Lovely Bodyguard

ตอนที่ 2 : 1. บุคคลผู้โชคร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 267
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 ม.ค. 55




1. บุคคลผู้โชคร้าย

“เลิกตามฉันซักทีได้มั้ยวะ!” เสียงเอ็ดตะโรดังขึ้นจากลูกชายนักธุรกิจใหญ่ที่กำลังเดินเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้าชื่อดังพร้อมสาวสวยหุ่นดีที่หน้าตาละม้ายคล้ายกับนางแบบชื่อดังในขณะนี้

จอมทัพมองหน้าบุรุษในชุดสูทสีดำอย่างไม่สบอารมณ์หลังจากที่ถูกติดตามทุกฝีก้าวมาร่วมอาทิตย์หนึ่ง นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์รถถูกวางระเบิดเมื่อเดือนก่อน อันที่จริงชายสูทดำผู้นี้ไม่ใช่บอดี้การ์ดคนแรกที่พ่อเขาส่งมาคุ้มครองลูกชาย แต่เป็นคนที่สามแล้วนับจากที่สองคนแรกเจออิทธิฤทธิ์ของเขาจนทนไม่ไหวต้องขอลาออกไปเอง และเขามั่นใจว่าชายคนนี้ก็คงจะไม่รอดเช่นกัน

“เป็นคำสั่งของท่านครับผมขัดไม่ได้” ชายสูทดำตอบเสียงเรียบคล้ายๆ กับกำลังจะบอกว่า ผมรับเงินจากพ่อคุณไม่ใช่คุณ ฉะนั้นอย่ามาออกคำสั่ง

“งั้นก็ได้ ถ้าอยากตามนักก็ตามไปให้สุดๆ ก็แล้วกัน” พูดพลางกระชับแขนที่โอบร่างระเหิดระหงของนางแบบสาวเอาไว้ขณะเดินกลับไปยังลานจอดรถอย่างไม่แคร์สายตาใคร

“อันที่จริงทำตามที่เค้าพูดก็ดีนะคะทัพ เพราะทัพเองก็ยังไม่รู้เลยว่าใครที่เป็นคนวางระเบิด มีคนคอยคุ้มครองจะได้อุ่นใจกว่า” รินรดาเตือนสติจอมทัพอีกครั้งเพราะเธอเองก็หวาดหวั่นไม่แพ้กันยามที่ต้องอยู่ใกล้ชายผู้นี้

“คุณสนใจผมด้วยเหรอ?” จอมทัพเลิกคิ้วหน้าขึ้น จ้องมองวงหน้างามพลางแค่นยิ้ม “นึกว่าจะสนใจแต่เตียงกับเงินของผมซะอีก”

คำพูดของจอมทัพทำลารินรดาหน้าชาไปทั้งแถบ ไม่คิดว่าผู้ชายหน้าตาดี ฐานะดี จะพูดจาหยาบคายได้ถึงเพียงนี้

“คุณพูดแรงไปแล้วนะทัพ”

“ผมว่าคำพูดผมยังเบากว่าไอ้การที่คุณไปมั่วกับไอ้พระเอกขี้ยาคนนั้นล่ะมั้ง อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะรินรดา เห็นผมอย่างนี้ผมก็ไม่ใช่คนโง่” จอมทัพแสยะยิ้ม ก่อนจะผลักร่างระหงขึ้นรถสปอร์ตอย่างไม่ทะนุถนอมเหมือนดังที่ผ่านมา

“ปล่อยรินนะ!” รินรดาทั้งอายทั้งโกรธที่ถูกจับได้ พยายามยื้อตัวเองไว้อย่างสุดความสามารถ

“ปล่อยแน่ แต่ไม่ใช่ที่นี่” พูดเสร็จจอมทัพก็รีบพาตัวเองขึ้นไปบนรถแล้วขับออกไปจากลานด้วยความรวดเร็ว ไม่สนใจผู้คนในบริเวณนั้นที่หันมามองกันเป็นตาเดียวหรือแม้กระทั่งบอดี้การ์ดหนุ่มที่ขับรถตามออกไปติดๆ

รถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดที่ขับฉวัดเฉวียนอยู่ด้านหน้าทำให้หัวใจของเจนวิทย์แทบหลุดออกจากอก เขาไม่น่ารับงานนี้จริงๆ พับผ่า เพื่อนก็เตือนแล้วแต่เขาไม่ฟังเองเห็นแก่เงินก้อนใหญ่ที่วางล่ออยู่เบื้องหน้า ก็ใครมันจะไปคิดว่าไอ้ลูกชายนักธุรกิจพันล้านนิสัยมันจะแย่สุดๆ แบบกู่ไม่กลับ

“ถ้ามึงเกิดตายขึ้นมารับรองกูจะตามลงไปกระทืบมึงในนรกให้ดูไอ้จอมทัพ!” เจนวิทย์สบถอย่างเหลืออด เพราะตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเขายอมรับว่าเขาต้องใช้ความอดทนระดับสูงในการติดตามพ่อหนุ่มเสเพลไม่ให้คลาดสายตาไปไหนแม้แต่วินาทีเดียว หน้าที่ของเขาถือว่าหนักกว่าบอดี้การ์ดอีกคนที่รับกะช่วงกลางคืนมาก เพราะเวลากลางคืนของจอมทัพแทบจะไม่กระดิกตัวไปไหนเลยนอกจากผับและบาร์

เจนวิทย์ขับตามรถของจอมทัพมาติดๆ จนกระทั่งรถสปอร์ตมุ่งหน้าออกสู่ชานเมือง สองข้างทางยามนี้ช่างดูวังเวงน่าหวาดกลัวเพราะแสงอาทิตย์กำลังจะลับโลกไปในเวลาโพล้เพล้ บอดี้การ์ดหนุ่มไม่อยากจะให้ข้อสงสัยของตัวเองถูกต้องขึ้นมาในเวลานี้ เพราะนั่นถือว่าเป็นการขัดคำสั่งของคุณจอมพลและเขาก็จะถูกไล่ออกได้ง่ายๆ

และแล้วรถสปอร์ตด้านหน้าก็ชะลอความเร็วและจอดสนิทในที่สุดท่ามกลางทุ่งหญ้ารกร้างและป่ารกชัฏสองข้างทาง ร่างสูงใหญ่ของเจ้าของรถก้าวเดินลงมาพร้อมโทสะที่ถูกบ่มมาจนได้ที่ จอมทัพเปิดประตูด้านข้างออกพร้อมฉุดแขนเสลาของรินรดาออกมาอย่างไม่ปราณี หญิงสาวทั้งดิ้นทั้งร้องแต่แรงหญิงหรือจะสู้แรงชายร่างใหญ่ได้ ในที่สุดเธอก็ถูกลากออกมาจากรถหรูอย่างทุลักทุเล

“ทัพจะทำอย่างนี้กับรินไม่ได้นะ!” รินรดาตวาดเสียงดัง ตัวสั่นระริกด้วยความกลัว

“ทำไมจะทำไม่ได้ ทีคุณยังแอบสวมเขาให้ผมได้เลย หาทางกลับบ้านเองก็แล้วกัน” จอมทัพสวนกลับ ขณะกระชากกระเป๋าถือแสนแพงของรินรดาเขวี้ยงออกไปทางป่ารกข้างทางด้วยความสะใจ

“บ้าไปแล้วเหรอทัพ โทรศัพท์รินอยู่ในนั้นนะ!!

“สิ่งเดียวที่คุณควรจะรู้ถ้าคิดจะคบกับผม นั่นก็คือ...ผมไม่ชอบให้ใครมาหลอกแทงข้างหลังผมง่ายๆ” พูดแล้วจอมทัพก็เดินกลับไปขึ้นรถ เหยียบคันเร่งจนมิดกระทั่งได้ยินเสียงล้อเสียดสีกับถนน ก่อนจะออกตัวไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้นางแบบสาวมองตามท้ายรถหรูที่วิ่งออกไปไกลแล้วด้วยความเกลียดชัง

