ชะตาฟ้าลิขิต (Love Destiny) หลวงสรศักดิ์Xการะเกด

ตอนที่ 16 : บทที่ 15 พลั้งปาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    8 ก.ค. 61


บทที่  15  พลั้งปาก

            “แถวตลาดบ้านจีนที่ข้าคุมอยู่นั้นมีโจรชุมอยู่หนักหนา  ครั้นสตรีเดินผ่านไปผ่านมามักจะเกิดเหตุร้ายได้ไม่เว้นแต่ละวัน  ข้าเองก็จนปัญญานักออกหลวงท่าน  เลยอยากจักขอความช่วยเหลือจากท่านเสียหน่อย”

            หลวงศรียศซึ่งเป็นมิตรสหายกับออกหลวงสรศักดิ์รีบมุ่งหน้าเข้ามาถึงเรือนเพื่อมาขอความช่วยเหลือ  ซึ่งออกหลวงสรศักดิ์เองก็ลำบากใจอยู่มากเนื่องจากหลวงศรียศเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาตั้งแต่ยังเยาว์หากปฏิเสธการช่วยเหลือมันก็คงจะกระไร ๆ อยู่  โจรที่ตลาดบ้านจีนก็ไม่ใช่ว่าจะกำราบกันได้ง่าย ๆ  เพราะเหมือนมีใครชักใยอยู่เบื้องหลังทำให้พวกมันกำเริบเสิบสานไม่รู้จักเกรงกลัว

            “แล้วท่านเกนกำลังกองทหารของท่านเพื่อปราบพวกมันแล้วหรือยัง”

            “ทหารของข้ามีเพียงพอแต่คงมิเก่งเท่ากองกำลังของท่านออกหลวงสรศักดิ์  ข้าเลยอยากจะมาขอความช่วยเหลือ” 

            “งั้นข้าจะแบ่งกองกำลังทหารของข้าให้ท่านสักสิบคนแล้วกัน  เผื่อจักได้ช่วยกำราบไอ้พวกโจรได้บ้าง  ครั้นให้พวกมันได้ใจจะไปกันใหญ่” 

            “ยังมีอีกเรื่องออกหลวงท่านข้าเป็นกังวลใจมากกว่าเรื่องไหน ๆ ยิ่งนัก”  หลวงศรียศทำหน้ากังวลใจอย่างเห็นได้ชัด  เห็นได้จากแววตาแลเหงื่อที่ไหลออกตามขมับพลันทำให้พ่อเสือร้ายขมวดคิ้วมุ่นเพื่อตั้งใจฟังสิ่งที่หลวงศรียศกำลังจะบอก  “งานมงคลที่จะมีประกวดสาวงามอโยธยาข้าคิดว่ามันมีกระไรไม่ชอบมาพากล”

 

 

            “นึกอย่างไรถึงอยากจะฝึกร้อยมาลัยกันเจ้าคะแม่นาย”  อีผินร้องทักเมื่อเห็นการะเกดหอบดอกไม้ต่าง ๆ นานามาเยอะแยะแลเข็มที่เอาไว้ใช้ร้อยมาลัยมาด้วย  ยิ่งทำให้อีบ่าวอย่างนังผินแปลกใจยิ่งนัก  หากพอเห็นสายตาแม่นายมันมองมาเขม็งก็หลบทันทีแลเอี้ยวตัวคลานหมอบออกไปมิกล้าเซ้าซี้กระไรอีก

            เสือกจริงอีผิน ! หากโดนกูตบไปสักทีคงเลิกเสือกได้กระมัง

            “ออเจ้าอยากร้อยมาลัยรึ”  หมื่นสุนทรเทวาร้องทักด้วยอีกคนเมื่อเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของนาง  แววตาสงสัยใคร่รู้เด่นชัดออกมาจนการะเกดรู้สึกแปลกใจ  เพราะร้อยวันพันปีพี่หมื่นไม่แม้แต่จะชายตาแลมอง  ไหนวันนี้ถึงคุยดีกับนางได้

