Strange love. รักได้... ถ้าใจมันรัก

ตอนที่ 5 : อดีตของสนามเด็กเล่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 มิ.ย. 59

วันนี้เป็นวันศุกร์ หลังเลิกเรียนฉันมักจะมานั่งจุ้มปุ๊กฆ่าเวลาอยู่ที่บ้านสกาย โดยที่เจ้าของบ้านจะคอยหาของว่างมาให้ฉันทานอยู่เรื่อย

แต่วันนี้... ฉันมีเรื่องจะคุยกับเขา

“สกาย”

“หืม??”

“คือ... วันหยุดนี้... อะนะ”

“ทำไม?”

“ไปเที่ยว... กันนะ?” ฉันก้มหนางุดอย่างอายๆ หลังจากที่พูดเรื่องสำคัญเสร็จ

“ไม่เอา... อยากอยู่บ้าน”

“ทำไมล่ะ” ...ทำไมนายถึงปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยแบบนี้ ฮือออ

“...” เขามองฉันแว่บหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ “เธอจะไปเที่ยวที่ไหนล่ะ ร้อนขนาดนี้”

“ทะเลไง...”

“หยุดแค่สองวันจะไปทะเลเลยเหรอ?”

“คิกๆ ล้อเล่น” ฉันอมยิ้มนิดๆ ตรงมุมปาก “สวนสาธารณะไง ร่มรื่นดีออก”

“...”

“ถ้านายไม่โอ ก็... สนามเด็กเล่น”

!!!!” สกายชะงักกึกก่อนจะมองฉันด้วยแววตาที่แปลกออกไปจากเดิม

“สนามเด็กเล่น... เหรอ?”

“อื้อ... นายโอมั้ย? มีแค่สองที่นี่แหละที่ฉันจะแนะนำ”

“ถ้างั้น...” เขาเสหน้าไปอีกทาง “ไปก็ได้”

“เย้... ดีจัง” ฉันยิ้มหน้าบานพร้อมๆ กับยื่นมือไปกุมมือเขาอย่างลืมตัว “ใจดีจังเลย”

“บ้า...”

“เขินเหรอ?”

“ไม่ได้เขิน เธอรู้ได้ไงว่าฉันเขิน” เขาดึงมือกลับแล้วเดินหนีขึ้นห้องนอนของตัวเอง สรุปคือที่ห้องนั่งเล่นเหลือแค่ฉันที่นั่งหายใจทิ้งๆ ขว้างๆ

...เนี่ยนะ อาการของคนไม่เขิน

 

-Holiday-

“เสร็จยัง ทำไมนายช้าอย่างนี้นะ”

“รอก่อนดิ คนแต่งตัวก็นานแบบนี้น่ะแหละ”

ฉันนั่งยืนรอสกายอยู่หน้าห้องของเขา ให้ตายสิฉันมารอเขาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้วนะ จะแต่งตัวอะไรนักหนา ไม่ได้ไปเดทกันสักหน่อย...

...ดะ เดทเหรอ?

บะ... บ้า >////< เราไม่ได้ไปเดทกันสักหน่อย

“เสร็จแล้ว” สกายปล่อยให้ฉันคิดเพ้อเจ้อได้ไม่นาน เขาก็เปิดประตูออกมามองฉันอย่างอายๆ “ไปกันได้ยัง...”

“...” ฉันไล่สายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า... ถึงแม้ทรงผมของเขาจะยาวปรกหน้าก็เถอะ แต่ว่านะรูปร่างแบบสกายพอใส่เสื้อเชิ้ตบางๆ ลายสก็อตแบบนี้แล้วดูดีจังเลย...

...อีกทั้งกางเกงยีนขาสามส่วนสีดำ กับกระเป๋าเป้สีดำแถบแดงทำให้เขาดูเท่กว่าปกติสองเท่า

“ซี...?”

ตึกตัก ตึกตัก

“ซี... ซี...???”

“...” ฉันไม่รู้ตัวว่าจ้องเขานานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขาเขย่าตัวฉันนั่นแหละ

“ซี เป็นไร?”

