ชะตาฟ้าลิขิต (Love Destiny) หลวงสรศักดิ์Xการะเกด

ตอนที่ 15 : บทที่ 14 ชะตาฤา?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 869
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61


บทที่  14  ชะตาฤา?

            คุณหญิงจำปาตื่นเช้าเป็นปรกติของทุกวัน  แลทุกวันนั้นกิจวัตรประจำวันของคุณหญิงจำปาจักร้อยมาลัยรึไม่ก็เย็บหมอนผ้าห่มไปเรื่อย  เป็นสิ่งที่สตรีชาวอโยธยาควรจะมี  อีกทั้งคุณหญิงจำปาก็ยังทำทำกับข้าวอร่อยโดยเฉพาะแกงกะทิไม่ว่าจะเป็นแกงเขียวหวาน  แกงเลียง  หรือแกงไตปลา  คุณหญิงจำปาทำได้หมด  แต่นั่นมิใช่ประเด็นสำคัญ  เพราะประเด็นสำคัญจริง ๆ อยู่ที่ตัวของว่าที่ลูกสะใภ้ของคุณหญิงจำปาต่างหากที่ว่าจักดีแล้วเชียวกลับขี้คร้านตื่นสายดังเดิม  พานทำให้โมโหยิ่งนัก  ครั้นเห็นนางเดินออกมาก็เอ็ดเข้าให้ยกใหญ่แลเรียกให้มาหา  เพราะจักต้องฝึกขัดเกลากิริยามารยาทและเสน่ห์ปลายจวักกันเสียหน่อย  หากออกเรือนไปทำกระไรมิเป็นจะเป็นขี้ปากชาวบ้านเขาได้

            “แม่การะเกด  ออเจ้าทำไมถึงเพิ่งตื่น  มิรู้รึไก่โห่ตั้งแต่ฟ้าสาง”  คุณหญิงจำปาเอ็ดดุ  พร้อมกับอีปริกที่ผสมโรงเอากับเขาด้วย 

            “ขี้คร้านปานนี้ท่านหมื่นคงมิอยากออกเรือนด้วยหรอกเจ้าค่ะ !

            “อีปริก ! มึงหุบปากไปเลยหนา  เดี๋ยวจักไม่มีปากเอาไว้กินข้าว !  การะเกดชี้หน้าด่าอีปริกเช่นเดิมดังที่เคยเป็น  เพราะอีปริกปากไม่ดีมาแต่ไหนแต่ไร  ไม่ตายเพราะปากก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว  หากไม่มีคุณหญิงจำปานั่งอยู่ด้วยนางคงจะกระชากหัวมันมาตบให้รู้แล้วรู้รอด

            รอคุณป้าไม่อยู่ก่อนเถิดอีปริก ! กูจะเอามึงให้ปางตายเลยคอยดู

            “อย่ากำเริบให้มันมากนักนะแม่การะเกด  อีกไม่นานจักออกเรือนอยู่แล้วยังมิเปลี่ยนนิสัยอีกหนา  ข้าขี้คร้านจักบอกออเจ้าแล้ว” 

            “ออกเรือน?  คุณป้าถามพี่หมื่นแล้วรึยังเจ้าคะว่าอยากจะออกเรือนกับข้ารึไม่”

            “ถึงไม่ถาม  อย่างไรออเจ้าก็ต้องออกเรือนกับพ่อเดช  ถึงข้าจะไม่ได้ยินดีเท่าใดก็เถอะ”  คุณหญิงจำปาโบกพัดในมือพับ ๆ คลายร้อน  บวกกับความโมโหในใจแต่ทำกระไรมิได้

            ก็จักให้ทำอย่างไร  คุณหญิงจำปาไม่ได้อยากได้นางเป็นลูกสะใภ้อยู่แล้ว  หากแต่เป็นแม่หญิงจันทร์วาดต่างหากที่คุณหญิงจำปาอยากได้เป็นลูกสะใภ้ 

