ชะตาฟ้าลิขิต (Love Destiny) หลวงสรศักดิ์Xการะเกด

ตอนที่ 20 : บทที่ 19 เป็นใครกันแน่?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    20 พ.ย. 61


บทที่  19  เป็นใครกันแน่?

            “ท่านเป็นโจรรึ? 

            “มิใช่อย่างที่ออเจ้าคิด แต่ก่อนอื่นข้าควรคิดก่อนว่าจะทำอย่างไรดีถึงจะฝ่าวงล้อมโจรพวกนี้ไปได้” ชายร่างสูงที่มีผ้าโพกหน้าโพกตาพลันคิดหาวิธีที่จะฝ่าวงล้อมฝูงโจร หากเขาฝ่าไปคนเดียวก็คงจะมิเป็นไร แต่เนื่องด้วยเพราะมีสตรีจึงทำให้ลำบากยิ่งนักในการที่จะฝ่าออกไป

            “ท่านจะทำอย่างไรเล่า พวกมันมากันมากนัก” การะเกดกลืนน้ำลายลงคอ

            “ออเจ้ามาหลบข้างหลังข้าก่อน” มือหนาใหญ่คว้าต้นแขนนางเอาไว้และดันให้หลบอยู่ด้านหลังเขา การะเกดหลุบศีรษะลงต่ำทันทีที่ทำได้ เพราะพวกโจรช่างตัวใหญ่และน่ากลัวนักแล

            “เองแฝงตัวเข้ามาเป็นโจรในกลุ่มพวกข้าคิดจักสอดแนมงั้นรึ!” หนึ่งในโจรกลุ่มนั้นโพล่งขึ้น การะเกดจึงได้รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของชายร่างสูงผู้นี้มิใช่โจรทำให้เบาใจลงไปหน่อย แต่ก็ยังวางใจมิได้ว่าพวกมันจะทำการอันใดร้ายแรง หากตอนนี้ออกหลวงสรศักดิ์อยู่ด้วยพวกมันคงคว่ำไปนานแล้ว ใจหนึ่งก็หวังว่าออกหลวงสรศักดิ์จักรู้สึกตัวแลตื่นขึ้นมาช่วยนาง

            ไอ้ออกหลวง มึงนี่หลับลึกจนมิได้รู้เลยรึว่ากูหายไป ! เวรเอ๊ย

            “ในเมื่อรู้แล้วว่าข้ามิใช่โจรทำไมไม่รีบฆ่าข้าเสียล่ะ จักรอช้าอยู่ทำไม”

            “ทำไมพูดแบบนั้นเล่าไอ้โง่ ! เดี๋ยวมันก็ฆ่าจริงหรอก” การะเกดที่หลบอยู่ด้านหลังจิกเล็บลงไปยังท่อนแขนของชายหนุ่มจนเขาต้องร้องโอยออกมา “อยากตายก็ตายไปคนเดียวสิ !

            “ออเจ้าจักโวยวายให้ได้กระไรขึ้นมา ข้าไม่ปล่อยให้ใครทำอันตรายออเจ้าหรอกน่า”

            “แต่ที่พูดเมื่อครู่นั่นมันฆ่าตัวตายชัด ๆ นี่บ้าหรือโง่กันแน่”

            “ซุบซิบนินทากระไรกันพวกเอง ! อยากโดนฆ่าตายรึอย่างไร”

            หนึ่งในกลุ่มโจรเริ่มโมโห  ออกคำสั่งให้ลูกสมุนเข้าไปจับตัวชายโพกผ้ากับการะเกดในทันทีทันใด สาวเจ้าฉุดกระชากตัวเองพยายามจะให้หลุดออกจากพันธนาการแต่ก็มิเป็นผล

            “ปล่อยข้า ! ไอ้พวกโจรต่ำทราม อย่ามาแตะต้องตัวข้า” การะเกดดิ้นเมื่อหนึ่งในกลุ่มโจรพยายามจะฉุดกระชากนางให้ออกมาจากชายโพกผ้านั่น แต่มีรึที่เขาจะยอม ลูกเตะจากหน้าแข้งของเขากระแทกไปยังโจรที่จับตัวนางไว้อย่างรวดเร็วทำให้มันสลบลงไปในทันทีทันใด การะเกดเกาะชายผ้าของชายหนุ่มเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

            “จักทำอย่างไรดี ข้ากลัว” การะเกดพูดเสียงสั่นแลพลันร้องไห้ออกมา ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงไม่รอช้ารีบอุ้มร่างแม่การะเกดวิ่งพาดบ่าและทันใดนั้น

            “ทรงตัวดี ๆ ล่ะแม่นาง อย่าให้ร่วง”

            “คิดจะทำการอัน….ว๊าย !

