Please be my girlfriend! จะรักดีไหม...? นายจอมป่วน

ตอนที่ 1 : บทนำ (ไล่ตามความฝัน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 มิ.ย. 59

“ลูกว่าไงนะ!!!!” คุณพ่ออุทานขึ้นอย่างไม่เชื่อหูตัวเองหลังจากที่ฉันคุยเรื่องสำคัญเสร็จ

“ลูกคิดดีแล้วเหรอ?”

“ใช่ค่ะ หนูคิดดีแล้ว” ฉันก้มหน้าตอบคุณแม่เสียงเบาหวิว “หนูตัดสินใจแล้วค่ะ”

“ไม่... พ่อไม่อนุญาต พ่อไม่มีทางปล่อยลูกให้ต้องใช้ชีวิตตามลำพังแบบนั้นแน่”

“แต่พ่อคะ...”

“คุณคะ ใจเย็นๆ”

“ผมเย็นไม่ได้หรอกคุณ พวกเราอุตส่าห์ส่งลูกเรียนหนังสือสูงๆ เพื่อจบมาจะได้สานต่อธุรกิจของตระกูล แต่นี่อะไร... บอกว่าจะย้ายที่เรียน แถมจะไปอยู่หอพักตามลำพังอีก”

“ก็หนูอยากเรียนในด้านนี้นี่คะพ่อ...”

“ยัยลูกบ้าเอ้ย! ถ้าจบมาจะทำงานอะไร... หัดคิดหน้าคิดหลังซะบ้างจะได้มั้ย...?”

“...” ฉันจิกเล็บลงไปบนหน้าขาอย่างเกร็งๆ ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเห็นคุณพ่อโกรธแบบนี้เป็นครั้งแรก... มันทำให้ฉันทำตัวไม่ถูกเลย

“หนูคิดดีแล้วจริงๆ ค่ะ และหนูก็มั่นใจว่าจบมาต้องมีงานทำแน่นอน...”

“แต่มันอันตรายนะลูก...”

“ไม่ต้องห่วงค่ะแม่... หนูน่ะไปศึกษาข้อมูลมาแล้ว เป็นหอพักเล็กๆ ที่ตั้งอยู่หลังโรงเรียนน่ะค่ะและมีเด็กนักเรียนอาศัยอยู่ด้วย รับรองว่าหนูไม่ได้อยู่คนเดียวแน่นอนค่ะ”

“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ... พ่อก็ไม่อยากให้ลูกไปอยู่ดี” คุณพ่อที่มีท่าทีสงบลงเล็กน้อยพูดพลางขมวดคิ้วมุ่น

“พ่อคะหนูโตแล้วนะ”

“แต่พ่อก็ยังเห็นลูกเป็นเด็กอยู่วันยันค่ำนั่นแหละ”

“คุณคะ...” คุณแม่ปรามขึ้นเบาๆ ก่อนทำท่าทีเหนื่อยใจ “อย่าไปบังคับลูกเลยนะคะ ให้เขาทำตามความฝันของเขาเถอะ”

“แต่... ผมไม่อยากให้ลูกไปอยู่ที่อื่นนี่นา... ผมเป็นห่วงลูกจริงๆ นะ”

“คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะคะ หนูไม่เป็นไรแน่นอนและหนูจะตั้งใจเรียน หนูจะทำตามฝันของหนูให้ได้ หนูสัญญาค่ะ” ฉันส่งยิ้มอ่อนๆ ไปให้คุณพ่อและคุณแม่... พอสังเกตดีๆ ดวงตาของคุณพ่อดูแดงๆ อย่างกับกำลังจะร้องไห้เลย...

“ฮึก... ฮึก...”

“คุณคะ??”

“ฮือๆ ผมไม่อยากให้ลูกไปเลย... ฮึกๆ จริงๆ นะ...” มาดของคุณพ่อผู้เข้มงวดพังลงทันที เขาซุกหน้าร้องไห้เป็นเด็กๆ โดยมีคุณแม่คอยปลอบอย่างอ่อนโยน

“น่า... คุณคะ ลูกเราเก่งอยู่แล้ว เชื่อใจลูกเถอะค่ะ”

“ฮึก... ถ้างั้นลูกสัญญานะว่าจะตั้งใจเรียนน่ะ... แล้วก็หมั่นกลับมาหาพ่อกับแม่บ้างนะ... ฮึก”

“ค่ะพ่อ... หนูสัญญา” ฉันเดินไปนั่งข้างล่างและกอดพวกท่านทั้งสองด้วยรอยยิ้ม... อุ่นจังเลย

อ้อมกอดนี้ฉันจะจดจำไปตลอด... และจะไม่ลืมอ้อมกอดที่อบอุ่นของคุณพ่อและคุณแม่เด็ดขาดเลย

“พ่อคะ... แม่คะ...”

“อะไรลูก...”

