รักวุ่นๆ ลุ้นหัวใจ

ตอนที่ 10 : เรื่องวุ่นๆ # 10 เลี้ยงฉลองและเรื่องราวหลังจากนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 พ.ย. 52

ตอนที่ 10

 

            “ฉันว่า เปลี่ยนจากซูชิหมุนเป็นหม้อไฟดีกว่า” โชตะเสนอขึ้นมาขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันว่าจะไปกินซูชิร้านไหนดี แล้วก็ได้รับเสียงสนับสนุนอีกหลายเสียง จนทุกคนเห็นพ้อง จึงค่อยหันมาถามความเห็นชอบจากเจ้ามือ

 

            “โอเค ฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ถ้ายังไงเราให้มิสเตอร์แฮททริกเป็นคนตัดสินใจดีมั้ย” ลูน่าตอบ พร้อมกับแซวโทรุที่กวาดรางวัลมาคนเดียวถึงสามเหรียญทอง

 

            “ก็ต้องแล้วแต่สปอนเซอร์สิ” โทรุโบ้ย

 

            “งั้นก็ ไปคอนวิเนียนสโตร์ ข้าวคนละกล่อง น้ำคนละกระป๋อง ดีมั้ย” ลูน่ายิ้มเจ้าเล่ห์

 

            “พอเลย พวกนาย ฉันตัดสินใจให้เอง” โชตะเสนอตัวก่อนที่อาหารมื้อใหญ่จะกลายเป็นข้าวกล่องจริงๆ “ไปกินที่นิคุยะก็แล้วกัน”

 

************************

 

            แจ๊คพอต!

 

            ลูน่าที่กำลังนั่งล้อมวงกินหม้อไฟกับเพื่อนอย่างสนุกสนานถึงกับชะงัก เมื่อเห็นพี่ชายฝาแฝดกับเพื่อนซี้เดินเข้ามาในร้าน

 

            เด็กสาวก้มหน้างุด พยายามทำตัวลีบเล็กเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสังเกตเห็น ซึ่งได้ผล เมื่ออากิระเดินผ่านไปนั่งที่โต๊ะด้านใน แต่กิริยาของลูน่ากลับทำให้คนที่นั่งข้างๆผิดสังเกต

 

            “นายเป็นอะไรไปน่ะ” โทรุถาม

 

            “เปล่า” ลูน่าตอบทันควัน พลางก้มหน้าก้มตากินต่ออย่างเงียบๆ ไม่สรวลเสเฮฮาเหมือนเดิม อาการแอบชำเลืองไปยังโต๊ะที่อากิระนั่งเป็นระยะๆ ทำให้โทรุหันไปมองตามด้วยความสงสัย

 

            “ใครน่ะ”

 

            ลูน่ายิ้มแหยๆ

 

            “โจทย์เก่า”

 

            โทรุยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่ ไม่เข้าใจว่าทำไมมิซึกิต้องทำตัวหลบๆซ่อนๆ ทั้งที่ตัวเองก็มีฝีมือพอตัว แถมยังมีเพื่อนๆอีกร่วมสิบคน ไม่เห็นจะต้องไปกลัวสองคนนั่นเลย

 

            “นายจะไปกลัวทำไม พวกเรามีกันตั้งเยอะ”

 

            “ไม่ได้กลัว คือว่าเมื่อก่อนตอนที่มีเรื่องกัน ฉันแอบเอาชื่อลูกพี่ลูกน้องตัวเองมาใช้น่ะ พวกนั้นเลยคิดว่าฉันคือ คิริว ชิโนบุ” ลูน่าพยายามแต่งเรื่องมาอธิบาย เผื่อว่า โจทย์เก่า ของเธอเกิดนึกอยากจะเข้ามาทักความจะได้ไม่แตก

 

            “นายไม่ควรทำอย่างนั้น” โทรุตำหนิ

 

            “รู้แล้ว ตอนนี้ก็ไม่ได้ทำแบบนั้นแล้ว แต่ถ้าพวกนั้นรู้ว่าฉันเอาชื่อญาติตัวเองมาเบ่ง ไอ้เรื่องที่มันจบไปแล้วจะถูกฟื้นฝอยหาตะเข็บขึ้นมาใหม่น่ะสิ เอาเป็นว่า ถ้าพวกนั้นเข้ามาทักพวกนายก็ช่วยทำเป็นเออออไปด้วยหน่อยก็แล้วกัน” ลูน่าขอร้องพรรคพวกที่หันมาสนใจการสนทนาของเธอกับโทรุมากกว่าอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่ก็รับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่โทรุกลับไม่เห็นด้วย

 

            “ฉันว่านายควรจะบอกความจริงไปซะ”

 

