Strange love. รักได้... ถ้าใจมันรัก

ตอนที่ 2 : ข่าวลือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 เม.ย. 59

“เฮ้ยนี่แกรู้หรือเปล่า...”

“ว่า?”

“เมื่อคืนวันศุกร์อะ ยามที่เดินตรวจรอบโรงเรียนพบยัยเลม่อนนอนสลบอยู่ตรงพื้นห้องด้วยล่ะ”

“หา... แล้วยัยนั่นไปทำอะไรที่นั่น”

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ได้ยินมาว่าหลังจากที่เธอฟื้นเธอก็พูดไม่รู้เรื่อง มีอาการอย่างกับคนสติแตกแน่ะแก”

“ขนาดนั้นเชียวเหรอ...” เสียงของเด็กสาวสองคนที่ยืนคุยกันอยู่หน้าห้องเรียนเรียกความสนใจจากฉันได้เป็นอย่างดี

“นี่... พวกเธอคุยเรื่องอะไรกันเหรอ?” ฉันเดินไปหาพวกเธอทั้งคู่ก่อนจะเอ่ยปากถาม

“อ๋อ... เรื่องยัยเลม่อนที่นอนสลบอยู่ในห้องเรียนเมื่อคืนวันศุกร์น่ะ”

“เหรอ... แล้วไงต่อ”

“ฉันก็ไม่รู้รายละเอียดอะไรมากนักหรอกนะ แต่เห็นว่ายัยนั่นพูดไม่รู้เรื่องแถมยังเอาแต่พูดถึง... ถึง...”

“ถึงอะไร?” ฉันเอียงคอถามอย่างสงสัย

“ถึง... ผีเด็กนักเรียนที่อยู่ในห้องน่ะ” เธอคนนั้นทำท่าทางหวาดกลัวนิดๆ เมื่อพูดประโยคนั้นออกมา หยดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดอยู่ตามใบหน้าจนฉันสังเกตได้

“เฮ้ย! จริงดิ? ไม่เห็นจะเคยได้ยินเลย”

“ฉันก็เพิ่งจะรู้เนี่ยล่ะ”

“...เอาเถอะ ว่าแต่เลม่อนเป็นยังไงบ้าง” ฉันเหลือบมองทั้งสองคนผ่านแว่นสายตากรอบหนา ก่อนจะมองเลยไปยังบุคคลอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ลำพังภายในห้องเรียน

“ไม่รู้สิ... เห็นว่าต้องพักฟื้นอยู่หลายวันเลยล่ะ”

“เหรอ? งั้นฉันขอตัวก่อนล่ะ” ฉันเดินเข้าไปในห้องเรียนตรงไปยังที่นั่งของตัวเองที่อยู่ข้างๆ ที่นั่งของเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง

“ซี... ไม่น่าไปสนิทกับหมอนั่นเลยนะ”

“นั่นสิ... น่ากลัวแปลกๆ”

เสียงซุบซิบของเธอทั้งสองที่ฉันเพิ่งบอกลาไปหยกๆ ดังแว่วเข้ามาในหู เฮ้อ... “หวัดดีสกาย”

“...”

“เอ่อ... สองวันที่ผ่านมานายสบายดีมั้ย?”

“ก็ดี...”

ฉันยิ้มให้กับสองคำสั้นๆ ที่ถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากบางของคนข้างๆ สกาย... เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังมีโลกส่วนตัวสูงและชอบไว้ผมยาวปิดหน้าปิดตา... นั่นเลยเป็นเหตุที่ทำให้คนทั้งห้องไม่กล้าคุยกับเขา

“นี่ๆ... นายชอบอ่านหนังสือใช่มั้ย?”

“หือ?”

“คิกๆ ฉันมีหนังสือให้นายยืมล่ะ” ฉันล้วงมือเข้าไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งในกระเป๋าก่อนจะยื่นให้ “อะ!

“...ปริศนามรณะ?”

