รักวุ่นๆ ลุ้นหัวใจ

ตอนที่ 11 : เรื่องวุ่นๆ # 11 บทเรียนของคำลวง 1/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 มี.ค. 54

ตอนที่ 11 บทเรียนของคำลวง  1

 

            เข้าสู่วันที่สี่ของการหยุดเรียน ลูน่ารู้สึกเบื่อเต็มทีที่ต้องนั่งๆ นอนๆ อยู่ที่ห้อง โทรศัพท์จากเพื่อนๆ ก็มีมาถามไถ่ตั้งแต่วันสองวันแรกที่หยุดเรียน พอรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรมากก็วางใจ และการที่โกหกว่าเธอรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในโอซาก้าก็พอจะเป็นข้ออ้างห้ามไม่ให้เพื่อนๆ มาเยี่ยมได้ จึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่เธอต้องมานั่งเหงาอยู่คนเดียว ครั้นจะออกไปเดินเล่นข้างนอกเหมือนวันแรกๆ ก็ขี้เกียจ จากคนที่เคยมีเรื่องต้องทำมากมาย พออยู่ว่างๆ แค่ไม่กี่วัน ก็กลายเป็นคนเฉื่อยชาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

             ลูน่าใช้เวลาทั้งวันนอนดูทีวีไปเรื่อยๆ อย่างเกียจคร้าน ความจริงเธอควรจะสนใจรายการโทรทัศน์ให้มากๆ เพราะมันเกี่ยวกับงานที่เธอกำลังทำอยู่ แต่ความเบื่อหน่ายทำให้ลูน่าไม่ได้ใส่ใจมันเท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้ดวงตาจึงค่อยๆ หรี่ลงอย่างช้าๆ เข้าสู่นิทรารมณ์ แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

 

            ลูน่าเอื้อมมือไปหยิบมารับสายโดยไม่ยอมลุกจากที่นอนที่ตัวเองเกลือกกลิ้งอยู่บนนั้นมาทั้งวัน

 

            ว่าไง โทรุ

 

            สวัสดี... คุณคิริว ชิโนบุเสียงที่ไม่คุ้นเคยทักมาทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงยานคาง

 

            ลูน่าตัวชาวาบ ผุดลุกขึ้นทันทีเนื่องจากรู้สึกสังหรณ์ไม่ดี

 

            นายเป็นใคร

 

            โอ... คุณคิริวคงไม่รู้จักมนุษย์ตัวเล็กๆอย่างผมหรอก ผมไม่ใช่คนสำคัญอย่างคุณนี่นา ยังคงพูดเรื่อยๆโดยไม่ใส่ใจคำถาม อ้อ... แต่ผมรู้จักเพื่อนของคุณนะ คนที่เก่งคาราเต้น่ะ รู้สึกจะชื่อว่าโทรุใช่มั้ย

 

            แล้วไงน้ำเสียงน้ำเสียงห้วนสั้นเหมือนไม่ใส่ใจ แต่สมองลำดับเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว

 

            ก็ไม่ยังไงหรอก แค่เขากลับบ้านไม่ไหว อยากให้มารับหน่อย

 

ลูน่ากัดฟันกรอด มือที่ถือโทรศัพท์เกร็งแน่น คนพวกนั้นกำลังตามหาตัวเธอโดยใช้เพื่อนของเธอเป็นตัวประกัน ยิ่งเชื่อมั่นในฝีมือโทรุมากเท่าไหร่ สภาพของโทรุที่จินตนาการไว้ก็ยิ่งแย่เท่านั้น เพราะเพื่อนของเธอไม่มีทางยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้คนอื่นใช้แน่ๆ เว้นแต่จะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้ ซึ่งนั่นทำให้ลูน่ากังวลมากกว่าเดิม

 

แต่ถึงจะเป็นห่วงเพื่อนแค่ไหน ก็ต้องพยายามข่มใจไว้ ยิ่งใจร้อนก็ยิ่งเสียเปรียบ การโวยวายใส่โทรศัพท์เป็นเรื่องที่เสียแรงเปล่า เด็กสาวจึงพูดเสียงเรียบ

 

            ที่ไหน

 

            คุยง่ายๆอย่างนี้ค่อยสมเป็นคุณคิริวหน่อย ไปรอที่หน้าสถานีฮาราจุกุนะครับ ผมจะให้คนไปรับ แล้วก็ไม่ต้องพาคนอื่นมานะครับ โทรุคุงเค้าอาย ไม่อยากให้ใครเห็นสภาพตัวเองตอนนี้