            ลูน่าแอบถอนหายใจ ขืนบอกความจริงไป เรื่องมันอื่นมันจะแดงออกมาด้วยน่ะสิ

 

            “ตามใจนายก็แล้วกัน” โทรุพูดขึ้นมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบและมีท่าทางลำบากใจ

 

            “เอาล่ะๆ จบเรื่องเครียดๆ แล้วมากินกันต่อเถอะ” โชตะปรบมือสองครั้งเพื่อเรียกความสนใจ “ส่วนนายสองคน โทษฐานที่ทำให้งานกร่อย ลงโทษให้ดื่มให้หมดแก้ว”

 

            เบียร์สองแก้วถูกยื่นมาตรงหน้าพร้อมกับเสียงเชียร์เซ็งแซ่

 

            ลูน่าส่ายหน้าด้วยความระอา เหลือบตาไปมองโต๊ะด้านในอีกครั้ง พบว่าเรย์และอากิระคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่มีที่ท่าว่าจะหันมาสนใจโต๊ะอื่นๆ เด็กสาวจึงคลายความกังวล คว้าแก้วมากระดกรวดเดียวหมด เรียกเสียงเฮจากเพื่อนๆดังลั่นร้าน แต่เจ้าตัวกลับทำหน้าเบ้

 

ไม่ว่าจะเมื่อไหร่เธอก็ไม่เคยพิศวาสเจ้าเครื่องดื่มรสชาติเฝื่อนๆนี่ซะที สู้ค็อกเทลหวาน ๆ ดีกรีแรง ๆ ก็ไม่ได้

 

            “ขอน้ำหน่อยสิ จะล้างปาก” โทรุที่กำลังยกแก้วขึ้นจิบหันมามองอย่างงง ๆ แต่ก็หยิบน้ำให้ตามคำขอ

 

            “ถ้าไม่เคยกิน ไม่ต้องฝืนก็ได้ เดี๋ยวก็เมาพับหรอก”

 

            “ไม่ต้องห่วงน่า ระดับนี้แล้ว ไม่เมาให้เสียชื่อหรอก” ลูน่าคุยโว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเสียทีเดียว เพราะเธอหัดดื่มเพื่อเข้าสังคมจนรู้ว่าตัวเองดื่มได้มากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญ ลูน่าเห็นตัวอย่างมาหลายครั้งแล้ว คนที่ขาดสติมักจะตกเป็นเหยื่อ!

 

********************************

 

            เมื่องานเลี้ยงจบลง หลาย ๆ คนมีแอลกอฮอล์อยู่ในกระแสเลือดเกินกว่าจะครองสติไว้ได้ จึงต้องให้เพื่อนที่บ้านอยู่ทางเดียวกันไปส่ง และโชตะก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

            นายจะกลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่งโชตะเอง โทรุบอกลูน่าเมื่อเหลืออยู่แค่สามคนที่กลับทางเดียวกัน

 

            ไม่ต้องปายส่งร๊อก กาบเองได้อยู่แล้ว โชตะโบกมือโบกไม้วุ่น ส่งผลให้เจ้าตัวเซไปด้านหลังจนชนกับคนที่เดินอยู่

 

            โดยปกติแค่ขอโทษก็จบ ยิ่งกับคนเมาด้วยแล้ว หากไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายคงไม่มีใครอยากถือสา แต่เรื่องเล็กๆ กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ แล้วยังส่งผลกระทบที่คาดไม่ถึงกับลูน่าเสียด้วย

 

            โทษก๊าบ ม่ายได้ตั้งใจ โชตะขอโทษขอโพย

 

            ขอโทษแล้วมันหายเรอะ คู่กรณีขึ้นเสียง ผลักอกโชตะอย่างแรงจนเจ้าตัวที่ทรงตัวไม่ค่อยได้อยู่แล้ว ล้มลงก้นจ้ำเบ้า

 

            มันก็ไม่หายหรอก แต่คุณไม่เห็นหรือว่าเพื่อนของผมเมาอยู่ เขาไม่ได้ตั้งใจจะชนคุณ แล้วคุณก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรสักหน่อย โทรุเดินเข้าไปขวางข้างหน้าเมื่อเห็นอีกฝ่ายเหมือนจะตรงเข้ามาทำร้ายเพื่อน

 

           

            “เฮ้ย พระเอกว่ะ ชายหนุ่มคู่กรณีหันไปพยักเพยิดกับเพื่อน ถ้าแกอยากจะช่วยล่ะก็ จ่ายค่าทำขวัญมาแสนเยน

 

            แสนเยน ไม่มีเหตุผลสักนิด พวกเราไปกันเถอะ ลูน่าเดินเข้าไปพยุงเพื่อน

 

