ชะตาฟ้าลิขิต (Love Destiny) หลวงสรศักดิ์Xการะเกด

ตอนที่ 9 : บทที่ 8 คำอธิษฐาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 964
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    4 มิ.ย. 61

Related image

บทที่  8  คำอธิษฐาน

            ยิ่งดึกมากเพียงไรบรรยากาศก็เริ่มเย็นสบาย  ผู้คนมากมายต่างพากันยกโคมลอยของตนเองมาที่บริเวณใกล้แม่น้ำเพื่อที่จะอธิษฐานขอพรอะไรก็ได้แลปล่อยโคมลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า  ออกหลวงสรศักดิ์ทำหน้าที่ในการยกโคมมาให้กับแม่การะเกดที่ยืนรออยู่ใต้ต้นไทรที่แผ่กิ่งก้านสาขามากว่าร้อยปี

            สองมือของออกหลวงสรศักดิ์แลแม่การะเกดได้จับโคมอันเดียวกัน  แลน่าแปลกที่มีลมเย็น ๆ พัดผ่านหน้าของคนทั้งคู่พลันหายวับไปเหมือนมิเคยเกิดขึ้น  ทั้งคู่มองกันผ่านโคมลอยแลค่อย ๆ หลับตาอธิษฐานถึงสิ่งที่ตนต้องการ

            หากชาตินี้ข้ามิได้พี่หมื่นเป็นคู่หมาย  ก็ขอให้ข้าได้เป็นเนื้อคู่ของใครสักคนในพระนครนี้ด้วยเถิด แลข้าจะรักเทิดทูนบูชาเขาให้มากกว่ากระไรทั้งหมด  แม้ชีวิตก็ยอมแลกได้

            คำอธิษฐานของการะเกดได้ถูกส่งไปถึงพระผู้เป็นเจ้าแล้ว  แลเนื้อคู่ของนางคงจักอยู่ที่ใดสักที่  ที่นางเชื่อว่าเขาจักรักนางด้วยหัวใจที่แท้จริง  ด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์มิใช่เพียงเพราะกายหยาบภายนอก

            “ปล่อยโคมเลยหนาแม่การะเกด” 

            “ท่านอธิษฐานว่ากระไรรึ ข้าอยากรู้”  การะเกดถามอย่างสงสัยใคร่รู้เพราะตอนที่นางอธิษฐานเสร็จแลลืมตาขึ้นมา  ออกหลวงสรศักดิ์กำลังมองนางอยู่  “บอกข้าได้รึไม่”

            “คำอธิษฐานมิใช่สิ่งที่จักบอกใคร ๆ ก็ได้หนาแม่การะเกดมันมิศักดิ์สิทธิ์” 

            “ก็ได้เจ้าค่ะงั้นปล่อยโคมเลยนะเจ้าคะ”  การะเกดมิได้เซ้าซี้กระไรมากมายแลค่อย ๆ ปล่อยโคมลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า  ทั้งผืนนภาประดับไปด้วยโคมลอยมากมายส่องแสงวิบวับดูสวยงาม  เป็นภาพที่น่าจดจำนักแล  “งั้นกลับกันเถอะเจ้าค่ะ  ข้าง่วงแล้ว”

           

            “กระไรรึเจ้าคะ?  การะเกดโพล่งถามเมื่อเห็นออกหลวงสรศักดิ์เอาแต่จ้องหน้านางตาไม่กระพริบ  “นี่อย่าบอกนะเจ้าคะว่าอยากจักเดินเที่ยวต่อ”

              ออกหลวงสรศักดิ์ยังคงเงียบแลมองใบหน้าของแม่การะเกด  เพ่งเล็งอยู่อย่างนั้น  เพื่อให้แน่ใจว่าอะไรบางอย่างมันได้เกิดขึ้นแล้วแลตัวเองก็มิสามารถควบคุมมันได้  มันเหมือนใจหวิวน่าใจหายที่ช่วงเวลาแห่งความสุขกำลังจะหมดไป

            อยากเว้าวอนขอให้นางอยู่ต่อจักเป็นกระไรไหมวะนางจะอยากอยู่กับกูรึไม่     กูยังมิอยากให้นางไปเลย  นี่กูจะทำอย่างไรดี  หากพ้นค่ำคืนนี้ไปจักได้ประหน้ากันอีกไหมหนอ

          “ออกหลวงสรศักดิ์

            …!!