 

        เด็กสาวแทบจะเขวี้ยงโทรศัพท์ด้วยความแค้นใจ ไม่นึกเลยว่าแค่การโกหกเล็กๆน้อยๆเพื่อปิดบังตัวตนตามเกมที่กำลังเล่นอยู่ กลับสร้างความเดือดร้อนให้เพื่อน ถ้าโทรุเป็นอะไรไป เธอคงไม่ให้อภัยตัวเองแน่ๆ

 

            อีก 15 นาทีเจอกัน ลูน่าพูดหลังจากคำนวณเวลาเดินทางจากที่พักไปจุดนัดหมายอย่างคร่าวๆ

 

*******

 

            ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว ร้านรวงต่างๆ ทยอยเปิดไฟส่องสว่างและไฟประดับ ลูน่าในคราบของเด็กหนุ่มมาถึงหน้าสถานีฮาราจูกุซึ่งเต็มไปด้วยผู้คน ยืนรออยู่ครู่ใหญ่ก็ยังไม่เห็นมีใครมาแสดงตัวว่าเป็นคนที่มารับเธอ มองไปรอบๆ ก็เห็นแต่เด็กนักเรียนที่จับกลุ่มพูดคุยกัน คนที่ทำงานที่สัญจรผ่านไปมา ไม่มีใครสักคนที่น่าจะเป็นคนพวกนั้น

 

            เมื่อกวาดสายตามองไกลออกไปยังฝั่งตรงข้ามของถนน สายตาก็ไปประสานกับเด็กวัยรุ่นสามคนที่ยืนอยู่ข้างๆรถจักรยานยนต์สองคัน ลูน่าเขม้นมองด้วยความสงสัย และไม่นานนักก็ได้คำตอบ เมื่อหนึ่งในนั้นยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรแล้วเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น

 

            มาคนเดียวสินะน้ำเสียงยียวนที่เธอจำได้ดีพูดขึ้นอย่างไม่มีอารัมภบท

 

            แล้วแกเห็นฉันพาคนอื่นมาด้วยหรือไง ลูน่าตอบเสียงขุ่น จ้องเขม็งไปยังคนถามที่อยู่ไกลออกไป

 

            จะเอายังไงก็ว่ามา

 

            อย่ารีบร้อนสิครับ... เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามมา ขอความกรุณาช่วยทำตามที่บอกด้วยก็แล้วกัน

 

            จากนั้นลูน่าก็ถูกสั่งให้เดินไปวนไปวนมาตามตรอกซอกซอยจนมาถึงบริเวณที่ค่อนข้างเปลี่ยว รถจักรยานยนต์คันหนึ่งก็ขับมาจอดข้างๆ พร้อมกับเสียงสั่งทางโทรศัพท์ให้เธอขึ้นรถ เด็กสาวทำตามอย่างว่าง่าย พลางแช่งชักคนพวกนี้ในใจ หากระหว่างที่เธอกำลังเสียเวลากับความระแวงไม่เข้าเรื่องแล้วโทรุเป็นอะไรไป ไอ้พวกนี้ไม่ตายดีแน่!

 

*******

 

        เกือบยี่สิบนาทีทีเดียวกว่าจะถึงจุดหมาย ระยะทางจริงอาจจะไม่ไกลเท่าไหร่แต่ดูเหมือนจะถูกพาวนไปวนมาจนงง ลูน่าซึ่งกำลังร้อนใจรีบกระโดดลงทันทีที่รถจอด อยากบอกพวกมันเหมือนกันว่า ไม่ต้องวนรถไปมาให้เปลืองน้ำมัน เพราะไม่มีใครสะกดรอยตาม และเธอก็ไม่ได้คุ้นกับโตเกียวพอที่จะบอกทางใครได้

 

            เจ้าคนที่โทรศัพท์หาเธอหายตัวไปตั้งแต่สั่งให้เธอขึ้นรถ ดังนั้นจึงมีแต่คนที่ขับรถจักรยานยนต์ที่เธอซ้อนเท่านั้นที่เดินนำเธอไปยังที่หมาย

 

