รักวุ่นๆ ลุ้นหัวใจ

ตอนที่ 8 : เรื่องวุ่นๆ # 8 ก่อนวันออดิชั่น 2/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 เม.ย. 53

ตอนที่ 8

 

            ลูน่าเดินย้อนกลับมาทางโรงเรียน แล้วเดินต่อไปในทิศทางตรงข้ามกับที่พักของเธอ ราวๆ สิบห้านาทีเด็กสาวก็มาหยุดยืนที่หน้าห้องของพี่ชายฝาแฝด

 

            เสียงออดที่ไม่คุ้นเคยทำให้คนที่อยู่ในห้องมีการตอบสนองช้ากว่าปกติ และคงไม่ทันใจคนที่ยืนรออยู่หน้าห้อง เสียงออดครั้งต่อๆ มา จึงดังรัวถี่ยิบ แต่เด็กหนุ่มที่กำลังเดินไปเปิดประตูกลับเดินทอดน่องอย่างไม่อนาทรร้อนใจ

 

            อากิระคิดว่าคนที่กดออดคงเป็นเรย์ สงสัยจะลืมอะไรสักอย่างแล้วรีบร้อนกลับมาเอา แต่ก็แปลก ทำไมไม่ไขประตูเข้ามาเอง

 

            หรือว่าลืมกุญแจ อากิระพึมพำกับตัวเอง

 

            เขาปลดล็อคประตูแล้วผลักออกช้าๆ

 

นายลืม... อากิระชะงักเมื่อเห็นหน้าคนที่กดออดชัดๆ

 

ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสองฝ่าย เมื่อคนที่พบไม่ใช่คนที่ต้องการพบ

 

            อากิระเป็นฝ่ายตั้งสติได้ก่อน

 

            มาหาเรย์เหรอ

 

เขาจำได้ เด็กปีหนึ่งคนนี้คือคนที่เป็นลมหน้าโรงเรียนในวันเปิดเรียน และกำลังมีข่าวลือว่าคบกับเรย์อยู่ ตอนแรกเขาก็คิดว่าเป็นแค่ข่าวลือ ที่ไหนได้! หมอนั่นดันปิดเงียบแม้แต่กับเพื่อนสนิท ไว้กลับมาก่อนเถอะ จะซักฟอกให้ขาวสะอาดเลย

 

เรย์ไม่อยู่เหรอคะ ลูน่าถามไปโดยอัตโนมัติ ส่วนความคิดก็วิ่งวุ่นเพื่อหาคำอธิบายเหตุการณ์ตรงหน้า แต่ดูเหมือนอากิระจะไม่ต้องการสร้างความลำบากใจให้

 

เข้ามาก่อนสิ เรย์มีธุระ เพิ่งออกไปข้างนอก เห็นบอกว่ามีเรื่องด่วนต้องไปที่บริษัท อากิระพูด เขาเชิญให้ลูน่านั่งที่โซฟา ส่วนตัวเองหายเข้าไปในครัวสักครู่แล้วกลับมาพร้อมกับน้ำผลไม้และคุกกี้

 

ทำอย่างกับเป็นบ้านตัวเอง ลูน่าค่อนในใจ

 

ขอบคุณค่ะ ขอบคุณตามมารยาทแล้วถามรุ่นพี่เรย์จะกลับมาเมื่อไหร่เหรอคะ

 

ไม่ทราบครับ พอเรย์รับโทรศัพท์ก็รีบร้อนออกไปเลย ไม่ได้สั่งอะไรไว้ด้วยอากิระนั่งลงบนโซฟาอีกตัว ตั้งใจว่าจะอยู่คุยด้วยอีกหน่อย แล้วจะขอตัวไปอ่านหนังสือเตรียมต่อ

 

อากิระเหลือบมองไปยังมุมห้องโถงที่จัดเป็นห้องแบบญี่ปุ่น หนังสือสองสามเล่มยังเปิดค้างไว้รอให้เจ้าของกลับไปอ่าน หวังว่าผู้หญิงคนนี้คงไม่คิดว่าเขาจะอยู่คุยเป็นเพื่อนไปเรื่อยๆ จนเรย์กลับมาหรอกนะ

 

