ข้าหอบข้าวของปีนเข้าไปในรถม้าหรูหราอย่างรวดเร็ว ปิดประตูแล้วชะโงกหน้าออกไปมองครอบครัวและสหายสนิท

                “อย่าลืมกลับมาเยี่ยมๆบ่อยนะ ลูก”

                “ข้าสัญญาเลยขอรับ ท่านพ่อ ท่านแม่” ดวงตาของท่านน้าทั้งสองเบิกกว้าง น้ำตาซึมออกมาเล็กน้อย นานแค่ไหนว่านะที่ข้าไม่ได้เรียกพวกท่านว่าท่านพ่อท่านแม่  น้องชายตัวโตของข้าเหมือนกลายเป็นเด็กอีกครั้ง น้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะ ไหล่กว้างสั่นเทาจนน่าสงสาร  ส่วนสหายสนิทร้องไห้ไม่ต่างจากตอนที่โดนท่านครูฟาดก้นลาย

                ภาพของพวกเขาห่างออกไปเรื่อยๆ แรงกระตุกที่ชายเสื้อทำให้ข้ากลับเข้าไปนั่งดีๆ คนตรงข้ามส่งผ้าเช็ดหน้ามาให้ แต่เมื่อเขาเห็นข้าทำหน้างงใส่ จึงนำผ้าผืนน้อยซับใบหน้าที่เปียกปอนของข้าเบาๆ...อ่า ว่าจะไม่ร้องแล้วนะ 

--------------------ติดตามต่อได้ภายในเล่มค่ะ----------------------------

*ก่อนหน้านี้เราเปิดให้อ่านฟรีมาหลายเดือนแล้ว และต่อจากนี้จะไม่มีการปลดล็อคใดๆทั้งสิ้นค่ะ เพราะเราได้ตีพิมพ์กับทางสำนักพิมพ์แล้ว*

ช่องทางจำหน่าย
-แบบรูปเล่มสามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บฟาไฉ 

-แบบE-Book สามารถซื้อได้ที่ meb
https://www.mebmarket.com/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.703K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9,217 ความคิดเห็น

  1. #9211 xxxlilly (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:07
    ความผูกพันของพี่น้องคู่นี้คือซึ้งมากเลย โตมาด้วยกัน ดูแลกันมา เข้าใจแล้วว่าทำไมออฟานถึงต้องออกไปลำบากอยู่คนเดียว แง เค้ารักกันมากเลยครอบครัวนี้ ในที่สุดออฟานก็เรียกว่าท่านพ่อท่านแม่อีก ดีใจแทน เสียใจใจหายไปกับมาร์คัสด้วย
    #9,211
    0
  2. #9162 Ash4869 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 13:59

    น่าเสียดายจริง ที่มาไม่ทัน
    #9,162
    0
  3. #9026 Ruanjai (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:30
    น้ำตาไม่ซึมค่ะร้องเลยโอ้ยยยนฮืออน้องเศร้าา
    #9,026
    0
  4. #8999 BJ_KK (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 14:38
    น้ำตาซึมแรงๆค่ะ อบอุ่นหัวใจมากเรื่องนี้ อ่านเรื่องนี้แล้วเหมือนได้ไปนอนในกลุ่มหมอนนู้มๆเลยค่ะ555
    #8,999
    0
  5. #8946 ภนุ. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 22:05
    ฮือออ ร้องไห้เลยค่ะะ
    #8,946
    0
  6. #8891 HANSEL-M (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 00:35
    ร้องไห้ตามเลย
    #8,891
    0
  7. #8872 personalprim (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 03:47
    ฮือ น้ำตาไหลแบบจริงจังมาก หมอนเปียก ครีมละลาย TTttt
    #8,872
    0
  8. #8839 Nedra_Colwin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 19:01
    คือบับ อ่านเมนต์แล้ว กุไม่ร้องไห้อยู่คนเดียวรึเปล่า หรือเพราะกุนั่งแทะแอปเปิ้ลอยู่วะ ถามตัวเองซ้ำๆจนแทะแอปปเปิ้ลหมด
    #8,839
    0
  9. #8830 ชะเอิงเอ๊ย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 00:38
    แง ความสัมพันธ์ครอบครัวนี้อบอุ่นจัง ร้องไห้ตามแล้วค่ะ T T
    #8,830
    0
  10. #8786 galepn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 22:44
    แง น้ำตาไหลพรากเลยฉันนน
    #8,786
    0
  11. #8753 เจ้าเหมียว~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 19:46
    ต้องแอบร้องไม่ให้น้องสาวเห็น บ้าเอ้ยยยยฮื้ออออ
    #8,753
    0
  12. #8708 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 11:10
    ซึ้งมากอ่ะ
    #8,708
    0
  13. #8684 Jinnapat26 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:28
    รักออฟานมากกก
    #8,684
    0
  14. #8682 Sukanya Paileeklee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:36
    ซึ้งมากกก
    #8,682
    0
  15. #8666 f-srcn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:35
    ขอบคุณมากๆๆๆเลยนะคะไรต์ ทำได้ดีมากค่ะ
    #8,666
    0
  16. #8664 ~*!Ev@Chan!*~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:25
    ซึ้งมากกกจริงๆ
    #8,664
    0
  17. #8629 manabi kaminaga (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:42
    กลับมาเยี่ยมบ่อยๆได้มั้ยยยยยยTT
    #8,629
    0
  18. #8612 B.TEm (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:41
    เราไม่ร้องไห้นะคะ แต่เรายิ้มไม่หุบเลยอ่ะ เขารักกันมากจีง ๆ แง

    และไม่ว่าจะเรือไหนเราลงหมดเลยค่ะ เราเอาทุกเรือ
    #8,612
    0
  19. #8591 ppterakk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:21

    ทำไมซึ้งงี้ นำตาแตกตั้งแต่พาสน้องชายแล้วอ่ะ อบอุ่นมากกก

    #8,591
    0
  20. #8578 อ๊ากกก (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:24

    แง้ อ่านอยู่ดีๆน้ำตาก็ไหล งื้อ

    #8,578
    0
  21. #8575 lapis (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:46
    น้ำตาซึมเลยย
    #8,575
    0
  22. #8543 xวาuxวาu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:23

    ตอนนี้ดีมากเลยอ่ะ
    #8,543
    0
  23. #8492 kristkatt (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:38
    ร้องไห้เเล้ว

    รับรู้ถึงความรักจากครอบครัวจริงๆ. งดงามมากค่ะ
    #8,492
    0
  24. #8469 bblare (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:46
    ตอนนี้ทำเอาร้องไห้ทั้งตอนเลยค่ะ​ เขียนได้ดีมาก​ ได้รับพลังงานบวกจากออฟานมากมาย​ ขอบคุณ​นะคะ
    #8,469
    0
  25. #8392 lills (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:35
    ฮือออฟานนน
    #8,392
    0