ชะตาฟ้าลิขิต (Love Destiny) หลวงสรศักดิ์Xการะเกด

ตอนที่ 23 : บทที่ 22 หน้ากาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    23 ธ.ค. 61


บทที่  22  หน้ากาก

            งานมงคลของชาวอโยธยาครึกครื้นยิ่งนัก  แสงสียังคงมีให้เห็นมิได้ต่างจากงานวันเพ็ญเดือนสิบเอ็ดเมื่อครั้งก่อนมากนัก  ชาวบ้านที่เคยขายของที่ตลาดบ้านจีนก็ทยอยกันจัดตั้งร้านของตนเองกันอย่างขวักไขว่หวังจะมีคนมาซื้อของกันอยู่มากโข  ด้วยเพราะงานมงคลครานี้ยิ่งใหญ่แลถือเป็นการอวยชัยที่เมืองอโยธยารุ่งเรืองแลรุ่งโรจน์มาจนถึงปัจจุบัน  ความเป็นอยู่ของผู้คนในเมืองก็ดีแลอุดมสมบูรณ์มิได้อดอยากขาดแคลนเหมือนเช่นแต่ก่อน  ดูเหมือนว่าความสุขกำลังโอบล้อมไปทั่วทั้งพระนคร แลบรรยากาศก็ดูเหมือนจะเป็นใจให้งานมงคลในครานี้เกิดขึ้น

            งานประกวดสาวงามอโยธยาถูกยกเลิกไปเนื่องด้วยเหตุของขุนศรีสุรเชษฐ์ที่คิดก่อการอันมิชอบโดยจับสตรีมาขายที่โรงน้ำชาซึ่งเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่ทำให้ชาวบ้านทั่วทั้งพระนครนั้นรับมิได้  หากงานนี้จะถูกยกเลิกก็มิแปลกด้วยอิสตรีนั้นมิใช่สิ่งของที่จะนำมาขายกันได้ง่าย ๆ  งานนี้จึงถูกยกเลิกไปในทันที !

            หากแต่ยังมีงานหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านในพระนครต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก  งานนี้ถูกจัดขึ้นโดยหลวงศรียศซึ่งเป็นแกนนำ  ดึงดูดชาวบ้านและผู้คนได้มากมายทีเดียว

            “อ้าว ๆ ! เร่เข้ามา เร่เข้ามา ใครอยากได้หน้ากากสวย ๆ เข้ามาเร็ว !  ไอ้พร้าวไอ้พันซึ่งเป็นคนของออกหลวงสรศักดิ์ที่หลวงศรียศได้ยืมตัวมาร้องเร่โห่ตะโกนเสียงดังฟังชัดไปสามบ้านแปดบ้านจนได้ยินกันไปทั่วทั้งพระนคร  หากแต่เป็นการขายหน้ากากธรรมดา ๆ ก็จะมิได้มีกระไรเป็นพิเศษ

            “อยากได้สาว ๆ หนุ่ม ๆ ไปควงในงานมงคลอโยธยาก็เร่เข้ามาเลยจ้า ! พ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายาย”

            “กระไรของพวกเองวะ  กะอีแค่ขายหน้ากากได้สาว ๆ ไปควงเลยรึ” 

            “ใช่สิจ๊ะพี่ชาย ! งานของเรามิได้ขายหน้ากากกันเล่น ๆ หนา แต่เรายังมีกระไรสนุก ๆ ให้ทำ” ไอ้พันออกโรงสาธยายให้ชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่มากันสี่ห้าคนฟัง “งานสวมหน้ากากหาคู่ขอรับ”

            “สวมหน้ากากหาคู่?

            “ใช่ขอรับ เพียงท่านนะขอรับซื้อหน้ากากอันใดอันหนึ่งก็ได้จากงานนี้แลเข้าไปในห้องที่เราจัดเอาไว้ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยขอรับ”  ไอ้พันยังคงพูดติดตลก แลป้องปากกระซิบกระซาบเบา ๆ “งานนี้รับรองว่าเด็ดแน่นอนขอรับ”

 


            “ฮัดเช้ย !

            “อ้าวพ่อเดื่อเองนี่ยังไง  เมื่อวานยังดี ๆ อยู่เลย ทำไมวันนี้ถึงเป็นหวัดเสียได้เล่า” 

            “คงเพราะอากาศเปลี่ยนน่ะขอรับ เลยทำให้ข้าเป็นหวัดฮัดเช้ย !  พ่อเสือร้ายดุดันกลายเป็นแมวน้อยในทันใดเมื่อหมดฤทธ์เดชเพราะไข้หวัดธรรมดา ๆ ไอจามมิได้หยุดมาทั้งวัน

            “แล้วนี่แม่แก้วไปไหน  ทำไมมิเอาหยูกเอายามาต้มให้ผัวมันกินวะ”