“ฉันเกลียดแกไอ้งี่เง่าจอมทัพ ผู้ชายอะไรหน้าตัวเมียที่สุด คอยดูนะถ้าแกตายเมื่อไหร่ฉันจะจัดงานเลี้ยงฉลองให้ใหญ่โตเลย ไอ้บ้า!!” รินรดาตะโกนไล่หลังอย่างคับแค้นใจ ตอนแรกก็กะจะหลอกเอาเงินไอ้ผู้ชายหน้าโง่นี่ไปอีกหน่อยแต่ดันถูกจับได้เสียก่อน และถือเป็นการเอาคืนที่ทำให้เธอจุกไปถึงลิ้นปี่สำหรับผู้ชายชื่อจอมทัพผู้นี้

แต่คนที่เหมือนจะลำบากใจที่สุดก็คงหนีไม่พ้นบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนมองตาปริบๆ จะขับรถตามไอ้ลูกนักธุรกิจซังกะบ๊วยก็สงสารแม่นางแบบสาวที่ยืนหน้างอตัวสั่นอยู่ข้างทาง สรุปแล้วงานนี้เขาก็ต้องกลายเป็นบอดี้การ์ดเฮงซวยตามที่คุณจอมพลก่นด่าไปอีกคน เพราะไม่สามารถตามติดชีวิตลูกชายเขาตลอดเวลาได้

ซวยบรมเลยกู...

“ยืนมองหาพระแสงอะไรล่ะ รีบพาฉันกลับบ้านสิ ไม่รู้จักเหรอว่าฉันเป็นใคร” รินรดาแหวขึ้นมาเมื่อเห็นหน้าตาอิหลักอิเหลื่อของเจนวิทย์ที่ทำตัวไม่ถูกมองยืนมองรถสปอร์ตคันนั้นจนลับตา

“ครับ” เจนวิทย์รับคำอย่างเสียไม่ได้ ระดับความสงสารที่มีให้แม่นางแบบนั้นลดฮวบฮาบเมื่อเห็นถึงเนื้อแท้ที่ซ่อนอยู่ข้างในรูปร่างอันสะสวยของหล่อน มิน่าล่ะ...ขนาดผู้ชายที่ไม่มีดีอะไรอย่างจอมทัพยังไม่คิดจะเลี้ยงไว้ สงสัยเธอคงจะเกินแกงแล้วจริงๆ

“แล้วฝากไปบอกเจ้านายแกด้วยนะ ว่าฉันจะแฉความเลวของมันจนหมดเปลือกไม่ให้มันได้มีที่ยืนอยู่ในสังคม ให้คนเค้ารู้กันให้หมดว่าชีวิตมันน่ะไม่มีอะไรดีนอกจากทรัพย์สมบัติที่มันมี!

เจนวิทย์ชายตามองนางแบบสาวด้วยความอ่อนใจ ก็ไม่ใช่ว่าเพราะทรัพย์สมบัติของเขาหรือที่ทำให้เธอต้องมาลงเอยเช่นนี้ ถ้าหากว่าเธอจะแฉจอมทัพจริง ก็คงจะเป็นการประจานตัวเองไปในตัวด้วย

“มัวยืนเซ่ออยู่ทำไมล่ะ รีบไปสิ แถวนี้น่ากลัวจะตาย” รินรดาอารมณ์เสียหนักขึ้นเมื่อเห็นท่าทางอิดหนาระอาใจของบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนกุมขมับอยู่ข้างรถ

“แล้วกระเป๋าคุณล่ะ”

“ช่างหัวมันปะไร ฉันไม่เคยพกตังค์ซักบาท มีแต่โทรศัพท์แค่เครื่องเดียว ฉันมีปัญญาซื้อใหม่ก็แล้วกัน!” หญิงสาวฮึดฮัดอารมณ์เสียที่ถูกตัวเงินตัวทองเฉดหัวทิ้ง ไหนยังจะต้องมาเสียหน้าต่อไอ้บอดี้การ์ดหน้าเซ่อนี่อีก แค่นี้ก็อายแทบจะแทรกแผ่นดินหนีแล้ว

เจนวิทย์ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ เป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะเปิดประตูให้นางแบบสาวขึ้นรถไปอย่างเสียไม่ได้ นอกจากจะไม่สามารถคุ้มครองจอมทัพได้แล้วในวันนี้ ยังต้องมาคอยเป็นที่รองรับอารมณ์ของอดีตผู้หญิงของมันอีกด้วย รับรองว่าวันพรุ่งนี้คงถูกเล่นงานจากเบื้องบนไม่มากก็น้อยแน่นอน