            โชตะลุกขึ้นยืนตามแรงดึงของลูน่า ดูเหมือนว่าการล้มกระแทกพื้นจะเป็นการกระชากเขาขึ้นมาจากความมึนเมา ตาลอยๆ ขาปัดไปปัดมาคล้ายจะยืนไม่อยู่ กลายมาเป็นท่าทางยืนจังก้า นัยน์ตาขวางเอาเรื่อง

 

            อยากมีเรื่องก็ไม่บอก... จะได้จัดให้ โชตะไม่พูดพร่ำทำเพลง ปล่อยหมัดตรงเข้าไปครึ่งปากครึ่งจมูกของอีกฝ่ายโดยไม่ให้ตั้งตัว

 

            เวรกรรม... โทรุกับลูน่าสบตากันแวบหนึ่งด้วยความเซ็งก่อนจะเข้าไปร่วมวงไพบูลย์ด้วย เพราะถึงเพื่อนจะใจร้อนเกินไปหน่อย แต่ยังไงก็เพื่อน จะปล่อยให้ถูกคนสามคนรุมสะกรัมก็กระไรอยู่

 

            ขณะที่คู่ของโชตะกำลังฟัดกันอย่างเอาเป็นเอาตาย โทรุก็น็อคคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็วตามสไตล์ ส่วนลูน่ากลับเน้นการป้องกันตัว เพราะคิดว่าไม่ใช่คู่กรณี แค่เพื่อนที่อยากช่วยเพื่อนเท่านั้น ท่าทีที่ดูเหมือนไม่จริงจังกับการต่อสู้ของลูน่ากลับทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนโดนดูถูก และไม่ว่าจะออกอาวุธอย่างไรก็ถูกหลบหลีกปัดป้องได้ทุกครั้ง ยิ่งทำให้มีโทสะมากขึ้น

 

            นั่นมัน คิริว ชิโนบุ ญาตินายนี่นา

 

            ลูน่าหันควับตามเสียงทันที โดยลืมไปว่ากำลังทำอะไรอยู่ แล้วโทษของการไม่จดจ่อกับสิ่งที่ทำก็ตามมาทันตาเห็น กำปั้นลุ่น ๆ กระแทกเข้ามาที่มุมปาก หน้าของเด็กสาวสะบัดไปตามแรงชก แว่นกรอบดำหนากระเด็นหลุดไปอยู่แทบเท้าต้นเหตุที่ทำให้เธอเสียสมาธิ

 

            ลูน่ารีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ก็ช้ากว่าโทรุที่ยืนคุมเชิงอยู่ เด็กหนุ่มตวัดขาเหวี่ยงเข้าที่กกหูของอีกฝ่ายทันที ส่งผลให้คนที่คิดจะเข้าไปซ้ำกลายเป็นฝ่ายลงไปกองกับพื้นแทน
 

            หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็กลับตาลปัตร เมื่อหัวโจกที่กำลังแลกกำปั้นกับโชตะเกิดหูดีได้ยินชื่อ คิริว ชิโนบุ เข้า แล้วดันรู้ว่าเป็นขาใหญ่แถบคันไซที่สนิทชิดเชื้อกับหัวหน้ากลุ่มของตัวเอง เรื่องก็เลยจบแบบง่ายๆ

 

            คุณคิริวเหรอครับ ถามน้ำเสียงตื่นๆ หันไปมองคนที่คิดว่าเป็นคิริว ชิโนบุ เขาไม่เคยพบตัวจริง แต่เคยได้ยินมาว่า หน้าสวยเหมือนผู้หญิง ท่าทางเหมือนเด็กเรียน... สงสัยจะใช่

 

            ลูน่าไม่พูดอะไร ใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปาก ใบหน้าเฉยสนิท

 

            ซวยล่ะสิ ถ้าคุณคิริวโกรธล่ะก็...

 

            ขอโทษครับๆๆ แล้วคนที่ยังมีสติสองคนก็รีบลากเพื่อนที่สลบอยู่จากไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้โชตะยืนงง

 

            เฮ้ย เดี๋ยวก่อนเซ่... อะไรของมันวะ

 

*************************

 

            อากิระหยิบแว่นตายื่นให้ลูน่า

 

            ชื่อดังเหมือนกันนี่ เด็กหนุ่มยิ้มเยาะเมื่อเห็นรอยแตกที่ปากของอีกฝ่าย

 

            ลูน่าคว้าแว่นตามาใส่ เมินไม่สนใจอากิระ หันไปถามเรย์ที่มาด้วยกันว่า

 

            มาทำอะไรแถวนี้ล่ะ ถามเสียงขุ่นโดยลืมไปว่าเมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อนหน้านี้เธอยังพยายามหลบไม่ให้ทั้งคู่เห็นเพราะกลัวความแตก

 