            “แม่แก้วไปทำธุระที่บ้านพ่อของนางน่ะขอรับ  เห็นทีอีกสามวันจะกลับมา”  ออกหลวงสรศักดิ์ชี้แจงให้ออกพระเพทราชาได้ทราบ  “ท่านพ่อมิออกไปเที่ยวชมงานรึขอรับ  น่าจะครึกครื้นกันน่าดู”

            “ข้าเดินมิไหวดอกพ่อเดื่อว่าแต่เองล่ะมิไปเที่ยวชมงานรึ” 

           

            “รึว่าไม่มีสาวไปเที่ยวชมงานด้วยกันเล่าไอ้เสือ ฮ่ะ ฮ่ะ !  ออกพระเพทราชาหัวเราะสะใจออกนอกหน้าแลหยิบชาขึ้นมาจิบอย่างสบายอารมณ์  เพลานี้มิมีสิ่งใดที่ทำให้ออกพระเพทราชามีความสุขนอกจากได้เห็นไอ้เสือร้ายกลายเป็นแมวหงอยเสียแล้ว  ออกหลวงสรศักดิ์ถอนหายใจยาวแลถลึงตามองผู้เป็นบิดาด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ

            “เป็นเพราะข้าเบื่อต่างหากเล่าท่านพ่อฮัดเช้ย !

            “พูดมิทันขาดคำเองก็จามซะแล้วหนาไอ้เสือเอ๊ย ! ไปสูดอากาศบริสุทธ์ข้างนอกหน่อยไป”

            “ยิ่งข้าออกไปข้างนอกข้าจะยิ่งจามน่ะสิท่านพ่อ”  พ่อเสือร้ายใช้นิ้วยีจมูกตนเองแลสูดหายใจฟืดฟาด 

            “เองเชื่อข้าเถิดไอ้เสือ  ออกไปเดินรับลมจะทำให้อาการเองดีขึ้น”

 

 

            “ฮัดเช้ย ! 

            “กระไรกันเจ้าคะแม่นาย  เป็นหวัดเสียแล้วรึเจ้าคะ” 

            “ก็เออสิวะกูจามมาทั้งวันแล้วมึงเพิ่งจะรู้รึอีผิน”  การะเกดยีจมูกตนเองแลสูดหายใจฟืดฟาด อาการหวัดทำให้แน่นจมูกจนหายใจมิออก  “โอ๊ย ! กูเกลียดจริงเชียวไอ้อาการหอกหักนี่”

            “อีแย้มไปต้มยาสมุนไพรมาให้แม่นายเร็ว”  อีผินร้องเรียกอีแย้มให้ไปต้มยาสมุนไพรมาแก้หวัด ก่อนจักเข้าไปดูอาการแม่นายมันที่ยังนอนจามมิหาย  สงสัยจะเป็นหวัดเสียแล้วคงเพราะอากาศเปลี่ยนกะทันหันเลยทำให้ป่วยง่ายโดยเฉพาะอาการหวัด

            “ยาสมุนไพรแก้หวัดของเองมันขมนักอีผิน ข้าไม่กิน !” การะเกดฟึดฟัดแลนอนหันหลังเพื่อให้รู้ว่าตนนั้นไม่มีวันจะกินยาสมุนไพรแก้หวัดโดยเด็ดขาด หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ไม่มีทางกิน

            “ไม่กินจะหายได้อย่างไรเล่าเจ้าคะแม่นาย  ยาสมุนไพรนี่น่ะเป็นของหมอเชียวนะเจ้าคะ ต้องทำให้แม่นายหายแน่ ๆ เจ้าค่ะ”

            “ก็กูไม่กินไงอีผิน ! ถ้ามึงอยากให้กูหายมึงก็กินเองสิวะ” สาวเจ้ายังดื้อด้านมิยอมกินยา  ทั้งอีผินอีแย้มคงจนปัญญาจะบังคับ  แม่นายมันว่าอย่างไรก็คงจะต้องเลยตามเลยไปเสียก่อน

            “แม่การะเกด ออเจ้าไอจามมาทั้งวี่ทั้งวันแล้วหนา หากมิยอมกินยาจะหายได้อย่างไร”  คุณหญิงจำปาที่ได้ยินเสียงแม่การะเกดโวยวายอยู่นานแล้วทนมิไหวจึงรีบเข้ามาในห้องของนางในทันทีโดยมิสนใจว่านางจะพอใจรึไม่  การะเกดรีบลุกขึ้นนั่งด้วยอาการสำรวมในทันทีที่คุณหญิงจำปาส่งสายตาคาดโทษมา อาการดื้อด้านของนางนั้นแก้มิหาย เว้นเสียแต่อาการหวัดที่นางเป็น

            “คุณป้าจะมาบังคับข้าให้กินยาสมุนไพรของอีผินอีกคนรึเจ้าคะ”  การะเกดจ้องคุณหญิงจำปากลับไปเช่นเดียวกัน มิได้เกรงกลัวแต่อย่างใด 

            “ไม่กินจะหายได้อย่างไรกันเล่า ! ออเจ้านี่แปลกคนนัก”

            “ก็ปล่อยให้มันหายเองสิเจ้าคะ ข้ามิเป็นไรฮัดเช้ย ! 