ยังไม่ทันให้นางได้โวยวายชายหนุ่มที่อุ้มร่างของนางก็รีบวิ่งฝ่าฝูงโจรออกมาอย่างรวดเร็วจนสายตาของพวกโจรนั้นจับแทบไม่ทัน เขาวิ่งอุ้มนางเข้าไปในป่าลึกลึก และลึกเข้าไปอีกจนมองไม่เห็นทางออก การะเกดชักเริ่มกังวลว่าชายหนุ่มผู้นี้จะพานางไปทำมิดีมิร้ายรึไม่ แลยิ่งห่างออกไปจากที่พำนักของออกหลวงสรศักดิ์ยิ่งทำให้น่ากังวลเข้าไปใหญ่

“น่าจะไกลจากพวกมันแล้ว พวกมันมิน่าจะตามมาเพราะในป่านี้มีอสรพิษชุกชุมนัก”

“ว่ากระไรนะ? อสรพิษฤา” การะเกดมิได้ตกใจกับสิ่งที่ชายหนุ่มบอก นางทำหน้าเหมือนโล่งใจและส่งสัญญาณบอกให้เขาปล่อยนางลงได้แล้ว

“ใช่ อสรพิษ มันมีอยู่ชุมชุมเต็มไปหมด ยิ่งลึกเข้าไปก็ยิ่งมีอสรพิษที่มีพิษร้ายแรงยิ่งนัก”

“ดีข้าจักได้จับมันมารีดพิษเอาไปต้มเป็นยาบำรุง” การะเกดยิ้มมุมปากแลบิดคอไปมาเพื่อยืดเส้นยืดสาย

“ออเจ้าเป็นสตรีใยมิกลัวงูเลย”

“ที่นี่เป็นบ้านเกิดของข้า ครอบครัวข้าจับงูมีพิษนำมารีดพิษและนำไปต้มเป็นยาบำรุงมานักต่อนักแล้ว เคล็ดลับในการรีดพิษงูนั้นง่าย แต่จะจับมันให้อยู่นี่สิ

ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ เกิดมาตีรันฟันแทงก็เยอะ แต่จะให้จับงูชายหนุ่มไม่มีทางจับแน่ สตรีนางนี้ช่างน่าประหลาดยิ่งนักที่กล้าจับงูเป็น ๆ มารีดพิษ คิดแล้วก็สยอง

“เฮอะ ! ช่างมันเถิด แล้วทีนี้จะเอาอย่างไรต่อ จะออกไปจากป่านี้ได้อย่างไร” การะเกดสบถพลางมองไปรอบตัวที่มีแต่ต้นไม้สูงชะลูด  ไม่มีวี่แววว่าจะมีบ้านคนให้พักอาศัยเลย

    “คงจะต้องหาที่หลับนอนกันเอง”

            “จักเอาใบไม้มารองนอนฤา? ปวดหลังตายสิ”

            “ไม่มีวิธีอื่นแล้วแม่นาง ถึงอย่างไรก็ต้องรอจนกว่าฟ้าจะสางถึงจะหาทางออกกันได้ มืดขนาดนี้หาทางออกไม่เจอแน่”  ชายหนุ่มว่าก่อนจะถอดผ้าที่โพกหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม มีไรหนวดนิด ๆ ที่อาจจักทำให้สาวในอโยธยาหวั่นไหวได้

            แต่แน่นอนว่าคงมิใช่กับแม่การะเกดผู้นี้

            “ท่านเป็นใครมาจากที่ใดกันรึ? เป็นชาวอโยธยารึไม่” 

            “ข้าเป็นคนที่นี่ แต่บ้านข้าดันโดนไอ้พวกโจรปล้นจนไม่เหลือทรัพย์สินอันใดเลย พวกมันฆ่าพ่อแม่ข้าตายหมด แม้แต่น้องสาวของข้าที่ยังเล็กนักมันก็ไม่เว้น”