            ก็เรื่อยๆ น่ะ เห็นได้ชัดว่าเรย์ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เขาเห็นลูน่าตั้งแต่อยู่ในร้านแล้ว และคิดว่าน้องสาวฝาแฝดคงไม่ต้องการให้เข้าไปทักแน่ๆ โชคดีที่ในเวลานั้นอากิระหมกมุ่นอยู่กับปัญหาของตัวเองจนไม่ทันสังเกต แต่พอออกจากร้าน ดันมาเจอเข้าจังๆ

 

            เมื่อได้ยินคำตอบจากพี่ชาย ลูน่าจึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ควรจะต่อปากต่อคำใดๆทั้งสิ้น แม้เพื่อนๆ จะรับปากไม่พูดเรื่องชื่อของเธอ แต่ไม่รู้ว่าคนที่เมาแอ๋อยู่จะจำสัญญาได้หรือไม่ ทางที่ดีรีบเลี่ยงไปดีกว่า มิฉะนั้น ความลับอาจจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป

 

            งั้นก็ลาล่ะ เด็กสาวเอ่ยลาด้วยท่าทางที่อากิระคิดว่ากวนบาทาเป็นที่สุด ก่อนจะหันมาย้ำว่า แผลนี้ถือว่าเจ๊ากันไป คราวหน้าอย่ามาสอดไม่เข้าเรื่องอีก

 

            แล้วลูน่าก็พาเพื่อนทั้งสองคนออกจากที่เกิดเหตุโดยไม่เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ทำความรู้จักกัน

 

**************************

 

            เป็นยังไงบ้าง เรย์ถามทันทีที่น้องสาวรับโทรศัพท์

 

            ฟังจากน้ำเสียงไม่รู้ร้อนรู้หนาวของพี่ชายแล้วลูน่ารู้สึกเคืองขึ้นมาตะหงิดๆ เลยอดประชดไม่ได้

 

            ยังสุขสบายไร้กังวลแม้โทรุจะมีทีท่าเหมือนสงสัยอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรที่ถามเนี่ย แค่อยากรู้สินะ เรื่องจะแดง ความจะแตกก็ไม่เกี่ยวกับนายอยู่แล้วนี่

 

            คนเขาอุตส่าห์เป็นห่วงยังมาแขวะอีก แล้วจะทำยังไงกับแผลที่ปากล่ะ เรย์เข้าประเด็นหลัก

 

            คงต้องหยุดเรียนสักพัก จะให้มิซึกิปากแตกบวมเจ่อไปโรงเรียนคงไม่ได้ ยังไงทุกคนก็คิดว่าฉันเป็นเด็กขี้โรคอยู่แล้วนี่ คงไม่มีปัญหาอะไร ฝากลาป่วยให้ด้วยสิ บอกว่าเข้าโรงพยาบาลด่วนหรืออะไรก็ได้ ช่วงนี้ฉันจะเป็นชิโนบุไปสักพัก ลูน่าหมายถึงมิซึกิที่เป็นผู้ชาย ซึ่งเธอมักจะเรียกว่าชิโนบุเพื่อไม่ให้สับสนกับมิซึกิที่เป็นผู้หญิง

 

            เรย์ตอบตกลง คุยรายละเอียดอีกเล็กน้อยก่อนจะวางสายไป

 

จากนั้นลูน่าจึงโทรไปหาชินจิเพื่อให้ติดต่อกับคุริฮาระแทนเธอด้วยเหตุผลเดียวกัน อาจจะดูน่าสงสัยอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเหตุสุดวิสัย

 

ถ้าหมอนั่นไม่ทำให้เธอเสียสมาธิ หน้าก็ไม่ต้องมีแผล และไม่ต้องโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ คิดแล้วมันน่าแค้นใจจริงๆ

 

@@@@@@@@@@@@@@@@@

             

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น

  1. #30 GINSEI (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 เมษายน 2553 / 20:04

    ยังอัพอยู่จ้า(กำลังพยายามอยู่) วางพลอตเรียบร้อยแล้ว
    แต่ว่าตอนต่อไปยังไม่รู้จะเอาฉากไหนขึ้นดี เขียนแล้วเขียนอีกก็ได้ไม่เกินสามย่อหน้า มันไม่ยอมไปต่อซะที

    ฟิคอีกเรื่องที่แต่งอยู่ก็เกิดอาการเดียวกัน T.T

    (หวังว่า)จะอัพเร็วๆนี้แหละ

    #30
    0
  2. #29 yeewayayee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 เมษายน 2553 / 10:48
    สนุกดีคะ พี่ไม่อัพแล้วเหรอคะ
    นางเอกฉลาดดี ไม่ต้องกลัวคนจนหงอ
    ช่วยตัวเองได้ด้วย ชอบแบบนี้เลย
    #29
    0