            “ท่านมีกระไรในใจอยากจะบอกข้ารึไม่”  การที่การะเกดเรียกชื่อของออกหลวงสรศักดิ์เต็มยศเช่นนั้นก็เพื่อให้เขารู้สึกตัว  “ข้ารู้สึกว่าท่านมีกระไรอยากจะพูดกับข้า  แต่ท่านมิกล้าบอก”

            “ออเจ้าอ่านใจคนออกด้วยฤามีญาณทิพย์รึยังไง”

            “ข้ามิได้มีญาณทิพย์กระไรดอกเจ้าค่ะเพียงอ่านสีหน้าแลแววตาของท่านก็พอจักดูออกอยู่บ้าง”  การะเกดเม้มริมฝีปากแลถอนหายใจเบา ๆ “ข้าขอถามท่านอีกครั้งว่าท่านมีกระไรอยากจะบอกข้ารึไม่”

           

            “หากท่านมิมีกระไรจะพูดข้าจักกลับเรือนแล้ว

            “ออเจ้าอยากรู้รึไม่ว่าข้าอธิษฐานว่ากระไร”  ออกหลวงสรศักดิ์รีบโพล่งคำถามออกมาเพื่อรั้งสาวเจ้าเอาไว้มิให้กลับเรือน  มันเป็นสิ่งที่ควบคุมยากการทำให้ความรู้สึกหวิว ๆ นี่หายไปมันควบคุมยากเหลือเกิน

              คนตัวเล็กมองหน้าพ่อเสือร้ายอย่างไม่เข้าใจในคำถาม  “ไหนท่านบอกว่าคำอธิษฐานจักมิศักดิ์สิทธิ์ไงเจ้าคะใยถึงจักมาบอกข้าเอาตอนนี้”

            “เพราะข้าอยากบอกออเจ้าเพียงผู้เดียว”

             

            “ว่าข้าอธิษฐานว่ากระไร” 

            ทั้งแววตา  สีหน้า  แลคำพูดของออกหลวงสรศักดิ์ชัดเจน  ชัดเจนกว่าครั้งไหน ๆ ที่ผ่านมา  ประหน้าคราแรกนางคงคิดว่าเขาเกลียดแสนเกลียดนาง  แต่นั่นมิใช่ความรู้สึกที่แท้จริง  ต่อแต่นี้ต่างหากคือความรู้สึกที่แท้จริงที่ชายคนหนึ่งอยากจะบอกกับสตรีกงหน้าถึงอะไรบางอย่างที่มิสามารถควบคุมมันให้หยุดเต้นได้

            “แล้วท่านอธิษฐานว่ากระไรล่ะเจ้าคะ? 

           

           

            “ข้าอธิษฐานว่า


 

เช้าวันรุ่งขึ้น

            คุณหญิงจำปารับหน้าที่ในการจัดการให้พวกบ่าวในเรือนช่วยกันเกียมสำรับอาหารสำหรับพระสงฆ์เก้ารูปแลแขกเหรื่อคนสำคัญในงาน  เนื่องจากเมื่อวานเป็นวันพระใหญ่ขึ้นสิบห้าค่ำเดือนสิบเอ็ดแต่ยังมิได้ทำบุญเลย  จึงได้วางแผนเอาไว้ว่าวันนี้จักทำบุญบ้านครั้งใหญ่โดยเชิญแขก  แลญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมรับบุญด้วยกันเพื่อความเป็นสิริมงคล  แขกที่เชิญมาในวันนี้ล้วนเป็นคนสำคัญ  อาทิ  เช่น  พระยาโกษาเหล็ก  พระยาโกษาปาน  พระเพทราชา  แลออกหลวงสรศักดิ์  เข้ามาร่วมพิธีในงานบุญครั้งนี้ด้วย 

            “ให้ช่วยกระไรรึไม่เจ้าคะคุณป้า” 

            “ออเจ้าช่วยไปต้อนรับแขกที่มาในงานทีหนา  ส่วนเรื่องอาหารแลเกียมสำรับคงมิต้องให้ออเจ้าช่วยดอก”

            ความคิดของคุณหญิงจำปาที่มีต่อแม่การะเกดค่อย ๆ เปลี่ยนไปหลังจากที่นางทำตัวดีขึ้น  มิได้ตื่นสายแลขี้เกียจตัวเป็นขนเหมือนแต่ก่อน  คุณหญิงได้แต่ยิ้มอยู่ในใจแต่มิสามารถแสดงออกมาได้ด้วยเพราะคราแรกคุณหญิงจำปามีอคติต่อนางมากจนดุด่าไปเสียเยอะ  แลครานี้พอนางทำตัวดีขึ้นก็มิได้หมายความว่าจักดีไปได้ตลอดเพราะต้องคอยดูกันไปก่อน  กลัวว่านางจักดีแตกเสียก่อน