           

            “ข้าแฝงตัวเข้าไปเป็นโจรกับพวกมันมาหลายปีจนความแตก พวกมันได้ยินข้าคุยกับทหารล่าโจร ข้าเลยต้องหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้ไง”

            “ทหารล่าโจร? เป็นทหารของออกหลวงสรศักดิ์ใช่รึไม่”

            “ใช่ข้าทำหน้าที่เป็นสายคอยรายงานให้กับทหารของท่านออกหลวง แลครานี้โดนจับได้ข้าคงโดนเฆี่ยนหลังลายแน่” 

            ชายหนุ่มทำหน้าเศร้า การะเกดเห็นดังนั้นจึงรีบพูดให้ชายหนุ่มสบายใจ

            “มิต้องกลัวไป ออกหลวงสรศักดิ์มิได้น่ากลัวอย่างที่เจ้าคิด ข้าจักเป็นคนพูดให้เขาเข้าใจเองมิต้องเป็นห่วง” 

            “ออเจ้ารู้จักกับออกหลวงท่านรึ? 

            “ข้าเดินทางมากับคณะเดินทางของออกหลวงสรศักดิ์น่ะ มาเที่ยวบ้านเกิดเสียหน่อย”

            “สตรีเดินทางมากับคณะทหารมากมายเช่นนี้มิกลัวเลยรึ” ชายหนุ่มย่นคิ้วสงสัย เหตุใดเป็นสตรีจึงกล้าหาญกว่าที่คิดนัก

            “ข้าเบื่อบ้านเลยหนีออกมาเที่ยวเล่นน่ะ มีเรื่องให้ต้องคิดมากมายจนข้าเองอยากจะหนีออกมาให้ไกล ๆ ก็เลยเดินทางมากับคณะของออกหลวงสรศักดิ์” 

            “ออเจ้ามีความสัมพันธ์อย่างไรกับออกหลวงท่าน? ทำไมกิริยาท่าทางของออเจ้าที่พูดถึงท่านดูเหมือนสนิทสนมกัน” ชายหนุ่มสงสัยแลจ้องเขม็งไปยังสาวเจ้าที่เผลอพูดอะไรออกมาโดยไม่คิด การะเกดจึงทำบ่ายเบี่ยงแลทำเป็นหาใบไม้ใบหญ้ามาสุม ๆ ทำเป็นที่นอน

            “นอนกันเถิด พรุ่งนี้จะได้หาทางกลับกัน” การะเกดไม่รอให้ชายหนุ่มได้พูดกระไร นางก็ล้มตัวลงนอนเสียก่อนแล้ว แลหวังว่าพรุ่งนี้เช้าจะได้กลับไปยังที่ตั้งแคมป์ก่อนออกหลวงสรศักดิ์จะตื่น

            “แม่นางคนนี้ ทำเฉไฉได้เก่งเสียจริง”


            “มึงมิรู้รึ! ทั้งที่มึงเฝ้ายามทั้งวี่ทั้งวันแต่มึงกลับมิรู้ว่าแม่การะเกดไปไหน !

            ผลั่ว !

            ทหารเฝ้ายามโดนโทสะอันแรงกล้าของพ่อเสือร้ายจนหน้าหันไปอีกทาง เหตุเพราะเฝ้ายามทั้งคืนแต่กลับมิรู้ว่าแม่การะเกดไปไหน อาจด้วยเพราะความง่วงจึงทำให้สติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนมิรู้ว่าแม่การะเกดได้แอบหนีเข้าไปในป่าลึกเพื่อไปตามหากระดูกของพี่สาวที่หายไป  กรรมเลยต้องตกมาอยู่ที่ทหารเฝ้ายามที่มิรู้อีโหน่อีเหน่อันใดเลย

            “กระผมขอรับผิดขอรับท่านออกหลวง แต่ข้ามิรู้จริง ๆ ว่าแม่การะเกดออกไปตั้งแต่เมื่อใด”

             

            “ข้ามิได้กินข้าวตั้งแต่เมื่อคืน  อ่อนเพลียจนสติสตังข้ามิได้อยู่กับเนื้อกับตัวขอรับท่านออกหลวง”  ทหารเฝ้ายามหนุ่มได้อธิบายถึงสาเหตุให้ฟัง  แต่มีหรือที่พ่อเสือร้ายจักฟังคำแก้ตัวโง่เง่าของทหารผู้นี้ 