 

หลังจากที่ฟังเรื่องราวจากปากของลูกชายเจ้านายมากว่าครึ่งชั่วโมงภายในห้องทำงานส่วนตัวของเขาเองซึ่งไม่เคยได้ใช้งานจริงๆ จังๆ มาก่อนในบริษัท นริตาก็ได้ข้อสรุปว่ามันเป็น หนังคนละม้วนกับที่ได้ฟังมาก่อนชัดๆ

“ทำหน้าอย่างนี้แสดงว่าพี่ตาไม่เชื่อผมแน่นอน” จอมทัพเบ้ปากอย่างเหนื่อยหน่าย เมื่อเห็นสีหน้าเลขาส่วนตัวของผู้เป็นพ่อที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน

“ไม่ใช่ว่าพี่ไม่เชื่อทัพนะ แต่ทัพต้องเข้าใจพี่หน่อยสิว่าไอ้สิ่งที่ทัพเล่ามามันดูเวอร์ไปหน่อย ใครกันจะกล้าขโมยตัวผู้หญิงของเจ้านายแล้วหนีไปด้วยกัน มันมีแต่ในนิยายเท่านั้นแหละทัพ” นริตาพูดอย่างอ่อนใจ หญิงสาววัยเกือบจะสี่สิบผู้เป็นมือขวาให้คุณจอมพลมานานกว่าห้าปีไม่มีทางเชื่อว่าสิ่งที่จอมทัพเล่ามานั้นจะเป็นความจริง เพราะเธอรู้นิสัยพ่อหนุ่มคนนี้ดีทีเดียว

“สรุปว่าพี่ตาจะให้ไอ้การ์ดนั่นอยู่กับผมต่องั้นเหรอ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นมาท่าทางกวนโทสะ แต่ทว่านริตากลับไม่ถือสา

“ใช่ แล้วคุณจอมพลก็เห็นด้วย เพราะเท่าที่ดูมาเจนวิทย์ดูจะมี ความอดทนสูงกว่าทุกคนที่ผ่านมา หาไม่ได้ง่ายๆ นะคนอย่างนี้”

“อ้อ...พ่อก็รู้เรื่อง” จอมทัพส่ายหัวไปมาช้าๆ ก่อนจะดึงเสื้อสูทสีครีมเข้ามาติดกระดุมเพื่อจะปลีกตัวจากการสนทนาครั้งนี้

“แล้วจะให้พี่ทำยังไงล่ะทัพ พี่ว่าเจนวิทย์เค้าดีที่สุดเท่าที่เราหามาได้แล้วนะ” นริตาอ่อนใจกับท่าทางของชายหนุ่มเหลือคณานัป

“ผมไม่ชอบให้ใครมาคอยตาม ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะพี่ตา แล้วอีกอย่างผมก็อยากมีเวลาเป็นส่วนตัว” พูดพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จึงทำให้เห็นว่ารูปร่างของจอมทัพนั้นดีพอที่จะเป็นนายแบบได้สบายๆ

“ทุกวันนี้ยังไม่เป็นส่วนตัวอีกเหรอทัพ พี่ขอเถอะ...ทัพก็รู้ว่าสถานการณ์ของเราตอนนี้กำลังแย่ ไม่รู้ว่าใครที่กำลังคิดจะทำร้ายทัพหรือว่าพ่อของทัพอยู่ มีบอดี้การ์ดอยู่ด้วยมันช่วยให้อุ่นใจกว่านะ” นริตาพยายามตะล่อมสุดความสามารถ

“ผมไม่อุ่น ผมไม่ชอบให้มีผู้ชายมาเดินตาม ขอร้องเถอะพี่...มันอึดอัด” หนุ่มหล่อเบ้ปาก ชีวิตเขาแค่ชีวิตเดียวดูแลเองได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งใคร