            “หากใจจริงคุณป้าอยากได้อีจันทร์วาดเป็นลูกสะใภ้ก็บอกข้ามาเถิดเจ้าค่ะ  ข้ามิได้ขัดเคืองกระไร”  การะเกดกัดฟันพูดเสียงแข็ง  ยามนึกถึงหน้าอีจันทร์วาดก็พานทำให้นึกถึงเรื่องในอดีต  ถึงหัวใจจักไม่ได้รู้สึกกับหมื่นสุนทรเทวาเท่าเดิม  แต่มันก็ยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง  เศษเสี้ยวความรักที่นางยังมีให้กับหมื่นสุนทรเทวานั้นควรค่าแก่การจดจำยิ่ง

            “หากตอนนั้นออเจ้าตอบรับว่าจักออกเรือนกับออกหลวงสรศักดิ์ตั้งแต่แรกก็น่าจะจบแล้ว  ออเจ้ามิน่าปฏิเสธเลยหนา” 

            “ทำไมเจ้าคะคุณป้า  อยากให้ข้าออกเรือนกับออกหลวงสรศักดิ์นักรึ”

            “ออเจ้าทำงามหน้าต่อหน้าทหารหลวงเช่นนั้น  นินทากันไปสามบ้านแปดบ้านออเจ้ามิอายบ้างรึ  หากออกเรือนกับออกหลวงสรศักดิ์ไปจักได้ลบคำครหานินทานั่นได้”  คุณหญิงจำปาหุบพัดแลใช้มันชี้หน้าการะเกด  “ขี้คร้านตัวเป็นขนเช่นนี้ข้ามิอยากได้เป็นลูกสะใภ้ดอกหนา  หากออเจ้าปรับปรุงตัวเสียบ้างมันอาจจะดีขึ้น”

            “จักให้ข้าทำกระไรก็ว่ามาสิเจ้าคะคุณป้า  มัวรีรอกระไรรึเจ้าคะ”  การะเกดลอยหน้าลอยตามิสนใจอันใดทั้งสิ้น  คุณหญิงจำปาเองก็ขี้คร้านจักเถียงให้ปวดหัว  ครั้นเถียงไปแม่การะเกดก็คงยอกย้อนกลับมาด้วยวาจาเจ็บแสบเป็นแน่

            “ออเจ้าร้อยมาลัยเป็นรึไม่”

            “ไม่เจ้าค่ะ”

            “แล้วทำกับข้าวล่ะ  ทำกระไรเป็นบ้าง”

            “ไม่สักอย่างเจ้าค่ะ”

            “เย็บปักถักร้อยกระไรได้บ้าง”

            “ไม่เลยเจ้าค่ะ”

            “โอ๊ย ! คุณหญิงเจ้าขา อย่าไปถามกระไรแม่การะเกดเลยเจ้าค่ะ นางทำมิเป็นเลยสักอย่างจักถามให้เสียเวลาไปใยเจ้าคะ”  อีปริกโวย  เพราะคุณหญิงจำปาเอาแต่ถามแลแม่การะเกดก็ทำไม่เป็นเลยสักอย่าง  เห็นทีงานนี้จักเหนื่อยนัก  คุณหญิงจำปาเองก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่แลไว้อาลัยให้กับคำตอบที่ได้   อย่างไรเสียแม่การะเกดก็หัวดื้อมิค่อยฟังใครอยู่แล้ว  หากต่อความยาวสาวความยืดคงมิจบแน่

            “แล้วอย่างนี้ออเจ้าจักประกวดสาวงามอโยธยาได้อย่างไร  ทำกับข้าวกระไรมิเป็นสักอย่าง”

            “แล้วมันเกี่ยวกระไรกับข้าเจ้าคะคุณป้า  ข้าไม่ได้ลงประกวดด้วยนี่เจ้าคะ” 

            “งานมงคลครานี้ยิ่งใหญ่นัก  หากออเจ้ามิลงประกวดจักเสียชื่อออกญาโหราธิบดีเอาหนา  พวกคนใหญ่คนโตลือกันให้หนาหูว่าออเจ้างาม  แล้วอย่างนี้จักไม่ลงประกวดได้อย่างไรกันแม่การะเกด” 

