ชะตาฟ้าลิขิต (Love Destiny) หลวงสรศักดิ์Xการะเกด

ตอนที่ 11 : บทที่ 10 เหตุเกิดจากดอกบัว อีกแล้ว !

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 854
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    11 มิ.ย. 61


บทที่  10  เหตุเกิดจากดอกบัว  อีกแล้ว !

  เรือนออกพระเพทราชา

            “งานมงคลของชาวอโยธยาเราในครั้งนี้ก็มิได้สำคัญน้อยเลยหนาท่านออกพระต้องจัดให้ยิ่งใหญ่สมกับที่ราชธานีของเรารุ่งเรืองมาได้จนถึงทุกวันนี้  แลข้าคิดว่าจักต้องเกนสาวน้อยสาวใหญ่หน้าตาสะสวยมาด้วยหนาออกพระท่าน” 

            “ข้าก็เห็นด้วยกับท่านอานะท่านพ่อ  งานในครานี้จักต้องยิ่งใหญ่  แลข้ามีหญิงสาวที่อยากให้มาด้วยกันแล้ว”

            ออกหลวงสรศักดิ์เห็นดีเห็นงามกับความคิดของขุนศรีสุรเชษฐ์ซึ่งเป็นเพื่อนกับออกพระเพทราชามาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์  ซึ่งขุนศรีสุรเชษฐ์เป็นผู้ทำหน้าที่กำกับดูแลเรื่องการจัดการงานมงคลของชาวอโยธยามาตั้งแต่ต้น  หากแต่ก็ต้องการคำปรึกษาหารือกับทุก ๆ ฝ่ายเช่นเดียวกัน  โดยเฉพาะออกพระเพทราชาสหายเก่า 

            “เป็นงานที่จักแปลกไปกว่าทุกปีหนาออกพระท่าน  ข้าจักให้สาวทั่วทั้งอโยธยาประกวดทำกระทงแลขนมหนึ่งอย่างเพื่อเป็นการตัดสิน  มิใช่แต่หน้าตางามเพียงเท่านั้น” 

            “งานหนักทีเดียวเทียวหนาขุนศรีมันจักมิมากไปรึ”  ออกพระเพทราชาขมวดคิ้วมุ่น  แลมองหน้าพ่อเดื่อลูกชายตน  “ทำหน้าแบบนั้นพ่อมิชอบเลยหนาพ่อเดื่อ  ทำมากระวังจักติดเป็นนิสัยเอาได้” 

            “กระไรกันท่านพ่อ  ข้าแค่ยิ้มเองหนา”  ออกหลวงสรศักดิ์ยิ้มเจ้าเล่ห์เพทุบายจนติดเป็นนิสัย  ครั้นในหัวคิดถึงแต่หน้าของแม่นางผู้หนึ่ง  ที่วัน ๆ มิเคยยิ้มแย้มกระไรกับเขาเลย  เอาแต่หน้าบูดหน้าบึ้งเป็นตูดอยู่ในเรือน 

            รึไม่ก็ตบบ่าวในเรือน

            “ว่าอย่างไรเล่าท่านออกพระ  เห็นด้วยกับข้ารึไม่” 

            “ว่าอย่างไรก็ตามนั้นแลขุนศรีสุรเชษฐ์  ข้ามิขัดดอก  เห็นดีเห็นงามเสียด้วยซ้ำ  แลพ่อเดื่อลูกข้าก็คงจักมิขัดกระไร”  ออกพระเพทราชาเห็นสมควรตามนั้น  ว่าจักให้มีการจัดประกวดทำกระทงแลขนมไทยหนึ่งอย่าง  “แลผู้ที่ชนะจักได้กระไรรึท่านขุนศรีสุรเชษฐ์  เป็นเบี้ยรึ?