“อ้ะ! โทษทีนะ ไม่เป็นไรหรอก เราไปกันเถอะ”

“อะ... อือ”

ฉันเดินดุ่มๆ ออกจากบ้านของสกายตรงดิ่งไปยังสนามเด็กเล่น...  คนข้างๆ ก็เอาแต่เดินเงียบๆ ไม่ชวนฉันคุยเลยสักนิด... ทั้งที่จริงฉันก็ควรจะชินแล้วนี่นา

เฮ้อออออ

“เป็นไร ทำหน้าเหมือนคนอึไม่ออก...”

ฉันรีบหันไปมองค้อนใส่สกายทันที “บ้าเหรอ? ฉันไปทำหน้าแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ก็ตั้งแต่เมื่อกี๊แล้วอะ... มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?”

หืมมม??? ฉันทำหน้าแบบนั้นเหรอ?? ไม่เห็นรู้ตัวเลยแฮะ “กะ... ก็เปล่า ไม่มีอะไรหรอกน่า”

“...”

“จ้องฉันแบบนั้นหมายความว่าไง?”

“ไม่มีไร...” เขาทำท่าจะเดินนำไปข้างหน้า ฉันจึงรีบจับชายเสื้อของเขาเอาไว้แน่น

“??”

“เดินข้างกันดีกว่ามั้ย?”

“...”

“...”

“...” เราสองคนสบตากันอย่างกับไม่มีใครยอมใคร... เขาไม่ยอมละสายตาไปจากฉัน ฉันเองก็เช่นกัน

“ก็ได้ๆ ...เดินข้างกันก็ได้”

“คิกๆ” ฉันหลุดขำกับท่าทีเก้ๆ กังๆ ของเขา  “ถ้างั้น เข้าไปข้างในกันเถอะ”

“อื้อ...”

เอี๊ยด... อ๊าด...

เสียงชิงช้าในสนามเด็กเล่นที่แกว่งไกวด้วยแรงลมนั้นชวนให้ฉันเกิดความรู้สึกคิดถึง... คิดถึงเหตุการณ์บางอย่างที่เคยเกิดขึ้น

สวบ...

ฉันนั่งลงบนชิงช้าอีกตัวที่อยู่ถัดจากชิงช้าที่สกายนั่ง ก่อนจะไกวมันเบาๆ

“รู้สึกดีจังเลยนะ”

“นั่นสิ...”

“รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นเด็กยังไงยังงั้นเลยล่ะ” ฉันอมยิ้มนิดๆ ในขณะที่พูดประโยคดังกล่าวออกไป

“...”

“สกาย...”

“...”

“ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย??”

“...ถ้าไม่เกินความสามารถอะนะ”

“อะ... ฮะๆ” ฉันหัวเราะเบาๆ กับคำพูดของเขา “ฉันไม่ได้จะถามเรื่องเกี่ยวกับบทเรียนหรือความรู้อะไรสักหน่อย... แต่สิ่งที่ฉันจะถามคือเรื่องของนายต่างหาก”

“เรื่องของฉัน?”

“ใช่”

“เรื่องของฉันมีอะไรน่าสนใจด้วยหรือไง...?” สกายเสหน้าไปอีกทาง... เขาไม่ได้หันมาสบตาฉันเลย อีกทั้งยังหยุดไกวชิงช้าอีกด้วย

“สกาย... ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ...?”

“เปล่านี่... เธอ... อยากรู้เรื่องอะไรล่ะ?” เขาเปลี่ยนเรื่องคุยก่อนจะหันมาสบตาฉันเหมือนเดิม

“อืม... นาย...”

“...”

“ตอนเด็กๆ นายเคยมีเพื่อนหรือเปล่า?”

“หือ...”

“นายเคยบอกว่านายอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เด็กๆ ใช่มั้ย? ฉันอยากรู้ว่านายยังคงมีเพื่อนสักคนหรือเปล่าที่คอยอยู่เคียงข้างนายน่ะ? เพราะปกติเด็กทุกคนย่อมมีเพื่อนอยู่แล้ว... ใช่มั้ยล่ะ?”