ลูน่านิ่งคิด เธอไม่อยากรอไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าเรย์จะกลับมาเมื่อไหร่ และยิ่งไม่อยากอยู่กับคนที่เธอไม่ชอบขี้หน้า ถึงเขาจะไม่รู้ว่าเธอคือคนเดียวกับชิโนบุที่เขาเขม่นอยู่ก็เถอะ เกิดอากิระนึกอยากถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเรย์กับมิซึกิขึ้นมา เธอก็ไม่รู้จะตอบยังไง

 

สรุปก็คือ ติดต่อเรย์ให้เร็วที่สุด แล้วจัดการธุระให้เรียบร้อย

 

รุ่นพี่ทาจิบานะมีเบอร์ของรุ่นพี่เรย์ไหมคะ มือถือของฉันหายน่ะค่ะลูน่าอธิบาย

 

อากิระพยักหน้า หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ค้นหาหมายเลข กดโทรออกแล้วส่งให้ลูน่า

 

เสียงโทรศัพท์ในห้องดังพ้องกับเสียงสัญญาณในโทรศัพท์ที่เด็กสาวได้ยิน ลูน่าหันไปสบตาอากิระ แล้วทั้งสองก็มองไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือของเรย์กำลังกรีดเสียงเป็นเพลงที่เจ้าของเครื่องโปรดปราน

 

ลูน่าออกอาการเซ็ง ส่งโทรศัพท์คืนให้อากิระ แล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือของเรย์ โทรไปยังฝ่ายวิจัยของบริษัท ซึ่งคาดว่าเรย์จะอยู่ที่นั่น

 

มิซึกิค่ะ... มารออยู่ที่ห้องของรุ่นพี่ค่ะ... มีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ รุ่นพี่จะกลับเมื่อไหร่คะ... ค่ะ งั้นแค่นี้นะคะ เมื่อคุยจบลูน่าก็หันไปบอกอากิระ รุ่นพี่บอกให้รออยู่ที่นี่ก่อน คงจะกลับราวๆ สามทุ่ม

 

เธอโทรไปที่ไหนเหรอ อากิระสงสัย

 

ฝ่ายวิจัยของโรเจอร์ค่ะ ลูน่าตอบไปโดยไม่ทันคิด ทำให้อีกฝ่ายสงสัยในความสัมพันธ์ของเธอกับเรย์มากขึ้น

 

เธอคบกับเรย์อยู่เหรอ อากิระถามตรงๆ เขาพอจะได้ยินข่าวลือมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเรย์บอกว่าเป็นแค่ข่าวลือ

 

ลูน่าสะดุ้ง เจ็บใจตัวเองที่เผลอทำให้อีกฝ่ายสงสัย

 

เปล่าค่ะ ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะคะ

 

ก็ดูจะสนิทสนมกัน มากกว่าจะเป็นแค่คนที่เพิ่งรู้จักกันในวันเปิดเรียน อากิระไม่เข้าใจตัวเองนัก ทำไมเขาถึงต้องการรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงคนนี้คบกับเรย์ จริงๆ หรือเปล่า

 

            ลูน่าพยายามคิดหาข้ออ้าง

 

            ก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรหรอกค่ะ แต่ว่า ตั้งแต่มีข่าวลือบ้าๆ เรื่องของฉันกับรุ่นพี่ ฉันก็โดนเขม่น โดนกลั่นแกล้งอยู่ตลอด ฉันเลยติดต่อกับรุ่นพี่เพื่อให้ช่วยแก้ข่าว

 

            แล้วเรื่องที่โทรไปที่บริษัทของเรย์ล่ะ เธอรู้ได้ยังไง อากิระพยายามต้อนให้จนมุม เขาไม่ค่อยเชื่อคำแก้ตัวของเด็กสาวมากนัก ดูเหมือนว่าเธอตั้งใจจะปิดบังอะไรบางอย่าง เพราะมันดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย

 

            รู้มาจากเพื่อนค่ะ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่ารุ่นพี่เรย์เป็นลูกชายเจ้าของบริษัทโรเจอร์ แล้วทีนี้เพื่อนของฉันก็รู้มาอีกว่า รุ่นพี่มักจะไปขลุกอยู่ที่ห้องวิจัยของบริษัทบ่อยๆ

 

            เพื่อนของเธอนี่รู้ดีจังนะ อากิระประชด

 