            “มิใช่ขอรับออกพระท่าน  ผู้ชนะจักได้กระไรที่พิเศษมากกว่าเบี้ยอัฐิแต่ข้ายังมิขอบอกท่านนะขอรับ  เกรงว่าจักมิมีกระไรน่าตื่นเต้น”

            พ่อเสือร้ายลูบคางแลครุ่นคิดถึงสิ่งที่กำลังจักเกิดขึ้นในงานมงคลครานี้  ที่จัดยิ่งใหญ่มากกว่าทุกปี  หากแม่การะเกดจักต้องประกวดทำกระทงแลขนมหนึ่งอย่างคงจักเป็นงานหินน่าดูเทียว 

            การบ้านการเรือนมิเป็นกระไรเลยซักอย่าง  จักชนะกับเขารึ?  กูจักทำอย่างไรดีหนา

            “คิดกระไรคนเดียวน่ะพ่อเดื่อ  อย่าบอกนะว่า

            “เอาวะ ! ยังพอมีเวลา”

            “กระไรของมันวะไอ้ลูกคนนี้ !

            ออกพระเพทราชาขมวดคิ้วมุ่นอีกครา  แลก็เป็นอีกคราที่ออกพระท่านสงสัยมากกว่าเดิมว่าพ่อเดื่อลูกตนจักคิดทำการกระไรอีก 

            “ลูกออกพระท่านมิเคยเป็นอย่างนี้เลยหนา  กระไรทำให้เป็นเช่นนี้ได้”  ขุนศรีสุรเชษฐ์กระซิบกระซาบกับสหาย  “เหมือนลูกท่านจักพูดกับตัวเอง”

           

            “เข้าขั้นหนักเลยหนาออกพระท่าน”

           

รุ่งเช้า

            “จักให้แม่การะเกดไปทำกับข้าวให้ฤา !  แม่การะเกดทำกับข้าวมิเป็นเลยนะเจ้าคะคุณพี่”  คุณหญิงจำปาแทบจักหุบพัดมิทันเมื่อได้ยินคำขอที่แปลกประหลาดจากออกยาโหราธิบดี  “ใครเป็นคนขอกันรึเจ้าคะ”

            “ออกพระเพทราชาน่ะสิแม่จำปา  คงต้องให้นังสาลี่มันติดสอยห้อยตามไปด้วย  เกรงว่าแม่การะเกดจักทำกับข้าวมิเป็นเลยซักอย่างเดียว”

            “แล้วไปทำให้ใครกันเจ้าคะ  ถึงกับต้องเอ่ยปากขอ”

            “พวกทหารฝึกหัดของออกหลวงสรศักดิ์น่ะแม่จำปา  เห็นบอกว่าเบื่อรสฝีมือคนครัวเก่าอยากได้คนครัวใหม่ ๆ ไปทำกับข้าวให้กินบ้าง”  ออกยาโหราธิบดีลำบากใจนักที่จักต้องบอก  แลมิแปลกใจเลยที่ออกหลวงสรศักดิ์จักเอ่ยปากขอแม่การะเกดให้ไปด้วยกัน  “ข้าคงขัดคำขอของเขามิได้หนาแม่จำปา  ครั้นจักต้องทำตามนั้น”

            “ข้าแปลกใจยิ่งนักคุณพี่  ใยจักต้องเป็นแม่การะเกด”

            “เก็บความสงสัยของแม่จำปาเอาไว้ก่อนเถิด  ข้าเกรงว่าแม่จำปาจักต้องขุดฝีมือการทำกับข้าวของแม่การะเกดออกมาแล้วหนา”  ออกยาโหราธิบดีลำบากใจนักที่จักต้องบอก  เพราะแม่การะเกดมิเคยแตะกระไรในครัวเลยซักอย่างเดียว  ครั้นให้ไปทำกับข้าวนางจักต้องบ่นแล้วบ่นอีกเป็นแน่

            “ข้านึกภาพมิออกเลยเจ้าค่ะว่าแม่การะเกดจักทำกับข้าวกับเขาเป็น  ข้าคงต้องเตรียมยาลมยาหอมเผื่อเอาไว้อีกหลายกระบุงเลยกระมังเจ้าคะ”  คุณหญิงจำปาโบกพัดในมือแรง ๆ เพื่อคลายร้อน  แลหวังว่าความกังวลจักหายไป 

            ให้สอนแม่การะเกดทำกับข้าวฤา  สอนปลาให้ว่ายน้ำยังจักง่ายเสียกว่า !

