ชะตาฟ้าลิขิต (Love Destiny) หลวงสรศักดิ์Xการะเกด

ตอนที่ 17 : บทที่ 16 เพลาที่คิดถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 865
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    13 ก.ค. 61


บทที่  16  ช่วงเพลาที่คิดถึง

            ดวงจันทร์ส่องสว่างสุกสกาวพานทำให้หัวใจของการะเกดที่มองมันจากทางหน้าต่างหวั่นไหวคิดถึงบ้าน  คิดถึงพี่สาวฝาแฝดแลพ่อแม่ที่ได้ลาลับจากนางไปนานมากโข  ทุกเสี้ยววินาทีที่อยู่ที่เมืองกรุงศรีอยุธยาช่างขืนข่ม  มิมีกระไรที่นางคุ้นเคยเลยสักอย่างตั้งแต่จากมา  ทั้งเรื่องกินแลความเป็นอยู่ต่างกันราวฟ้ากับเหว  ตอนอยู่เมืองสองแควนางแทบจะมิต้องหยิบจับกระไรมาทำ  นังผินนังแย้มแลพวกบ่าวอีกหลายคนก็คอยทำอยู่ตลอด  มาครานี้มาอาศัยบ้านเขาอยู่แม้แต่เย็บผ้า  ร้อยมาลัย  ต้อนรับแขกเวลามีงานบุญก็ต้องทำไปเสียทุกอย่างทั้งที่มิได้เต็มใจจะทำ  การะเกดคิดถึงชีวิตที่เคยมีความสุขตอนอยู่ที่เมืองพิษณุโลก  นางอยากกลับไปแต่ก็คงกลับไปมิได้  เพราะบ้านก็ไม่มีให้อยู่แล้ว  จึงทำได้เพียงแค่ฝันถึงวันที่จะได้ลาจากโลกนี้ไปพบพ่อแม่แลพี่สาวในภพหน้าเพียงเท่านั้น

            ในเมื่อความรักในชาตินี้มิสมหวัง  แล้วจะอยู่ไปเพื่อกระไรกันเล่า !

            ไม่ก็ต้องมีสักวันที่ประหน้ากับไอ้ออกหลวงสรศักดิ์  คงโดนมันพูดจาเหน็บแหนมพานทำให้ช้ำใจอีกเป็นแน่  ตายทั้งเป็นชัด ๆ !  ไม่อยากอยู่แล้ว  นางพร่ำนึกภาวนาในใจแลคิดในสิ่งที่อาจจักเป็นบาปติดตัวอย่างมหันต์  ความคิดอันมืดดำเริ่มครอบงำจิตใจจนมันส่งผลให้นางต้องทำ

            เท้าเจ้ากรรมของนางเดินลงมาจากเรือน  หันมองซ้ายแลขวามิเห็นใครเดินผ่านไปผ่านมาให้วุ่นวายก็รีบจ้ำอ้าวไปยังแม่น้ำในทันที  ค่ำคืนมากแล้วบรรยากาศก็เงียบสงบชวนให้ขนหัวลุกก็มิปาน  การะเกดกระชับผ้าคลุมศีรษะให้มั่นเพื่อที่จะมิให้ใครจำหน้าได้

            “อภัยให้ข้าที่ทำบาปในชาตินี้ด้วยเถิดข้ามิได้อยากทำแบบนี้เลย”  การะเกดก้มลงมองแม่น้ำก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าลงไป  ก้าวลงไปเรื่อย ๆ จนน้ำนั้นมิดศีรษะ  รู้สึกได้ถึงความทรมานเพราะนางกำลังจะขาดอากาศหายใจตาย 

            สองมือพยายามวักไปวักมาด้วยความทรมานเพราะขาดอากาศหายใจ  อีกด้วยนางว่ายน้ำมิเป็นบวกกับเพลาที่ค่ำมืดมากโข  หากจะเรียกให้ใครมาช่วยคงจะเป็นไปได้ยากนัก  คงจะถึงคราวที่การะเกดจะต้องสิ้นใจจริง ๆ เพลาในภพชาตินี้จักหมดลงแลนางจักได้ไปเกิดในภพชาติใหม่  ที่ดีแลสดใสกว่าเดิม

            “เกดการะเกด !