            “ก็ไม่ลงประกวดสิเจ้าคะ  ข้ามิอยากประกวดให้เสียเวลาข้าดอกเจ้าค่ะคุณป้า  ในเมื่อข้าทำกระไรมิเป็นเลยสักอย่าง”  การะเกดยืนยันเสียงแข็งว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการประกวดสาวงามอโยธยาใด ๆ ทั้งสิ้น  เพียงแค่เดินชื่นชมบรรยากาศในงานวันเพ็ญเดือนสิบสองก็เพียงพอแล้ว  หากประกวดไปพานจะไปแพ้เสียหน้าคนอื่นเปล่า ๆ

            “งั้นก็ตามแต่ใจของออเจ้า  หากมิอยากลงประกวดข้าก็มิอยากจะบังคับ”  คุณหญิงจำปาตัดบทแลมิได้สนใจแม่การะเกดอีก  นางพนมมือไหว้คุณหญิงจำปาแลขอตัวออกไปจากกงนี้อย่างสุภาพ  อีผินแลอีแย้มก็เดินติดสอยห้อยตามนายมันไปในทันทีเช่นเดียวกัน

 


            การะเกดเดินมายังท่าน้ำพร้อมด้วยอีผินแลอีแย้ม  เห็นว่าหมื่นสุนทรเทวาออกไปทำงานเลยคิดว่าหากนั่งรอสักพักก็คงจะกลับ  เลยให้อีแย้มไปเตรียมขนมกับน้ำชามาคอยต้อนรับหมื่นสุนทรเทวา  ใจจริงนางแค่อยากจะมานั่งเล่นรับลมแต่หากประหน้ากับคู่หมายที่กำลังจะหมั้นกันหากไม่มีขนมแลน้ำชาคอยเตรียมไว้ให้ก็กระไรอยู่ 

            “แม่นายคิดจะหมั้นกับหมื่นสุนทรเทวาจริง ๆ รึเจ้าคะ”  อยู่ ๆ อีแย้มก็โพล่งขึ้นมาทำให้การะเกดที่กำลังเหมือนตกอยู่ในภวังค์ได้รู้สึกตัว  “แล้วออกหลวงสรศักดิ์จักทำอย่างไรเจ้าคะ  ทำไมแม่นายถึงไม่ออกเรือนกับท่าน”

            “ตอนแรกกูคิดว่าอ้ายออกหลวงจะดี  ที่ไหนได้ก็มักมากเหมือนผู้ชายทั่วไป  กูมิชอบยิ่งนัก !  หากออกเรือนไปกูคงอกแตกตายเป็นแน่” 

           

            “หากกูจักมีคู่ชีวิตก็ขอให้ผู้นั้นรักกูผู้เดียวมิดีกว่ารึอีแย้ม  ถึงจักมิได้หมั้นกับพี่หมื่นก็ไม่เป็นไร” 

            “แม่นาย  อีแย้มเบะปากเหมือนจะร้องไห้จนการะเกดต้องถลึงตาโตใส่

            “มึงจะเบะปากร้องไห้หากระไรอีแย้ม  !  กูยังไม่ตาย” 

            “ก็แม่นายฮึก !  แม่นายฮือออ ! TOT 

            “พอเลยอีแย้ม  มึงออกไปไกล ๆ เลยกูรำคาญ”  อีแย้มทำตามอย่างว่าง่ายโดยการถอยห่างออกจากแม่การะเกด  แต่ก็ยังมิวายร้องไห้ฟูมฟายอีกยกใหญ่ 

            การะเกดได้แต่ถอนหายใจให้กับความปวดหัวในครั้งนี้  จะเอาอย่างไรต่อไปในเมื่อความหวังที่จะได้ออกเรือนก็พังทลายลงไปแล้ว  แลเรื่องการหมั้นกับพี่หมื่นก็คงจะสิ้นหวังเช่นกัน 

            “ขนมกับน้ำชามาแล้วเจ้าค่ะแม่นาย  หอมน่ากินเชียวเจ้าค่ะ”  อีผินวิ่งแจ้นมาที่ท่าน้ำ  แลรีบเตรียมสำรับเอาไว้สำหรับวางขนมเอาไว้สองที่  ซึ่งทำให้การะเกดแปลกใจยิ่งนักว่าทำไมถึงมีขนมกับน้ำชาถึงสองชุด  มีใครจะมากับพี่หมื่นด้วยงั้นรึ?

