Strange love. รักได้... ถ้าใจมันรัก

ตอนที่ 4 : เพื่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 พ.ค. 59

(sky’s story)

-สิบปีก่อน-

“ไอ้เด็กไม่มีแม่...”

เด็กชายหัวเกรียนคนหนึ่งล้อผมอย่างสนุกปาก ตามด้วยเสียงหัวเราะของเด็กๆ ทั้งหลายภายในห้อง

“ไอ้คนไร้เพื่อน”

“...”

“ไอ้ลูกแหง่!

“...” ผมพยายามไม่ใส่ใจกับคำพูดของหมอนั่น แต่ไม่รู้ทำไมในใจมันถึงร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนผมแทบจะควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่

“ฮ่าๆๆ ดูมันสิ สั่นอย่างกับจะร้องไห้แน่ะ”

“ฮ่าๆ เปราะบางจังเลยนะ”

“...” ผมกำมือที่ถือไม้บรรทัดแน่น พลางกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ... ไม่ชอบเลยที่ต้องมาถูกคนอื่นว่าเสียๆ หายๆ แบบนี้น่ะ

“แบร่... ไอ้ตัวประหลาดไร้เพื่อน ฮ่าๆ”

“...”

เสียงหัวเราะยังคงดังไม่ขาดสาย... ทำไมคุณครูถึงยังไม่เข้าสอนกันนะ... ผมจะ... ทนไม่ไหวแล้ว

“ไอ้เด็กกำพร้า!!

!!!!!

เปรี๊ยะ!!!

“เด็กๆ มัวคุยอะไรกันอยู่... นั่งที่ได้แล้ว” เสียงของคุณครูประจำชั้นที่กำลังยืนอยู่หน้าห้องทำให้เด็กๆ ทั้งหลายต่างกลับไปนั่งที่ของตัวเองอย่างรีบๆ

“...”

ผมมองเศษไม้บรรทัดที่หักคามือไปเมื่อกี๊อย่างแปลกใจ... นี่ผม... เป็นคนทำมันหักเหรอเนี่ย?

“...”

ผมลงมือเก็บเศษไม้บรรทัดไว้ไต้โต๊ะพร้อมๆ กับถอนหายใจ ยังไงเรื่องแบบนี้มันก็เป็นปกติอยู่แล้วนี่นา

...ช่างมันเถอะ

...

-หลังเลิกเรียน-

ตึก ตึก ตึก ตึก

ผมรีบสะพายกระเป๋าแล้วก้าวเดินออกจากห้องเรียนโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น ไม่สิ... ไม่มีใครสนใจผมมากกว่ามั้ง...

ตึก ตึก ตึก ตึก

สองเท้าในรองเท้านักเรียนยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ อย่างเป็นจังหวะ ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปที่สนามเด็กเล่นที่ประจำหลังเลิกเรียน

“เฮ้... ไอ้ลูกแหง่”

“...!!!” สะ... เสียงนี้?

“นายกำลังทำอะไรน่ะ ยังไม่กลับบ้านอีกหรือไง”

“...”

“มีปากหรือเปล่าน่ะ ฮ่าๆ” หมอนั่นยังคงหัวเราะเยาะผมเหมือนทุกๆ ครั้ง ก่อนที่จะเดินเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“อย่ามาทำเมินฉันนะ ไอ้ลูกแหง่...”

ผลัก!!

“โอ้ย!” ผมครางออกมาหลังจากที่หมอนั่นผลักผมให้ล้มลงหน้าทิ่มพื้น... เจ็บ...

“ก็พูดได้นี่ ฮ่าๆ”

“ฮ่าๆ” เพื่อนๆ ของเด็กหัวเกรียนคนนั้นเข้ามาสมทบ เสียงหัวเราะนั้นดังก้องอยู่ในหูของผมตลอดเวลา...

...ผมจะทนไม่ไหวแล้วนะ!

“ว่าไงล่ะไอ้ลูกแหง่... ลุกขึ้นมาสิ”

“...”

“นายอ่อนแอขนาดนั้นเชียวเหรอ?? ลุกขึ้นมา!

“...” ผมค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งชันเข่าก่อนจะดันตัวเองให้ยืนขึ้นอย่างช้าๆ

“ดีมากไอ้ลูกแหง่ ฮ่าๆ”

“...” ผมหมุนตัวให้หันมาเผชิญหน้ากับเด็กหัวเกรียนคนนั้นพร้อมๆ กับจ้องหมอนั่นอย่างไม่วางตา

“จ้องฉันทำไม... นายมีปัญหาอะไรเหรอ???”

