ชะตาฟ้าลิขิต (Love Destiny) หลวงสรศักดิ์Xการะเกด

ตอนที่ 19 : บทที่ 18 กระดูกชิ้นสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    13 ต.ค. 61


ไม่ได้อัพนานมากขอโทษด้วยนะคะเลยเอาภาพที่ไรต์ตัดต่ออีกแบบมาฝากกันจ้า เชิญสนุกกับบทที่ 18 ต่อกันเลย

บทที่  18  กระดูกชิ้นสุดท้าย

            การขึ้นไปยังเมืองพิษณุโลกค่อนข้างลำบากนัก ต้องข้ามเรือไหนจะต้องขี่ช้างอีกเป็นร้อยโลเพื่อที่จะไปให้ถึงยังจุดหมายปลายทาง โจรที่เมืองนั้นหนาก็ชุกชุมเสียจนการเดินทางเกือบจะติดขัดไปมิรอด ยังดีที่ทหารของออกหลวงสรศักดิ์ถูกฝึกมาให้อดทนแลเก่งการต่อสู้ยิ่งนักจึงมิเป็นอันต้องห่วงว่าจะเกิดอันตรายใด ๆ ให้กังวล

            สายน้ำเชี่ยวไหลไพเราะเสนาะหูรู้สึกได้ถึงอากาศเย็นสบายกับละอองน้ำค้างของฝนเมื่อคืนวานพานทำให้ชุ่มฉ่ำ การะเกดแหวกผ้าจากเกี้ยวที่นั่งมาพานมองไปรอบ ๆ มีแต่ป่าดงพงไพรเขียวขจีไปหมด ออกหลวงสรศักดิ์ที่เห็นนางแหวกผ้าออกมาจึงขี่ม้าขึ้นมาเทียบเท่ากับเกี้ยวของนางแลทำสายตาบอกให้มุดหัวกลับเข้าไปซะ

            “อะไรของท่าน ข้าก็แค่อยากสูดอากาศบริสุทธ์เท่านั้นเอง” กระเกดทักท้วงด้วยสีหน้าขุ่นมัว

            “ออเจ้ามิรู้รึว่าที่นี่โจรชุกชุมนัก หากมันเห็นว่าขบวนของเรามีสตรีมาด้วยมิวายมันจักดักซุ่มขโมยตัวออเจ้าไปทำเมียหนา”

            “ท่านห่วงข้ารึ? 

            “มิให้ห่วงออเจ้าจักให้ไปห่วงใครเล่า ข้าบอกให้มุดหัวกลับเข้าไปก็ทำเถิด” น้ำเสียงของออกหลวงสรศักดิ์มิได้ทำให้การะเกดเกรงกลัวอันใดเลย มิหนำซ้ำยังชะโงกหน้าออกมาจากเกี้ยวให้มากขึ้นเพื่อประชดพ่อเสือร้ายบนหลังม้านั่นอีก

            “แม่การะเกด !  พ่อเสือร้ายถลึงตาโตแต่มีรึที่นางจะกลัว “ออเจ้ามิกลัวเลยรึ”

            “ข้ากลัวว่าจะไม่ได้อยู่กับท่านมากกว่า”

              คำพูดนั้นทำให้ออกหลวงสรศักดิ์นิ่งไปแลมองหน้าสตรีในเกี้ยว นึกไม่ถึงว่านางจะพูดอะไรแบบนี้ได้ สิ่งที่อยู่ภายในมันเริ่มเต้นแรงขึ้น แรงขึ้นเรื่อย ๆ

           

            แรงจนนางเองรู้สึกได้ว่าตนเองนั้นก็ใจเต้นแรงเช่นเดียวกัน การะเกดหลุบตาต่ำลงแลกำลังจะมุดหัวกลับเข้าไปในเกี้ยว หากแต่ออกหลวงสรศักดิ์กลับคว้าใบหน้านางและประทับจูบลงไปบนริมฝีปากนางแผ่วเบาเพียงแค่ชั่วครู่

            “มาทำให้ข้าใจเต้นแรงแล้วจะหนีฤา..ไม่มีทาง” 

 