            “อีผิน  มึงเอาขนมกับน้ำชามาสองชุด  อีกชุดให้กูกินรึ? 

            “มิใช่เจ้าค่ะแม่นาย  แต่เห็นอีบ่าวบนเรือนนั้นบอกว่าหากท่านหมื่นสุนทรเทวากลับมาจากทำงานให้เตรียมขนมกับน้ำชาเอาไว้สองชุดเพราะจะมีแขกมาเจ้าค่ะ” 

            “แขกของคุณพี่รึ? 

            “พูดถึงก็มาเลยเจ้าค่ะ”  อีผินทัก  การะเกดเลยหันไปมองยังเรือที่แล่นเข้ามาใกล้จะถึงฝั่ง  หมื่นสุนทรเทวานั่งอยู่ด้านหน้า  แต่อีกผู้ที่นั่งอยู่ด้านหลังยังมิรู้ว่าเป็นใคร  แต่การะเกดก็มิได้สนใจรีบหยิบขนมแลน้ำชามาคอยต้อนรับท่านหมื่นในทันที

            “แปลกจริง  ทำไมออกหลวงสรศักดิ์ถึงมากับท่านหมื่นได้ล่ะเจ้าคะ”  อีแย้มที่เห็นก่อนรีบทักแม่นายมันในทันทีแลก็เป็นดั่งที่คาด  เมื่อหมื่นสุนทรเทวาขึ้นจากฝั่ง  ผู้ที่อยู่ด้านหลังจะเป็นใครไปมิได้นอกจากออกหลวงสรศักดิ์ ! เหมือนรู้อยู่แล้วว่าแม่การะเกดจักทำสีหน้าอย่างไรเลยยิ้มเยาะเย้ยพลางมองขนมกับน้ำชาในมือของนาง  เพราะหมื่นสุนทรเทวารีบเดินลิ่วเข้าไปไม่สนใจแม่การะเกดอีกตามเคย

            “ดูเหมือนว่าคู่หมายของออเจ้าจักมิอยากกินหนา  งั้นให้ข้ากินดีรึไม่”  เสือร้ายรีบรุกโดยการเอื้อมมือเข้าไปคว้าข้อมือของสาวเจ้ากงหน้าอย่างถือวิสาสะ  หากนางจะกระชากมือก็เกรงว่าขนมกับถ้วยน้ำชาจะหกหล่นเสียหมด  “มือสั่นเช่นนี้  แล้วหัวใจออเจ้าสั่นด้วยรึไม่เล่า”

            “ที่สั่นเพราะข้าโมโหท่านต่างหากที่ถือวิสาสะถึงเนื้อถึงตัวข้ามิได้เกรงใจบ่าวไพร่ที่ดูอยู่เลย  เป็นถึงออกหลวงยศถาบรรดาศักดิ์ใหญ่โตทำกิริยาเช่นนี้เกรงว่าจักมิเหมาะนะเจ้าคะ”  การะเกดค่อย ๆ ถดมือหนีจนหลุดออกจากพันธนาการนั้นได้  รีบส่งขนมกับน้ำชาให้กับอีผินทันที  “เอาขนมกับน้ำชาให้ออกหลวงท่านด้วยนะอีผิน  กูจะไปหาพี่หมื่น”

            หมับ !