            “มึงเป็นทหาร ! เรื่องแค่นี้หากมึงทนมิได้ไปผูกคอตายเลยดีรึไม่ ! กูฝึกพวกมึงอย่างหนักแค่มิได้กินข้าวคืนเดียวจักทำให้มึงต้องตายคาแคมป์ก็ให้มันรู้ไป !  พ่อเสือร้ายชี้หน้าทหารนายนั้นด้วยความโมโหโกรธา โมโหจนมิยอมฟังอันใด โมโหจนหน้ามืดตามัวเพราะแม่การะเกดหายไป

            ถ้าหากนางโดนโจรจับไป จักทำอย่างไรดี? จักทำอย่างไร ! และถ้าหากนางหายไปมิกลับมาเขาคงมิต้องผูกคอตายไปเลยรึ?

            “จัดทหารไปสามนายไปตามหาแม่การะเกด ใครหาเจอข้าจักให้รางวัลอย่างงาม”

 

            การะเกดกับชายหนุ่มเดินวนในป่ากันอยู่นานสองนาน วนไปวนมาก็ไม่มีวี่แววว่าจักเจอที่ตั้งแคมป์ของออกหลวงสรศักดิ์เสียที ทั้งที่เช้ามากแล้วน่าจะหาทางออกจากป่าเจอแท้ ๆ แต่กลับหาทางออกยากยิ่งกว่าเดิม คงเพราะวิ่งหนีโจรมาไกลมากจนลืมเส้นทางเดิมที่เคยวิ่งมา  การจักหาทางออกจากป่านั้นยากแสนยาก ต้นไม้ต้นใหญ่ขึ้นปกคลุมทางเต็มไปหมดจนนางเริ่มเหนื่อยและออกอาการหน้ามืดเหมือนจักเป็นลม

            “ออเจ้าไหวรึไม่  ให้ข้าแบกหลังออเจ้าดีไหม”

            “เจ้าจะบ้าเหรอ เดินเหนื่อยกันมาขนาดนี้ถ้าข้าให้เจ้าแบกหลังเจ้าก็ได้ตายกลางป่าพอดีน่ะสิ” การะเกดพูดกลั้วหัวเราะ แลนึกกระไรบางอย่างขึ้นมาได้ “เอ้อ ! ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรรึ ข้ามิได้ถามเลย”

            ชายหนุ่มอึกอักเหมือนมิอยากจะตอบ การะเกดจับสังเกตได้หากแต่ก็ได้เก็บอยู่ภายในใจมิได้แสดงท่าทีว่าสงสัยออกมา

            “ข้าชื่อยศน่ะ”

            “ยศรึ? อืมข้าชื่อการะเกด เป็นหลานของท่านออกยาโหราธิบดี”

           

              หากใครได้รู้ว่าการะเกดเป็นใครก็คงจะก้มหัวให้แล้วแต่มิใช่กับชายหนุ่มชื่อยศคนนี้ที่เอาแต่นิ่งแลเดินนำหน้านางไปแน่ นางชักจะสงสัยแล้วสิว่าตายศผู้นี้คงมิใช่ทหารธรรมดา ๆ แน่

            เอ ? แล้วตายศนี่เป็นใครกันนะ

            “พักกันสักหน่อยก่อนเถิด เดี๋ยวเดินต่อไปจักมิไหวเอา”  ยศพูดแลหาก้อนหินแถว ๆ นั้นเพื่อเป็นที่นั่งเพื่อให้พักหายเหนื่อย  ส่วนการะเกดได้แต่ยืนนิ่งจ้องมองใบหน้าของตายศผู้นี้มิยอมวางตา  รู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ ว่าชายหนุ่มผู้นี้มีกระไรปิดบัง

            “เจ้ามีกระไรปิดบังข้ารึไม่ยศ  ข้าจับสังเกตคนเก่งนะเผื่อไม่รู้”

            …!!