            ลูน่าฉีกยิ้ม ทำใจดีสู้เสือ อยากจะซักก็ซักไป ยังไงก็ไม่จนมุมหรอก

 

            งั้นเชิญตามสบายก็แล้วกัน เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยายามหาข้ออ้างไปเรื่อย อากิระก็ขี้เกียจจะซักถาม เอาไว้ค่อยไปถามเรย์ทีเดียวดีกว่า

 

            อากิระเดินกลับไปยังห้องญี่ปุ่น แล้วตั้งหน้าตั้งตาทบทวนบทเรียนโดยปล่อยให้ลูน่านั่งเบื่ออยู่เพียงคนเดียว

 

******************************* 

 

            หลังจากจัดการกับน้ำและขนมเรียบร้อย ลูน่าก็มองนั่นมองนี่แก้เบื่อ เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงๆ โดยไม่มีอะไรทำ ลูน่ารู้สึกเบื่อจนแทบจะทนไม่ไหว จ้องเขม็งไปยังคนที่นั่งอ่านหนังสืออย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว พลางบ่นว่าในใจ

 

            ในที่สุดอากิระก็รู้ตัวว่ามีคนกำลังสวดสรรเสริญเขาอยู่ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาเห็นหน้าบูดๆ ของลูน่าพอดี

 

            เบื่อเหรอ เปิดทีวีดูก็ได้

 

            ไม่ล่ะ นายกำลังอ่านหนังสืออยู่ ไม่อยากรบกวน

 

            งั้นไปหาหนังสืออ่านก็ได้ อ่านแล้วเก็บให้เรียบร้อยเรย์มันไม่ว่าอะไรหรอก

 

            เด็กสาวรับคำเบาๆ ในเมื่อเธอมาที่นี่ในฐานะมิซึกิ การจะเดินยุ่มย่ามไปทั่วห้องเหมือนปกติย่อมไม่อาจทำได้ พอตัวแทนเจ้าของห้องอนุญาต ลูน่าก็เดินไปหยิบหนังสือบนชั้นมาอ่านฆ่าเวลา แล้วบรรยากาศในห้องก็กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง ทั้งสองคนต่างหมกมุ่นอยู่กับหนังสือที่อยู่ตรงหน้าของตัวเอง

 

            เวลาผ่านไปอีกราวๆ หนึ่งชั่วโมง ลูน่าก็ปิดหนังสืออย่างแรง

 

            เบื่อ... เบื่อ... เบื่อ... เบื่อจะตายอยู่แล้ว เห็นว่าอีกแค่สองสามชั่วโมงก็เลยนั่งรอ ที่สำคัญตอนนี้เธอก็รู้สึกหิวอีกแล้ว มันได้เวลาอาหารเย็นแล้วนี่นา

 

            หิวเหรอ

 

            สงสัยตาประธานนักเรียนจะมีญาณวิเศษ รู้ไปหมด

 

            ค่ะ ฉันจะไปคอนวีเนียนสโตร์ รุ่นพี่จะฝากซื้ออะไรไหม

 

            ไม่ต้องออกไปหรอก อากิระบอกเมื่อเห็นข้างนอกเริ่มมืด ในตู้เย็นมีของตั้งเยอะแยะ เธอเอาออกมาทำกินก็ได้ คงทำอาหารเป็นใช่มั้ย อากิระถาม

 

            รู้สึกเหมือนโดนสบประมาท ทั้งที่อากิระก็ถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เหมือนปกติ

 

            ก็พอทำได้ค่ะ

 

            เด็กสาวตอบแล้วสะบัดหน้าเดินเข้าไปในครัว

 

*************************

 

            เสียงเปิดปิดตู้ กับเสียงเครื่องครัวกระทบกันดังมาเป็นระยะ ทำให้อากิระอดอมยิ้มไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้คงไม่ได้ถนัดงานครัวเท่าไหร่ แต่ที่ยอมเข้าครัวคงเพราะเป็นคนเจ้าทิฐินั่นแหละ

 

นั่งฟังอยู่สักครู่อากิระก็อดใจไม่ไหว เดินเข้าไปดู

 

            ทำอะไรน่ะ อากิระถามเมื่อเห็นลูน่าก้มหน้าก้มตาอ่านตำราอาหาร บนโต๊ะเตรียมอาหารมีอุปกรณ์และเครื่องปรุงพร้อมสรรพ