            เสียงผู้ใดกัน ! เสียงผู้ใด

          “รอข้าก่อนหนา  เดี๋ยวข้าจะลงไปช่วย”

            ช่วย?  ทำไมต้องช่วยด้วย  ข้าไม่ได้อยากให้ผู้ใดมาช่วย

            “การะเกดแม่การะเกด  พลันเสียงของหญิงสาวผู้หนึ่งก็แว่วเข้ามาในหัวของนาง  เสียงคุ้นเคยที่คิดถึงยิ่งนัก 

            “พี่เกศสุรางค์?  ทำไมพี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้” การะเกดเหมือนรู้สึกฝันไป  เมื่อนางมองไปรอบ ๆ ตัวก็เห็นว่านี่เป็นเรือนที่เมืองพิษณุโลก  เรือนของนางกับพี่สาวที่เคยอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์  น่าแปลกยิ่งนักที่เพลานี้นางได้มาอยู่ที่นี่  หรือว่านี่จะเป็นสวรรค์กัน !  นางคงตายไปแล้วกระมัง

            “ออเจ้าจะฆ่าตัวตายทำไมกัน  อยากตายนักรึ?  เสียงนั้นปนความโมโหเล็กน้อย  ใบหน้าสวยหวานที่เหมือนกับของนางกำลังยับยู่ยี่  “ชีวิตคนเรานั้นสั้นหนาน้องพี่อย่าได้คิดทำลายชีวิตตัวเองด้วยการทำแบบนี้เลย  พี่ขอเถิดแม่การะเกด  กลับไปใช้ชีวิตให้คุ้มค่าแลทำสิ่งที่น้องคิดว่าน้องควรจะทำเสีย  เพราะในชาติภพของน้องนั้นยังมีกระไรที่ขาดหายไป”

          “กระไรรึเจ้าคะ?

          “ดวงใจของออเจ้าอย่างไรเล่าแม่การะเกด

          …??

          “ดวงใจของออเจ้าหรือจะเรียกได้ว่าชะตาฟ้าลิขิตที่ขีดให้ออเจ้าได้เจอกับเขาผู้นั้น”

         

          “จงทำสิ่งที่ควรจะทำ  จงบอกในสิ่งที่ควรจะบอก”

          “บอกใครกัน?

          “หากชะตาฟ้าลิขิตมิอาจขีดให้ออเจ้ากับเขาผู้นั้นได้คู่กัน  แต่จงจำไว้ว่าในภพชาติอื่นออเจ้าจะได้ครองคู่กับเขาชั่วนิรันดร์”

           

            “แม่การะเกด !  แม่การะเกด  ออเจ้าตอบข้าสิ  อย่าเงียบไปแบบนี้”  หญิงสาวรู้สึกได้ถึงแรงที่เขย่าร่างของนาง  พานทำให้นางเจ็บปวดไปทั่วทั้งตัว  “แม่การะเกด !

            “อ่อก ! แค่ก แค่ก แค่ก ! 

            การะเกดสำลักน้ำในแม่น้ำออกมามากโข  แต่คงมิเท่ากับชายกงหน้าที่ดีใจจนเผยรอยยิ้มออกมาที่นางฟื้นคืนสติมาได้  ยังมิทันจะได้พูดกระไร  ออกหลวงสรศักดิ์ก็โผเข้าสวมกอดนางแนบแน่นเหมือนกลัวว่านางจะหายไปแลมิฟื้นขึ้นมาอีก