            “เจ้าค่ะคุณพี่  ข้าอยากร้อยเอาไว้ไหว้พระพรุ่งนี้เช้าเจ้าค่ะ”  การะเกดยิ้มแก้มแทบปริแลรู้สึกภูมิใจในตัวเองนิด ๆ ที่อย่างน้อยพี่หมื่นคงจะเห็นข้อดีของนางบ้าง  “คุณพี่อยากได้มาลัยสักพวงไหมเจ้าคะ  ข้าจะได้ทำให้”

            “อืม  ก็ดีหนา  ข้าเองก็อยากจะไหว้พระพรุ่งนี้เช้าพอดี” 

            ไม่รู้ทำไมพอพี่หมื่นพูดดีด้วยแล้ว  หัวใจดันกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง  นางพยายามจะควบคุมไม่ให้มันหยุดเต้นแต่ก็ทำไม่ได้ 

            จะหาชายที่ดีแสนดีขนาดนี้ก็คงหามิได้อีกแล้ว  เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างทั้งหน้าตาแลยศถาบรรดาศักดิ์  ถึงจะไม่สูงเท่าออกหลวงสรศักดิ์ก็เถิดนางก็มิได้สนกระไร

            “คุณพี่เจ้าคะข้าอยากถามกระไรคุณพี่สักอย่าง”  การะเกดกลืนน้ำลายคงคอพลันก้มหน้ามองมือตัวเองที่กุมกันไว้แน่น 

            “อยากจะว่ากระไรก็ว่ามา  ข้ากำลังรอฟัง”  หมื่นสุนทรเทวาจ้องใบหน้าสวยของการะเกดด้วยแววตาเรียบนิ่ง  แต่สาวเจ้ากงหน้านั้นต่างกัน 

            “คุณพี่อยากจะออกเรือนกับข้ารึไม่เจ้าคะ?  คำถามที่ถูกถามออกไปทำให้หมื่นสุนทรเทวาคาดไม่ถึงว่านางจะถามออกมาได้  กลับคิดว่านางเป็นพวกปากเร็วใจเร็วอยากออกเรือนกับชายจนตัวสั่น  รอยยิ้มเยาะเย้ยเผยออกมาจากใบหน้าหล่อของหมื่นสุนทรเทวาในทันที

            “แม่การะเกดออเจ้ามิได้อายบ้างเลยรึที่ถามคำถามนี้กับข้า  ออเจ้าอยากออกเรือนจนตัวสั่นขนาดนั้นเลยรึ”

            …!!

            “หน้ามิอายเลยหนาที่วาจาน่ารังเกียจนั้นหลุดออกมาจากปากของออเจ้า” 

            “คุณพี่  เสียงแผ่วเบานั้นหลุดออกมาจากปากของการะเกด  แต่มิได้มีประโยคอันใดต่อท้ายมาเพราะคงกงหน้าได้เดินผ่านหน้านางออกไปแล้ว

            หากหัวใจจะถูกเหยียบย่ำอีกกี่ครา  ก็คงมิเจ็บเท่ากับคำพูดของหมื่นสุนทรเทวาที่ชังน้ำหน้านางเสียยิ่งกว่ากระไร  หลายครั้งที่โดนดูถูกด้วยคำพูดร้ายกาจนั้นยิ่งฟังยิ่งบาดลึกเสียเหลือเกิน

            แลน้ำตาหยดแรกของนางก็ค่อย ๆ ไหลออกมาไหลออกมาเรื่อย ๆ จนอาบทั้งสองข้างแก้ม  ครั้นใช้หลังมือปาดแล้วปาดอีกก็ไม่หมดเสียที

            “แม่นาย  อีผินที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านล่างคว้าข้อมือของแม่นายมันมากุมเอาไว้หลวม ๆ นางมิได้สะบัดออกเพียงแต่ยืนนิ่งค้างอยู่แบบนั้น 

            “กูไปท่าน้ำเดี๋ยวกลับมานะอีผิน  กูอยากอยู่ผู้เดียวมึงมิต้องตามมา”

หมับ !