“ขอบคุณนะคะ หนู... รักพ่อกับแม่นะ”

 

...ไม่นานนักรถแท็กซี่ก็มารับฉันออกจากบ้านมุ่งตรงไปยังจุดหมาย ซึ่งเป็นหอพักเล็กๆ หลังโรงเรียนใหม่นั่นเอง

อืม... ถ้างั้นฉันขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ฉันชื่อ เจอาร์ อายุ 16 ปี เป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกา ค่ะ คุณแม่ของฉันเป็นคนอเมริกาและคุณพ่อเป็นคนไทย ฉันได้ดวงตาที่กลมโตนี้มาจากคุณแม่ส่วนสีผมสีน้ำตาลนี้ก็ได้มาจากคุณพ่อ ความจริงฉันคิดว่าตัวเองหน้าเหมือนคุณแม่มากกว่าอีกนะ...

และเหตุผลที่ฉันย้ายโรงเรียนมาอยู่หอพักนี้ก็เป็นเพราะฉันรักในเสียงเพลงค่ะ... แปลกใจใช่มั้ยที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่แต่ฉันกลับไม่สนใจ อืม... เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ฉันรู้แต่เพียงว่าฉันอยากมาเรียนที่นี่ ที่โรงเรียนแห่งนี้ มันเหมือนกับฝันเลยล่ะค่ะที่รู้ว่ามีโรงเรียนเปิดสอนเรื่องดนตรีโดยเฉพาะแบบนี้น่ะ

เอี้ยด!

เสียงรถแท็กซี่เบรก เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าได้มาถึงที่หมายแล้ว ฉันหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้กับคนขับ

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ”

ฉันก้าวขาลงจากรถแท็กซี่ ก่อนจะยืนมองหอพักสองชั้นหลังเล็กๆ ข้างหน้าถูกตกแต่งด้วยกระถางดอกไม้นานาชนิด ข้างๆ กันนั้นก็ยังมีสวนหย่อมเล็กๆ และม้านั่งที่ใช้อ่านหนังสืออีกด้วย รอบๆ เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวดูอุดมสมบูรณ์ เสียงนกแข่งขันกันร้องเพลงเสียงเจื้อยแจ้วฟังแล้วเพลินจัง

สายตาฉันหยุดอยู่ตรงป้ายบนประตูหอพักที่เขียนว่า ‘Secret Zone’ เอาไว้ หมายถึงชื่อหอพักหรือเปล่านะ

ฉันเดินไปจับตรงลูกบิดประตู และหมุนมันให้เปิดออก

แอ้ด...

“เอ่อ... คือ สวัสดีค่ะ...” ฉันเอ่ยทักทายทันทีหลังจากเปิดประตูและก้าวเข้ามาข้างในตัวหอพัก

“...?? ครับ?”

ฉันหันไปมองตามต้นเสียง เห็นเด็กผู้ชายผมสีดำดูยุ่งๆ ที่กำลังเดินออกมาจากห้องๆ หนึ่ง...

...ดวงตาสีน้ำตาลนั้นจับจ้องมาที่ฉัน ใบหน้าที่ขาวใสนั้นเปื้อนเขม่าควันเล็กน้อย จมูกโด่งเป็นสัน และเรือนร่างที่น่าหลงใหลนั้นทำเอาฉันจ้องตาไม่กระพริบ แต่เมื่อริมฝีปากบางสีแดงระเรื่อนั้นเริ่มขยับทำให้ฉันตื่นจากภวังค์ “เธอเป็นใครครับ?”

“ฉะ... ฉันคือคนที่จองห้องพักไว้น่ะค่ะ ไม่ทราบว่าฉันจะได้ห้องพักห้องไหนคะ?”

“...เจอาร์ใช่มั้ยครับ?”

“ใช่ค่ะ...”

เขากระพริบตาปริบๆ อย่างใสซื่อ “ถ้างั้นมาลงชื่อก่อนนะครับ” เขาเดินนำฉันไปนั่งที่โซฟาก่อนจะหยิบเอกสารบางอย่างออกมา

ฉันอ่านข้อมูลคร่าวๆ ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยและหยิบปากกาขึ้นมาเซ็น... ฉันต้องพักอยู่ที่ห้อง 306 งั้นเหรอ?

“เอาล่ะ นี่คือกุญแจห้องพักของเธอนะครับ เดี๋ยวผมนำทางให้ ตามผมมาสิครับ...” เขาลุกขึ้นยืนอย่างใจเย็น แล้วเดินนำฉันไปทางห้องพักที่อยู่บนชั้นสอง ดูๆ ไปที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ

ภายในที่ถูกตกแต่งอย่างประณีตแลดูหรูหรา ผนังที่ถูกทาด้วยสีฟ้าอ่อนๆ และเพิ่มสีสันด้วยหิมะสีขาวทำให้ความรู้สึกสงบและเยือกเย็น โคมไฟสีน้ำตาลอ่อนเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ตรงกำแพงระหว่างทางช่วยทำให้บรรยากาศโดยรอบอบอุ่นขึ้นทันตา

แกร้ก...

เขาหยุดยืนอยู่ตรงประตูข้างหน้า ก่อนจะไขกุญแจและเปิดมันออก “นี่ครับห้องของเธอ เชิญสำรวจตามสบายเลยนะครับ ผมขอตัวก่อน”

“ดะ... เดี๋ยว...”