“ใช่... คิดว่านายน่าจะชอบ”

“เหรอ? ฉันชอบเรื่องแบบนี้มากเลยล่ะ ขอบใจ” สกายรับหนังสือไปจากฉันก่อนจะเก็บมันในกระเป๋า

ฉันรู้ว่าสกายชอบเรื่องสยองขวัญ และฉันก็ชอบเหมือนกัน

“เอาล่ะนักเรียนทุกคนนั่งที่” เสียงของคุณครูที่เดินเข้ามาในห้องเรียนทำให้เหล่านักเรียนที่กำลังกระจายกันอยู่รอบๆ ห้องต่างทยอยกันเข้ามานั่งที่

“ทุกคนคงได้ข่าวเพื่อนในห้องแล้วสินะ อย่าเพิ่งเอาไปเล่าอะไรให้มันมากความนักล่ะ เข้าใจมั้ย”

“เข้าใจแล้วค่ะ / ครับ”

“ถ้างั้นเรามาเข้าสู่บทเรียนของวันนี้กันดีกว่า”

“...” สายตาฉันเหลือบไปเห็นนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆ โต๊ะของพวกเราต่างพากันมองมาทางสกายและซุบซิบกันอย่างสนุกปาก

อะไรกันนักหนานะ... คนพวกนี้

“...” ฉันหันไปมองสกาย... เขายังคงทำหน้าไร้ความรู้สึกแบบเดิมไม่สะทกสะท้านกับคำนินทาของเพื่อนในห้องเลยสักนิด

อยากรู้จังว่าเขาจะมีความรู้สึกอะไรบ้างมั้ยนะ?

-ช่วงพักกลางวัน-

“สกาย... ไปทานข้าวกัน” ฉันเก็บหนังสือเรียนเข้าในกระเป๋าเรียบร้อยก่อนจะหันมาถามคนข้างๆ

“ไม่... เธอไปเถอะ”

“อ้าว... ทำไมล่ะ? ไม่หิวเหรอ”

“...” เขาไม่ตอบอะไรฉันพร้อมๆ กับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ...ฉันรู้ว่านายไม่อยากทานแต่ยังไงฉันก็ปล่อยนายไว้คนเดียวไม่ได้หรอกน่า

“นี่... ซี” เสียงเด็กผู้หญิงที่ดังจากข้างหลังทำให้ฉันต้องหันกลับไปมองเจ้าของเสียง... กับพวกพ้องอีกสี่คน

“อ้ะ!? พวกเธอ... มีอะไรเหรอ”

“เธอคงยังไม่รู้ล่ะสินะ”

“รู้...? รู้อะไรล่ะ” ฉันขมวดคิ้วมุ่น... พวกเธอหมายถึงอะไร??

“ก็รู้ว่าแท้จริงแล้ว... สกายเป็นผีในห้องเรียนตนนั้นยังไงล่ะ!!!

!!!!???” คำตอบนั้นทำให้ฉันหูผึ่ง... ว่าไงนะ? นี่พวกเขาคิดว่าสกายเป็นผีงั้นเหรอ

“จะเป็นไปได้ยังไง... ถ้าสกายเป็นผีเขาก็คงไม่สามารถคุยกับมนุษย์ได้หรอก”

“เธอจะรู้ได้ยังไง ผีน่ะจะทำอะไรก็ได้ จะปลอมตัวเป็นใครก็ได้ จะตบตาใครก็ได้”

“พอได้แล้วน่า... พวกเธอก็เห็นๆ กันอยู่ว่าสกายยังไม่ตาย ฉันยังจับตัวเขาได้เลย...” ฉันพยายามพูดเพื่อให้ทุกคนเชื่อว่าสกายยังมีชีวิตอยู่แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่มีท่าทีที่จะเชื่อเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งสกายเองก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ

“ยังไงเธอก็คงจะเข้าข้างสกายล่ะสินะ นั่นสิก็พวกเธอเป็นเพื่อนกันนี่... แล้วพวกฉันจะไปพูดอะไรให้เธอเข้าใจได้ล่ะ”

“...”

“ระวังตัวไว้ให้ดีนะซี” เธอกอดอกแล้วฉีกยิ้มนิดๆ ตรงมุมปากคล้ายกับกำลังสมเพช “สักวันเธออาจจะโดนผีตนนี้หลอกจนหัวโกร๋น... ไม่สิ สักวันเธอคงต้องโดนดูดพลังชีวิตไปแน่เลย ฮ่าๆๆ”

“นี่มันจะมากไปแล้วนะ!!!!!!

ปัง!!!!!