            อยู่ ๆ ข้อมือของนางก็ถูกใครบางคนกระชากให้หันไปโดยมิทันตั้งตัว  สายตาคมกริบของการะเกดปะเข้ากับสายตาดุดันปนโมโหโกรธาของเขาคนนั้นในทันที ! นางแปลกใจที่เห็นออกหลวงสรศักดิ์บนเรือน  มีธุระกงการกระไรกันถึงต้องมาที่นี่บ่อยหนักหนา

            “จะไปท่าน้ำฤา?  เดี๋ยวข้าพาออเจ้าไปเอง”

            “มิต้องเสือกเรื่องของกู ! ปล่อย !!  การะเกดสะบัดข้อมือออกฉับพลัน  สายตาอาฆาตมาดร้ายของนางถูกส่งไปยังคนกงหน้า 

            “หึถูกหมื่นสุนทรเทวารังเกียจเดียดฉันท์เช่นนี้  ยังมีหน้าไปขอเขาออกเรือนอีกฤา?  ทำไมมิรู้จักอายบ้างเลย” 

            “ก็ยังดีกว่าออกเรือนกับมึง ! ไอ้ออกหลวงเลว”

            “ปากดีเช่นนี้ก็สมควรแล้วแม่การะเกดที่หมื่นสุนทรเทวาจักเกลียด  หากออเจ้าออกเรือนกับข้าไปเสียแต่ทีแรกคงจะไม่ต้องมาอาลัยอาวรณ์หามันหรอกหนา”  พ่อเสือร้ายกล่าววาจาได้เจ็บแสบจนการะเกดแทบจะทนไม่ไหว  นางกำมือแน่นเหมือนเริ่มจะหมดความอดทนกับคำดูถูกของชายกงหน้า 

           

            “ยังรักมันอยู่รึ?  ตอบข้ามา”

            “มิใช่กงการของมึง !

            “แม่การะเกด !

เพี๊ยะ !

            ใบหน้าหล่อคมถูกฝ่ามือเล็กของสาวเจ้ากงหน้าฟาดลงไปอย่างแรง  ออกหลวงสรศักดิ์นิ่งค้างทำตาโต  คงมิคิดว่านางจะกล้าตบเขา  แลกำลังจะว่ากลับไปให้เจ็บแสบยิ่งกว่าเดิมแต่ก็ต้องหยุดชะงักโดยพลัน !

           

           

            ใบหน้าของการะเกดท่วมไปด้วยน้ำตา  แววตาของนางที่มองมายังเขานั้นเผยความเจ็บปวดออกมาให้เห็นชัดเจน  ให้เห็นว่านางแทบจะทนไม่ไหว  แลยังต้องมาฟังคำพูดว่าร้ายจากเขาอีก  ใจนางเจ็บปวดเหลือทน  หากร่างกายเจ็บก็ยังมิเท่าดวงใจที่เจ็บเกินจะบรรยาย  ออกหลวงสรศักดิ์ทำได้แค่เพียงถอนหายใจแลกัดฟันกรอด  เพราะมิรู้ว่าจักทำอย่างไรดีนึกโกรธตัวเองที่พลั้งเผลอปากออกไปแบบนั้นจนนางต้องร้องไห้

            มิได้ตั้งใจให้ออเจ้าต้องรองไห้เลยนะแม่การะเกด  ขอร้อง  หยุดเถิด

            ใจของพ่อเสืออยากจะพูดออกไปแบบนั้น  แต่ด้วยทิฐิที่มีอยู่มากโขจึงทำให้ไม่กล้าพูดออกไป

            “แม่การะ

            “หยุดว่าข้าเสียทีเถิด  ข้ารู้ว่าข้าเป็นคนยังไง  ข้ารู้ว่าพี่หมื่นรังเกียจข้าเพราะเหตุใด  ข้ารู้ทุกอย่าง ! แต่ข้าก็ยังอยากจะทำตัวให้ดีขึ้น  มิใช่มาฟังคำพูดว่าให้ร้ายซ้ำเติมจากท่าน !