“ถ้าอย่างนั้นพี่จะให้เจนวิทย์เพิ่มระยะห่างระหว่างเธอกับเขาขึ้น แต่ขออย่างเดียว...อย่าพยายามหนีเขาไปอีก เพราะมันจะเปิดโอกาสให้คนที่จ้องจะเล่นงานเราได้ง่ายขึ้น”

“ไม่ครับ ผมไม่เอา ถึงพี่จะยัดเยียดมาให้ผมพี่ก็รู้ว่าผมสลัดหลุดทุกราย หรือไม่ก็ทนไม่ไหวมาขอลาออกกันเอง และผมมั่นใจว่ารายนี้ก็คงจะไม่รอดเหมือนกัน” ลูกชายนักธุรกิจพันล้านยังยืนยันเสียงแข็ง

“ถ้างั้นพี่คงต้องรายงานคุณจอมพลให้ใช้มาตรการเด็ดขาดกับทัพซักที” คราวนี้นริตาไม่ใจอ่อน เพราะเธอยอมให้เจ้าหนุ่มนี่มามากพอแล้ว

“พ่อจะทำอะไรผม” จอมทัพยิ้มมุมปาก เพราะตั้งแต่เกิดมาพ่อยังไม่เคยบังคับเขาได้เลยสักครั้ง

“จะส่งไปฝึกทหาร”

“อะไรนะ!

“เห็นคุณจอมพลคุยกับเพื่อนที่เป็นทหารเรียบร้อยแล้ว และทางโน้นเขาก็ยินดีที่จะดัดนิสัยทัพตามที่คุณจอมพลขอทุกประการ” นริตาเอ่ยเสียงเรียบ แต่ก็ติดแววขบขันเมื่อเห็นหน้าของลูกชายเจ้านายเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด

“พี่ตาล้อผมเล่นรึเปล่า” จอมทัพหรี่ตามองพี่เลขาอย่างไม่ค่อยเชื่อใจ

“พี่ไม่ได้ล้อเล่น ถ้าไม่เชื่อทัพก็ลองไปถามคุณจอมพลได้เลย อย่าลืมสิความใฝ่ฝันของคุณจอมพลก็คือการเป็นทหาร เพราะฉะนั้นพี่รับประกันได้เลยว่านี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอย่างแน่นอน”

ได้ยินดังนั้นจอมทัพก็ถึงกับเครียด มันจริงอย่างที่นริตาพูดทุกประการ หากว่าสมัยก่อนพ่อของเขาไม่เคยขาหักมาก่อนคงจะได้รับราชการทหารสมใจอยาก และความฝันนี้มันก็เผื่อแผ่มาถึงลูกชายคนเดียวอย่างเขาไม่น้อย แต่ยังดีที่เขาติดสินบนหมอเกี่ยวกับใบรับรองแพทย์ในการเกณฑ์ทหารจึงทำให้เขารอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ แต่ฝันร้ายมันกำลังจะกลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง

บ้าชัดๆ!

“เอายังไง...สรุปว่าจะให้เจนวิทย์คอยตามเหมือนเดิมดีมั้ย หรือว่าจะยอมไปฝึกทหาร” นริตาพูดเสียงเรียบแต่นัยน์ตาซ่อนความขบขันไว้ไม่มิด

“ให้ตามตูดผมไปอย่างนี้ก็ได้” ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างเสียไม่ได้

“ก็ดี ถ้างั้นพี่จะเรียกเขากลับมาวันนี้เลย”

“เดี๋ยวก่อนพี่ตา” จอมทัพเดินมาทรุดนั่งบนที่เท้าแขนของโซฟาตัวหนาในห้องหน้าพี่สาวที่นั่งอยู่ ขณะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเพื่อยืนยันคำสั่งเดิม

“อะไร?” นริตาเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นสายตาไม่ชอบมาพากลของลูกชายเจ้านาย

“ตามตูดผมได้แต่ต้องไม่ใช่ไอ้การ์ดหน้าเห่ยคนนั้น”

“ถ้าไม่ใช่เจนวิทย์แล้วทัพจะเอาใคร?” ได้ยินคำถามของพี่สาว จอมทัพก็กระตุกยิ้มขึ้นมาทันควัน ในเมื่อจะส่งคนมาคอยตามเขาตลอดเวลาแล้วล่ะก็ มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันหน่อย...