“...”

“...” ฉันสบตาของสกายอย่างมีความหวังว่าเขาจะพูดความจริงบางอย่างออกมา ดวงตาของเขาจ้องมาที่ดวงตาของฉันเช่นเดียวกัน... นั่นทำให้ฉันได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเขา... ผ่านแววตานั้น

ความรู้สึกที่บอกว่า... เจ็บปวด

“อืม... ฉันเคยมีเพื่อน...” ไม่นานนักสกายก็เปิดปากพูด คำพูดที่ทำให้ฉันต้องเบิกตากว้าง “เธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กน่ารัก เธอเคยช่วยฉันจากพวกเด็กเกเรในห้อง... เราไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เป็นเพื่อนที่ดีมาก...”

“...”

“แต่เราเป็นเพื่อนกันได้ประมาณปีหนึ่ง ก่อนที่เธอจะย้ายโรงเรียนไปเรียนต่อที่อื่นน่ะ...”

“ตั้งแต่ตอนนั้น ฉันก็รับรู้ได้ถึงความเหงา... ยิ่งกว่าครั้งก่อนที่ฉันจะรู้จักเธอซะอีก”

“งั้นเหรอ...” ฉันเปล่งเสียงที่เบาหวิวราวกับพูดกับตัวเองมากกว่า รู้สึกเหมือนสกายจะพูดมากกว่าปกตินะ

“อืม... แต่ว่านะ ฉันคิดว่าถ้าเราสองคนมาเจอกันตอนนี้... ความสัมพันธ์ของพวกเรา... คงไม่เหมือนเดิม”

“...”

“ก็มันผ่านมาหลายปีแล้วนี่นา... ถ้าได้มาเจอกันเธอคงจะจำฉันไม่ได้หรอก...”

“นายแน่ใจแล้วเหรอ?” ฉันเผลอหลุดปากพูดออกไปอย่างลืมตัว... ซึ่งพอพูดจบก็ต้องมานั่งทำหน้าเอ๋ออ๋าใบ้รับประทานชั่วขณะไปตามระเบียบ

“หืม? ก็... ต้องแน่ใจสิ”

“เอ่อ... บางทีเธอคนนั้นอาจจะจำนายได้ก็ได้นะ”

“ไม่มีทางอะ... คนอย่างฉันใครมันจะไปสนใจ... ใครมันจะไปจำได้เล่า...”

“อย่าคิดแบบนั้นดิ คิดในแง่ดีหน่อย” ฉันอมยิ้มนิดๆ พลางคิดในใจ...

ก็ฉันไง...

“เอ้า... ไหนลองยิ้มซิ ฉันไม่เคยเห็นนายยิ้มเลยอะ ฉันอยากเห็นนายยิ้มเป็นคนแรกนะ จริงๆ”

“เวอร์ไปป่ะ?”

“ก็มันจริงนี่นา รอยยิ้มของนายน่ะยิ่งกว่า แรร์ไอเท็ม ซะอีกนะ”

“เอิ่ม... แรร์ไอเท็ม มันโผล่มาจากไหนล่ะนั่น”

“ช่างเถอะน่า เอาเป็นว่านายจะยิ้มให้ฉันมั้ย?” ฉันจ้องหน้าเขาทำตาปริบๆ เรียกคะแนนสงสาร แต่คงจะไม่ได้ผลกับสกาย...

“ไม่!!!!

...

สุดท้ายแล้วฉันก็ไม่ได้เห็นรอยยิ้มของเขาอีกเช่นเคย... ที่ฉันชวนเขามาเที่ยวเพื่ออยากให้ผ่อนคลายและอยากเห็นรอยยิ้มเนี่ยแหละ

แต่ก็เปล่าประโยชน์...