            เด็กวัยรุ่นในชุดไปรเวทบ้าง ชุดนักเรียนบ้าง นั่งเรียงรายอยู่ตลอดทางซึ่งเป็นตรอกเล็กๆ ข้างไลฟ์เฮาส์ที่ชื่อฮาเดส ทุกคนต่างจ้องมองมาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร เมื่อลูน่าเดินผ่าน เด็กพวกนั้นก็ลุกขึ้นเดินตามมาด้านหลังเหมือนต้องการจะปิดทางหนี  เสียงเคาะอาวุธกับพื้นและผนังอาคารทั้งสองด้านดังเป็นจังหวะ ตัดกับบรรยากาศที่ไร้เสียงพูดคุย

 

            สุดทางเป็นที่ว่างขนาดไม่ใหญ่นัก มีลังใส่ของวางระเกะระกะ มีคนสี่ห้าคนนั่งอยู่บนนั้น หนึ่งในนั้นแกว่งโทรศัพท์ของโทรุเล่นอยู่ แสงไฟสลัวๆ ทำให้มองเห็นหน้าไม่ชัด แต่ก็พอจะรู้ว่าเป็นผู้ชาย เมื่อเขาลุกขึ้นยืนเสียงทุกอย่างก็เงียบลง พร้อมๆ กับที่ลูน่าตกอยู่ในวงล้อมของคนไม่ต่ำกว่าสามสิบคน

 

            ผู้ชายคนนั้นโยนโทรศัพท์ของโทรุมาให้ลูน่า เด็กสาวรับมาใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว ไม่ปล่อยให้ของที่ใช้เป็นอาวุธไม่ได้มาเกะกะมือเกะกะเท้า

 

            เพื่อนของฉันล่ะ ลูน่าถามเมื่อกวาดสายตามองแล้วไม่เห็นโทรุ

 

            อ๊ะ ลืมไป ช่วยไปเชิญคุณโทรุมาหน่อย คำอุทานแบบเสแสร้งดังขึ้น ก่อนจะออกคำสั่งให้พรรคพวกพาตัวโทรุออกมา

 

            หยุดนะ วางเค้าไว้ตรงนั้น ไม่ต้องลากมา ลูน่ารีบบอกทันทีที่เห็นสภาพของโทรุ เลือดเปรอะไปทั้งตัวแบบนั้นไม่รู้ว่า บาดเจ็บตรงไหนบ้าง ถ้าขืนปล่อยให้พวกมันลากถูลู่ถูกังแบบนั้นอาการจะยิ่งโคม่ากว่าเดิมน่ะสิ

 

        คนที่ลากมาเงยหน้าขึ้นถามหัวหน้า เมื่อได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้าก็วางโทรุลงกับพื้นแล้วเดินกลับมาสมทบกับคนอื่น

 

            ลูน่าเบาใจกว่าเดิมได้ยินเสียงครางเบาๆ แสดงว่าโทรุยังพอมีสติอยู่

 

            พวกนายต้องการอะไร

 

            หนึ่งต่อหนึ่ง ถ้าคุณคิริวผู้เก่งกาจชนะพวกเราได้หมด ก็พาเพื่อนคุณกลับไปได้

 

            เป็นข้อเสนอที่ไม่เลวร้ายเกินไปนัก แต่ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด ตั้งแต่เดินเข้ามาในอยู่ในวงล้อมของศัตรูลูน่าก็บอกกับตัวเองว่า ต้องช่วยโทรุออกไปให้ได้ แม้จะไม่มั่นใจสักนิดว่าจะเอาชนะคนทั้งหมด แต่ก็ต้องยืนหยัดให้ได้นานที่สุด จนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง

 

            เมื่อหัวหน้าส่งสัญญาณ คนแรกที่เข้ามาคือคนที่มีเรื่องกับโชตะ เด็กหนุ่มคนนั้นขยับหมัดที่ใส่สนับมือให้กระชับ ก้าวมาเผชิญหน้ากับเหยื่อที่อยู่ท่ามกลางวงล้อม เขาทำเสียงจิ๊กจั๊กในลำคออย่างไม่สบอารมณ์เมื่อไม่เห็นแววหวาดหวั่นในดวงตาของคู่ต่อสู้ รู้สึกหมั่นไส้ยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นรอยยิ้มเยาะ แม้จะเพียงแวบเดียวก็ตาม

 

            ก่อนอื่นขอฝากรอยแผลไว้บนใบหน้าอวดดีของมันซะหน่อยเถอะ

 