            แลคุณหญิงจำปาหวังว่าแม่การะเกดจักเชื่อฟังคำสอนหนา  หัวดื้อแบบนี้สอนกระไรไปก็คงจักมิจำ

            “การทำแกงกะทินั้น  ออเจ้าต้องเคี่ยวกะทิจนกว่าจักได้ที่”  คุณหญิงจำปาสาธิตวิธีการเคี่ยวน้ำกะทิเพื่อให้ได้ตามที่ต้องการให้แม่การะเกดได้ดูเป็นตัวอย่าง  แลผิดคาดไปจากที่คุณหญิงจำปาคิด  เพราะสาวเจ้าตั้งใจดูแลจดจำวิธีการทำเป็นอย่างมาก  ด้วยเพราะมิเคยทำแลเห็นเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่จักได้ลองทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง  “เคี่ยวกะทิโดยมิต้องใส่น้ำมัน  แต่ให้ออเจ้าเคี่ยวจนกว่ากะทิจักแตกมัน  จักทำให้ได้แกงที่อร่อยกว่า”

            “กะทิแตกมันได้ด้วยรึเจ้าคะ?  แล้วเอามาทำอย่างไรต่อ” 

            กะทิแตกมันฤา  กูก็เห็นมันเป็นน้ำสีขาว ๆ จักแตกมันได้อย่างไรวะ ! น่าแปลกจริงเทียว

            “ได้สิแม่การะเกด  กะทิจักแตกมันได้มันจักเป็นเม็ดปุด ๆ ขึ้นมาออเจ้าเห็นรึไม่”  คุณหญิงจำปาชี้ไปยังกระทะที่เคี่ยวหัวกะทิจนแตกมันได้ที่พร้อมจักใส่พริกแกงลงไป  “ออเจ้าได้คิดแล้วรึยังว่าจักทำแกงกะทิอะไร”

            “แกงกะทิรึเจ้าคะ?...  แม่การะเกดครุ่นคิดถึงอาหารฝีมือคุณหญิงแม่ของนางที่เคยทำให้กิน  แลนึกขึ้นได้ว่าแกงกะทิสายบัวสูตรของชาวสองแควก็น่าจักอร่อยถูกปากชาวอโยธยาเช่นกัน  “แกงกะทิสายบัวเจ้าค่ะคุณป้า”

            “แกงกะทิสายบัว?  ออเจ้ารู้จักด้วยรึ” 

            “เจ้าค่ะ  คุณหญิงแม่เคยทำให้ทานตอนยังเด็ก”  ครั้งยังเยาว์  พี่เกศสุรางค์ฝาแฝดของนางมักจักชอบขอให้คุณหญิงแม่ทำให้ทานเป็นประจำ  มันทำให้การะเกดนึกถึงเรื่องราวในตอนนั้น 

            แลมันเกี่ยวกับดอกบัวอีกแล้ว? 

            “แล้วแต่ออเจ้าเลยหนาแม่การะเกด  แต่อย่างแรกออเจ้าต้องไปเก็บดอกบัวก่อน”  คุณหญิงจำปาชี้แนะ  “ข้าสอนออเจ้าทำเครื่องแกงกะทิเรียบร้อยแล้ว  อย่างหลังก็เป็นหน้าที่ของออเจ้า”

            “คุณป้าเจ้าคะ  แล้วทำไมคุณป้าถึงต้องสอนข้าทำแกงกะทิด้วยล่ะเจ้าคะ”  คนตัวเล็กทำหน้าสงสัยใคร่รู้  ส่วนคุณหญิงจำปาก็ทำหน้ากลืนมิเข้าคายมิออก  “ปกติก็ไม่เห็นคุณป้าจะจริงจังสอนข้าทำกระไรเลยนี่เจ้าคะ”

            “ออเจ้าสัญญารึไม่ว่าถ้าข้าบอกแล้วออเจ้าจักมิโวยวายจนเรือนแตก” 

            “เจ้าค่ะคุณป้า” 

 

            “แม่นาย ! อย่าเจ้าค่ะ อย่า

            โครม ! เพล้ง !