ฉันฟาดฝ่ามือลงไปบนโต๊ะอย่างแรง ก่อนจะลุกขึ้นยืนจ้องหน้าพวกเธออย่างเอาเรื่อง

“อะ... อะไรของเธอ... โดนผีเข้าหรือไง”

“จะให้ฉันอธิบายอีกกี่ครั้งว่าสกายเป็นคน ไม่ใช่ผี พวกเธออย่าเอาข่าวลือมาใช้เป็นข้ออ้างในการกล่าวหาคนอื่นสิ ไหนล่ะหลักฐานที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเขาตายแล้วจริงๆ น่ะ ถ้ายังไม่มี... ก็อย่ามาพูดเรื่องนี้ให้ฉันได้ยินอีก”

ฉันกวาดสายตาเย็นชามองไปทีละคนๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่หัวหน้าแก๊ง “และอีกอย่างนะ ห้ามมายุ่งกับสกายอีกถ้าฉันรู้ว่าพวกเธอยังก่อกวนและกล่าวหาเขาไม่เลิกล่ะก็...”

“...”

“ระวังตัวพวกเธอไว้ให้ดีละกัน!!!!” ฉันตะโกนใส่หน้าเธอเสียงดังจนอีกฝ่ายหน้าเสียก่อนจะคว้าแขนสกายให้เดินออกจากวงล้อมของพวกเธอ “ไปกันเถอะ สกาย”

“อะ... อืม”

ฉันลากแขนสกายให้เดินตามฉันออกมาข้างนอกห้องเรียนตรงไปทางสวนหย่อมหลังโรงเรียน

“นี่ๆ ซี...” นานมากกว่าที่สกายจะเอ่ยปากพูด

“ว่าไง”

“เธอไม่จำเป็นต้องปกป้องฉันขนาดนั้นก็ได้นี่นา บางทีฉันอาจจะเป็นอย่างที่พวกเขาว่าก็ได้”

“ทำไมนายถึงคิดแบบนั้น นายควรจะตอบโต้พวกเขาบ้างไม่ใช่เหรอ...? ทั้งที่นายก็รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลยสักนิด”

“...”

“เฮ้อ... ถึงยังไงนายก็เป็นเพื่อนฉันคนหนึ่งฉันปล่อยให้เพื่อนโดนกล่าวหาแบบนั้นไม่ได้หรอกน่า” ฉันหยุดเดินก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้เขา

“...เหรอ?”

“อือฮึ มีฉันอยู่ทั้งคนนายก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว”

“รบกวนเธอเปล่าๆ น่ะ”

“ไม่รบกวนเลยสักนิด ฉันเต็มใจช่วยนะ”

!!??” เขาจ้องหน้าฉันนิ่งพร้อมๆ กับลูบผมตัวเองอย่างเขินๆ “...ขอบคุณนะ”

“คิกๆ ไม่เป็นไร เพื่อนกันนี่”

โครก...

หลังจากที่ฉันพูดจบ เสียงที่ไม่พึงปรารถนาจะได้ยินกลับดังขึ้นส่งผลให้ฉันต้องหันไปยิ้มแห้งๆ ให้กับสกายแทน

“แหะๆ สกาย... จะว่าอะไรมั้ยถ้า...”

“??? หิวหรือไง”

“ใช่ ^^;;

“ก็ไปทานสิ...” เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายจูงมือฉันไปทางโรงอาหารแทน... ทำเอาฉันเขินเลยแฮะ...

...อีตาบ้า

“นี่ๆ” ฉันสะกิดไหล่สกายยิกๆ “กลับบ้านด้วยกันนะ”

“...”

“หวังว่านายจะไม่มีนัดกับสาวคนไหนนะ”

“เธอก็กลับกับฉันทุกวันจะถามทำไม...” สกายเหล่ตามองฉันอย่างเหนื่อยหน่าย “อีกอย่างคนอย่างฉันคงไม่มีนัดกับผู้หญิงคนไหนหรอก”

“ง่า... อย่าดูถูกตัวเองสิ ไม่แน่นะ... อาจมีคนแอบชอบนายอยู่ก็ได้”

“...ชาติหน้าน่ะสิ” เขาส่ายหน้าให้ฉันก่อนจะสะพายกระเป๋าเดินนำออกไปก่อน “เอ้า... เร็วเข้าสิจะกลับมั้ยบ้านน่ะ”