            เมื่อเดินทางมาได้สักพักฟ้าก็เริ่มมืดลง ออกหลวงสรศักดิ์ส่งสัญญาณว่าให้หยุดแลพักตั้งแคมป์กันก่อน แม่การะเกดเดินลงมาจากเกี้ยวแลจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อย เพราะนังผินนังแย้มมิได้ติดสอยห้อยตามมาด้วยจึงต้องทำอะไรด้วยตนเอง ลำบากอยู่มากโข

            “ออเจ้าเหงารึไม่ที่นังผินนังแย้มมิได้ตามมาด้วย”

            “ก็ไม่นี่เจ้าคะ ข้าช่วยเหลือตัวเองได้เจ้าค่ะ” การะเกดพูดพลันทำสีหน้าเสมือนว่าหากไม่มีนังผินนังแย้มก็อยู่ได้สบาย  แต่ภายในใจก็กลัวเช่นเดียวกันเพราะคืนนี้จักต้องนอนผู้เดียว

            “ถ้าออเจ้ากลัวที่จะต้องนอนผู้เดียวข้าไปนอนด้วยก็ได้”

            “บ้าไปแล้วฤาท่านทหารตั้งเยอะตั้งแยะ” การะเกดมองค้อนแต่มีรึที่พ่อเสือร้ายจะสน ยังคงพูดจากำกวมเกี้ยวนางไปเรื่อยอย่างมิอายฟ้าอายดิน

            “หากข้านอนกับออเจ้าด้วยออเจ้าก็จะไม่หนาว เห็นรึไม่ว่าน้ำค้างที่นี่ลงเยอะเทียว มิอยากให้ข้านอนกอดออเจ้าจริง ๆ ฤา” 

            “ข้านอนผู้เดียวได้มิต้องให้ท่านมานอนด้วยดอก”

ฟุ่บ !

            “ว๊าย !  เสียงพุ่มไม้สั่นไหวทำให้สาวเจ้ากระโดดโร่เข้าไปกอดพ่อเสือร้ายเข้าให้โดยมิทันตั้งตัว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคนร่างสูงเผยออกมาเพราะนางทำตัวน่าขันนัก  จักให้กลั้นขำก็คงทำมิได้ กะอีแค่พุ่มไม้สั่นนิดเดียวก็ตกใจกลัวเสียแล้ว

            แล้วอย่างนี้ฤาจักปล่อยให้นอนผู้เดียว ไม่มีทาง

            “ออเจ้านี่ขี้ตกใจซะจนน่าขันนัก ข้าก็บอกออเจ้าแล้วว่าให้ข้าไปนอนด้วย” ออกหลวงสรศักดิ์ยิ้มขัน ส่วนแม่การะเกดก็รีบผละออกจากร่างของคนตัวสูงโดยเร็วพลัน

            ใบหน้าร้อนผ่าวเพราะขายขี้หน้าชายกงหน้า นางหันหน้าหนีแลสูดหายใจเข้าลึก แลก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับพ่อเสือร้ายอีกครา

            ใบหน้าหล่อคมของพ่อเสือร้ายกำลังประชิดอยู่กับใบหน้าของนางซะจนเกือบจะชนกันตอนที่หันไปเกือบจักทำให้นางเสียหลักแต่ก็ถูกอ้อมแขนแข็งแรงของออกหลวงสรศักดิ์คว้าไว้ได้เสียก่อนที่นางจะล้มลงไป

วูบ !

            ลมเย็น ๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าของนางจนรู้สึกเย็นไปทั้งหน้า  ทั้งที่รอบ ๆ ต้นไม้แลใบไม้มิได้สั่นไหวเลยสักนิดเดียว แลยังเป็นตอนที่นางไปลอยโคมกับออกหลวงสรศักดิ์ก็เช่นเดียวกัน เวลาที่ได้ประหน้ากันทีไรต้องมีเหตุการณ์ลมพัดนี่เกิดขึ้นทุกครา

            “เดี๋ยวก็ล้มหน้าคะมำดอก ระวังหน่อยสิ”

             

            “มีกระไรรึ? ทำไมออเจ้าถึงเงียบไป”  ออกหลวงสรศักดิ์ถามด้วยความแปลกใจ เพราะสายตาของนางที่จ้องมองมามิรู้ว่าเป็นสายตาแบบใดกันแน่

            “ข้าแค่รู้สึกโหวง ๆ” การะเกดผละออกจากอ้อมกอดของคนตัวสูงแลยืนห่างในระยะที่พอควร “รู้สึกใจหายเจ้าค่ะที่ข้ากับท่านเรามาอยู่ด้วยกันในที่แบบนี้ได้” 

            “ใจหายฤา?