            สำหรับลูน่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน จะมัวแต่ป้องกันตัวไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าจะเป็นหมัดหรือเท้าล้วนแต่มีเป้าหมายที่จุดตาย

 

        เด็กสาวปัดหมัดที่พุ่งมาตรงหน้า แล้วสวนกลับไปเต็มๆ ครึ่งปากครึ่งจมูก ใบหน้าของอีกฝ่ายสะบัดหงายหลังไปทันที เรียกเสียงฮือฮาจากรอบทิศ

 

            เพราะเสียทีให้กับคนที่ตัวเองนึกดูถูก ทำให้เด็กหนุ่มคนนั้นฝืนลุกขึ้นมาด้วยแรงโทสะ เขาคว้าท่อเหล็กจากมือเพื่อนที่ยืนอยู่แล้วย่างสามขุมเข้ามาหาลูน่า เสียงเชียร์จึงดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ทว่าเมื่อเขาฟาดท่อนเหล็กใส่และลูน่ารับไว้ด้วยท่อนแขนที่มีด้ามมีดพับกันไว้อีกที ก็มีเสียงห้ามไว้

 

            หยุด! พอแค่นี้แหละ

 

            ทั้งสองคนหยุดนิ่งแล้วมองไปยังต้นเสียง

 

            เมื่อเห็นอีกฝ่ายลดมือที่ถือท่อนเหล็กลง ลูน่าก็ขยับถอยไปยืนตั้งหลัก สายตายังคงประเมินสถานการณ์อย่างระมัดระวัง

 

            แต่... คุณคิริว... คนที่ถูกห้ามทำท่าจะแย้งคำสั่ง แต่ก็ถูกยกมือห้ามไว้

 

            ลูน่าเพ่งมองคนที่ถูกเรียกว่า คุณคิริวอย่างพิจารณา เมื่อเห็นหน้าชัดๆ ก็พึมพำกับตัวเองด้วยความแปลกใจ ชิโนบุจัง ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะเนี่ย

 

        คิริว ชิโนบุ เดินเข้ามาหาลูน่าแล้วดึงมีดพับจากมือของเธอแล้วโยนไปทางคนที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม ลูน่ามองการกระทำนั้นอย่างขัดเคืองแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เธอก็มีส่วนผิดอยู่บ้างเหมือนกัน การปกปิดตัวตนของตัวเองโดยการยืมชื่อคนอื่นมาใช้ กลายเป็นการแอบอ้างชื่อ และทำให้เหตุการณ์บานปลายจนทำให้เพื่อนของตัวเองต้องมารับเคราะห์ แม้จะไม่ได้ตั้งใจแต่ก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้น เธอต้องเคารพการตัดสินใจของชิโนบุ

 

            จบแค่นี้ก็แล้วกัน ได้มั้ย มิซึกิ ทัตสึยะ ชิโนบุพูดขึ้นมาง่ายๆ เล่นเอาลูน่าอดไม่ได้จนต้องโวย

 

            ทั้งที่พวกนี้ทำกับเพื่อนฉันถึงขนาดนี้น่ะเหรอ

 

        ชิโนบุพยักหน้า

 

            ถ้าจุดประสงค์ของเธอคือการมาช่วยเพื่อนล่ะก็

 

        ก็ได้ ลูน่าตอบตกลงอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

 

        ส่วนนาย ทัตสึยะ ฉันขอบใจที่นายช่วยจัดการเรื่องคนแอบอ้างชื่อฉันให้ แต่ฉันคงปล่อยให้เด็กคนนี้ได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้ไม่ได้ จริงมั้ย คุณชินจิ

 

            คนที่ถูกพูดถึงเดินออกมาจากเงามืด โค้งทักทายชิโนบุเล็กน้อยแล้วก็ยืนคุมเชิงอยู่โดยไม่พูดอะไร

 

            ทัตสึยะมองชินจิอย่างประเมิน หมอนี่ไม่ธรรมดา มันมายืนอยู่ตรงนั้นเมื่อไหร่เขาก็ไม่รู้ แต่คงจะรอจนถึงเวลาที่ไอ้เด็กแว่นนั่นรับมือไม่ไหวถึงจะเข้ามาช่วย ส่วนไอ้เด็กแว่น ตอนที่เอาแขนรับท่อเหล็กแววตาของมันเอาเรื่องทีเดียว เห็นแล้วอยากจะซัดมันให้หมอบด้วยตัวเองจริงๆ แต่ในเมื่อเจ้าของเรื่องไม่ติดใจเอาความ เขาปล่อยมันไปก็ได้