            อีกแล้วเจอหน้าไอ้ออกหลวงอีกแล้ว !  ทำไมต้องเป็นมันทุกที

            แต่หากไม่เจอก็คงจักคิดถึงมากเหมือนกัน

            ช่วงเวลาแห่งความห่างไกลตั้งแต่ครานั้นที่ผิดใจกันพานทำให้นางรู้สึกคิดถึงออกหลวงสรศักดิ์เหลือเกิน  แลบัดนี้ช่วงเพลาแห่งความคิดถึงของนางก็ได้หายไปแล้ว

            ได้หายไปเพราะชายกงหน้าโอบกอดนางเอาไว้ด้วยหัวใจที่อาลัยอาวรณ์ยิ่ง  แลอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นนี้นางเพียงแค่หวังว่ามันจะอยู่กับนางตราบนานเท่านาน

            สองแขนเล็กโอบกอดตอบแนบแน่นกลับไปเช่นเดียวกัน  น้ำตามากมายพรั่งพรูออกมามิขาดสาย  ด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบที่อยากจะตายโดยมิทันได้คิดถึงสิ่งที่มีอยู่  มิทันได้คิดถึงความรู้สึกของคนที่อยู่ว่าจะเจ็บปวดมากเพียงไร  พี่เกศสุรางค์ได้เตือนสตินาง  ทำให้นางได้คิดทบทวนว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป 

            “ออเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง  ทำไมถึงได้คิดทำเช่นนั้น”  พ่อเสือร้ายคลายอ้อมกอดออกอย่างแผ่วเบา  แลมองสาวเจ้ากงหน้าที่คิดทำการณ์กระไรที่มิสมควรทำ  “หากข้ามิพานมาเห็นเข้าจักทำอย่างไรแม่การะเกด  จักทำอย่างไร !

            “ฮึก ! ข้าขอโทษข้าไมได้ตั้งใจทำแบบนี้เลย”

            การะเกดใช้หลังมือปาดน้ำตาออกลวก ๆ แต่ปาดอย่างไรก็มิหมด  จนออกหลวงสรศักดิ์ต้องถอนหายใจแรงแลใช้สองมือช้อนใบหน้าสวยนั้นให้ขึ้นมาสบตา

            “หยุดร้องได้แล้วแม่การะเกดอย่าทำตัวขี้แยเป็นเด็กเช่นนี้” 

           

            “ออเจ้ารู้รึไม่ว่าข้าคิดถึงเพลาที่เราเคยมีด้วยกันข้ามีความสุขมากจริง ๆ”  แววตาที่มักจะดุดันของพ่อเสือบัดนี้พลันอ่อนลงเพราะสาวกงหน้า  ไม่ว่าเมื่อไรนางก็ทำให้หัวใจดวงนี้ของออกหลวงสรศักดิ์สั่นไหวได้ทุกครา  “ออเจ้าคิดถึงข้ารึไม่  ข้าอยากฟังคำพูดจากปากของออเจ้า”

           

            “บอกมาว่าออเจ้าคิดถึงข้าเหมือนที่ข้าก็คิดถึงออเจ้า”

           

            “ถ้าไม่บอกงั้นข้าจูบ

            “บอกแล้วเจ้าค่ะ ! บอกแล้ว  การะเกดรีบถดตัวถอยหนีพ่อเสือร้ายกงหน้าที่คิดจะรุกนางอย่างเดียวจนไม่ทันได้ตั้งตัว  ยังมิพานให้ได้หายใจหายคอจากการจมน้ำก็จะทำให้นางหายใจมิออกอีกคราแล้วฤา  ช่างร้ายกาจยิ่งนัก !

            “ว่าอย่างไรแม่การะเกด  จะบอกข้าได้รึยัง”  ออกหลวงสรศักดิ์กลั้นรอยยิ้มแลพยายามจะฟังคำพูดของสาวเจ้ากงหน้า  นางยังทำละเมียดละไมกระพริบตาปริบ ๆ อยู่แบบนั้นช่างขัดตาขัดใจเขาเสียทีเดียว  พ่อจะจับฟัดแลกอดจูบให้หายคิดถึงเสียเลยหากยังทำพิรี้พิไร

            “ข้าก็คิดถึงท่าน..