“...”

“ฉันถาม... ว่าจ้องฉันทำไม..!!!

“ฉัน...” ผมเริ่มเอ่ยปากพูดเสียงเบา “ไม่... ชอบ”

“หา??”

“ให้ใคร... มาว่า... ฉัน... แบบนั้น!

“อะ!” หมอนั่นชะงักไปพักหนึ่งก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ ตรงมุมปาก “เหรอ... ว่านายไม่ได้งั้นก็ว่าครอบครัวนายก็แล้วกันนะ... ใช่มั้ยพวกเรา!

“ใช่ๆๆๆๆ”

“...” ผมกำมือแน่นพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้เดือดพล่าน “อย่าเชียวนะ...”

“ทำไมล่ะ... ก็ในเมื่อว่านายไม่ได้นี่นา ฮ่าๆ สงสัยพ่อนายคงจะเลวมากจนแม่นายต้องตรอมใจตายล่ะสินะ!

“!!!!!!”

“นายเองก็คงจะเลวเหมือนพ่อนายเหมือนกันน่ะแหละน่า ฮ่าๆ”

“...” พวกนาย... กล้ามาว่าพ่อกับแม่ของฉันเหรอ... พ่อฉันเป็นคนดี... และแม่ฉันก็ป่วยด้วยโรคร้ายและเสียชีวิตต่างหาก...

“ไอ้เด็กกำพร้าไม่มีแม่ อาศัยอยู่กับพ่อเฮงซวย... ลูกมันก็เลยเฮงซวยไปด้วย... ฮ่า....”

เปรี้ยง!!!!!

ผมไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบรีบซัดกำปั้นที่กำเอาไว้แน่นตั้งแต่เมื่อกี๊เข้าไปเต็มๆ หน้าของหมอนั่นจนล้มลง

“เฮ้ย...! ทำอะไรน่ะไอ้ลูกแหง่!!!

“แฮ่กๆ”

“กะ...แก ไอ้เด็กนรก...”

“แกนั่นแหละ!!!” ผมตะคอกใส่หน้าหมอนั่นอย่างลืมตัว “ดีแต่ว่าคนอื่นหัดดูตัวเองซะบ้าง มีอะไรดีหรือเปล่าถึงกล้ามาดูถูกเหยียดหยามคนอื่นแบบนี้!!!!

“นะ... นี่” อีกฝ่ายโกรธหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าตอนถูกผมต่อย “พวกนายจัดการ!

หลังจากคำสั่งของหัวหน้ากลุ่ม พวกเพื่อนๆ ที่เหลือก็กรูกันเข้ามาปะทะกับร่างของผมทีละคน

ผลัก!!!

“โอ้ย...” ใบหน้า...

ผลัก!!!

“....อึก” จมูก...

ตึง!!!!

แย่ล่ะสิ... ถ้าผมล้มลงไปแบบนี้ล่ะก็...

“ฮ่าๆ ล้มแล้วๆ”

“...” ก็เข้าทางพวกมันกันพอดี!!!

“แหม... ทำฉันซะแสบเลยนะไอ้ลูกแหง่!!!!” พูดจบอีกฝ่ายก็ยกเท้าขึ้นเหยียบบนหน้าอกของผมทันทีจนผมแทบกระอักเลือด

ปึก!

“อั่ก...”

“เอ้า... ก้มหัวขอโทษฉันซะสิ เผื่อฉันจะใจอ่อนยอมยกโทษให้นาย”

“ไม่...”

“ว่าไงนะ!

“ไม่... มี... ทาง...” ผมแค่นเสียงออกไปได้แค่นั้น ก่อนจะขมวดคิ้วปิดเปลือกตาลงด้วยความเจ็บปวด...

“เฮอะ... น่าสมเพช พวกเราซ้อมมันอีก!

“ได้เลย” สิ้นเสียงผมก็รู้สึกเบาโหวงบริเวณหน้าอก แต่ไม่นานก็รับรู้ได้ถึงแรงปะทะตรงส่วนต่างๆ ของร่างกายแทบทุกส่วน

ผมทำได้เพียงแค่หลับตาอดทนเท่านั้น... เรี่ยวแรงทั้งหมดของผมมันสูญหายไปหมด... แต่ว่าผมจะ... ทนไม่ไหวแล้ว

“ชะ... ช่วยด้วย...” ผมพูดได้แค่นี้จริงๆ

“ฮ่าๆ ขอให้ใครช่วยเหรอ ไอ้ลูกแหง่”

“...ก็ฉันไง!!!!