 

            จะเอาอย่างนั้นก็ได้ แต่ฉันต้องการคำอธิบายเรื่องทั้งหมด คำตอบของทัตสึยะสร้างความไม่พอใจให้พรรคพวกไม่น้อย

 

            ว่าไงล่ะ ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ชิโนบุถามลูน่า

 

            โอเค แต่จะอธิบายให้พวกนายสองคนฟังเท่านั้นนะ เรื่องของฉันไม่ใช่จำอวดเอาไว้แสดงให้ใครดู ลูน่ายื่นเงื่อนไข แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่ามีคู่กรณีโดยตรงอีก จึงชี้เป็นรายบุคคล อ้อ นาย... นาย... แล้วก็นาย อีกสามคนด้วยก็ได้ นอกนั้นไม่เกี่ยว แล้วก็ต้องให้ชินจิพาเพื่อนของฉันไปโรงพยาบาลก่อน

 

        เมื่อไม่มีเสียงคัดค้านจากทัตสึยะ ชินจิจึงเดินฝ่าวงล้อมไปหาโทรุที่นอนกองอยู่กับพื้นโดยมีลูน่าเดินตามไป หลายคนที่ยืนล้อมอยู่ทำท่าทางฮึดฮัดไม่พอใจ แต่ก็ได้แต่ยืนมองอยู่เฉยๆ เพราะมีสายตาปรามมาจากทั้งทัตสึยะและชิโนบุ

 

            เคลื่อนย้ายได้ไหม ลูน่าถามชินจิที่เข้าไปดูอาการ

 

            ชินจิส่ายหน้า

 

            เรียกรถพยาบาลดีกว่า กระดูกหักหลายที่ ผมไม่อยากให้กระทบกระเทือน

 

            ลูน่ากำมือแน่นเพื่อระงับความโกรธ น้ำตาพาลจะไหลด้วยความเจ็บใจ แม้จะแค้นมาก แต่ถ้าไม่ยอมจบเรื่องเสียแต่ตอนนี้ คนที่รับเคราะห์อาจจะมีมากกว่านี้ก็ได้

 

            ความปลอดภัยของเพื่อนสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

 

            นายมีที่รวมตัวที่อื่นไหม ลูน่าถามทัตสึยะ หลังจากปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว น้ำเสียงจึงเรียบเฉยไร้ซึ่งโทสะ

 

            ก็มี...แล้วไง

 

            งั้นก็แยกย้ายกันไปได้แล้ว เดี๋ยวจะเรียกรถพยาบาลมา ทางนี้ให้ชินจิจัดการ

 

            แกเป็นใครวะ บังอาจมาสั่งพวกเรา เสียงดังมาจากกลุ่มคนที่รายล้อมอยู่ ตามมาด้วยเสียงสนับสนุนอย่างคับคั่ง หลายๆคนขยับเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม

 

            มิซึกิ ระวังคำพูดหน่อย ชิโนบุเตือน เขารู้ว่าลูน่าออกคำสั่งจนเคยชินเลยไม่ทันคิดว่าคำพูดธรรมดาๆ ของตัวเองจะไปสะกิดต่อมโมโหของคนพวกนี้ขึ้นมาอีก

 

        พวกนายก็เหมือนกันเก็บอารมณ์บ้าง เคารพการตัดสินใจของทัตสึยะหน่อย

 

            แม้จะมีคำพูดปราม แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง ร้อนถึงทัตสึยะที่ต้องเข้าไปพูดคุยกับพรรคพวกครู่ใหญ่ ในที่สุดพวกนั้นก็ยอมแยกย้ายกันไป เหลืออยู่แต่คนที่เกี่ยวข้อง ชิโนบุจึงบอกให้ลูน่ามาซ้อนจักรยานยนต์ของตัวเอง แล้วรถทั้งสามคันก็ขับออกไป เหลือเพียงชินจิกับโทรุที่รอรถพยาบาลอยู่

 

**************

 

ไม่ได้อัพนานมาก อยากเขียนได้เร็วๆ แบบคนอื่นบ้างจัง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น

  1. #32 logan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 20:19
    สนุกมากคะ สู้ๆ^^
    #32
    0
  2. #31 minerva (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 / 03:39
    ยังรออยู่ตลอดนะครับ
    #31
    0