            “แค่นั้นเองรึ?  พ่อเสือร้ายรุดเดินหน้าเข้าหาแม่การะเกด  นางทำได้แค่เพียงเดินถอยหลังออกห่างอย่างเกรง ๆ

            “ใช่เจ้าค่ะแค่นั้น”

            “แต่ข้าไม่แค่นั้น

สวบ ! 

            “นี่ !  อย่าถือวิสาสะทำแบบนี้กับ

            ยังมิทันให้นางได้พูด  ริมฝีปากบางสวยก็ถูกพ่อเสือร้ายฉกฉวยไปได้เสียก่อน  สองมือที่ตีร่างสูงปัก ๆ เริ่มหยุดตีแลยินยอมพร้อมใจรับรสจูบอันแสนหวานนี้  ที่หวานเสียจนไม่อยากจะผละออกอีกเลย

            ร่างสองร่างจูบกันอยู่นาน  นานพอที่จะทำให้บรรยากาศในค่ำคืนนี้ถักทอไปด้วยแสงของดวงจันทร์งามเด่นที่ทอแสงลงมาเป็นพยานความรักให้กับคนทั้งสองคนที่มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน  กำแพงมิอาจขวางกั้นพวกเขาให้มาบรรจบกันได้

            หากความรักเป็นสิ่งสวยงาม  เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วมันก็จะยังคงสวยงามเช่นนั้นมิเปลี่ยนแปลง 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

            “งานหมั้นพรุ่งนี้รึเจ้าคะ !  ทำไมถึงได้เร็วนัก”  ออกยาโหราธิบดีได้บอกถึงสิ่งที่นางมิอยากจะได้ยิน  ทำไมพอนางคืนดีกับออกหลวงสรศักดิ์แล้วเรื่องถึงได้ต้องวิ่งเข้ามาหาพานทำให้โมโหอยู่เรื่อยเลย

            “จะเลื่อนออกไปมิได้แล้วแม่การะเกด  ถึงอย่างไรก็ต้องหมั้นให้เร็วที่สุด”  คุณหญิงจำปาเสริมทัพถึงใจจะมิอยากให้หมั้นกับพ่อเดชลูกชายตนก็ตาม

            “แต่ว่า  การะเกดค้างคำพูดไว้เพียงเท่านั้น  หมื่นสุนทรเทวาก็เดินเข้ามาในวงสนทนาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง  แลมองมายังนางด้วยแววตาตำหนิ 

            “ลูกว่าให้ผ่านงานมงคลของอโยธยาไปก่อนจะดีกว่าขอรับ”  หมื่นสุนทรเทวาออกความคิด  เนื่องจากอีกสามวันก็จะถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองซึ่งเป็นงานมงคลที่ยิ่งใหญ่นักของชาวอโยธยา 

            “เอ้า ! ก็แล้วแต่แล้วกัน  ข้ามิอยากจะยุ่งด้วยแล้ว”  ออกยาโหราธิบดีเดินฟึดฟัดออกไป  เหลือเพียงแต่คุณหญิงจำปาผู้เดียวที่ยังยืนอยู่ในวงสนทนา

            “จะเลื่อนงานหมั้นก็ได้หนาแม่การะเกด  แต่หากจะให้ข้าเลื่อนก็ต้องทำตามสิ่งที่ข้าขอเพื่อแลกเปลี่ยนกัน”

            คุณหญิงจำปายิ้มเย็น  แบบที่เห็นแล้วผียังกลัวแลขนลุกขนพอง

            “จะให้ข้าทำกระไรเจ้าคะ”  การะเกดมองใบหน้าของคุณหญิงจำปาอย่างไม่ค่อยไว้ใจนักว่าจะมาไม้ไหน 

            “ออเจ้าต้องประกวดสาวงามอโยธยา  ข้าจักสอนออเจ้าทำขนมแลกระทงเอง  เข้าใจรึไม่”

 