            “ข้าแค่

            “ออกไปเถิด ! แลอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าท่านอีก  ข้ารังเกียจใบหน้าของท่านแลข้าก็ยิ่งเกลียดที่ข้าเคยรู้สึกดีกับท่าน  ข้ามองคนผิดไป  ข้ามันโง่ !  คำพูดมากมายที่กักเก็บในใจครานี้ได้พรั่งพรูออกมาจนหมดสิ้น  พ่อเสือร้ายที่ได้ฟังถึงกับจุกอกจนพูดไม่ออก  “หากในชาตินี้ข้าไร้ซึ่งคู่ครอง  ก็จักขออยู่ผู้เดียวไปจนตายมิขอมีใครให้ช้ำใจ !  ขอไม่รักใครอีกเลยจะดีกว่า”

           

            “หากแม้ความรู้สึกที่ข้าเคยมีต่อท่านข้าก็จักมิขอมีมันอีกต่อไป”

 

  ลานทหารเรือนออกพระเพทราชา

            หลังจากที่กลับมาจากเรือนหมื่นสุนทรเทวาแลปะทะกับแม่การะเกดเสร็จจนได้รอยตบที่แก้มมา  เรื่องวุ่นวายก็วิ่งเข้ามาหาพ่อเสือร้ายได้ไม่เว้นแต่ละวัน  ตั้งแต่เรื่องสากกะเบือยันเรือรบจนเขานั้นแทบไม่มีเวลาคิดแผนที่จะออกเรือนกับแม่การะเกด  เป็นอันได้โดนขัดตลอด 

            “ออกหลวงท่าน !  มีเรื่องแล้วขอรับ”  ทหารนายหนึ่งรีบวิ่งแจ้นเข้ามาหน้าตาตื่น  คงจะมีเรื่องปวดหัวมาให้อีกเป็นแน่  “ออกพระเพทราชาเรียกขอรับ”

 

 

            “พ่อว่าจะวานให้เองไปตรวจตราพื้นที่ที่เมืองพิษณุโลกเสียหน่อย  หมู่นี้โจรมันชุกชุมเกินไปเกรงว่ามันจะเดือดร้อนไปกันใหญ่  พ่อจะเกนทหารของพ่อให้เองสักสิบ  ของเองอีกสิบก็น่าจะพอ”  ออกพระเพทราชาพูดไปจิบชาไปเหมือนเรื่องนี้มิได้ใหญ่มากมายนัก  จนออกหลวงสรศักดิ์นึกแปลกใจแต่ก็มิได้ออกความเห็นใด ๆ ในหัวคิดถึงแต่แววตาคู่นั้นของแม่การะเกด

            “ขอรับท่านพ่อ”

            ออกพระเพทราชาเลิกคิ้วเพราะแปลกใจว่าทำไมลูกชายตนถึงมิได้พูดกระไรต่อ  ปกติจะเสนอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ไหว้วานให้ตลอด  ทำไมวันนี้ดูเงียบไป

            “พ่อเดื่อกังวลใจเรื่องอันใดไหนบอกพ่อซิ”  เรื่องนี้อีกเช่นกันที่ออกพระเพทราชาจะมิยอมปล่อยไป  ครั้นเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนผิดวิสัยไปก็ต้องถามเอาความให้แน่นอน 

            “ข้าแค่อยากออกเรือนกับนางเพียงเท่านั้น”

            “กับแม่การะเกด?