            “จะบอกข้าดี ๆ รึจะให้ข้าหาคำตอบเอาเอง”

 

            “อีผินอีแย้ม ! มึงรู้รึไม่ว่านายมึงไปไหน อย่าให้กูต้องซักไซ้ให้มากกว่า มิเช่นนั้นหวายจักลงหลังพวกมึงให้เข็ดหลาบ”  คุณหญิงจำปาคาดคั้นเอาคำตอบจากนังผินนังแย้มที่นั่งหมอบก้มหน้าไม่กล้าสบตา แลมิกล้าบอกด้วยว่าแม่นายของมันนั้นหายไปไหนและไปกับใคร  เพราะถ้าหากคุณหญิงจำปารู้ได้เป็นเรื่องใหญ่โตเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดเป็นแน่

            “บ่าวมิรู้เลยเจ้าค่ะคุณหญิง พอตื่นมาแม่นายก็หายไปแล้วเจ้าค่ะ” นังผินเป็นคนตอบแทน ส่วนนังแย้มก็รีบเสริมทัพ 

            “แม่นายมิได้บอกกระไรบ่าวไว้เลยจริง ๆ เจ้าค่ะคุณหญิง”  เมื่อคาดคั้นเอาคำตอบมิได้คุณหญิงจำปาก็มิรู้จักทำอย่างไร จึงหันไปขอคำปรึกษาจากพ่อเดชที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

            “เอาอย่างไรดีเล่าพ่อเดช งานมงคลใหญ่ของอโยธยาก็กำลังจะมาถึง ไหนจะงานหมั้นของลูกอีก แล้วแม่การะเกดหายไปแบบนี้จักทำกันอย่างไรดี”

            “ก็มิต้องทำอันใดขอรับคุณแม่  ข้ามิได้เป็นเดือดเป็นร้อนกับเรื่องของนางแม้แต่นิดเดียว”

            “พ่อเดช

            “นางจะหายไปไหนหรือไปกับใครข้ามิอยากรับรู้ขอรับ  หากนางอยากกลับมาก็คงกลับมาเอง คุณแม่มิต้องกังวลไปหรอกขอรับนางเอาตัวรอดได้”

            หมื่นสุนทรเทวาเดินออกไปโดยทิ้งคำพูดอันแสนโหดร้ายเอาไว้  ที่ถ้าหากแม่การะเกดได้ยินคงจะเจ็บปวดหัวใจเสียเหลือเกิน

            “ได้ยินแล้วใช่หรือไม่อีผินอีแย้ม  ถ้านายมึงกลับมาเมื่อใดรีบมาบอกข้าด้วย”

ไม่ได้อัพนานเลยขอโทษด้วยนะคะ
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะทุกคน ข้าเจ้าจะไม่ทิ้งไปไหนเจ้าค่ะ จุ้บ ๆ ทวงนิยายได้เลยน๊า
/*เฮดบทความ*/.head1{background:#313131 !important;border-radius:10px;outline: 1px dashed #000000 ;outline-offset: -8px;padding-top: 15px;padding-bottom: 12px;-webkit-transition:1s;-moz-transition:1s;}/*ชื่อบทความ*/p#big_text{color:#000000!important;text-shadow:1px 1px 0px #000000;font-family:tahoma;font-size:26px!important;font-style:normal;}
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #89 MC1225 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 22:15
    รอนะคะ สู้ๆ
    #89
    0
  2. #87 Boo_Sky (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 15:23
    เสียวแทนแม่การะเกดเลย ถ้าคุณป้ารู้ว่าไปกับออกหลวงท่านหล่ะก็ คุณเอ้ยยยย หลังลายแน่ ว่าแต่พ่อยศเนี่ยเป็นใครน้อ โผล่มาได้เวลาพอดิบพอดี อีคุณพี่ก็นอนกินบ้านกินเมืองจนไม่รู้ว่าแม่การะเกดหนีอีก 555
    แล้วก็ เราว่าคำว่า แคมป์ มันดูทันสมัยไปนิดส์นุง ฝากไว้ให้พิจ
    #87
    2
    • #87-1 I am giftza(จากตอนที่ 20)
      23 พฤศจิกายน 2561 / 15:16
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะค๊าจะนำไปพัฒนาในการเขียนต่อไปค่า
      #87-1
    • #87-2 I am giftza(จากตอนที่ 20)
      23 พฤศจิกายน 2561 / 15:18
      ขอบคุณมากๆเลยค่ะสำหรับคำติชมจะนำข้อแนะนำไปพัฒนางานเขียนต่อไปนะคะจะพยายามมาอัพให้เร็วขึ้นด้วยค่ะ
      #87-2