  ห้องออกหลวงสรศักดิ์  เรือนออกพระเพทราชา

            “คุณพี่ว่าข้าจะลงประกวดสาวงามอโยธยาดีรึไม่เจ้าคะ  ข้าอยากจักอวดฝีมือทำขนมแลกระทงของข้าให้เป็นที่ประจักษ์ยิ่งนัก”  แก้วตาที่กำลังร้อยมาลัยอยู่ข้าง ๆ ออกหลวงสรศักดิ์พลันพูดขึ้น  นั่นทำให้พ่อเสือร้ายของเราคิดได้ถึงสิ่งที่หลวงศรียศได้บอกกล่าวเอาไว้ว่ามีกระไรมิชอบมาพากลในงานมงคลครั้งนี้

            “พี่ไม่อนุญาตแลอย่าขัดคำสั่งพี่เทียวแม่แก้วตา”  พ่อเสือร้ายพูดเสียงเด็ดขาดจนทำให้แก้วตาสงสัยว่าเหตุใดการลงประกวดสาวงามอโยธยาของนางถึงได้ต้องถูกห้ามด้วย 

            “ทำไมล่ะเจ้าคะ?  การลงประกวดสาวงามอโยธยาไม่ดีรึอย่างไร  ทั้งที่เป็นงานมงคล”

            “ข้าบอกว่าไม่ก็คือไม่ไงแม่แก้ว ! อยากให้ข้าโมโหฤา !  ออกหลวงสรศักดิ์เริ่มมีน้ำโหเมื่อนางถามเซ้าซี้เอาความจนเขารำคาญ  ด้วยเพราะมิรู้ว่าจักตอบนางไปว่าอย่างไรดี 

            หากงานมงคลในครานี้มีกระไรมิชอบมาพากลล่ะก็  เขาเองก็มิอยากจะให้แม่แก้วตาหรือแม่การะเกดไปเกี่ยวข้องด้วยเป็นแน่ 

            แลการขึ้นไปยังเมืองพิษณุโลกในวันพรุ่งคงจะต้องมีการเลื่อนออกไปก่อน  ขอให้เขาได้จัดการธุระที่นี่ให้เสร็จเรียบร้อย  แลจะพาแม่การะเกดไปด้วยกันเพื่อไปเยี่ยมบ้านเกิดของนาง


มาอัพต่อแล้วจ้า ! จะเกิดอะไรขึ้นในงานมงคลของอโยธยากัน ต้องคอยติดตามอ่านกันต่อไปนะเจ้าคะ ถึงไรต์จะเรียนแต่ก็อยากจะอัพนิยายเรื่องนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เลย ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณแฟนคลับที่น่ารักทุกคนของไรต์มากเลยนะคะ รักสุดด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #77 Kim Teaoh (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 15:25
    ทำไมสัมผัสได้ถึงกลิ่นมาม่าเกศสุรางค์พูดเหมือนจะไม่ได้ครองรักกันในชาตินี้เเต่ได้ในชาติหน้า ไรท์ห้ามใจร้ายยยยย
    #77
    1
    • #77-1 I am giftza(จากตอนที่ 17)
      17 กรกฎาคม 2561 / 19:42
      งุ้ยยยยยยย
      #77-1
  2. #76 usaonly (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 05:42

    หวังว่าการะเกดจะเอาตัวออกมาจากการประกวดได้นะคะ อยากให้นางได้กลับไปเยี่ยมบ้านอย่างปลอดภัยค่ะ ขอบคุณท่ีมาอัพเดทค่ะ

    #76
    1
    • #76-1 I am giftza(จากตอนที่ 17)
      22 กรกฎาคม 2561 / 00:03
      ขอบคุณเช่นกันนะคะ
      #76-1
  3. #75 napapon_para (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 22:45
    สนุกมากอยากรู้แล้วว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นในงานมงคลอโยธยาหวังว่าจะไม่เกิดเรื่องกับแม่การะเกดนะ
    #75
    0