 

            พาสต้าเด็กสาวตอบ

 

            ทำอาหารไม่เป็น ทำไมไม่ทำอะไรง่ายๆ อย่างพวกคัพราเมงหรือสลัดน่ะน้ำเสียงติดจะเอือมระอาไม่น้อย

 

            แค่ไม่เคยทำ ไม่ได้หมายความว่าทำไม่เป็น ตำราก็มี แค่ทำตามนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว ลูน่าพูดพลางโชว์ตำราอาหารให้ดู ถ้านายอยากกินคัพราเมงหรือสลัดก็ทำกินเองสิ

 

            อากิระขมวดคิ้วเล็กน้อย วิธีการพูดแบบนี้รู้สึกคุ้นๆ ยังไงก็ไม่รู้ แต่ช่างมันเถอะ ตอนนี้เขาชักเริ่มหิวแล้ว

 

            เดี๋ยวช่วยทำ อากิระพูด เงอะๆ งะๆ อย่างนี้ วันนี้ไม่ได้กินหรอก

 

            รุ่นพี่ทำเป็นเหรอลูน่าไม่สนใจคำพูดประชดของอากิระ เธออยากกินพาสต้า ถึงจะต้องให้คนที่ไม่ชอบขึ้หน้ามาช่วย เธอก็ไม่ปฏิเสธหรอก

 

            จาก นายกลับมาเป็นรุ่นพี่แล้วแฮะ

 

            ไม่เคยทำ เขาย้อนด้วยประโยคเดียวกัน

 

ลูน่าหันขวับ มองหน้าอย่างเอาเรื่อง แล้วก็คลายความขุ่นเคืองลงเมื่ออากิระพูดต่อ

 

แต่อย่างน้อยสองหัวก็ดีกว่าหัวเดียว กางหนังสือไว้ตรงนี้ก็แล้วกันจะได้ดูด้วยกัน อยากจะต้มเส้นหรือทำซอสล่ะ

 

            ลูน่ายังมีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็ตกลงโดยการเลือกงานที่เธอคิดว่าง่ายกว่า

 

            ต้มเส้น

 

            โอเค

 

            หลังจากแบ่งงานกัน พาสต้าซอสเห็ดก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเรื่อยๆ เช่นเดียวกับความรู้สึกประดักประเดิดในตอนแรกก็ค่อยๆ จางหายไปในที่สุด

 ******************************

            เสร็จแล้ว!” ลูน่าพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ เด็กสาวยิ้มให้อากิระ นัยน์ตาพราวระยับด้วยความพอใจในผลงาน ไม่ได้รู้สึกตัวสักนิดว่าทำให้อีกฝ่ายถึงกับใจเต้นผิดจังหวะ

 

            ยิ้มก็เป็นเหมือนกันนี่

 

            แบ่งไว้ให้เรย์ แล้วเรายกไปกินกันเถอะ

 

            แล้วอาหารมื้อนี้ก็กลายเป็นสัญญาสงบศึก ลูน่ามองอากิระในแง่ดีมากขึ้น อย่างน้อยก็สำหรับมิซึกิ แต่ถ้าเธอมาที่นี่ในฐานะชิโนบุ ตอนนี้อาจจะกำลังตะบันหน้ากันอยู่ก็ได้ พอคิดมาถึงตอนนี้ก็อดหัวเราะไม่ได้

 

            มีอะไร?

 

            เปล่าค่ะ แค่รู้สึกตลกที่แขกสองคน มาทำกับข้าวแล้วก็นั่งกินข้าวอย่างกับเป็นเจ้าของบ้านน่ะค่ะลูน่าเลี่ยงไม่ตอบสิ่งที่อยู่ในความคิด

 

            อากิระยิ้ม

 

            นั่นสินะ

 

            เสียงไขกุญแจดังไล่เลี่ยกับเสียงของเรย์

 

            กลับมาแล้ว...