            “เจ้าค่ะคุณป้า”  การะเกดรับคำแลเดินไปต้อนรับแขกเหรื่อคนสำคัญที่มาในงาน  นางไหว้ญาติผู้ใหญ่ทุกคนที่มา  บ้างก็ชมว่านางสวยมารยาทงามจนทำให้ยิ้มแก้มแทบปริ  จึงกลายเป็นว่าบรรยากาศในงานบุญอบอวลไปด้วยรอยยิ้มของความสุขมากกว่าทุกข์เสียอีก

            “ยิ้มเช่นนี้ออเจ้าอยากทำร้ายข้ารึ”

            …!!

            ยังมิทันหุบยิ้มสนิทดี  เสียงที่คุ้นเคยก็ทำให้การะเกดรู้สึกตัว  นางกระพริบตาปริบ ๆ แลไหว้ออกหลวงสรศักดิ์ตามมารยาทที่ควรทำกับผู้อาวุโสกว่าอย่างรน ๆ

            “วันนี้ออเจ้างามมากข้าเกรงว่าวันนี้อยากจักพาออเจ้าไปนั่งเรือเล่นด้วยกัน”

           

            “จบงานบุญวันนี้หวังว่าออเจ้าจักไปกับข้าหนาแม่การะเกด”  พูดเสร็จพ่อเสือร้ายก็เดินเข้าไปภายในงานพร้อมไม้ตะพดคู่ใจ  ส่วนการะเกดที่คอยยืนต้อนรับแขกในงานกลับมีใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ  ผิดกับแม่การะเกดคนก่อนที่มักเย็นชากับทุกสิ่ง

            มึงนะมึงอ้ายออกหลวง ทำให้กูเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร  จบงานบุญวันนี้กูจักถีบมึงลงคลองคอยดูเทียว

          หลังจากที่แขกมากันครบหมดทุกผู้แล้ว  ก็ถึงเวลาที่พระทั้งเก้ารูปจักเข้ามานั่งประจำที่ของตนแลสวดมนต์  การะเกดเองก็ไปนั่งประจำที่ของตนเพื่อที่จะฟังพระท่านสวดเช่นเดียวกัน

            “แม่การะเกดได้ยินข้ารึไม่”

            เป็นเสียงกระซิบแผ่วเบาของคนใกล้ตัวนางที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นผู้ใด  เล่นเนียนเคลื่อนตัวมาใกล้นางเช่นนี้มิสิงนางไปเลยเล่า

            “กระไรเจ้าคะ  รีบพูดมาข้ากำลังฟังพระท่านสวด”  การะเกดทำทีเป็นฟังพระสวด  แต่ใจจริงนั้นกำลังตั้งใจฟังสิ่งที่ออกหลวงสรศักดิ์กำลังจักพูดต่างหาก  “เพราะหากเสร็จจากงานบุญนี้ข้าคงต้องช่วยคุณป้าอีกมากเจ้าค่ะ”

            “ข้าอยากพาออเจ้าไปพายเรือเล่น”

            “มิมีกระไรทำรึเจ้าคะ  ว่างมากนักฤา”  นางสวนกลับเข้าให้จนออกหลวงสรศักดิ์แทบไปไม่เป็น  ใยจึงเป็นสตรีมะนาวไม่มีน้ำเช่นนี้หนาแม่การะเกด 

            “ออเจ้าอย่าทำร้ายจิตใจข้าเลยหนาแค่พายเรือเล่นเอง”

            “ข้าไม่รับปากเจ้าค่ะ  ขอให้เสร็จจากงานบุญนี้เสียก่อนข้าถึงจะให้คำตอบว่าไปได้รึไม่”  แม่การะเกดพูดทีเล่นทีจริง  ออกหลวงสรศักดิ์จึงถอนหายใจยาวแลมิพูดกระไรกับนางอีกจนพระท่านสวดมนต์เสร็จ  ก็ถึงเวลาที่จักฟังบทกรวดน้ำ  พ่อเสือร้ายรีบหยิบโถน้ำที่จะใช้วางไว้กงหน้าแลคว้าข้อมือของแม่การะเกดให้มาจับกับต้นแขนของตนเพื่อที่จะได้กรวดน้ำพร้อมกัน

            “กรวดน้ำด้วยกันหนาออเจ้า”  ออกหลวงสรศักดิ์ยิ้มกรุ้มกริ่มแลคอย ๆ เทน้ำออกจากกรวยลงโถ  ส่วนการะเกดก็จับแขนของคนข้าง ๆ ไว้มั่นแลมิได้ว่ากระไรถึงการกระทำห่าม ๆ ของเขา