            ข้อมือเล็กถูกคว้าเอาไว้ได้อีกครั้ง  พ่อเสือร้ายจงใจบีบให้แน่นพอที่จะทำให้การะเกดเจ็บแลรู้สึกกระไรบ้าง  นางรั้งข้อมือหวังจะให้มันหลุดแต่ออกหลวงสรศักดิ์ก็ยังมิยอมปล่อย

            “ด่าข้าอีกสิแม่การะเกด”

            “ท่านมันบ้า ! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ” 

            “ดีดดิ้นเข้าไปเถิด มิใช่แค่ครานี้ที่ข้าจะมิปล่อยออเจ้า  แลคราอื่นอีกเช่นเดียวกันที่ข้าจะรั้งออเจ้าเอาไว้ให้อยู่กับข้า !  สายตาดุดันถูกส่งมาแต่การะเกดมิได้รู้สึกเกรงกลัว  นางเกลียดแววตานั้นด้วยซ้ำ 

            “หึ ! เสียแรงที่ข้าเคยรู้สึกดีกับท่าน  คิดว่าท่านจักเป็นคนดีกว่านี้  ทำเป็นสั่งสอนข้า  ท่านเองก็มิได้ต่างกับข้าดอก ! 

            “นั่นเพราะออเจ้ากำเริบกับข้า  ข้าถึงได้ทำเช่นนั้น ! หัวดื้ออวดเก่งเช่นออเจ้าก็ต้องโดนกำราบเสียบ้างจักได้รู้จักเข็ดจักจำ ! 

            “พอเถิดออกหลวงท่าน ! ข้าเกรงว่ากิริยาของท่านจักมิเหมาะสม”

            เสียงตะโกนห้ามของออกยาโหราธิบดีที่เฝ้าดูอยู่ได้สักพักทำให้ทั้งออกหลวงสรศักดิ์และการะเกดผละออกจากกันในทันที  การะเกดกุมข้อมือที่ช้ำของตัวเองแลมองหน้าออกหลวงสรศักดิ์เขม็ง

            สันดานต่ำช้า ! เลวไม่มีใครเหมือนจริง ๆ อ้ายออกหลวง

            “มีเรื่องอันใดกันก็ควรจะคุยกันให้ดีมิใช่ทำกิริยาเช่นนี้หนาออกหลวงท่าน  แม่การะเกดเป็นหญิงถูกคุกคามเช่นนี้จักกลัวท่านเอาได้”

            “ข้าขอโทษด้วยนะขอรับออกยาท่าน  แต่ข้าเกรงว่าแม่หญิงผู้นี้จักต้องโดนอบรมสั่งสอนเสียบ้าง”  สายตาของพ่อเสือร้ายหันขวับไปยังแม่การะเกดที่มองอยู่แล้ว  “หัวดื้อปานฉะนี้น่าจะออกเรือนกับข้าหนา  จักกำราบให้สิ้นลายหายเข็ด”

            “ฝันไปเถิดมึง !  สาวเจ้าขมุบขมิบปากพอให้ได้ยินกันสองคน 

            “แม่การะเกดเองก็เช่นเดียวกัน  อย่าได้หัวดื้อกับผู้ที่อาวุโสกว่า  สำหรับสตรีแล้วมันมิงาม” 

            “เจ้าค่ะคุณลุง  งั้นข้าขอตัวขึ้นเรือนก่อนนะเจ้าคะ”  การะเกดรีบหันร่างเดินออกไปในทันที  โดยมีเพียงแค่ออกหลวงสรศักดิ์และออกยาโหราธิบดีที่ยังยืนกันอยู่สองคน  พ่อเสือร้ายรีบเปิดประเด็นถามถึงสิ่งที่ค้างคาใจให้กับออกยาโหราธิบดีฟังในทันที

            “ออกยาท่านทำไมถึงมิให้ข้าออกเรือนกับแม่การะเกด  ในเมื่อหากข้าออกเรือนกับนางไปนางจักได้เป็นเมียเอก” 

            “ท่านแน่ใจรึออกหลวง  ว่าอยากจักให้แม่การะเกดเป็นเมียเอกของท่านจริง ๆ”  ออกยาโหราธิบดียิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับพ่อเสือร้ายผู้ดุดันกงหน้า  อารมณ์ร้อนแลหุนหันเช่นนี้หากปะทะคารมกับแม่การะเกดเห็นทีอโยธยาคงจักลุกเป็นไฟ  “ชะตาได้ลิขิตเอาไว้แล้วว่าท่านมิควรจักออกเรือนกับนางออกหลวงท่าน  ข้าเห็นทีว่ามันควรเป็นเช่นนั้น”