            “เจ้าค่ะข้าไม่คิดว่าข้าจะรู้สึกอะไรแบบนี้กับท่านด้วยซ้ำ ทั้งที่ตอนแรกข้าเกลียดท่านจะตาย”

           

            “แต่ก็น่าแปลกเจ้าค่ะที่ความรู้สึกของข้าเปลี่ยนไปมากเช่นนี้ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าเพราะเหตุอันใด”

            “ความรู้สึกเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนข้าเองยังแปลกใจว่าเพราะเหตุอันใดทำไมข้าถึงต้องรู้สึกอันใดกับออเจ้า”  พ่อเสือร้ายเชยปลายคางของการะเกดที่ก้มลงให้เงยหน้ามองเขา สายตาที่มองมาช่างอ่อนโยนผิดกับคราแรกที่ประหน้า

             

            “อยู่แบบนี้กับข้าต่อไปเถิดหนาเพราะข้าคงแทบขาดใจหากออเจ้าห่างกาย”

           

            “อยู่กับพี่ต่อไปแบบนี้เถิดแม่การะเกด”

  

 

            “การะเกดแม่การะเกด” 

            นั่นเสียงใคร ทำไมคุ้นหูจัง 

            “พี่คิดถึงออเจ้ามาก ดีที่ออเจ้ายังอยากกลับมาบ้านเกิดของเรา” 

            “พี่เกศสุรางค์  ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่” การะเกดเดินไปตามทางที่มีแสงสว่างพลันมองเห็นร่างของเกศสุรางค์ผู้เป็นพี่สาวยืนอยู่กงหน้า นางยังเหมือนเดิมเหมือนตอนที่อยู่ด้วยกัน

            “พี่แค่อยากมาลาออเจ้า พี่จะได้ไปเกิดแล้วหนา พี่คิดว่าควรจะมาบอกออเจ้าให้รู้เอาไว้” เกศสุรางค์ยิ้มก่อนจักเดินเข้ามาโอบกอดร่างของการะเกด “หากภพชาติใดเราได้เกิดมาเป็นพี่น้องกันอีกคงจะดีไม่น้อย ข้าคงมีเพื่อนเล่นไม่เหงา”

           

            “ออเจ้าจำที่ตั้งเรือนของเราได้รึไม่”

            “เรือนของเรารึ?

            “ใช่เรือนเก่าของเรา” เกศสุรางค์มีสีหน้าเป็นกังวล แต่ก็ยังคงความอ่อนโยนเอาไว้ “ช่วยข้าหากระดูกชิ้นสุดท้ายที่ฝังเอาไว้ใต้ถุนเรือนทีเถิดแม่การะเกด หากข้ายังหากระดูกอีกชิ้นหนึ่งไม่พบข้าก็คงไปเกิดมิได้”

            “ถ้าข้าหากระดูกของพี่เจอแล้วจักต้องทำอย่างไรกับมันเล่า”

            “นำมันไปให้กับท่านอาจารย์ชีปะขาว แค่นั้นเป็นพอแม่การะเกด” เกศสุรางค์พูดแลหายวับไปก่อนจะทันได้ถามไถ่กระไร ร่างใหญ่ของพ่อเสือร้ายที่นอนเคียงข้างก็เข้าสวมกอดนางแน่นจนนางตื่นจากภวังค์ โดยไม่ให้เขานั้นได้ทันรู้ตัว การะเกดก็ค่อย ๆ ถดตัวออกจากอ้อมแขนกำยำนั้นแลเดินถือตะเกียงที่กำลังสว่างไสวออกไปข้างนอกในยามวิกาลแต่เพียงผู้เดียว


 