           

            “ข้ามิเป็นไรเจ้าค่ะ”

            “หากยังดึงดันจะไม่กินยาก็ตามแต่ใจของออเจ้า ! ข้ามิได้อยากจะบังคับ”  คุณหญิงจำปาถอดใจที่จะบังคับสาวเจ้าให้กินยา  “แต่ถ้าออเจ้ามิอยากจะกินยาจริง ๆ ข้าแนะนำว่าให้ออกไปเดินเล่นข้างนอก  สูดอากาศบริสุทธ์จมูกออเจ้าจักได้โล่ง”

            “เจ้าค่ะคุณป้า”

 

            ไอ้พร้าวไอ้พันยังคงมุ่งหน้าโห่ร้องตะโกนต่อไปอย่างไม่คิดเหนื่อย ซึ่งงานนี้มีคนสนใจมากและหวังอยากจะได้คู่ควงไปเดินภายในงาน ไม่เว้นแม้แต่ออกหลวงสรศักดิ์ผู้ซึ่งเดินดุ่ม ๆ มาพร้อมกับอาการไอและจามมิได้หยุด  เมื่อไอ้พร้าวไอ้พันเห็นนายมันเดินมาก็รีบนั่งยองก้มลงถวายบังคมให้ในทันทีมิรอช้า

            “ออกหลวงมาได้อย่างไรขอรับ ทำไมมินอนที่เรือน เห็นว่าท่านไม่สบายนี่ขอรับ” ไอ้พร้าวพูด

            “หากมินอนพักผ่อนจะมิหายนะขอรับ” ไอ้พันพูด

            “ออกมาเดินสูดอากาศข้างนอกมันทำให้จมูกข้าโล่ง  เออว่าแต่พวกมึงทำอันใดกันรึ ทำไมคนถึงได้เยอะนัก” พ่อเสือร้ายมองซ้ายมองขวาหันไปก็เจอแต่ผู้คนยืนมุงกันให้จ้าละหวั่น  บางคนก็เดินใส่หน้ากากออกมากันเป็นคู่ ๆ นี่มันอะไรกัน

            “เป็นงานที่จัดขึ้นแทนงานประกวดสาวงามอโยธยาน่ะขอรับ หลวงศรียศท่านเกรงว่างานจะน่าเบื่อเลยให้พวกข้ามาเร่ขายหน้ากากหาคู่กันน่ะขอรับ”  ไอ้พร้าวรีบเสริมในทันใด ก่อนจะทำสายตาเจ้าเล่ห์ “ออกหลวงท่านมีคู่เดินในงานแล้วรึยังขอรับ ถ้ายังไม่มีล่ะก็

            “เดี๋ยวกูต่อยคว่ำเลยไอ้พร้าว ทำสายตาแบบนี้กูเพื่อนเล่นมึงรึ”

            “แหมออกหลวงท่านขอรับ ข้าก็แค่แนะนำออกหลวงท่านว่าถ้าอยากมีสาวควงเล่นเดินในงานก็ให้ซื้อหน้ากากที่ซุ้มของพวกกระผมสิขอรับ” 

           

            “งานนี้ได้กันหลายคู่แล้วนะขอรับ ถือซะว่าสนุก ๆ ไปนะขอรับ”

            พ่อเสือร้ายมองหน้าไอ้พร้าวสลับกับมองหน้าไอ้พันที่ยิ้มแฉ่งยิงฟันขาวมาให้ก็ต้องจนใจคล้อยตาม ก็ดีกว่าต้องเดินอยู่ในงานไม่มีผู้ใดควงล่ะวะ ! อีกอย่างแม่แก้วก็ไม่อยู่ หากได้สาว ๆ สวย ๆ ซักคนไปควงล่ะก็คงดีไม่น้อย

            “เอาหน้ากากมาให้กูอันนึงไอ้พร้าว”

            “ได้เลยขอรับกระผม”

 

            เสียงจ้ำอ้าวที่ดังเป็นระลอกของแม่การะเกดทำให้ผู้คนแถวนั้นมองกันอย่างกับนางเป็นตัวประหลาด ด้วยท่าทางของนางที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์นักเมื่อโดนคุณหญิงจำปาเอ็ด กลาย ๆ เหมือนว่าไล่ให้ออกจากเรือนทำให้นางไม่พอใจนิดหน่อย

            “ออกมาแล้วทำให้จมูกกูโล่งรึ ! ให้กูนอนพักที่เรือนเสียยังดีกว่า”

            “เดินสูดอากาศข้างนอกเรือนทำให้จมูกโล่งจริง ๆ นะเจ้าคะแม่นาย อีกอย่างในงานก็มีของขายเยอะแยะเชียวเจ้าค่ะ”  อีผินพูดพร้อมกับกระชับผ้าโพกหัวให้แน่นขึ้น “ลมหนาวนักเจ้าค่ะแม่นาย จับผ้าคลุมหัวเอาไว้ให้มั่นนะเจ้าคะ”

            “เออกูรู้แล้วน่ะ !