            เสียงโถแป้งแลเสียงคันฉ่องแตกมิได้เป็นฝีมือผู้ใดเลยนอกเสียจากแม่การะเกด  นางอาละวาดโวยวายจนอีผินอีแย้มมิเป็นอันทำกระไร  เพียงได้รู้ว่าจักต้องไปทำกับข้าวให้กับพวกทหารฝึกรบของออกหลวงสรศักดิ์  อารมณ์ของนางก็ลุกเป็นไฟจนใครก็มิอาจดับลงได้

            “กูเป็นถึงลูกพระยานาหมื่น ! ให้กูไปทำกับข้าวให้ไอ้พวกทหารชั้นต่ำรึ ! มันจักเกินไปแล้ว”

            “แม่นายมิต้องห่วงนะเจ้าคะ  เดี๋ยวบ่าวกับอีแย้มจักช่วยกันทำเจ้าค่ะ”

            “มึงต้องไปบอกคุณลุงว่าไม่ให้กูไปทำกับข้าวให้ไอ้พวกทหารนั่น ! มิใช่บอกว่าจักช่วยกูทำ  เพราะกูไม่ทำมึงเข้าใจใช่ไหมอีผิน ! 

            “แต่นี่เป็นคำขอของออกพระเพทราชานะเจ้าคะแม่นาย  ยังมีบ่าวทั้งคนจักกลัวกระไรกันเจ้าคะ”  อีแย้มลองพูดเพื่อให้การะเกดใจสงบลง  แต่มันมิเป็นผล

            “มึงเห็นกูเป็นเพื่อนเล่นฤาอีแย้ม ! ใยจักต้องเป็นกู  มันมิใช่หน้าที่”

            “แล้วแม่นายจักทำอย่างไรเจ้าคะ  บ่าวเองก็มิเห็นทางออกเหมือนกันเจ้าค่ะ”  อีแย้มก้มหน้ายอมรับชะตากรรมว่าถึงอย่างไรความคิดเห็นของมันก็มิเป็นประโยชน์ต่อแม่นายมันเลย  ครั้นพูดอีกจักโดนตบเสียเปล่า  สู้มิพูดเลยจักดีกว่า

            “คนต้นคิดต้องเป็นอ้ายออกหลวงสรศักดิ์แน่ ! มันวอนโดนตีนกูนัก”

            “ใยแม่นายโกรธเคืองเช่นนั้นรึเจ้าคะ?  ในเมื่อแม่นายชอบออกหลวงสรศักดิ์

           

            “รึข้าคิดไปเองกันเจ้าคะ”

           

            “แม่นาย

            “วันมะรืนกูจักไปบ้านออกพระเพทราชามึงสองคนช่วยกูทำกับข้าวด้วย”  อีผินแลอีแย้มใจชื้นขึ้นมากเมื่อการะเกดยอมสงบลง  “กูจักทำแกงกะทิสายบัวส่วนขนมจักทำทับทิมกรอบราดน้ำกะทิ”

           

            “แลพรุ่งนี้เช้าปลุกกู ! กูจักไปเก็บดอกบัว  เข้าใจรึไม่ ! 


ขอโทษทุกคนจริง ๆ ที่มาช้ามาก ปกติหายไปแค่สองวัน หายไปตั้ง 4 วันแน่ะ ขอโทษด้วยนะเจ้าคะ แต่ยังไงก็จะมิหายไลน์มิตอบ (เกี่ยวไหม) ยังไงช่วยเป็นกำลังใจให้ไรต์ต่อไปด้วยนะเจ้าคะ จุ้บ ๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #49 bangtanna (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 21:03
    ชอบๆมาต่อเลยได้ไหมม
    #49
    1
  2. #48 ntn.9846 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 07:06
    อารมณ์สวิงมากจ้าวค่ะ ประบตามไม่ทันเลย ฮ่าๆๆๆๆ
    #48
    2
  3. #47 napapon_para (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 01:00
    5555ดอกบัวอีกแล้ว
    #47
    0