“ตอนนี้พี่มีการ์ดในสต๊อกกี่คน”

“ก็เยอะพอดู เราต้องสำรองไว้เผื่อฉุกเฉิน”

“ถ้างั้นผมขอเลือกเอง”

“พี่บอกก่อนว่างานนี้ไม่ใช่ดูแค่โพร์ไฟล์ดีแล้วจะได้งานนะ เราต้องดูหลายๆ อย่าง” นริตาพูดอย่างไม่ไว้วางใจ กลัวว่าชายหนุ่มจะคิดทำอะไรแผลงๆ ขึ้นมา

“เอามาเถอะพี่ ผมเลือกของผมได้” จอมทัพยิ้มมุมปากเมื่อเห็นใบหน้าหวั่นๆ ของสาววัยสี่สิบ

“งั้นเดี๋ยวพี่ให้เด็กยกมาให้ดูทั้งหมดก็แล้วกัน”

“ไม่ต้องหมดก็ได้พี่”

“ทัพหมายความว่าไง?” นริตาขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะถอนหายใจอย่างอิดหนาระอาใจเมื่อได้ยินประโยคถัดไปของลูกชายของเจ้านาย

“ผมขอเฉพาะโพร์ไฟล์ของผู้หญิงเท่านั้น!

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++

สวัสดีกันอีกครั้งนะคะทุกคน

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณมากสำหรับใครที่ยังติดตามกันอยู่

เรื่องนี้ก็อย่างที่เห็นค่ะ พระเอกเลวหลุดคอนเซปต์ เอิ๊กๆๆๆ

ยังไงก็ลุ้นกันเองแล้วกันนะคะว่าฮีจะเป็นคนดีรึเปล่า

 

และขอแจ้งข่าวนิดนึงนะคะ

ตอนนี้เกี้ยวจันทร์ผ่านกับสนพ.ธิงกูดแล้ว

น่าจะได้คิวพิมพ์ช่วงงานหนังสือ (ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด)

ส่วนรักเล่ห์ฯ ก็พิมพ์กับสื่อวรรณกรรมนะคะ

ถ้าปกเสร็จเมื่อไหร่จะเอามาอวดนะคะพร้อมเล่นเกม :)

 

ขอบคุณนะคะที่ติดตาม

( ดารานิล )

++++++++++++++++++++++++++++++

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #11 spysky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 02:30
     สงสารเจนวิทย์โดนทั้งขึ้นทั้งล่องเลยค่ะ
    รินรดาเธอก็ปากร้ายๆเนาะ 
    แต่ก็ยังน้อยกว่าจอมทัพค่ะ สุดๆจริงๆปากของคนนี้
    หล่อแต่ไม่โง่นี่น่า,,,เหอๆ

    เอาล่ะเริ่มมาล่ะ ลางสังหรณ์ว่าเราจะได้เจอกับนางเอกเร็วๆนี้
    จอมทัพขอแฟ้มบอดี้การ์ดผู้หญิงแล้ว ลุ้นๆ

    พ่อก็จอมพล ลูกก็จอมทัพ อืม
    แถมด้วยอยากให้ลูกไปเป็นทหาร
    เอ่อ คิดภาพไม่ออกเลยแฮะถ้าจอมทัพต้องตัดผมเกรียนๆเข้ากรม
    จะอยู่ได้สักกี่นาที 

    ติดตามนิยายที่จะพิมพ์ด้วยค่ะ
    พี่นุชอยากอ่านเรื่อง เกี้ยวจันทร์นะจ๊ะ
    อันที่จริงถ้าออกมาทั้งสองเรืองก็จะอุดหนุนทั้งสองเรื่องเลย
    เทคแคร์นะคะ 

    #11
    0
  2. #10 Praew (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 23:19
    ร้ายกาจมากกก //ชอบชื่อพระเอกจัง ดูแล้วแมน 55555
    #10
    0
  3. #9 ซากุระ ไอโกะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 15:50
    ผมขอเฉพาะโปร์ไฟล์ของผู้หญิงเท่านั้น!
    จะออกนอกหน้าไปมั้ยคะคุณจอมทัพ =_=
    #9
    0