            กลับรู้สึกดีที่คนข้าง ๆ คอยใส่ใจนางตลอด 

            เมื่อคืนก่อนนั้น  ที่นางถามออกหลวงสรศักดิ์ว่าเขาอธิษฐานว่ากระไร  เขามิยอมตอบ  แต่หลังจากที่ปล่อยโคมลอยแล้ว  กลับรั้งนางไว้ด้วยการบอกว่าจะบอกคำอธิษฐานของเขาให้นางได้รู้  นั่นทำให้นางแปลกใจแต่ก็มิได้ติดใจกระไรมาก 

            เพราะการะเกดเหมือนรู้สึกได้ว่าออกหลวงสรศักดิ์ยังอยากให้นางอยู่กับเขาต่อ

          “ออเจ้าอยากรู้รึไม่ว่าข้าอธิษฐานว่ากระไร”

          “ไหนท่านบอกว่าคำอธิษฐานจักมิศักดิ์สิทธิ์ไงเจ้าคะใยถึงจักมาบอกข้าเอาตอนนี้”

          เพราะข้าอยากบอกออเจ้าเพียงผู้เดียว”

           

          “ว่าข้าอธิษฐานว่ากระไร” 

มันเป็นคำอธิษฐานที่การะเกดคิดว่าเขาเองมิน่าจะอธิษฐานอะไรแบบนั้น  มันมิน่าเชื่อว่าออกหลวงสรศักดิ์จะใส่ใจถึงความรู้สึกของนางมากมายถึงเพียงนี้  มันทำให้การะเกดผู้ซึ่งไม่เคยรู้สึกกลับรู้สึกได้มากมายจากทุกคำพูดแลแววตาของออกหลวงสรศักดิ์  แลวันนี้เองก็เช่นเดียวกัน  ที่มือของนางมิยอมปล่อยออกจากแขนของคนข้าง ๆ เลย

            ขอบคุณ  นางอยากจะเอ่ยคำคำนี้ออกมาเหลือเกิน

            “แล้วท่านอธิษฐานว่ากระไรล่ะเจ้าคะ? 

         

         

          “ข้าอธิษฐานว่า

         

          “ขอให้คำอธิษฐานของออเจ้าเป็นความจริง”

นางคิดว่านางได้เจอคนคนนั้นแล้ว  แลอยู่ใกล้แค่เอื้อม

มันค่อย ๆ เกิดขึ้นจากความใส่ใจเล็ก ๆ จนไปถึงความรู้สึกลึกข้างใจจิตใจ  ที่ไม่ว่าเขาจักทำอะไรให้  นางก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจได้ทุกครา

แลหวังว่าเขาจักเป็นบุพเพสันนิวาสของนางในชาตินี้  แลตลอดไป

 

บท 8 มาแล้วเจ้าค่ะ เนื้อเรื่องจะเริ่มเข้มข้นขึ้นนะคะ ช่วงนี้ก็พักกายพักใจอ่านช่วงโรแมนติกของออกหลวงสรศักดิ์กับการะเกดไปก่อน ตอนหลัง ๆ ไม่แน่ใจว่าจะมีดราม่าน้ำตาแตกไหม อยากให้ติดตามกันไปเรื่อย ๆ เลย วางแพลนเอาไว้ว่าจะแต่งให้จบภายในสิ้นเดือนนี้  เพราะไรต์ใกล้เปิดเทอมแล้ว ยังไงไม่ทิ้งแน่นอนเจ้าค่ะ ขอให้สนุกกับเนื้อเรื่องนะคะ รักทุกคนเลย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #41 ntn.9846 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 19:27
    แม่นาย น่ารักกกก
    #41
    0
  2. #40 Kim Teaoh (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 19:16
    พ่อเดื่อออละมุนนน
    #40
    0
  3. #37 luziferies (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 23:45
    ยิ่งอ่านยิ่งหลงรัก
    #37
    0
  4. #36 suan_fim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 17:51
    ฟินมากเลยค่ะ อัพต่อเร็วๆน้า
    #36
    0
  5. #35 napapon_para (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 17:15
    ฟินมากคะมีใส่ใจกันมากมาย555
    #35
    0
  6. #34 tiew12345 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 14:00
    ขอแบบฟินนนน ดราม่านิดหน่อยพอกระชุ่มกระชวย ไม่ขอมากไปใช่มั้ยคะ
    #34
    2