“กลับสิ รอด้วย!!!” ฉันรีบวิ่งจู้ดด้วยความเร็วร้อยแปดสิบกิโลเมตรต่อวินาที (เวอร์) ไปหาเขา

ตึก ตึก ตึก ตึก

“ซี จะกลับบ้านแล้วเหรอ” เด็กผู้หญิงที่เรียนอยู่ห้องข้างๆ เดินเข้ามาทักทายเมื่อเห็นฉัน

“อือฮึ จะกลับแล้วล่ะ”

“งั้นเหรอ โชคดีนะ ไว้พรุ่งนี้เจอกัน”

“บายจ้ะ” ฉันโบกมือลาอีกฝ่าย ก่อนจะหันมายิ้มให้สกาย “น่ารักมั้ย? ผู้หญิงคนเมื่อกี๊”

“หืม?”

“ฉันถามย่ะ...”

“ก็นะ...” เขาหยุดสายตาไว้ที่ฉันพักหนึ่งแล้วพูดเสียงเบา “น่ารักสิ”

“คิกๆ งั้นเหรอ นายเองก็ควรทำความรู้จักกับคนอื่นๆ บ้างก็ดีนะ”

“ไม่เอาอะ... มันน่าอึดอัด” พูดจบก็เดินหนีฉันไปนอกโรงเรียนทันที อีตาบ้ารอด้วยดิ...

“น่าอึดอัดตรงไหน” พอวิ่งมาทันคนขายาวฉันก็รีบพูดออกมาอีกครั้ง

“ทุกตรงนั่นแหละ”

“ฮึ่ม...” ฉันส่ายหน้าไปมากับคำพูดของเขา “นี่... แวะสวนสาธารณะข้างทางหน่อยมั้ย?”

“...”

“โอมั้ย?”

“ก็ได้” ไม่รอให้เขาพูดจบ ฉันก็รีบจูงมือเขาไปทางริมแม่น้ำในสวนสาธารณะที่ตอนนี้เริ่มกลายเป็นสีส้มจากแสงของดวงอาทิตย์ยามเย็น

“ฮา... สดชื่น”

“ขนาดนั้นเชียว...”

“ใช่... ก็เจอเรื่องเครียดมาทั้งวันเลยนี่นา พอได้มาอยู่กับธรรมชาติอย่างนี้แล้วมันผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ”

“เธอมีเรื่องให้เครียดด้วยหรือไงกัน”

“ฉันจะเครียดเรื่องอะไรได้ล่ะ ถ้าไม่ใช่เรื่องของนายน่ะสกาย...”

“เฮ้อ... ที่พวกเขาเลยคิดแบบนั้นมันก็สมควรอยู่แหละ...”

“เป็นงั้นไป” ฉันอมยิ้มนิดๆ ตรงมุมปาก “ความจริง ฉันคิดว่านายน่ะดูดีมากๆ เลยนะ ผิวพรรณก็ดีแถมหุ่นก็ใช้ได้อีก...”

“...พูดอะไรของเธอน่ะ”

“ก็พูดความจริงไง คิกๆ ไอ้ข่าวลือพวกนั้นน่ะคงเกิดจากทรงผมของนายที่มันยาวปรกหน้ามากกว่า... แค่นายตัดผมทุกอย่างก็จบแล้ว” ฉันตบบ่าเขาเบาๆ

“เป็นเพราะนิสัยของฉันต่างหากล่ะ ทุกคนเลยคิดว่าฉันเป็นผี...”

“เฮ้ย... ไม่หรอกน่า...”

“ต้องใช่สิ ตั้งแต่เด็กๆ แล้วฉัน... ก็อยู่คนเดียวมาตลอด ไม่มีเพื่อน... ไม่มีใคร”

“...” รอยยิ้มของฉันเลือนหายไปในทันที พลันสายตาก็จ้องมองไปทางเขาอย่างเห็นใจ ไม่เลย... นายไม่ได้อยู่คนเดียวนะ ฉันนี่ไงที่อยู่เคียงข้างนายน่ะ

“ฉัน... เหงามาตลอดเลยนะ ซี... เธอรู้มั้ย”

“...”

“ฉันอยากถามว่าฉันผิดเหรอที่เป็นคนแบบนี้”

“...”

“ฉัน... อยาก... ตะ...!!!!!

หมับ!!!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น