 

            เรย์ชะงักเมื่อเห็นน้องสาวกับเพื่อนนั่งกินข้าวด้วยกัน เขานึกว่าจะเจอบรรยากาศอึมครึมแบบต่างคนต่างอยู่ซะอีก จริงอยู่ที่อากิระไม่รู้ว่าชิโนบุกับมิซึกิคือคนๆเดียวกัน แต่อากิระคงไม่ใส่ใจจะต้อนรับขับสู้ใครในเวลานี้ ส่วนลูน่าก็ไม่ชอบขี้หน้าอากิระตั้งแต่ที่เจอกันคราวที่แล้ว ทำไมสองคนนี้ถึงมานั่งกินข้าวด้วยสีหน้าชื่นมื่นกันได้ งงจริงๆ

 

             กินอะไรกันน่ะ เรย์ถาม

 

            พาสต้า ส่วนของนายอยู่ในตู้เย็นน่ะ อากิระตอบ

 

            เรย์เดินเข้าไปในครัว โดยมีลูน่าที่รีบเก็บจานของตัวเองและอากิระเดินตามเข้าไปติดๆ

 

            พี่อย่าเพิ่งกินได้มั้ย ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย

 

            ขอกินก่อนเถอะ หิวจะแย่แล้ว เรย์มีสีหน้าอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด

 

            ที่บริษัทมีอะไรเหรอ ลูน่าคุยไปด้วยล้างจานไปด้วย

 

            ไม่มีอะไรมากหรอก ไม่ต้องห่วง ก่อนจะกระซิบเบาๆ เธอพักร้อนอยู่ไม่ใช่เหรอ ไม่ต้องมายุ่งหรอก ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก่อนเถอะ

 

            อากิระเดินตามเข้ามา เห็นทั้งสองคนกำลังซุบซิบกันอยู่ท่าทางสนิทสนม เขาจึงกระแอมเบาๆ แล้วบอกว่า

 

            พวกนายคุยกันตามสบายนะ ฉันจะไปอ่านหนังสือในห้อง อากิระหมายถึงห้องพักแขกซึ่งตอนนี้แทบจะกลายเป็นห้องของเขาไปแล้ว

 

            เรย์ทำหน้าเจื่อน เขาตั้งใจจะจับคู่ให้สองคนนี้ แต่กลายเป็นว่าลูน่าเขม่นอากิระ ส่วนอากิระก็คิดว่าเขากับลูน่าเป็นแฟนกัน

 

ช่างมันเถอะ... อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ถ้าแพ้พนันขึ้นมาก็ยอมรับกรรมละกัน

           

************************

 

            ไง สีหน้าไม่ดีเลยนะ อากิระทัก เมื่อเรย์กลับมาถึงห้องหลังจากไปส่งลูน่า

 

            เหนื่อย เรย์ทิ้งตัวลงนั่งแผละอย่างหมดสภาพ พอหันไปมองเพื่อนก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายมีเรื่องอยากจะถาม

 

            มีอะไรหรือเปล่า?

 

            เรื่องของเด็กนั่น... นายจะจัดการยังไงอากิระยิงคำถามตรงๆ

 

            เด็กนั่น? มิซึกิน่ะเหรอ เรื่องอะไรล่ะ เรย์ถามกลับด้วยความงง

 

            ก็เค้ามาปรึกษานายเรื่องที่เค้าโดนแกล้งไม่ใช่หรือ ฉันอยากรู้ว่านายจะจัดการยังไง ก็เท่านั้นแหละ

 

            เรย์เหมือนน้ำท่วมปาก อยากจะบอกเพื่อนเหลือเกินว่า ท่านน้องสาวบังเกิดเกล้าของเขาไม่ได้ถ่อสังขารมาเพราะเรื่องนี้ แต่เป็นเรื่องที่จะขู่เข็ญให้เขาปลอมตัวเป็นมิซึกิที่เป็นผู้ชาย แล้วไปถ่ายวิดีโอการแข่งขันคาราเต้ให้ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยหยุมหยิมอย่างเรื่องโดนแกล้งหรอก

 

            อืม... ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน

 

            นายพูดอย่างงี้ได้ไงวะ เค้าเป็นแฟนนายไม่ใช่เรอะ ถึงตอนนี้มันจะเป็นแค่การแกล้งแบบเด็กๆ ก็เถอะ ไม่ได้หมายความว่ามันจะจบแค่นี้ พอการก่อกวนแบบเบาะๆ ไม่ได้ผล ฉันว่ามันจะต้องเพิ่มความรุนแรงขึ้นแน่ๆ นายต้องระวังไว้นะ

 

            เรย์นิ่งฟังเพื่อนตาปริบๆ เรื่องมันจะไปกันใหญ่แล้ว

 