“อะไรครับ?”

“ฉันกะจะบอกนายตั้งแต่เมื่อกี๊นี้แล้วน่ะ... พอดีว่ามีคราบเขม่าควันติดที่หน้า เดี๋ยวฉันเช็ดให้นะ” ฉันหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าก่อนจะยื่นไปตรงหน้าเขา

“อ้ะ! ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเช็ดเองก็ได้”

“เดี๋ยวฉันเช็ดให้ ไม่ต้องห่วงหรอก”

“เอ้ะ... ตะ... แต่ว่า...!!!

“เสียงดังทำไมน่ะแทยัง...ทำอาหารเสร็จแล้วหรือไงกัน ฉันหิวจะตายอยู่ละ...”

“...” เราทั้งคู่หันไปมองบุคคลที่สาม เด็กหนุ่มผมทองที่รวบผมไว้ข้างหลัง ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลนั่นเบิกโพลงก่อนจะชี้นิ้วมาทางฉัน

“เฮ้ย! แทยัง นายพาผู้หญิงมาที่หอพักเหรอวะ ร้ายกาจมาก... ข้ามหน้าข้ามตาฉันเกินไปแล้วนะเฟ้ย”

“ปะ... เปล่านะตาร์ มันไม่ใช่อย่างที่นายคิด” คนที่ถูกเรียกว่าแทยังดันตัวฉันให้ออกห่าง “เธอแค่เช็ดคราบเขม่าควันให้ฉันเฉยๆ”

“แล้วมีผู้หญิงอยู่ที่นี่ได้ยังไง...??” เขาเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พลางขมวดคิ้วจ้องฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า (?)

“คือแบบนี้นะ เดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ฟัง...”

“เกิดศึกชิงนางขึ้นหรือไงกันพวกนายน่ะ...?” เสียงคนอีกคนดังมาจากฝั่งตรงข้ามห้องของฉัน เด็กผู้ชายผมสีแดงดูท่าไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ ยืนกอดอกพิงขอบประตูพลางทำหน้าตาย... ทำไมมันดูกวนประสาทยังไงชอบกลเนี่ย

“ที... ไม่ใช่สักหน่อย!!” เด็กผู้ชายตรงหน้าทั้งสองคนตะโกนขึ้นมาพร้อมกัน

“อ๋อเหรอ?”

“เอ่อคือ... ทุกคนคะ?” ฉันโพล่งขึ้นกลางวงล้มของผู้ชายทั้งสาม นั่นทำให้ฉันกลายเป็นจุดโฟกัสไปโดยปริยาย

“อย่าเพิ่งเข้าใจผิดกันเลยนะคะ...”

“...”

“คือความจริงแล้วน่ะ... ฉัน...”

“เสียงดังรบกวนคนอื่นกันจังนะพวกนาย” ก่อนที่ฉันจะพูดจบ เสียงคนๆ หนึ่งก็ดังแทรกมาตรงห้องอีกห้องหนึ่งที่อยู่ถัดไป...

เด็กผู้ชายสวมแว่นสีแดง เส้นผมสีควันบุหรี่นั้นถูกเซตขึ้นจนตั้งชี้โด่เด่ (ดูเท่ไปอีกแบบ) ดวงตาสีดำสนิทนั้นจ้องมองมาทางพวกเราทั้งสี่คนอย่างเฉยเมย

“นายน่ะเงียบไปเลยวิล”

“พวกฉันกำลังรอคำตอบจากปากของยัยนี่อยู่”

“อ่า...” ทำไมนายต้องชี้นิ้วมาที่ฉันด้วยยะ อีตาหัวแดง!!!

“หืม...? ผู้หญิงเหรอ?”

“เดี๋ยวฉันอธิบายให้ฟังนะ พวกนายลงไปรอข้างล่างก่อนได้มั้ย?” แทยังพูดขึ้นมาอย่างเหลืออด “เจอาร์เธอเข้าไปอยู่ในห้องก่อนก็ได้นะครับ ผมขอเคลียร์กับเจ้าพวกนี้ก่อน”

“อ่า... ค่ะ” ฉันฝ่าวงล้อมของพวกเขาออกมาเพื่อหลบสายตาแปลกๆ ทั้งหกคู่ ก่อนจะเดินเข้าห้องและปิดประตู

“พวกนายรีบๆ ลงไปเลยครับ เดี๋ยวนี้!

“อะไรวะ พูดตรงนี้ไม่ได้หรือไง”

“ไม่ได้ๆ เร็วๆ สิ”

“ก็ได้...”

ตึกตึก ตึกตึก

หลังจากที่เสียงฝีเท้าเงียบหายไป ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่ว่ามันดูแปลกๆ นะ หอพักนี้ไม่มีผู้หญิงเลยงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้น่า... นั่นสิ ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว...

ฉันจะมาพักอยู่ในหอพักที่มีแต่ผู้ชายได้ยังไงกัน!!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น