!!!??” เสียงปริศนาทำให้ฝีเท้าเหล่านั้นชะงักกึก ผมเองก็พยายามลืมตาเพ่งมองคนๆ นั้นอย่างสุดความสามารถ

“พวกนายเลิกรังแกคนที่อ่อนแอกว่าได้แล้ว”

“เฮอะ... ผู้หญิงเหรอ? เธอจะทำอะไรพวกเราได้ ตัวก็เล็ก เรี่ยวแรงไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่า ฮ่าๆ”

“...”

“แต่ถือว่าใจกล้าดีที่มาต่อกรกับคนอย่างฉัน”

“...พูดจบหรือยัง?” เด็กผู้หญิงคนนั้นจ้องมาทางนี้ด้วยแววตาเฉยชา “ขี้เกียจฟังแล้ว”

“นี่เธอ...”

“หุบปาก!!!” เธอดีดตัวพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็วก่อนจะกางเล็บข่วนหน้าไม่ยั้ง

“โอ้ยยย ยัยบ้า!!! ปล่อยนะ”

“ปล่อยให้โง่เหรอ นี่แน่ะ!!!

“อ้ากกกกกก!!!!” หมอนั่นดิ้นไปดิ้นมาหลังจากที่ถูกเธอกัดเข้าที่หู นั่นผมไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมว่า... มีเลือดออกมาจากหูของหมอนั่นด้วย

“...อย่ามายุ่งกับเขาอีก!!” เธอผละออกจากร่างของไอ้เด็กหัวเกรียนคนนั้น ก่อนจะชี้หน้าพวกที่เหลือ “ถ้าพวกนายไม่อยากเจ็บตัวเหมือนไอ้อ้วนนี่ล่ะก็... ใสหัวไปซะ!

“แก... ยัย...”

“หืม???”

“ฝากไว้ก่อนเถอะ!!!” ในที่สุดอีกฝ่ายก็ยอมผละออกจากผมและวิ่งจากไปอย่างร้อนรน

“นี่... นายเป็นไงบ้าง”

“แฮ่กๆ”

“เจ็บมากมั้ย?” เธอเดินเข้ามาหาผมเรื่อยๆ แต่ดวงตาของผมตอนนี้มันเริ่มพร่ามัว... ผม... ไม่ไหวแล้ว

“เธอ...”

“เดี๋ยวฉันทำแผลให้นายนะ...” เธอลูบใบหน้าที่บวมปูดของผมอย่างแผ่วเบา... รู้สึกถึงความอบอุ่นแปลกๆ

“...เธอ” และนั่นคือคำพูดสุดท้ายของผมก่อนที่สติทั้งหมดจะดับวูบลง...

...

อา...

ที่นี่... ที่ไหนกันนะ

“อืม...” ผมค่อยๆ ปรือเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างช้าๆ ปวดไปหมดทั้งตัวเลย... นี่ผมยังมีชีวิตรอดอยู่สินะ...

“ตื่นแล้วเหรอ? อย่าเพิ่งพูดหรือขยับตัวมากนะ...” เสียงเล็กๆ ดังขึ้นข้างกายก่อนที่ผมจะเพ่งสายตามองไปยังเธอ

“เธอ... เป็นใคร”

“หืม..? ก็คนช่วยชีวิตนายไว้ไง” เธอหยิบยามาป้ายที่แก้มผมอย่างเบามือ “เจ็บมั้ย”

“อืม... เจ็บ”

“แต่นายก็ใจกล้าดีนี่...”

“...” ผมมองหน้าเจ้าของมือเรียวเล็กนั้นอย่างเต็มๆ ตา เส้นผมสีดำยาวสลวยของเธอนั้นราวกับการได้รับการบำรุงทะนุดถนอมมาอย่างดี ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่กลมโตชวนหลงใหล... ปากนิดจมูกหน่อย รับกับผิวที่ขาวดุจเจ้าหญิงหิมะ...

...น่ารักจัง

“แต่ก็ควรยั้งใจไว้บ้างนะ”

“ไม่ได้หรอก”

“เอ๋?” มือนั้นชะงักกึก มองผมอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมล่ะ”

“ก็พวกนั้น... ว่าฉันก่อนนี่นา... แถมยังเอาเรื่องครอบครัวฉันมา... พูดเสียๆ หายๆ ด้วย... โอ้ย!!

“อุ้ย! เห็นมั้ยล่ะบอกว่าอย่าเพิ่งพูดมาก... เจ็บมั้ย”

“นิดหน่อยน่ะ...”

“...” เธอจัดการทายาให้ผมต่อ ใบหน้าที่ใกล้มากๆ ของเธอนั้นทำเอาผมใจสั่น...