            เฮ้ย! มิซึกิไม่ใช่แฟนฉันซะหน่อย

 

            อ้าว คราวนี้อากิระงงบ้าง

 

            เค้าเป็นเพื่อนของน้องสาว เห็นว่าติดต่อกันทางจดหมายทางเมล์มาตั้งนานแล้ว ตอนเด็กๆ มิซึกิสุขภาพไม่ค่อยดี เลยเป็นนักเรียนโฮมสคูลมาตลอด ช่วงนี้ร่างกายก็แข็งแรงพอจะมาโรงเรียนได้ ก็เลยเข้ามาเรียนในระบบ ทีนี้น้องสาวฉันก็เป็นห่วง เลยฝากดูแล ก็แค่นั้นแหละ เรย์แต่งเรื่องสดๆ ร้อนๆ มาอธิบายให้เพื่อนฟัง

 

            งั้นนายก็ไปอธิบายให้ทุกคนฟังแบบนี้สิ

 

            นายคิดว่าแค่อธิบายมันก็จบงั้นเหรอ ถ้าลองไม่มีเหตุผลกันขนาดนี้ พูดอะไรไปก็เหมือนเราพยายามปกป้องเค้า สุดท้ายมันก็ไม่ต่างจากการเอาน้ำมันไปราดกองไฟหรอก มิซึกิก็ต้องโดนแกล้งเหมือนเดิม

 

            อากิระไม่เห็นด้วยกับเพื่อน

 

            สรุปว่านายจะไม่ทำอะไรงั้นเหรอ

 

            ไม่ใช่ไม่ทำ แต่ฉันก็ทำได้แค่แก้ข่าวเท่านั้นแหละ หรือนายจะให้ฉันไปคอยดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเรย์ย้อน

 

            อากิระอ้ำอึ้ง เมื่อสิ่งที่เรย์พูดก็มีส่วนถูก

 

            เรื่องนี้นายก็มีส่วนผิดนะเว้ย ที่ไปทำให้เค้าโดนแฟนคลับของนายเล่นงานเอาน่ะ

 

            นายเป็นห่วงนักก็จัดการเองสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่านายจะแก้ปัญหานี้ยังไง ส่วนฉัน... พูดตรงๆ จนปัญญาว่ะ เรย์ตัดบท

 

            เฮ้ย! ได้ไงวะอากิระตกใจ อยู่ดีๆ เพื่อนก็โยนเผือกร้อนๆ มาให้

 

            ได้สิ ก็ช่วงนี้ฉันยุ่งมากถึงมากที่สุด นายเป็นเพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อน ใช่มั้ย ฝากด้วยก็แล้วกัน ฉันต้องรีบไปนอนแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า

 

            แล้วเรย์ก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอนหน้าตาเฉย ปล่อยให้อากิระนั่งงุนงงกับบทสรุป

 

            อยู่ดีไม่ว่าดี หาเหาใส่หัวตัวเองซะเสร็จสรรพ

 

************************

 เหอๆ ตั้งใจจะเขียนให้กุ๊กกิ๊กๆ แต่ไม่ได้ดั่งใจเลยแฮะ
(คิดเหมือนกันใช่มั้ยว่ามันไม่ได้มีความหวานเลย)


(เฉลย) みぎ ก็หมายถึงเรย์นั่นแหละ
สังเกตตัวย่อของชื่อนะ Luna กับ Raymond เป็นตัว L กับ R
เลยเป็นรหัสลับของฝาแฝดคู่นี้น่ะ Left กับ Right (ซ้ายกับขวา)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น

  1. #25 GINSEI (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2552 / 11:20
    Prcblem Chllcl เราไม่ค่อยเข้าใจอ่ะ เธอหมายถึงอะไรเหรอ

    เรื่อง みぎ หรือว่าเรื่องที่เราบ่น ที่ฉากที่มิซึกิกับอากิระเจอกันมันไม่ค่อยหวานน่ะ

    คือเราแค่อยากรู้ว่าอ่านแล้วรู้สึกยังไง มันจืดเกินไป หรือว่าโอเคแล้ว(ฉากที่มิซึกิกับอากิระเจอกันน่ะ)
    #25
    0
  2. #24 Prcblem Chllcl (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2552 / 17:51
    - - แล้วไง
    #24
    0