เพราะเราทั้งคู่เอาแต่นั่งคุยกันไร้สาระ ไม่รู้นั่งไปได้ยังไงตั้งหลายชั่วโมง... อีกทั้งฉันเนี่ยแหละที่เป็นฝ่ายชวนคุย -.-

“เริ่มมืดแล้วนี่นา ฉันว่าเรารีบกลับบ้านกันเถอะเดี๋ยวฉันไปส่งเธอที่บ้านก่อน...” สกายลุกขึ้นจากชิงช้าพลางมองมาทางฉัน

“เอ๋? ไม่ต้องหรอกฉันกลับเองได้...” ฉันลุกขึ้นตาม “อีกอย่างนายเองก็ไม่รู้จักบ้านฉันนี่นา”

“...”

ใช่แล้วค่ะ... ฉันไม่เคยพาสกายไปที่บ้านเลย... โดยอ้างเหตุผลว่าบ้านฉันรกบ้าง เดี๋ยวเพื่อนบ้านจะสงสัยบ้าง แต่ความจริงฉัน... ไม่อยากให้เขาเห็น... ความลับบางอย่างต่างหากล่ะ...!

“เธอก็บอกทางฉันสิ เดี๋ยวฉันไปส่งถึงทางเข้าบ้านก็ได้”

“แต่...”

“มันอันตรายนะ ผู้หญิงคนเดียวด้วย...”

“พูดอย่างกับนายจะปกป้องฉันได้อย่างนั้นแหละ” ฉันบ่นอุบอิบอยู่คนเดียวโดยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเลยสักนิด

“ปกป้องได้ดิ... ได้อยู่แล้วล่ะ”

“งืม...” ฉันมองเขาแว่บหนึ่งอย่างไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่ แต่ว่าช่างเถอะ... เขาอุตส่าห์ปรารถนาดี “ก็ได้”

“อืม... ถ้างั้นก็กลับกันเถอะ”

“...ค่ะๆ คุณชาย บ้านฉันต้องไปทางนี้ล่ะ” ฉันเดินนำสกายกลับบ้านของฉัน พร้อมๆ กับชี้บอกทิศทางไปด้วยตลอดทาง

“ทำไมมันซับซ้อนจัง”

“แบบนี้ไง ฉันถึงไม่อยากให้นายมาเดี๋ยวหลงเอา...” น้ำเสียงของฉันหายไปแค่นั้นหลังจากที่รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้น

“...มีอะไรเหรอซี?”

“ฉะ... ฉันรู้สึกมีลางสังหรณ์แปลกๆ น่ะ”

“หืม... ลางสังหรณ์อะไร...”

“มะ... ไม่รู้... ไม่รู้เหมือนกัน...” ด้วยทางกลับบ้านฉันสามารถมองเห็นโรงเรียนจากทางด้านหน้าได้ สายตาฉันก็เหลือบไปเห็นแสงไฟริบหรี่อยู่ตรงอาคารชั้นสาม ของตึกภายในโรงเรียน

“...ซี?”

“...”

“ซี..??” สกายมองตามสายตาของฉัน... ก่อนจะหยุดชะงักเช่นกัน “นั่นมัน... แสงอะไรน่ะ?”

ฉันได้แต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ... ความรู้สึกแปลกๆ ยังคงรบกวนฉันอยู่ตลอดเวลา รู้สึกไม่ค่อยดีเลยแฮะ...

“ฉันว่าคงไม่ใช่ผีหรอก... มั้ง”

“ทำไมนายถึงคิดแบบนั้นล่ะ”

“ไม่รู้สิ... ความรู้สึกมันบอกแบบนั้นน่ะ” เขาเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดประโยคที่ฉันไม่อยากจะได้ยินมากที่สุด...

“ไปดูกันเถอะ!

สิ้นเสียงเขา มือของฉันก็ถูกอีกฝ่ายกุมเอาไว้จนแน่นและจูงมือฉันวิ่งไปทางโรงเรียนแทบจะทันทีโดยไม่ให้ฉันได้ตั้งตัว

“อะ! ดะ... เดี๋ยว... เดี๋ยวสิ!!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น