            “แม่นายเจ้าขา ! นั่นเขาต่อแถวกระไรกันน่ะเจ้าคะยาวเชียว” อีแย้มหูตาสว่างไวยิ่งนัก มิรอช้ารีบวิ่งไปสืบก่อนผู้ใด

            “กระไรของมันวะ วิ่งเป็นม้าดีดกะโหลกไปได้” การะเกดมิสนใจ หากแต่ก็เดินตามอีแย้มที่วิ่งนำไปไม่ไกลนัก ก่อนที่สองเท้าของนางจะหยุดอยู่ตรงหน้าซุ้มแห่งหนึ่งที่ใหญ่กว่าซุ้มอื่น ๆ มากนัก เป็นซุ้มขายของรึก็ไม่น่าจะใช่ เพราะมันใหญ่กว่าซุ้มขายของอื่น ๆ มากนัก การะเกดพยายามชะโงกหน้าดูว่าเขามีกระไรกันแต่ก็มิค่อยจะเห็นดี คนต่อแถวยาวอย่างกับงูปานนั้น

            แต่มีรึที่นางจะถอดใจ หากอยากรู้สิ่งใดนางก็ต้องรู้ให้ได้ การะเกดทำทีเป็นรีบร้อนก่อนจะเดินชนผู้คนมากมายที่ต่อแถวยาวปานงูแลวิ่งฝ่าเข้าไปจนในที่สุดนางก็มายืนอยู่กงทางเข้าของซุ้มใหญ่แห่งนี้

            “แม่หญิงการะเกด !” ไอ้พร้าวไอ้พันหน้าซีดเมื่อเห็นนาง ก่อนจะนั่งคุกเข่าลงในทันทีอย่างมิรอช้า เพราะมันสองคนรู้ถึงความสัมพันธ์ของนางกับออกหลวงสรศักดิ์ดียิ่งกว่าใคร

            “มีงานกระไรในซุ้มนี้รึไอ้พร้าวไอ้พัน กูใคร่อยากรู้นัก”

            “เอ่อเป็นงานหน้ากากหาคู่ขอรับแม่หญิงการะเกด” พูดเสร็จทั้งไอ้พร้าวไอ้พันก็ก้มหน้า

            “แล้วไอ้หน้ากากหาคู่ของเองนี่มันต้องทำอย่างไรบ้าง”  การะเกดยืนเท้าสะเอว เริ่มโมโห

            “ซื้อหน้ากากขอรับแม่นาย” พูดเสร็จไอ้พันก็รีบวิ่งไปหยิบหน้ากากสีขาวลายนกมาให้นาง ยัดใส่มือแลเดินไปคุกเข่านั่งตามเดิมก้มหน้าก้มตา “เสร็จแล้วก็เดินเข้าไปในห้องที่เราจัดเตรียมไว้เลยขอรับ”

            “เข้าไปหาคู่รึ? มึงบอกว่าเป็นหน้ากากหาคู่แล้วถ้าหากว่าคู่ของกูเกิดเป็นหญิงขึ้นมาล่ะ”

            “ไม่แน่นอนขอรับ ข้าเจ้าแยกหน้ากากเป็นส่วนของฝั่งชายหญิงเรียบร้อย” ไอ้พร้าวเสริมแต่ยังก้มหน้าตามเดิม “เชิญเลยขอรับแม่หญิงการะเกด หากแม่หญิงเจอชายที่สวมหน้ากากเหมือนกัน ก็จงเดินเข้าไปควงคนผู้นั้นออกมาเลยขอรับ”

           

            “แฮ่ขอให้สนุกนะครับแม่หญิงการะเกด”

ใกล้จะปีใหม่แล้วนะเจ้าคะรีดเดอร์ทุกคน ถือโอกาสมาอัพเดตนิยายแล้วเจ้าค่ะ ไรต์พยายามจะทำให้นิยายไม่ดราม่ามากจนเกินไป บทนี้ก็เลยคลายเครียดกันหน่อยโนะ ยังไงก็สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้านะเจ้าคะ บทต่อไปน่าจะสนุกมากกว่าเดิม รักทุกคนเลยจ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #94 kimigogi (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 17:08
    งานนี้มีเฮ55
    #94
    0