            “ชะตาฤา?  ข้ามิเข้าใจ”

            “ถึงออกหลวงท่านจักมีใจให้กับแม่การะเกดอย่างแท้จริง  แต่ท้ายที่สุดแล้วชะตาฟ้าลิขิตจักทำให้ท่านเห็นแจ้งว่ากระไรควรเป็นกระไร”  ออกยาโหราธิบดีทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านี้แลเดินออกไป  ทิ้งให้ออกหลวงสรศักดิ์จมอยู่กับความคิดแลคำพูดที่ได้ยินเมื่อครู่  อย่างไรก็มิเข้าใจว่าออกยาโหราธิบดีตั้งใจจะสื่อกระไร 

            หากแต่ใจของออกหลวงสรศักดิ์คิดเพียงแต่จะหาทางทำอย่างไรก็ได้ให้ได้ออกเรือนกับแม่การะเกดโดยที่มิได้สนชะตากระไรทั้งสิ้น  ในหัวล้มเลิกความคิดกับคำพูดของออกยาโหราธิบดีแลเดินมุ่งหน้าเพื่อจะขึ้นเรือนไปคุยธุระกับหมื่นสุนทรเทวาให้เสร็จ ๆ ไป

            โดยที่ไม่รู้เลยว่าชะตากำลังจะเล่นตลกกับชีวิตของเขาแล้ว

 

มาแล้วจ้า บทที่ 14 ! รีบมาตำ ๆ อ่าน ๆ กันเลยนะเจ้าคะ ขอขยายเวลาของโปรเจ็กต์นี้อาจจะยาวหน่อย พลอตในหัวได้เตรียมเอาไว้หมดแล้ว  อาจจะมีตอนพิเศษมาให้ได้อ่านกันด้วยนะเจ้าคะ อย่าเพิ่งหมดไฟในการอ่านกันน๊า อยากให้ติดตามกันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งนิยายจบเลย ขอบคุณทุก ๆ กำลังใจอีกครั้งด้วยจ้า

รักทุกคนเลย...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #70 viptop (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 01:31
    ทำไมไม่ให้ออกเรือน ล้องหั้ย
    #70
    0
  2. #69 bangtanna (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 21:30
    อ่านมาทั้งหมดรุ้สึกการะเกดน่าสงสาร ทำไมแต่งให้นางเอกเหมือนไร้ค่าจัง งืมขอแบบยกคุณค่าในตัวนางมาสักตอนเถิดไรท
    #69
    1
  3. #67 usaonly (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 20:23

    คนอยากแต่งกับการเเกดก็ไม่ได้โอกาส แต่คนท่ีไม่อยากแต่งต้องแต่งกับนาง ดูวุ่น ๆ ชอบกล น่าสงสัยว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะไม่มีใครฝืนชะตาได้หรอก ขอบคุณที่มาอัพเดทค่ะ ^_^

    #67
    0
  4. #66 Kim Teaoh (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 18:48
    เตรียมซดมาม่าใบ่มั้ยไรท์;-;
    #66
    0
  5. #65 biwola (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 18:22
    ทำไมกลิ่นมาม่ามันเริ่มตะหงิดๆอ่ะ มันจะไม่มาม่าใช่มั้ย~
    #65
    0
  6. #64 napapon_para (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 15:24
    แสดงว่าต้องไม่ได้คู่กันหรอ จะเศร้ามั้ยอะไรท์
    #64
    1
    • #64-1 I am giftza(จากตอนที่ 15)
      27 มิถุนายน 2561 / 15:40
      อยากให้เป็นแนวซึ้งกินใจมากกว่าค่ะ เศร้าหน่อย ๆ แต่จะมีให้ฟินกันในตอนพิเศษที่กำลังจะมาถึงนะคะ
      #64-1