            การะเกดแอบทหารเฝ้ายามออกมาได้อย่างหวุดหวิด พร้อมกับตะเกียงเพียงอันเดียวที่นางนั้นได้ถือออกมาเป็นเพื่อน ในฝันนั้นพี่เกศสุรางค์ได้บอกให้นางไปยังที่ตั้งเรือนเก่าที่นางแลเจ้าคุณพ่อคุณแม่เคยอาศัยอยู่  ก่อนจากบ้านมานางมิได้รู้เลยว่าอัฐิแลเถ้ากระดูกของพี่สาวถูกเก็บไว้ที่ใด แลน่าแปลกใจยิ่งนักที่กระดูกของเกศสุรางค์ถูกฝังอยู่ไว้ใต้ถุนเรือน ใครกันหนาเป็นคนฝังเอาไว้

            ด้วยระยะทางที่ตั้งแคมป์หลับนอนนั้นอยู่ไม่ไกลจากเรือนที่นางเคยอยู่ อีกทั้งยังจำทางได้อย่างแม่นยำก็พานพาฝีเท้าของนางเดินเข้าไปยังบริเวณที่ตั้งของเรือนเก่า ๆ หลังหนึ่งแต่ดูโอ่อ่าใหญ่โตมากนัก ต้นไม้ใบหญ้าแห้งกรอบรู้สึกได้ถึงความแห้งแล้งแลสูญเสีย ความทรงจำครั้งเก่าหวนมาให้คิดอีกครั้ง แต่นางก็สลัดหน้าไปมาเพื่อไม่ให้พานคิดถึงอดีตอันแสนเจ็บปวดอีก

            นางกำลังจะมาตามหากระดูกชิ้นสุดท้ายของพี่สาวที่ถูกฝังเอาไว้ใต้ถุนเรือน นางเชื่อว่าฝันนั้นมิใช่เรื่องล้อเล่น พี่เกศสุรางค์ยังคงวนเวียนอยู่ที่เรือนหลังนี้ แลยังคงไปไหนมิได้หากกระดูกชิ้นสุดท้ายของนางยังไม่ถูกมอบให้กับท่านอาจารย์ชีปะขาว นางก็จะยังคงไม่ไปเกิด

            “นั่นใครน่ะ !

            เสียงนั้นทำให้นางสะดุ้งจนเผลอทำตะเกียงหล่น ฝีเท้าเจ้ากรรมพยายามจะวิ่งหนีร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่กำลังวิ่งตามมาแต่ไม่เป็นผล ร่างของนางถูกคว้าเอาไว้ได้ก่อนที่นางจะทันหนีไป

            “ปล่อยข้าหนา !

            “เป็นหญิงรึ?”  เสียงทุ้มนุ่มของชายร่างสูงที่โอบกอดนางไว้แปลกใจ แลก่อนที่จะทันได้คิดว่านางนั้นเป็นใครมาจากที่ใด  ทั้งสองร่างก็พลันโดนห้อมล้อมเอาไว้ด้วยฝูงโจรโดยมิทันให้ตั้งตัวแล้ว


ไรต์กลับมาแล้วนะคะ พอดีเพิ่งปิดเทอมเลยได้อัพ ยังไงก็อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนนะคะ มีอะไรคอมเม้นติชมกันได้เลย ขะพยายามพัฒนาฝีมือการแต่งไปเรื่อย ๆ นะคะ ยังไม่มีแพลนว่านิยายจะจบเดือนไหน แต่จะแต่งต่อให้จบแน่นอนค่ะ 

ทั้งหมดนี้ ขอขอบคุณแฟนคลับนิยายทุกคนเลยนะคะที่ยังตามอ่าน ขอให้มีความสุขกับนิยายของเรานะคะ ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #86 MC1225 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 22:34

    รอค่าา
    #86
    0
  2. #85 Prai lala (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 00:10

    ได้โปรดดด
    #85
    0
  3. #84 emmielyn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 05:03
    อ่านมารวดเดียวเลยค่ะ จะรอตอนต่อไปน้าา
    #84
    0
  4. #83 วรดา ทองศิรี (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 19:36

    รออยู่นะเจ้าค่ะ
    #83
    0
  5. วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 15:51

    ค้างๆๆๆคาๆๆ....อยากรู้
    #82
    0