            “ขอรับแต่เกรงว่าท่านออกยาโหราธิบดีจักขัดขวางข้าทุกวิถีทาง  ไหนจะยังแม่การะเกดที่เกลียดขี้หน้าข้าปานนั้น  ข้าไม่รู้จักทำอย่างไรดีเลยท่านพ่อ  ข้าจนปัญญายิ่งนัก”

            ออกพระเพทราชารู้สึกได้ถึงความรู้สึกของลูกชาย  รู้สึกได้ว่าลูกชายของตนนั้นกำลังมีความรัก  รักในแบบที่อยากจะดูแลมากกว่าอยากจะครอบครอง  เพราะร้อยวันพันปีพ่อเสือร้ายมิเคยคิดอยากออกเรือนกับผู้ใดเลยแม้แต่หญิงที่งามที่สุดที่ออกพระเพทราชาเคยเลือกให้  เพรียบพร้อมไปด้วยยศถาบรรดาศักดิ์เป็นถึงลูกพระยาก็ยังมิอยากจักออกเรือนด้วย

            กลับเป็นแม่การะเกด  น่าแปลกยิ่งนัก  แต่หากได้นางมาเป็นเมียเอกของพ่อเดื่อลูกชายตนก็คงจะดีไม่น้อย  จักได้กำราบความเจ้าชู้ลงได้บ้าง

            “พ่อเดื่อรู้รึไม่ว่าแม่การะเกดเป็นชาวสองแคว”

            “ขอรับท่านพ่อ  ข้ารู้”

            “ขึ้นไปยังเมืองพิษณุโลกครานี้ก็พานางไปซีพานางไปเยี่ยมบ้านเกิดของนาง”  ออกพระเพทราชาเสนอความคิด

            “แต่โจรชุกชุมปานนั้นท่านพ่อ  ให้ข้าพานางไปจะมิเป็นอันตรายรึขอรับ” 

            “เองเป็นถึงออกหลวงสรศักดิ์หนา  สตรีนางเดียวหากปกป้องมิได้ก็อย่าได้ชื่อว่าเป็นเสือเลย ! คิดดูเอาเอง  ข้าขี้คร้านจักพูดด้วยแล้ว”

            ออกพระเพทราชาทำท่าจะเดินออกไป  แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะยังเหลืออีกอย่างที่ต้องพูด

            “วันมะรืนเตรียมออกเดินทาง  แลหาทางคิดเอาหนาว่าจักพานางไปด้วยอย่างไร  อย่าให้ข้าต้องพูดมากนักเลยว่าเรื่องเกี้ยวสาวของเองมันไม่เอาไหน”

            “ทะท่านพ่อ..

            “ไม่มีกระไรที่เองอยากได้แล้วไม่ได้ เรื่องออกยาโหราธิบดีข้าจะจัดการเอง  ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของเองแล้วหนา  ข้าไปละ”

 

ช่วงนี้แอดเปิดเทอมแล้ว TOT ขอโทษที่มาอัพช้ามากเลย ยังไงอย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนนะเจ้าคะ ยังอยากให้อ่านกันต่อเจ้าค่ะ ขอบคุณทุกคนมากเลยนะคะที่ยังติดตามอ่าน ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะเจ้าคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #74 PUMKOW (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 19:39
    โอ้ยตายยยน อ่านรวดเดียวเลย อยากบอกว่าเรื่อวเจ้มจ้น ถึงพริกถึงขิงมากกกกค่ะ มันฟิน มันหน่วง มันสะใจปนเปสุด สนุกมากกกก เราอินกับงานเขียนนี้
    #74
    1
  2. #73 Kim Teaoh (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 12:08
    เอามจช่วยพ่อเดื่อจีบสาวว
    #73
    1
  3. #72 usaonly (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 06:56

    ขอบคุณค่ะไรท์ท่ียังไม่ทิ้งกันเอาใจช่วยค่ะ พ่อดื่อเราจะพาการะเกดไปได้อย่างไร วิธีไหนหนอ รอตอนต่อไปค่ะ *_*

    #72
    1
  4. #71 napapon_para (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 23:39
    สู้ๆคะไรท์ถึงมาช้าก้ได้คะ
    #71
    1