“ถ้าฉันเป็นนายฉันก็จะทำแบบนั้นเหมือนกัน...”

“...”

“ฮ่าๆ แต่นายเนี่ยไม่ไหวเลยนะ เป็นผู้ชายซะเปล่า”

“ยุ่งน่า...” ผมเขินหน้าดำหน้าแดงที่จู่ๆ โดนผู้หญิงหัวเราะใส่... แถมยังเป็นคนที่ช่วยผมเอาไว้อีก

“เออลืมไป... นายชื่ออะไรเหรอ?”

“อยากรู้หรือไง”

“ถ้าไม่อยากรู้จะถามทำไมล่ะ...” เธอยิ้มให้กับคำถามที่ผมถามกลับ... นะ... น่ารักอีกแล้วอะ

“ฉะ... ฉัน... สกาย”

“หมายถึงท้องฟ้าสินะ...”

ใช่ครับ... ชื่อผมหมายถึงท้องฟ้า... เป็นชื่อที่แม่ของผมตั้งให้ พ่อเคยบอกว่าตอนที่แม่ผมยังมีชีวิตอยู่ ท่านชอบมองท้องฟ้าเอามากๆ เลย...

“อืม... เธอนี่แปลกนะ”

“อะไรยะ แปลกตรงไหนมิทราบ” เธอกดมือลงบนแผลของผมให้แรงขึ้นนิดหน่อยจนผมต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“โอ้ย... เดี๋ยวสิ ฉันหมายถึง... แปลกที่มาคุยกับฉัน”

“หืม? ไม่คุยสิแปลก ^^

“อะ...”

“คิกๆ นายทำหน้าแบบนั้นแล้วตลกจัง” เธอขำก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าผม “ยินดีที่ได้รู้จักนะสกาย...”

“...”

“ว่าไง...”

“ยะ... ยินดีเช่นกัน” ผมยื่นมือไปแตะฝ่ามืออีกฝ่ายแผ่วเบา... นิ่มจัง...

“ถ้างั้นเรามาเป็นเพื่อนกันนะสกาย...”

“อะ...อือ เป็นเพื่อนกันก็ได้” ผมรับรู้ได้ถึงคำพูดที่เบาหวิวของตัวเอง ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีคนมาขอเป็นเพื่อนผมแบบนี้... และยิ่งคิดไม่ถึงที่เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักขนาดนี้ด้วย

หลังจากวันนั้นเราก็ได้เป็นเพื่อนกัน เราสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ แต่ว่าพอขึ้นชั้น ป.2 เธอก็ต้องย้ายตามครอบครัวไปอยู่ที่อเมริกา... นั่นทำให้ผมไม่ได้พบเธออีกเลย...

เหลือเพียงแค่รูปถ่ายรูปเดียวเท่านั้นที่เราถ่ายด้วยกัน... ผมยอมรับว่าผมเหงามาก และที่สำคัญ...

...ผมคิดถึงเธอ

แต่ว่าเหมือนกับโชคชะตาจะเข้าข้างผม พอขึ้นชั้นม.ต้น เธอก็ได้กลับมาเรียนที่นี่... ที่เดิมนั่นทำให้ผมรู้สึกดีใจมากๆ ถึงเธอจะแปลกไปแต่เธอก็ยังเป็นฝ่ายทักผมก่อน

“หวัดดี”

ผมทำได้เพียงแค่แอบยิ้ม “อืม หวัดดี”

“ฉันชื่อซี นายล่ะ”

“...” เธอยิ้มแล้วจ้องผมผ่านแว่นสายตากรอบหนา... นี่เธอจำผมไม่ได้เหรอ? “สกาย...”

“เรามาเป็นเพื่อนกันนะ”

“...”

“นะ”

“อืม...” เหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีที่แล้วไม่มีผิด... นั่นสินะมันผ่านมาตั้งนานแล้ว... เธอคงจะไม่มีผมอยู่ในความทรงจำแล้วล่ะ

...แต่ผมจะขอเก็บความทรงจำเก่าๆ เอาไว้เพียงลำพัง และจะเริ่มต้นความทรงจำใหม่ๆ กับซีตั้งแต่นี้และในอนาคต

ซี...

เธอเป็นเพื่อนคนแรกและเพื่อนคนเดียวของผม เป็นคนแรกที่ผมยอมเปิดใจ และเป็นเพื่อนคนสำคัญที่ผมไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับเธอโดยเด็ดขาด

เพราะเธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผม... ซี

(Sky’s story end)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น